Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for กรกฎาคม, 2017

คำสอนมงคล จากมหาราชา
สุดยอดปรัชญา กับของขวัญที่ล้ำค่า
เมื่อน้อมนำไปปฏิบัติ…

19430166_1882793668401123_9063535790345743093_n

“…หนังสือ เป็นเสมือนคลังที่รวบรวมเรื่องราว ความรู้ ความคิด วิทยาการทุกด้านทุกอย่าง ซึ่งมนุษย์ได้เรียนรู้ ได้คิดอ่าน และ เพียรพยายามบันทึกภาษาไว้ด้วยลายลักษณ์อักษร หนังสือแพร่ไปถึงที่ใด ความรู้ความคิดก็แพร่ไปถึงที่นั่น หนังสือจึงเป็นสิ่งมีค่า และมีประโยชน์ที่จะประมาณมิได้ในแง่ที่เป็นบ่อเกิดการเรียนรู้ของมนุษย์…”

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี้ถือเป็นคำจำกัดความที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่จะกล่าวถึงคุณค่าของหนังสือ สิ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้ของมนุษย์ที่สั่งสมกันมานับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ด้วยหนังสือนี่เอง เราสามารถรับความรู้ ฟังเรื่องราว และเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ไม่ว่าเรื่องจากอดีต ปัจจุบัน หรือการมองไปยังอนาคต และยังะหมือนกับเราได้รับการสอนสั่งจากคนดังในอดีต คุณอยากเรียนรู้จากใคร หากอยากรู้หลักธรรม ก็สามารถอ่านได้จากพระไตรปิฎก

อันเป็นการรวมคำสอนที่ล้ำค่าของ พระพุทธเจ้า หรือหากอยากได้ความรู้สำคัญๆ ก็ลองอ่านงานของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ดีไหม หรือเรียนจาก เบนจามิน แฟรงคลิน ดี หรือจะเป็นผู้เผยแพร่กฎแห่งการดึงดูดอย่าง รอนด้า เบิร์น ก็ได้

นิสัยการอ่านจึงเป็นสิ่งที่เราควรติดตั้งไว้กับลูกหลานและตัวเราเอง เพราะมันคือการสร้างฐานปัญญาความรู้อันยอดเยี่ยมที่สุด และลงทุนไม่มากเท่าไร

เช่น บางคนอยากเรียนรู้วิธีการพัฒนาตนเอง แทนที่จะต้องเสียค่าเรียนเป็นหมื่นเป็นแสน ข้ามน้ำข้ามทะเลไปพบ แอนโทนี่ ร็อบบินส์ หรือ ไบรอัน เทรซี่ เราก็สามารถใช้เงินไม่ถึง ๓๐๐ บาทในการจัดหาหนังสือของพวกเขามาอ่านกัน

ในประโยชน์ทางชีวภาพแล้ว การอ่านจะช่วยพัฒนาสมองได้อย่างดี เป็นการเพิ่มรอยหยัก เพิ่มพลังการเรียนรู้และความเข้าใจของเราได้ ทำให้การอ่านแต่ละครั้ง เราจะได้ทั้งความรู้ และได้ทั้งพลังปัญญา เป็นการเติมพลังสมองไปในตัวด้วย ดังนั้นความคิดที่ว่า

ใช้สมองในการอ่านมากจะทำให้สมองเสื่อมไวนี่เป็นความคิดที่ผิดอย่างรุนแรงเลย เพราะการอ่านนี่แหละ จะช่วยให้สมองแข็งแรง เป็นการออกกำลังกายทางสมองที่ง่ายและได้คุณค่าอย่างยิ่ง

การอ่านคือกิจกรรมที่ทำได้ง่ายๆ ในทุกที่ ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าตนเองไม่มีเวลาว่างสำหรับการอ่านหรอก แต่จริงๆ แล้วหากคุณจัดสรรเวลาให้ดี คุณย่อมมีเวลาสำหรับการอ่านหนังสืออย่างมากมาย เช่น ตื่นนอนมาก็หาเวลาอ่านหนังสือสัก 5 นาที แล้วก็พกหนังสือไปอ่านระหว่างเดินทาง

จากนั้นก็อ่านอีกตอนพักกลางวัน สละเวลา 10 นาทีมาเติมความรู้ลงสมอง แล้วก็กลับบ้าน ก่อนนอนอ่านอีกสัก 10 นาที… เพียงเท่านี้เราก็ได้เวลาไม่ต่ำกว่า 25 นาทีต่อวัน ในการอ่านหนังสือเติมพลังสมองได้แล้ว

หรือหากเราเลือกที่จะไม่อ่าน ในนาทีนี้ซึ่งโลกแห่งวิทยาการก้าวไกลไปมาก เราสามารถเข้าไปค้นหาคลิปที่มีสาระ เช่น คลิปคำพูดน่ารู้ของคนสำคัญเอามาแปลงเป็นไฟล์เสียง และพกพาไปฟังได้ทุกที่ ซึ่งวิธีนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่สามารถอ่านหนังสือบนรถได้

การเพิ่มปัญญาตนเองนั้น ทำได้ตลอด และทำได้ในหลายวิธี อยู่ที่ว่าเราจะตั้งใจทำมันให้สำเร็จหรือจะเอาแต่ผัดวันประกันพรุ่ง มัวแต่บอกว่าตนเองยุ่งและทำไม่ได้อยู่ร่ำไป

การอ่านหนังสือไม่ใช่เรื่องยาก และไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ เพราะทุกวันนี้มีหนังสืออกมาหลายแนว เราอาจเริ่มอ่านจากแนวที่เราชื่นชอบ อ่านตามความสนใจไปก่อนเพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่านในเบื้องต้น

แล้วค่อยขยับไปอ่านหนังสือที่มีสาระประโยชน์ก็ได้… มีวิธีมากมายที่จะนำหนังสือดีๆ เข้าสู่ชีวิตเรา แต่จุดสำคัญคือเราต้องเริ่มทำให้มันเป็นจริง

โฆษณา

Read Full Post »

« Newer Posts