Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Posts Tagged ‘เชื่อมบุญ’

หลังจากที่เราได้ทำบุญ ทำทานแล้วแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใส่บาตร ทำสังฆทานหรือทำวรสังฆทาน อะไรก็ตามที่เป็นบุญกริยาวัตถุ ๑๐ ก็ถึงเวลาสำคัญ ที่จะทำการโมทนาอุทิศบุญเพื่อให้เป็นการเชื่อมบุญนั้น ให้เริ่มตั้งจิตให้สงบ และสวดมนต์ภาวนาดังนี้

 

๑. คำบูชาพระรัตนตรัย

เป็นการรำลึกถึงพระพุทธคุณเบื้องต้น ขอให้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นั้นนำทาง

 อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

 

๒. คำอาราธนาศีล ๕

มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ

 

. สมาทานศีล ๕

จากนั้นก็ให้นึกถึงพระรัตนตรัยเป็นที่ตั้ง แล้วกล่าวคำอุทิศบุญว่า

ขออำนาจพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ และบุญกุศลที่ข้าพเจ้า ……….(ออกชื่อตัวเองจะเปลี่ยนชื่อใหม่ก็ไม่เป็นไร) ได้ทำในครั้งนี้และบุญกุศล บารมีที่ข้าพเจ้าเคยทำในอดีตชาติ ชาติปัจจุบัน และที่กำลังที่จะมีต่อไปในอนาคต ขอโมทนาอุทิศบุญให้แก่…………..(ออกชื่อคนที่เราอยากจะเชื่อมติดต่อด้วย) ที่มีสถานที่อยู่…………..( ควรหาที่อยู่ของคนที่จะเชื่อมติดต่อด้วย เพื่อให้บุญกุศลที่อุทิศไปให้ไปถูกตัว ถูกสถานที่)

และขอให้บุญกุศลนี้เป็นการเชื่อมบุญระหว่างข้าพเจ้ากับ……… …………..(ออกชื่อคนที่เราอยากจะเชื่อมติดต่อด้วย) และขอให้เรื่อง………….(เรื่องทั้งหมดที่เราอยากจะให้เกิดขึ้น บอกให้หมดทุกเรื่อง)

และขอให้อโหสิกรรมและขออโหสิกรรมระหว่างข้าพเจ้ากับ…………..(ออกชื่อคนที่เราอยากจะเชื่อมติดต่อด้วย) ขอให้เรื่องที่กำลังติดต่อระหว่างกันอยู่นี้ ขออย่าให้มีอุปสรรคมาขัดขวาง ขอให้ทุกอย่างดำเนินการอย่างราบรื่นทุกประการเทอญ…

โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ

ขอทำเชื่อมบุญนี้ควรทำทุกๆ วันจนกว่าจะได้ผล และที่สำคัญเราต้องสมาทานศีล ๕ ตลอดระยะเวลาที่ทำการเชื่อมบุญอยู่นี้ เพราะทำให้ตัวเรานั้นบริสุทธิ์เท่าที่จะทำได้ ถ้าศีลข้อใดข้อหนึ่งขาด เราต้องรีบสมาทานศีลใหม่ทันที

โฆษณา

Read Full Post »

ซึ่งเป็นในเรื่องแรกที่จะพูดถึง คือ ความสำคัญของการโมทนาอุทิศบุญไปให้กับเทพยดา เทวดาที่คุ้มครองและช่วยเหลือเราอยู่ หลายคนคงงง และอาจยังไม่รู้ว่า คนเราทุกคนนั้นมีเทพยดา เทวดา ดูแลเราอยู่ทุกคน

 

เอาง่ายๆ เชื่อว่าคนทุกคนที่เชื่อในเรื่องกรรม เรื่องของการทำบุญ คงต้องเคยพบเจอกับเรื่องบางเรื่องที่อธิบายไม่ได้ในทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เป็นเรื่องที่อยู่เหนือการพิสูจน์ แต่มันสัมผัสได้ด้วยจิตที่มันอยู่ภายในตัวเรา

ไม่ว่าจะเป็นการพบกับโชคลาภ การทำมาค้าขายที่เกิดผล การผ่านเรื่องราวร้ายๆ ในชีวิตที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะผ่านมันมาได้ ส่วนหนึ่งเราผ่านมันมาได้เพราะเรามีบุญกุศลที่เราสร้างสะสมไว้ทั้งในอดีตชาติและในชาติปัจจุบัน ที่เรากำลังเพียรทำกันอยู่มันส่งผลมาช่วยเรา

ขอให้รู้ตรงนี้ ที่นี่เลยว่า อีกส่วนหนึ่งเป็นการช่วยเหลือของเทพ เทวดาที่ยังรักและคอยปกป้องเอาฤทธิ์ เอาบารมีของท่านมาช่วยเหลือเรา และเมื่อท่านได้รับส่วนบุญที่เราอุทิศให้อยู่เรื่อยๆ ท่านก็มาช่วยรักษาคุมครองเรา

ข้อนี้พระพุทธเจ้าท่านเคยแสดงเอาไว้เป็นประจักษ์พยาน อยู่ในธรรมะและบทสวดมนต์ที่ว่า

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวตา

สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุ เต” 

 

ด้วยอำนาจแห่งพระพุทธเจ้า ขอให้เทวดาจงรักษา เรามาไหว้ เรานับถือพระพุทธเจ้า เทวดาก็นิยมนับถือด้วย เพราะเห็นว่าเราเป็นคนดี นับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง สมควรต้องรักษาให้ความปลอดภัยแก่เรา

 

