Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for the ‘Uncategorized’ Category

กรรม เป็นของลึกลับและมีอำนาจมาก 
ไม่มีผู้ใดหนีกฎแห่งกรรมได้เลย…

53363005_2945015538845592_7253437779911114752_n

ถ้าเราสามารถรู้เห็นกรรมดีกรรมชั่วที่ตนและผู้อื่นทำขึ้น
เหมือนเห็นวัตถุต่างๆ จะไม่กล้าทำบาป 
แต่จะกระตือรือค้นทำแต่ความดีซึ่งเป็นของเย็นเหมือนน้ำ
ความเดือนร้อนในโลกก็จะลดน้อยลง
เพราะต่างก็รักษาตัว กลัวบาปอันตราย

ท่านว่า ดี ชั่ว มิได้เกิดขึ้นมาเอง
แต่อาศัยการทำบ่อยก็ชินไปเอง
เมื่อชินแล้วก็กลายเป็นนิสัย ถ้าเป็น ฝ่ายชั่ว ก็แก้ไขยาก
คอยแต่จะไหลลงตามนิสัยที่เคยทำอยู่เสมอ
ถ้าเป็น ฝ่ายดี ก็นับว่าคล่องแคล่วกล้าขึ้นเป็นลำดับ

เราเกิดเป็นมนุษย์ มีความสูงศักดิ์มาก
อย่านำเรื่องของสัตว์มาประพฤติ
มนุษย์เราจะต่ำลงกว่าสัตว์และจะเลวกว่าสัตว์อีกมากมาย
อย่าพากันทำ ให้พากันละบาป บำเพ็ญบุญ ทำแต่ความดี
อย่าให้เสียชีวิตเปล่าที่มีวาสนาเกิดมาเป็นมนุษย์

การทำความเข้าใจเรื่องของกรรม
เป็นการศึกษาธรรมะเพื่อเตรียมพร้อม
ที่จะรับภาวะของตัวเราเอง
ซึ่งจะต้องเป็นไปตามกรรมที่ได้ทำไว้ ตามสุภาษิตที่มีว่า

“กรรมจำแนกสัตว์ให้ทรามและประณีตต่างกัน”

ผู้สงสัยกรรม หรือไม่เชื่อกรรมว่ามีผล
คือลืมตนจนกลายเป็นผู้มืดบอดอย่างช่วยไม่ได้

แม้เขาจะเกิดและได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่มาเป็นอย่างดี
เหมือนโลกทั้งหลายก็ตาม เขาก็มองไม่เห็นคุณของพ่อแม่
ว่าได้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูตนมาอย่างไรบ้าง

แต่เขาจะมองเห็นเฉพาะร่างกายเขา
ที่เป็นคนหนึ่งกำลังรกโลกอยู่โดยเจ้าตัวไม่รู้เท่านั้น
ไม่สนใจคิดว่าเขาเติบโตมาจากท่านทั้งสอง
ซึ่งเป็นแรงหนุนร่างกายชีวิตจิตใจเขา ให้เจริญเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน

การดื่มกินเป็นการสร้างสุขภาพ
ความเจริญเติบโตแก่ร่างกาย ไม่จัดว่าเป็นกรรม
กรรม คือ การกระทำ ดี ชั่ว ทางกาย วาจา ใจ ต่างหาก
ผลจริง คือ ความสุข ทุกข์ที่ได้รับกันอยู่ทั่วโลก
กระทั่งสัตว์ผู้ไม่รู้จักรรม

รู้แต่กระทำคือหากินอยู่
ทางศาสนาเรียกว่า กรรมของสัตว์ ของบุคคล
และผลกรรมของสัตว์ ของบุคคล

ควรมีเมตตาสงสารในสัตว์ทั้งหลาย
ซึ่งมีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย
เช่นเดียวกับเรา ไม่มีอะไรยิ่งหย่อนกว่ากัน

ความยิ่งหย่อนแห่งวาสนาบารมีนั้นมีได้ทั้งคนและสัตว์

สัตว์บางตัวมีวาสนาบารมีและอัธยาศัยดีกว่ามนุษย์บางคน
แต่เขาตกอยู่ในภาวะความเป็นสัตว์ ก็จำต้องทนรับเสวยไป

