Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for กรกฎาคม, 2016

รู้จักกรรมหนักที่พึงระวัง (ปิตุมาต)

13876407_1422027611144400_7464052935876096738_n


การฆ่าพ่อบังเกิดเกล้าซึ่งเป็นนัยเดียวกันกับ มาตุฆาต แต่ต่างกันตรงที่กรรมหนักใดจะเป็นผู้ให้ผลก่อน ธรรมดาแม่เป็นผู้อุ้มท้องลูกในครรภ์ และมีใจอ่อนโยนเอื้อเอ็นดูอุ้มชูเลี้ยงลูก ได้รับความลำบากมากกว่าพ่อ ถึงจะชั่วช้าเลวทรามขนาดไหน ก็ยังได้ชื่อว่า เป็นผู้มีคุณแก่ลูกมากอยู่ดี

เพราะฉะนั้น ถ้า แม่กับพ่อ เป็นคนดีมีศีลธรรมเสมอกัน มาตุฆาต ย่อมให้ผลก่อนปิตุฆาต ยกเว้นในกรณีที่พ่อ เป็นผู้มีคุณธรรม มีศีลธรรมมากกว่า แม่ เท่านั้น ปิตุฆาต จึงจะให้ผลก่อนมาตุฆาต

การฆ่าพ่อแม่นั้น ยังสามารถทำได้ด้วยวิธีการฆ่าโดยอ้อมคือการทำให้ “พ่อแม่เกิดความทุกข์ใจในด้านต่างๆ เรียกว่าทำให้ท่านตายทั้งเป็น” แม้จะไม่มีผลกรรมที่หนักเท่ากับการฆ่าด้วยการทำให้ท่านถึงแก่ชีวิตแต่ก็มีผลกรรมที่หนักหนาไม่อาจทำให้ชีวิตของผู้กระทำเจริญก้าวหน้าและมีความสุขได้เลย

อนันตริยกรรมทั้งห้าประการนี้ มีพลังโทษมาก เมื่อได้กระทำลงไปแล้ว แม้ภายหลังจะรู้สึกสำนึกตนแล้วก็ตาม แม้จะพยายามสร้างกุศลที่บุญใหญ่มากเพียงใด จะสร้างเจดีย์ที่ประกอบด้วยทองคำอันสูงใหญ่ มากมายเต็มจักรวาล

หรือจะถวายทานแก่พระอริยสงฆ์ที่มีอยู่ในโลกทุกวันนี้ หรือได้โชคดีพบพระพุทธเจ้าแล้วเข้าอุปัฏฐากรับใช้พระพุทธองค์อย่างใกล้ชิดจนสิ้นชีพ ก็ไม่มีพลังอำนาจพอที่จะลบล้าง อนันตริยกรรม ทั้งห้านี้เหล่านี้ได้

ผู้ที่เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ได้ดีที่สุด คงจะไม่พ้นบุคคลที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในสมัยพุทธกาลอย่าง พระเจ้าอชาตศัตรู พระเจ้าอชาตศัตรูนั้นเป็นราชบุตรของพระเจ้าพิมพิสารกษัตริย์แห่งแคว้นมคธ กับพระนางเวเทหิ ราชธิดาของพระเจ้ามหาโกศล

ก่อนที่พระองค์จะเกิดมานั้นมีการทำนายว่า อชาตศัตรูผู้นี้จะเกิดมาเป็นผู้ฆ่าพ่อ ด้วยเหตุที่พระนางเวเทหิแพ้ท้องแล้วต้องการดื่มเลือดของพระสวามีเพียงอย่างเดียว

พระนางเวเทหิทราบถึงคำทำนาย ด้วยความรักในตัวพระสวามีจึงคิดทำแท้งหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ ในที่สุดก็คิดจะฆ่าลูกในวันที่คลอดเสีย แต่พอพระนางได้ทอดพระเนตรพระโอรสเท่านั้น ก็ทรงเกิดความรักจนไม่อาจลงมือฆ่าลูกอย่างที่เคยตั้งใจเอาไว้ได้

ความจริงแล้ว อชาตศัตรูนั้นเป็นคนที่มีจิตใจดีอยู่พอสมควร ทรงเติบโตขึ้นมาอย่างดีแต่เพราะครั้งหนึ่งหลงเชื่อในคำยุยงของพระเทวทัตเข้าจึงได้พยายามลงมือสังหารบิดาของตนคือ พระเจ้าพิมพิสารแต่ไม่สำเร็จ พระองค์ถูกจับได้และถูกพิพากษาให้รอรับโทษจากพระบิดา