และเหล่าเทพ เทวดา ที่ปกป้องรักษาคุ้มครองดูแลเราอยู่นั้น ในอดีตท่านก็คือ บุคคลที่รักเราและเป็นห่วงใยเราด้วยใจบริสุทธิ์อย่างแท้จริง อาจจะเป็นปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ พี่น้อง ครูบาอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว และท่านยังมีความปรารถนาที่จะไปบรรลุในแรงสัจจะอธิษฐานของท่านไม่ว่าจะเป็นในพุทธภูมิ พระอรหันต์ หรือในสวรรค์ชั้นใดก็ตาม

เวลานี้ท่านยังคงเสวยบุญอยู่ในสวรรค์ ในวิมานชั้นต่างๆ และมีแรงบุญที่กล้าแกร่งและมีอิทธิฤทธิ์ตามแรงบุญของท่านที่สะสม รวมถึงแรงบุญที่มีคนโมทนาอุทิศไปให้ท่านอยู่เสมอ

และตลอดชีวิตของเรามีกี่ครั้งกี่หน ที่เราตั้งจิตอธิษฐานขอให้ท่านช่วย เมื่อท่านต้องออกแรงช่วยเราเพราะรักและห่วงใยเราแล้ว แน่นอนว่าพละกำลังแรงบุญของท่าน ที่ต้องเสียสละเพื่อมาช่วยเราก็ต้องลดน้อยถอยลงๆ ไปทุกทีเช่นกัน

เหมือนคนที่ต้องออกแรงลากจูงเรือในลำน้ำที่เชี่ยวกราก ใช้แรง ออกแรงมากๆ มันก็เหนื่อยและเพลียแรง หมดแรง แต่ถ้าได้น้ำเย็นๆ อาหารดีๆ ไปเสริมกำลัง ก็มีแรงต่อไป อาหารดีๆ น้ำทิพย์ ที่เราส่งไปก็คือ บุญกุศลนั่นเอง

มันจึงสมควรเป็นหน้าที่ของเราต้องตอบแทนพระคุณ กตัญญูต่อท่าน ทำบุญโมทนาอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน ไปเติมพลังบุญให้ท่าน ทำให้ท่านมีบุญ มีบารมีมากขึ้นๆ  เวลาที่เรามีเรื่องร้ายๆ เข้ามาอีกไม่ว่าจะใหญ่โตเพียงใด ท่านก็จะได้มีแรงมาช่วยให้เรารอดไปได้อีก

มีหลายคนยังไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมเราทำบุญ ทำทาน ทำกุศลอะไรก็ตามเราต้องโมทนาอุทิศไปให้ท่าน หลายคนยังไม่เข้าใจถึงขั้นกลัวว่าบุญที่เราสร้างเราทำไปมันจะหมด เมื่อให้คนอื่น จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ มันคนละเรื่องกัน

และการทำบุญไปแล้วครั้งหนึ่งไม่ว่าจะนานสักกี่ปีๆ บุญที่ทำไปนั้นก็ยังคงอยู่ ถ้าทำไปแล้วสัก ๓๐ ปีก็ยังอุทิศส่วนกุศลได้ บุญไม่หายไปไหน ไม่ใช่เราทำบุญแล้วเดี๋ยวเดียวบุญหายไป ไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าทำบุญแล้วไม่ได้อุทิศส่วนกุศล ผู้ทำเป็นผู้ได้บุญเต็มที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเราจะอุทิศให้เขาหรือไม่ให้ ทีนี้ถ้าเราให้เขาบุญของเราก็ไม่หมด ส่วนที่เราให้ไปไม่ได้ยุบไปจากของเดิม

อย่างเรื่องของพระอนุรุทธ ในสมัยพุทธกาล ท่านเกิดเป็นคนเกี่ยวหญ้าช้างของมหาเศรษฐี เวลาที่ท่านทำบุญแล้ว เจ้านายมาขอแบ่งบุญ ท่านก็สงสัยว่าการแบ่งบุญจะแบ่งได้ไหม จึงไปถามพระปัจเจกพุทธเจ้าที่ท่านรับบาตร

ท่านก็เมตตา เปรียบเทียบให้ฟังว่า

         “สมมติว่าโยมมีคบและก็มีไฟด้วย แต่คนอื่นเขามีแต่คบไม่มีไฟ ทุกคนต้องการแสงสว่างก็มาขอต่อไฟที่คบของโยม แล้วคบของทุกคนก็สว่างไสวหมด อยากทราบว่าไฟของโยมจะยุบไปไหม”

         ท่านพระอนุรุทธ ก็ตอบว่า

         “ไม่ยุบ”

แล้วพระปัจเจกพุทธเจ้า ท่านก็ตอบกลับไปว่า

         “การอุทิศส่วนกุศลก็เหมือนกัน เราให้เขาเขาก็โมทนา แต่บุญของเราก็ยังอยู่เต็มร้อย เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้หายไป”

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภหรือพระสุธรรมคณาจารย์ ท่านเป็นพระสุปฎิปันโนอีกรูปหนึ่งที่เราควรเคารพกราบไหว้ ท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้เมตตาเล่าไว้ในหนังสือหลวงปู่เล่าเรื่อง เทวดา พญานาค พระธาตุ จัดพิมพ์เป็นธรรมทานโดยชมรมกัลยาณธรรม ยืนยันในเรื่องการอุทิศบุญไว้อีกว่า

         “บุญกุศลที่เราอุทิศไปให้ ถึงเขาจะไม่ได้รับ ก็ไม่ได้สูญหายไปไหน

       บุญกุศลนี่ไม่มีการสูญสลาย ถ้าไม่มีการเสวยสุขจากผลบุญนั้น

       กล่าวคือ เราสร้างบุญกุศลมากเท่าไร ก็ไม่ได้เป็นการแบ่งแยก หรือทำให้บุญกุศลที่เราสร้างนั้นถดถอยน้อยลงแต่ประการใด คงสะสมส่งผลให้แก่เราเมื่อถึงกาลอันสมควร เมื่อส่งผลแล้วจึงเป็นการไปใช้ไป หมดไปซึ่งบุญในแต่ละส่วน แต่บุญมีผลอันยิ่งสามารถส่งผลให้แก่ผู้สร้างได้นานข้ามภพข้ามชาติได้หลายๆ ชาติทีเดียว