สัตว์เดรัจฉานก็ยังมีและเสวยกรรมไปตามวิบากของมัน
มิให้ประมาทเขาว่าเป็นสัตว์ที่เกิดในกำเนิดต่ำทราม
ความจริงเขาเพียงเสวยกรรมตามวาระที่เวียนมาถึงเท่านั้น

เช่นเดียวกับมนุษย์ ขณะที่ตกอยู่ในความทุกข์จนข้นแค้น
ก็จำต้องทนเอาจนกว่าจะสิ้นกรรม
เมื่อมนุษย์เราเกิดเสวยชาติเป็นคน
มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ตามวาระของกรรมที่อำนวย

มนุษย์ก็มีกรรมชนิดหนึ่งที่พาให้มาเป็นอย่างนี้
ซึ่งล้วนผ่านกำเนิดต่างๆ จนนับไม่ถ้วน
ให้ตระหนักในกรรมของสัตว์ว่ามีต่างๆ กัน

เพราะฉะนั้นไม่ให้ดูถูกเหยียดหยาม
ในชาติกำเนิดความเป็นอยู่ของกันและกัน
และสอนให้รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมดี
กรรมชั่วเป็นของๆ ตน

(ภูริทตฺตธมฺโมวาท จากหนังสือภูริทตฺตมหาเถรานุสรณ์)

ขอโมทนาพระคุณความดีของหลวงปู่มั่นจนถึงที่สุด
และขอบคุณท่านที่พิมพ์เผยแพร่หนังสือธรรมะนี้
และท่านเจ้าของภาพ ท่านผู้อ่านทุกท่าน
ขอให้เจริญยิ่งขึ้นๆ ไปเทอญ

โฆษณา

Read Full Post »

เมื่อชีวิตแย่….ให้”แผ่เมตตา”
ทำอย่างไร…อ่านให้จบจะเข้าใจ
ทำได้ทุกคน!

53609541_2940820679265078_182599516682190848_n

ในช่วงที่กรรมไม่ดีส่งผลนั้น
ทำอะไรดูแย่ไปหมด การงานมีปัญหา
การเงินติดขัดอย่างหนัก บางคนต้องคดีความ
ความสัมพันธ์คนในครอบครอบ รอบข้างพังพินาศ
ไร้การเหลียวแลช่วยเหลือ

ขอให้เข้าใจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก
เป็นเวลาแห่งผลกรรมไม่ดีนั้นส่งผล
มาจากการกระทำของเราเองในปัจจุบัน
และในอดีตที่ส่งผลหนักมากกว่าบุญที่เรามี

ไม่ใช่ปีชง ไม่ใช่ดวงดาวเคลื่อนย้าย
ไม่ใช่ราหูทับซ้อนอะไรทั้งนั้น

มาจากเหตุจากการกระทำของเราล้วนๆ
ที่เราสร้างมาเอง และจากที่เราไปสร้างเจ้ากรรมนายเวรเอาไว้

ให้คิดว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด
อีกช่วงในชีวิตที่เราจะได้รู้จักกฏแห่งกรรม
อย่างแท้จริง และได้ตื่น ได้เข้าใจว่า
เราต้องเร่งพัฒนาคนเองให้อยู่ในกรรมดีมากขึ้น

เพื่อชีวิตข้างหน้าจะดีกว่าที่เป็นอยู่
สร้างบุญง่ายๆ ด้วยการแผ่เมตตา

เริ่มจากสร้างบุญใหม่ที่ไม่ใช่เงิน
ทำสมาธิให้นิ่งสบายเสียก่อน
สมาทานศีล5 และสวดมนต์ หลังจากสวดมนต์แล้ว
ให้ทำสมาธิต่อ พิจารณาถึงเกิด แก่ เจ็บ ตาย
การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
ไม่มีสิ่งใดคงทนถาวรเลย

เมื่อพิจารณาแล้ว ให้ตั้งจิตรวมบุญใหม่ที่ทำในวันนี้
และบุญที่เคยทำมาทุกภพทุกชาติเป็น”มหาบุญกุศล”
อุทิศแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่เราไปเบียดเบียนเขาที่เรานึกได้ไม่ว่าจะเป็นใคร สัตว์ และเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นดวงจิตวิญญาณที่เราไม่รู้ว่าทำเขามาหนักหนาในภพไหนก็ตาม