พระเจ้าพิมพิสารราชบิดานั้นเป็นผู้ที่มีเมตตาเป็นอย่างยิ่ง เพราะได้ใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้า ทรงตรัสถามเหตุผลในการฆ่าพ่อจากลูกชาย พอทราบความว่าลูกต้องการราชสมบัติก็ทรงยกให้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจใดๆ เพราะความรักลูก แต่นั่นกลับกลายเป็นการยื่นอาวุธให้พระเจ้าอชาตศัตรูได้หลงทำผิดมากยิ่งขึ้น

พระเจ้าอชาตศัตรูได้รับคำแนะนำจากพระเทวทัตให้ฆ่าราชบิดาทางอ้อมโดยจับไปขังคุก ให้อดอาหารจนตายและรมควันด้วย ห้ามผู้ใดเข้าเยี่ยมนอกจากพระนางเวเทหิ

ซึ่งพระนางเวเทหิก็ใช้กลอุบายเอาอาหารไปให้พระเจ้าพิมพิสารหลายวิธี แต่สุดท้ายก็โดนจับได้หมด ไม่ว่าจะเอาซ่อนในมวยผม เอาซ่อนในรองเท้า เอาไปทาไว้ที่พระวรกาย ก็ตาม

พระเจ้าพิมพิสารทรงใช้วิธีการเดินจงกรมกำหนดสมาธิในการดำรงชีวิตอยู่ทำให้ไม่ตายง่ายๆ พระเจ้าอชาตศัตรูจึงสั่งให้มหาเล็กใช้มีดโกนกรีดที่เท้าแล้วทาด้วยน้ำมันผสมเกลือ และเอาไฟย่างเท้าด้วยการเอาถ่านไม้ที่ติดไฟจนไม่มีเปลวแล้วไปย่างเท้าของพ่อตนเองให้ได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส

พระเจ้าพิมพิสารได้รับความทรมานจนถึงขีดสุดจนในที่สุดก็ได้สิ้นพระชนม์ในวันที่ พระราชโอรสของพระเจ้าอชาตศัตรูคือ เจ้าชายอุทัยภัทรราชกุมารประสูติพอดี

ความรักเกิดท่วมท้นไปทั่วในใจของพระเจ้าอชาตศัตรู ทำให้พระองค์นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครั้งที่พระองค์เกิดมา พระเจ้าพิมพิสารก็ทรงให้ความรักความอบอุ่นเมตตาต่อพระองค์ดังนี้เช่นกัน ทำให้รู้ซึ้งถึงคุณของพระราชบิดาขึ้นมาทันที

แต่ก็นับว่าสายเสียแล้วสำหรับพระเจ้าอชาตศัตรู เมื่อทรงทราบว่าพระเจ้าพิมพิสารเสด็จสวรรคตในวันประสูติของหลานพอดี พระองค์รู้สึกเหมือนตกไปในหุบเหวที่ลึกสุดแสน เมื่อทราบถึงการสวรรคตแล้วก็รีบไปเข้าเฝ้าพระราชมารดาทันที แม้แต่พระราชมารดาก็ไม่อาจอภัยให้พระเจ้าอชาตศัตรูได้

พระเจ้าอชาตศัตรูต้องทนทุกข์ทรมานฝันร้ายทุกคืนและไม่อาจข่มตานอนหลับได้เลย จะสามารถนอนหลับได้สนิทก็ต่อเมื่อได้ฟังธรรมจากพระบรมศาสดาแล้วเท่านั้น

พระพุทธองค์มีโอกาสได้แสดงธรรมแก่พระเจ้าอชาตศัตรูในบท สามัญญผลสูตร เป็นแห่งการทำความดีย่อมเกิดสุขทางใจขึ้น เมื่อฟังธรรมจบพระเจ้าอชาตศัตรูก็เสด็จกลับ โดยที่พระพุทธองค์ตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า

“ดูกร ภิกษุทั้งหลายถ้าพระเจ้าอชาตศัตรูไม่ทรงทำปิตุฆาตแล้ว ในวันนี้จักได้สำเร็จเป็นพระโสดาบัน”

พระเจ้าอชาตศัตรูตลอดชีวิตได้พยายามทำบุญกุศลโดยตลอด ทรงเป็นส่วนสำคัญฝ่ายฆราวาสในการจัดแบ่งพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และทรงบรรจุพระธาตุรวมไว้ในสถูปในแคว้นมคธได้สำเร็จ และทรงเป็นผู้ที่ได้อุปถัมภ์ในการสังคายนาพระไตรปิฎกที่ถ้ำสัตตบรรณคูหาจนกระทั่งแล้วเสร็จอีกด้วย

