Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for ตุลาคม, 2019

ยะถาให้…ผี
สัพพีให้…คน
กรวดน้ำอุทิศบุญให้เป็น ให้บุญนั้นสำเร็จครบถ้วน
ตามที่ผู้มีใจวิเศษต้องการ…

73053821_3579714945375645_6392674905854312448_n

การกรวดน้ำ คือ การตั้งใจอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่เราได้ทำไว้แล้วไปให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วพร้อม
ทั้งรินน้ำให้ไหลลงไปที่พื้นดินหรือที่รองรับ แล้วเอาไปเทที่พื้นดินอีกต่อหนึ่งหรือรดที่โคนต้นไม้ก็ได้
เพื่อให้จำง่ายไม่สับสน จึงขอแยกเป็นข้อๆ ดังนี้

1. การกรวดน้ำมี 2 วิธี คือ

กรวดน้ำเปียก คือ ใช้น้ำเป็นสื่อ รินน้ำลงไปพร้อมกับอุทิศผลบุญกุศลไปด้วย

กรวดน้ำแห้ง คือ ไม่ใช้น้ำ ใช้แต่สิบนิ้วพนมอธิษฐาน แล้วอุทิศผลบุญกุศลไปให้

2. การอุทิศผลบุญมี 2 วิธี คือ

อุทิศเจาะจง ได้แก่ การออกชื่อผู้ที่เราจะให้ท่านรับ เช่น ชื่อพ่อ แม่ ลูก หรือใครก็ได้
อุทิศไม่เจาะจง ได้แก่ การกล่าวรวมๆกันไป เช่น ญาติทั้งหลาย เจ้ากรรมนายเวร
และสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นต้น ทางที่ถูกควรทำทั้งสองวิธี คือผู้ที่มีคุณหรือมีเวรต่อกันมาก
เราก็ควรอุทิศเจาะจง ที่เหลือก็อุทิศรวมๆ

3. น้ำกรวด

ควรเป็นน้ำที่สะอาด ไม่มีสีและกลิ่น และเมื่อกรวดก็ควรรินลงในที่สะอาดและไปเทในที่สะอาด
และที่สำคัญ อย่ารินลงกระโถนหรือที่สกปรก

4. น้ำเป็นสื่อ – ดินเป็นพยาน

การกรวดน้ำมิใช่จะอุทิศไปให้ผู้ตายกินน้ำ แต่ใช้น้ำเป็นสื่อและใช้แผ่นดินเป็นพยาน
ให้รับรู้ในการอุทิศส่วนบุญ

5. ควรกรวดน้ำตอนไหนดี ?

ควรกรวดน้ำทันทีในขณะที่พระอนุโมทนาหรือหลังทำบุญเสร็จ แต่ถ้าไม่สะดวกจะทำตอนหลังก็ได้
แต่ทำในขณะนั้นดีกว่า ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ

– ถ้ามีเปรตญาติมารอรับส่วนบุญ ท่านก็ย่อมได้รับในทันที

– การรอไปกรวดที่บ้านหรือกรวดภายหลัง บางครั้งก็อาจลืมไป ผู้ที่เขาตั้งใจรับก็อด
ผู้ที่เราตั้งใจจะให้ก็ชวดไปด้วย

6. ควรรินน้ำตอนไหน ?

ควรเริ่มรินน้ำพร้อมกับตั้งใจอุทิศ ในขณะที่พระผู้นำเริ่มสวดว่า “ยะถาวาริวะหาปูรา…”
และรินให้หมดเมือ่พระว่ามาถึง “…มะณิโชติระโส ยะถา…” พอพระทั้งหมดรับพร้อมกันว่า
“สัพพีติโย วิวัชชันตุ…” เราก็พนมมือรับพรท่านไปจนจบ จึงจะถือว่าถูกต้อง

7. ถ้ายังว่าบทกรวดน้ำไม่เสร็จ จะทำอย่างไร ?

