Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Posts Tagged ‘รุ่งเรือง’

ในบทนี้จะเป็นการรวบรวมบทสวดที่ใช้สวดมนต์เพื่อความผาสุก ร่มเย็น และ ก่อให้เกิดทรัพย์และความมั่งมีนั้น มีอยู่มากมายหลายบท หากคุณผู้อ่านได้ สวดอยู่เสมอจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันแล้ว จิตใจ ก็จะผุดผ่อง เงินทองผุดโผล่ เพราะเป็นผลจาการที่เราตั้งจิตระลึกและน้อมนำไปปฏิบัติตามคำสอนในการประกอบอาชีพ

การเริ่มต้นสวดมนต์ต้องเริ่มตามขั้นตอนที่กล่าวไปแล้วในบทก่อนที่ต้องสมาทานศีล 5 เสียก่อนและ ในบทต่อไป นี้เป็น บทสวดที่ว่าด้วยทำให้ “ร่ำรวย” ทั้งสิ้น ที่ท่านสมารถที่จะเลือกสดได้ตามใจที่ท่านปรารถนาได้แก่

 

อริยธนคาถา

ผู้นำ ว่า (หันทะ มะยัง อะริยะธะนะคาถาโย ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกล่าวคาถาสรรเสริญพระอริยเจ้าเถิด

ยัสสะ สัทธา ตะถาคะเต อะจะลา สุปะติฏฐิตา  ศรัทธาในพระตถาคตของผู้ใดตั้งมั่นอย่างดีไม่หวั่นไหว

สีลัญจะ ยัสสะ กัล๎ยาณัง อะริยะกันตัง ปะสังสิตัง และศีลของผู้ใดงดงาม, เป็นที่สรรเสริญที่พอใจของพระอริยเจ้า

สังเฆ ปะสาโท ยัสสัตถิ อุชุภูตัญจะ ทัสสะนัง ความเลื่อมใสของผู้ใดมีในพระสงฆ์, และความเห็นของผู้ใดตรง

อะทะลิทโทติ ตัง อาหุ อะโมฆันตัสสะ ชีวิตัง บัณฑิตกล่าวเรียกเขาผู้นั้นว่าคนไม่จน, ชีวิตของเขาไม่เป็นหมัน

ตัส๎มา สัทธัญจะ สีลัญจะ ปะสาทัง ธัมมะทัสสะนัง, อะนุยุญเชถะ เมธาวี สะรัง พุทธานะ สาสะนัง

 

เพราะฉะนั้น เมื่อระลึกได้ถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ ผู้มีปัญญาควรสร้างศรัทธาศีล ความเลื่อมใส และความเห็นธรรมให้เนืองๆ

            ผู้ที่สวดมนต์บทนี้ เป็นการสวดไว้เพื่อมุ่งให้สวดกำหนดให้จำและนำไปปฏิบัติ โดยที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ถึง “ทรัพย์ภายใน” ว่ามีอยู่ถึง 5 ประการได้แก่

1. สัทธาธนะ หมายความว่า ทรัพย์นั้นคือ สัทธา แปลว่า ความเชื่อ จะเป็นทรัพย์ได้ก็เพราะน้อมใจเชื่อในพระปัญญาของพระพุทธเจ้า เพราะเมื่อเชื่อมั่นแล้วจะเป็นแรงกระตุ้นให้ปฏิบัติตาม

2. สีลธนะ หมายความว่า ทรัพย์ นี้เป็นศีล คือ ความเป็นปกติที่ดีจะเป็นทรัพย์ได้ เมื่อ เรารักษา กาย วาจาใจให้เรียบร้อยเป็นปกติไม่เบียดเบียนใครไม่ว่า การกระทำ คำพูดหรือแม้แต่ความคิด

3. สุตธนะ ทรัพย์คือการฟัง เพราะ สุตะคือการฟัง จะเป็นทรัพย์ได้ เมื่อเรารู้จักฟังอย่างตั้งใจ

4. จาคธนะ ทรัพย์คือการเสียสละ ความเสียสละจะเป็นทรัพย์ได้ เมื่อเรารู้จักเป็นผู้ให้เสียก่อน เป็นการผูกใจของผู้รับเอาไว้

