Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Posts Tagged ‘ทำงาน’

ที่จริงแล้วเพียงแค่เราทำตามหลักอริยสัจ 4 หรือใช้ 4 คำชนะทุกข์ ก็สามารถช่วยให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างดีและมีความสุขในระดับหนึ่งแล้ว แต่ดังที่ผมบอกไปว่า หลักธรรมแต่ละบทที่พระพุทธเจ้าได้ทรงมอบไว้นั้น คือแนวทางในการเพิ่มสุขและดับทุกข์ให้กับชีวิตแบบเฉพาะด้านเช่นกัน ผมจึงจะนำเอาหลักธรรมมาขยายความต่อว่ามันช่วยเราเอาชนะความทุกข์ในหัวข้อต่างๆ ของชีวิตได้อย่างไรบ้าง

 

ธรรมะชุดแรกที่ผมจะนำเสนอก็คือธรรมที่ชื่อว่า อิทธิบาท 4 ที่แปลว่า บาทหรือฐานแห่งความสำเร็จ 4 ประการ ซึ่งเหมาะที่คนทำงานจะจำไว้ให้ขึ้นใจว่า การจะทำงานใดให้ลุล่วงได้นั้น ต้องเดินตามแนวทางที่ฐานแห่งความสำเร็จทั้ง 4 นี้ได้อธิบายเอาไว้

 

อิทธิบาท 4 ประกอบด้วย ฉันทะ คือ มีความพอใจในงานที่ทำ ซึ่งแบ่งได้เป็นสองแนวทาง แนวทางแรก คือ การได้ทำงานที่ตนเองรักและพอใจ ซึ่งหากเราเลือกได้ ก็ควรเลือกทำงานที่เราชอบ ที่เราถนัด เราจะได้มีความสุขกับการทำงาน มีความกระตือรือร้นที่จะค้นคว้าหาข้อมูลเรื่องงานหรือหาความก้าวหน้าเพิ่ม เพราะสำหรับเราแล้ว งานนั้นแทบจะไม่ใช่งานด้วยซ้ำ แต่เป็นการได้ทำในสิ่งที่รักแล้วได้เงินทองตอบแทนมากกว่า

แต่ในกรณีที่เราต้องทำงานที่ไม่ถนัดด้วยความจำเป็น หลักแห่งฉันทะนี้ก็มีไว้ชี้ทางออกเพื่อคลายทุกข์ นั่นคือ แม้เราจะไม่ถนัด แต่เราก็ควรสร้างความชอบให้เกิดขึ้นกับตัวงาน สิ่งแรกก็คือพยายามลบทัศนคติในแง่ลบเกี่ยวกับงานนั้นออกให้หมด เจ้าพวกความคิดที่ทำให้เราเกลียดงานนั้นยิ่งขึ้นเราต้องกำจัดมันออกไป จากนั้นสิ่งต่อมาเราก็ต้องค่อยๆ ปลูกความชอบในงานนั้นขึ้น เช่น การหาจุดดี หาประโยชน์ของการทำงานนั้น หาจุดที่เรารู้สึกชอบหรือมีความสุข หรือไม่ก็พูดคุยกับคนที่รักในงานนั้น เพื่อทำความเข้าใจว่าเขารักงานนั้นด้วยเหตุใด เราจะได้ซึมซับความรู้สึกดีๆ ต่องานนั้นด้วย

 

ดังนั้นด้วยหลักฉันทะเพียงประการเดียวก็ทำให้เราคลายทุกข์เรื่องงานไปได้หลายเปลาะทีเดียว โดยการให้ความรักกับงาน สร้างความรู้สึกดีๆ ให้เกิดและพยายามมองข้ามสิ่งไม่ดีในงานนั้น หรือไม่ก็อาจจะนำเอาสิ่งไม่ดีมาคิดปรับปรุง หาทางทำให้มันดีขึ้นก็ยังได้

 

ต่อมาคือ วิริยะ ซึ่งหมายถึงความเพียรพยายาม ตั้งใจในการทำงาน อันเป็นหลักสำคัญมาก ไม่ว่าเราจะทำงานชนิดไหนหรือทำอะไรก็ตาม หากปราศจากความเพียร งานนั้นย่อมไม่อาจสำเร็จลงได้ หรืองานที่ขาดความตั้งใจในการทำมันก็อาจเสร็จแต่ไม่สำเร็จสมบูรณ์

 

