Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for ตุลาคม, 2017

ร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างพระใหญ่
เปลี่ยนกรรม พลิกชีวิตทันตาเห็น!!!
………..

22788786_2043260475687774_2429999316990699611_n

เมตตาจากครูบาอาจารย์
อานิสงส์การสร้างพระพุทธรูป เปลี่ยนกรรมพลิกชีวิต!!!

หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เมตตากล่าวว่า ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ สร้างด้วยอะไรก็ตาม หมายความว่าบุญกุศลจะตามหนุนส่งท่านไปทุกภพทุกชาตินานถึง 5 กัป

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เมตตากล่าวว่า ผู้ใดสร้างรูปพระพุทธเจ้าจะเป็นองค์เล็กเท่าต้นคาก็ดี ใหญ่กว่าต้นคาก็ดี ผู้นั้นจะได้เป็นพรหม เป็นอินทร์ หมื่นชาติแสนชาติ ถ้าเป็นมนุษย์ จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหมื่นชาติ แสนชาติ จะไม่เป็นผู้ตกต่ำเลย ตราบจนกว่าเข้าสู่นิพพาน

หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนาเมตตากล่าวว่า การสร้างพระ เปรียบได้กับธนาคารบุญ ซึ่งจะเกิดบุญกุศลกับผู้ที่มีส่วนในการสร้าง โดยบุญกุศลนั้น จะเกิดขึ้นทุกครั้ง ที่มีผู้มากราบไหว้ สักการะบูชา เท่ากับจำนวนคน และจำนวนครั้ง

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม เมตตากล่าวว่า การที่ผู้สร้างพระพุทธรูปได้เกิดศรัทธา จนถึงสละเงินออกมาสร้างพระพุทธรูปได้ และออกมาทำทาน ในงานฉลองพระพุทธรูปได้ ชื่อว่าเป็นผู้มี”ความเห็นตรง เห็นถูกแท้” เพราะเป็นบุญของตนเอง ไม่ใช่บุญของใครเลย ผู้สร้างพระพุทธรูป ชื่อว่า เป็นผู้ไม่ประมาท ชื่อว่า เป็นผู้ได้เตรียมตัวก่อนตาย

เรียนกัลยาณมิตร กัลยาณธรรมทุกท่าน ธ.ธรรมรักษ์ขอเชิญชวนทุกท่านสร้างบุญใหญ่อีกครั้งในชีวิต ด้วยหนังสือสร้างบุญธรรมทานชุดพิเศษ ร่วมสร้างพระใหญ่ ให้ดี สุข มีโชคลาภฉับพลัน!!!

รอบบุญใหญ่นี้ ซึ่งนอกจากท่านจะได้สร้างบุญด้วยหนังสือธรรมทาน นำคนสู่ทาน ศีล ภาวนา ซึ่งเป็นมหาบุญกุศลยิ่งใหญ่เหนือทานทั้งปวงอยู่แล้ว
ทุกท่านที่สั่งหนังสือธรรมทานชุดพิเศษนี้ ยังได้เพิ่มบุญใหญ่ให้กับตนเองและหมู่คณะมากขึ้นโดยประมาณมิได้!

โดยจะนำรายได้ส่วนหนึ่งตามเหตุและปัจจัย ร่วมเป็นเจ้าภาพสร้าง “พระพุทธโพธิปักขิยธรรม” ขนาดหน้าตัก ๗ ศอก ซึ่งจะประดิษฐาน ณ วิหารคดรอบอุโบสถวัดป่าพรหมยาน ตำบลวังเย็น อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา

ที่สำคัญ ทุกท่านที่สั่งหนังสือรอบบุญใหญ่นี้ จะเอารายชื่อทุกท่าน เก็บไว้ในฐานพระที่เราร่วมกันสร้าง !!!
ทุกท่านจะมีกระแสบุญเพิ่มต่อเนื่องไม่ขาดสายไม่ว่ากี่ภพชาติ
เมื่อมีคนมากราบไหว้บูชา สร้างบุญ!!!