 

ดังนั้นเราควรเข้าใจเสียใหม่ว่า การอุทิศบุญส่วนกุศลให้ผู้อื่น ทั้งเทพยดา ครูบาอาจารย์ เจ้ากรรมนายเวร ปู่ย่าตายาย พ่อแม่พี่น้องหรือใครๆ นั้น มันไม่ได้ทำให้บุญของเราหายไปแม้แต่นิดเดียว

และเรายังคงได้ใช้บุญของเราอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแน่นอน

Read Full Post »

ก่อนที่เราจะขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรทั้งที่มีชีวิตอยู่หรือที่เป็นวิญญาณ หัวใจสำคัญที่สุดก็คือ เราต้องเข้าใจในเรื่องของอโหสิกรรมเสียก่อน หากเรามีความรู้ที่ถูกต้อง เราจะนำมันไปใช้อย่างมีประโยชน์ ถ้าเราเหมือนคนตาบอด แล้วไปหลงเชื่อคนตาบอด ที่มองไม่เห็นเหมือนกัน ก็จะพากันหลงทางกันด้วยกัน

ในคำว่า อโหสิกรรม นั้นมาจากคำ ๒ คำ คือ

อโหสิ เป็นคำภาษาบาลีแปลว่า “ได้มีแล้ว” หมายความว่า ได้ให้ผลเสร็จสิ้นแล้ว

กับคำว่า กรฺรม ซึ่งเป็นคำภาษาสันสกฤต แปลว่า การกระทำหมายถึง การกระทำที่มีเจตนาอโหสิกรรม

แปลรวมกันว่า กรรมที่ไม่ส่งผลแก่ผู้กระทำกรรมอีกต่อไป

ตามหลักพระพุทธศาสนา บุคคลที่ทำกรรมดีหรือกรรมชั่วโดยมีเจตนาในการทำกรรมนั้นจะต้องได้รับผลกรรมตามสมควรแก่การกระทำของตน คนที่ทำร้ายผู้อื่นคนที่คดโกงหรือฉ้อราษฎร์บังหลวงก็จะได้รับผลกรรมนั้น เช่น ตนเองได้รับโทษถูกจำคุกหรือลูกหลานประสบเคราะห์ร้ายต่างๆ ทำให้ตนต้องเสียใจทุกข์ทรมาน เพราะการสูญเสียหรือแม้ไม่ได้รับกรรมในชาตินี้ กรรมก็จะติดตามไปส่งผลในชาติหน้า

อย่างไรก็ตาม การอโหสิกรรมที่ถูกต้องและได้ผลดีก็คือ การที่เรามีจิตที่บริสุทธิ์ไม่คิดอาฆาต ยกโทษให้ ถ้ายกโทษให้ต้องยกให้แบบจริงใจ แบบยกให้ขาด เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยไปนานแค่ไหนก็ตาม เราก็ไม่ควรพูดถึง ไม่ควรเอ่ยชื่อเขา ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ควรเล่าให้ใครฟัง

เพราะการเล่านั้นมักจะทำให้รื้อฟื้นเรื่องราวความรู้สึกเดิม ว่าเขาได้ทำกับเราอย่างนั้นอย่างนี้ จะทำให้ใจเราไม่สงบ นั่นก็ไม่ควรเล่า ให้เรื่องที่ผ่านมา มันตายไปกับตัวเราเลยได้ยิ่งดี ให้กรรมดีบุญของการให้อภัย มันส่งผลและติดตัวของเราไปตลอดกาลในทุกชาติภพ

และเมื่อเราตั้งใจให้อโหสิกรรมแล้ว จะต้องทำจริง ให้มันมาจากหัวใจที่พร้อมจะอภัยในทุกเรื่องเป็นผู้ให้เสียก่อน เราต้องให้อโหสิกรรมต่อผู้อื่น รวมถึงเจ้ากรรมนายเวรทั้ง ๒ ประเภทเสียก่อน

ขอย้ำว่าทุกเรื่อง การให้อโหสิกรรมไม่ว่าเขาเคยโกงเงินเรา เคยทำความเดือดร้อนให้เรา เคยทำให้เราเสียใจ ขอให้คิดว่ามันเคยเป็นกรรมที่เราเคยทำมากับเขา ยิ่งเราเจ้าคิดเจ้าแค้น สิ่งที่จะโดนมันจะมอดไหม้ไม่ใช่คู่กรณีแต่เป็นเรา เรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไป อย่าไปยึดติด ยึดถือว่ามันยังคงอยู่และเป็นของๆ เราตลอดกาล

วันนี้บ้านรถ เงินในบัญชี ลูก เมีย ผัวยังเป็นของเรา แต่วันหน้าเมื่อเราตายไปมันไม่ใช่ของเราอีกต่อไปอีกแล้ว เอาแค่เมื่อวาน หรือเมื่อ ๕ นาทีที่ผ่านมา เรื่องที่เราทำมันก็เป็นเรื่องของอดีตไปแล้ว

อีกไม่นานเราก็ต้องจากไปแล้ว เมื่อเราจากไปแม้แต่น้ำที่เขาพากันมารดมือเรา แม้แต่หยดเดียวเรายังเอาติดตัวไปไม่ได้เลย มีแต่กรรมดีและกรรมชั่วที่เราต้องนำไปด้วยทุกภพทุกชาติ

