Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for the ‘Uncategorized’ Category

ให้ทุกการทำบุญ เป็นบุญบริสุทธิ์มากที่สุดทำบุญด้วยจิตประณีต บริสุทธิ์

ให้บุญนั้นเป็น”มหาบุญกุศล”ได้ง่ายๆ
ทำแล้วดีมากทุกคน
116894618_4651752468171882_2333834869829564977_n
บุญ คือ ความสุข
คือพลังเดียวที่ช่วยให้ทุกคน
พบสิ่งดีๆ ในชีวิต

ทุกครั้งที่สร้างบุญ พิจารณาให้ดี
ถึงผู้รับ สิ่งที่เกิดผลจากบุญนั้น
ใส่บาตร ทำสังฆทานก็พิจารณาวัตถุทานนั้น เกิดประโยชน์แก่ผู้รับ
ยังสุขแก่ผู้รับหรือไม่เพียงใด
การร่วมบริจาคสร้างอะไรก็ตาม
สิ่งนั้นเกิดประโยชน์แก่คนหมู่มากเพียงใด

ดูผู้รับว่า เขาเป็นผู้มีศีล
เขาเดือดร้อน เขาต้องการความช่วยเหลือเพียงใด
เป็นการพิจารณาด้วยปัญญา

ผู้ให้บริสุทธิ์ วัตถุทานบริสุทธิ์
ผู้รับบริสุทธิ์ มากที่สุดเพียงใด
บุญที่ทำก็มีอานิสงส์บุญตามเจตนา
ตามนั้นทุกประการ…

ให้ตรงเวลา ตรงคน ตรงประโยชน์
ให้ด้วยความศรัทธา ให้ด้วยความนอบน้อม
พิจารณากัน…

ขอบุญรักษา
ธรรมะคุ้มครอง
ครูบาอาจารย์เมตตา
เทวดาค้ำชูทุกท่านเทอญ

ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

สวดมนต์ “เป็น”
อานิสงส์สูง ปาฏิหาริย์เกิด

103349341_4408198312527300_28391293103200619_n

การสวดมนต์นั้น ครูบาอาจารย์ท่านได้พูดถึงอานิสงส์หรือผลที่จะได้รับ และเมตตาบอกแนววิธีการไว้
และเพื่อเป็นกำลังใจสำคัญในการสร้างคุณงามความดี บุญกุศลตลอดไปว่า

การสวดมนต์ในแต่ละครั้งจะได้รับอานิสงส์อย่างไรบ้าง..

1. อานิสงส์ที่เกิดกับสุขภาพร่างกาย..

ผู้ที่นิยมสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิสม่ำเสมอจะก่อให้เกิดผลดีต่อจิตยิ่ง จะมีความผ่องแผ้วสว่างบริสุทธิ์
จิตที่สว่างจะทำให้อารมณ์ผ่องใส ไม่โกรธง่าย ไม่เครียด แม้ถ้าจะต้องใช้ความคิดก็จะคิดแบบมีเหตุมีผล

การที่จิตผ่องแผ้วถือเป็นโอสถทิพย์ที่สำคัญต่อร่างกายที่เดียว ส่งผลให้ร่างกายสร้างและหลั่งฮอร์โมนในร่างกายที่เป็นปกติ ทำให้ร่างกายสมดุล เมื่อร่ายกายสมดุลบุคคลนั้นจะอายุยืน คนที่มีอารมณ์ดี ไม่เครียด
จะอายุยืนยาวเช่นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นสรณะจะอายุยืนบางองค์เกินร้อยปีก็มี

หรือคนโบราณที่ชอบสวดมนต์ ไหว้พระจะอายุยืนยาวมากไม่มีต่ำกว่าแปดสิบปี
ซึ่งต่างจากคนสมัยปัจจุบันที่แก่เร็ว อายุสั้น เฉลี่ยแล้วไม่เกินหกสิบห้า หรือ อย่างมากก็เจ็ดสิบปี
การมีจิตที่ผ่องใส เสมือนหนึ่งมียาอายุวัฒนะขนานเอกไว้ในตัวเอง
ลักษณะนี้ ครูบาอาจารย์ท่านให้เรียกว่า “การนำปัจจัยภายในมาสร้างอายุวัฒนะ”

2. อานิสงส์ให้เกิดจิตที่แกร่ง..

หลังการสวดมนต์ไหว้พระและนั่งสมาธิ จะทำให้จิตมีกำลัง เป็นการบำรุงจิต จิตที่มีกำลังจะเข้มแข็ง
ไม่อ่อนไหวง่าย สติดี หนักแน่น การมีจิตเป็นสมาธิสติจะคงอยู่เสมอ จะก่อให้เกิดปัญญาตามมา

ปัญญา หมายถึง ระบบการคิดที่มีสติคอยกำกับ การคิดจึงอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล
ไม่มีอารมณ์เข้ามาเจือปน ส่วนความคิดที่ขาดสติ เราเรียกว่า “อารมณ์” คนสมัยใหม่ที่ไม่นิยมนั่งสมาธิ
ส่งผลให้สติไม่มั่นคง โกรธง่าย โมโหร้าย ขี้หงุดหงิด ไม่อดทนต่อแรงกดดันทั้งปวง
มีอารมณ์แปรปรวนไม่สม่ำเสมอ เหตุเพราะจิตมีอ่อนกำลัง

เราจึงพบว่า สถิติการฆ่าตัวตายของคนสมัยนี้ จึงมีอัตราที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นต้น
รูปธรรมข้างต้นเหล่านี้คงจะพอแสดงให้เห็นถึงความต่างระหว่างจิตสองลักษณะคือ
จิตแกร่งกับจิตอ่อน ได้เป็นอย่างดี

ให้เปรียบเทียบง่ายๆ ว่า การที่เราต้องรับประทานข้าวปลาอาหาร
เพราะอาหารเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับชีวิต ฉันใดก็ฉันนั้น สมาธิก็จะเป็นอาหารที่สำคัญของจิต เช่นกัน

3. ได้อานิสงส์จากการได้โปรดดวงจิตวิญญาณ..