ต่อมาเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานไปได้ 17 ปี พระเจ้าอชาตศัตรูได้ย้ายราชธานีจากเมือง ราชคฤห์ ไปยังเมืองปาฏลีบุตรเพราะเมืองราชคฤห์อยู่ในหุบเขาขยายเมืองได้ยาก ส่วนปาฏลีบุตรอยู่ติดกับแม่น้ำคงคาทำให้สะดวกต่อการคมนาคม

การย้ายเมืองทำให้แคว้นมคธกลายเป็นแคว้นที่มีอำนาจเข้มแข็งที่สุดกว่าทุกอาณาจักรและไม่ล่มสลายง่ายเหมือนกับอาณาจักรอื่นๆ แต่ก็ทรงอยู่ในราชบัลลังก์ได้นาน 32 ปี ก็ถูกเจ้าชายอุทัยภัทรพระราชโอรสปลงพระชนม์เช่นเดียวกับที่พระองค์เคยทำกับพระราชบิดา

พระเจ้าอชาตศัตรูเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการสอนให้ลูก “เลือกที่จะคบคน” ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่า พระเจ้าพิมพิสารไม่ได้ทรงห้ามปรามให้พระเจ้าอชาตศัตรูคบหากับพระเทวทัต

ยิ่งไปกว่านั้นพระเจ้าพิมพิสารเองก็ตัดสินใจอย่างปัจจุบันทันด่วนเกินไปที่จะยกราชบัลลังก์ให้กับลูกในช่วงวัยหนุ่มฉกรรจ์เช่นนั้นทำให้พระองค์หลงในอำนาจมากขึ้น

เจ้าชายอชาตศัตรูขณะที่ขึ้นครองราชย์ยังมีความเห็นผิดอยู่มาก เพราะถูกยุแยงจากคนชั่วและยังไม่สามารถเลิกคบหากับพระเทวทัตได้ ท้ายที่สุดเมื่ออำนาจตกไปอยู่ในมือคนที่หลงผิด พระเจ้าพิมพิสารจึงต้องมีจุดจบที่น่าสงสารเช่นนั้น

จากตัวอย่างของพระเจ้าพิมพิสารและพระเจ้าอชาตศัตรูจะเห็นได้ว่า “พ่อแม่ มีส่วนสำคัญมากในการที่ห้ามปรามไม่ให้ลูกทำความชั่ว และให้พึงรักษาสร้างแต่ความดี” เพราะพ่อแม่ถือเป็นครูคนแรกของลูก เป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับลูกมากที่สุดกว่าครูบาอาจารย์คนใดๆ

ผู้ที่เป็นพ่อแม่จึงควรพึงสอนลูกโดยชี้ให้เห็นถึงบาปกรรมหนักทั้งหลายที่ไม่พึงทำ และควรเป็นผู้ชี้แนะให้เขาทำความดีด้วยตนเอง ลูกก็จะรู้สึกได้ว่าพ่อแม่ได้ดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี ทำให้เกิดความรักความอบอุ่นในครอบครัวมากยิ่งขึ้น

Read Full Post »

13669718_1408156335864861_1134305204442457180_n

ขอเชิญร่วมสร้างบุญใหญ่ ทั้งธรรมทานและเพิ่มบุญ
ซ่อมพระสิวลี บันดาลให้มีโชคลาภทันตาเห็น
ทุก 200 องค์มอบพระผงสมเด็จองค์ปฐมทรงเครื่องจักรพรรดิ
(หมดแล้วหมดเลย!!!)
***โทรศัพท์ 09 5690 0444, 0 5302 1320
Line id 0956900444

ทุกท่านที่เคยสร้างบุญกับ ธ.ธรรมรักษ์ คงทราบแล้วว่า เราทั้งหลายได้ตั้งจิตอธิษฐานนำเงิน 50 สตางค์ในทุกเล่มทุกครั้งไปสมทบ ” กองบุญธ.ธรรมรักษ์” สร้างบุญเพิ่มให้กับทุกท่านที่เป็นเจ้าภาพสั่งหนังสือสร้างบุญเพื่อธรรมทาน นอกจากจะได้หนังสือตามปกติแล้ว