เราต้องอยู่กับปัจจุบันกรรม ทำวันนี้ และเดี๋ยวนี้ให้ดี เพื่อจะให้มันส่งผลที่ดีในปัจจุบัน เชื่อมต่อไปที่อนาคต และไปลบล้างสิ่งที่เราเคยทำไม่ดีในอดีต

เมื่อเราให้อโหสิกรรมแล้ว สำหรับเจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิตอยู่นั้นเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราจะไปขอโทษ ขอให้เขาให้อภัยในความผิดพลาดที่เราเคยทำกับเขา ไปด้วยความรู้สึกสำนึกผิด ไม่ใช่ไปเพราะต้องการจะเอาตัวรอดให้พ้นๆ ไปวันๆ คนทุกคนเขาไม่ได้โง่ ยิ่งเจ้ากรรมนายเวรนั้นเขาเฝ้าดูเรามาตลอด

ถ้าเราโชคดีหน่อย เจอเจ้ากรรมนายเวรที่เคยร่วมสร้างบุญ สร้างบารมีที่มีวิบากกรรมร่วมกันมา การขออโหสิกรรมนั้นคงง่ายดายมาก แต่ถ้าเราไปเจอเจ้ากรรมนายเวรที่เขามีแต่ความโกรธแค้น เราก็ต้องใช้บุญ และปัญญาเป็นตัวช่วย

เมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ เข้าหน้าเจ้ากรรมนายเวรไม่ติด ก็ต้องพยายามทำบุญ ทำวรสังฆทาน แล้วอนุโมทนาอุทิศบุญกุศลไปให้เขาด้วย กล่าวออกชื่อ ออกที่อยู่เขาก็ยิ่งดีถ้าเรารู้ตัวอยู่แล้ว ถ้าไม่รู้ตัวจะใช้คำว่า ญาติก็ดี ไม่ใช่ญาติก็ดี สัตว์ใกล้ตัว คนใกล้ตัว เทวดาใกล้ตัวก็ได้ และกล่าวขอให้อโหสิกรรมและขออโหสิกรรมกับเขา และพยายามทำทุกครั้งที่มีการสมาทานศีล การทำบุญ ทำทาน การทำสมาธิ

ขอให้เชื่อเถอะว่า บุญนั้นจะช่วยเราได้ทุกอย่าง เจ้ากรรมนายเวรเมื่อเขาได้รับบุญที่เราอุทิศไปให้ เขาก็จะเริ่มใจอ่อนเพราะบุญนั้นเขาไปมีส่วนช่วยให้เขาเป็นคนที่มีบุญมากขึ้น บารมีมากขึ้น วันหนึ่งเขาจะเข้าใจเรื่องของการให้อโหสิกรรมแน่นอน

เรื่องของการทำบุญนั้น อาจจะเปรียบได้เป็นเหมือนกับการที่เราตั้งใจเอาเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยไปชำระ แต่ตราบใดที่เจ้าหนี้เขายังไม่พอใจ หนี้ก็ยังไม่จบ การทำสมาธิเพื่อขออโหสิกรรม ต้องทำด้วยความสำนึกผิดเท่านั้นและเพื่อให้เจ้ากรรมนายเวรพอใจ และถ้าเขารับอโหสิกรรมก็เท่ากับหนี้กรรมที่เคยคั่งค้างกันไว้ก็ทุเลาลงหรือหมดไป

หลายคนที่เคยกลัวเจ้ากรรมนายเวร เมื่ออ่านหนังสือนี้ มาถึงตอนนี้คงค้นพบวิธีการง่ายๆ ที่จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรเขาพอใจ และเลิกราวางมือไปจากชีวิตของเรา และจะช่วยทำให้บุญทั้งหมด ในอดีตชาติ ชาติภพปัจจุบัน ได้ส่งผลออกดอกได้อย่างเต็มที่ ชีวิตก็จะมีแต่ความรุ่งเรือง มีความสุข

Read Full Post »

เราเรียนรู้กันแล้วว่า เราทุกคนนั้นมีกรรมเก่าติดตัวมาทุกคน การคิดเช่นนี้จะเข้าท่าตามหลักการยอมรับในกฎของกรรม แต่เราจะนอนรอ นั่งรอให้กรรมมาถึงตัว โดยไม่ทำอะไรสักอย่างหรือ?

 

มันออกจะเป็นเรื่องประหลาดและดูเหมือนจะปิดช่องทางของตนเองอย่างสิ้นเชิง พวกเราไม่รู้ว่ามันยังมีทางออกมีทางเลือกที่แสนจะง่าย ทั้งๆ ที่เรามีทางเลือกที่จะยอมรับในผลกรรมด้วยวิธีของตนเองได้ ทั้งๆ ที่เรามีวิธีจะชำระล้างหนี้แค้นกรรมให้แก่เจ้ากรรมนายเวรเขา โดยที่เราก็ไม่ได้เบี้ยวหนี้

 

โดยที่เรายังเคารพในกฎของกรรม โดยที่เราไม่ต้องทุกข์ทรมาน ไม่ต้องกลุ้มไม่ต้องเครียดขณะเดียวกันเจ้ากรรมนายเวรเขาก็พอใจกับประโยชน์สุขนี้อย่างเต็มที่ ความเคียดแค้นพยาบาทอะไรต่างๆ

 

ที่มีต่อเราก็จางมลายหายสิ้นไป เขาก็เป็นสุข เราก็เป็นสุข แต่นี่ เรากลับให้เขาเลือกที่จะเล่นงานเราอยู่ฝ่ายเดียว ต่างฝ่ายต่างก็เป็นทุกข์ด้วยกันทั้งคู่ เขาก็ทุกข์กรุ่นอยู่กับความพยาบาทอาฆาตเราก็ทุกข์ด้วย เวทนาเพราะคอยจ้องงแต่จะมาเล่นงานเราอย่างไม่เลิกรา

