Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Posts Tagged ‘เจ้ากรรมนายเวร’

การทำสมาธิภาวนา เป็นการฝึกจิตให้สงบและนิ่ง เพื่อรวมจิตให้เป็นหนึ่งเดียว แต่การทำให้ได้ผลดีนั้นต้องมีสติกำกับอยู่ด้วยถึงจะสมบูรณ์ และการทำสมาธิภาวนานี้เป็นหนทางหรือช่องทางหนึ่งที่เราใช้เป็นการต่อรองเจรจา กับเจ้าหนี้ที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นวิญญาณของเรา เพื่อเป็นการขออโหสิกรรม

ขอย้ำอีกทีว่า เป็นเพียงช่องทางหนึ่งที่เราจะเข้าไปเจรจากับเจ้ากรรมนายเวรที่ในขณะนี้ เขามีเพียงจิต การเจรจาที่ดีที่สุดและเป็นผลดีต่อลูกหนี้อย่างเราก็คือ การที่ลูกหนี้เข้าไปหาเจ้าหนี้ถึงที่ ไม่ใช่ให้เจ้าหนี้วิ่งไล่ทวงหนี้

เป็นการเข้าไปเจรจาด้วยความสำนึกผิด และอยากจะไปขอโทษเป็นการไปเจรจากับเจ้าหนี้โดยตรง ที่ไม่ต้องอาศัยบุญผู้อื่นให้ไปช่วยเจรจาให้ และในเรื่องการอาศัยบุญผู้อื่นไปช่วยเจรจาช่วยเหลือนั้น จะอยู่ในตอนท้ายในเล่มในเรื่องพึ่งบุญ โปรดใจเย็นๆ จะบอกให้ละเอียดและนำไปใช้ได้

การทำสมาธิภาวนานี้ เป็นการทำในกรณีที่เจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิต เราไม่สามารถติดต่อกับเขาได้ หรือในกรณีที่เขายังไม่ยอมอโหสิกรรมให้เราต่อหน้าหรือลับหลัง เป็นการส่งกระแสจิตไปพบกับจิตเขาโดยตรง

และเป็นการทำสมาธิภาวนาสำหรับเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นวิญญาณ ซึ่งมีทางเดียว คือ จิตต่อจิตเท่านั้น

สำหรับในตอนนี้ ขอให้เข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า การนั่งสมาธิภาวนานั้นเป็นเรื่องการใช้จิตละเอียดเข้าไปเจรจาแบบ ระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้ในการเจรจาในแต่ละครั้ง อาจจะมีเป็นสิบ เป็นร้อย เป็นล้านเจ้าหนี้ในครั้งเดียวที่นั่งสมาธิภาวนาก็ได้ เพราะถ้าเราได้ฝึกสมาธิภาวนาจนจิตของเรานั้น แกร่งกล้าสามารถไปสื่อสารกับเขาได้แล้ว

การเอาจิตเข้าไปเจรจานั้น ลักษณะมันก็เหมือนกับที่เราไปหาเจ้าหนี้ในโลกปัจจุบัน ที่เราควรไปในลักษณะใด ลูกหนี้ที่ฉลาดนั้น เขาจะเป็นฝ่ายรุก เข้าไปคุยกับเจ้าหนี้ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ทั้งนั้น ไม่ต้องไปห่วงเรื่องศักดิ์ศรีบ้าบอคอแตก สิ่งที่เราเห็นนั้นเป็นเรื่องสมมติทั้งนั้น มันเป็นเพียงเปลือกทั้งนั้นในโลกนี้

ฉะนั้นลูกหนี้ที่ดีอย่างเรา ก็สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะไปหาไปพบเจ้าหนี้เขาเสียก่อน ไปเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนที่เขาจะเริ่มควานหาตัวเราหรือส่งพวกพ้องบริวารมาหาตัวหรือรังควานเราอยู่หรือที่ทำงาน

ข้อเตือนไว้สักนิดว่า ถ้าเราไปหาเจ้าหนี้ในท่าทางที่เย่อหยิ่งยโส ก้าวร้าว อวดเบ่ง ลองคิดดูเอาเองก็ได้ว่า เจ้าหนี้เขาจะชอบใจหรือไม่ จากที่เขาคิดจะยกโทษ หรือให้หนักเป็นเบา ให้ผ่อนได้ คุยกันได้ อาจจะกลับกลายเป็นว่า ท่าทีของเราที่เขาเห็นมันไปยั่วให้เขาโกรธและถ้าเขาแค้นมากๆ ทำให้เขาเกิดผิดศีลขึ้นมาอีก คราวนี้ละยุ่ง

 

ที่นี้เขาจะเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกในครั้งเดียว ไม่ยอมลดผ่อนปรนใดๆ อีกทั้งสิ้น คราวนี้แหละเพราะท่าทีหยิ่งยโสของเราแท้ๆ ตัวเราเองแหละจะยิ่งถูกเจ้าหนี้ยำเละเทะกว่าเก่าแน่นอน

แต่ถ้าเราไปด้วยความสุภาพถ่อมใจลง เข้าไปหาเขาแบบนิ่มๆ พร้อมรับผิด และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เรามาพร้อมกับบุญ เอากุศลที่เราทำการโมทนาอุทิศไปให้เขาแล้ว ต่อให้เจ้าหนี้ที่ใจแข็งปานใด ก็ย่อมใจอ่อนลงบ้าง เป็นเรื่องธรรมชาติของเจ้าหนี้ และไม่ต้องกลัวเขาจนเกินเหตุ ไม่ต้องใจเสีย ถ้าในวันแรกๆ ที่เราเข้าไปหาเขาจะดุด่าบ้าง ทำหน้าไม่พอใจบ้าง

ซึ่งก็คือ เรื่องร้ายๆ ในชีวิตก็ยังไม่หมดจากเราไปอย่างง่ายๆ แต่ถ้าเขาเริ่มพอใจในการกระทำของเราทั้งโมทนาบุญกุศลไปให้ เรารักษาศีล เราทำสมาธิภาวนาไปขออโหสิกรรมต่อเขา ทำทุกวันๆ ไม่เคยหยุดไม่เคยขาด ทั้งวันพระวันโกน

เรื่องร้ายๆ อย่างที่เราเจอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเจ็บป่วยที่มาจากกรรมเก่า เรื่องเงินที่ขาดมือ การค้าไม่เจริญรุดหน้า มีแต่อุปสรรค ลูกเต้าเกเรเกตุง ผัวหรือเมียเป็นนักผลาญ ฯลฯ มันจะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี มันจะคลี่คลายไปทีละน้อยๆ

เพราะเจ้าหนี้หรือเจ้ากรรมนายเวรเขาเริ่มจะพอใจ และเริ่มถอนเรื่องร้ายๆ ออกทีละเรื่อง ทีละคิว จำได้ไหมเรามีเจ้ากรรมนายเวรมากมาย มันต้องตามคิว ตามวาระ

เมื่อคนนี้พอใจ เขาอโหสิกรรมแล้ว เขาก็จากไป เรื่องนั้นก็หายไป พอมาถึงคิวของเจ้ากรรมนายเวรอีกท่าน และท่านคนนี้ก็พอใจในสิ่งที่เราทำ เขาก็จากไป เขาจะถอนไปทีละเรื่องๆ จนเราเริ่มสบาย

ที่มันช้านั้น ทั้งนี้ก็อาจจะเป็นเพราะลูกหนี้อย่างเราหายหน้าไปนาน บางคนอาจจะหลบหายไปหลายสิบชาติร้อยชาติ เจ้าหนี้เยอะแยะเขายังเฝ้ารอเราอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อจะถึงคิวชำระของเขาสักที จนชาตินี้มาถึงคิวเขาเสียทีเจอกัน เขาก็อยากได้หนี้คืน

เราไปขออโหสิกรรม เหมือนกับเราไปกลับไปหาที่สาเหตุ หรือที่ต้นเหตุที่เกิดกรรม เอาหนี้ไปคืน บางคนเป็นหนี้เป็นสินเขามากมาย มาวันแรกเอาเงินมาคืนนิดเดียว เจ้าหนี้หรือเจ้ากรรมนายเวร เขาก็คงยังไม่ยอมยกโทษให้ง่ายๆ เหมือนกัน เขาคงอาจจะคิดว่า

            “จะบ้าหรือ เป็นหนี้ตั้งเยอะแยะ หายหัวไปตั้งนานเจอหน้า เอามาคืนให้นิดเดียว มันจะหมดได้อย่างไร ฉันยังไม่ยอม“

แต่จากที่เขาเคยตั้งใจไว้ว่า ถ้าเขาหาเราเจอเองด้วยตัวเขาเอง เขาตั้งใจไว้ว่าเขาจะลงโทษเราให้สาสมกับความแค้นที่มีอยู่ แต่การณ์กลับตาลปัตร โดยที่เราที่เป็นลูกหนี้ พยายามดั้นด้นไปหาเขาเอง เพื่อจะเอาหนี้ไปคืนให้

ในบางกรรมแทนที่เจ้ากรรมนายเวรเขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่า จะเอาชีวิตเราเลยเมื่อเจอหน้า พอเห็นลูกหนี้ชั้นดีแบบเรา เขาก็เอาแค่สั่งสอนให้เราสำนึก ทำให้เราแขนหัก ขาหัก หรือเกิดเรื่องร้ายๆ ที่เราจะพอหาหนทางหรือมีคนมาช่วยแก้ไขได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เราสำนึกในกรรมที่ก่อไว้ได้มากขึ้น

และลูกหนี้ชั้นดีแบบเรา ก็พยายามเพียรเอาหนี้ไปคืนอยู่เรื่อยๆ แถมเอาบุญเอาดอกเบี้ยไปส่งทุกๆ วัน วันหนึ่งเขาก็คงอโหสิกรรมให้เรา บอกแล้วว่า ถ้าเจ้ากรรมนายเวรเขาอโหสิกรรม เราก็รอด

ดังนั้น ขอบอกไว้ ณ ตรงนี้เลยว่า มันเป็นสิทธิ์ของเราที่เราจะเลือกเป็นลูกหนี้ชั้นดี หรือลูกหนี้ชั้นเลวที่ต้องคอยแอบอยู่ มีชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ ทนทุกข์ทรมานไปวันๆ รอเพียงแต่ว่าเมื่อไหร่ที่เจ้ากรรมนายเวรเขาจะมาเอาตัวเราไป

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า เจ้าหนี้นั้นเขามีสิทธิ์ในหนี้นั้นครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ทั้งในอดีตชาติ ชาติปัจจุบัน

โฆษณา

Read Full Post »

ส่วนในเรื่อง เจ้ากรรมนายเวร ที่เป็นวิญญาณ นั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมันอาจจะยากมากในการที่จะรับรู้จนนำไปถึงความเชื่อของใครหลายคน  เพราะเวลานี้สภาพของเราและเขา ตอนนี้มันเป็นการอยู่กันคนละมิติ คนละภพชั้นกัน เป็นเรื่องของจิตที่ละเอียดและจิตที่หยาบเข้าหาติดต่อกันไม่ได้

เจ้ากรรมนายเวรแบบที่ไม่มีชีวิตเหลือเพียงวิญญาณ ที่เป็นเจ้ากรรมแบบนี้ออกจะดูเป็นแนวเหลือเชื่อ เหนือจริงเพราะเราจับต้องพิสูจน์ไม่ได้ เพราะเจ้ากรรมประเภทนี้เป็นเพียงดวงจิตวิญญาณ ที่ยังทนทุกข์ทรมานอยู่ทั้งที่มาจากการกระทำของเราและมาจากกรรมของตัวเขาเองที่ทำไว้

ที่บอกว่าเหลือเชื่อก็เพราะ เราพิสูจน์แบบตาเห็นไม่ได้ หลายคนเลยพาลคิดว่าไม่มีจริง ก็เหมือนกับกระแสไฟฟ้าที่เรามองไม่เห็น แต่ทำไมมีพลังทำให้ตู้เย็นนั้นเย็นได้ ถ้าไม่มีพลังงานจริงทำไมทำให้กระทะไฟฟ้านั้นร้อนขึ้นมาได้ เหมือนกับคลื่นวิทยุ ที่เรามองไม่เห็นแต่ทำไมเราเปิดวิทยุถึงมีเสียงขึ้นมาได้