ผู้ที่สวดมนต์ไหว้พระนั่งสมาธิถึงขั้นเป็นผู้มีจิตใสสว่างนั้น เป็นที่โปรดปรานของพวกวิญญาณเร่ร่อนยิ่งนัก เพื่อปรารถนาจะขอส่วนบุญ ส่วนกุศลให้ตนได้ร่มเย็น หรือพ้นทุกข์ หรือแม้กระทั่งหลุดพ้นจากการถูกจองจำ

โดยปกติบทสวดมนต์จะมีความขลังอยู่ในตัวเพราะ เป็นอักขระภาษาที่มีมนต์ขลัง
บางบทเป็นพระคาถาที่มีอานุภาพสูง โดยเฉพาะบทพุทธบารมี บทพระคาถาชินบัญชร มีอานุภาพสูง
ยิ่งผู้สวดมีสมาธิจิตที่ดีแล้ว พลังแห่งเมตตา พลังแห่งอานุภาพจะแผ่กระจายปกคลุมไปไกล

ด้วยอานุภาพของพลังจิตผู้สวดเอง เมื่อเสียงสวดและอักขระไปกระทบ หรือสัมผัสกับดวงจิตวิญญาณใด
พลังเมตตาและพลานุภาพแห่งมนตรานี้จะกระตุ้นให้ดวงจิตวิญญาณเกิดความระลึกได้
เมื่อระลึกได้ก็จะสามารถดูดซับพลังบารมีทั้งปวงจากบทสวดอย่างเต็มที่

ดวงจิตที่มืดบอดก็จะสว่างผ่องใสขึ้นและหลุดพ้นจากบ่วงพันธนาการในที่สุด
สภาพโดยธรรมชาติของวิญญาณทั้งหลายนั้น พวกเขาจะถูกจำกัด หรือถูกควบคุมพื้นที่เสมือนถูกจองจำ

ตีตรวน เหมือนนักโทษที่ติดอยู่ในคุก บางคนก็สำนึกได้เอง
บางคนต้องได้รับการอบรมสั่งสอนก่อนจึงจะเกิดสำนึก เช่นกัน

ดวงวิญญาณหลายดวงเกิดสำนึกในความดี ความชั่วที่ตนได้กระทำได้เอง
เมื่อสำนึกได้ก็จะสามารถเปิดรับธรรมะได้เลยทันที การสำนึกได้เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

ดังที่คนโบราณได้สั่งสอนบอกต่อกันมาว่า..
ก่อนตายให้นึกถึงพระ ความหมายนี้ก็คือ ให้เกิดรู้สำนึกนั่นเอง แม้ถ้าคนเราสำนึกได้ในวินาทีสุดท้าย
ขณะใกล้จะตายก็ถือว่า มีโอกาสที่จะรับรู้สัมผัสธรรมได้ ( จิตเปิด) มีโอกาสหลุดพ้น (จากการจำกัดบริเวณ)
ได้ และภาษาอักขระในบทสวดดวงจิตวิญญาณสามารถก็สามารถเข้าถึงได้ ให้ดวงจิตวิญญาณเข้าใจได้
ก่อให้เกิดความกระจ่างได้และยิ่งเมื่อเราแผ่เมตตาตามอีก เขาก็จะได้อานิสงส์มากยิ่งขึ้น

ดวงจิตวิญญาณเหล่านั้นชุ่มเย็นเป็นสุขเสมือนเรานำน้ำที่เย็นชโลมรดให้กับผู้ที่หิวกระหาย
ลุ่มร้อนมานานปี จนสุดท้ายก็จะสามารถหลุดพ้นไปได้ การที่เราทำให้วิญญาณตกทุกข์ได้ยาก

ทุกข์ทรมาน ได้รับความสุข สว่างสดใส หรือกระทั่งหลุดพ้นไปได้
นับว่าได้อานิสงส์มหาศาลทีเดียว

สภาพความจริงในภพแห่งวิญญาณนั้น ถ้ามนุษย์มองเห็นก็จะพบว่ามีวิญญาณเร่ร่อน (สัมภเวสี)
จำนวนมากมายทีเดียว มีทุกหนทุกแห่ง

เช่น คนมีจิตสว่างบางคนไปนอนที่ไหนก็จะมีวิญญาณมาดึง มาปลุก มาทำให้ไม่สามารถนอนได้ ปรากฏการณ์เช่นนี้ให้ท่านเข้าใจเป็นเบื้องต้นว่า เขามาขอส่วนบุญ เขาเห็นจิตของท่านที่สว่าง
แสดงว่าท่านเป็นมีบุญที่สามารถแผ่ให้กับเขาได้ อย่าตกใจ อย่ากลัวให้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี
วิธีปฏิบัติก็คือ สวดมนต์ แผ่เมตตาให้เขาเสีย แล้วท่านจะนอนหลับฝันดี เขาจะเฝ้าดูแลท่านตลอดทั้งคืน