 

อย่ากระนั้นเลย เรามายอมรับกฎของกรรมแต่โดยดีในแบบฉบับที่เราเลือกได้ด้วย “บุญ” กันดีกว่า คนเราล้วนเคยสั่งสมบุญให้ทานมาแล้วทั้งนั้น ทั้งในชาติก่อนและในชาตินี้ ถ้าจะนึกถึงบุญ มันก็เยอะจนจำไม่หวาดไม่ไหว

 

แต่ด้วยความไม่รู้จักวิธีชำระหนี้กรรมให้แก่เจ้ากรรมนายเวร เราพากันทำบุญไปก็คิดแต่จะรอให้ตายซะก่อนแล้วจึงค่อยไปรับบุญในสรวงสวรรค์ แล้วพากันเอาแต่บ่นว่า บุญอะไรก็ทำมาหมดแล้ว ชีวิตไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงดีขึ้นมาสักทีก็จะดีได้อย่างไร

 

ก็ในเมื่อสักแต่ว่าทำบุญแต่ทำไม่เป็น ถูกสอนสั่งกันมาอย่างผิดๆ ผิดช่องทาง

 

เราจึงต้องเชื่อมบุญให้ถูกต้อง ถูกช่องทาง ไปขอให้เจ้ากรรมนายเวรเขาอโหสิกรรมให้เรา เพื่อให้กรรมเก่าหรือกรรมใหม่นั้นมันลดลง หรือแทบจะไม่ทำความเดือดร้อนให้กับเราเลย บุญที่เราอุทิศส่งไปให้เขาและการขอโทษอย่างจริงใจด้วยการสื่อทางจิต ที่มาจากฝึกทำสมาธิภาวนา

 

ถ้าเขาพอใจและชอบใจ ก็เป็นเรื่องที่วิเศษที่สุดในชีวิตของเราที่จะได้รับผลบุญที่เราทำอย่างเต็มๆ โดยที่ไม่มีกรรมเก่านั้นมาถ่วงเราเอาไว้อีก

Read Full Post »

ในเรื่องของความรักนั้น เป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาส เป็นเรื่องของคนสองคนที่เคยทำบุญ ทำกรรมมาร่วมกัน แต่กว่าที่จะสมหวังนั้นอาจจะเจอวิบากกรรมขวางเอาไว้จนเกือบจะไม่ได้มาใช้ชีวิตคู่กันอีก

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเป็นเรื่องสำคัญ ใครทำอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น การเชื่อมบุญนั้น เป็นการเชื่อมให้รู้ว่า คนสองคนนั้นเป็นคู่กันจริงหรือไม่ ไม่ใช่เป็นการทำไสยศาสตร์มนต์ดำ และไปทำผิดศีลข้อ ๓ เรื่องแย่งผัวแย่งเมียคนอื่น

 

บอกไว้อีกครั้ง ตรงนี้เลยว่า ถ้ามีเจตนาไปทำเพื่อผิดศีลอย่างที่บอก ไม่มีสำเร็จแน่นอน เสียเวลาเปล่า พรหม เทพ เทวดา ครูบาอาจารย์ ท่านกันและปิดทางไว้หมดแล้ว

 

การเชื่อมบุญในเรื่องความรัก ทำเพื่อให้คนที่เรารักนั้นสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตและวิบากกรรมไปได้ โดยที่เรานั้นมีทั้งความหวังดี ความยินดีในความสำเร็จของเขา ซึ่งถ้าเขามีความสุข บุญเหล่านั้นจะย้อนกลับมาทำให้ตัวเรานั้นมีความสุขไปด้วย

Read Full Post »

ในเรื่องที่ทำงานและเรื่องงานนั้น เป็นเรื่องที่สร้างความปวดหัวให้แก่เรามากที่สุดทุกคน เพราะเราทุกคนนั้นต้องทำงาน เพื่อจะได้เงินมาเลี้ยงดูครอบครัวและตัวเอง แต่ในงานที่เราทำนั้นมันติดขัดกันไปหมด ดูเหมือนมันจะไม่ก้าวหน้าไปเท่าที่ควร บางครั้งดูเหมือนมันจะง่าย ทำแบบสบาย กลับมีปัญหาขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน

 

ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า คนในที่ทำงานนั้นก็คือ เจ้ากรรมนายเวรของเราด้วย ทั้งเจ้านาย ลูกน้อง เพื่อนร่วมงานทุกคน เราก็ควรมีทีท่าที่ดีต่อเขาเหมือนเราต้องมีท่าทีทีดีต้อเจ้าหนี้ของเราด้วย ถ้าเราอยากจะให้ทุกอย่างมันดีขึ้น

 

เมื่อรู้แล้วว่าเขาเป็นเจ้าหนี้ เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราด้วย และเป็นคนที่เราอยากจะเชื่อม อยากจะติดต่อเพื่อความลื่นไหลในการทำงาน เราก็ควรที่จะทำการเชื่อมบุญไปหาเขา ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เขาด้วย

 

เพื่อเขาจะได้มีกำลังมากขึ้น ทำงานให้เรามากขึ้น และขอให้งานที่ต้องทำร่วมกันนั้นประสบความสำเร็จ ขออย่าให้มีกรรมหรืออุปสรรคมาขัดขวาง หรือทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท สร้างเวรสร้างกรรมกันอีก

 

ขอให้ทำตามทุกขั้นตอน ตามใบประกาศสัจจะอธิษฐาน เป็นการเชื่อมบุญ ใช้ได้ผลแน่นอน ทั้งเจ้านายไม่รัก ไม่สนับสนุน ทำอะไรก็ผิดไปหมด ทำดีเท่าไรก็ไม่มีคนเห็น ขอให้เราเชื่อศรัทธาในเรื่องของผลบุญ และใช้บุญนำหน้าชีวิตก็จะมีแต่ความรุ่งเรือง สงบสุข

