Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ก่อนหลับขอพรขอบารมีพระพุทธเจ้า
ให้ได้พบสิ่งดีๆทั้งในนิมิต
และตื่นขึ้นมาพบความดี คนดี เรื่องดีๆ ตลอดไป

62236528_3221612487852561_1027291082678861824_n

หลังจากสวดมนต์ อุทิศบุญแล้ว
ก่อนนอนให้ขอพร ขอบารมีพระพุทธเจ้าทุกพระองค์
ที่เคยกำเนิดมาทุกกัปป์ ทุกกัลป์ ทุกอสงไขย
ขอมหาบุญบารมีของพระพุทธเจ้าที่ยิ่งใหญ่
จนประมาณมิได้ โปรดดลบันดาลให้เรา
นอบหลับในนิมิตที่ดี

ตื่นมาพบแต่ความดี คนดีๆ สิ่งดีๆ
บุญบารมีที่เราทำมาส่งผลโดยเร็วพลัน

จิตที่แนบแน่นเป็นพุทธานุสสตินั้น
คือจิตที่สว่างไสว อยู่ในสายบุญบารมีอย่างแท้จริง

เมื่อตื่นแล้วก็หมั่นนึกถึงพระธรรมคำสอน
จะได้ไม่ประมาทในกิเลส ที่ยั่วเย้า
มีสติตลอด ชีวิตดีขึ้นๆ ตลอดไป

********

โฆษณา

สวดมนต์… นำคนสู่บุญ
หนุนชีวิตดี ปิดทางจน
บุญรักษา เทวดาคุ้มครอง
อ่านให้จบ… จะเข้าใจได้บุญ

64717919_3206111706069306_5700524669652697088_n

บุญนั้นคือความสุข และเป็นพลังงานฝ่ายดี
ใครทำมาก มีมากย่อมมีความสุขมากในชีวิต

การสวดมนต์เป็น หนึ่งในการสร้างบุญ
สร้างความสุขในชีวิต
สวดมนต์ทุกครั้ง เหมือนการได้ชำระจิตใจที่ขุ่นมัว
ที่ในแต่ละวันได้พบกับสิ่งยั่วยุ กิเลสฝ่ายต่ำตลอดเวลา
ชนะบ้างแพ้บ้าง ตามกำลังจิตที่เรามี

การสวดมนต์เป็นการเพิ่มสมาธิ เพิ่มพลังจิตให้แข็งแกร่ง

แล้วชีวิตดีอย่างไร?

จิตเรานั้นเมื่อมีสมาธิมาก มีสติ มีพลังมาก
มีสิ่งอะไรเข้ามาจิตจะเริ่มรู้ ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ
อะไรที่ไม่ดี อะไรที่ดี ก็จะช่วยปิดบาปได้ วางลงปลงได้

ยิ่งจิตมีพลังมาก นอกจากไม่สร้างบาปแล้ว
ยังช่วยให้เข้าใจในกรรม กฏแห่งกรรม
รู้แท้แน่ชัดแล้วว่า บุญเป็นสิ่งดี
เป็นสมบัติที่สร้างแล้วไม่มีใครแย่งชิงไปได้
ใครทำใครได้ ทำดีได้ดีแน่นอน

เมื่อชีวิตปิดทางบาปได้ ลด ละเลิกได้
ทำบุญเล็กบุญน้อยตลอดเวลา
เหมือนน้ำดี ไล่น้ำเสียออกไปจนเหลือน้ำที่ดีที่สุด
เมื่อบุญมากขึ้นๆ ผลบุญส่งผล
ชีวิตจะมีสุขมากกว่าทุกข์

แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องเจอทุกข์อีก
เจอแน่นอนเพราะกรรมที่เราทำ
หลายภพชาติไม่ได้หายไปไหน รอส่งผลอยู่
แต่วางลงปลงได้ ทุกข์หายไปในใจกว่าครึ่งแล้ว
หลายคนโชคดี สร้างบุญตลอดเวลา
จนกรรมไม่ดี บางกรรมแทรกส่งผลไม่ได้เลย

บุญทำให้มีสติ เกิดปัญญา แก้ไขทุกข์ที่เข้ามา
อย่างชาญฉลาด แม้แก้ไม่ได้ก็ปล่อยวางอุเบกขาได้

