Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for ตุลาคม, 2016

14639754_1527847027229124_287318044362411656_n

ท้าวสหัมบดีพรหม ทรงทราบข้อกังวลของพระพุทธเจ้า จึงได้ชวนทวยเทพทั้งหลายไปเข้าเฝ้าเพื่อกราบทูลเชิญให้พระพุทธองค์ไปโปรดสัตว์โลกที่พอจะสอนได้

“ครั้นอาตมภาพทราบว่า ท้าวสหัมบดีพรหมอาราธนา และอาศัยความกรุณาในสัตว์ทั้งหลาย จึงตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ

เมื่ออาตมภาพตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ ก็ได้เห็นหมู่สัตว์ซึ่งมีกิเลสดุจธุลีในจักษุน้อยก็มี มีกิเลสดุจธุลีในจักษุมากก็มี มีอินทรีย์แก่กล้าก็มี มีอินทรีย์อ่อนก็มี มีอาการดีก็มี มีอาการเลวก็มี จะพึงสอนให้รู้ได้ง่ายก็มี จะพึงสอนให้รู้ได้ยากก็มี บางพวกมีปกติเห็นโทษในปรโลกโดยเป็นภัยอยู่ก็มี

เปรียบเหมือนในกอบัวขาบ ในกอบัวหลวง หรือในกอบัวขาว ดอกบัวขาบ ดอกบัวหลวง หรือดอกบัวขาว ซึ่งเกิดในน้ำ เจริญในน้ำ บางเหล่ายังไม่พ้นน้ำ จมอยู่ในน้ำ น้ำหล่อเลี้ยงไว้ บางเหล่าตั้งอยู่เสมอน้ำ บางเหล่าตั้งขึ้น พ้นน้ำ น้ำไม่ติด ฉันใด

ดูกรราชกุมาร เมื่ออาตมภาพตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ ก็ฉันนั้น ได้เห็นหมู่สัตว์ซึ่งมีกิเลสดุจธุลีในจักษุน้อยก็มี มีกิเลสดุจธุลีในจักษุมากก็มี มีอินทรีย์แก่กล้าก็มี มีอินทรีย์อ่อนก็มี มีอาการดีก็มี มีอาการเลวก็มี จะพึงสอนให้รู้ได้ง่ายก็มี จะพึงสอนให้รู้ได้ยากก็มี บางพวกมีปกติเห็นโทษในปรโลกโดยเป็นภัยอยู่ก็มี.

จะเห็นได้ว่าบัวใต้ตมที่เราคุ้นชินนั้นไม่ปรากฎอยู่ในพุทธวจนะ พระพุทธองค์ทรงถือว่า มนุษย์ทุกเหล่าสามารถมีโอกาสหลุดพ้นจากสังสารวัฎได้ เพราะมนุษย์นั้นมีความสามารถพอที่จะทำได้ หากได้ฝึกฝน ส่วนจะยากจะง่ายก็ขึ้นอยู่กับปัญญาที่สั่งสมมาของแต่ละบุคคลเท่านั้นเอง

พระไตรปิฎก ม. ม. ๑๓/๔๖๓/๕๑๑

Read Full Post »

ทำไม? ต้องทำบุญ

14572334_1527173583963135_5483182190707290931_n

ได้ยินหลายคนที่อาจจะไม่เชื่อกรรม ไม่เชื่อกฏแห่งกรรม
พูดแบบนี้หลายครั้ง
รวมถึงคนที่สงสัยว่า
บุญมีจริงหรือ?

บุญมีประโยชน์อะไร
“ทำไมต้องทำบุญ?”

สมเด็จพระพุฒาจารย์
(โต พฺรหฺมรังสี)
วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ
ท่านได้เทศน์เรื่องทำบุญไว้
จะสรุปเป็นเนื้อหา
ให้อ่านเข้าใจกันง่ายๆ ว่า

“ทำไมต้องทำบุญ?”