5. ปัญญาธนะ ทรัพย์ คือปัญญา คือ เราต้องรู้ในสิ่งที่เราควรรู้ จึงจะถือเป็น มหาทรัพย์สมบัติ คนที่มีปัญญาจะมีวิธีหาทรัพย์ได้ ทั้ง ภายในและภายนอก

พุทธภาษิตที่ว่า “มีปัญญาประเสริฐกว่ามีทรัพย์” คือ ไม่มีใครสามารถมาขโมยปัญญาของเราไปได้เป็นของเฉพาะตัวของคนที่มีและปฏิบัติดี เป็นต้นทุนที่จะทำให้ทรัพย์ภายนอกร่ำรวยยิ่งขึ้น เพราะ คำว่า ทรัพย์ภายในนี่เองที่จะเป็นตัวอำนวยความมั่งมีให้เราในภายหน้า ใช้ ทรัพย์ภายในทอดเป็นสะพานไปหาทรัพย์ภายนอก โดยใช้หลักธรรมที่ดีเป็นเครื่องมือ และ เป็นฐานในการรองรับให้ทรัพย์ทั้งหลายอยู่กับเราได้อย่างมั่นคง

คาถา หัวใจเศรษฐี

จัตตาโรเม ธัมมา กุลปุตตัสสะ ทิฎฐะธัมมาะหิตายะ สังวัตตันติ ทิฏฐะธัมมะสุขายะ, กะตะเม จัตตาโร, อุฎฐานะสัมปะทา อารักขะสัมปทา,กัลยาณะมิตตะตา สะมะชีวีตาติ.    

คาถา “หัวใจเศรษฐี” แม้จะสวดกันสักกี่พันจบ ก็คงจะเป็นเศรษฐีขึ้นมาได้ยาก ต้องนำไปปฏิบัติเพื่อความสุขและประโยชน์ของผู้สวดเอง คือ ความถึงพร้อมด้วยความเพียร การรักษา มีเพื่อนที่ดี และ เลี้ยงชีวิตนี้ตามสมควรแก่อัตภาพ

อุ  ย่อมาจาก อุฏฐานสัมปทา หมายถึงความสมบูรณ์ด้วยเพราะความขยันหมั่นเพียร ดังคำกล่าวที่ว่า ไม่มีความยากจนในหมู่ชนที่ขยันนั่นเอง

            อา ย่อมาจาก อารักขสัมปทา ความสมบูรณ์ด้วยการรู้จักรักษาความรู้หรือ รักษาทรัพย์ที่หามาได้นั้นเพราะว่าเราจะหาได้เท่าไหร่ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือเรามีเหลืออยู่เท่าไหร่ และจะใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด นั่นแปลว่า รู้จักประหยัด แต่ไม่ได้ ขี้เหนียวจนงก ไม่ยอมจ่าย

            กะ ย่อมาจากคำว่า กัลยาณมิตตตา คบเพื่อนที่ดีงาม ไม่ชวนกันไปในทางเสียหายจึงจะเป็นกำลังเกื้อหนุนให้เราได้แสวงหาทรัพย์ได้และป้องกันทรัพย์ที่เราหามาได้ด้วย เพราะเพื่อนที่ดีจะไม่มีวันชักชวนเราให้หลงไปในอบายมุขต่างๆ อย่างแน่นอน

            สะ ย่อมาจากคำว่า สมชีวิตา ครองชีวิตโดยเหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือยหรือฝืดเคืองเกินไป ใครปฏิบัติได้ ก็สามารถตั้งตัวได้ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม

หากจะลองท่องว่าให้ดี คาถา “อุ อา กา สะ” ก็คือ รู้จัก ขยันหา รักษาดี มีกัลยาณมิตร และ ดำเนินชีวิตให้เหมาะสม  เมื่อท่องได้ขึ้นใจแล้วต้องปฏิบัติตามด้วยจึงจะรวย และ จะรวยจริงอย่างแน่นอน

บทที่ 8 สัพพมงคลคาถา

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา   สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา   สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา    สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม

บทนี้มักจะได้ยินบ่อยๆ ในตอนที่พระสงฆ์ให้พรยาวๆ เป็นบทสวดที่อ้างถึงความจริงที่ว่าพระรัตนตรัยมีอานุภาพที่อำนวยความสุขให้กับตนเองได้อย่างแท้จริง ดังที่แปลว่า “ขอมงคลทั้งปวงจงมี ขอให้เทวดาจงรักษา ด้วยอานุภาพของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขอความสวัสดีจงมีแก่ข้าพเจ้าในทุกกาลทุกเมื่อ”

คาถาเสริมทรัพย์

            คาถานี้เป็นคาถาของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อำเภอเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา โดย วิธีการจะสวดคาถานี้นั้น ใช้สวดภาวนาเวลาตื่นนอน 3 จบ เวลาใส่บาตร 1 จบ และ เวลาก่อนนอนอีก 3 จบ หรือ เวลาที่ว่างก็สวดได้ก็จะยิ่งได้ผลดี

            ก่อนจะสวดขอให้อุทิศบุญเชื่อมบุญกุศลไปให้หลวงพ่อปาน และพ่อครูแจง ผู้ถ่ายทอดคาถาอันศักดิ์สิทธิ์นี้จะทำให้เกิดโภคทรัพย์อย่างมากมายมหาศาล

 

บทสวดคาถาเสริมทรัพย์

ตั้งนะโม ฯ  3 จบ แล้วเริ่มบทสวดดังนี้

พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ (1จบ)

วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม

คาถาเงินล้านหรือคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า

คาถานี้โดย หลวงพ่อ พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ท่านเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จ.อยุธยา และมีผู้ที่ได้สวดคาถานี้พบกับร่ำรวยกันมากมาย ขอให้ตั้งใจสวดให้ดี และหมั่นทำบุญอุทิศบุญไปให้หลวงพ่อฤๅษีลิงดำด้วย เพื่อแสดงความกตัญญูและเคารพต่อท่าน ในความเมตตาที่ได้สั่งสอนและมอบคาถาศักดิ์สิทธิ์นี้มาให้

และถ้าอยากให้เกิดผลเร็ว ขอให้ไปที่กราบหลวงพ่อเงินไหลมา ที่อยู่ภายในวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ไปสักการบูชาท่านด้วยวิธีการนี้

1. ให้น้อมเคารพ สักการะพระพุทธรูปองค์นี้

2. ให้นำผ้าไตรจีวรของวัดมาห่มคลุมองค์พระพุทธรูปนี้

3. ให้สวดพระคาถาสำหรับบูชาพระพุทธองค์นี้ จากทางวัด

4. ให้อธิษฐานขอพร จากพระพุทธรูปองค์นี้ เพียงข้อเดียวเท่านั้น อย่าขอพร่ำเพรื่อ (เช่น ขอให้ร่ำรวย มีเงินเป็นแสน เป็นล้าน ก็ว่าไป)

5. ให้กลับมาสวด “พระคาถาเงินล้าน” ของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ สวดทุกวัน วันละ 9 จบ

6. เมื่อสิ่งที่ร้องขอนั้นได้ส่งผลกับคุณแล้ว อย่าลืมทำบุญและอุทิศส่วนบุญกุศลบูชาคุณพระรัตนตรัย และบูชาองค์พระพุทธรูป “หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา” ด้วย

ก่อนสวดให้ทำจิตให้นิ่ง ระลึกถึงพระเมตตา พระบารมีของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ หลวงพ่อปาน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำและสวดบทสวดดังนี้ว่า

สัมปะจิตฉามิ

นาสังสิโม

พรหมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ

พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุ เม

มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันตุ เม มิเตพาหุหะติ

พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม

สัมปะติจฉามิ เพ็งๆ พาๆ หาๆ ฤาๆ

(บูชา 9 จบ โดยตัวคาถาต้องว่าทั้งหมด)

 

คาถาขอลาภจากพระสิวลี

คาถานี้แต่งโดยหลวงพ่อเกษม เขมโก แห่งสุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง

และการจะขอลาภจากพระสิวลีนั้น ต้องเป็นคนที่ทำทานมาก สละซึ่งประโยชน์ส่วนตัวช่วยเหลือผู้อื่น การสวดนั้นต้องครบ  5 จบในการสวดต่อการสวดครั้งหนึ่ง

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ)

สีวะ สีมะหา เถรัง วันทามิหัง สีวะ สีมะหา เถรัง วันทามิหัง สีวะ สีมะหา เถรัง วันทามิหัง มะหาสีวลี เถโร มะหาลาโภ โหติ มะหาสีวลี เถโร ลาภัง เม เท ถะ

 

คาถาขอลาภพระอุปคุต

เคล็ดในการขอลาภจากพระอุปคุตนั้น ต้องเป็นผู้ทำบุญสม่ำเสมอและเจริญสมาธิภาวนาตลอด และอุทิศบุญไปให้พระอุปคุตเพื่อเชื่อมบุญและขอบุญจากท่าน ห้ามบนบานโดยเด็ดขาด การสวดนั้นต้องครบ 5 จบในการสวดต่อการสวดครั้งหนึ่ง

บทสวด

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ)


มะหาอุปคุต จะ มะหาลาโภ พุทโธลาภัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ราชาปุริโส อิถีโยมานัง นะโม โจรา เมตตาจิตตัง เอหิจิตติจิตตัง ปิยังมะมะ สะเทวะกัง สะพรหมมะกัง มนุสสานัง สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม ฯ

เอหิจิตติจิตตัง พันธะนัง อุปะคุตโต จะมหาเถโร พุทธะสาวะกะอานุภาเวนะ มาระวิชะยะ นิระภะยะ เตชะปุณณะตา จะ เทวะตานัมปิ มะนุสสานัมปิ เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ อิมัง กายะพันธะนัง อะทิถามิ ปะอัยยิสสุตัง อุปัจสะอิ

คาถาบูชาพระสังกัจจายน์

คาถาบูชาพระสังกัจจายน์ ผู้ใดบูชาพระสังกัจจายน์  ย่อมเป็นมหามงคลอุดมด้วย ลาภ ยศ ความเจริญรุ่งเรืองดีนักแล เคล็ดลับอยู่ที่การให้ทานแก่บริวาร คนใกล้ชิด คนแปลกหน้าเสมอกันและการช่วยเหลือบำรุงพระพุทะศาสนาทุกทางที่ทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องธรรมทาน ยิ่งทำยิ่งรวย การสวดนั้นต้องครบ 5 จบในการสวดต่อการสวดครั้งหนึ่ง

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ)

บทสวด

กัจจานะจะมหาเถโร พุทโธ พุทธานัง พุทธะตัง พุทธัญจะ พุทธะสุภา สิตัง พุทธะตังสะมะนุปปัตโต พุทธะโชตัง นะมามิหัง ปิโยเทวะ มะนุสสานัง ปิโยพรหม นะมุตตะโม ปิโยนาคะ สุปันนานัง ปิยินทะริยัง นะมามิหัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ปุริโสชะนา อิถีชะนา ราชาภาคินิ จิตตัง อาคัจฉาหิ ปิยังมะมะ ฯ

 

ต้องนั่งสมาธิภายหลังการสวดมนต์

หลังจากการสวดมนต์แล้ว ควรนั่งสมาธิเพื่อให้จิตใจปลอดโปร่งโล่งสบาย คุณผู้อ่านทุกท่านยังต้องอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดอยู่ทุกวัน จิตใจก็ต้องการชำระล้างด้วยการปล่อยวางความคิดเรื่องราวต่างๆ ให้หมดสิ้นไปจากใจ