บางที่อาจให้โชคลาภกับท่านเสียอีก สถานที่บางแห่งวิญญาณอยู่กันเหมือนตัวหนอน เหมือนฝูงแมลงวัน
ยิ่งดวงวิญญาณอยู่กันมากมายเช่นนี้ผู้สวดมนต์ แผ่เมตตา ภาวนาสมาธิให้ ก็จะได้อานิสงส์มากเท่าทวีคูณ การสวดมนต์ที่แท้ก็คือ การแผ่เมตตานั่นเอง

การทำจิตให้นิ่งเป็นสมาธิบ่อยๆ เสมือนเราอยู่ในที่สูง อานิสงส์ที่เราสร้าง
บุญกุศลที่เราทำจะเปรียบเสมือนเราเทน้ำให้ไหลลงสู่เบื้องล่าง ผู้อยู่เบื้องล่างที่หิว
กระหายก็จะรอรับอย่างชุ่มเย็น มีความปีติยินดี

4. ได้อานิสงส์จากโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลาย..

นอกจากดวงจิตวิญญาณแล้ว ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ปรารถนาจะได้รับพลังเมตตาบารมีจากการสวดมนต์
ไหว้พระและนั่งสมาธิเช่นกัน ซึ่งก็คือพวกสัตว์เล็ก สัตว์น้อย สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์
เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นนั่นแหละ

พลังแห่งการแผ่เมตตาบารมีนี้มีอานุภาพยิ่งใหญ่
เป็นพลังแห่งพุทธานุภาพ เป็นพลังฝ่ายบุญกุศล

การสวดมนต์ ไหว้พระนั่งสมาธิ และแผ่เมตตาบ่อยๆ จะทำให้จิตมีความแข็งแกร่ง
พลังแห่งการแผ่เมตตาก็จะมีอานุภาพที่แรงครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น

นั่นย่อมหมายถึง ไปสู่สรรพสัตว์มากจำนวนยิ่งขึ้นตามเบื้องต้นสามารถพิสูจน์ได้จริง ไม่ว่ามด ยุง แมลง ฯลฯ ล้วนต้องการ และแสวงหาพลานุภาพแห่งเมตตาอย่างหิวโหยจริง
เช่น ผู้ปฏิบัติธรรมบางคนพบว่ามีมดขึ้นมาเกาะบนกลดขณะที่ท่านกำลังที่ภาวนาอยู่จำนวนมาก
หรือมียุงมากัดจำนวนมากขณะนั่งสมาธิ แต่เมื่อท่านกล่าวแผ่เมตตาให้แล้ว
พวกเขาเหล่านั้นก็จะจากไปของเขาเอง ไม่ทำร้าย ไม่รบกวนเราอีกเหตุเพราะพวกเขาได้รับแล้วนั่นเอง

ลักษณะเช่นนี้จะเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ครูบาอาจารย์ที่กล่าวไว้ว่า พวกมด ยุง แมลง นั้น
พวกเราสามารถพูดกับเขาได้นั่นเอง เมื่อเราทำให้สรรพสัตว์ทั้งหลายที่ได้ทุกข์หลุดพ้นจากทุกข์
ช่วยให้สรรพสัตว์ที่ได้สุข ให้ได้สุขยิ่งๆขึ้นไป เราก็ได้อานิสงส์แห่งการนี้ตอบคืน อานิสงส์เช่นนี้
เป็นอานิสงส์ที่ก่อให้เกิดบารมีที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว เราเรียกว่า “ อานิสงส์ทางทิพย์”

5. ได้อานิสงส์จากพรเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์..

ทุกครั้งที่เราสวดมนต์ หลังจากสวดบทบูชาพระรัตนตรัยแล้ว เราก็มักจะสวดบทชุมนุมอัญเชิญเทวดาเสมอ (สักเคฯ) เป็นการบอกกล่าวอัญเชิญเทวดาให้มาร่วมพิธีการสวดมนต์ เทวดาเทพ
เทพารักษ์ทั้งหลายโปรดการฟังสวดมนต์มาก เพราะถือเป็นพิธีกรรมแห่งพุทธที่มีมนต์ขลังมีความศักดิ์สิทธิ์

ดังที่ได้เรียนไปแล้ว บทสวดทุกบทเป็นอักขระ มีพลังพุทธานุภาพสูง
ใครได้ยินได้ฟังได้ซึมซับก็จะเกิดความสว่างไสว เกิดพลังบารมี

มนุษย์ที่สวดมนต์ไหว้พระประจำเทวดา จึงเป็นที่โปรดปรานของเทวดา
ไปที่ไหนมีเทวดาปกป้องคุ้มครองให้โชคให้ลาภ ให้ความมั่งมี ศรี สุข

คนโบราณจึงย้ำหนักหนาให้ลูกหลานสวดมนต์ก่อนนอน
นี่คือความหมายที่แท้จริงของการสวดมนต์ก่อนนอน
เทวดาก็ต้องการสร้างบารมีของตนให้สูงยิ่งๆ ขึ้นไปเช่นกัน