ถ้าเราทำงานด้วยหลักนี้ เราจะระงับทุกข์ได้หลายประการ เช่น ถ้าเราตั้งใจทำงานอย่างละเอียด รอบคอบ งานชิ้นนั้นจะเสร็จสมบูรณ์อย่างดี เราจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาแก้ในภายหลังอีก หรือการมีพลังความพยายามทำงานอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้เราทำงานสำเร็จได้เร็วขึ้น อีกทั้งการทำงานอย่างสม่ำเสมอก็ถือเป็นการพัฒนาฝีมือที่ดีมากอีกทางหนึ่ง ดีกว่าปล่อยให้ตนเองมีความเกียจคร้านหรือท้อแท้เกิดขึ้นมา แบบนั้นการทำงานก็จะเกิดปัญหาต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน

 

สำหรับ จิตตะ คือ การทำงานด้วยความเอาใจใส่และทุ่มเท ซึ่งหากเราทุ่มเทกับงานเสมอ มันจะเป็นเสมือนเกราะป้องกันการตกงานให้กับเราได้อย่างดีเยี่ยม เพราะถ้าเราทำงานอย่างดี ทุ่มเทเต็มที่ ไม่มีบกพร่อง เจ้านายที่ดีก็ย่อมอยากจะเก็บเราไว้เป็นพนักงานไปนาน หรือต่อให้เราเจอเจ้านายไม่ดีมาหาเรื่องไล่ออก เราก็ไม่ต้องกลัว เนื่องจากเรามีผลงานที่ดีมาโดยตลอด และมีนิสัยแห่งความทุ่มเทติดตัวไปเสมอ ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน เราก็จะสามารถสร้างผลงานที่ดีได้เช่นกัน

 

จิตตะยังหมายถึงการมีสมาธิจดจ่อกับการทำงาน ซึ่งจะเป็นตัวเสริมอย่างดีให้กับวิริยะ กล่าวคือเราจะมีทั้งความเพียร หมั่นทำงาน ขยัน และบังเกิดสมาธิกับความรอบคอบ ช่วยให้งานที่ทำนั้นมีคุณภาพดีเป็นที่น่าพอใจ

 

และปิดท้ายด้วย วิมังสา คือ การใช้ปัญญามาช่วยในการทำงาน เช่น ใช้มันวิเคราะห์ ใช้มันปรับปรุงตัวงานให้ดีขึ้น หรือใช้ปัญญามาควบคุมการทำงานของเราให้มีทิศทางมากขึ้น อีกทั้งยังหมายถึงการรู้จักใช้ปัญญามาตรวจสอบการทำงานของตนเอง หากเกิดความผิดพลาดก็จะได้ลงมือปรับปรุงแก้ไข พลิกจากความผิดพลาดให้กลายเป็นประโยชน์ ให้กลายเป็นการพัฒนาศักยภาพตนเองได้

 

หลักแห่งอิทธิบาท 4 จึงเป็นตัวระงับทุกข์จากการทำงานที่ดีเยี่ยม เพราะโดยเนื้อแท้แล้วหลักนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อรอให้เกิดทุกข์ เกิดปัญหาแล้วค่อยมาแก้ แต่เป็นหลักที่สอนให้เรามีสติตั้งแต่ก่อนจะเริ่มทำงาน รู้จักบอกตัวเองให้รักในงาน คิดถึงงานในแง่ดี มีความพยายามไม่ย่อท้อ มีสมาธิจอจ่อทำงานต่อเนื่อง และใช้ปัญญาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญระหว่างปฏิบัติงาน จะได้ไม่ปล่อยปละละเลยให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมา

 

จำไว้นะครับว่า วิธีชนะทุกข์ที่ดีที่สุด ไม่ใช่การแก้เมื่อเกิดทุกข์ แต่เราต้องทำงาน หรือทำทุกสิ่งแบบไม่ให้เกิดความทุกข์ขึ้นมาง่ายๆ กล่าวคือ การป้องกันไม่ให้เกิดทุกข์ย่อมดีกว่าการแก้ไขทุกข์ในภายหลัง นั่นแหละถึงจะเรียกว่าชนะทุกข์ได้อย่างแท้จริง (คิดดูครับ ชนะแบบทำให้มันไม่เกิดขึ้นมาเลย ต้องเรียกว่าเก่งกว่าเป็นไหนๆ)

โฆษณา

Read Full Post »

ในเรื่องที่ทำงานและเรื่องงานนั้น เป็นเรื่องที่สร้างความปวดหัวให้แก่เรามากที่สุดทุกคน เพราะเราทุกคนนั้นต้องทำงาน เพื่อจะได้เงินมาเลี้ยงดูครอบครัวและตัวเอง แต่ในงานที่เราทำนั้นมันติดขัดกันไปหมด ดูเหมือนมันจะไม่ก้าวหน้าไปเท่าที่ควร บางครั้งดูเหมือนมันจะง่าย ทำแบบสบาย กลับมีปัญหาขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน

 

ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า คนในที่ทำงานนั้นก็คือ เจ้ากรรมนายเวรของเราด้วย ทั้งเจ้านาย ลูกน้อง เพื่อนร่วมงานทุกคน เราก็ควรมีทีท่าที่ดีต่อเขาเหมือนเราต้องมีท่าทีทีดีต้อเจ้าหนี้ของเราด้วย ถ้าเราอยากจะให้ทุกอย่างมันดีขึ้น

 

เมื่อรู้แล้วว่าเขาเป็นเจ้าหนี้ เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราด้วย และเป็นคนที่เราอยากจะเชื่อม อยากจะติดต่อเพื่อความลื่นไหลในการทำงาน เราก็ควรที่จะทำการเชื่อมบุญไปหาเขา ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เขาด้วย

 

เพื่อเขาจะได้มีกำลังมากขึ้น ทำงานให้เรามากขึ้น และขอให้งานที่ต้องทำร่วมกันนั้นประสบความสำเร็จ ขออย่าให้มีกรรมหรืออุปสรรคมาขัดขวาง หรือทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท สร้างเวรสร้างกรรมกันอีก

 

ขอให้ทำตามทุกขั้นตอน ตามใบประกาศสัจจะอธิษฐาน เป็นการเชื่อมบุญ ใช้ได้ผลแน่นอน ทั้งเจ้านายไม่รัก ไม่สนับสนุน ทำอะไรก็ผิดไปหมด ทำดีเท่าไรก็ไม่มีคนเห็น ขอให้เราเชื่อศรัทธาในเรื่องของผลบุญ และใช้บุญนำหน้าชีวิตก็จะมีแต่ความรุ่งเรือง สงบสุข

 

ขอให้อยู่ในศีล ๕ ทำบุญ เชื่อมบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้เขาตลอดเวลา มันไม่ได้เปลืองเงินทอง เปลืองเวลามากมาย คุ้มแสนคุ้ม กับการที่จะมีหน้าที่การงานที่เจริญก้าวหน้า มีแต่คนสรรเสริญการทำชั่วนั้น เราทำได้ง่ายดายมากกว่าการทำดี มันเป็นการดึงเราให้ลงไปในที่ต่ำ มีแต่คนเขารังเกียจและไม่มีทางทำให้เราเจริญไปได้เลยไม่ว่าจะเป็นทางใด

 

เชื่อมบุญกลุ่ม

เคล็ดลับในการทำงานร่วมกันที่สำเร็จและยิ่งใหญ่

เรื่องนี้เป็นการเชื่อมบุญระหว่างเรากับคนเป็นจำนวนมากซึ่งจะเรียกว่า “บุญกลุ่ม” เป็นบุญใหญ่ที่สำคัญ ที่จะช่วยให้คนจำนวนมากสำเร็จในจุดมุ่งหมายที่วางเอาไว้ ได้รับผลอย่างคุ้มค่า

 

เพื่อในการที่จะทำงานร่วมกันให้สำเร็จ ไม่ว่างานนั้นจะใหญ่สักเพียงใด ซึ่งทุกคนในกลุ่มที่ทำงานร่วมกันนั้นสามารถทำได้ทุกคน เป็นวิธีการรวมรวมบุญที่น้อยคนนักจะรู้เรื่องนี้

 

หากเราสังเกตดูว่า ในบริษัทที่ใหญ่โตนั้น ที่เขาเจริญรุดหน้าอย่างต่อเนื่องไม่มีวันจะถอยหลังนั้น นอกจากการทำงานที่มีสติ ปัญญา มีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่และไม่มีผิดศีลธรรมนั้น ทำไมเขาจึงเจริญเป็นปึกแผ่นมาก คนที่ทำงานที่นั่นก็ได้รับความสุข มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี

 

บริษัทเหล่านี้เจ้าของกิจการเขาเป็นผู้มีบุญ บารมี เขาสามารถรู้เรื่องนี้โดยติดตัวมาตั้งแต่เกิดมันเป็นความจำหรือสัญญาในอดีตที่เขาหลงเหลืออยู่ และมารู้เพิ่มเติมจากครูบาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญ เขาจึงรุดหน้าไปไกลกว่าคนปรกติธรรมดา ที่ไม่รู้เรื่องนี้เลย ในบางแห่งนั้นเขามีที่ปรึกษาในด้านการทำบุญที่ถูกวิธีเสียด้วยซ้ำ