ก็ควรใช้บทกรวดน้ำที่สั้นๆหรือใช้บทกรวดน้ำย่อก็ได้ เช่น “อิทัง โน ญาตีนังไหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย ขออุทิศส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ …. (ออกชื่อผู้ล่วงลับ) …. และญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า
ขอญาติทั้งหลายจงเป็นสุขเถิด

หรือจะใช้แต่ภาษาไทยอย่างเดียวก็ได้ว่า “ขออุทิศส่วนบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้วนี้
จงสำเร็จแก่ พ่อ แม่ ญาติ ครูอาจารย์ ผู้มีพระคุณเจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์ทั้งหลาย
ขอจงได้รับส่วนบุญกุศลครั้งนี้โดยเร็วพลัน และโดยทั่วถึงกันเทอญ”
ส่วนบทยาวๆ เราควรเอาไว้กรวดส่วนตัว หรือกรวดในขณะทำวัตรสวดมนต์รวมกันก็ได้

ข้อสำคัญ ถ้าเป็นภาษาพระ ควรจะรู้คำแปลหรือความหมายด้วย
ถ้าไม่รู้ความหมายก็ควรใช้คำไทยอย่างเดียวดีกว่า

8. อย่าทำน้ำสกปรกด้วยการเอานิ้วไปรอไว้

ควรรินให้ไหลเป็นสายไม่ขาดระยะ และไม่ควรใช้วิธี เกาะตัวกันเป็นกลุ่มหรือเป็นทาง
เหมือนเล่นงูกินหาง ถ้าเป็นในงานพิธีต่างๆ ให้เจ้าภาพหรือประธาน รินน้ำกรวดเพียงคนเดียว
หรือคู่เดียวก็พอ คนนอกนั้นก็พนมมือตั้งใจอุทิศไปให้

9. การทำบุญและอุทิศส่วนบุญ

ควรสำรวมจิตใจ อย่าให้จิตฟุ้งซ่าน ปลูกศรัทธา ความเชื่อ
และความเลื่อมใสให้มั่นคงในจิตใจ ผลของบุญและการอุทิศส่วนบุญย่อมมีอานิสงค์มาก
ผลบุญที่เราอุทิศไปให้ ถ้าไม่มีใครมารับก็ยังคงเป็นของเราอยู่ครบถ้วน
ไม่มีผู้ใดจะมาโกงหรือแย่งชิงไปได้เลย

10. บุญเป็นของกายสิทธิ์

ยิ่งให้ยิ่งมาก ยิ่งตระหนี่ยิ่งน้อย ยิ่งอุทิศให้คนอื่นหมดเลยเราก็ยิ่งจะได้บุญหมดเลย

เมตตาจากครูบา ต้นบุญ เขมญาโณ

Read Full Post »

มดตาย… เพราะน้ำตาล
คนประสบเคราะห์กรรม… เพราะกิเลสกับบาปกรรม
แล้วจะแก้ไขอย่างไร….

72670329_3532173513463122_43851388458893312_n
กิเลสฝ่ายต่ำนั้น ช่วงหอมหวานและยั่วยวน
คนที่ไม่มีสติยั้งคิด จิตใจไม่หนักแน่น
มักจะทำผิดตามกิเลสได้ง่าย

ความคิดที่ว่า “ใครๆ เขาก็ทำ”
ที่พูดกันเสมอ ทำให้จิตคล้อยตามว่าความมืดนั้นเป็นเรื่องธรรมดา

นรกไม่มีจริงหรอก
บาปกรรม แต่งขึ้นมาหลอกเด็กๆ คนโง่เท่านั้น

เพราะเจออุปสรรคกรรม หรือเคราะห์กรรมถึงมานั่งเสียใจ
รู้งี้ไม่น่าทำเลย ….

การแก้ไขนั้น เราต้องฝึกสติ ฝึกสมาธิให้มีอยู่ตลอดเวลา
รู้ผลเสีย รู้ผลดีแห่งการกระทำนั้นอย่างกระจ่างใจ

โกงเขาแล้ว ผลจะเป็นไง
ลักลอบผิดลูกเมียคนอื่น จะเป็นอย่างไร
ดื่มน้ำเมา ทำตัวไร้สาระ ครอบครัว งานการจะพินาศไหม
โกหก พูดจาใส่ร่ายคนอื่น ถ้าเป็นเราเองเราชอบไหม
ฆ่าสัตว์ ทำร้ายสัตว์ ทำไปทำไม