เมื่อเราสวดมนต์ ไหว้พระ แผ่เมตตา ทำให้เทวดาได้บารมีเพิ่ม ได้ความสว่างเพิ่ม
เทวดาก็จะอำนวยอวยพรชัยมงคลให้กับเรา เป็นการตอบแทนคุณเรา หากเราสังเกตให้ดี เราจะพบว่า
ทุกพิธีกรรมทางพุทธศาสนาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันจะต้องเกี่ยวข้อง เชื่อมโยงกับเทวดาเสมอ

ก่อนเริ่มพิธีกรรมจึงต้องมีการสวดบวงสรวงอัญเชิญทวยเทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาร่วมพิธีก่อนเสมอ
พุทธองค์ทรงสำเร็จมรรคผลด้วยทวยเทพ เทวดาช่วยเหลือ ชี้แนะ

ในทางกลับกันเทวดาก็พึ่งพาธรรมจากพุทธองค์ หรือพุทธสาวก เพื่อสร้างบารมี
ชี้ทางสว่างเสมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า องค์ทวยเทพเทวากับพุทธศาสนาจึงแยกกันไม่ออก เป็นของคู่กัน

6. สามารถแผ่เมตตาช่วยคนเจ็บป่วยได้..

อานิสงส์การแผ่เมตตานั้น นอกจากสรรพสัตว์และดวงวิญญาณทั้งหลายแล้ว
มนุษย์ทั่วไปที่นอนเจ็บป่วยทนทุกข์ทรมานก็สามารถรับอานิสงส์ของการแผ่เมตตาได้
โดยให้เรากล่าวว่าดังนี้..

“ อานิสงส์ของการสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ ของข้าพเจ้าในวันนี้ ขอส่งให้ (ชื่อ-สกุล ผู้ป่วย)”
เพียงเท่านี้เองก็จะก่อให้เกิดผลดีต่อผู้ป่วยมหาศาล โดยเฉพาะผู้แผ่เมตตา
เป็นผู้บุญบารมีมากยิ่งก่อให้เกิดผลเร็วขึ้น

โดยมาตรฐานที่จะให้เกิดผลสมบูรณ์ ให้ทำติดต่อกัน 33 วัน
สภาพร่างกายและอำนาจจิตของผู้ป่วยก็จะดีขึ้นอย่างชัดเจน

แม้บางรายสังขารจะไม่ดีก็ตาม ความทุกข์ทรมานจะลดลงจิตจะดี คนเราเมื่อจิตดีก็มีความสุข
อย่างไรก็ดีต้องทำความเข้าใจหลักของเวรกรรมแต่ละคนด้วย (ผู้ป่วย)
ผู้ป่วยบางรายอาจจะยกเว้นไม่เป็นไปตามมาตรฐานนี้ อันเนื่องจากอยู่ในภาวะชดใช้กรรมของเขาเอง

และอีกประการหนึ่ง ให้เข้าใจในเรื่องวิถีจิตของผู้ป่วยต้องเปิดด้วย ถ้าจิตปิดก็รับไม่ได้
แต่หากผู้ป่วยเป็นผู้ปฏิบัติธรรมแล้วก็จะยิ่งเกิดผลเร็วทันตาเห็น ใช้เวลาเพียง 16 ถึง 24 วันเท่านั้น
ก็เพียงพอ นั้นหมายถึงเขาเปิดประตูจิตไว้รออยู่แล้วนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ความเป็นสายเลือดสายโลหิตระหว่างผู้แผ่อานิสงส์และผู้ป่วย
ก็เป็นข้อยกเว้นพิเศษอีกเช่นกัน เพราะความเป็นสายเลือดการส่งอานิสงส์บุญกุศลจะยิ่งรวดเร็วที่สุด
เกิดอานุภาพแรงที่สุดเช่นกัน

ดังกล่าวมาข้างต้น คงพอจะทำให้ทุกท่านเข้าใจ เรื่อง อานิสงส์ หรือ ประโยชน์ที่จะรับจากการสวดมนต์
ไหว้พระ นั่งสมาธิ ตลอดจนการแผ่เมตตาเป็นอย่างดีแล้ว

อย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงประโยชน์เบื้องต้นเท่านั้น ความจริงแล้วมีอานิสงส์ที่จะได้รับทางอ้อม
ทางลึกอีกมากมายกว่านี้นักแต่เป็น “ ปัจจัตตัง” ของแต่ละคนไป

การอ่านบรรยายข้างต้นเชื่อว่าสามารถทำให้ท่านเข้าใจได้แต่จะให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง
ท่านต้องปฏิบัติเอง

ธรรมะคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ไม่มีเครื่องมือชนิดใดสามารถมาวัดประสิทธิภาพ วัดความจริงได้

เป็นเรื่องเหนือวิทยาศาสตร์ ต้องวัดผลด้วยการปฏิบัติเอง

Read Full Post »

การปล่อยปลา ไถ่ถอนชีวิตสัตว์
“ทำอย่างไรให้ได้บุญมาก”
ครบถ้วนทั้งทาน ศีล ภาวนาไปพร้อมกัน

106099034_4469032596443871_4353217078423687081_n

การสงเคราะห์สรรพสัตว์
การช่วยชีวิต การให้ชีวิตนั้น
เป็นการสร้างบุญบารมีที่ประมาณมิได้
เป็นทั้งทานบารมี และเมตตาบารมีที่ยิ่งใหญ่
และหลายคนชอบที่จะทำมาก