การสร้างพระพุทธรูปจัดว่าเป็น พุทธบูชา เป็นพุทธานุสติกรรมฐาน และมีอานิสงส์บุญมากจนประมาณมิได้!!!

บุญใหญ่นี้เปลี่ยนชีวิตฉับพลัน ปิดทางกรรมเก่าบางกรรมทันที!!!

เป็นบุญใหญ่ที่เจ้ากรรมนายเวรพึงพอใจ ยอมให้อโหสิกรรมง่าย และอุทิศบรรพบุรุษเปลี่ยนภพภูมิได้ ทั้งเงินทองที่เคยติดขัด การงานที่สะดุด การค้าที่มีปัญหา ครอบครัวแตกแยก โรคเวรโรคกรรม เรื่องร้ายๆ หมดไปทันที เกื้อหนุนให้มีปัญญาธรรมเลิศ ชีวิตจะมีโชคลาภตลอดเวลา ร่ำรวย

Advertisements

Read Full Post »

ส่ง “พ่อ” ครั้งสุดท้าย
แต่พลังแห่งความจงรักภักดี
จะอยู่ในใจตราบนานเท่านาน…

22552590_2034120803268408_8185372558398864796_n

พระราชดำรัสในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันศุกร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชวาท ในความตอนหนึ่งว่า

“…งานที่ทำหลังจากที่ได้คิดพิจารณาอย่างรอบคอบ และวางแผนปฏิบัติทุกขั้นตอนอย่างถูกถ้วน ตามหลักวิชาแล้ว ก็ไม่แน่ว่า จะได้ผลเลิศตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เสมอไป

ดังนั้น ไม่ว่างานที่ทำจะได้ผลมากน้อยประการใด สำเร็จหรือล้มเหลวก็ตาม นักปฏิบัติงานผู้ยึดมั่นในความจริง จะต้องยอมรับความจริง และต้องกล้าที่จะบอกกล่าวให้ทราบทั่วกัน โดยไม่ปิดบังหรือบิดเบือน

ถ้าไม่ได้ผล คนอื่นจะได้ถือเป็นบทเรียน ไม่เสียแรงเสียเวลาไปปฏิบัติโดยเปล่าประโยชน์อีก ถ้าได้ผลดี ผู้อื่นก็จะได้ยึดถือปฏิบัติตาม และขยายผลให้ได้ประโยชน์กว้างขวางขึ้น…”

จากพระราชดำรัสจะเห็นได้ว่าความล้มเหลวคือสิ่งที่สอนเราได้ และการยึดมั่นยอมรับในผลที่เกิดคือเรื่องสำคัญ เพราะมันไม่ได้มีผลต่อตัวเราเท่านั้น แต่ยังมีผลสืบเนื่องไปถึงคนอื่นได้

เช่น เมื่อเราทำสิ่งใดผิดพลาด หรือทำงานใดแล้วล้มเหลว เราต้องค้นหาสาเหตุนั้นให้เจอ เพื่อจะได้นำตนเองเป็นกรณีตัวอย่าง ช่วยสอนคนอื่นๆ ไม่ให้ต้องก้าวเดินจนนำพาตัวเองมาสู่ความล้มเหลวแบบที่เรากำลังเผชิญอยู่

ซึ่งหากเรายินดียกตัวเองเป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่นแล้ว จะเท่ากับเราทำกุศลในสิ่งที่เรียกว่า “วิทยาทาน” หรือ มอบความรู้ให้กับคนอื่น โดยใช้ตัวเราเองนี่แหละเป็นสื่อการสอน

Read Full Post »

เปลี่ยนน้ำตาให้เป็นพลัง
คิดถึงท่าน ทุกวัน
ทำความดีทุกวัน
เริ่มจากตัวเรา
ขยายออกไปคนรอบข้าง

นำธรรมะที่พ่อนำ
คำที่พ่อสอน
เป็นเข็มทิศชีวิต
และเผยแพร่ออกไป
สังคมดีเพราะคนดี

Read Full Post »