เพราะ บุญ เป็นพลังงานฝ่ายดี ที่มีพลังดึงดูด ความเจริญ มาสู่ชีวิต

บุญเป็นต้นเหตุ แห่งความสุข ความสำเร็จ ในชีวิต

ถ้าบุญน้อย อุปสรรคในชีวิตก็มาก
ถ้าบุญมาก อุปสรรคในชีวิตก็น้อย

ถ้าบุญอ่อนกำลังลง หรือ บุญหมด..
บาปที่เคยทำไว้ ก็จะได้โอกาส ส่งผล
ทำให้ชีวิต มีอุปสรรค ต่างๆนานา

เช่น เจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีความสุข หมดอำนาจวาสนา
เสียชื่อเสียงเกียรติยศ แม้คนที่รักกันก็หมดรัก
แม้ทรัพย์ที่มีอยู่น้อยนิด ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้..

ฉะนั้น การจะมี ทรัพย์สมบัติทุกอย่าง และ ความสมบูรณ์พร้อมในชีวิต ก็ต้องมีบุญ ที่มากเพียงพอ

ซึ่งไม่ว่า จะอยู่ในสถานภาพใด ล้วนต้องอาศัยบุญทั้งนั้น
ไม่ว่าจะอยากอยู่แบบพอมีพอกิน หรือ คิดจะเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี หรือ พระเจ้าจักรพรรดิ

แม้กระทั่ง ปรารถนา ที่จะหมดกิเลส บรรลุมรรคผล นิพพาน เป็นพระอรหันต์ เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ต้องมีบุญถึง บารมีถึง ถึงจะดำรงอยู่ในสภาวะนั้น ได้อย่างมั่นคง และมีความสุข

ด้วยเหตุนี้ เราจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะสั่งสมบุญ

เพราะบุญ คือ เบื้องหลังความสุข
ความสำเร็จ ในชีวิตทุกระดับ อย่างแท้จริง..

ขอให้พิจารณาด้วยสติ ด้วยบุญ ด้วยภูมิธรรม
ขอบุญรักษา
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

ธ.ธรรมรักษ์ เรียนเชิญสร้าง 5 บุญใหญ่ทำในครั้งเดียว!
ธรรมทาน สร้างพระ ถวายอาหารและยา
ไถ่ชีวิตสัตว์ เจ้าภาพกฐิน และสร้างโรงทาน
09 5690 0444 Line id 0956900444
วันนี้-12 พ.ย.2559 (หรือจนกว่าหนังสือจะหมด)

14731198_1525707037443123_7039055256942094523_n
………………
ธ.ธรรมรักษ์ขอเรียนเชิญกัลยาณมิตรทุกท่าน ร่วมเป็นเจ้าภาพในโครงการบุญใหญ่วาระพิเศษ 5 บุญใหญ่ในครั้งเดียว!

ด้วยมีหลายเหตุและปัจจัยที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา นำความโศกเศร้าสู่เราทุกคน ซึ่งหากพิจารณาด้วยธรรม เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการทำให้เราทุกคนได้มีสติ สร้างบุญกุศลอย่างเต็มกำลัง
.
ท่านที่สั่งหนังสือสร้างบุญเพื่อธรรมทานในชุดพิเศษนี้ นอกจากจะนำส่วนหนึ่งไปเพิ่มบุญให้กับทุกท่านที่ไม่ต้องเสียเงินอะไรเพิ่ม เราหักรายได้จากหนังสือส่วนหนึ่งไปทำ “มหาทาน” ทั้งวัตถุทาน ธรรมทาน อภัยทาน ตามปกติประจำทุกเดือนแล้ว โดยการสร้างสมเด็จองค์ปฐมทรงเครื่องจักรพรรดิ ถวายอาหารและยาแก่พระภิกษุที่อาพาธ ไถ่ชีวิตโคกระบือ สรรพสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก
.
ในวาระนี้จะแบ่งไปเพิ่มบุญให้อีกเป็นพิเศษอีก 2 บุญใหญ่ คือ

-ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐิน ที่วัดป่าพรหมยานเพื่อสมทบทุนสร้างวิหารพระพุทธเจ้า28 พระองค์ และบูรณปฏิสังขรณ์วัดในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2559
-และส่วนหนึ่งไปสนับสนุนโรงทานที่ท้องสนามหลวงที่ภาคราชการและภาคเอกชนที่มีจิตอันเป็นกุศล นำอาหาร น้ำ และอื่นๆ มาแจกแก่ผู้ที่มาถวายความจงรักภักดีต่อในหลวง ที่ท้องสนามหลวง เป็นเวลา 1 ปีต่อจากนี้ จนถึงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงของเรา และจะประกาศให้ทราบทุกเดือนถึงยอดบริจาคที่สนับสนุน แก่หน่วยงานใดอย่างโปร่งใส
.
ย้ำ! ไม่เสียเงินเพิ่ม และขออนุญาตไม่รับบริจาคด้วย!

โครงการนี้ขอบุญเฉพาะท่านที่สั่งหนังสือสร้างบุญเพื่อธรรมทานเท่านั้น จะเล่มเดียวหรือกี่เล่มก็ได้ตามจริตบุญ เพราะจะหักในทุกเล่ม 50 สตางค์ไปสมทบ “กองบุญ ธ.ธรรมรักษ์” สร้างบุญเพิ่มให้กับทุกท่านทันทีทุกเดือนไม่ว่าจะครั้งไหน นานแค่ไหน ทุกท่านได้บุญต่อเนื่องไม่มีหยุดด้วยเป็นกระแสบุญที่รวมอยู่ในกองบุญตลอดเวลา
.
ในการสร้าง 5 บุญใหญ่ที่ประมาณมิได้ พาหนีได้ทุกกรรม!!!

ด้วยอานิสงส์แห่งการให้ธรรมทานและบุญใหญ่แห่ง 3 มหาทานเจ้าภาพทอดกฐินและการทำโรงทานนี้

จะเป็นปัจจัยหนุนให้เจ้าภาพทุกท่าน จิตถึงธรรม ถึงนิพพานโดยง่าย แม้ยังไม่ถึงนิพพาน จะเป็นผู้บริบูรณ์พร้อมด้วยทรัพย์เงินทองเป็นอันมาก รุ่งเรืองไม่มีตกอับ มีโชคลาภอย่างทันตาเห็น

บุญใหญ่นี้จะชนะกรรมเก่า ทุกอุปสรรคกรรมจะหมดไปโดยเร็ว งานที่ทำจะได้รับความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง โรคร้ายจะหาย ครอบครัวความรักที่มีปัญหาจะกลับมาดีอย่างอัศจรรย์ บรรพบุรุษได้รับผลบุญใหญ่นี้ทุกประการ

*****************
หนังสือในโครงการนี้มีทั้งหมด 7 เล่ม
เหลือจำนวนไม่มาก หมดแล้วหมดเลย

รายละเอียดของหนังสือสร้างบุญเพื่อธรรมทานทั้ง 7 เล่ม เป็นหนังสือขนาดเอ 6 หน้าปกพิมพ์ 4 สีสวยงามมาก พิมพ์เนื้อใน 1 สี จำนวน 128 หน้า

เล่มที่ 1 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 1 สร้างบุญแบบฉลาด ให้ได้ “บุญมาก” ดี สุข รุ่งเรือง รวยทันตาเห็น!

เล่มที่ 4 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 4 “ห้อยพระ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรเป็น ได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา”

เล่มที่ 5 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 5 “แก้เรื่องงาน เงิน โชคลาภ แบบทันตาเห็น”

เล่มที่ 7 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 7 “ไขปัญหาธรรมและกรรม จากพระอริยเจ้า”

เล่มที่ 8 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 8 “คู่มือทำวัตรเช้าเย็น และวิธีปฏิบัติธรรมที่บ้าน แบบได้บุญมาก”

เล่มที่ 9 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 9 วิชา “มหาเศรษฐี” ที่พระพุทธเจ้าสอนและทุกคนทำได้จริง!