สรุปคือ รักษาศีล คือทางแก้
เรียนรู้หลักธรรมที่จะมำให้ชีวิตเราเจริญก้าวหน้า

สร้างบุญใช้บุญสู้เมื่อเจอวิกฤต เจออุปสรรคกรรม
สู้ด้วยบุญ…ถึงจะรอด จะรุ่ง จะเจริญ…

Read Full Post »

ผู้มีศีลแท้…เป็นผู้หมดเวรหมดภัย
หากจะพลิกชีวิต “สู้ด้วยบุญ”
การรักษาศีลเป็นข้อแรกที่ต้องทำก่อนข้ออื่นทั้งหมด!

71714615_3494609883886152_1086547144438972416_n

ลองพิจารณาดูว่า ตอนนี้ที่เราเจอวิกฤต เจอเรื่องหนักๆ
ประเดประดังเข้ามาในชีวิต…เพราะอะไร

เรายังทำบาปกรรมละเมิดศีลอยู่หรือไม่
เราเดือดร้อนทุกข์ใจ ต้นเหตุมาจากกรรมชั่วหรือไม่
ไม่ว่าใหญ่น้อยเพียงใด

ทำการค้าไม่ขึ้น ตกต่ำอย่างลงเหว
ต่อให้ขยันแค่ไหนก็ไม่มีผล เพราะไปเบียดเบียนคนอื่นหรือไม่
เบียดบังประโยชน์เอาใส่เข้าตัว ไปโกงเขามา
ยืมเงินไม่คืนเขาหรือไม่

ชั่วชีวิตที่ผ่านมา สัตว์เล็กสัตว์น้อยไม่เคยละเว้นชีวิต
มด ยุง แมลง ถึงสัตว์ใหญ่ ใครทำผิดศีลข้อ 1
ปิดทางบุญ โชคลาภที่ควรได้เลยทีเดียว

เมามายเป็นอาจิณ ประเภทจิบพออาเจียน หรืออ้างว่าเพื่อสังคม
ปัญญาดีๆ ที่จะนำโอกาสดีๆ ก็ไม่มีทางเกิด

ลักลอบคบซ้อน ทั้งที่แบบซ่อนเร้นและเปิดเผย
อย่าหวังความสุขในชีวิตที่แท้จริงเลย เราเองนำความทุกข์ สร้างเวรไว้ทั้งตัวเราเอง และสร้างเจ้ากรรมนายเวรที่จะตามล้างผลาญกันทุกชาติจนกว่าจะจบ อย่าหวังลูกหลานจะดี

ย้อนกลับไปดูตัวเองก่อนว่า ผิดศีลข้อไหน
แก้ข้อนั้นก่อน หรือรักษาศีลทั้งหมด
ถ้าอยากมีชีวิตใหม่

โปรดจำไว้ รักษาศีลแล้วทำบุญ ทำทานอย่าหยุด
สู้ด้วยบุญ สู้ด้วยตัวเองจะไม่เพียงรอดจากวิกฤต
บุญจะพลิกชีวิตทั้งชีวิตเลยทีเดียว

ทำบุญจะต้องทำด้วยความศรัทธา
ความเชื่อ ความเลื่อมใส ความพอใจ
ถึงจะได้บุญ

” ผู้ทำทานไม่มีศีล เหมือนส่งสินค้าด้วยเรือพาย
ผู้ทำทานมีศีล เหมือนส่งสินค้าทางรถยนต์”

ครูบาอาจารย์ท่านบอกทางไว้
ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อเป็นสิทธิ์ของท่าน
พิจารณากันเอาเอง…

Read Full Post »

สร้างบุญทุกครั้ง…อย่าลืมอธิษฐาน แผ่เมตตา
อุทิศบุญ ส่งบุญกุศลแด่พ่อแม่ ครูบาอาจารย์
และสรรพสัตว์ทั้งปวง

71645438_3483029801710827_5486476268557828096_n

บุญนั้นคือความสุข เป็นพลานุภาพที่หนุนให้ทุกคนพบสุข
ไม่ว่าภพภูมิไหนล้วนเป็นที่ปรารถนาทั้งนั้น

