Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

อย่าปรามาสพระอริยเจ้าเลย
เหมือนโดดเข้ากองไฟนรก

36706173_2426125600734591_7987632443110719488_n

อยากจะบอกอีกสักครั้ง
สำหรับคนที่ปรามาส ดูหมิ่นดูแคลนพระอริยเจ้า

กรรมทางวาจา ทางใจนี่หนักมาก!

เอาแค่เราไปว่า ไปดูถูกคนธรรมดามีศีลบ้างไม่มีธรรมบ้าง
กรรมที่เราทำนั้นข้ามภพข้ามชาติ

ปิดทางความเจริญตนเองแล้ว
อะไรที่ควรได้ด้วยบุญ
ก็โดนกรรมไม่ดีนี้ขวางไว้

หากไม่เชื่อไม่ศรัทธา
ก็ขอร้องให้วางอุเบกขาไว้
นิ่งเฉย มองผ่านอย่าไปร่วมวงกรรมเลย

จะคิด จะพูดอะไร ให้มีสติ
ให้มีปัญญานำทาง

พระอริยเจ้า คือ ผู้ทรงคุณงามความดี
สะสมบุญบารมีมาหลายภพ หลายชาติ
บางองค์นั้น อีกนิดเดียว
ถึงพระอรหันต์ ถึงพระโพธิสัตว์แล้ว

เราไม่ทราบความเป็นมา
มองไม่เห็นตลอดสาย
อย่าเสี่ยงเลย…

อย่าโดดเข้ากองไฟนรกเลย..

ขอให้พิจารณาด้วยสติ ด้วยปัญญา ด้วยภูมิธรรม
ขอบุญรักษา
ธ.ธรรมรักษ์

Advertisements

ทำ “บุญ” อย่างไร… ให้ “ดวงดี”

36315582_2413356095344875_3769601531939127296_n
เรื่องของดวงชะตาฟ้าลิขิต
หลายคนมองว่าเบื้องบนกำหนดมา
ต้องเป็นไปตามนั้น ไม่มีเปลี่ยน
แต่ความจริงทุกอยางล้วน “เปลี่ยนได้”

หลายคนเกิดมาร่ำรวย แต่มาล่มเหลวภายหลัง
บางคนชีวิตกต่ำตั้งแต่เกิด
แต่ก็กลายมาเป็นมหาเศรษฐีภายหลัง
นี่เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ไม่มีอะไรแน่นอน

“ดวง” คนเรานั้นเปลี่ยนได้จริง
ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งเมตตาสอนไว้ว่า
การที่จะทำให้ตนเองนั้นมีความสุข ความเจริญ
หรือทำให้ตนเองนั้นดวงดีและเกิดปาฏิหาริย์
มีเคล็ดสำคัญเพียง 2 ประการเท่านั้นเอง

ประการแรก ให้ทานแบบสม่ำเสมอ
ทานที่ให้นั้นเราก็แบ่งเป็น 3 แบบด้วยกัน
“อามิสทาน” เป็นทานที่ให้วัตถุสิ่งของเป็นทาน
เป็นการแบ่งปัน การเสียสละสิ่งของของตนให้แก่ผู้อื่น
“ธรรมทาน”หมายถึง การให้ความรู้ที่ถูกต้อง
มีประโยชน์แก่ผู้อื่นทั้งทางโลกและทางธรรม
“อภัยทาน” ไม่ถือโทษโกรธเคืองการล่วงเกินของผู้อื่น
ไม่มีเวร ไม่ผูกเวรกับผู้ใด
ทั้งยังมีจิตเมตตาปรารถนาดีต่อผู้อื่นเป็นนิตย์

สรุปสั้นๆ ถ้าอยากเป็นคนดวงดี
ต้องทำทานให้สม่ำเสมอ
ทั้งวัตถุทาน อภัยทานและธรรมทาน อย่าได้ขาด
บุญกุศลจะหนุนนำให้พบกับความสุขความเจริญ ไม่ขัดสน ไม่ขาดแคลน

ประการที่สอง ต้องเป็นผู้รักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด
ศีล 5 เป็นพื้นฐานในการนำไปสู่ดวงดีตลอดกาล
เป็นการล้างชำระจิตใจให้สะอาด ให้เป็นมงคล
ภาชนะที่สะอาดจะรองรับความเป็นมงคล
และสิ่งที่ดีงามที่กำลังจะเข้ามาในชีวิต

การรักษาศีลที่สะดวกและได้ผลตรงสู่ตัวเองก็คือ “การสมาทานศีล”
การสมาทานก็คือ การรับเอาเข้ามาเพื่อปฏิบัติ
ด้วยการแสดงเจตนาหรือตั้งใจเริ่มด้วยการบอกกล่าว