เมื่อเราเชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ร้อยปี แต่ทำไมเราไม่เชื่อเรื่องในพุทธศาสนา ที่เหล่าสุดยอดนักวิทยาศาสตร์บอกว่า เหนือกว่าวิทยาศาสตร์หลายเท่าตัว

 

เรื่องบางเรื่องที่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์ไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้มีอยู่จริงในโลก

และบางคนที่ไม่เชื่อในเรื่องของกรรม การทำบุญ ทำทาน ทำกุศลแก่ผู้อื่น ยิ่งไปกันใหญ่เหมือนยังจมอยู่ในน้ำที่ลึก นับวันยิ่งจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ ไม่มีทางที่จะมีแรงพยุงตัวขึ้นมาพบแสงสว่างหรืออากาศที่ลอยอยู่เหนือน้ำได้เลย

อย่างที่เรียนให้ทราบไปแล้วว่า ในโลกนี้นอกจากมนุษย์ สัตว์ต่างๆ ที่มีร่างกาย พืชต่างๆ แล้วยังมีสรรพสัตว์อื่นๆ รวมอยู่ด้วยทั้งที่ไม่มีร่างกายเช่น พรหมเทพเทวดา วิญญาณต่างๆ ซึ่งอยู่ในภพภูมิอื่นรวมกันถึง 31 ภพภูมิ รวมถึงเจ้ากรรมนายเวรประเภทที่มีเพียงวิญญาณด้วย ที่รอการไปเกิดในภพภูมิใหม่ หรือกำลังชดใช้กรรมต่างๆ อยู่ หรือเสวยบุญอยู่ในภพต่างๆ ด้วย

ฉะนั้นครูบาอาจารย์ ท่านจึงเน้นการทำบุญ ทำทาน ต้องถือศีล ปฏิบัติธรรม ด้วยการเจริญสมาธิภาวนา เพื่อให้จิตมีพลังสูงขึ้น สามารถส่งผ่านความรู้สึกที่ดีงามไปถึงอีกฝ่ายหนึ่งได้ถูกต้อง เพราะเมื่อผู้รับเป็นจิตวิญญาณ ที่มีความละเอียดของกายที่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป เราก็มีทางเดียวที่จะสื่อสารกับเขาได้ก็ด้วยจิตเหมือนกันกับเขา

เจ้ากรรมนายเวรที่เป็นวิญญาณนั้น ตอนนี้เขาไม่มีร่างที่จะให้เราจับต้องหรือพูดคุยสื่อสารกันซึ่งๆ หน้าได้ เขาสละร่างทิ้งไปแล้ว เหลือแต่เพียงจิตละเอียดที่ยังล่องลอยอยู่ ไม่ว่าจะอยู่ในชั้นไหนก็ตาม การที่เราจะสื่อกับเขาได้นั้น ตัวเราเองต้องปรับสภาพตัวเราให้เป็นจิตเหมือนเขา จิตต่อจิตที่สื่อสารกันให้เป็นเหมือนเครื่องรับ เครื่องส่งวิทยุที่ต้องมีความถี่ในระนาบเดียวกันถึงจะรับคลื่นเดียวกันได้

การที่เราจะสื่อกับเขาได้ เพื่อจะไปขอโทษ ขออโหสิกรรมเขาได้นั้น เราต้องฝึกจิต ซึงมาจากการทำสมาธิภาวนาให้จิตของเราเป็นอย่างเดียวกับเขาหรือใกล้เคียงกัน เราต้องฝึกการรวบรวมจิตให้แข็งกล้า โดยการทำสมาธิเป็นการรวมจิต ปรับจากจิตที่หยาบให้ละเอียดขึ้น ปรับมาจากความวุ่นวาย ความฟุ้งซ่านที่มีให้เป็นจิตหนึ่งเดียว พุ่งตรงไปหาที่เจ้ากรรมนายเวร ไม่ต้องวอแววอกแวกไปผิดทิศผิดทางได้อีก

ซึ่งมีครูบาอาจารย์หลายท่านที่สั่งสอนไว้ว่า ยิ่งเราทำสมาธิได้นิ่งมากเท่าไหร่จิตเราก็ยิ่งแกร่งกล้ามากใหญ่ขึ้นเท่านั้น จิตก็จะเดินทางไปได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น มีอำนาจมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อเราทำสมาธิได้ สามารถรวมจิตได้แล้ว เราก็จะสื่อถึงเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นวิญญาณได้ดี บางคนที่เริ่มทำสมาธิอาจนิ่งน้อย ก็รวมจิตได้น้อย สื่อไปหาเจ้ากรรมนายเวร เขาก็รับรู้แต่เราสัมผัสไม่ได้ ทั้งที่อยู่สภาพเดียวกัน คือ จิตเหมือนกัน แต่ที่ยังสัมผัสไม่ได้ก็เพราะจิตยังมีขนาดที่ไม่เท่ากัน

ขอให้รู้เถอะว่า ครูบาอาจารย์ที่เราเคยได้อ่านไม่ว่าจะเป็นพระ เป็นฆราวาส ที่ฝึกจิตจนสามารถติดต่อกับวิญญาณได้นั้น เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น บางท่านก็ไม่พูดเพราะไม่ใช่กิจธุระอะไรของท่านที่ต้องมานั่งโอ้อวด

ถ้าหากเราได้ฝึกสมาธิมานานแล้ว รวมจิตได้มากสัมผัสได้ บางครั้งเจ้ากรรมนายเวรอาจจะมาแสดงให้เราเห็นก็มี ซึ่งเมื่อเราสัมผัสได้เมื่อพยายามสื่อถึงเขา บางคนอาจจะขนลุก หรือเห็นภาพต่างๆ เป็นเพราะเขาอยากจะให้เรารู้ว่า เราเคยกระทำอะไรมาบ้าง การฝึกจิตที่ดีได้นั้น ต้องเริ่มมาจากบุญที่มาจาก ทาน ศีล ภาวนา

ผลของทานเป็นปัจจัยให้ได้ลาภสักการะ

ผลของการรักษาศีลให้เกิดความสุขหลายๆ ประการ

ผลของการเจริญภาวนาและศึกษาธรรม เป็นเหตุให้เกิดปัญญามีความฉลาด

ขอให้เรามีศรัทธา ทำทานไปเรื่อยๆ ทั้งทานภายนอก ทานภายใน รักษาศีลทั้งศีลภายนอกและภายในให้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิต คือรักษากาย วาจา และใจ ให้มันเป็นปกติ หรือรักษาจิตนั่นเอง คอยมีสติปกครองจิตใจ สิ่งใดไม่ควรคิดก็ไม่คิด สิ่งใดไม่ควรพูดก็ไม่พูด สิ่งใดไม่ควรทำก็ไม่ทำ เพราะเรามีสติรู้อยู่ว่าเราเป็นผู้มีศีล

บุญและการขออโหสิกรรมที่จะรับส่งได้ ก็ต้องอาศัยผู้ที่มีจิตละเอียดเป็นสื่อด้วยเช่นกัน เหมือนคลื่นความถี่ทางวิทยุหรือโทรทัศน์ หากไม่ปรับจูนให้ถูกต้องก็ไม่สามารถรับได้เลย หรือรับได้ก็ไม่ชัดเจน

การที่เรารู้จักวิธีช่องทางเหล่านี้ ทั้งการส่งแรงบุญ หลักธรรมการแก้ไขวิบากกรรมหรือขออโหสิกรรมเหล่านี้ ด้วยหลักของเมตตาธรรม การทำสมาธิและการแผ่เมตตาให้ถูกต้องถูก เหมือนการส่งของทางไปรษณีย์หรือทางอีเมล์ ที่เราต้องรู้ชื่อ รู้ที่อยู่ของคนรับอย่างชัดเจน เขาจะได้รับแบบเต็มๆ

เพราะบางครั้ง เราอาจจะพยามยามส่งแรงบุญ แรงจิตแห่งการอโหสิกรรมไปถึงเขาแต่เขาไม่ได้รับเลย ไม่รู้เรื่อง หรือรับได้แต่น้อยมาก เป็นแค่ปลายๆ อย่างนี้เราทำแทบตาย เขาก็ยังโกรธแค้นเหมือนเดิม และรอเวลาที่จะมาทวงเอาคืน

ระหว่างคนที่คอยระวังตัวมั่งไม่ระวังตัวมั่ง หรือไม่รู้ตัวกับคนที่คอยที่จ้องรอทำร้ายอยู่ ใครจะสำเร็จในจุดมุ่งหมายก่อนกัน มันก็ต้องเป็นคนที่จ้องสิ เพราะคนที่ระวังมันย่อมพลาดกันได้ มันจะต้องสร้างบุญเป็นเกราะบังตัวเราไว้บ้าง

    

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากๆ เราต้องเข้าใจและปฏิบัติให้ถูกต้อง ถ้าอยากให้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้มีความสุข

เป็นการดีมากที่เราจะบอกเขาว่า เรารับรู้และเราได้รับผลกรรมที่เคยกระทำต่อเขาแล้ว ทั้งเรื่องต้องเจ็บป่วย เรื่องที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน การเงิน ครอบครัวแตกแยก ผัวไปทางลูกไปทาง ทุกข์ใจแสนสาหัส และเราพยายามทำเช่นนี้ก็เพื่อขอให้เจ้ากรรมนายเวร เขามาอโหสิกรรมให้แก่เรานั่นเอง

      

หลายคนถามผมว่า ทำไมเราต้องโมทนาอุทิศบุญให้กับเจ้ากรรมนายเวร

อย่างที่อธิบายไปแล้วถึงเรื่องของเจ้ากรรมนายที่มีเพียงจิตวิญญาณเราต้องติดต่อกันที่จิตเท่านั้น และสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือ บุญกุศลเพื่อทำให้เขาพ้นทุกข์ คนที่กำลังเดือดร้อนไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามขอบอกให้ทราบว่า ตอนนี้เจ้ากรรมนายเวรได้มาถึงตัวแล้วและยังมีอีกมากมายที่ยังมาไม่ถึงตัว เราคงต้องเตรียมเสบียงบุญกันไว้ให้เยอะเพื่อที่จะทันการ

แต่อย่างไรก็ตามเราอย่าไปโทษเจ้ากรรมนายเวรเขาเสียทุกเรื่อง เพราะบางครั้งการที่เราเจ็บป่วยตามธรรมชาติของร่างกาย เรื่องส่วนนี้เป็นเรื่องของความเสื่อม เป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่ต้องเสื่อมไปตามกาลเวลา ตามหลักไตรลักษณ์ ที่เกิด ตั้งอยู่และดับไป

 

ไม่ใช่เจ้ากรรมนายเวรเป็นคนทำ อย่าไปโยนความผิดให้เขาอีก จะทำให้เรายิ่งลำบากเข้าไปอีก

เจ้ากรรมนายเวรนั้นเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่กำลังทำให้เรามีปัญหาชีวิตสารพัด ซึ่งในแต่ละคน แต่ละท่านนั้น ขอให้รู้ไว้เลยว่า เราทุกคนนั้นมีเจ้ากรรมนายเวรกันคนละหลายๆ ชุด ไม่ใช่ชุดเดียว เพราะกรรมที่เราทำมานั้น มันหลายภพหลายชาติเหลือเกิน

เป็นเพราะว่าในอดีตนั้นเราเคยทำกรรมไม่ดีนั้น มันต่างวาระ ต่างเรื่องราวกัน เมื่อเราพ้นจากเจ้ากรรมนายเวรชุดนี้แล้ว เขาพอใจที่เราได้ชดใช้ หรือเขายอมให้อโหสิกรรมแล้ว เขาก็จะจากไป เลิกราไปเอง

แต่หลังจากนั้นเจ้ากรรมนายเวรชุดใหม่ก็จะมาทวงต่อ เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เป็นไปตามคิว ตามวาระ จนกว่ากรรมที่เราทำมานั้นเราจะชดใช้ให้หมดสิ้นไปหรือทำให้เขาพอใจ ซึ่งบอกได้เลยว่า เป็นไปได้ยากมาก ทำไมรู้ไหม?