สำหรับรอบ กค.- สิงหาคมจะไปเพิ่มบุญใหญ่ให้ทุกท่าน ด้วยการไปซ่อมองค์พระสิวลีที่วัดโลกโมฬี จ.เชียงใหม่ ที่ชำรุดทรุดโทรมให้กลับมาดีกว่าเดิม หากปัจจัยเหลือจะนำไปร่วมซ่อมแซมพระพุทธรูปตามที่มีผู้บอกบุญมาทั้งหมด

ด้วยอานิสงส์แห่งการให้ธรรมทานและซ่อมแซมพระปฏิมา พระสิวลี จะเป็นปัจจัยหนุนให้เจ้าภาพทุกท่าน จิตถึงธรรม ถึงนิพพานโดยง่าย แม้ยังไม่ถึงนิพพาน จะเป็นผู้บริบูรณ์พร้อมด้วยทรัพย์เป็นอันมาก รุ่งเรืองไม่มีตกอับ มีโชคลาภอย่างทันตาเห็น บุญใหญ่นี้จะชนะกรรมเก่า ทุกอุปสรรคกรรมจะหมดไปโดยเร็ว งานที่ทำจะได้รับความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง โรคร้ายจะหาย ครอบครัวความรักที่มีปัญหาจะกลับมาดีอย่างอัศจรรย์ บรรพบุรุษได้รับผลบุญใหญ่นี้ทุกประการ

Read Full Post »

ไปร่วมงานศพอย่างไรให้ได้อานิสงส์บุญมาก

13528821_1395792163767945_8612668182687712336_n

การไปเผาศพได้อานิสงส์และบุญ ๔ ประการ คือ

๑.ได้บำเพ็ญญาติธรรมหรือมิตรธรรม คือ แสดงน้ำใจของญาติของมิตรต่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว หรือต่อบุตรภรรยาสามีของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

๒.ได้เจริญสังเวคธรรม คือ ธรรมที่ให้เกิดความสลดสังเวชว่า แม้เราเองก็ต้องเป็นอย่างนี้ คือต้องตายเป็นธรรมดาอย่างนี้ ไม่มีใครหลีกหนีความตายไปได้พ้น เพราะฉะนั้น เมื่อมีชีวิตอยู่จึงควรทำแต่ความดี ตายแล้วก็ยังมีคนชื่นชมยกย่อง ไม่ใช่ตายแล้วมีแต่คนสาปแช่ง สมน้ำหน้าว่า คนอย่างนี้ตายเสียได้ก็ดี แผ่นดินเบาไปแยะ เป็นต้น

๓.เป็นการเจริญอนิจจสัญญา คือเห็นความจริงของสังขารรูปนาม อันประกอบไปด้วยกายและใจนี้ว่า ไม่เที่ยง เกิดแล้วก็ต้องดับ มีความเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา ไม่ยั่งยืนคงทน

๔.สำหรับในสถานที่ที่เผาศพกันกลางแจ้ง ก็อาจเจริญอสุภสัญญา คือความเห็นว่าร่างกายนี้ไม่งามได้ด้วย อย่างในประเทศอินเดีย เขาเผาศพกันกลางแจ้ง ริมฝั่งแม่น้ำที่เขาเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ มีแม่น้ำคงคา และยมุนา เป็นต้น ซึ่งผู้ที่เข้าใจสามารถเจริญอสุภสัญญาได้เสมอ

พร้อมกันนี้ ท่านพระเทพคุณาภรณ์ ยังเมตตาบอกด้วยว่า ในบรรดาคนไทยเชื้อสายต่างๆ พุทธศาสนิกชนชาวไทยเชื้อสายมอญชอบไปร่วมงานศพพระสงฆ์มากที่ สุด แม้ว่าจะไม่รู้จัก รวมทั้งเป็นลูกศิษย์ก็คือ คนมอญนิยมไปงานศพ มากกว่าที่จะไปงานทอดกฐิน แม้ว่ากฐินจะเป็นกาลทาน ซึ่งหมายถึงปีหนึ่งทำได้ครั้งเดียว เพราะการเผาศพพระเกจิอาจารย์มอญถือเป็น มหากาลทาน ซึ่งเป็นทานที่ใหญ่กว่า ที่นานๆ ครั้งจะมีหน