อย่างนี้เข้าเรียกว่า บุญรักษา ส่วนหนึ่ง
หรือจะเรียกว่า กรรมดีที่เราทำรักษาเรา

เทวดาคุ้มครองล่ะ

นิสัยส่วนหนึ่งของเทวดาคือ การชอบฟังธรรม
ชอบบุญกุศล เป็นเรื่องจริง
ที่คนที่สวดมนต์นั้น หากสวดมนต์ปฏิบัติธรรม
เทวดาประจำตัว เทวดาประจำบ้านเรือนล่วนชื่นชม
ล้วนโมทนาบุญ และช่วยคุ้มครอง เตือนสติ
ปัดเป่าในสิ่งอัปมงคลต่างๆ
ที่จะเข้ามาในชีวิต

การสวดมนต์ การนำคนสู่บุญด้วยการสวดมนต์
ล้วนเป็นสิ่งดีๆ ในชีวิต
ทำมากได้มาก…ทำน้อยก็ได้น้อย
ตามบุญที่เราทำมาทุกประการ…

บุญนั้นเป็นที่พึ่งได้จริง
เรามาพิสูจน์ร่วมกัน…

ยิ่งหวง… ยิ่งหาย
ยิ่งให้… ยิ่งได้
บุญนั้นเป็นที่พึ่งได้จริง

65892157_3217426571604486_5744811773953835008_n

คำว่า ยิ่งหวง…ยิ่งหาย
ยิ่งให้…ยิ่งได้
สองคำนี้ มีความหมายทั้งทางโลกและทางธรรม
ที่น่าสนใจมาก

เป็นการพูดถึงการให้

ยิ่งหวง…ยิ่งหาย
อะไรที่คนอื่นควรจะได้
เราไม่ให้ เพราะหวง เพราะโลภ
เพราะกลัวคนอื่นดีกว่าตน

แบบนี้หมดแน่…ในไม่ช้าไม่ว่ามีมากแค่ไหน
ขาดคนช่วย ขาดคนรักจริง
ขาดคนจริงใจ เพราะความหวงของเรา
และผิดศีลด้วย เป็นการเบียดเบียนคนอื่น
อะไรที่เขาควรจะได้ เราเก็บไม่ให้
ไม่มีใครอยากทำงานด้วย ถึงจะเป็นเพื่อน
เป็นญาติกันก็ตาม เป็นคนที่เคยรักให้ความเคารพ
ต้องแตกแยกกัน
เพราะเงิน เพราะผลประโยชน์ที่เบียดบังไว้

ยิ่งให้…ยิ่งได้
ให้ความรู้ ให้ธรรมะ คนที่ให้ก็ได้บุญมาก
ให้ความรัก ความเมตตา ความยุติธรรม
ยิ่งได้ความรัก ความช่วยเหลือกลับมาหลายเท่า
ให้ทรัพย์ ให้ความช่วยเหลือ อนุเคราะห์เกื้อกูล
ให้คนอื่นพ้นจากทุกข์ไม่ว่าทุกข์ทางกาย ใจ
ยิ่งได้บุญบริสุทธิ์
ยิ่งได้ความสุขใจ จิตสะอาดมากขึ้นๆในทุกวัน

ลองคิดเอาเอง ชีวิตที่ลำบาก มีแต่เรื่อง
ไร้คนช่วย ไร้ลูกน้องทีรัก ไร้คนจริงใจ
ไร้ญาติขาดมิตร …เพราะอะไร

ยิ่งหวง…ยิ่งหาย
ยิ่งให้…ยิ่งได้

(ภาพเป็นผลงานอ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
ต้นแบบความดี ยิ่งให้…ยิ่งได้)

พระพยอม เล่ากรรมที่ทำกับพ่อ

62066942_3167678819912595_3822696931264561152_n

โยมพ่อของอาตมาเป็นคนขี้เหล้า… หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็กินเหล้าหมด
พอเมาก็ดุด่าโยมแม่กับอาตมา อาตมาไม่ชอบพ่อมาก…….

วันหนึ่ง..
โยมพ่อเมากลับบ้านไม่ได้ มีคนให้อาตมาพายเรือไปรับ
ตอนนั้น อาตมายังเป็นวัยรุ่น ทำงานมาทั้งวันก็อยากจะนอน….อยากพักผ่อน….
อาตมารู้สึกโมโหมาก
พอพายเรือกลับบ้าน ก็ทิ้งโยมพ่อไว้ในเรือ
แต่พ่อเมามากลุกไม่ไหว ตะโกนเรียก….

