Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for กรกฎาคม, 2018

“มาร” ไม่มี…“บารมี” ไม่เกิด

38017733_2483959064951244_3994451561035071488_n
ทั้งทางโลกและทางธรรม
ล้วนมีมารคอยขัดขวาง
จะทำการสำเร็จในสิ่งใด
ย่อมมีบททดสอบที่เรียกว่า “อุปสรรค”

ทุกข์มาก ต้องใช้บุญที่มากกว่าจึงจะดับทุกข์
ดับทุกข์ของตน ต้องใช้บุญของตนเท่านั้น
ทุกข์ล้วนมาจากจิต ต้องหยุดที่จิต

บางท่านได้ยินคนจำนวนมาก
พูดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
ว่า ทำดีก็แล้ว คิดดีก็แล้ว
ทำบุญมากก็แล้ว
ทำไมยังทุกข์
ทำไมยังเจอแต่เรื่องร้ายๆ ไม่จบสิ้น!

แม้บุญจะดับทุกข์ได้ก็จริง
แต่ก็หาใช่จะดับได้ทันที ทันใจ

คนทำบุญ คนคิดดี คนทำดี
ก็ยังต้องรับทุกข์กรรมทีตัวเอง
เป็นผู้กระทำทั้งที่เคยทำในชาตินี้
ในชาติเก่า ทุกกรรม

คนที่ทำบุญมาก
ก็ยังต้องเจอเจ้ากรรมนายเวร
ทั้งที่เป็นตัวเราเองและผู้อื่น
จองเวรจองกรรม
จนกว่ากรรมจะเป็นอโหสิกรรม
หรือชดใช้กรรมนั้นเสีย

แต่ธรรมที่เรามี ความดีที่เราสร้าง
จะช่วยให้เราเข้าใจความจริง
ธรรมชาติของ “กฎแห่งกรรม”
อยู่กับความทุกข์ ผลกรรมไม่ดีที่มาส่งผล
อย่างมีความสุขได้

หมั่นสร้างบุญบารมี
ให้เกิดสติปัญญาแก่ตน
ปิดทางกรรมชั่วที่จะเกิด
ไม่ทำผิดในเรื่องเดิมๆ อีก

ผู้ที่เผชิญผลแห่งกรรมชั่วทุกวันนี้
ให้เข้าใจเสียว่า นั่นเป็นผลที่เราต้องได้รับและชดใช้
หมั่นสร้างบุญให้มาก
เปิดหนทางแห่งบารมี

ดังที่ว่า…
หากมารไม่มี…บารมีย่อมไม่เกิดแน่นอน!!!!!

โมทนาบุญ

Advertisements

Read Full Post »

ทำอะไรไม่มีวันเจริญ
หากทำให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้าน
ทุกข์ทั้งกาย ทุกข์ทั้งใจ!!!

37928085_2481593405187810_8602834393129549824_n

ก่อนที่จะวิ่งไปขอพรสิ่งสักดิ์สิทธิ์ที่ไหน
ให้หยุดก่อน เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิ่งแรก
ที่ควรทำมีอยู่แล้วทุกบ้าน

คือ พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด
หรือผู้มีพระคุณเลี้ยงดูเรามา

บุญของท่านอุ้มชู เกื้อกูลเรามากกว่า
ทุกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโลกนี้!!!

หลายคนไม่เข้าใจ
เรื่องบุญ เรื่องสายใยแห่งบุญ
กรรมแต่ปางก่อน บุญเก่า
นึกว่า ที่อื่นจะให้ได้มากกว่า ดีกว่าพ่อแม่
หรือผู้มีพระคุณ

บอกเลยว่า…ไม่มี

หากไม่เลี้ยงดู ไม่ตอบแทนท่าน
เท่าที่ควร หรือทำให้ท่านต้องทุกข์กาย ทุกข์ใจ

กรรมหนักที่ทำนั้นจะปิดทางเจริญ
เรื่องโชคลาภ ไม่ต้องพูดถึงเลื่อนออกไปก่อน
ต้องให้ผลกรรมนี้ส่งผล

แม้บุญตนมีส่งผลให้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอหมดบุญตนที่นี้แหละ
กรรมนี้จะส่งผลก่อนทันที

ที่สำคัญต่อให้ไปขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลก
ไม่มีทางได้รับพร