ก็เพราะว่ากว่าที่เราจะเกิดมาเป็นคนในชาตินี้ ตัวเราเองต้องเคยเกิดมานับแสนๆ ล้านๆ ชาติ เป็นไปหมดแล้วทุกอย่างทั้งสัตว์มีกระดูก สัตว์ไม่มีกระดูก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เดรัจฉาน เทวดา พระมหากษัตริย์ ทาส ฯลฯ

ในหลายชีวิตของเราที่ผ่านมา เราทุกคนสะสมกักขังเจ้ากรรมนายเวรไว้มากมาย เรียกว่า ทั้งกรรมดี กรรมชั่วเราทำมาหมดแล้วทั้งนั้น มันมีมากมายเหลือจะคณานับ

แล้วการที่เราไม่มีการฝึกสมาธิ การมีจิตที่ละเอียด ไม่มีบุญบารมีที่สะสมมาเป็นเสบียงบุญพอ รับรองว่าเราไม่มีทางที่จะล่วงรู้เลยว่า เราไปทำอะไรมาบ้างในชาติก่อน

เหมือนกับเราเอากระดาษสีขาวมาแผ่นหนึ่ง วางบนโต๊ะแล้วเอาดินสอดำมาหนึ่งแท่ง แล้วเริ่มนั่งเขียนตัวอักษรอะไรก็ได้ลงไปในกระดาษแผ่นนั้น เขียนทับไปทับมาให้เต็มกระดาษหลายๆ ครั้งๆ หน แล้วเราทิ้งไว้สักครู่ ลองกลับอ่านดู

รับรองได้ว่า เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าในชั้นแรกๆ ชั้นหลังๆ นั้น เราได้เขียนตัวอักษรอะไรลงไป มันทับ มันซ้อนกันจนมันยุ่งวุ่นวาย มันอีรุงตุงนังไปหมด มันอ่านไม่ออกเลย พยายามเท่าใดก็อ่านไม่ได้

ก็เหมือนกับตัวเราในชาตินี้แหละ ที่ไม่รู้เรื่องจำอะไรไม่ได้อีกแล้วในชาติก่อน และไม่ต้องถึงชาติก่อนชาติเก่า เอาชาตินี้ก็ได้ เคยจำอะไรได้หมดทุกเรื่องหรือเปล่า

เมื่อวันนี้ของปีที่แล้วเราทำอะไรลงไป เราจำได้หมดหรือไม่ หรือเมื่อสัปดาห์ที่แล้วตอนเช้าวันนั้นเราทำอะไรบ้าง กินข้าวกับอะไร พูดอะไรไว้บ้าง หรือทำกิจกรรมอะไร มันจบสิ้นกันไปแล้ว คนละเรื่อง คนละเวลา คนละเหตุการณ์กัน

การที่เราเพียรพยายามจะกลับไปรู้ ก็เหมือนเราพยายามจะกลับแก้ไข ไปเจรจาต่อรองขอโทษ เราเอาบุญกุศลที่ดีและมีอานิสงส์ไปให้เจ้ากรรมนายเวรนั้น เปรียบเหมือนเรามียางลบคุณภาพดีเยี่ยม ที่เราต้องค่อยๆ ลบ ค่อยๆ ขอโทษ พร้อมกับขออโหสิกรรมไป เพื่อให้กระดาษหรือชีวิตของเรา ในปัจจุบันนี้ มันสะอาดและสว่างขึ้นมา หลังจากมันดำมืดไปหมดนานแสนนานแล้ว

ดังนั้นการที่เรามีสติ เตรียมตัว เตรียมพร้อมที่จะชดใช้เจ้ากรรมนายเวรนั้นเป็นส่วนที่ถูกต้องที่สุด คนเรานั้นมีหนี้เราก็ต้องชดใช้ และพร้อมๆ กับทำบุญอุทิศไปให้กับเทพ เทวดาที่คุ้มครองและช่วยเหลือเราอยู่ ท่านอาจจะเป็นกำลังสำคัญของเรา ที่จะช่วยเจรจาต่อรองกับเจ้ากรรมนายเวรให้ผ่อนจากกรรมที่หนักให้เป็นเบาได้

ทำไมถึงต้องใช้คำว่าอาจจะก็เพราะว่า เราเองนั้นมีสิทธิ์และอำนาจอะไรไปบังคับท่านได้ เราทำดี มีศีลธรรมหรือเปล่า เรามีสัจจะ มีจิตที่บริสุทธิ์ มีบุญที่ท่านควรจะช่วยได้ไหม ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งท่านกล่าวไว้ว่า

ผู้สั่งสมบุญกุศล ผู้มีศีลธรรมอันดีงาม แม้ว่าไปเกิดอุปสรรค ความขัดข้องอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมา แล้วผู้นั้นตั้งจิตอธิษฐาน ถึงบุญถึงคุณที่ตนบำเพ็ญมา

 

หากบุญคุณของตนที่บำเพ็ญมานั้นมากพอ มันก็จะไปดลจิต ดลใจของเทวดา อินทร์พรหมให้ล่วงรู้ว่า โอ้ คนมีบุญ ผู้นี้กำลังประสบอุปสรรคขัดข้อง อย่างใดอย่างหนึ่ง เราจำเป็นต้องลงไปช่วย

อยากจะเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเจ้าสัวใหญ่คนหนึ่งในเมืองไทย ที่มีกิจการการค้าเป็นแสนๆ ล้านต่อปี เป็นเจ้าสัวที่คนไทยทั้งประเทศและต่างประเทศรู้จักกันดี ซึ่งขออนุญาตไม่เปิดเผยนามของท่าน

ภรรยาของท่านนั้นป่วยเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งหมอได้วินิจฉัยแล้วว่าต้องทำเคมีบำบัดซึ่งสร้างความกลัดกลุ้มใจให้กับผู้ป่วยและท่านเจ้าสัวมาก ความทุกข์ใจของท่านทำให้คนในครอบครัว บริวารคนใกล้ชิด ทุกคนต่างพยายามทำทุกวิธีทางที่จะให้ท่านสบายใจขึ้น

และภรรยาของท่านเจ้าสัวนั้น ได้พยายามหาหมอมือดีรักษามามากมาย จนในที่สุดต้องเดินทางไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการแพทย์สมัยใหม่ เครื่องมือที่ทันสมัย และสรุปว่าต้องทำเคมีบำบัดช่วยรักษาโรคร้ายนี้

ต่อมาก็ได้มีการเตรียมการณ์รักษา กำหนดวันทำเคมีบำบัดไว้หมดทั้งสิ้นแล้ว แต่เมื่อกลุ่มญาติของท่านเจ้าสัวได้รู้จักครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง ก็จึงลองเข้ามาขอความช่วยเหลือเพื่อที่อยากจะทราบว่าพอจะมีทางใดที่จะช่วยภรรยาของท่านเจ้าสัวได้บ้าง เพราะทางวิทยาศาสตร์นั้นหมดปัญญาแล้ว

ครูบาอาจารย์ท่านนี้ก็ได้ใช้สมาธิฌานที่แกร่งกล้า ท่านเป็นเหมือนคนกลางที่ย้อนกลับไปดูเรื่องราวในอดีตของภรรยาท่านเจ้าสัว จึงได้รู้ความเป็นมาของภรรยาท่านเจ้าสัวในอดีตชาติว่า เป็นผู้หนึ่งที่เคยร่วมบารมีสร้างพระพุทธรูปทองคำ ที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

บุญกุศลของท่านในครั้งนั้นจึงส่งผลให้ท่านในชาตินี้นั้นอุดมไปด้วยทรัพย์มากมาย มีคนเคารพยกย่อง อยู่ในชาติตระกูลที่ดีมีชื่อเสียง แต่เพราะกรรมเก่าบางตัวที่ติดค้างกับเจ้ากรรมนายเวรนั้นทำให้ท่านต้องเป็นโรคร้ายนี้

ครูบาอาจารย์จึงได้แนะนำบอกกับญาติของภรรยาท่านเจ้าสัวให้ไปดำเนินการทำบางอย่างซึ่งเป็นการทำบุญใหญ่และทำการอุทิศบุญต่อเจ้ากรรมนายเวร ที่ส่งผลต่อการเจ็บป่วยในครั้งนี้ และก็ได้มีการทำตามทุกอย่างที่ครูบาอาจารย์แนะนำทุกประการ

จนเมื่อถึงวันที่ภรรยาท่านเจ้าสัวไปทำเคมีบำบัดที่เมืองนอก แพทย์ที่โรงพยาบาลนั้นก็ต้องตกใจ เพราะเมื่อทำการเอ็กซเรย์อีกครั้ง เพื่อจะทำเคมีบำบัด ก็พบว่าก้อนเนื้อร้ายที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับภรรยาท่านเจ้าสัวนั้น หายไป

และภรรยาของท่านเจ้าสัวไม่ต้องเข้าทำเคมีบำบัดแต่อย่างใด! ปัจจุบันท่านได้หายจากโรคร้ายแล้ว ที่อยากจะสรุปว่า ภรรยาท่านเจ้าสัวนั้นรู้ช่องทางในการไปเชื่อมบุญเก่าและใหม่ทันรวมถึงการไปขออโหสิกรรมที่ตรงช่องทางที่สุด จึงหายได้

เรื่องต่อมาอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของท่านนายพลเอกแห่งกองทัพอากาศ ที่มีชื่อเสียงอีกท่านหนึ่ง เคยมีตำแหน่งทางการเมืองใหญ่โต ต่อมาท่านป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งต้องทนทุกข์ทรมานมาก ไปไหนมาไหนไม่ได้ไกล เพราะจะเหนื่อยมาก และท่านก็ดั้นด้นไปหาครูบาอาจารย์ให้ช่วยเหลือ

ครูบาอาจารย์จึงได้ย้อนกลับไปดูกรรมเก่าในอดีต และพบว่าในชาติที่แล้วท่านเป็นแม่ทัพนายกองใหญ่คนหนึ่งในอดีต เป็นคนสำคัญของบ้านเมือง เป็นคู่บุญของผู้มีบุญบารมีมากคนหนึ่งในแผ่นดิน

เพราะหน้าที่และความจำเป็นในการต้องหาเงินมาช่วยบำรุงบ้านเมืองที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งใหม่ หลังจากถูกชาติเพื่อนบ้านเข้ามาทำลายพังพินาศ และต้องมีการย้ายเมืองหลวงซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมากในการสร้างเมืองเพื่อความผาสุกของราษฎร

จึงต้องขายฝิ่นซึ่งในตอนนั้นยังเป็นของถูกกฎหมาย ถึงแม้จะเป็นของถูกกฎหมาย แต่ก็ไม่ถูกต้องในเรื่องของศีลธรรม มีคนจำนวนมากที่ต้องติดฝิ่น ร่างกายสูบผอม ประกอบอาชีพที่สุจริตไม่ได้ ครอบครัวต้องเดือดร้อน เป็นห่วงลูกโซ่แห่งกรรม ที่ร้อยต่อกันเชื่อมไปอีกหลายคน

ผลบุญที่ท่านทำเพื่อบ้านเมืองทำให้ท่านนายพลคนนี้มีบุญวาสนาที่สูงส่งเป็นที่นับหน้าถือตาในบ้านเมืองในชาติต่อมา และเช่นกันในผลแห่งการทำบาปต่อผู้อื่น

ทำให้ท่านต้องมาทนทุกข์ทรมานแก่โรคร้ายเป็นโรคถุงลมโป่งพอง เหมือนกับในอดีตที่คนสูบฝิ่นต้องเป็นเพราะฤทธิ์ของยาเสพติด ครูบาอาจารย์ท่านเห็นเจ้ากรรมนายเวรในชาติก่อนที่มาเกิดในชาตินี้เหมือนกัน ซึ่งยังมีแรงอาฆาตฝังอยู่และรู้ว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน

ก็บอกให้ท่านนายพลไปทำการขออโหสิกรรมกับเขาเสีย จะได้พ้นวิบากกรรมนี้ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๒ คน คนแรกเป็นคนที่ท่านคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว จึงง่ายในการที่จะทำการขออโหสิกรรม