“ ไอ้ยอม… ไอ้ยอม… มาอุ้มกูขึ้นบ้านหน่อย… กูขึ้นไม่ไหว ”
ไอ้เราก็ทนรำคาญไม่ไหว เดินกระทืบเท้า ตึง.. ตึง.. ตึง..
กระชากร่างพ่ออุ้ม ในขณะที่อุ้ม..
ความรู้สึกเจ็บแค้นที่พ่อทำให้เราลำบาก ชอบด่าว่าเราเจ็บๆ

พออุ้มพ่อขึ้นมาจากเรือ… ถึงหัวสะพาน
จับร่างพ่อกระแทกกับหัวสะพาน ก้นพ่อกระแทกกับ พื้นไม้อย่างแรง
เสียงดังโครม….

พ่อแกร้องไห้…. แล้วพูดว่า
“ ไอ้ยอมนะ… ไอ้ยอม.. กูอุ้มมึงมาแต่เล็กแต่น้อย….
กูนอนหลับ.. แต่มึงไม่ยอมนอน… ร้องไห้กวน..
กูต้องลุกมาอุ้มมึง…ร้องเพลงกล่อมให้มึงนอน
จะไปไหนมึงไม่ไหว.. มึงเหนื่อย. . กูก็ต้องอุ้มมึง.. ทั้งที่กูก็เหนื่อย

กูอุ้มมึง.. มึงทั้งขี้..ทั้งเยี่ยว.. ใส่กู

แต่กูไม่เคยทุ่มมึงลงกับพื้นเลย….
เพราะกูรักมึง……

วันนี้…มึงอุ้มกู เหล้ากูไม่ได้หกโดนมึงสักนิด มึงทุ่มกูลงพื้นทำไม…..”
พอพ่อพูดจบ น้ำตาไม่รู้มาจากไหน มันไหลพรูลงมาอาบสองแก้ม
อาตมาเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน
ก้มลงกราบพ่อ แล้วพูดว่า

“ พ่อครับ ต่อจากนี้ไป… ผมจะอุ้มพ่อตลอดชีวิต
โดยไม่บ่นและทุ่มพ่อ ลงพื้นอีกแล้วละครับ”
หลังจากนั้น อาตมาทำงานอย่างหนักเพื่อมาให้พ่อ หวังให้พ่อสบายขึ้น
แต่เมื่อถึงวันนั้น มันก็สายไปแล้ว
โยมพ่อได้จากอาตมาไปแล้ว

คิดแล้วมันทรมานใจเหลือเกิน
อาตมาทำผิดพลาดไปแล้ว และแก้ไขไม่ได้
จึงอยากเตือนทุกคนเอาไว้ ไม่อยากให้เสียใจไปตลอดชีวิต…

ขอโมทนาพระคุณความดีพระพยอม กัลยาโณ
ที่นำบทเรียนกรรมมาเล่าให้ทุกท่าน
ตระหนักถึงพระคุณพ่อแม่…
ที่เราทุกคนที่เป็นลูกควรกตัญญูตอบแทนท่าน
ให้สุดกำลังบุญของเรา…

แม้ท่านจากภพนี้ไปแล้ว เราควรหมั่นระลึกถึงท่าน
สร้างบุญและอุทิศบุญถึงท่าน ขออโหสิกรรมท่านตลอดเวลา
โปรดทราบไว้…
บุญที่ทำให้พ่อแม่นั้น
หนุนลูกทุกคนให้พบแต่ความเจริญ….

การสร้างบุญด้วยทานอย่างไร
ให้เกิดบุญมาก เปลี่ยนชีวิตกันเลย
ทำง่ายๆ ยิ่งทำยิ่งได้….

61805274_3162105550469922_931098778914521088_n

คำว่า “ยิ่งทำ ยิ่งได้”นั้นมีความหมายลึกซึ้งมาก
ทั้งทางธรรมและทางโลก

ยิ่งทำด้วยความบริสุทธิ์เพียงใด ทั้งวัตถุทานบริสุทธิ์
ผู้ให้บริสุทธิ์ ผู้รับหรือเนื้อนาบุญบริสุทธิ์มีภูมิธรรมมากเท่าใด

บุญที่สร้างนั้นยิ่งบริสุทธิ์ ชำระจิตใจที่ขุ่นมัว เศร้าหมอง
ให้กลับมาใสสะอาดมากขึ้นตามความบริสุทธิ์นั้น

สำหรับทางโลก มักจะตีความหมายว่า
บุญนั้นยิ่งทำมากเท่าไหร่ ชีวิตยิ่งพบความสุข
ความเจริญตามบุญที่ทำนั้น

หรือได้พบพลังบุญที่ยิ่งใหญ่
เปลี่ยนชีวิต หนุนให้ได้พบโชคลาภวาสนา บารมี
มากตามบุญนั้น