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านไม่มีทางช่วย
คนที่แม้แต่พ่อแม่ ผู้มีพระคุณยังไปก่อกรรม
ยังไม่เคารพ จะไปเคารพใครเขาได้

ผู้มีพระคุณยังหมายถึง ญาติพี่น้อง หรือใครก็ตาม
ที่เคยเหลือช่วยเหลือเกื้อกูลด้วย
หากทำให้เขาทุกข์กาย ทุกข์ใจ

เราปิดคนอื่นได้ หลอกตัวเองได้
แต่ไม่มีทางปิดกรรมได้

ใครทำกรรมนี้ ก็ต้องรับกรรมไป…
และเร็วด้วย….

Read Full Post »

“ทำบุญ” “ทำทาน” ด้วยอะไร
ถึงรุ่งเรืองทันใจ!

37073982_2447575481922936_7244807193453658112_n

มีคนถามเรื่องนี้มาก
เหตุเพราะวิกฤตเศรษฐกิจบ้านเราไม่ดี
กรรมของคนทั้งชาติผสม

รวมกับกรรมของแต่ละคน
ทำให้เหนื่อยกันมากๆ

แล้วทำบุญ ทำทานด้วยอะไร
ถึงรุ่งเรืองทันใจ!

ให้เข้าใจเลยถึงแก่นว่า
บุญนั้นจะเกิดผลมากด้วยความบริสุทธิ์ สะอาด
เริ่มจากจิตของผู้สร้างบุญสำคัญที่สุด
ไม่ใช่เงินทองที่หายาก

เริ่มจากจิตเราก่อน

คำถามตามมาอีกว่า
เดือดร้อนขนาดนี้ ปัญหาเยอะขนาดนี้
จะเอาจิตดี จิตบริสุทธิ์ที่ไหน

เอาแบบนี้ เริ่มจากหัดทำสมาธิ ดูลมหายใจเข้าออกก่อน
จิตตก ก็พุท จิตดีก็ โธ คือ หัดภาวนาพุทโธมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำได้ทุกเวลา ปรับจิตเราก่อน
เอาความอยากได้ เรื่องเดือดร้อนอะไรออกไปจากจิต จากสมองก่อน พุทโธๆๆๆๆๆ อย่างเดียว

รับรองทำสักระยะ จะรู้ว่าจิตที่ร้อนรน
ผ่อนคลายอย่างมหัศจรรย์

ที่นี้มาดูกันทำบุญ ทำทานแบบไหน
ด้วยอะไรถึงเห็นผลทันตาเห็น
รุ่งเรืองทันใจ!

การให้ทานทุกครั้ง จะเกิดเป็นบุญขึ้นในใจ ซึ่งพอจะทราบได้ จากความรู้สึกว่าใจสบาย ใจผ่องใส ใจเป็นสุข เป็นต้น ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้คือ อาการของบุญ

อาการของบุญอุปมาเหมือนกับกระแสไฟฟ้า ที่เราไม่สามารถเห็นด้วยตาเปล่าได้ แต่จะรู้ได้

เช่น เมื่อเราเปิดสวิตช์ให้กระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในพัดลม ทำให้ใบพัดหมุนได้ ให้เข้าไปในเตารีด ทำให้มีความร้อนได้ ให้เข้าไปในตู้เย็น ทำให้เกิดความเย็นได้ ใบพัดหมุนก็ดี ความร้อนก็ดี หรือความเย็นก็ดี นั่นคืออาการของไฟฟ้า

บุญก็เช่นกัน ถึงแม้ไม่เห็นด้วยตา แต่ก็สามารถรับรู้อาการของบุญ นั้นได้ (ยกเว้น ผู้ที่ปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมแล้ว จึงสามารถเห็นกระแสบุญได้)

ทุกครั้งที่ทำความดี มีการให้ทาน รักษาศีล หรือเจริญภาวนา จะเกิดกระแสบุญ ซึ่งเป็นคุณเครื่องชำระใจของเราให้สะอาด บริสุทธิ์ ให้ใสสว่าง แล้วรวมกันเข้าเป็นดวงบุญ ดวงบุญนี้มีอานุภาพที่จะดึงดูดสมบัติ ทั้ง 3 คือรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ให้เกิดขึ้นแก่ชีวิตของเรา