แต่แล้วท่านก็สามารถทำตามที่ครูบาอาจารย์บอกได้เพียงแค่ครึ่งเดียว เพราะอีกคนหนึ่งนั้นในชาตินี้นั้นเป็นคนที่ท่านไม่สามารถจะทำใจไปขออโหสิกรรมได้ด้วยเหตุผลส่วนตัว การไปขออโหสิกรรมนั้นสำเร็จเพียงครึ่งก็ส่งผลทำให้ท่านมีอาการดีขึ้นจากโรคร้าย

แต่เป็นแค่ครึ่งเดียว ไม่มีทางหายขาดได้เพราะอีกคนท่านไม่ได้ไปขออโหสิกรรมเขา จึง ต้องยอมรับวิบากกรรมที่ทำไว้ต่อไป

ที่เอาเรื่องนี้มาเล่าทั้งสองเรื่องเพื่อจะยืนยันและบอกว่า ในเรื่องของกรรมนั้น มีเพียงเจ้ากรรมนายเวรเท่านั้นที่จะทำให้เราหลุดพ้นได้ ซึ่งมาจากการให้อโหสิกรรมและการขออโหสิกรรมของเราที่จริงใจ สำนึกผิดเท่านั้น

แต่อย่าลืมว่า เขาจะยกโทษหรืออโหสิกรรมให้นั้น อยู่ที่เขาทั้งสิ้นเราไม่สามารถไปบังคับเขาได้เลยแม่แต่นิด แต่ที่จะทำให้เขาใจอ่อนมีอยู่วิธีเดียวคือการสำนึกผิดอย่างจริงใจและด้วยพลังบุญที่เราส่งไปให้

พลังบุญเป็นอย่างไร คงต้องอ่านกันอย่างละเอียดในบทต่อไปที่อธิบายอย่างชัดเจนง่ายๆ สบายๆ เอาไว้แล้ว

Read Full Post »

ในเรื่องของเจ้ากรรมนายเวรนั้น อยากจะบอกว่า คนทุกคนที่เกิดมานั้น เรามีเจ้ากรรมนายเวรของเราติดตัวมากันทุกคน และจะมีเจ้ากรรมนายเวรอยู่ ๒ แบบ จะอธิบายให้เข้าใจอย่างละเอียดก็คือ

๑. เจ้ากรรมนายเวรแบบที่มีชีวิต

๒. เจ้ากรรมนายเวรที่เป็นจิตวิญญาณอยู่

ขอเริ่มจากเรื่องของ เจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิต เป็นเรื่องแรกเพราะเราได้พบได้เจอและสัมผัสกันอยู่ทุกวัน และเป็นวิบากกรรมที่ส่งผลกับเราได้เร็วแบบวันต่อวันเลย ทันตาเห็นเลย

เจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิต ก็คือ เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกันกับเราที่ยังมีลมหายใจอยู่ ในชาตินี้เขาอาจจะเป็นคนใกล้ตัว อาจจะเป็นพ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อน คนในที่ทำงาน เจ้านาย ลูกน้อง คนข้างบ้านหรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงที่เราเลี้ยงไว้

หรืออาจจะเป็นคนที่ไกลตัว อยู่ห่างกันก็ได้แต่ยังเฝ้ารอที่จะมาเจอเรา มาสร้างเรื่องราวให้เราต้องสูญเสีย ต้องปวดหัว หรือต้องการให้เราเจ็บช้ำน้ำใจ หรือพบอะไรที่ไม่ดีบางอย่างในชีวิต

วิธีง่ายๆ ที่เราจะรู้ได้และสังเกตด้วยตัวเองว่า เป็นเจ้ากรรมนายเวรในแบบนี้หรือไม่ ก็คือ ต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่จะเป็นคนหรือสัตว์ต่างๆ ที่นำความเดือดร้อนมาให้เรา มาสร้างความกังวลใจ ตอแยเรา นำความไม่สบายใจมาให้เราอยู่ตลอดเวลา

เป็นคนที่เราเห็นหน้าก็อยากจะหนีไปให้พ้น ไม่อยากพบไม่อยากเจอ แม้แต่จะทำอย่างไรหนีไปไหนก็ยังหนีไม่พ้น ประเภทนี่แหละคือ เจ้ากรรมนายเวรแบบที่มีชีวิต ที่ตอนนี้มาถึงตัวเราแล้ว

แต่เมื่อเรารู้ตัวดีแล้ว รู้จักเขาว่าเป็นใครแล้ว พยายามทำดีกับเขา เข้าใจเขา ยอมเสียสละ ยอมทำตามที่เขาขอร้อง เลี้ยงดูเขาหรือแม้กระทั่งมีเหตุการณ์บางอย่าง ที่เรามีส่วนเกี่ยวข้องมาทำให้เขาพอใจ ซึ่งก็คือ การชดใช้ที่เราอาจจะไม่รู้ตัวเลย สังเกตดูง่ายๆ ก็ได้ว่า เจ้ากรรมนายเวรพวกนี้ก็จะเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางดี พูดและทำกับเรา คิดกับเราดีขึ้น

 

ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเขาพอใจและได้รับการชดใช้กรรม ที่เราได้เคยก่อไว้กับเขาแล้วทั้งในอดีตชาติและในปัจจุบันกรรม

 

หลายคนคงเคยได้ยินคำๆ นี้ ที่ชอบพูดกันนักว่าเป็น คู่บุญคู่กรรม หรือคู่เวรคู่กรรมอันนี้แหละชัดและถูกต้องที่สุด หรือจะเรียกว่า คู่กัด ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด

 

เพราะทุกครอบครัวนั้น สามีภรรยาและลูกๆ หรือญาติและคนใกล้ชิดติดตัวนั้น ต่างก็เป็นทั้งคู่บุญและคู่กรรมของกันและกัน ถ้าทำบุญร่วมกันมามากหน่อย บุญกุศลที่เคยทำก็จะทำให้ครอบครัวนั้นร่มเย็นเป็นสุข ความสัมพันธ์นั้นราบรื่น ไปในทิศทางบุญที่มันควรจะเป็น

 

แต่ถ้าเป็นหนี้กรรมมากกว่าบุญ คู่นี้ชาตินี้คงอยู่กันแบบรักทรหด ต้องทะเลาะตบตีกันอุตลุตวุ่นวาย ลูกเต้ามีปัญหามาให้แก้กันตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนโต ญาติพี่น้องก่อเรื่องกันไม่หยุดหย่อนบางครอบครัวก็หนักหน่อย เลี้ยงลูกมาจนโตแต่ก็โตแต่ตัว แม้พ่อแม่จะแก่เฒ่าขนาดไหน ก็ยังตามมารังควาน ราวีล้างผลาญสมบัติให้มันหมดมันสิ้นไป

 

ในบางรายซึ่งไม่อยากจะได้ยินเลยก็คือ นอกจากจะไม่เลี้ยงดูพ่อแม่แล้ว ยังผลาญทรัพย์สมบัติสิ่งที่ท่านสร้างมาจนหมด สุดท้ายก่อกรรมหนักขึ้นไปอีก เอาพ่อแม่ของตัวไปปล่อยทิ้งไว้ตามยถากรรม

 

คนพวกนี้ นอกจากจะไม่รู้จักกรรมเก่าแล้วบังอาจสร้างกรรมใหม่ที่ชั่วช้ารุนแรง ถึงขั้นต้องตกลงนรกหลายขุมเสียก่อน นรกจึงส่งมาเกิดชดใช้กันอีกรอบ ซึ่งไม่รู้ว่าบุญจะพอได้เกิดมาเป็นคนอีกหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่กรรมใครกรรมมัน

 

และสำหรับคู่ผัวตัวเมียที่มีวิบากกรรมหนัก เมื่อมันถึงกาล ถึงวาระกรรมของมัน มันทำให้เกิดปัจจัยหรือเกิดแรงส่งขึ้นมา ซึ่งร้อยทั้งร้อยมันมากจากสาเหตุสำคัญก็คือ การฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ศีลนั้นขาด หรือศีล ๕ รั่วไม่ว่าจะข้อไหนก็ตาม ทั้งคดโกง ลักทรัพย์ เบียดบังทรัพย์ แอบเม้มแอบขโมย หรือมุสาหรือโกหก หรือข้อหาเรื่องสุราซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และเป็นศีลข้อสำคัญที่จะนำให้คนที่ไม่มีสติไปผิดศีลข้ออื่นอีกมากมาย

 

ทั้งทำให้มีการล่วงประเวณี ทำร้ายกัน เมื่อศีลขาด มันไม่มีสติและปัญญาจะให้แก้ไขอยู่แล้ว มันก็ยิ่งเป็นแรงส่งให้ก่อกรรม ก่อเวรกันขึ้นมาอีกในชาติปัจจุบัน เบาะๆ ก็ตบตีทำร้ายร่างกาย แจ้งให้อีกฝ่ายถูกตำรวจจับไปขังให้สิ้นอิสรภาพ หรือแม้กระทั่งต้องถึงกับฆ่ากันตายไปข้างหนึ่ง ฝ่ายหนึ่งไปอยู่ที่วัดรอเผาเหลือแต่ฝุ่นผง อีกฝ่ายหนึ่งไปอยู่คุกแยกจากกันชั่วคราว รอละครรอบใหม่ลงโรงอีกครั้ง

 

เรื่องแบบนี้มันเป็นปัจจุบันกรรมนำไปส่งผล ให้เห็นผลแบบทันตาเห็นทั้งปัจจุบันและไปรอส่งผลให้มีการชดใช้กันในรอบใหม่ ชาติใหม่ไม่มีสิ้นสุด หลายครอบครัวยังทนอยู่กันได้ เพราะต่างคนต่างยังชดใช้ให้แก่กันและกันไม่เสร็จสิ้น

 

บางคนก็ทนอยู่จนถึงที่สุดแห่งกรรมในชาตินี้ มาให้อโหสิกรรมกันไปเมื่อต้องตายจากกันไป ชาติหน้าชาติไหนอาจจะไม่ได้พบเจอะเจอกันอีกแล้ว ต่างคนต่างไปผุดไปเกิดตามแรงเหวี่ยงของกรรมดีและกรรมชั่วที่สะสม

 

แต่บางคนเมื่อตอนยังรักกันอยู่ กรรมมันยังมาไม่ถึง ก็รักกันปานดวงใจ เคยไปร่วมตั้งสัจจะอธิษฐานขอเกิดมาอยู่ร่วมกันในชาติหน้าอีก คราวนี้แหละสนุกแน่ อย่างลืมว่าต่างคนต่างก็มีเวรมีกรรม ที่เจ้ากรรมนายเวรที่รอคิวกันอยู่อีกหลายชุดทั้งนั้น รวมถึงกรรมปัจจุบันที่แอบไปทำกันไว้ โดยที่ทั้งรู้และไม่รู้ในขณะที่มีชีวิตอยู่

 

พอชาติหน้าเกิดมา หลายคนจึงต้องชดใช้กรรมกันก่อนที่เสวยบุญ อย่างอาทิเช่น ผัวได้เกิดมาเป็นคน แต่เมียได้เกิดมาเป็นสัตว์ หรือจะสลับกลับกันก็ไม่แปลก เกิดมาเป็นสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็น หมา แมว วัว ควาย อะไรก็ตาม

 

ด้วยเหตุนี้คนกับสัตว์ก็ต้องอยู่ด้วยกัน ผูกพันกันไปตามแรงสัจจะอธิษฐาน เลี้ยงดูกันทั้งเป็นแรงงาน เป็นเพื่อนกันไปจนตายจากไปข้างหนึ่ง หรือแล้วแต่ที่ใครจะไปหมดเวรหมดกรรมกันก่อน

 