ไม่ว่าจะมองทางใด
บุญนั้นเกิดผลดี…ทั้งสิ้น

3 บุญใหญ่ที่จะพาทุกคน
ออกจากทุกเรื่องของวิกฤตในชีวิต

ทั้งเรื่องเงินทอง งาน และถูกกลั่นแกล้ง

62368710_3164879836859160_4976660313333039104_n

ในช่วงที่ผลกรรมไม่ดีมาส่งผล
บางครั้งเหมือนมืดแปดด้าน
หันไปทางไหนเจอทางตัน

หันไปทางไหน…ไม่มีใครเหลียวแลช่วย
หรือบางคนยังโดนทำร้ายจิตใจ กลั่นแกล้ง
จนแทบหมดกำลังใจ

ไม่ต้องโทษใครมาจากรรมของเราทั้งสิ้น
แต่เราพลิกฟื้นได้

แก้ได้ด้วยปาฏิหาริย์แห่ง “บุญ”
ด้วยบุญของตนที่ทำมาเท่านั้นที่จะพาฝ่าความมืดมิดนี้ได้

3 บุญใหญ่ที่อยากจะให้เร่งทำหากจะไปไม่ไหวแล้ว
หรือที่ดีอยู่แล้ว ก็จะดียิ่งขึ้นร้อยเท่าพันเท่าทวีคูณ

บุญแรกคือ บุญจากการกตัญญู
กตัญญูใคร?

พ่อแม่เป็นอันดับแรก ท่านมีบุญคุณอันประมาณมิได้
ทั้งให้กำเนิดทั้งอุ้มชู ทำให้เราจากวิญญาณเป็นคนทุกวันนี้

แค่สำนึกนั้นยังไม่พอ เราต้องตอบแทนท่านอย่างดีที่สุดเท่าที่มีกำลัง คนที่ทำบุญกับพ่อแม่นั้นวันที่มีภัย วันที่เดือดร้อนอย่างแสนสาหัส บุญนี้จะพาหลุดวงล้อมกรรม

แม้ท่านล่วงลับไปแล้ว บางท่านไม่ได้จากไปไหน
ยังคงเฝ้าดูห่วงใย เป็นเทวดาคอยคุ้มครอง
หมั่นสร้างบุญอุทิศไปให้ท่าน ขอบุญจากท่านช่วยเรา

นอกจากพ่อแม่แล้ว คนรอบข้างไม่ว่าพี่น้อง
เพื่อนหรือแม้แต่คนที่เราไม่รู้จัก
เคยช่วยเหลือยามเราลำบาก อุ้มชูหนุนเรา

เมื่อมีโอกาส เมื่อมีกำลังจงทำ จงตอบแทนเขา
แม้ข้าวหนึ่งช้อน น้ำหนึ่งขัน คือสิ่งที่เรารอดมาได้
ตอบแทนคุณเขา เราจะรอด…

บุญที่สอง คือ บุญของตนเอง
ที่สร้างขึ้นมาในภพนี้ ทั้งจากทาน จากศีล จากภาวนา
ทั้ง3ช่องทางนี้ เป็นบุญใหญ่ที่จะพาเรารอด

คนไม่มีบุญของตนเองนั้น ไม่มีทางพ้นไปได้
เราต้องมีฐานบุญของเราเอง
ทานไม่มีเงิน ก็อภัยทานนำ เมื่อมีบ้างก็ทำสลึง สองสลึง
ด้วยจิตบริสุทธิ์ยิ่งใหญ่
ผลบุญมากกว่าเงินพันล้านที่จิตไม่บริสุทธิ์

ศีล แม้จะอดตาย จะลำบากแค่ไหนอย่าผิดศีล
ต้องอดทน อดกลั้น อย่าเพิ่มวิกฤตให้ตัวเอง
เราต้อง”ซ่อม”และ “สร้าง” ไปพร้อมกัน
ยึดหลักพรวิเศษของพ่อไว้
“จะแน่วแน่ แก้ไข ในสิ่งผิด”

ภาวนา นั้นเป็นบุญมาก ฝึกเถิดหัดสวดมนต์ ฝึกทำสมาธิภาวนา ระงับจิตใจที่ร้อนรุ่ม ฝึกให้เย็นลง ปลงให้ได้
อะไรที่เสียไปแล้วช่างมัน ไม่เคยทำไม่เป็นไร
เริ่มใหม่ได้ทุกวินาที