ครูบาอาจารย์ท่านแนะวิธี
ให้บุญที่ทำนี้มากอานิสงส์ในครั้งเดียวง่ายๆ

เริ่มจาก จิตที่เราต้องการจะช่วยเขาจริง
ด้วยเมตตา ไม่ใช่หวังเพียงจะสะเดาะห์เคราะห์
ลดกรรมหรือแก้กรรม หรือทำตามๆ เขา

จิตเป็นเหตุแห่งการสร้างบุญ
เจตนาบุญนี้สำคัญมาก

ก่อนซื้อปลา ซื้อสัตว์มาปล่อย
ควรสมาทานศีล ตั้งใจรักษาศีลให้มั่นคงก่อน

และเพิ่มอานิสงส์มากขึ้น ด้วยการนำสัตว์ที่จะปล่อยนี้
ไปถวายพระสงฆ์ และขอให้พระสงฆ์ท่านเมตตาร่วมอนุโมทนา
และขอผาติกรรมหรือแลกเปลี่ยนคืนในอัตราที่เท่ากับที่ซื้อมาหรือมากกว่า

อย่าซื้อกลับมาในราคาที่ต่ำกว่าจะติดหนี้สงฆ์เพิ่ม
นอกจากท่านอนุญาตเท่านั้น

แล้วจึงนำไปปล่อยในที่ๆ สมควรต่อการดำรงชีพของเขา
โดยพิจารณาด้วยจิตประณีต บุญประณีตว่าสถานที่ใด
ที่เขาอยู่แล้วน่าจะสุขสบาย

ในเวลาที่ปล่อย หากเราได้พิจารณาสภาวะธรรม
ดังตัวเราเองที่ถูกกิเลส ถูกอบายทั้งหลาย
กักขังเราไว้ ความโกรธ ความโลภ ความหลง
หากเราปลดปล่อยตัวเองได้ดังปลาที่เรากำลังปล่อย

ชีวิตเราจะได้พบกับความสุข ความมีอิสระ จิตใจเบิกบาน
ดังปลาที่แวกว่ายน้ำเบื้องหน้าเรานี้

รวมถึงให้อโหสิกรรมต่อคน ต่อใครก็ตาม
ที่ได้เบียดเบียน ล่วงเกินเรา
ให้ไปแบบไม่ติดค้าง ไม่พูดถึง นึกถึงอีกเลย

ใจเราจะโล่ง ปิติมาก…

เอามาฝากทุกท่านด้วยความปรารถนาดี

ขอบุญรักษา
ธรรมะคุ้มครอง
ครูบาอาจารย์เมตตา
เทวดาค้ำชูทุกท่านเทอญ
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

การปฏิบัติตนหนีนรก
จนนรกตามไม่ทันต่อไปทุกชาติ
โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน

78088433_4334617323218733_2990803117974487040_n

1. มีความรู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องตายแน่
2. ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์
สาวกของพระพุทธเจ้า
3. ฆราวาสมีศีล 5 ทรงอารมณ์เป็นปกติ

ทั้ง 3 ประการนี้ เป็นอารมณ์ในขณะที่ปฏิบัติเมื่ออารมณ์ทรงตัวแล้ว
อารมณ์ที่ปักหลักมั่นคง อยู่กับใจจริง ๆ ก็เหลือเพียงสอง ที่ท่านเรียกว่า
องค์ ก็คือ..

1. ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์
สาวกของพระพุทธเจ้ามั่นคงจริง
2. มีศีล 5 บริสุทธิ์ผุดผ่องจริง

เพียงเท่านี้.. นรกก็ดี เปรต อสุรกาย สัตวเดรัจฉาน
เราผ่านได้ ไม่ต้องไปอยู่หรือเกิดในเขตนี้อีกต่อไป
ถ้าจะถามว่า บาปกรรมที่ทำแล้วไปอยู่ที่ไหน
ก็ต้องตอบว่ายังอยู่ครบ แต่เอื้อมมือมาฉุดกระชาก
ลากลงไม่ถึง เพราะกำลังบุญเพียงเท่านี้ มีกำลัง
สูงกว่าบาป บาปหมดโอกาสที่จะลงโทษต่อไป

Read Full Post »

การอุทิศบุญ แผ่เมตตา เจริญเมตตา
นั้นยิ่งใหญ่ ใจเราเป็นสุข ผู้อื่นก็ได้รับสุข
เป็นเหตุให้แรงเวรลด ทุกข์นั้นคลี่คลาย
จนเป็นเหตุให้เกิดการอโหสิกรรม หมดเวรต่อกัน
96859096_4252319951448471_4049016990226972672_n

เมตตาบารมีนั้น
เป็นหนึ่งในการสร้างบารมีสิบประการ
ที่เรียกว่า “ทศบารมี”

การละเว้น ลด ละ เลิกการกินเนื้อสัตว์ได้
ไม่ว่าจะบางมื้อที่ทำได้ หรือทำตามสัจจะเป็นครั้งๆ
เพราะพิจารณาด้วยเมตตาเขา
ความสุขในจิตใจก็เกิดขึ้น
และเกิดกุศลบุญเพราะจิตที่เมตตานั้น