และถ้าต่างฝ่ายต่างเกิดมาเป็นคนเหมือนกัน แต่เป็นเพศเดียวกัน คือเป็นผู้ชายกับผู้ชาย ผู้หญิงกับผู้หญิง ก็ต้องมาเจอะเจอกันอีก กลายเป็นคู่กระเทย คู่เกย์ คู่ทอมกับดี้ สร้างความชุลมุนวุ่นวายกันไปหมดในสังคม ใครจะพยายามกีดกันสักเท่าไรก็ไม่มีทางบอกได้เลย เราจึงเห็นรักวิปริตนี้มากมาย เขาทั้งคู่เกิดมาตามแรงสัจจะอธิษฐานและเพื่อชดใช้กรรมของตน

 

เพราะถ้าทั้งคู่มีกรรมร่วมกันมา อย่างไรก็ต้องเจอกัน มาชดใช้ซึ่งกันและกันให้จบสิ้นเสียก่อน เมื่อรู้กันแล้วอย่างนี้ก็อย่าพยายามสร้างกรรมใหม่ขึ้นมาอีก มันจะไม่จบไม่สิ้นทันที

 

แรงสัจจะอธิษฐาน นั้นแรงมากๆ ถ้าไม่แน่ใจอะไรแล้ว อย่าไปทำสุ่มสี่สุมห้า จะซวยแบบที่ไม่มีใครจะช่วยได้เลย แรงแห่งสัจจะอธิษฐานนั้นสำคัญในทุกเรื่อง ในพระคาถาต่างๆ ที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นเพราะมาจากสัจจะที่เป็นจริงทั้งสิ้น

 

กรณีที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรในที่ทำงาน ในสถานทำงานแบบนี้ก็ต้องมีคนทำงานมากมายเปรียบเสมือนคนที่เคยทำบุญกุศลหรือกรรมกันมาก่อนแล้วในอดีตชาติ มาพบมาเจอมาร่วมทำกิจกรรมกันอีก มีทั้งบุญและบาปประกอบกันไป

 

คิดดูเอาก็แล้วกัน มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ที่คนที่ต่างครอบครัว ต่างพ่อต่างแม่ ต่างภูมิลำเนา ต่างเชื้อชาติมากันคนละทิศคนละทาง จะมาเจอกันมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มันต้องเคยมีบุญ มีกุศล มีกรรมร่วมกันถึงจะมาเจอกันได้อีก มาเล่นละครเรื่องใหม่กันอีกจะสั้นหรือยาวก็แล้วแต่

 

เพราะเมื่อบุญที่ทำร่วมกันหรือกรรมร่วมกันมันสิ้นลง ละครก็จบ ต่างคนก็จะต่างแยกย้ายกันไป เหลือแต่พวกที่ยังไม่หมดบุญหมดกรรมกัน บางครั้งก็มีการกระทบกระทั่งกันในแต่ละวัน แต่เมื่อมีการเปิดใจคุยกัน และต่างยอมถอย ต่างยอมกันและกันหรือให้อโหสิกรรมแก่กัน เหตุการณ์ร้ายๆ ที่เคยเกิดขึ้นก็หายไป มีแต่เรื่องดีๆ เข้ามาแทน

 

เพราะเราต่างเป็นเจ้ากรรมนายเวรของกันและกัน เมื่อมีการให้อโหสิกรรมต่อกันและกัน ยอมเสียสละให้กันและกันจนทั้งสองฝ่ายพอใจ กรรมหรือเรื่องที่บาดหมางก็จะหายไปและมีแต่ความเจริญหรือบุญที่ทำร่วมกันมา ทำให้ต่างคนต่างได้รับความสุข ความเจริญในชีวิต

 

ยิ่งได้ทำบุญกุศลร่วมกันเป็นบุญใหญ่ เป็นบุญกลุ่ม บริษัทห้างร้านนี้ก็ยิ่งเจริญก้าวหน้า ทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีการ อโหสิกรรมให้แล้ว แต่ก็คงได้รับเศษเวรเศษกรรม แต่ก็ยังดีกว่าได้รับผลกรรมอย่างเต็มๆ ใช่ไหม

 

สำหรับเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นเพื่อนบ้านนั้นก็สร้างความปวดใจให้เรามากเหมือนกัน บ้านบางบ้านที่มีรั้วติดกัน เป็นเพื่อนบ้าน บางคนไม่ถูกกัน มันเหมือนกับมีใครเอากองไฟร้อนๆ มาสุมไว้อยู่รอบบ้าน อยู่บ้านก็ไม่มีความสุข คอยแต่จะมองเหลียวซ้ายแลขวา หวาดระแวง เพราะต่างคนต่างคิดจะทำร้ายหรือพูดจาถากถางใส่ร้ายกันและกัน อย่างนี้แหละเรียกว่า เจ้ากรรมนายเวรตัวจริง ของจริงล้านเปอร์เซ็นต์

 

เราคงต้องหาหนทางรีบทางแก้ไข บางคนอาจจะโชคดีหน่อยที่บุญเก่ามาเสริมทัน ได้ย้าย ได้ขายบ้านไปอยู่ในที่เป็นเนื้อนาบุญของตัวเองใหม่ ที่สร้างเตรียมเอาไว้ตั้งแต่ในอดีตชาติ แต่คนที่ยังมีกรรมก็ต้องอยู่ ต้องทนจนกรรมตรงนั้นมันหมดสิ้นไป

 

มีหลายรายที่มีบ้านใกล้เรือนเคียงกัน เห็นหน้ากันแทบทุกวัน ต้องมาฆ่ากันตายเพราะมีปัจจัยมาช่วยเสริม อาจจะเป็นเรื่องสัตว์เลี้ยงหมา เป็นแมว ที่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของเจ้ากรรมนายเวร มันเป็นไปได้ทั้งนั้น คนที่ถูกฆ่าตายก็จบกันไปในชาตินี้เดินทางไปชดใช้ในอีกภพหนึ่ง ส่วนคนที่ฆ่าเขาก็ต้องไปอยู่คุกไปทนทุกข์ทรมาน หากหลบหนีกรรมไปได้ชั่วคราว ก็ต้องมีชีวิตแบบเร่ร่อน อยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง มีนรกพกติดตัวไปทุกที่ ไม่มีทางหนีพ้นไปได้

 

และขอให้เข้าใจไว้ด้วยว่า เราและเขาต่างก็เป็นเจ้ากรรมนายเวรของกันและกัน ดังนั้นเราอยากอยู่แบบมีความสุขในกรรมที่กำลังส่งผลอยู่นี้ ก็คงต้องเพียรพยายามทำกรรมดีให้มาช่วยทั้งทาน ศีล สมาธิภาวนา ให้กับเขาทุกวัน เสียสละ ทำดี คิดดี พูดดีต่อคนรอบข้างเหล่านี้ เมื่อเขาพอใจ ตัวเราเองก็จะมีความสุข ความเจริญตามไปด้วยเพราะบุญมันกำลังส่งผลมาช่วยส่วนหนึ่ง

 

ในโลกแห่งการทำงาน ไม่มีลูกน้องคนไหน ที่ขัดคอ ขัดความเจริญของเจ้านาย คอยนินทาใส่ร้ายเจ้านายคนที่หาเงินมาจ่ายเงินเดือนให้กินให้ใช้ แล้วจะเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงานไปได้

 

ไม่มีลูกคนไหนของบ้านที่อกตัญญูต่อพ่อ แม่ ญาติพี่น้องหรือผู้มีพระคุณ จะเจริญมีสุขไปได้ในชาตินี้ ไม่มีเพื่อนคนไหนที่คิดไม่ซื่อ นำเพื่อนๆ ไปทางเลวหรือทางชั่ว เอารัดเอาเปรียบเพื่อน แล้วใครหน้าไหนจะรักภักดีอย่างจริงใจด้วย นอกจากคนโง่ที่ไม่มีสติ ปัญญาและกรรมมันบังจนมองไม่เห็นว่า อันไหนเป็นกงจักร อันไหนเป็นดอกบัว

 

อย่างที่เห็นๆ กันในสังคมรอบข้างว่ายังคงได้ดี มีคนล้อมหน้าล้อมหลัง ยังร่ำรวยอู้ฟู้อยู่ ขอให้รู้ไว้เถอะว่า มันยังมีกรรมดีที่ส่งผลอยู่ รอให้บุญเก่าหมดเสียก่อน เราจะได้เห็นผลกรรมฝ่ายไม่ดี มันแสดงผลของมันอย่างแท้จริงและดุเดือดเลือดพล่านแค่ไหน ตัวอย่างในอดีตก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป

 

อย่างผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ในบ้านเรา ตอนที่มีอำนาจเพราะบุญเก่าส่งผลอยู่ ก็หลงระเริง เที่ยวโกงกิน รังแกคนเขาไปทั่ว สร้างแต่ความชั่ว สร้างแต่ความเดือดร้อน สร้างเจ้ากรรมนายเวรมานับไม่ถ้วน

 

พอหมดบุญเก่า กรรมมันตามมาทันแล้ว เจ้ากรรมนายเวรที่รอคิวอยู่นานทั้งเก่าและใหม่ ก็เข้ากระหน่ำเป็นระลอกๆ คราวนี้รับแบบเต็มๆ ทั้งต้นทบดอก ดอกทบต้น อำนาจหรือบุญเก่าก็หมด เงินที่โกงมาก็ใช้ไม่ได้ เจ้ากรรมนายเวรเขาบังไว้คุมเชิงไว้ เพราะไม่ได้หามาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง เป็นเงินบาป ต้องหนีแทบไม่มีแผ่นดินจะอยู่ บ้านแตกสาแหรกขาดกระจุย ผัวไปทาง เมียไปทาง ลูกไปทาง รับวิบากกรรมแบบเต็มๆ

บางคนต้องตายแบบหมาตัวหนึ่ง ไม่มีใครเขาจะเหลียวแลทำศพให้ เป็นเพราะทำเขาไว้มาก ก่อศัตรูไว้เยอะ เรื่องนี้ประวัติศาสตร์ของเราบันทึกไว้เยอะแยะ

 

พ่อค้า คหบดีหรือเจ้าสัว พ่อเลี้ยงมากมาย ที่ต้องมาสิ้นเนื้อประดาตัว เสียชื่อเสียงอย่างย่อยยับในตอนปลายชีวิต เพราะเงินที่หามาได้ตลอดชีวิตนั้น มันมาจากการขูดเลือดขูดเนื้อของคนอื่น การค้าขายที่ไม่สุจริต เงินมันรวมกันปนเปไปหมดตอนที่มีเงินมาก มีความสุข มีหน้ามีตาก็เป็นเพราะว่า บุญเก่ามันยังส่งผลอยู่

เงินที่ดีที่มาจากการทำงานที่สุจริต ก็คงได้ใช้เท่าที่บุญมี เงินบาปที่หามาได้แบบคดโกงคนอื่นมา เมื่อถึงเวลาเจ้าของเดิมเขาก็ต้องมาเอาคืน เจ้ากรรมนายเวรเขามาเรียกคืนไป อาจจะมาในรูปแบบต่างๆ กัน ทำให้การค้าฉิบหายวอดวาย จับต้องอะไรเป็นต้องเจ๊ง เป็นเสียเงิน หรือเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วยทำให้ทำงานไม่ได้ เงินทองไม่มีใครดูแล ไม่นานนักก็หมดตัว กรรมเก่าก็เริ่มงานของมันทันที

 

พอจะสรุปให้ทราบได้ว่า ทั้งกรรมดีและกรรมชั่วนั้น มันมีคิว มีเวลาของมันเป็นคิวๆ ไป ตอนนี้ที่หลายคนที่ก่อกรรมชั่วอาจจะยังดูดีอยู่ อาจจะเป็นกรรมดีของชาติก่อนหลายสิบชาติส่งผลอยู่ กรรมชั่วที่ทำในชาตินี้มันเป็นรอคิวอยู่ อาจจะเป็นในกลางชีวิต ในบั้นปลายชีวิต หรือไปรอคิวอยู่ข้างหน้าแล้ว

 

ที่บอกอย่างนี้ไม่ใช่ให้คนไม่กลัวกรรมชั่วในชาตินี้ เพราะจริงๆ แล้วกรรมชั่วมันอาจจะส่งผลได้ทั้งในวินาทีข้างหน้าหรืออีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้อันใกล้ จึงอย่าประมาทเป็นอันขาด

 