เพื่อขออโหสิกรรมเขา และให้อโหสิกรรมต่อทุกคน สัตว์
ที่มาทำเราไม่ว่าเรื่องใด

และเมื่อสร้างบุญไม่ว่าเรื่องใด
ให้อุทิศบุญแผ่เมตตาทันที
ทำได้ตลอดเวลาไม่ว่าบุญเล็ก บุญน้อย
บุญใหญ่แค่ไหน

ใจเราจะสงบและชีวิตจะเริ่มเปลี่ยน
จากหนักจะเบา จากเบาจะมลายหายไป

กรรมดี ปัญญาที่ถูกต้อง ตรงทาง
การลงมือทำเท่านั้นที่จะแก้ได้
บุญเท่านั้นจะพาเราพ้นจากชีวิตที่แย่….

ขอโมทนาบุญ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง
และท่านเจ้าของภาพหลวงปู่ทวดที่เต็มบุญบารมี
ที่นำมาประกอบบทความ

Read Full Post »

การอธิษฐานที่ดีที่สุด
คือ ขอให้เกิดปัญญาที่ถูกต้อง
มีความกล้าหาญมากขึ้นที่จะละชั่ว
และได้ทำกรรมดีมากที่สุด….

52823444_2931891856824627_4572915361531297792_n

ในยามที่ทุกข์ ในเวลาที่เดือดร้อน
ขอให้ลองอธิษฐานแบบนี้

เพื่อเป็นการเพิ่มบุญบารมีให้กับตนเอง

เป็นการอธิษฐานที่ดี เหนือกว่าการอธิษฐานแบบขอให้รอด
ขอให้ผ่านไปได้ ด้วยอำนาจอื่น

ถ้าเป็นแบบนั้นเป็นการร้องขอที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

เราเดือดร้อนเพราะบุญเราไม่พอ บุญเราน้อย
กว่าผลกรรมไม่ดีที่กำลังส่งผล

มีทางเดียวต้องมีปัญญาแก้ไข
ต้องมีบุญของตนที่จะพาฝ่าออกไปได้

ไม่มีอำนาจวิเศษที่ไหน จากใครที่จะมาช่วยให้ชีวิตเราดีได้
เหนือบุญของตนเองไปได้

ลองดู อย่าเพิ่งเชื่อ
พิสูจน์ด้วยตัวเอง

Read Full Post »

ผู้เข้าใจธรรม สวดมนต์
และภาวนาเป็นประจำ
ภายนอกดูอ่อนน้อม ถ่อมตน
แต่ภายในแข็งแกร่งดุจศิลา…
52653295_2927516633928816_3518825886243618816_n

การรู้ธรรม ไม่เท่ากับความเข้าใจธรรม
ปฏิบัติมากๆ จนเข้าใจ เปลี่ยนทุกอย่างในชีวิต
จากที่เคยมีอะไรมากระทบต้องโต้ตอบทันที
ขาดการหยั้งคิด เมื่อเข้าใจแล้ว

ก็อ้อ…เดี๋ยวกรรมนั้น เรื่องนั้นก็ผ่านไป
ไม่มีอะไรเลยที่คงทน ถาวร อยู่ตลอดไป

ชีวิตของผู้เข้าใจธรรม ไม่ใช่ว่าต้องไม่เจอความทุกข์
ต้องไม่รับผลกรรมที่ทำมา

แต่เข้าใจแล้ว มีหัวใจที่รับได้ ทนได้
แข็งแกร่งดุจดังหินผา ศิลา…
กี่ลมพัดที่มา…ไม่สะทือน

Read Full Post »

อานุภาพแห่งการสวดมนต์

52952739_2915226128491200_2098163666661670912_n

หลวงปู่มั่น พระอริยเจ้าแห่งแผ่นดินธรรม
ได้เมตตากล่าวถึงอานุภาพ
ของการสวดมนต์ไหว้พระว่า 

พุทธมนต์นั้นใครสวดก็ตาม
จะเป็นกิจวัตรของพระสงฆ์ เช้าและเย็น
หรือชาวพุทธทุกคน

ระลึกในใจ มีอานุภาพแผ่ไปได้หมื่นจักรวาล

พูดหรือออกเสียงพอฟังได้
มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนจักรวาล

สวดมนต์เช้า-เย็นธรรมดา
มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนโกฏิจักรวาล

สวดเต็มเสียง สุดกู่
มีอานุภาพแผ่ไปได้อนันตจักรวาล

แม้สัตว์ที่อาศัยอยู่ในสามภพและที่สุดอเวจี มหานรก
ยังได้รับความสุข เมื่อแว่วเสียงพุทธมนต์ ผ่านลงไปชั่วขณะหนึ่งครู่หนึ่ง ดีกว่าหาความสุขไม่ได้เลยตลอดกาล
.
จากหนังสือ “รําลึกวันวาน”
โดยหลวงตาทองคํา จารุวฺณโณ#คำสอนหลวงปู่มั่น

Read Full Post »

การอโหสิกรรม คือ การปลดบ่วงกรรม 
ที่ได้บุญใหญ่และฉลาดที่สุด!

41083604_2568158149864668_4551617967330164736_n
หลายท่านอาจะยังไม่รู้ว่า…

จิตของเรานั้นเป็นผู้บันทึกกรรมมาทุกภพ ทุกชาติ
เป็นที่มาแห่งบุญ และความทุกข์ อุปสรรคกรรมทั้งปวง

จิตที่ไม่ยอมให้อภัย ให้อโหสิกรรมผู้อื่น
ทุกข์พอๆ กับการตามทวงหนี้กรรมของเจ้ากรรมนายเวร
หากจิตเรามีแต่ความแค้น ไม่ให้อภัย นิดหน่อยก็ไม่ได้
ไม่มีทางรอดจากบ่วงกรรมที่เรามัดตัวเองไว้

การอโหสิกรรม คือ การปลดบ่วงกรรมที่สำคัญมาก

ทั้งต่อเราเอง ต่อผู้อื่น ต่อเจ้ากรรมนายเวรด้วย

แล้วทำไมบอกว่า…ฉลาด
ฉลาดเพราะเราทำตรงช่องทาง
ฉลาดดเพราะเราไม่ต้องไปวิ่งแก้กรรมอะไร
ให้เสียเงินทองมากมาย พิสดารต่างๆนานา

ในเรื่องร้ายๆ ที่มาจากเจ้ากรรมนายเวรนั้น
เหมือนเชือกสองเชือกที่จับกันไว้คนละด้าน

หากกรรมที่เราทำกับเขามาก
เชือกด้านเขาจะกระตุกดึงเราแรงมาก

แรงหรือถี่จน ไม่ต้องทำอะไรกัน
เรื่องร้ายๆ เข้ามาไม่มีหยุดหย่อน

ทางแก้ที่สำคัญที่เราต้องรีบทำ
คือ ให้อโหสิกรรมเขาก่อน

ทำไมต้องให้อโหสิกรรม

เจ้ากรรมนายเวรที่แรงที่สุด ส่งผลมากที่สุด
คือ ส่วนมากจะเป็นอดีตคนที่เรามีความสัมพันธ์มากที่สุด รักมากที่สุด ดีต่อกันมาก่อน

ต่อมาวันหนึ่ง เราผิดใจ มีเรื่องราวต่อกัน
และทั้งคู่ต้องสร้างกรรมต่อกันไว้
ทั้งดีและไม่ดีแน่นอน

เราปลดบ่วงฝั่งเราก่อน
ให้อภัย ให้อโหสิกรรมเขาก่อน
เป็นผู้ให้ก่อน

แล้วเราค่อยสร้างบุญใหม่ไปขออโหสิกรรมเขา

เจ้าหนี้ทุกคน ต้องการหนี้ที่ต้องชดใช้
จะมากหรือน้อย แค่ไหน อยู่ที่เราเป็นหนี้อะไร
ถ้าเป็นวัตถุ เราคงใช้คืนเขาจนเขาพอใจ
เลิกรากันไป หมดเวรหมดเรื่องกันไป

หากเป็นอดีตชาติล่ะ
เขาเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นดวงวิญญาณ
เราไม่มีทางรู้เลยว่า เราไปทำอะไรกับเขาไว้

แต่ด้วยเขาคือ ดวงจิตวิญญาณ
บุญเท่านั้น ที่จะส่งให้เขา และเขารับได้

บุญจากการให้อโหสิกรรมเขาก่อนคือ บุญใหญ่
บุญใหม่ที่เราทำอุทิศให้เขาไม่หยุด
ด้วยจิตที่สำนึกผิด ต้องการชดใช้