ที่เรารัก… ไม่ได้ถูกบอกให้รัก
ที่เราภักดี… ไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องทำ
สิ่งที่พระองค์ท่านทุ่มเท ระหว่างครองราชย์
เป็นคำตอบของทุกสิ่ง…

22308826_2020073708006451_6950843561364787640_n

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชดำรัสแก่ปวงชนชาวไทย ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ ในความสำคัญตอนหนึ่งว่า

“…ความสุขสวัสดีนี้ เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างยิ่งของคนเรา แต่จะสำเร็จผลเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถ และสติปัญญา ในการประพฤติตัว ปฏิบัติงาน ของแต่ละบุคคล ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ชาวไทยทุกคน ได้ตั้งจิต ตั้งใจ ให้เที่ยงตรง แน่วแน่ ที่จะประพฤติตัว ปฎิบัติงาน ให้เต็มกำลังความสามารถ โดยมีสติรู้ตัว และปัญญารู้คิด กำกับอยู่ตลอดเวลา

กล่าวคือ จะคิด จะทำสิ่งใด ต้องคิดหน้า คิดหลังให้ดี ให้รอบคอบ ทำให้ดี ให้ถูกต้อง ข้อสำคัญ จะต้องระลึกรู้ โดยตระหนักว่า ประโยชน์ส่วนรวมนั้น เป็นประโยชน์ที่แต่ละคน พึงยึดถือ เป็นเป้าหมายหลัก ในการประพฤติตัว และปฏิบัติงาน เพราะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืน แท้จริง ซึ่งทุกคนมีส่วนได้รับ ทั่วถึงกัน ความสุข ความสวัสดี จักได้เกิดมีขึ้น ทั้งแก่บุคคล ทั้งแก่ชาติบ้านเมืองไทย ดังที่ทุกคน ทุกฝ่าย ตั้งใจปรารถนา…”

จากแนวพระราชดำรัสนี้จะเห็นได้ว่า สาระสำคัญคือ คนเราจะมีความสุขมากหรือน้อยย่อมขึ้นตัวเราเอง ซึ่งครั้งหนึ่ง ท่านพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ก็เคยกล่าวไว้ว่า “ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว” ดังนั้นหากจะสรุปว่าการจะมีชีวิตที่ดีหรือชีวิตที่ไม่ดีนั้น อยู่ที่ตัวเรานั่นเอง

การจะมีชีวิตที่ดี เราต้องครองตนให้ดี ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดของแต่ละสิ่งอย่างที่เราทำลงไป ไม่ว่าจะการคิด การลงมือทำ การวิเคราะห์พิจารณาอย่างรอบคอบ และเราควรต้องพิจารณาอย่างมีปัญญา หากอะไรที่เรายังไม่รู้หรือไม่แน่ใจก็ควรหาข้อมูลเพิ่มเพื่อเราจะได้รู้ทั่วและไม่ทำสิ่งผิดพลาดลงไป

ก่อนที่เราจะลงมือทำอะไรลงไป เราก็ต้องคิดก่อนเสมอ อย่าทำด้วยอารมณ์ หากยามใดที่เราใช้อารมณ์ก็อาจทำให้เกิดเรื่องเสียหายได้ ดังนั้นถ้ารู้ว่าตนเองอารมณ์ไม่ดี ขอให้รีบสงบใจหรือหากสงบไม่ได้ก็ควรแยกตัวออกมาพัก เพื่อลดปริมาณความอัดอั้นในใจลง และเราจะได้ไม่ทำอะไรที่ต้องเสียใจในภายหลัง

สิ่งสำคัญต่อมาคือเราจะต้องคิดให้ดี ว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำนั้น จะเกิดประโยชน์มากน้อยแค่ไหน หากอะไรที่ทำแล้วเกิดผลดีสูงสุด เรียกว่าได้ทั้งผลดีต่อตัวเราเอง ได้ผลดีต่อคนรอบตัว และสังคมหมู่มาก นั่นย่อมเป็นสิ่งที่สมควรทำ หรือในบางเวลาเราก็ต้องทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมก่อนทำเพื่อตนเอง

Read Full Post »