เราไม่ควรที่จะไปคิดว่า อะไรกันตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นว่า ทำดีได้ดี มีแต่คนทำชั่วแล้วได้ดี การคิดอย่างนี้นั้นเป็นเรื่องที่อันตรายและไม่ถูกต้องเลย เราเองแค่มีชีวิตอยู่ไม่กี่ปีในชาตินี้ จะไปรู้ได้อย่างไรว่า คนที่เราเห็นเขาสุขสบาย ร่ำรวยในตอนนี้นั้น ชาติที่แล้วเขาทำกรรมดี กรรมชั่วมาขนาดไหน

 

ตอนนี้ชีวิตของเขา ยังคงเป็นเรื่องของตัวละครกรรมดีที่มันกำลังแสดงอยู่ก็เป็นไปได้ ตัวละครกรรมชั่วมันรออยู่หลังโรง รออยู่อย่างใจจดใจจ่อ รอคิวอยู่ เมื่อถึงคิวรับรองว่ามันแสดงอย่างสุดฝีมือเหมือนกัน อย่าลืมว่าเขาก็เป็นตัวเอกในเรื่องเหมือนกัน

 

ดังนั้นเราต้องมองเขาตลอดสาย หลายภพหลายชาติจึงจะรู้ เรื่องราวทั้งหมด เราต้องคอยตามคนๆ นี้ไปถึงชาติหน้า ชาตินู้นได้หรือไม่ หรือเคยตามไปดูว่าเมื่อร้อยชาติที่แล้วเขาทำกรรมดีอะไรมาบ้าง ทำกรรมชั่วมากี่หนกี่ครั้ง

 

ซึ่งด้วยบุญบารมีของเรานั้นไม่มีทางรู้ได้เลย นอกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราเท่านั้น ที่พระองค์ท่านเห็นทุกสิ่งทุกเรื่องแบบตลอดเส้นทาง ตลอดสาย ไม่ว่าจะกี่ร้อย กี่ล้านอดีตชาติก็ตามท่านเป็นสัพพัญญู ท่านจึงอยู่เหนือกรรม เหนือกาลเวลาทั้งปวง

 

และเป็นโอกาสอันดี ที่อยากจะขอนำข้อความบางข้อความของท่านเสถียร โพธินันทะ ปราชญ์คนสำคัญของพระพุทธศาสนา ครูบาอาจารย์คนสำคัญผู้ได้ล่วงลับไปแล้ว

 

ท่านได้เคยปาฐกถาเรื่อง “สวรรค์อยู่ที่ไหน” ที่วัดอาวุธวิกสิตาราม ฝั่งธนบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๙ ที่สามารถขยายความในเรื่องกรรมดีกรรมชั่วที่มีจังหวะของมันในการส่งผลได้ชัดเจนมาก เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นดังนี้

 

จังหวะของกรรมดีและกรรมชั่วนั้น จะให้ผลอยู่ที่คิวของมัน เพราะว่าเราทำกรรมดี กรรมชั่วมามากมายอเนกอนันต์นับไม่ถ้วนชาติ มันก็มีคิว ต้องต่อคิวกันมาซิ จะมาให้ผลทันตาเราไม่ได้ดอก

 

ไม่ใช่ว่าตักบาตรทอดกฐิน วันนี้แล้วอธิษฐานว่า พรุ่งนี้ลอตเตอรี่ออกให้ถูกที่หนึ่งเถอะ อำนาจผลบุญที่ร่วมอนุโมทนากฐินขอให้ถูกลอตเตอรี่ถูกที่หนึ่งเถอะ แล้วพอไม่ถูกก็มาโทษ บอกว่าทำบุญไม่เห็นได้ผลบุญเลย

 

ไม่ถูก มันอยู่ที่คิว ก่อนที่จะถูกเราต้องรอคิวเสียก่อนว่า บางกรรมชั่วเราทำมาก คิวของกรรมชั่ว ต้องเรียงมาตั้งเป็นชาติๆ รอเราอยู่ เราก็ต้องชดใช้หนี้มันก่อนซิ คิวดีก็ไปรอเราโน้นแน่ะ อีกร้อยชาติข้างหน้า ไปรอเราโน่น เราก็ต้องใจเย็นรอคิว ไปก่อนไปหลังซิ

 

เหมือนเราทำกรรมชั่วเหมือนกันแหละ วันนี้ไปปล้นเขาปิดบังหลักฐานได้ ก็หัวเราะชอบใจว่าตำรวจไม่รู้ เราไม่ต้องเข้าคุก เพราะฉะนั้นใครทำชั่วก็ไม่ได้ผลชั่ว ไม่จริงหรอก ศาสนาสอนไม่จริง

 

อย่างนี้คิวดีของเขายังให้ผลอยู่ คิวชั่วเขานะยังให้ผลอยู่ คิวชั่วยังมาไม่ถึง ก็เหมือนเราตีตั๋วนี่แหละ เราไปช้าเราต้องไปยืนหลังเขา ใครไปก่อนก็ไปยืนหน้าเขา แล้วเราจะไปต่อว่า โอ๊ย ไม่ได้หรอก ไม่ได้ กรรมดีกรรมชั่วมันมีจังหวะจะให้ผล

 

เราปลูกกล้วย ปลูกมะละกอ ปลูกพริก ปีหนึ่งก็ได้กินผล ปลูกทุเรียนปีหนึ่งได้กินผลไหม ไม่ได้ห้าปี หกปี เจ็ดปีกว่าจะได้กินทุเรียน ปลูกมะม่วงสามปีสี่ปีก็ได้กินผลแล้ว เมื่อปลูกพริกปีหนึ่ง ห้าเดือนหกเดือนก็ได้กินแล้ว ปลูกพริกฉันใด

 

กรรมดีกรรมชั่วก็เหมือนกัน มันมีจังหวะเร็วจังหวะช้า

 

และในทางพระพุทธศาสนา ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า เราทุกคนนั้นเวียนว่าย ตายเกิดมานานแสนนาน  สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ ชาตินี้ ตัวเราและเจ้ากรรมนายเวรพวกนี้ เราทั้งหมดอาจจะผ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้องเป็นญาติกันมาหลายหมื่นหลายแสนชาติ

 

เราทุกคนเป็นทั้งญาติธรรม และเจ้ากรรมนายเวรด้วยกันหมดทั้งสิ้น

 

ทำไมเราทุกคนต่างเป็นญาติกันและกัน ขออธิบายเรื่องนี้อย่างง่ายๆ ในชาติปัจจุบันนี้ เรามีญาติพี่น้องทั้งหมดกี่คน เราลองนับดูได้ทั้งญาติทางพ่อ ทางแม่ ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา มาทางครอบครัวเราบ้าง เรามีพี่น้องกี่คน แล้วเรามีหลานกี่คน แล้วครอบครัวของลูก ของหลานอีกกี่คน

 

นี้ลองเฉพาะนับคร่าวๆ เอาเพียงในชาติปัจจุบันนี้เท่านั้นนะ เรายังไม่นับรวมในอดีตชาติ สมมติว่าเรานับได้สักร้อยคนสำหรับญาติในชาตินี้ ที่นี้ลองคิดกันเล่นๆ อีก เอาเลขล้านมาคูณดู มาเปรียบเทียบเป็นอันว่าถ้าเราเคยเกิดมาเป็นคนสักล้านชาติก็พอ

 

ตอนนี้เรามีญาติกันอยู่เท่าไร นับว่าทุกคนในโลกนี้ ในสังคมนี้ ในประเทศนี้เป็นญาติกันได้หรือไม่ และถ้าเคยเป็นสัตว์ต่างๆ อีกล้านชาติ เป็นพันธุ์ต่างๆ อีกล้านชาติละ เราจะนับญาติกันหมดไหม

 

เราทุกคนล้วนต่างเคยเป็นอะไรในทุกสถานะที่ต้องเกี่ยวข้องกัน เคยเป็นทั้งพ่อ เป็นแม่ ทั้งผัวหรือเมีย พี่น้องกัน สร้างทั้งกรรมดีและกรรมชั่วมามากมายในชีวิต ในส่วนกรรมดีก็กำลังจะส่งผล ส่วนกรรมชั่วก็ส่งผลอยู่เช่นกัน มันเป็นเหมือนวงแหวนสองวงที่วางซ้อนกันอยู่

 

วงแรกที่อยู่ใกล้ตัว และติดตัวเรามากที่สุดก็คือ วงของเวรกรรมที่เราทุกคนต้องชดใช้และต้องหาวิธีที่จะผ่านไปไม่ว่าจะเป็นการทำความดี การทำสมาธิ ขออโหสิกรรม ทำบุญ ทาน บารมี ต่างๆ เพื่อที่จะไปหาวงที่สองที่เป็นกรรมดี เป็นบุญที่กำลังรอเราอยู่ ที่จะทำให้เราและคนที่รักนั้นสุขสบาย อย่างน้อย

 

และกรรมในทางดีและผลบุญที่เราเคยทำมาและกำลังกระทำอยู่ ที่ส่งผลทำให้ชาตินี้เราได้เกิดมาเป็นคน เป็นที่มีอวัยวะครบทั้ง ๓๒ ประการ มีฐานะ ครอบครัวที่ดี มีหน้าที่การงานที่ดี หล่อหรือสวย ฉลาดปราดเปรื่องตามฐานบุญที่สะสมมา

 

ในส่วนของกรรมในทางที่ไม่ดีที่เคยมีต่อกันนั้น ทำให้เราต้องเกิดมาเป็นพ่อหรือแม่ หรือเพื่อน เป็นลูกน้องที่ต้องเลี้ยงดู รับใช้ ทำงานให้เขาไป มีพันธะเกี่ยวข้องต่อกันในชาตินี้ พอถึงช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อเราชดใช้หนี้กรรมกับเขาหมดหรือเขาใจดีหรืออโหสิกรรมให้ ก็ถือว่าหมดสิ้นแล้วต่อกัน

 

แต่ทว่าในชาตินี้ที่เกี่ยวข้องกัน เรายังไปทำอะไรที่ไม่ดีต่อเขาอีก มันก็คงต้องเกี่ยวพันกันไปในชาติต่อไปอีกไม่รู้จบ อย่างนี้เราจะเลือกทำดีหรือทำชั่วกับเจ้ากรรมนายเวรอย่างไรดี ต้องคิดให้ดีๆ คิดให้หนักๆ เข้าไว้

 

มีหลายคนเคยถามแบบทันยุคทันเหตุการณ์ว่า พวกรับจ้างทวงหนี้ ทั้งบัตรเครดิต หรือทำหน้าเหี้ยมโหด ดุร้ายตามตลาดร้านค้า หน้าตาดุๆ พวกนี้เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราไหม ก็คงต้องใช้ปัญญาและหลักการเดียวกันกับการพิจารณาว่า

 

คนเหล่านี้นำความเดือดร้อน ไม่สบายใจมาให้เราไหม

 

ถ้าตอบว่า ใช่ เขาก็คงเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเรา แต่กรรมที่มีต่อกันก็แล้วแต่คน ถ้าพวกนี้มันทำร้ายร่างกาย ทุบตีเรา ก็คงจะมีแรงอาฆาต วิบากกรรมที่หนักหน่อยรวมถึงกรรมใหม่ที่เขาต้องเตรียมชดใช้เรา

 

แต่แค่โทรมาขู่ให้ตกใจเล่น คงเบาบางมากไม่นานก็หลุดพ้น เขาอาจจะทำตามหน้าที่ แต่เพราะไม่มีศีล มีสติ ปัญญากำกับ คนพวกนี้มันจึงทำอะไรที่ดูเกินเลยเถิดนอกเหนือคำสั่ง เป็นแค่ทาสบริวารของเจ้ากรรมนายเวรตัวจริง อาจจะเคยได้แค่เศษข้าวกิน แรงเขาจึงไม่มี ทำร้ายอะไรเราไม่ได้นอกจากกวนจิตใจเราเท่านั้น ถ้าเราให้อโหสิกรรมต่อเขาเหล่านั้น ชาติต่อไปก็คงไม่ต้องพบกันอีก

 