บุญสุดท้าย คือ บุญแห่งการให้อโหสิกรรมและขออโหสิกรรม
บ่วงกรรมที่รัดเราไว้ ที่ดึงเราไว้ส่วนหนึ่งไม่ให้เดินหน้า
ไม่ให้พบกับอะไรเลย ปิดทางโชคลาภ ปิดทางความเจริญ
คือ เจ้ากรรมนายเวร

ปลดปล่อยซึ่งกันและกันเถิด อย่าได้มีเวรกรรมต่อกรรม
เริ่มที่เราต้องให้อภัย ให้อโหสิกรรมก่อน
ปลดเชือกฝั่งเรา แล้วไปขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวร
ที่มีทั้งมีชีวิต เป็นวิญญาณอาฆาตตามล้างตามผลาญ

ที่มีชีวิตคือ คน สรรพสัตว์ทั้งหลายที่รายล้อมเรา
ทั้งพี่น้อง เพื่อน บริวาร
หรือแม้แต่พ่อแม่เราที่บางครั้งท่านเผลอ
ท่านสร้างกรรมกับเรา
มันฝังในจิตของเรา บุญและกรรมนั้นบันทึกในจิต
เราซ่อนใครซ่อนได้ แต่เราซ่อนกรรมไม่ได้

ให้อโหสิกรรมทุกวันเถิด
เพราะเราคงผ่านภพชาติมามากมาย
หลายคนที่ทุกข์ทรมาน เขารอการปลดปล่อยจากเรา
และเราก็ทุกข์ทรมานจากกรรมที่เราทำ…เช่นกัน

เราต้องขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวรด้วย
ทำได้ทุกวัน ดีทุกวัน

3 บุญใหญ่ที่แนะนำนี้ ใครทำได้ตลอดเวลา
ปาฏิหาริย์แห่งบุญที่ยิ่งใหญ่
จะพาพ้นไปจากความมืดทั้งปวง
ด้วยบุญของเรา ด้วยกรรมดีของเรา…

สวดมนต์อย่างไรให้ชีวิตดี
เจริญรุ่งเรืองและเกิดปาฏิหาริย์

61145837_3138354659511678_1652191773226696704_n

การสวดมนต์เป็นการสร้างบุญใหญ่ที่ทำได้ง่ายที่สุด
ไม่ต้องเสียเงิน และยิ่งทำยิ่งดีต่อชีวิต

เป็นการสร้างพลังสมาธิ ฝึกใจ ฝึกความอดทน
กับผู้สวดและเกิดอานิสงส์บุญมากหาก

ทุกครั้งที่สวดให้สร้างทาน ศีล ภาวนา ครบในครั้งเดียว

สร้างทานด้วยการให้อภัยทาน ก่อนสวดนั่งตั้งจิตให้นิ่ง
ยกโทษ ให้อโหสิกรรมคน สรรพสัตว์ทั้งหลายที่ทำให้เราขุ่นใจ ที่มาเบียดเบียนเรา ที่มาทำร้ายเรา
ยกให้ทั้งหมด ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา
อภัยทานคือ ทานที่ยิ่งใหญ่บุญมากจนประมาณมิได้

ทุกครั้งก่อนสวดมนต์ให้สมาทานศีลก่อน
ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ให้ตนเองเป็นภาชนะที่รองรับบุญ

หลังจากสวดมนต์ให้ทำสมาธิ และเจริญปัญญา เจริญภาวนาต่อ พิจารณาหลักธรรม พิจารณาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต
ไม่มีอะไรไม่เปลี่ยนแปลง ล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
ไม่มีสิ่งใดคงทนถาวร นอกจากความดี นอกจากกรรมดีที่เราสร้าง

สำหรับวิธีการสวดนั้น ให้สวดช้าๆ ไม่ต้องรีบ
สวดถูกอักขระ สวดแบบยิ่งรู้คำแปลยิ่งดีมาก
จะได้ทราบถึงพระมหาบุญบารมีของพระพุทธเจ้า
พระอรหันตสาวก

บทสวดทุกบทนั้น ล้วนศักดิ์สิทธิ์ เกิดมงคลทั้งสิ้น

และอีกเรื่องที่สำคัญคือ เราต้องละบาปให้มากที่สุดด้วย
เพื่อเปิดทางให้บุญที่เราทำ กรรมดีที่เราสร้าง
ได้ส่งผลได้เต็มบุญบารมี

เพียงเท่านี้ ง่ายๆ แต่รับรองว่า
ผู้ที่สวดมนต์เป็นประจำนั้น บุญย่อมรักษา
เทวดาย่อมคุ้มครอง…