ยามใดเรามีบุญมาก และบุญส่งผล สมบัติต่างๆ ก็จะหลั่งไหลเข้ามาหาเรา แต่ยามใดมีบุญน้อย หรือหมดบุญ กระแสบุญก็อ่อนกำลังลงหรือหมดไป สมบัติที่มีอยู่ก็ค่อยๆ ร่อยหรอลง หรือพลัดพรากจากเราไป เพราะไม่มีกระแสบุญที่จะดึงดูดสมบัติมาได้ดังเดิม

ในทางตรงกันข้าม เมื่อเราทำความชั่ว หรือมีความโลภ มีความตระหนี่ในใจ ก็จะเกิดกระแส กิเลสขึ้นมาผลักสมบัติ 3 ออกไป ทำให้คุณภาพชีวิตของเราเสียไป เพราะฉะนั้น คนที่ทำทานไว้ดีจึงเกิดเป็นคน มั่งคั่งร่ำรวย เพราะทานกุศลทำให้เกิดบุญ บุญก็ดึงดูดสมบัติต่างๆ ให้บังเกิดขึ้น

บุญมี 2 ระยะ คือบุญเก่า (บุญในอดีต) และบุญใหม่ (บุญในปัจจุบัน)
บุญเก่า คือ บุญที่ทำมาในชาติก่อนๆ จนถึงวันคลอด
บุญใหม่ คือ บุญที่ทำมาตั้งแต่แรกเกิดจนถึงปัจจุบัน

ถ้าบุญเก่าทำมาดี จะส่งผลให้เกิดสมบัติในชาติปัจจุบัน เช่น เกิดมาร่ำรวยด้วยทรัพย์ (ทรัพย์ สมบัติดี เพราะบุญเก่าคือทำทานมาดี) มีรูปร่างงดงาม (รูปสมบัติดี เพราะบุญเก่าคือรักษาศีลมาดี) และมี ความเฉลียวฉลาด (คุณสมบัติดี เพราะบุญเก่าคือเจริญภาวนามาดี) และแม้จะมีบางคนที่ปัจจุบันไม่ได้ทำบุญ อีกทั้งยังตระหนี่ถี่เหนียว แต่ว่ากลับร่ำรวยขึ้นมา นั่นก็เป็นเพราะว่าบุญในอดีตที่ตนเองทำไว้ยังตามส่งผลให้ อยู่นั่นเอง

ส่วนคนบางคนแม้จะทำบุญทำทานในชาตินี้ตั้งมากมายก็ไม่รวยสักที จนถึงกับคิดไปว่า ทำดีไม่ได้ดี หรือ บุญ บุญไม่ส่งผล ก็มีเหมือนกัน ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่าในอดีตทำทานมาน้อยเกินไป บุญจึงไม่พอจะดึงดูดสมบัติให้เกิดมากๆ ได้ตามต้องการ แต่ถึงอย่างไร บุญที่ทำไว้ก็ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่รอเวลาที่จะส่งผลให้ในชาติต่อๆ ไปเท่านั่นเอง

แต่ก็มีบางคนที่เกิดมาโชคดี ที่สามารถทำบุญใหม่ในชาตินี้ แล้วได้ผลบุญทันตาเห็น ซึ่งเป็นเพราะได้สร้างบุญในเขตบุญอันอุดม ที่เรียกว่า สัมปทาคุณ (ความถึงพร้อมด้วยคุณพิเศษ) ซึ่งถ้าใครก็ตาม ได้สร้างบุญที่ประกอบด้วยคุณสมบัติ (สัมปทาคุณ) ทั้ง 4 ประการนี้ ก็จะทำให้ทานที่บริจาคแล้วมีผลยอดเยี่ยม และให้ผลได้ในภพปัจจุบันทันทีทันใด
สัมปทาคุณ 4 ประการ ประกอบด้วย

1. ความถึงพร้อมแห่งวัตถุ (วัตถุสัมปทา) ในที่นี้หมายถึงผู้รับ คือปฏิคาหก ต้องเป็นทักขิไณยบุคคล ผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยคุณธรรม ยิ่งมีคุณธรรมสูงมากเท่าใดก็ยิ่งทำให้ทานของผู้บริจาคมีผลมากขึ้นเท่านั้น