ต้องการให้เขาสบายในภพภูมิของเขา

บุุญนี้จะทำให้จิตเขาลดความโกรธแค้น
การตามล่า ทวงหนี้เรา

ยังไม่ต้องเชื่ออะไรทั้งนั้น
พิสูจน์ด้วยตัวเอง

ทั้งให้และสร้างบุญใหม่ไปขออโหสิกรรม
แล้วมาดูกัน ยาวๆ ว่า
บุญที่ทำกรรมดี ที่สร้างนี้จะช่วยเราได้ไหม
ขอบุญรักษา
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

เงินทอง โชคลาภ ติดขัด
อาจเกิดจาก “กรรม” ที่ทำมา
โชคลาภวาสนา ล้วนมาจากกรรม
กรรมดี ย่อมส่งผลดี
กรรมชั่ว ย่อมส่งผลชั่ว เท่านั้นเอง

39738489_2537833989563751_5546639448885690368_n

ไม่มีโชคลาภ เดือดร้อนเรื่องเงิน
เป็นปัญหาชีวิตที่ปุถุชนคนธรรมดา
อย่างเราๆ มีโอกาสได้เจอ
หนทางแก้ไข มีทั้งทางโลกและทางธรรม

ทางโลกก็ต้องแก้กันที่เหตุและปัจจัย
ต้องขยันคิดและทำงานมากขึ้น
สิ่งไม่จำเป็นต่างๆ ก็ ลด ละ เลิก ไปเสีย

ทั้งหมดนี้ต้องทำตามเหตุและผล
ทั้งต้องอยู่บนพื้นฐานความดีและถูกต้องด้วย
ไม่ได้ไปเบียดเบียนผู้ใด
ให้เกิดกรรมตามมาอีก

ทางธรรม ต้องว่ากันเรื่อง “เจ้ากรรมนายเวร”
ที่เราผูกพันทางกรรมกันอยู่
มีทั้งจากกรรมเก่าและกรรมใหม่

และยังไม่เคยสร้างบุญทำทานอะไรมาเลย
หรือทำก็หวังผล มีกิเลสครอบงำตลอดเวลา
บุญที่ได้จึงน้อยนิดไม่ส่งผลมากพอ
ที่จะให้เกิดโชคลาภอะไรได้

ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาสอนไว้ว่า…
ให้หมั่นทำบุญ แล้วอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรบ่อยๆ
ทุกครั้งที่มีการสร้างบุญ แล้วจะดีเอง
เป็นเหตุให้เขาอโหสิกรรมได้ง่ายขึ้น
ให้กล่าวตามใบขออโหสิกรรมว่า

“ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทุกภพชาติไปร่วมสร้างบุญกุศล
และขอให้โปรดเมตตามาร่วมอนุโมทนาบุญ
เมื่อท่านยินดีในบุญกุศลนี้
ขอเมตตาให้อโหสิกรรมต่อข้าพเจ้าด้วยเทอญ”

ขอให้ทำแบบสม่ำเสมอ ทำเท่าที่จะทำได้
สร้างกรรมใหม่ของตนด้วย
ต้องทำเหตุให้ตรงด้วยการตั้งจิตให้มั่นคง
ตั้งสัจจะว่าเราจะไม่ยุ่งกับเงินทองของคนอื่น

ขอให้ทรัพย์ที่จะได้มานี้มาจากบุญของเรา
ขอให้ถูกศีล ถูกธรรม ลงมือทำงาน
ด้วยความเพียร อดทน อดกลั้น ซื่อสัตย์สุจริต
แสวงหาความรู้และโอกาสดีๆในชีวิต

สำหรับกรรมใหม่นั้น ต้องหมั่นสำรวจตรวจตราตนเอง
การพูดจาที่ไม่ดี ที่ไปขวางโชคลาภตัวเอง
ต้องหยุดหรือหลีกเลี่ยงไป

การชอบไปสัญญาอะไรแล้วไม่ทำตาม
เราต้องแก้ไขกรรมใหม่เหล่านี้
ยิ่งแก้ไขได้มากเท่าไหร่ก็จะดีกับตนเองเท่านั้น

โมทนาสาธุ

ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

Older Posts »