เล่มที่ 10 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 10 “๓๘ มงคลชีวิต พาทุกชีวิตให้เจริญรุ่งเรือง… ในทุกภพชาติ”
.
****โปรดอ่านให้ละเอียด
****ไม่ขอรับบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น ขอเป็นบุญเฉพาะสำหรับผู้สั่งหนังสือธรรมทานเท่านั้น ท่านที่โอนเงินมาต้องได้หนังสือธรรมทานด้วย ถ้าไม่ขอรับหนังสือจะฝากแจกให้ตามที่ต่างๆ ให้บุญนั้นสำเร็จ

****ทุกเล่มราคาเล่มละ 19 บาท ไม่จำกัดจำนวนเล่ม จะสั่งเล่มเดียวหรือกี่เล่มก็ได้ ติดรายชื่อเจ้าภาพฟรีไม่เกิน 20 รายชื่อ เมื่อสั่งแล้วโอนเงินแล้ว ตรวจทานรายชื่อหากไม่มีแก้ไข พร้อมจัดส่งทันที

***ตามปกติเวลาจัดส่ง 1-3 วันตามพื้นที่จัดส่ง หากหนังสือเล่มไหนหมด เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบทันที หรือมีเหตุล่าช้าเพราะอะไร เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบถึงกำหนดวันส่งอีกครั้ง
.
ค่าจัดส่ง สำหรับโครงการนี้มีดังนี้
– หนังสือ 1-50 เล่ม ค่าจัดส่ง 60 บาท
– หนังสือ 51- 100 เล่ม ค่าจัดส่ง 120 บาท
– หนังสือ 101-200 เล่ม ค่าจัดส่ง 160 บาท
– หนังสือ 201-299 เล่ม ค่าจัดส่ง 200 บาท
– ตั้งแต่ 300 เล่มขึ้นไปจัดส่งฟรี
.
***ท่านใดที่ต้องการร่วมบุญใหญ่นี้
โดยการเป็นเจ้าภาพสร้างหนังสือสร้างบุญเพื่อธรรมทาน
สั่งได้แล้วตั้งแต่วันนี้
โดยติดต่อทีมงานโครงการบุญ ธ.ธรรมรักษ์
โทรศัพท์ 09 5690 0444, 0 5302 1320
Line id 0956900444

Read Full Post »

 

14717303_1522829011064259_1964062286068523526_n

ให้ทานเป็นโลงศพ
ด้วยอานิสงส์แห่งการให้ที่พักสุดท้ายแก่มนุษย์ที่ยากไร้จะทำให้ สามารถดับทุกข์โศกโรคภัย สิ่งอัปมงคลต่างๆ มลายไป มีอายุที่ยืนยาว รอดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง

ให้ปัจจัยให้ผู้ป่วยอนาถา
อานิสงส์จะมีสุขภาพดี แข็งแรงทั้งภพนี้และภพต่อๆไป มีผิวพรรณวรรณะสดใส ทั้งกายและใจ อุดมสมบูรณ์ในทุกๆ ด้าน

ให้ทุนการศึกษา นักเรียนนักศึกษา
อานิสงส์จะทำให้เป็นผู้รู้ เป็นผู้ที่มีสติปัญญาเฉียบแหลมไม่ตกต่ำในทุกๆ ภพ ทุกๆ ชาติ และอานิสงส์นี้มีผลถึงลูกหลานวงศ์ตระกูลให้กลายเป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลมเรียนเก่ง และเป็นคนดี

ให้ทุนกับมูลนิธิผู้พิการตาบอด
ด้วยอานิสงส์จะทำให้มีดวงตาที่แจ่มใส สามารถมองเห็นสัจธรรมได้ทิพยญาณ (จักษุหรือ ตาทิพย์) มีความสุขทุกภพทุกชาติเข้าสู่กระแสนิพพานได้ง่าย