2. ความถึงพร้อมแห่งปัจจัย (ปัจจยสัมปทา) ในที่นี้หมายถึงสิ่งของที่จะนำมาทำบุญ ต้องได้มา อย่างบริสุทธิ์โดยชอบธรรม

3. ความถึงพร้อมแห่งเจตนา (เจตนาสัมปทา) คือ ในที่นี้หมายถึงมีเจตนาดี เจตนาเพื่อชำระกิเลส บูชาคุณ เพื่อสงเคราะห์ หรืออนุเคราะห์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ มิได้หวังลาภ ยศ หรือชื่อเสียง มีเจตนาดีทั้ง 3 กาล คือก่อนให้ก็ดีใจ กำลังให้ก็เลื่อมใส ครั้นให้แล้วก็เบิกบานใจ อย่างนี้เรียกว่าถึงพร้อมด้วยเจตนา

4. ความถึงพร้อมแห่งคุณพิเศษของผู้รับ (คุณาติเรกสัมปทา) คือผู้รับเป็นบุคคลธรรมสูง ที่มีคุณธรรมพิเศษ ซึ่งในอดีตกาลระบุไว้ว่า ผู้รับจะต้องเป็นผู้ที่ออกจากนิโรธสมาบัติใหม่ๆ ซึ่งผู้ที่จะเข้านิโรธสมาบัติได้ ก็คือพระอรหันต์ หรืออย่างต่ำต้องเป็นพระอนาคามีบุคคล

ในยุคสมัยปัจจุบัน ก็ต้องพิจารณาจากวัตรปฏิบัติ จากคุณธรรมของท่าน จากประวัติดีงามของท่าน

เอาง่ายๆ แค่นี้ก่อน รู้แล้วทำต่อเนื่อง
มีแต่สุข รุ่งเรืองทันตาเห็น!

ขอบุญรักษา
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

บางคนแค่ทำ”สมาธิ”
เจ้ากรรมนายเวรก็ยอมให้อโหสิกรรม
และปลดบ่วงกรรมแล้ว

37386711_2460888047258346_2071626743071899648_n
เรื่องของจิต เรื่องของกรรมเป็นเรื่องซับซ้อน
ครูบาอาจารย์หลายท่านเมตตาสอนตรงกันว่า

เจ้ากรรมนายเวรที่ตามล่า ตามอาฆาตจองเวรนั้น
บางท่านมีจุดประสงค์ต่อลูกหนี้ต่างกัน

บางคนต้องให้ตาย ต้องให้พินาศย่อยยับถึงจะยอมรามือ

บางคนเพียงอยากได้ทาน ได้อาหารทิพย์ น้ำทิพย์
อาภรณ์ทิพย์ที่มาจากทานที่เกิดผลมาก
ก็พอใจ

บางคนแค่อยากให้ตั้งสัจจะถือศีลบางข้อเป็นบุญใหญ่
ให้เขาตลอดชีวิต…ก็พร้อมจากไป

บางคนอยากได้บุญจากการสมาธิเจริญภาวนา
ที่เกิดผลมาก จิตที่ร้อนรุ่ม จิตที่โดนไฟพยาบาท
ก็เย็นลง หรืออาจถึงขั้นไปเกิด
ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี

เพื่อความประมาท ในความไม่รู้
ว่าเราได้สร้าง ได้ทำเจ้ากรรมนายเวรหนักหนาสาหัสแค่ไหน

และมีกี่รายที่ต้องจองเวร ปิดทางเจริญ

ทางที่ดีที่สุดคือหมั่นสร้างบุญจาก
ทาน ศีล เจริญสมาธิภาวนาให้มากที่สุด
อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรอย่าหยุด

ถึงแม้เจ้ากรรมนายเวรรายใดไม่พอใจ
แต่บุญก็ไม่ได้หายไปไหน
ตัวเราเองที่ได้ผลบุญใหญ่

ใช้ในภพนี้และทุกภพชาติ…

ขอบุญรักษา
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

ทำไม?
เจ้ากรรมนายเวรไม่อโหสิกรรม!

37595611_2462297607117390_5116992034653077504_n

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ
ที่คนเชื่อในกรรม เชื่อว่ามีเจ้ากรรมนายเวร
ไม่ใช่แค่ควรอ่าน แต่ต้องอ่าน!!!