แต่ถ้าเรายังอาฆาต คงได้เจอกันแน่ในชาติหน้าต่อไป แต่คราวนี้เราอาจจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเขา คอยทวงเขาแทนจะเป็นอะไรก็ไม่อาจจะรู้ได้

 

ทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ก็คือ ให้อโหสิกรรมเขาเสีย แค่นั้นก็จบ และน่าจะเป็นทุกคน ทุกเรื่องที่เราเกี่ยวข้องกันในชาตินี้ อย่าพยายามเอาติดตัวไปอีกเลย

 

ทางข้างหน้าเรายังไม่รู้เลยว่า เราจะเป็นอะไรกันต่อไป ซึ่งมันแล้วแต่บุญและกรรมของเราเป็นตัวกำหนด

Read Full Post »

เมื่อเรารู้จักกรรมกันดีพอสมควรแล้ว ก็อยากจะอธิบายถึงเรื่องของเจ้ากรรมนายเวร ที่เป็นส่วนสำคัญมากที่สุดในเรื่องของกรรมนี้ เพราะเขาเป็นเจ้าหนี้ตัวจริง เสียงจริง

 

และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราต้องทนทุกข์ทรมานกันมากมายในทุกวันนี้ นอกจากกรรมในปัจจุบันที่เราทำเองด้วย

เจ้ากรรมนายเวร ก็คือ คน สัตว์หรือวิญญาณ ที่เคยมีความเกี่ยวข้องกันกับเรามาในอดีต หลายคนอาจจะเป็นพี่ เป็นน้อง พ่อแม่ เป็นเพื่อน หรือกระทั่งเป็นคน เป็นสัตว์ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย

แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ๆ หนึ่งหรือปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ต้องมาเกี่ยวพันกัน อาจจะเป็นเรื่องที่เรานั้นตั้งใจและไม่ตั้งใจก็ตาม แล้วเขาก็มีการอาฆาต เขายังมีความต้องการให้เราต้องชดใช้

ในบางคน อาจจะเคยทำกรรมอะไรไว้ที่เบาบาง และคนที่ถูกเรากระทำนั้น เขาไม่ติดใจเอาความ ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างนี้ไม่เข้าข่ายและไม่ใช่เจ้ากรรมนายเวร

เรื่องนี้ขอย้ำอีกครั้ง เจ้ากรรมนายเวรที่ส่งผลให้เราทุกข์ทรมานในหลายเรื่อง หลายวาระนั้นต้องเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่เขายังอาฆาต และยังต้องการให้เรานั้นชดใช้ และเขาจะให้อโหสิกรรมกับเราเมื่อไหร่ เวลาไหน หรือไม่ให้อโหสิกรรมนั้นขึ้นอยู่ที่เขาทั้งสิ้นไม่ใช่ตัวเรา

และตัวเราไม่มีอำนาจอะไรที่จะไปบังคับเขา นอกจากการขอให้เขาอโหสิกรรมเท่านั้น จะด้วยวิธีใดก็แล้วแต่จะเลือกทำ ตามความถนัดและจริต รวมถึงบุญบารมีที่เรามีอยู่ในตอนนี้

ในบางกรรมที่มีเจ้ากรรมนายเวรที่เขาอาฆาตอยู่ค่อนข้างจะรุนแรง เพราะเราอาจจะมีส่วนที่ทำให้เขาเกิดการพลัดพราก สูญเสีย ทรัพย์สิน ญาติพี่น้อง คนที่เขารัก หรือมีส่วนที่ทำให้เขาเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เขาเจ็บป่วย หรือทนทุกข์ทรมานหรือถึงขั้นตายได้ การที่เราทำให้ชีวิตใดชีวิตหนึ่งต้องสูญเสียไป

และที่สำคัญจิตเขายังอาฆาตหรือต้องการให้เราชดใช้ จิตของเขาจะติดกับจิตของเราไปทุกภพ ทุกชาติ ไม่ว่าเราจะเกิดเป็นใคร เป็นคน เป็นสัตว์หรืออะไรก็ตาม จะไปเปลี่ยนชื่อ ทำศัลยกรรม หนีไปสุดหล้าฟ้าเขียวที่ไหนก็ตาม เขาตามเจอเราแน่นอน

เขาแค่มีเงื่อนไขเดียวเท่านั้นที่จะเลิกยุ่งกับเรา คือ ถ้าเขาได้รับการชดใช้ที่เขาพอใจ หรือเขาให้อโหสิกรรมกับเราเองด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

ไม่ว่าจะเป็นการนั่งสมาธิขออโหสิกรรม แก้กรรม ลดกรรม การทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ หรืออะไรก็ตามแต่ครูบาอาจารย์แต่ละท่านจะเรียก

ถ้าเขาให้อโหสิกรรมกับเรา เราเองก็หลุดพ้นจากกรรมนั้นทันที !!! ไม่ต้องมาชดใช้กันอีกแต่มันยังคงมีเศษเวรเศษกรรมอยู่ที่เราต้องได้รับ

ที่สำคัญมันต้องเป็นฝ่ายที่เขาที่สูญเสีย เป็นคนที่อโหสิกรรมให้ เรื่องกรรมที่มีต่อกันถึงจะเลิกรากันไป ไม่ใช่เราไปคิดเอง เออเอง

ตัวอย่างเช่น กรณีเราเป็นหนี้เงิน เป็นปัจจุบันกรรม ถ้าเราเป็นหนี้ติดเงินเพื่อนที่สนิทกันมากๆ  แต่เรากลับคิดไปเองเออเองว่า เงินเพียงแค่นี้เพื่อนของเราคงยกให้เราแล้วฟรีๆ แล้ว เจอหน้ากันก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ อย่างนี้เรียกว่า เราคิดของเราไปเองคนเดียว

แต่จริงๆ แล้ว เพื่อนของเรายังอยากจะได้เงินของเขาคืน เมื่อสบโอกาสเหมาะๆ หรือวาระของกรรมนั้นมาถึงของมันแล้ว พอเจอหน้าเรา เพื่อนก็อาจจะบอกกับเราทันทีว่า

“เฮ้ยเมื่อไหร่ แกจะเอาเงินมาคืนเสียทีว่ะ “

หรือบางคนที่ยังคงโกรธแค้นเรามากๆ จากคนที่เคยเป็นเพื่อนอาจจะกลายเป็นศัตรูเป็นเจ้ากรรมนายเวรไปแล้ว และเมื่อเห็นเราทำเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน เขาอาจจะบอกว่า

“ถ้าแกไม่มีเงินมาคืน ฉันก็จะยึดรถ ยึดบ้าน ของรัก ของหวงของแก เอามาชดใช้แทนแล้วกัน ให้แกได้สูญเสีย เจ็บช้ำน้ำใจเหมือนฉัน”

เห็นไหมครับ เจ้ากรรมนายเวรที่ถึงแม้จะเป็นเพื่อน เขาก็ยังไม่ยอมยกโทษ ยกหนี้ให้เราง่ายๆ จนกว่าเขาจะพอใจและเขาได้รับการชำระหนี้แล้ว แล้วประสาอะไรกับเจ้ากรรมนายเวรที่ชาตินี้เราจำเขาไม่ได้ และไม่เคยเป็นเพื่อนและเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน วิบากกรรมที่จะส่งผลให้กับเรามันจะรุนแรงขนาดไหน

และการชำระหนี้นั้นที่ดีที่สุด ตรงช่องทางที่สุด ก็คือ การชำระหนี้ที่ถูกต้องและตรงกับหนี้นั้นหรือมีมูลค่าที่เท่ากันหรือใกล้เคียงกันที่เจ้าหนี้เขาพึงพอใจ ยืมเงินก็คืนเงิน ยืมทองก็คืนทอง ยืมรถก็คืนรถ ยืมข้าวก็คืนข้าว เรียกว่าไปเอาอะไรของใครเขามา ก็ต้องคืนสิ่งนั้นให้แก่เขาไป

จากตัวอย่างที่ยกมา ถ้าเราเป็นหนี้เงินหนทางที่ดีที่สุด เราก็ควรต้องเอาเงิน หรือของที่เขาต้องการที่มีมูลค่าแทนหนี้เงินนี้ได้ไปคืนให้เพื่อนไป ถ้ามีเงินก็เอาเงินไปคืนให้เขา มีครบจำนวนก็ยิ่งดี แม้มีไม่ถึง ก็ต้องเอาไปใช้หนี้เขาเท่าที่เรามี ค่อยๆ ผ่อนใช้เขาไป เราต้องแสดงความรับผิดชอบ เป็นลูกหนี้ชั้นดี แสดงเจตนาที่จะชำระหนี้ให้เขาเห็น

วันดีคืนดี เจ้าหนี้เขาเห็นเรามีการแสดงอย่างจริงใจว่า เราพยายามที่จะขอโทษ พยายามแก้ไขในสิ่งที่เราทำผิดลงไปแล้ว วันหนึ่งเขาก็จะเข้าใจ อย่างน้อยเทพ เทวดาอาลักษณ์ที่คุ้มครองตัวเขาอยู่ ก็อาจจะช่วยดลใจให้เขาใจอ่อนเห็นแก่บุญกุศลที่เราเพียรพยายามทำไปให้และอโหสิกรรมให้

มีบางครั้งที่ถึงแม้เราจะคืนเงินชดใช้หนี้คืนให้เขายังไม่ครบ แต่เพื่อนเราก็อาจเริ่มหายโกรธที่ละน้อยๆ เหมือนไฟแค้นที่กำลังจะมอดลงในใจ เพราะมีน้ำแห่งความดี มีพลังแห่งบุญเข้าไปรดให้ไฟแค้นมันมอดดับลงไปเรื่อยๆ

เขาเห็นเราติดหนี้เขาหนึ่งพันบาท แต่เราก็แสดงให้เขาเห็นว่าเราพยายามจะคืนให้ทุกวิธีทาง ทยอยใช้คืนวันละสิบบาท ยี่สิบบาททั้งๆ ที่จนแสนจน ครอบครัวเรายังลำบาก อดมื้อกินมื้อ

แต่เรายังมีเจตนาที่จะชดใช้คืนให้เขา เจตนาและการกระทำที่แสดงออกนั้นจึงสำคัญที่สุด

วันหนึ่งเขาอาจเห็นความดี ความตั้งใจในส่วนนี้ เขาก็อาจจะยกหนี้ให้เรา หรือพักหนี้เอาไว้ให้ก่อน แม้จะใช้มาไม่ถึงครึ่งหนึ่งก็ตาม เราควรจะขอบคุณเพื่อนที่ไม่ติดใจโกรธและขออโหสิกรรมและให้อโหสิกรรมต่อกัน เพื่อให้ไม่มีกรรมอะไรตกค้างกันไปต่อกันอีกในชาติต่อไป

แต่ถ้าเราเอง จนหนทางจริงๆ ทำอย่างไรก็ไม่มีเงินจะใช้คืนให้ แต่ยังมีความคิด ความกตัญญูที่ดี ที่อยากจะชดใช้ คงมีแต่แรงกายเท่านั้น ก็อาจจะไปขอเพื่อน ขอเอาแรงกายไปชดใช้หรือทำอะไรก็ได้ที่เจ้าหนี้เขาต้องการ เช่น ไปถางหญ้า ไปขับรถให้ หรือเอาแรงกายไปทำอะไรก็แล้วแต่ เพื่อเอาแรงไปแทนหนี้ ไปชดใช้แทนให้เขาแทนเงินที่ค้างเอาไว้

ขอให้เชื่อเถิดว่า เพื่อนก็คือเพื่อน อย่างที่บอกแต่ต้นแล้วว่า เจ้ากรรมนายเวรส่วนมากก็เป็นคนที่เคยรักเราและเราเคยรักทั้งนั้น เมื่อเขาเห็นเราไม่มีเงิน แต่ยังมีเจตนาที่ดี ไม่เบี้ยวหรือเหนียวหนี้ยังอุตส่าห์ไปนั่งหลังคดหลังงอถางหญ้าให้ เอาตัวไปให้เขาใช้งานถึงบ้าน ไปถูบ้านเก็บกวาดที่บ้านเขาทุกวันๆ ไปรับใช้เขาสารพัด เขาก็คงเริ่มจะใจอ่อนลงบ้างแล้ว ถ้าไม่อาฆาตและแค้นจนเกินไป