ให้ทุนกับมูลนิธิผู้พิการหูหนวก
ด้วยอานิสงส์จะทำให้ได้ทิพยโสต (หูทิพย์) ล่วงรู้ถึงจิตใจคน สามารถสำเร็จญาณเข้าสู่กระแสพระนิพพานได้ง่าย

ให้ทุนหรือบริจาคแด่โครงการสาธารณภัย
เช่น การแจกทานผ้าห่ม อานิสงส์จะมีแต่ความสุขสมบูรณ์ มีแต่ความอบอุ่น ไม่ขาดแคลนในทุกภพชาติ บุญกุศลถึงบุตรหลานบริวาร

แจกยาสามัญประจำบ้าน สุขภาพจะสมบูรณ์แข็งแรง ไม่รู้จักเจ็บป่วยทุกภพทุกชาติ

แจกเสื้อผ้า อานิสงส์จะมีเครื่องแต่งกายที่เป็นทิพย์มีความสวยสดงดงามมีรัศมีกาย

Read Full Post »

14606381_1518934994786994_906581578849049571_n

แต่เดิมเหล่าปัญจวัคคีย์นั้นเป็นผู้ที่ใกล้ชิดพระพุทธองค์มากด้วยมีความเลื่อมใสศรัทธาในการที่พระพุทธองค์เมื่อครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์ได้ทำการบำเพ็ญทุกกริยาได้อย่างยิ่งยวดเห็นว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการแห่งการบรรลุธรรมแน่นอนจึงได้ปรนนิบัติรับใช้อยู่ไม่ห่าง

แต่พอพระพุทธองค์เปลี่ยนวิธีมาดำเนินทางสายกลาง หันมาบริโภคอาหารเพื่อให้ร่างกายตั้งอยู่ได้เหล่าปัญจวัคคีย์ก็เสื่อมถอยความศรัทธาหันมาต่อว่าพระโพธิสัตว์เป็นผู้ที่มักมากในกามคุณ ไม่อาจจะบรรลุธรรมตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าได้แน่จึงได้พากันเลิกรับใช้แล้วก็จากไป

เวลาผ่านไปเมื่อพระโพธิสัตว์ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็ได้ดำเนินมาถึงบริเวณป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เหล่าปัจญจวัคคีย์ก็ได้แลเห็นพระพุทธองค์มาแต่ไกล จึงได้ตกลงกันว่าจะไม่ทำกิจที่ตนเคยกระทำครั้งที่เคยปฏิบัติทุกกรกิริยาร่วมกับพระพุทธองค์

ตกลงกันเพียงว่าจะไม่ลุกขึ้นต้อนรับ ไม่กราบไหว้ ไม่รับบาตรจีวร เพียงแค่ปูอาสนะถวายในฐานะที่เป็นผู้ที่มาจากสกุลกษัตริย์เท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือจะให้การต้อนรับในฐานะที่เคยเป็นผู้สูงศักดิ์ แต่ไม่ยอมรับเด็ดขาดในฐานะนักบวช

แต่พอพระพุทธเจ้าเสด็จเข้าไปหา ทุกคนต่างก็ลืมเรื่องราวที่ตกลงกันไว้ ได้ทำกิจที่ควรทำกันทุกอย่างพากันลุกขึ้นยืน กราบไหว้ให้การต้อนรับพร้อมกับรับบาตรและจีวร ตักน้ำมาล้างเท้าให้พระพุทธองค์และทูลเชิญให้ประทับนั่ง

อย่างไรก็ตามเหล่าปัญจวัคคีย์แม้จะมีท่าทีอ่อนลงด้วยพระบุญบารมีในความเป็นพระพุทธเจ้าแต่ก็ยังไม่อาจละทิฐิของพวกตนเองได้ยังใช้วาจาไม่สุภาพต่อพระพุทธองค์อยู่โดยกล่าวว่า