เราเคยได้รับสิ่งดีๆ จากคนอื่น เรารู้สึกอย่างไร
“ผู้รับ”ก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน

การอธิษฐานนั้น คือ การตั้งสัจจะ ปักธงลงไปในจิต การสร้างกำลังใจ
เพื่อให้สิ่งที่เราอยากให้เกิด ได้เกิดขึ้นจริง แต่อยู่ที่บุญของเรา
อยู่ที่เราต้องลงมือทำเหตุนั้น หาปัจจัยสนับสนุนให้เกิดขึ้น

ให้บุญนั้น ช่วยให้การอธิษฐานนั้นสำเร็จ

ครูบาอาจารย์ที่ท่านอธิษฐานบรรลุธรรม
ท่านเร่งสร้างบุญ ท่านเร่งปฏิบัติ ให้ไปตามที่อธิษฐาน

ท่านอธิษฐานสร้างวัด สร้างโรงพยาบาล ท่านก็ต่องเตรียมการ สร้างบุญของท่าน
ต้องบอกบุญ ต้องทำอะไรหลายอย่าง ครบทั้งเหตุ ครบทั้งปัจจัยสนันสนุนให้เกิด

ไม่ว่าเรื่องใด อยากหายป่วยก็ต้องไปรักษา หาหมอ หายาดี
อยากหลุดหนี้สิน ก็ต้องพิจารณาว่าไอ้หนี้สินมาจากเรื่องอะไร
แก้ที่เหตุ ลงมือทำงานหาเงินเพิ่ม ขยันมากขึ้น ใช้ปัญญาให้มากขึ้น

มีปัญหาเรื่องชู้สาว ก็ต้องลด ต้องละ ต้องเลิก
ต้องสร้างบุญไปขออโหสิกรรมคนที่เราทำร้ายเขาและเป็นเหตุให้เราทุกข์ตรม
เขาทุกข์ตรม คนที่เกี่ยวข้องกันทั้งหมด
ไม่ใช่บอกว่ารอให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตาย ก็รับกรรมไปเถอะ

ไม่ใช่อธิษฐานแล้วรออย่างเดียว ไม่มีทางได้

การแผ่เมตตานั้นคือ การส่งความสุข ความปรารถนาดีจากเราออกไป

การอุทิศบุญนั้น คือ การให้บุญที่เราทำ กรรมดีที่เราสร้างให้แก่คนที่เราอยากจะให้

ทั้งเจาะจงและไม่เจาะจง ไม่ระบุหรือระบุ

การเจาะจงนั้น ครูบาอาจารย์ท่านเปรียบดังจดหมายที่จ่าหน้าซองชัดเจน
ชื่อที่อยู่ ไปรษณีย์ไปส่งถูกคน

เหมาะกับคนที่เราอยากให้เขาทั้งพ่อแม่ บรรพบุรุษที่ล่วงลับ
คนที่เราอยากให้เขาอยู่ในภพภูมิที่ดี มีความสุข
เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย

แบบไม่เจาะจงนั้น เพื่อให้ทุกสรรพวิญญาณทั้งหลายที่รอรับบุญ
ที่เดือดร้อน ที่ร้อนรน ที่หิวโหย ได้คลายทุกข์

มีหลายคนสงสัยว่า ให้บุญคนอื่นแล้วบุญเราจะหมดไหม
ไม่มีหมดมีแต่เพิ่มพูน

ดังคบไฟที่เราจุดและส่งต่อไปทุกที่สว่างไสว

คล้ายๆ “ต้นบุญ” ที่เป็นผู้นำบุญ เป็นสะพานบุญชักชวนคนสร้างบุญ
อาทิ ไม่ว่าธรรมทาน ไม่ว่าสร้างพระพุทธรูป สร้างสิ่งอำนวยความสะดวก
เครื่องมือรักษาแพทย์ใดๆ

เมื่อมีคนมาอ่านธรรมทาน เมื่อมีคนมากราบไหว้แล้วชีวิตเขาดีขึ้น
เมื่อมีคนมารักษาด้วยเครื่องมือแพทย์ของเรา

ต้นบุญที่ทำนั้น บุญเพิ่มขึ้นไม่รู้จบ
และบุญมากจนประมาณมิได้…

Read Full Post »