 

อย่าลืมว่าเขามีฐานบุญเป็นพ่อค้า เมื่อเขาลงทุนทำอะไรก็ตาม ต้องเกิดผลสูงสุด และเมื่อเขาลงทุนบุญ ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องผิด ที่เขาต้องการให้บุญนั้นส่งผลให้เขาสูงสุดเช่นกัน การที่เขาจะดูหน้าตา ดู วัน เดือน ปีเกิดของคนที่จะมาทำงานในระดับบริหาร

 

ดูโหง้วเฮ้ง คนที่มาร่วมทำงานรับผิดชอบในส่วนต่างๆ เขาดูเพื่อจะเช็คในครั้งแรกว่า มีบุญที่จะทำงานร่วมกันกับเขาหรือไม่ เคยทำบุญร่วมกันมาหรือไม่ เพราะจะทำให้เขารวมบุญกลุ่มได้เร็วและแรง

 

ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขารู้จักเคล็ดลับสำคัญในการทำบุญกลุ่ม ทำบุญร่วมกันเพื่อให้บุญนั้นกองใหญ่ขึ้น เชื่อมบุญกันให้ทำงานแบบไม่มีติดขัด เหมือนแรงของน้ำจากหลายสายที่มารวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถส่งแรงน้ำนั้นไปได้ไกลแสนไกล

 

ถ้าเปรียบท่อน้ำนั้นเป็นช่องทางในการทำงานของเรา ที่มันเต็มไปด้วยขี้สนิมเกรอะกรังมันคือ อุปสรรคอันยิ่งใหญ่ที่ขวางทางของเรา แรงของเราคนเดียวมันน้อยนัก เป็นกระแสน้ำอ่อนๆ มันจะทะลุสนิมหรือบาปกรรมที่ขวางไว้ไปได้อย่างไร

 

มันจึงต้องเอาบุญมาเชื่อมต่อกัน จากกองเล็กๆ คนเดียวเป็นสองสามคน รวมกันให้มากยิ่งมากเท่าไรยิ่งดี มันจะทำให้ทุกสิ่งที่เราทุกคนต้องการนั้นสำเร็จเอาน้ำจากที่ต่างๆ มารวมกันเป็นพลังน้ำที่ยิ่งใหญ่ ถึงจะทำการอะไรก็ตามสำเร็จ

 

เราคงเคยเห็นกองถ่ายละคร ที่เวลาเขาจะเริ่มถ่ายทำ แล้วทำไมเขาต้องทำบุญและมีการบรวงสรวง จะบอกให้ก็ได้ว่า เพราะมันเป็นการทำงานที่ต้องรวมคนจำนวนมาก คนที่มีเวรกรรมผูกพันกัน คนที่มีกรรมในชาติปัจจุบันติดตัวกันมากันมากมาย มองด้วยตาเปล่า อย่างจิตหยาบรับรองว่าไม่มีทางเห็น

 

ดังนั้นเขาจึงต้องมารวมตัวกัน เพื่อทำบุญร่วมกัน ต่างคนต่างให้อโหสิกรรมแก่กันและกัน และมีจิตใจที่เป็นบุญร่วมกัน กองถ่ายละครไหนรู้เคล็ดลับในเรื่องนี้ ละครเรื่องนั้นก็โด่งดัง มีคนรู้จัก มีเงินมีทองมากมาย ดาราก็ดัง คนจัดก็ดัง มีบุญที่รอยู่ข้างหน้าและรอเวลาที่จะมาร่วมงานกันอีกเปิดละครเรื่องใหม่ต่อไปแบบไม่มีหยุด

 

แต่ถ้าในกองละครกองนั้น มีคนที่ร่วมกัน แค่คนที่ให้อโหสิกรรมแต่ปาก แต่ใจนั้นยังมีอาฆาต ทำงานอย่างไรก็วุ่นวายไปตลอดเวลา และไม่มีทางสำเร็จ กองถ่ายล่ม หรือถ้าไม่ล่ม ออกแสดงทางทีวีก็เจ๊งไม่เป็นท่า มีเรื่องอื้อฉาวกันตลอดเวลา เรียกว่ามาสร้างกรรมกันอีกรอบอีกชาติหนึ่ง ต้องมาแก้กันอีกครั้งแน่นอนมันจะสำเร็จได้อย่างไร วิบากกรมมันขวางเอาไว้อยู่

Read Full Post »