การส่งเสริมให้คนรักษาศีล
ให้เกิดเมตตาในจิต
ยิ่งเกิดอานิสงส์มากจนประมาณมิได้

ขอบุญรักษา
ธรรมะคุ้มครอง
ครูบาอาจารย์เมตตา
เทวดาค้ำชูทุกท่านเทอญ
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

ผลบุญและผลกรรมนั้นมีจริง
และส่งผลต่อคนที่เกี่ยวข้องกันในชีวิตเรา
ขอให้อยู่ฝั่งบุญเถิด…

95902142_4229067287107071_295927885259079680_n

กรรมบางกรรมที่ส่งผลต่อชีวิตเรานั้น
มาจากกรรมร่วมของพ่อแม่
และกรรมของเราที่ส่งผลไปถึงลูกได้
หากประพฤติตัวไม่ดี

ขั้นต่ำก็อายแทรกแผ่นดินหนี
ถ้าพ่อแม่เป็นผู้ทำบาปยิ่งใหญ่
ขั้นสูงคือ เงินทองที่เราเติบโตมานั้น
มาจากเงินบาป

หากฝั่งบุญ พ่อแม่เป็นคนดี ผู้มีกรรมดี
ไปไหนก็ได้รับผลบุญ ผลดีนี้ไปด้วย
ขั้นสูง เติบโตมาด้วยกรรมดีหนุนนำ
มีปัญญา มีสติ ดำรงชีวิตที่เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น

อย่างไรก็ตาม
พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดนั้น เป็นผู้ให้ชีวิต
ให้เกิดมาเพื่อได้มีโอกาสสร้างบุญ
ได้แก้ไขในสิ่งที่เคยผิดพลาดมาแต่ภพก่อน

หมั่นอุทิศบุญให้ท่าน
แม้ว่ายังมีชีวิตอยู่ หรือล่วงลับก็ตาม

ลุกกตัญญู แม้มีภัย
อำนาจแห่งบุญจะพาให้รอด

ขอบุญรักษา
ธรรมะคุ้มครอง
ครูบาอาจารย์เมตตา
เทวดาค้ำชูทุกท่านเทอญ
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

ทำไมต้องให้มหาทานก่อนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

94487852_4201879366492530_1072634181999132672_n

พระโพธิสัตว์ลงมาเพื่อสร้างบารมี เพื่อช่วยเหลือผู้คนให้พ้นจากความทุกข์
เพื่ออบรมบ่มจิตให้ผ่องใสบริสุทธิ เพื่อละความยึดมั่นถือมั่นภายใน จนความยึดมั่นไม่เหลืออยู่ภายในจิต

จึงให้โดยไม่มีประมาณ สร้างบารมีจนกลายเป็นอุปนิสัยติดตัว เมื่อสร้างบารมีจนเต็ม
จิตจึงเปี่ยมไปด้วยเมตตา จนยอมสละได้แม้กระทั่งชีวิตโดยไม่คิดเสียดาย ไม่พรั่นพรึงแม้ความความตาย

แม้ต้องสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รักยิ่ง เช่น บุตร ภรรยา ราชทรัพย์สมบัติ ให้มหาทาน
หรือต้องผจญกับความยากลำบากมากมาย ก็ไม่ทำให้จิตที่คิดจะสร้างบารมีนั้นต้องหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

การสร้างบารมีนั้น เป็นการอบรมบ่มจิตให้ปล่อยวางความยึดมั่นทั้งปวง เพื่อให้มีเมตตาโดยไม่มีประมาณ
จนไม่มีสิ่งใดในโลกสามารถผูกมัดจิตได้อีกต่อไป

จิตจึงผ่องใส ไม่เศร้าหมองจากกิเลสเครื่องร้อยรัด เมื่อจนจิตมีกำลังใจเต็มที่
จนสามารถปล่อยวางทุกสิ่งได้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
จึงลงอุบัติในโลกใบนี้เพื่อตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

การสร้างบารมีของพระโพธิสัตว์นั้น เป็นเรื่องยากที่คนธรรมดาจะเข้าใจ และเกินกำลังที่ใครจะทำได้
การสร้างบารมีของพระโพธิสัตว์ จึงเป็นเหตุเฉพาะตน ของผู้ที่จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าเท่านั้น

สำหรับปุถุชนนั้น
ผู้มีปัญญา มีเมตตาย่อมนำอาหารนั้นไปแจกจ่ายเป็นทาน

การให้ทานบ่อยๆนั้น เป็นการละความตระหนี่ หรือความยึดมั่นถือมั่นออกจากจิต
ผู้ให้ทานบ่อยๆ ย่อมมีจิตที่ผ่องใสเบิกบาน มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง

เมื่อความยึดมั่นน้อย แม้ต้องสูญเสียทรัพย์ไป ย่อมไม่เป็นคนคิดมาก ไม่ย้ำคิดย้ำทำ
และปล่อยวางเรื่องราวต่างๆได้โดยง่าย

เมื่อทำการงานสิ่งใด ย่อมสำเร็จราบรื่น เพราะไม่มัววิตกกังวลหรือติดใจกับเรื่องเล็กน้อย
แม้ไม่ต้องใช้ความพยายามมาก ก็สามารถหาทรัพย์ได้โดยง่าย ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักและผู้มีบริวารมาก
มีคนคอยช่วยเหลือสนับสนุน ชีวิตจึงมีแต่ความสำเร็จราบรื่นตลอดเวลา