 

ขอให้อยู่ในศีล ๕ ทำบุญ เชื่อมบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้เขาตลอดเวลา มันไม่ได้เปลืองเงินทอง เปลืองเวลามากมาย คุ้มแสนคุ้ม กับการที่จะมีหน้าที่การงานที่เจริญก้าวหน้า มีแต่คนสรรเสริญการทำชั่วนั้น เราทำได้ง่ายดายมากกว่าการทำดี มันเป็นการดึงเราให้ลงไปในที่ต่ำ มีแต่คนเขารังเกียจและไม่มีทางทำให้เราเจริญไปได้เลยไม่ว่าจะเป็นทางใด

 

เชื่อมบุญกลุ่ม

เคล็ดลับในการทำงานร่วมกันที่สำเร็จและยิ่งใหญ่

เรื่องนี้เป็นการเชื่อมบุญระหว่างเรากับคนเป็นจำนวนมากซึ่งจะเรียกว่า “บุญกลุ่ม” เป็นบุญใหญ่ที่สำคัญ ที่จะช่วยให้คนจำนวนมากสำเร็จในจุดมุ่งหมายที่วางเอาไว้ ได้รับผลอย่างคุ้มค่า

 

เพื่อในการที่จะทำงานร่วมกันให้สำเร็จ ไม่ว่างานนั้นจะใหญ่สักเพียงใด ซึ่งทุกคนในกลุ่มที่ทำงานร่วมกันนั้นสามารถทำได้ทุกคน เป็นวิธีการรวมรวมบุญที่น้อยคนนักจะรู้เรื่องนี้

 

หากเราสังเกตดูว่า ในบริษัทที่ใหญ่โตนั้น ที่เขาเจริญรุดหน้าอย่างต่อเนื่องไม่มีวันจะถอยหลังนั้น นอกจากการทำงานที่มีสติ ปัญญา มีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่และไม่มีผิดศีลธรรมนั้น ทำไมเขาจึงเจริญเป็นปึกแผ่นมาก คนที่ทำงานที่นั่นก็ได้รับความสุข มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี

 

บริษัทเหล่านี้เจ้าของกิจการเขาเป็นผู้มีบุญ บารมี เขาสามารถรู้เรื่องนี้โดยติดตัวมาตั้งแต่เกิดมันเป็นความจำหรือสัญญาในอดีตที่เขาหลงเหลืออยู่ และมารู้เพิ่มเติมจากครูบาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญ เขาจึงรุดหน้าไปไกลกว่าคนปรกติธรรมดา ที่ไม่รู้เรื่องนี้เลย ในบางแห่งนั้นเขามีที่ปรึกษาในด้านการทำบุญที่ถูกวิธีเสียด้วยซ้ำ

 

อย่าลืมว่าเขามีฐานบุญเป็นพ่อค้า เมื่อเขาลงทุนทำอะไรก็ตาม ต้องเกิดผลสูงสุด และเมื่อเขาลงทุนบุญ ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องผิด ที่เขาต้องการให้บุญนั้นส่งผลให้เขาสูงสุดเช่นกัน การที่เขาจะดูหน้าตา ดู วัน เดือน ปีเกิดของคนที่จะมาทำงานในระดับบริหาร

 

ดูโหง้วเฮ้ง คนที่มาร่วมทำงานรับผิดชอบในส่วนต่างๆ เขาดูเพื่อจะเช็คในครั้งแรกว่า มีบุญที่จะทำงานร่วมกันกับเขาหรือไม่ เคยทำบุญร่วมกันมาหรือไม่ เพราะจะทำให้เขารวมบุญกลุ่มได้เร็วและแรง

 

ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขารู้จักเคล็ดลับสำคัญในการทำบุญกลุ่ม ทำบุญร่วมกันเพื่อให้บุญนั้นกองใหญ่ขึ้น เชื่อมบุญกันให้ทำงานแบบไม่มีติดขัด เหมือนแรงของน้ำจากหลายสายที่มารวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถส่งแรงน้ำนั้นไปได้ไกลแสนไกล

 

ถ้าเปรียบท่อน้ำนั้นเป็นช่องทางในการทำงานของเรา ที่มันเต็มไปด้วยขี้สนิมเกรอะกรังมันคือ อุปสรรคอันยิ่งใหญ่ที่ขวางทางของเรา แรงของเราคนเดียวมันน้อยนัก เป็นกระแสน้ำอ่อนๆ มันจะทะลุสนิมหรือบาปกรรมที่ขวางไว้ไปได้อย่างไร

 

มันจึงต้องเอาบุญมาเชื่อมต่อกัน จากกองเล็กๆ คนเดียวเป็นสองสามคน รวมกันให้มากยิ่งมากเท่าไรยิ่งดี มันจะทำให้ทุกสิ่งที่เราทุกคนต้องการนั้นสำเร็จเอาน้ำจากที่ต่างๆ มารวมกันเป็นพลังน้ำที่ยิ่งใหญ่ ถึงจะทำการอะไรก็ตามสำเร็จ

 

เราคงเคยเห็นกองถ่ายละคร ที่เวลาเขาจะเริ่มถ่ายทำ แล้วทำไมเขาต้องทำบุญและมีการบรวงสรวง จะบอกให้ก็ได้ว่า เพราะมันเป็นการทำงานที่ต้องรวมคนจำนวนมาก คนที่มีเวรกรรมผูกพันกัน คนที่มีกรรมในชาติปัจจุบันติดตัวกันมากันมากมาย มองด้วยตาเปล่า อย่างจิตหยาบรับรองว่าไม่มีทางเห็น

 