เมื่อมีพระมอญรูปหนึ่งรูปใดมรณภาพลง โดยเฉพาะพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีพรรษาสูง มีศีลจารวัตรที่งดงาม ไม่ด่างพร้อย การจัดงานศพค่อนข้างยิ่งใหญ่กว่าศพพระธรรมดาสามัญทั่วไป ตั้งแต่โลงบรรจุศพ และการสร้างปราสาทสำหรับตั้งศพ พระรูปใดที่มีคุณสมบัติดีเลิศ ลูกศิษย์จะสร้างปราสาทให้ถึง ๙ ยอด พระรูปใดที่มีคุณสมบัติทางพรรษา และคุณธรรมน้อย ยอดปราสาทก็จะลดน้อยลงตามลำดับ ตัวปราสาทจะทำจากไม้ และกระดาษ ตามพิธีของมอญโบราณจะเผาปราสาทไปพร้อมๆ กับโลงศพ เนื่องจากปราสาทมีราคาแพงมาก เพราะทำจากไม้อย่างดี ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยครั้งนัก

คติความเชื่อมอญและโบราณจารย์
คติความเชื่อของอานิสงส์แห่งการเผาศพ อาจารย์ “ฟะ” นักปราชญ์มอญ ได้แต่งเรื่องราวรวมถึงพิธีกรรมต่างๆ ของมอญไว้หลัง พ.ศ.๒๓๑๐ ซึ่งเป็นปีแรกที่กรุงหงสาวดีแตก ใช้เป็นบรรทัดฐานความเชื่อมาจนถึงปัจจุบัน ท่านได้กล่าวถึงอานิสงส์ของการเผาศพไว้ว่า

๑.บุคคลคนใดทำโลงศพให้วิจิตรงดงามจะได้อานิสงส์ ๑,๐๐๐ ชาติ

๒.บุคคลใดนิมนต์พระสงฆ์มาพิจารณาซากศพ ซึ่งเป็นกรรมฐานจะได้รับอานิสงส์ ๒,๐๐๐ ชาติ

๓.เผาศพพระพุทธเจ้าจะได้รับอานิสงส์ไม่มีที่สิ้นสุด
การไปร่วมงานเผาพระเกจิมอญที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็จะได้อานิสงส์ทั้งหลายนั้น จะส่งให้ผู้ที่ไปในการเผาศพสมบูรณ์ไปด้วยมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ ได้ไปบังเกิดในพรหมโลก ไม่ต้องตกอยู่ในอบายมุขใดทั้ง ๔ คือ นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งบางคนก็เชื่อว่า เป็นเพียงอุบายให้คนกระทำแต่ความดีเท่านั้น นรก สวรรค์ ไม่มีจริงแต่ประการใด

นอกจากนี้แล้ว โบราณจารย์ทั้งหลายได้กล่าวว่า ผู้ใดมีจิตเมตตาสงเคราะห์เผาสรีระร่างกายของคนอนาถา ที่มีแต่ร่างกระดูก จะอำนวยผลให้ได้รับยศถาบรรดาศักดิ์ และบริวาร ๘,๐๐๐ กัลป์

ผู้ใดมีจิตเมตตาสงเคราะห์เผาสรีระร่างกายศพที่ยังมีเลือดเนื้ออยู่ จะอำนวยผลให้ได้รับยศศักดิ์ และบริวาร ๑๐,๐๐๐ กัลป์

ผู้ใดมีจิตเมตตาสงเคราะห์เผาสรีระร่างกายของคนแก่ชรา จะอำนวยผลได้รับยศศักดิ์ และบริวาร ๔๐,๐๐๐ กัลป์

ผู้ใดมีจิตเมตตาสงเคราะห์เผาสรีระศพญาติมิตรสหายบุตร จะอำนวยผลให้ได้รับยศศักดิ์ และบริวาร ๘๐,๐๐๐ กัลป์

ผู้ใดมีจิตเมตตาสงเคราะห์เผาสรีระศพบิดามารดา จะอำนวยให้ได้รับอานิสงส์อันเป็นทิพย์ยศศักดิ์ และบริวาร ๑๐,๐๐๐ กัลป์

ผู้ใดมีจิตเมตตาสงเคราะห์เผาสรีระร่างกายของพระภิกษุสงฆ์ จะอำนวยผลให้ได้รับยศศักดิ์ และบริวาร ๒๐,๐๐๐ กัลป์

“คติความเชื่ออย่างหนึ่ง ของพุทธศาสนิกชนชาวมอญ คือ คนมอญนิยมไปงานศพมากกว่าที่จะไปงานทอดกฐิน เพราะการเผาศพพระเกจิอาจารย์มอญถือเป็น มหากาลทาน ซึ่งเป็นทานที่ใหญ่กว่า”

Read Full Post »