หากเราเห็นตามจริงว่า ทรัพย์สินส่วนเกินจากที่หามาเพื่อการดำรงค์ชีวิตนั้น
เปรียบเสมือนอาหารที่วางอยู่มากมาย ที่เรากินใช้ไม่หมด

หากเราไม่นำอาหารนั้นไปแจกจ่ายช่วยเหลือผู้อื่น
อาหารนั้นย่อมบูดเน่า หาประโยชน์อะไรไม่ได้เลย

ผู้มีปัญญาย่อมนำอาหารนั้นไปแจกจ่ายเป็นทาน

เพื่อเป็นการสร้างบารมี ทรัพย์มากมายที่เราดิ้นรนหามาทั้งชีวิต หากนำทร้พย์ส่วนเกิน
ที่เราอาจใช้ไม่หมดในชาตินี้มาให้ทาน เพื่อสร้างบารมี
ทำประโยชน์ตนประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท

เพื่อยกจิตให้สูงขึ้น แปลงทรัพย์ภายนอกให้เป็นอริยทรัพย์ภายใน เปลี่ยนทรัพย์ที่เอาไปไม่ได้
ให้เป็นทรัพย์ที่เอาไปได้ตอนเราตาย จิตย่อมเบาสบายเพราะคลายจากความยึดติดถือมั่น

เมื่อต้องละจากโลกนี้ไป ย่อมไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้น นั่นเอง

Read Full Post »

หลวงปู่ดู่ ครูบาอาจารย์ท่านสอนเรื่องการตักบาตร ทำสังฆทาน
สร้างบุญที่เกิดผลมาก ที่ทุกคนทำได้ง่าย
และทำอย่างไร…

92457761_4144093785604422_7662346317489766400_n

เรื่องหนึ่งที่คนที่ทำบุญมักจะติดกับดัก
และทำให้บุญที่ทำนั้น ลดทอนอานิสงส์ลง
คือ จิตไปติดกับพระที่เราไปทำบุญ

อยากไปตักบาตรเช้า ไปทำสังฆทาน
แต่พอไปถึงวัด เห็นหน้าพระก็คิดเรื่อยเปื่อย

วัตถุทานที่ถวายท่านจะเอาไปทำอะไร
ท่านเป็นพระจริงไหม พระดีไหม
ท่านมีมากแล้ว ของที่เราทำจะเกิดประโยชน์ไหม

จิตที่ตกแบบนี้…ควรแก้ไขเสีย

บุญนั้นเริ่มมาจากเจตนาที่เราอยากทำ
ไม่ว่าจะเพื่อสงเคราะห์ เพื่อสนันสนุน
เพื่ออุทิศบุญให้บรรพบุรุษ
เพื่อชดใช้เจ้ากรรมนายเวร

เป็นเจตนาบริสุทธิ์

หลักการสร้างบุญที่อานิสงส์มากนั้น
ผู้ให้บริสุทธิ์ คือ จิตในการให้บริสุทธิ์
ให้ไม่ได้หวังได้เข้าตัว
ทั้งก่อนให้ กำลังให้ และหลังให้

วัตถุทานบริสุทธิ์ คือ วัตถุที่เรามาทำทาน
รวมถึงเงินที่ไปซื้อของมาทำบุญ
เงินที่นำมาทำบุญนั้นบริสุทธิ์ ไม่คดโกง
ไม่เบียดเบียน ไม่ข่มเห่งบังคับมา

วัตถุทานที่บริสุทธิ์ไม่ได้หมายความว่า
ทานที่ใช้เงินมากๆ แต่เป็นทานที่เป็นของเราที่ชอบธรรม
จะสลึง จะบาทไม่สำคัญ

ผู้รับบริสุทธิ์ หรือเนื้อนาบุญบริสุทธิ์
ดูจากศีลและวัตรปฏิบัติ

คือเรื่องเรากำลังพูดกันอยู่ตอนนี้
ถ้าจิตเราไปตกไปกังวลว่าผู้รับนั้นบริสุุทธิ์ไหม
อย่างโน้นอย่างนี้ตลอด

อานิสงส์ก็สั่นคลอนไป

ครูบาอาจารย์ท่านแนะนำให้เรา
กำหนดจิต ถวายตรงแด่พระพุทธเจ้าเลย

สมมติสงฆ์ที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงตัวแทนรับ
ท่านมารับแทนเท่านั้น

ปัญหาตรงนี้จะหมดไป
จิตจะผ่องใสมากขึ้นหลายเท่า
บุญที่ทำจะเกิดอานิสงส์มาก

และมีกำลังใจดีในการสร้างบุญต่อไป

ขอบุญรักษา ธรรมคุ้มครอง
ครูบาอาจารย์เมตตา
เทวดาค้ำชูทุกท่าน
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

มารไม่มี…บารมีไม่เกิด
จิตใจที่สูง…แก้ได้ทุกวิกฤต
บุญกุศลแก้ได้ทุกอุปสรรคกรรม

91979835_4109974682349666_4109376338891112448_n

วิกฤตและทุกอุปสรรคกรรมนั้น
ต้องเข้ามาในชีวิตเราเสมอ
ไม่มีใครหนีพ้นกรรมได้เลย

หากยังไม่พ้นการเวียนว่ายตายเกิด

ทุกอย่างที่เข้ามา
หากจิตใจเราได้รับการฝึกฝน
การมีสติ สมาธิกำกับ

ทุกวิกฤตที่เข้ามา คือ โอกาสที่ยิ่งใหญ่

ต้องพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด
ตนนั้นเป็นที่พึ่งแห่งตน
เมื่อมีเหลือ พอแบ่งปันได้เราก็ทำเถิด