ในกรรมบางกรรมที่เราทำกับเขานั้น
มันเกินจะรับได้
ยิ่งทำลายชีวิตเขา ยิ่งหนัก
หรือแม้แต่ทำให้เขาเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ

หากไม่ทำตัวเขาโดยตรง
แต่เป็นลูก เป็นเมีย
เป็นพ่อแม่เขา หรือสิ่งที่เขารัก
เช่นบ้านเมือง พระมหากษัตริย์
บ้านช่องเขา หรือปิดทางทำมาหากิน
จนเขาลำบากตรอมใจ

ลองคิดกลับกัน ถ้าเป็นเรา
เราจะให้อภัยไหม

มาในภพนี้ ถึงแม้เราไม่รู้ว่า
ในภพก่อนๆ เคยไปทำเขาไหม

แต่ขอให้รู้ไว้ว่ากรรม
และเจ้ากรรมนายเวรไม่ได้ไปไหน

เมื่อชีวิตลำบากเจอแต่เรื่องร้ายๆ
รู้หรือยังว่า โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ

เมื่อรู้แล้วว่าต้องมีเจ้ากรรมนายเวรตามล่า
กรรมไล่ล่า แล้วทำไงดี

อย่างแรกต้องสำนึกก่อนว่า
เราต้องเคยทำผิดพลาดมาแน่ๆ
อะไรที่ชั่ว อะไรที่ไม่ดี
หยุดเสียทันที

สำหรับเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นดวงจิตวิญญาณ
เขาต้องการให้เรากลับตัวสำนึกก่อนเป็นอันดับแรก

อันดับที่สอง เขาต้องการให้เราชดใช้เขา
ด้วยบุญ ด้วยทานต่างๆ อย่างใจจริง

ทำต่อเนื่องด้วย เพราะเราคงไม่มีเจ้ากรรมนายเวรคนเดียว

บางคนพอเจอเรื่องร้ายๆ ถังเหลือง2-3ใบ
คิดว่าใช้แล้วเขาจะโอเคไหม
กับการฆ่าเขา ทำร้าย ทำลายเขา

พอเดือดร้อนก็วิ่งทำบุญ
แล้วก้ไปหลงระเริงต่อ
ชีวิตจึงวนอยู่แต่เรื่อง

บุญบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะชดใช้เขาได้
และบอกเลยไม่ใช่แค่ทำส่งๆ ไป
เขารู้ทุกอย่าง…

ให้ตั้งใจอย่างที่สุด
พิจารณาทานที่ทำ บุญที่สร้าง
บริสุทธิ์ที่สุด ทั้งวัตถุทาน ผู้ให้ ผู้รับ
พร้อมทั้ง3กาล ทั้งก่อนให้ กำลังให้และหลังให้

คนที่กำลังลำบาก หรือส่อสัญญาณเตือนแล้ว
ให้หยุดทำชั่วก่อนทุกเรื่องที่ผิดศีล
สร้างบุญอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรอย่าหยุด

เอาเป็นว่า ทำบุญทุกครั้งอุทิศให้เขา
ขออโหสิกรรมเขาทุกครั้ง

ให้กล่าวแบบนี้

ขออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรที่กำลังมาส่งผลขณะนี้และที่จะมาส่งผลทุกภพทุกชาติ บัดนี้แม้เป็นชาติใหม่แล้ว ข้าพเจ้าสำนึกผิดแล้ว ขออุทิศบุญนี้และบุญที่ทำมาในทุกภพชาติชดใช้ท่าน ขอโปรดให้ท่านมารับ มาโมทนาบุญนี้ หากท่านรับแล้วยินดีในบุญนี้แล้วขอให้อโหสิกรรมต่อข้าพเจ้า และถอนตัวจากอุปสรรคกรรมทั้งปวงด้วยเทอญ….