โดยเปล่งวาจาหรือจะว่าในใจก็ได้
การสมาทานศีลหากเป็นอย่างทางการแล้ว
ทำได้โดยวิธีที่ไปขออาราธนาศีล
และรับสมาทานศีลจากพระภิกษุโดยตรง

ท้ายนี้อยากขอย้ำอีกครั้งว่า
ถ้าอยากดวงดีและอยากให้ปาฏิหาริย์เกิดในชีวิตตลอดเวลา
ควรทำในสองประการที่แนะนำนี้ทุกวัน

ทุกท่านจะเป็นคนดวงดีตลอดกาล
ส่งผลชาตินี้ จนถึงชาติหน้า
มีความสุขทั้งทางโลกและทางธรรมไปพร้อมกัน

โมทนาบุญ

ปัญญาธรรมะ

เชื่อมบุญ อุทิศบุญตรง
ขอขมากรรมสิ่งศักดิ์สิทธิ์

36452936_2419487001398451_980819278838104064_n

ดังที่ได้เล่าให้ฟัง แนะนำมานานหลายปีว่า
ในเรื่องการเชื่อมบุญเป็นวิชาศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งก็คือ

การอุทิศบุญตรงด้วยจิตที่ทรงพลัง
ด้วยบุญบารมีบริสุทธิ์นั้น
ส่งบุญได้ถึง ได้ผลมาก

ครูบาอาจารย์ท่านทราบ ท่านรู้
ว่าสามารถขอบุญนั้นไปขอขมากรรม
ขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวร
โดยเฉพาะที่เป็นดวงจิตวิญญาณ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์

ดังครูบาบุญชุ่มท่านอุทิศบุญตรง
แรงถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอเมตตา ขอขมากรรม
ขออโหสิกรรม ปลดปล่อย 13 คนที่พลั้งเผลอ
ที่ถ้ำนางนอนนี้

ขอให้มั่นใจในบุญกุศล
เพียรทำอย่าหยุด อย่าประมาทเลย

ทำแล้วอุทิศบุญตรงให้เจ้ากรรมนายเวร
ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์

แล้วปาฎิหาริย์ สิ่งอัศจรรย์
เกินที่มนุษย์จะเข้าใจ เข้าถึง
จะบังเกิด….

“บุญ” อยู่ไกล…
จะถม “กรรม” ใกล้ได้ทันหรือ?
36176975_2409676369046181_299327283154386944_n
ในช่วงชีวิตที่ผจญกับผลกรรม
ความคิดแรกๆ ที่นึกถึงกันก็คือ
ขอผลบุญช่วยลูกที!

คนเรายามลำบากมักมองหาบุญ
คนไม่มีบุญก็มักจะบอกว่า
รู้แบบนี้ ทำบุญไว้มากๆ ก็ดี
คิดได้ทีหลัง แต่มันสายไปแล้ว…

เวลาที่กรรมไม่ดีส่งผล จนแทบรับมือไม่ไหว
ไม่มีบุญต้าน บุญช่วยเลยหรือ?
บุญนั่นต้องทำไว้
เมื่อถึงเวลาจะเกิดผลต่อกรรมที่ไล่หลังมา
แต่บางครั้งบุญเบาบาง อยู่ไกลมาก
ย่อมไม่อาจมีผลต่อกรรมที่กำลังส่งผลอยู่

ตัวเองไม่ช่วยตัวเองแล้วใครเขาจะช่วย
จะบอกให้ทราบว่า คนที่มาช่วยนั้น
ต้องเคยสร้างบุญร่วมกรรมมา
ต้องมีบ่วงกรรมต่อกรรม
ซึ่งยังไม่รู้คนไหน และมาเมื่อไหร่

หากเผชิญกรรมอยู่ ก็มองหาหนทางแก้ไข
ด้วยตนเองเป็นเบื้องต้นดีที่สุด
ส่วนบุญที่เคยมีมาจะมาถึงเมื่อไหร่ก็ตามนั้น
อย่าได้คาดหวังในบุญที่อยู่ไกล
จนปล่อยให้ไฟกรรมที่อยู่ใกล้
เผาตนเองจนมอดไหม้ไปเสียก่อน

คนแบบไหนที่กรรมชอบเผา บุญไม่ช่วย?
คนไม่เคยให้คนอื่น
ไม่เคยแม้แต่คิดช่วยคนอื่น สรรพสัตว์
ทานไม่เคยทำ
ศีลไม่รู้จักแถมเยาะเย้ยถากถางคนรักษาศีล
เห็นคนทำสมาธิหาว่าบ้า
งานการไม่ทำนั่งทำไม

คนเหล่านี้แหละ เวลาไฟไหม้จะไม่มีใครช่วยแน่นอน

ขอแนะนำว่า บุญที่ไม่ต้องใช้เงิน
กรรมดีที่สร้างมิตร สร้างบุญร่วมกันมีมากมาย
อย่าเห็นแก่ตัวมาก
นั่งสมาธิ ง่ายๆ นั่งท่าสบาย
ทำจิตให้สบาย ให้จิตมั่นคง