“เมื่อก่อนพระองค์ได้บำเพ็ญตบะ ทำความเพียรอย่างแรงกล้าก็ยังไม่สามารถตรัสรู้ในพระสัมมาสัมโพธิญาณ เหตุไฉนจึงเลิกละความเพียรมาเป็นผู้มักมากแล้วจะตรัสรู้บรรลุในโมกขธรรมได้อย่างไรกัน”

พระพุทธเจ้าได้ทรงถ้อยคำว่า

“ดูกร ปัญจวัคคีย์ ตถาคตมิได้ละความเพียรเปลี่ยนมาเป็นคนมักมาก ตถาคตเป็นพระอรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบ แต่คำว่า การตรัสรู้หรือได้บรรลุโมกขธรรมนี้ตลอดเวลา 6 ปีที่อยู่ร่วมกันมา ตถาคตเคยกล่าวคำว่าตรัสรู้ให้พวกเธอฟังบ้างหรือไม่”

เหล่าปัญจวัคคีย์ได้ย้อนระลึกถึงความหลังต่างก็ระลึกได้ชัดว่า ตลอดเวลาเมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญทุกกิริยานั้นไม่เคยโอ้อวดตนหรือเคยกล่าวว่าได้ตรัสรู้แล้วแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งการที่พระองค์กล้าหาญที่จะกล่าวเช่นนี้แสดงว่าต้องได้พบในอมตธรรมที่พวกตนเองไม่เคยรู้มาก่อนเป็นแน่

ในที่สุดเหล่าปัญจวัคคีย์ก็ยอมรับในตัวของพระพุทธองค์ พระพุทธเจ้าจึงทรงเริ่มต้นการแสดงธรรม ในวันรุ่งขึ้นอันเป็นวันอาสาฬหบูชา เมื่อจบพระธรรมเทศนาพระอัญญาโกณฑัญญะก็ได้ดวงตาเห็นธรรม เมื่อท่านโกณฑัญญะรู้แล้วจึงได้อุปสมบทให้เป็นภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา

ต่อมาพระพุทธองค์จึงได้ประทานโอวาทสั่งสอนปัญจวัคคีย์ที่เหลือ 4 ท่านให้ได้ดวงตาเห็นธรรม แล้วประทานการอุปสมบทให้เป็นภิกษุด้วยกันทั้งหมด ไม่นานทั้งหมดก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์

Read Full Post »

14670606_1516566475023846_5370563635014781262_n

“ศีล” มีความสำคัญมาก เป็นจุดเริ่มต้นแห่งบุญบารมีและความดีทั้งปวง ดังที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอจงทำเหตุเบื้องต้นแห่งกุศลธรรมให้บริสุทธิ์ ก่อนเหตุเบื้องต้นของกุศลธรรม คือ ศีลที่บริสุทธิ์ดี และความเห็นตรง

เมื่อใดศีลของเธอบริสุทธิ์ดีแล้ว และความเห็นของเธอก็ตรงดีแล้ว เมื่อนั้นเธอ อาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีล แล้วจงเจริญสติปัฏฐาน 4 (วิปัสสนา) ต่อไป…

(สติปัฏฐาน 4 เป็นหลักธรรมที่อยู่ในมหาสติปัฏฐานสูตร เป็นข้อปฏิบัติเพื่อรู้แจ้ง คือเข้าใจตามเป็นจริงของสิ่งทั้งปวงโดยไม่ถูกกิเลสครอบงำ สติปัฏฐานมี 4 ระดับ คือ กาย เวทนา จิต และ ธรรม)

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต แม่ทัพธรรมใหญ่สายพระป่ากรรมฐานท่านกล่าวถึงอานิสงส์แห่งการรักษาศีล 5 เอาไว้ว่า