จนวันหนึ่งเขาอาจจะบอกว่า ไม่เป็นไรแล้วเพื่อนรัก ฉันยกโทษให้เพื่อนแล้ว ฉันสงสารเพื่อน ไม่เอาเงินแล้ว บางคนถึงกับเอาอาหาร เอาน้ำมาเลี้ยง ความสัมพันธ์กลับฟื้นขึ้นมาดีดั่งเดิมหรือมากกว่าเดิมอย่างนี้ แต่ถ้าทำกรรมดีชดใช้เขาอย่างไร เขาก็ยังไม่ยอม เราก็คงต้องเหนื่อยมากขึ้นและก้มหน้าเพียรพยายามชดใช้กันต่อไปจนกว่าเขาจะใจอ่อนยอมอโหสิกรรมให้เรา

ที่นี้เรามาดูในเรื่องของหนี้อื่น ที่ไม่ใช่เงินบ้าง ถ้าเป็นหนี้ชีวิต การที่ในอดีตชาติของเรา ตัวเราอาจจะไปฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเขา จะเป็นหมู หมา กาไก่ สัตว์อะไรก็ตามแม้กระทั่งมด ยุงริ้นไร เมื่อเราจบสิ้นชาตินั้นแล้ว ก็เหมือนกับที่ละครชีวิตฉากนั้นมันจบ มันปิดฉากลงไปแล้ว นักแสดงและคนดูต่างคนต่างแยกย้ายกันไปแล้ว

มีคนมากมายที่ในอดีตชาติที่ผ่านมาอาจจะเคยเป็นทหารกล้า ต้องไปทำศึกสงคราม และต้องฆ่าคน ฆ่าสัตว์เป็นจำนวนมาก แล้วไปสร้างวัด หล่อพระ บำรุงพระพุทธศาสนาทำอะไรดีๆ มากมายทิ้งไว้ในแผ่นดินก่อนที่จะตาย

ในส่วนของบุญที่ทำให้กับประโยชน์แผ่นดิน และพระพุทธศาสนาก็เป็นส่วนหนึ่ง ในเรื่องของการผิดศีลข้อหนึ่งที่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนั้นก็เป็นบาปมหันต์ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็ต้องรับไปทั้งบุญและกรรม

และเหมือนกับพวกที่มีอาชีพเป็นแพทย์ เพราะกว่าจะได้เป็นแพทย์เก่งๆ เขาก็ต้องทำการทดลองค้นคว้าหาโรคภัยไข้เจ็บมามากมาย เขายอมทำอย่างนั้นก็เพื่อหาหนทางช่วยชีวิตคน เขาก็ต้องใช้สัตว์ทดลอง สัตว์พวกนี้ก็ต้องตายหรือพิการเพราะการทดลอง บุญที่เขาได้ช่วยคนก็เป็นส่วนหนึ่ง กรรมที่เขาต้องเอาเชื้อโรคใส่เข้าไปในสัตว์ ทำให้มันทรมานหรือตายไป ก็เป็นกรรมอีกส่วนหนึ่งแยกออกจากกันชัดแจ้ง

เราต้องเข้าใจก่อนว่าบุญก็อยู่ส่วนบุญ บาปกรรมก็อยู่ส่วนบาปกรรม

การที่มาเริ่มชาติใหม่ก็เหมือนเปิดการแสดงรอบใหม่ ชาติใหม่หรือชาตินี้ เราเองคงจำใครหรือจำเรื่องราวไม่ได้เลยในชาติที่แล้ว ความทรงจำในเรื่องเดิม มันถูกลบลงไปเรียบร้อยแล้ว เราเปลี่ยนรูปร่างหน้าตา เปลี่ยนชื่อนามสกุล เปลี่ยนสัญชาติไปแล้ว เปลี่ยนทุกอย่างไปหมด

บางคนอาจจะจำได้ลางๆ คุ้นๆ ว่าเรื่องแบบนี้เคยเห็น เคยทำมาแล้ว เคยสัมผัสมาแล้ว แต่ก็แค่พักเดียวมันก็จะลบลงหายไปแล้ว บางครั้งอาจจะเป็นเพราะเจ้ากรรมนายเวรเขาทำให้เราระลึกจำได้ถึงสิ่งที่เราเคยทำมาก็ได้เช่นกัน

จนเกิดมาในชาตินี้ ในบางคนไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามมันแสนจะติดขัด ทำการค้า ทำบุญอะไรก็ไม่ขึ้น มีแต่เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเกิดขึ้น หรือเจ็บป่วยโดยที่ไม่มีเหตุผลหาสาเหตุไม่ได้ ที่หลายๆ คนชอบเรียกกันว่า “โรคเวรโรคกรรม” เพราะความไม่รู้จะแบ่งประเภทหาสาเหตุอะไรแล้ว มันจนหนทางที่จะเรียก จะค้นหาให้พบ ก็เลยมักง่ายเหมาเรียกไปเลยรวมๆ อย่างนั้น

ในบางคนนั้น เมื่อเจอเจ้ากรรมนายเวรเล่นหนัก โดนในหลายๆ เรื่อง จนแทบจะรับมือไม่ไหว ชีวิตมันดูมืดมนไปหมดทุกทาง มองไปทางไหนก็หาทางออกไม่ได้ คนโบราณเขาเลยเรียกว่า มัน”มืดแปดด้าน”

มืดแปดด้าน มันมืดได้ยังอย่างไร ซึ่งมันก็คือ ในความรอด ทางสว่างทุกด้านนั้น เจ้ากรรมนายเวรเขาบังหมดทุกด้าน ทั้งแปดทิศทำให้เราหาทางออกไม่ได้ ต้องทนกับความทรมานเจ็บป่วยและอุปสรรคมากเหลือเกิน จนหลายคนบอกว่ามันเกินจะทนทานแล้ว

นั่นแหละขอให้รู้เลยว่า เจ้ากรรมนายเวรเขามาถึงตัวแล้ว เขาเริ่มที่ทวงในสิ่งที่เราเคยทำกับเขา คอยขัดขวางเราเอาไว้ทุกวิธีทาง ถ้าเราโชคดีหน่อย เรารู้ตัวเร็วหรือเจอครูบาอาจารย์ที่เก่ง ท่านเมตตาช่วยชี้แนะทางให้ เราก็ควรรีบขนขนวายรีบทำรีบหาทาง ไปชดใช้หนี้ให้เขา

การทำทาน รักษาศีล การทำบุญอุทิศส่วนกุศล เป็นช่องทางสำคัญ เป็นช่องทางตรงที่จะช่วยเราได้ให้เรามีพลัง มีบุญบารมี นำไปสู่การทำสมาธิภาวนาขออโหสิกรรมที่ได้ผล

หรือที่มักเรียกการขออโหสิกรรมกันว่าการแก้กรรมนั้น เพื่อให้เข้าใจง่ายนั้น ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง อีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยลดกรรมให้เบาบางลงไปได้

แต่ถ้าเราเป็นหนี้ชีวิต แล้วชาตินี้เราจะเอาชีวิตที่ไหนไปคืนให้เขาได้ ทั้งๆ ที่อยากจะชดใช้ใจจะขาดอยู่แล้ว เพราะเรารู้สำนึกแล้วว่ามันเป็นกรรม เรารู้แล้ว สัมผัสได้แล้วว่ามันเป็นทุกข์อย่างแสนสาหัส

เรื่องหนี้ชีวิต ก็ยังพอมีทางช่วยให้ผ่อนคลายลงไปได้บ้าง ครูบาอาจารย์สำคัญหลายท่านกล่าวตรงกันว่า มีหลายช่องทางแล้วแต่จริต แล้วแต่บุญเก่าและบุญใหม่ของคน ทั้งเรื่องการทำบุญที่มีหลากหลาย ที่มีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างบุญบารมีของตัวเองให้ใหญ่ขึ้น มากขึ้น เพิ่มค่าตัว เพิ่มบุญบารมีของเรา เพื่อทำให้เรื่องกรรมที่จะได้รับจากที่หนักให้เป็นเบาขึ้น หรือการทำสมาธิแก้กรรม ขอให้อ่านอย่างให้ละเอียด ให้ต่อเนื่อง เพราะมันสำคัญมากจริงๆ กับชีวิตของเรา

เพราะในบางคนกรรมที่เจ้ากรรมนายเวรเขาคิดจะเล่นงานนั้นจริงๆ แล้ว อาจจะต้องถึงตาย แต่เราไปขออโหสิกรรมเขาได้ทันเวลา ทำบุญอุทิศส่วนกุศลตรงช่องทาง เราอาจจะแค่แขนขาหัก หัวแตก ก็นับว่ายังดีที่เขายังยอมยกโทษให้บ้าง และถ้าบุญเราพอ กรรมนั้นอาจจะหักล้างกันได้ หรือทำให้กรรมนั้นตามไม่ทัน

เพราะแรงบุญนั้นเร็วกว่า และใหญ่กว่า ไม่มีอำนาจใดๆ ในโลกนี้จะมีอำนาจเท่าแรงบุญไปได้อีกแล้ว

ครูบาอาจารย์ท่านเปรียบเทียบให้ฟังว่า เหมือนเราใส่เกลือไว้ในแก้ว สมมติว่าเกลือนั้นคือกรรมไม่ดี และน้ำนั้นคือบุญกุศลที่ดี เมื่อเราเติมน้ำเข้าไปในแก้วเรื่อยๆ เกลือที่เค็มแสนเค็มนั้นก็จะคลายรสชาติความเค็มไปเรื่อยๆ จนเมื่อน้ำนั้นมีปริมาณที่มากกว่าเยอะ เกลือที่เค็มนั้นก็หมดรสชาติไปเลย มีแต่น้ำที่เป็นบุญล้วนๆ ที่เราสัมผัสได้

ดังนั้น เพื่อความไม่ประมาทและเพื่อทำให้ชีวิตของเราและครอบครัว คนที่เรารักเป็นสุข เราก็ควรเริ่มจะทำบุญ ทำทานอุทิศส่วนกุศลที่ถูกวิธี เพื่อส่งตรงไปให้เจ้ากรรมนายเวรเขาเขา ในขณะเดียวกันกับการทำสมาธิ เพื่อขออโหสิกรรมก็ทำควบคู่กันไปด้วย ค่อยๆ ทำไปที่ละนิด ทีละน้อย สม่ำเสมออย่างจริงใจและรู้สำนึกผิดจริงๆ

เราเพียรพยามยามจนถึงวันหนึ่ง เจ้ากรรมนายเวรเขาพอใจ เขาก็จะอโหสิกรรมให้เรา ก็จะรอดตัวไปพบกับความสุขหรือบุญที่รออยู่ข้างหน้าได้

และเมื่อเจ้ากรรมนายเวรเขาพอใจแล้ว เราเองก็ยังสำนึกผิดและไม่ยอมหยุดที่จะทำดีต่อเขา เมื่อเขามีบารมีมากขึ้น มีบุญมากขึ้น เขาอาจจะใจดีมากขึ้น อย่างที่เคยบอกเอาไว้แล้วว่า เขาเคยเป็นคนที่รักเรา หรืออย่างน้อยก็เคยรู้จักเรามาเป็นอย่างดี

เขาเคยช่วยเหลืออุ้มชูเรามาก่อน เมื่อเรามาทำผิด เขาจึงมีความโกรธที่รุนแรงมากกว่าปกติทั่วไป ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเรากลับตัว กลับใจ และเขาให้อภัย ให้อโหสิกรรมเราแล้ว เขาอาจจะช่วยเหลือเราให้ผ่านเรื่องสำคัญๆ ได้ในชีวิต หรือคอยอวยพร อวยชัยให้เราโชคดีได้

เหมือนกับเปลี่ยนศัตรูให้กลับมาเป็นมิตรที่ดีอีกครั้ง

และคราวนี้เขาอาจจะรักและช่วยเรามากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะเขาเข้าใจเราดีมากยิ่งขึ้นแล้ว

อย่าไปกลัวเลยเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย

Read Full Post »