ทุกครั้งที่สร้างบุญ อธิษฐานตามว่า
“ขอบุญที่ข้าพเจ้าทำมาในทุกภพทุกชาติ ทุกอสงไขย
ขอบุญนี้มาส่งผลให้ข้าพเจ้านับแต่บัดนี้
ให้พบแต่ความดี เจริญรุ่งเรือง หนีกรรมชั่วทั้งปวงเทอญ”

หนทางเหล่านี้ล้วนเติมเต็มให้บุญเรามากพอ
สกัดกรรมที่กำลังเกิด บรรเทากรรมที่เกิดขึ้น
หมั่นทำบ่อยๆ ทุกๆวัน
บุญสะสมจะพาเราให้พ้นกรรมได้

ขอให้พิจารณาด้วยสติ ด้วยปัญญา ด้วยภูมิธรรม
ขอโมทนาบุญ

ธ.ธรรมรักษ์

 

เหตุที่ทำให้ “กรรม” หนักกว่า “บุญ”
36137057_2408010155879469_7809343291182284800_n
บุญก็ทำมามากโข
แต่ทำไมชีวิตไม่ดีขึ้นเสียที
มีแต่แย่ลงเรื่อยๆ …เป็นเพราะอะไร?

เรื่องของ “บุญ” และ “กรรม” นั้น
มีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่
หากเข้าใจ “กฎแห่งบุญและกรรม”
ย่อมจะเห็นได้ว่าทุกอย่างนั้น
ล้วนมี หนัก เบา ก่อน หลัง มีเหตุผลทั้งสิ้น

บางท่านเจอมรสุมในชีวิตอย่างหนัก
ทั้งๆ ที่ทำบุญมาตลอด
จึงเกิดคำถามว่า บุญที่ทำไม่เกิดผลเลยหรือ?
ความจริงผลแห่งบุญที่ทำไม่ได้หนีหายไปไหน
ที่ยังไม่เกิดผล เพราะยังรอให้กรรมเบาบางลง
หรือรอให้บุญสะสมนั้นหนักกว่ากรรมที่มี

ครูบาอาจารย์หลายท่านได้เมตตา
อธิบายเหตุที่ทำให้กรรมเกิดผลมากกว่าบุญ
ไว้ด้วยกัน 3 ประการดังนี้

เหตุที่หนึ่ง แม้ขยันหมั่นสร้างบุญก็จริง
แต่ยังขยันทำกรรมชั่วควบคู่ไปด้วย
ดั่งตักน้ำใส่ตุ่ม ที่มีรูรั่วเต็มไปหมด

ก็ต้องรักษาศีล 5 ด่วนที่สุด
เมื่อมีศีล5 ไม่มีทางทำกรรมชั่วอีก
เมื่ออุดรูรั่วแล้ว ไม่นานจนน้ำที่ใส่ก็เต็ม

บุญเองก็เช่นกัน หากตั้งใจทำอย่างบริสุทธิ์ใจ
ไม่นานก็เกิดผลดีตามมาแน่นอน

เหตุที่สอง บุญที่ทำไม่มีกำลังพอส่งผล
บุญที่ทำเป็นบุญไม่บริสุทธิ์
ทั้งหวังผลผิดทาง ทั้งผิดองค์ประกอบการสร้างบุญ

ผู้ให้ก็ไม่บริสุทธิ์ วัตถุทานก็ไม่บริสุทธิ์ ผู้รับก็ไม่บริสุทธิ์
บุญที่ได้ย่อมไม่บริสุทธิ์ หรือไม่ก็เกิดผลน้อยมาก
ตามเหตุและผล ของกฎแห่งบุญและกรรมนั่นเอง

เหตุที่สาม สร้างบุญแต่ไม่เคยอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรเลย
ไม่แผ่เมตตา ไม่เอาใครทั้งนั้น
บุญเป็นสิ่งที่ควรแบ่งปันอย่างที่สุด
ไม่ควรหวงแหน ตระหนี่ในบุญนั้น
จะทำให้บุญไม่มีพลัง ไม่มีแรงจะขับกรรมไม่ดีที่มีอยู่

ขอแนะนำว่า หมั่นอุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร
จะบุญเล็กบุญน้อยก็อุทิศต่อเนื่อง
ในจิตเราหวังเพียงจะชดใช้
บุญช่วยเขาให้พ้นทุกข์บ้าง

บุญเป็นสิ่งที่เกิดผลดี ไม่มีคำว่า “หาย”
ทำบุญย่อมได้ผลบุญแน่นอน
บางทีอาจจะไม่เกิดผลฉับพลัน
แต่เกิดผลแน่นอน
หากเชื่อใน “บุญ” ผลบุญย่อมมาถึงในซักวัน!

โมทนาบุญ