“ …ทำให้อายุยืน ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน ทรัพย์สมบัติที่อยู่ในความปกครองมีความปลอดภัยจากโจรผู้ร้ายมาราวีเบียดเบียนทำลาย ระหว่างลูก หลาน สามี ภริยา อยู่ด้วยกันเป็นผาสุกไม่มีผู้คอยล่วงล้ำกล้ำกลาย ต่างครองกันอยู่ด้วยความเป็นสุข พูดอะไรมีผู้เคารพเชื่อถือ คำพูดมีเสน่ห์เป็นที่จับใจไพเราะ ด้วยสัตย์ ด้วยศีล เป็นผู้มีสติปัญญาดีและเฉลียวฉลาดไม่หลงหน้าหลงหลังจับโน่นชนนี่เหมือนคนตาบอดหาสติไม่ได้”

พระราชนิโรธรังสี หรือ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ครูบาอาจารย์แห่งแผ่นดินธรรม ท่านได้กล่าวถึงอานิสงส์แห่งการถือศีลแม้เพียงศีล 5 หากทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องจะได้เกียรติยศที่ชื่อว่า

“โสดาบันบุคคล เมื่อเราเชื่อกรรม เชื่อผลของกรรมแล้วการที่จะไม่รักษาศีล 5 นั้นไม่มีและการรักษาศีล 5 นั้นย่อมทำได้ง่าย และศีลย่อมรักษาตัวเรา คุ้มครองตัวเราให้อยู่เย็นเป็นสุขปราศจากอุปัทวันตรายทั้งปวง”

พระธรรมโกษาจารย์ หรือ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ แห่งวัดชลประทานรังสฤษฎ์ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี ท่านได้กล่าวถึงอานิสงส์แห่งการรักษาศีลเอาไว้ว่า

“….การรักษาศีล ก็เหมือนกัน ผลที่เกิดจากศีลก็คือ ความเย็นใจสบายใจ ความไม่มีเวรกับใคร ๆ เพราะเราไม่คิดจะฆ่าใคร ไม่คิดจะลักทรัพย์ของใคร ไม่คิดจะไปล่วงเกินของรักของหวงของชอบใจของใคร ๆ ไม่คิดจะหลอกลวงใครให้เสียหาย เราไม่เสพของมึนเมายาเสพติดทุกประเภท อันเป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมสุขภาพ

ทางกายสุขภาพทางจิต ผลก็เกิดขึ้นในปัจจุบันคือความเย็นใจสงบใจ นั่งก็เป็นสุขนอนก็เป็นสุข จะไปในที่ใดก็มีความสุขทางกายทางใจ เพราะไม่มีภัยไม่มีเวรกับใคร ๆ อันนี้เป็นผลที่เราเห็นได้ด้วยตาของตนเอง….”

หลายคนบอกว่า เคยได้ยินครูบาอาจารย์ท่านกล่าวว่า

“ศีล” เป็นเหตุแห่งความดี ความสุข ความร่ำรวยได้!

เชื่อว่าหลายคนคงสงสัย ว่าจริงหรือไม่ ทำไมแค่รักษาศีลง่ายๆ แล้วชีวิตจะได้รับผลให้ดี สุข รวย เรื่องนี้ต้องน้อมขอเมตตาธรรมของ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ หรือพระราชพรหมญาณ ครูบาอาจารย์แห่งแผ่นดินธรรม ที่ท่านได้เมตตาสอนไว้ว่า มาเฉลยว่าทำไมผู้รักษาศีล มั่งมีร่ำรวยขึ้นได้

“…โธ่เอ๋ย ซวยมาแล้วกี่ปี ศีลขาดมากี่ปีมันคุ้มกันหรือคือว่ารักษาศีลจริงๆ แค่ศีล 5 น่ะ ค่าเหล้าไม่เสีย ค่าเจ้าชู้ไม่เสีย ค่าม่านรูดไม่เสีย มีคำถามต่อว่าพระท่านอยู่วัดไม่น่าจะรู้อะไรเรื่องนี้ จริงๆแล้วพระน่ะท่านไม่รู้ แต่ฉันรู้มีคนไปพูดให้ฟังเลยไม่ขี้ร้อนไม่ต้องไปอาบน้ำตามห้อง