ดังนั้นเขาจึงต้องมารวมตัวกัน เพื่อทำบุญร่วมกัน ต่างคนต่างให้อโหสิกรรมแก่กันและกัน และมีจิตใจที่เป็นบุญร่วมกัน กองถ่ายละครไหนรู้เคล็ดลับในเรื่องนี้ ละครเรื่องนั้นก็โด่งดัง มีคนรู้จัก มีเงินมีทองมากมาย ดาราก็ดัง คนจัดก็ดัง มีบุญที่รอยู่ข้างหน้าและรอเวลาที่จะมาร่วมงานกันอีกเปิดละครเรื่องใหม่ต่อไปแบบไม่มีหยุด

 

แต่ถ้าในกองละครกองนั้น มีคนที่ร่วมกัน แค่คนที่ให้อโหสิกรรมแต่ปาก แต่ใจนั้นยังมีอาฆาต ทำงานอย่างไรก็วุ่นวายไปตลอดเวลา และไม่มีทางสำเร็จ กองถ่ายล่ม หรือถ้าไม่ล่ม ออกแสดงทางทีวีก็เจ๊งไม่เป็นท่า มีเรื่องอื้อฉาวกันตลอดเวลา เรียกว่ามาสร้างกรรมกันอีกรอบอีกชาติหนึ่ง ต้องมาแก้กันอีกครั้งแน่นอนมันจะสำเร็จได้อย่างไร วิบากกรมมันขวางเอาไว้อยู่

Read Full Post »

เราต้องยอมรับความจริง ว่าในชีวิตของเรานั้นเกิดมาพร้อมหนี้ ถ้าเป็นหนี้สินเรื่องเงินทอง ก็จะมาจากการทำงาน การค้าขาย หรือการยืมมาเพื่อดำรงชีวิต เป็นค่าเช่าบ้าน ค่าเทอมลูก สารพัดที่เรามีความจำเป็นต้องเอาเงินคนอื่นเขามาใช้ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อไปยืมเขาแล้วก็ต้องเอาไปคืนเขา เป็นหนี้ใครเราก็ต้องใช้

 

แต่ถ้าในเวลานั้นมีปัญหาเจ้าหนี้เขาอยากจะได้เงินคืน แต่เรายังไม่มีเงินไปใช้คืนให้เขา เราจะทำอย่างไร ตกลงว่าตอนนี้ เราได้ไปสร้างกรรมเพิ่มขึ้นมาแล้ว เราจะแก้ไขอย่างไร

 

เราควรต้องไปเจรจาขอผ่อนผันชำระหนี้ให้เขา อย่าหลบ อย่าไปสร้างเรื่องให้มันวุ่นวายมากไปกว่านี้ การหลบหนีนั้นมันแค่การแก้ปัญหาชั่วคราวสั้นๆ มันไม่ใช่เป็นการไปแก้ที่เหตุ เข้าไปเลยคุยกับเขา คุยอย่างมีสัจจะ อย่าโกหก บอกเขาไปเลยว่าสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างไร และเราอยากจะขอโอกาสแก้ไขอย่างไร

 

แต่ถ้าเขาไม่รับฟัง ไม่ยอม แสดงว่าบุญของเรานั้นไม่พอขอให้มาทำการเชื่อมบุญไปให้เขาเสียก่อน พยายามทำเชื่อมบุญอย่างสม่ำเสมอ ด้วยความบริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้ง เอาบุญนำไป ถ้ายังมีวิบากกรรมมาก ไม่สำเร็จลงง่ายๆ  ไม่เป็นไร ไม่ต้องตกใจ

 

ยังมีวิธีช่วยได้อีก ทั้งหาคนที่บุญมากกว่าเรา ซึ่งหมายถึงคนที่เขามีบารมี มีบุญ มีศีล เป็นคนที่เจ้าหนี้เขาเกรงใจ (ดูต่อไปในเรื่องพึ่งบุญ) ไปช่วยเจรจาให้

 

ขั้นตอนเหมือนกันทุกอย่าง แต่เราต้องบอกเรื่องที่เราต้องการลงไปด้วย รับปากอะไรใครแล้วต้องทำให้ได้ ในเรื่องการถือสัจจะอธิษฐานนั้น ต้องเป็นไปตามนั้นจริงๆ อย่าทำเล่นๆ หรือทำแบบขอไปที รอดตัวแล้วก็หายไปเลยไม่ทำตามที่สัจจะอธิษฐานไว้ เรื่องมันจะหนักขึ้นเป็นร้อยเท่า

 

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะคืนเงินหรือสิ่งของเขาได้เมื่อไหร่ อย่ารับปากเรื่อยเปื่อย เดี๋ยวศีลข้อ ๔ จะขาด เราจะไม่มีบุญบริสุทธิ์ไปช่วยได้

 

ขอให้ใช้วิธีนี้ บอกเจ้าหนี้เขาไปว่า ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรเปลี่ยนแปลง เราจะคืนให้เขาในวันที่….. อย่างนี้จะเป็นการป้องกันไม่ให้ผิดศีลข้อ ๔ เรื่องมุสาได้

 

เมื่อทำการเชื่อมบุญตามวิธีที่บอกแล้ว เพียรพยายามติดต่อเจ้าหนี้เข้าไปอีก ในระหว่างเจรจากันก็ทำการเชื่อมบุญไปให้เขาทุกๆ วันอย่าหยุด รับรองว่าทั้งเจตนาที่ดี บุญกุศลที่เราเชื่อมเข้าไปหาเจ้าหนี้นั้นจะทำให้เราทำการแก้ไขหนี้สินนี้ได้แน่นอน

 

มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง เรื่องนี้เป็นเรื่องกับตัวผมเองเลย เพราะตั้งอยู่ในความประมาทในการบริหารเงิน เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วนในเรื่องการแก้ไขหนี้สินและต้องการขยายงาน จึงได้ไปทำเรื่องขอกู้เงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งก็ได้รับการรับปากหลายครั้งหลายคราว จากผู้มีอำนาจให้กู้เงินจำนวนนี้ว่าได้แน่ๆ 

 

ทำให้คิดผิด มีปัญญาน้อย และอาจจะเป็นวิบากกรรมที่เจ้ากรรมนายเวรเขาจะสั่งสอน จึงไปขอเครดิตร้านขายวัสดุก่อสร้างใกล้ๆ บ้านเพื่อขอสินค้าพวกวัสดุก่อสร้างทั้งหลาย ทั้งหิน ดิน ปูนทรายต่างๆ นานา มาให้ช่างก่อสร้างสำนักงานที่จะขยายก่อน

 

ซื้อสินค้าแบบเงินติด โดยทางร้านเขายอมปล่อยเครดิตให้ ๓๐ วัน เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา เมื่อก่อสร้างเสร็จ เงินที่ขอกู้ธนาคารมาคงออกก่อนหน้านั้นมีเงินจ่ายได้แน่นอน

 

แต่ในเวลาต่อมา เรื่องที่คิดไว้มันไม่เป็นไปตามที่คิด ธนาคารปฎิเสธสั้นๆ ว่า ขอให้รอไประยะหนึ่งก่อน จึงจะอนุมัติเงินที่กู้ให้ได้ ซึ่งระยะหนึ่งของธนาคารที่บอกไว้มันนานเกินไป และคงทำให้ผมต้องหมดสิ้นเครดิต สิ้นความเชื่อถือทุกอย่างที่สร้างขึ้นมา

 

ทีนี้หนี้สินก็วิ่งเข้ามาหาแบบรายวันทำอะไรไม่ถูก ทั้งเงินที่ต้องให้ร้านขายวัสดุก่อสร้าง เงินที่จะต้องให้ช่างก่อสร้าง ผมจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าของให้เขา หลังจากรู้เรื่องธนาคารแล้วก็นอนไม่หลับเลย เห็นแต่หน้าเจ้าหนี้ลอยไปลอยมาเมื่อหลับตาทุกครั้ง ผมเพิ่มเจ้ากรรมนายเวรขึ้นโดยไม่มีเจตนาจริงๆ ในครั้งนี้

 

แต่เผอิญผมยังโชคดี มีบุญเก่าอยู่บ้าง มีครูบาอาจารย์ท่านแนะนำในเรื่องการเชื่อมบุญและหลักการขออโหสิกรรมให้ ผมจึงรีบทำทันทีตามวิธีการที่ครูบาอาจารย์ของผมท่านเมตตาบอก

 

ในใบสัจจะอธิษฐานนั้น ผมระบุชื่อของเจ้าของร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ชื่อของผู้รับเหมา ช่างก่อสร้าง ขอเชื่อมบุญ เอาบุญใหม่ไปให้และให้อโหสิกรรม และขออโหสิกรรม พร้อมรักษาศีล ๕ อย่างเคร่งครัดเท่าที่จะทำได้ ผมทำการเชื่อมบุญ อุทิศบุญไปให้เจ้าหนี้ เจ้ากรรมนายเวรไปทุกๆ วัน

 

ในขณะเดี๋ยวกันเหตุการณ์ต่างๆ เริ่มพลิกผัน จากความเกรี้ยวกราด ด่าทอ ของเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างที่ในตอนแรกรู้ว่า ผมไม่มีเงินจ่าย ก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อผมทำการเชื่อมบุญไปหาเขา ไปขออโหสิกรรมเขาแบบไม่มีหยุด

 

หลายวันต่อมา เมื่อผมเดินเข้าไปคุยแบบเปิดอก ว่าเหตุการณ์และสถานการณ์ทางการเงินในตอนนี้เป็นอย่างไร และขอแบ่งจ่ายให้เขาอย่างไรในหนี้แสนที่ค้างอยู่เป็นแสนๆ บาท

 

เจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิตอยู่คนนี้ ที่เป็นเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างก็เริ่มรับฟังเป็นอย่างดี และให้โอกาส แต่เราต้องแสดงเจตนาว่าเราจะใช้ให้เขาจริงๆ  ผมรีบกลับมาขาย จำนำทรัพย์สินบางอย่างที่ผมเรียกว่าเป็นบุญเก่า ที่ผมได้เก็บสั่งสมมาเป็นเวลานานทั้งรถยนต์ ทั้งสิ่งของบางอย่าง แลกเปลี่ยนมาเป็นเงิน

 

แล้วเอาไปให้เจ้าหนี้คนนี้ ซึ่งเรื่องหนี้สินนี้ก็ได้รับการแก้ไขอย่างดี ผมมีเจตนาที่ไปขอโทษและพยายามแก้ไขทั้งทางโลกและทางบุญไปพร้อมๆ กันด้วยความสำนึกผิด

 

รวมถึงค่าแรงของผู้รับเหมา ผมก็ใช้วิธีการเดียวกันนี้ ก็สำเร็จไปด้วย ที่สำคัญที่สุดทำให้ผมผ่านเรื่องนี้ไปได้ ก็คือ การรักษาศีล ๕ อย่างเคร่งครัด และทำการสำรวจตรวจตราไม่ให้ศีลข้อใดข้อหนึ่งขาดเป็นอันขาด

 

เป็นการป้องกันบุญที่ทำอยู่นี้ไม่ให้หายไป และทำบุญใหม่เพิ่มและส่งผลบุญนี้ให้ไปทำการเชื่อมบุญกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และได้ผลเต็มร้อย คือ การไปแก้ปัญหาได้ทันกับเวลา และไม่ทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตจนวุ่นวายไปหมด

Read Full Post »

Older Posts »