ทำเถิด จะเกิดผลดี

ขอบุญรักษา
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

ขออโหสิกรรมในวันเข้าพรรษา
ได้ผลมาก
37406443_2457797874234030_6971370887987593216_n
ทำไมหลายคนสงสัยว่า
ครูบาอาจารย์ท่านเจาะจงมากในวันพระใหญ่

จะเล่าสู่กันฟัง

ในวันปกตินั้นการขออโหสิกรรมก็ได้ผล
บุญที่เราทำที่อุทิศไปให้เจ้ากรรมนายเวรนั้น
เขาอาจยังรับไม่ได้

เพราะเหตุว่า

เขาไม่ได้อนุโมทนายินดีในบุญนั้น

ด้วยเหตุว่าเพราะยังติดในภพภูมิ รับกรรมที่ทำมา
ไม่รู้ว่ามีคนทำบุญให้

หรือรู้แต่ไม่มีสิทธิ์รับ
ต้องรอ…

รู้ไหมว่า เจ้ากรรมนายเวรที่เป็นจิตวิญญาณนั้น
สิ่งที่เขาได้รับในผลกรรมที่เขาทำนั้น

ทุกข์ทรมานมาก…

บุญที่เราตั้งใจมากที่จะเป็นสิ่งที่ชดใช้เขา
จึงไปไม่ถึงเขา เวรที่เขาอาฆาต
กรรมยังไม่อโหสิ

ผลกรรมที่เราทำยังต้องรับต่อเนื่อง
จนกว่ากรรมนั้นเป็นอโหสิกรรม

วันพระใหญ่ คือ วันที่ 3 โลกเปิดถึงกัน
รับบุญได้เต็มที่

จึงเป็นโอกาสสำคัญมากๆ
และจิตของผู้สร้างบุญนั้นมีความพร้อมมาก
ใส สะอาดมาก จิตมีพลังส่งบุญถึงเร็วมาก

เพราะแบบนี้ครูบาอาจารย์ท่านจึงเน้นมาก
คงเห็นหลายที่จัดพิธีขออโหสิกรรม

อย่าพลาดโอกาสสำคัญนี้
ในวันเข้าพรรษานี้

ขอขมา ขออโหสิกรรมพระรัตนตรัย
ที่เราอาจเคยล่วงเกินไม่ว่าภพไหน
ครูบาอาจารย์ พ่อแม่ทั้งที่ยังอยู่หรือล่วงลับไปแล้ว

เจ้ากรรมนายเวร สรรพสัตว์ทั้งหลาย
เทวดา เจ้าที่เจ้าทางที่เราพักอาศัยในเขตของท่าน
หรือทำมาค้าขาย

อะไรที่เคยปิด…จะเปิดออก
ด้วยพลังแห่งบุญ
ด้วยพลังแห่งการขออโหสิกรรม

ขอบุญรักษา
ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

ฝึกสมาธิไว้ชนะโลก
ไม่ใช่หนีโลก!

37022225_2445354095478408_812091484319776768_n

บางคนคิดหลงทางไปว่า
เรื่องการทำสมาธิเป็นเรื่องของคนขี้แพ้
เป็นเรื่องคนแก่
เป็นเรื่องของคนไม่มีอะไรจะทำ

คิดผิดมหันต์!

สมาธิเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ของทุกคน
ทุกเพศทุกวัย

เด็กๆ ต้องมีเพื่อให้เกิดความแน่วแน่
การพุ่งจิตให้เรียนหนังสือรู้เรื่อง

คนทำงานต้องฝึกต้องมีสมาธิให้มาก
ถ้าอยากก้าวหน้าอาชีพการงาน
และมีผลงานที่ดีงาม

คนที่มีปัญหาชีวิตยิ่งต้องมี เร่งฝึก
ให้จิตนิ่ง มีสติช่วยแก้ไข
พัฒนาสมาธิไปถึงขั้นเบิกบาน เกิดปัญญา

พบทางออก พบทางแก้ไข

ผู้ปฏิบัติธรรมถ้าอยากพบความสุขที่แท้จริง
สมาธินี่แหละ เป็นด่านแรกที่ต้องฝึกฝนจนแตกฉาน
ไปในระดับต่างๆ ได้

พระพุทธองค์สอนเรื่องสมาธิ
เพื่อให้ชนะโลก
ไม่ใช่พื่อหนีโลก

เข้าใจกันเสียใหม่

และอีกเรื่องคือ บุญจากสมาธิเจริญภาวนานั้น
มากกว่าทาน มากกว่าศีล

และเจ้ากรรมนายเวรพอใจที่สุด
และให้อโหสิกรรมง่ายที่สุด

ขอบุญรักษา
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

Older Posts »