เรื่องที่ไม่เสียมีเยอะแยะทรัพย์ก็ดีขึ้น ไอ้ใจร้ายไปฆ่าเขาไปตีเขาทะเลาะกับเขาก็ไม่มี แม้แต่ติดคุกติดตะราง ไม่ต้องเสียสตางค์นี่ถ้ารักษามาตั้งแต่เกิดนะ ป่านนี้รวยนานแล้ว แกรักษามากี่วันนี่แล้วขาดทุนมากี่ปี”

ที่สำคัญก็คือการรักษาศีลให้ดีนั้นมีอานิสงส์ใหญ่มากดังพระบาลีที่ว่า

……สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสธะเย ฯ…” ซึ่งแปลความได้ว่า

1. ศีลเป็นเหตุให้ไปสู่สุคติ (สีเลนะ สุคติง ยันติ)
2. ศีลเป็นเหตุให้ได้โภคทรัพย์ (สีเลนะ โภคะสัมปะทา)
3. ศีลเป็นเหตุให้ถึงพระนิพพาน (สีเลนะ นิพพุติง ยันติ)

ซึ่งอานิสงส์สองข้อแรกเรียกได้ว่าเป็นอานิสงส์ระดับสวรรค์สมบัติ และ อานิสงส์อย่างที่สุดท้ายคือเป็น นิพพานสมบัติ ซึ่งเป็นอานิสงส์สูงสุดในพระพุทธศาสนา …”

แต่ผลแห่งการถือศีลนั้นจะให้ผลไปได้อานิสงส์แค่ไหน จะดี สุข รวย เพียงใด ขึ้นอยู่กับระดับของศีลความเข้มข้นในการรักษาศีลหรือถือศีลนั้น และทำอย่างต่อเนื่องก็จะเป็นไปตามกฎแห่งการสะสมคือ ถือให้สม่ำเสมอ ถือให้มากพอและถือให้นานพอ จึงจะเป็นพื้นฐานกำลังให้เราได้รับผลดีเต็มที่

Read Full Post »

คำถวายสังฆทาน
เพื่อน้อมอุทิศเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง

14731319_1515979535082540_5316128476270988024_n

มีคนถามมามากมายว่า
จะกล่าวคำถวายสังฆทานให้กับในหลวงอย่างไร

ก่อนอื่นขอย้ำอีกครั้งว่า การสร้างบุญเพื่อน้อมอุทิศเป็นพระราชกุศลนั้น
ขอให้ยืดหลักทาน ศีล ภาวนาเป็นที่ตั้ง

หากไม่มีกำลังทาน ให้รักษาศีล สวดมนต์เจริญภาวนา
ปฏิบัติตน ปฏิบัติธรรม

มีชีวิตทุกลมหายใจ
ในการทำความดี อดทน ขยัน มีเมตตา เสียสละ
ดังที่พระองค์ทรงปฏิบัติต่อปวงชนชาวไทยมานานนับ 70 ปี

สำหรับคำกล่าวถวายสังฆทานเพื่อน้อมอุทิศเป็นพระขากุศลนี้
สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร
ได้แต่งคำถวายสังฆทานทั้งภาษาบาลีและภาษาไทยเพื่อให้ประชาชนคนไทยที่ต้องการทำบุญสังฆทานอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้กล่าวคำถวายอย่างถูกต้อง

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ หน)

อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ

อิมานิ ภัตตานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคคัณหาตุ ปะระมินทะมะหาภูมิพะละอะตุ ละเตชะมหาราชัสสะ เจวะ อัมหากัญจะ ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ ฯ

คำแปล

ข้าแต่พระภิกษุสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย
ขอน้อมถวายภัตตาหาร พร้อมกับของบริวารทั้งหลายเหล่านี้ แด่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระภิกษุสงฆ์ จงรับภัตตาหารพร้อมกับของ บริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข

เพื่ออุทิศถวายเป็น พระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย และแก่ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ด้วย ตลอดกาลนาน เทอญ ฯ

…………….
ขอบุญรักษา
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

Older Posts »