บุญกุศลที่เราเพียรทำ
ความดี กรรมดีที่เราเพียรสร้าง
จะหนุนนำให้เรามีความสุข

อดทน ฝ่าฟันทุกวิกฤต
ด้วยสติ ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา
ด้วยความดี ค้นหาสิ่งที่ดีที่แฝงมาในวิกฤตต่างๆ

บางคนพลิกชีวิตได้เลยด้วยวิกฤตนี้
มารไม่มี …บารมีไม่เกิด

ขอบุญรักษา
ธรรมะคุ้มครอง
ครูบาอาจารย์เมตตา
เทวดาค้ำชูทุกท่านเทอญ
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

กรรมนั้นไม่เคยส่งผลผิดตัว
คนที่บอกว่า ทำดีแล้วไม่ได้ดี
ทำบุญแล้วทำไมชีวิตยังแย่ โปรดอ่าน…

90141256_4037677529579382_5151011710395482112_n

มีเรื่องหนึ่งจะเล่าให้ฟัง มีคนๆ หนึ่งย้ายเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านหนึ่ง เป็นคนแสนดีมาก
ใครๆ ก็เคารพในความดีนั้น ช่วยงานวัด ช่วยงานพระ หมู่บ้านจนทุกคนไหว้ด้วยจิตศรัทธา

อยู่มาวันหนึ่งตำรวจบุกมาจับ!!!
ชาวบ้านโวยวายมาก ทุกคนชี้หน้าตำราจว่ามั่วมาก
มาจับคนดีๆ ได้ไง

ตำรวจต้องเอาหลักฐาน เอาหมายศาลมาให้ดู
คนแสนดีคนนี้ ฆ่าคนตาย หลบหนีมาตามล่ามาหลายปีแล้วจนเจอตัว มีพยาน เจ้าทุกข์พร้อม

คนแสนดี คือ คนที่มาเกิดในชาตินี้ ที่เคยสร้างกรรมไม่ดีมาก่อนในภพก่อนๆ

ตำรวจคือ กรรมที่ไล่ล่า

กฏหมายคือ กฏแห่งกรรมที่ยุติธรรม

พยานเจ้าทุกข์ คือ เจ้ากรรมนายเวร

คนเราทุกคนนั้น ผ่านการเกิดมาหลายภพชาติ ทำมาหมดแล้วทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว
ในยามที่ผลกรรมดีส่งผลก็สุขสบาย มีชื่อเสียง เงินทอง ลาภ ยศ

ในยามที่กรรมชั่วมาส่งผลบ้าง ก็เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ หรือทุกข์แค่ไหน อยู่ที่แรงกรรมนั้น

จึงเป็นเหตุให้เห็นว่า คนไม่ดีบางคนทำไมยังเห็นสุขสบาย
เชื่อเถอะว่า เขาก็ทำบุญเก่ามา เขายังได้รับผลบุญนั้น เมื่อบุญหมด คราวนี้แหละรับรอง พลิกหมด
แบบที่เราคงเคยเห็นมาแล้ว อยู่ดีๆ ต้องติดคุกติดตารางไม่มีแผ่นดินจะอยู่

ทำไมคนดีๆ ที่มองเห็นถึงยากลำบาก เหตุเพราะกรรมไม่ดียังมีแรงกรรมส่งผลอยู่ ในภพก่อน
ไม่ได้สร้างบุญ ทำทานมามากพอ แต่เมื่อหมดผลกรรมไม่ดีส่งผลแล้ว
บุญเก่า บุญใหม่ที่ทำก็ส่งผล ให้ชีวิตมีความสุขเช่นกัน

เราเป็นแค่ปุถุชน มองแค่ตาเนื้อ ไม่มีอภิญญาสมาบัติ ที่มอง
ที่รู้ย้อนหลังชาติภพต่างๆ ได้ว่า แต่ละคนไปทำอะไรมาก่อนในภพก่อน

ขอให้มั่นใจในกรรม กฏแห่งกรรม
ไม่มีส่งผลผิดตัว ผิดกรรมแน่นอน
มุ่งละบาป สร้างบุญ ทำกรรมดี ชำระจิตใจให้ผ่องใส
ทุกข์แค่ไหน…เราก็รับมือได้แน่นอน

***หนึ่งในเนื้อหาหนังสือ”สู้ด้วยบุญ” (ฉบับแก้ไขวิกฤตเร่งด่วน) เต็มบุญบารมีของธ.ธรรมรักษ์
เล่มใหม่ล่าสุดในรอบหลายปี ที่ทำเป็นเล่มใหญ่ที่จะวางขายในซีเอดและร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
หนาถึง 180 หน้า ครบถ้วนและกำลังจะเปิดให้กัลยาณมิตรของธ.ธรรมรักษ์ ได้อ่านก่อน
สู้ด้วยบุญก่อนในราคาบุญร่วมกันเร็วๆ นี้ โปรดติดตาม…

ขอบุญรักษา
ธรรมะคุ้มครอง
ครูบาอาจารย์เมตตา
เทวดาค้ำชูทุกท่านเทอญ
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

Older Posts »