            การทำสมาธิหลังการสวดมนต์แบบง่ายๆ นั้น ไม่จำเป็นต้องนั่งขัดสมาธิมือประสาน จะนั่งอย่างไรก็ได้ให้อยู่ในท่าที่พอดีโดยไม่ฝืนร่างกายของตนเองเมื่อปรับร่างกายให้สบายเข้าที่แล้ว หลับตาสบายๆ คล้ายๆ กำลังจะพักผ่อน ค่อยๆ กำหนดจิตตามลมหายใจเข้าออก ภาวนาตามหลัก อาณาปานสติ หายใจเข้า บริกรรมว่า “พุท” หายใจออกบริกรรมว่า “โธ” ไปเรื่อยๆ จนจิตใจนิ่งแล้ว ก็ไม่ต้อง บริกรรมอีก แต่เมื่อจิตเกิดฟุ้งซ่านขึ้นมาก็ให้รีบกลับมาบริกรรมใหม่อีกครั้ง

            และเมื่อนั่งสมาธิแล้วต้องแผ่เมตตาให้กลับตัวเองและแผ่เมตตาให้ผู้อื่น จะทำให้เกิดผลเร็วขึ้นตามที่ปรารถนา

 

สรุปเคล็ดลับการสวดมนต์ให้รวย

1. ต้องละความชั่ว หมั่นทำบุญกุศล ถวายแด่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทะเจ้า พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ พระอริยสงฆ์ อุทิศบุญไปให้ผู้มีพระคุณทั้งปวง ครูบาอาจารย์ ท่านเจ้าของบทสวด พระคาถา ถ้าไม่ทราบว่าท่านใดเป็นผู้แต่งบทสวดหรือคาถานั้น ให้ระบุชื่อบทสวดและคาถานั้น รวมถึงเจ้ากรรมนายเวรเพื่อขออโหสิกรรมและให้อโหสิกรรมทุกวัน

2. ถ้าจะใช้บทสวดใดทุกครั้งก่อนที่จะเริ่มสวด  ต้องเชื่อมบุญโดยการอุทิศบุญตั้งแต่อดีตชาติ ชาติปัจจุบัน ในอนาคต อุทิศเจาะจงท่านผู้เป็นเจ้าของบทสวดหรือคาถานั้น เอาเท่าที่ท่านรู้ เช่น คาถาเสริมทรัพย์ของหลวงพ่อปาน ก็ต้องเจาะจงอุทิศไปให้ท่านด้วย

3. เลือกบทสวดมนต์ให้เหมาะสมกับตน อยากให้เด่นทางใดก็เลือกบทสวดนั้น และต้องสวดให้ถูกต้องไม่ตกหล่นไม่ ข้ามวรรค ข้ามขั้นตอน ถ้ามีการระบุว่าให้สวดกี่จบต้องตามนั้น อย่าน้อยเกินไป แต่มากได้

4. เมื่อสวดมนต์เสร็จทุกครั้งให้นั่งสมาธิต่อตามที่ต้องการ

5. เมื่อนั่งสมาธิเสร็จแล้วให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร ขอบารมี พลานุภาพและอานิสงส์บุญที่ได้สวดมนต์นี้ ให้ได้ตามที่เราปรารถนา ขอในเรื่องที่ถูกต้องและเจาะจงเพียงอย่างเดียว  เช่น อยากได้เงิน 5 แสนก็ระบุลงไปเลย อย่าอธิษฐานแบบครอบจักรวาล เพราะการเจาะจงจะทำให้ตรงกับจุดมุ่งหมายที่สุด

6. แผ่เมตตาให้กับตัวเองก่อน ถึงจะแผ่เมตตาให้ผู้อื่น และกรวดน้ำตามลำดับ

คาถาต่างๆ ของครูบาอาจารย์ทั้งหมดเป็นคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ อย่าลบหลู่ดูหมิ่นโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากสวดไม่ได้ผลแล้ว ยังเป็นการปรามาสพระอริยบุคคล จะเป็นการสร้างกรรมหนักใส่ตัวเองโดยไม่รู้ตัว และยากที่จะเจริญได้ ถ้าไม่เชื่อ ไม่ศรัทธาขอให้ข้ามอย่าไปคิด อย่าไปอ่านหรือสวดแบบล้อเลียนเป็นอันขาด

ขออวยพรให้ท่านได้รวย ได้มีทรัพย์สินอันประมาณไม่ได้ โดยเร็วพลันเทอญ

โฆษณา

Read Full Post »