Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for กุมภาพันธ์, 2016

เครื่องเซ่นสังเวย ของเซ่นไหว้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายตามความเชื่อของแต่ละบุคคลในแต่ละสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร คาวหวาน หรือ อาหารมังสวิรัตินั้น ถือเป็น อามิสบูชา ที่กระทำได้ ขอให้มีสติ มีความจริงกำกับเสมอและกระทำการอันสมควรที่สุด ตามแบบกรรมวิธีที่บูรพาจารย์ท่านวางไว้ในแต่ละสถานที่โดยส่วนมากจะมีการเขียนกำกับไว้ จะดีที่สุด อย่าคิดพิสดารเพราะไม่น่าจะเกิดผลดีอะไรกับชีวิตเคล็ดวิชาเลือก เครื่องสังเวย ของเซ่นไหว้

 

การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยของเซ่นไหว้ ต่าง ๆ  จำเป็นต่อบางดวงจิตหรือดวงวิญญาณ บางดวง เพราะยังไม่ไปเกิดเพราะยังมีหน้าที่ดูแลรักษาสถานที่หรือเป็นด้วยแรงอธิษฐานที่จะขออยู่ช่วยมนุษย์ สัตว์และดวงจิตวิญญาณทั้งหลายที่ได้ทุกข์

 

และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น อาจจะยังติดกับของชอบที่ก่อนตาย เชื่อว่า ของเซ่นไหว้เหล่านั้น จะ ดูไปถึง นิสัยเดิมของเหล่าเทพเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ระหว่างที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น ท่านนิยมหรือชอบสิ่งใด บางท่านนิยม เหล้า ก็ต้องถวายเหล้า บางท่านนิยมเนื้อสด ก็ต้องถวายเนื้อสด บางท่านชอบ ไข่ต้มก็จะต้องมีไข่ต้มไว้ด้วย

 

และการที่แนะนำให้มีอาหารคาวหวานหลาย ๆ อย่างในการบูชานั้น เป็นการเตรียมการไว้ เผื่อเหลือเผื่อขาด ในกรณีที่เราไม่ทราบว่า นิสัยเดิมของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปวงเทพเทวดา เจ้าที่ หรือ ดวงวิญญาณมาสถิตอยู่ในสถานที่แห่งนั้นเป็นแบบใด

 

ครูบาอาจารย์ท่านแนะนำว่า เครื่องเซ่นสังเวยใดๆ จะเกิดบุญมากหากเราได้นำไปถวายพระสงฆ์ท่านและขอเมตตาท่านอุทิศบุญนั้นให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพ อุทิศอย่างเจาะจง เช่น เจ้าที่เจ้าทางที่บ้าน เทวดาที่ดูแลกิจการร้านค้า หรือศาลใดก็ตาม

 

หรือเมื่อถวายเครื่องเซ่นสังเวย ( ยกเว้นของผิดศีลเช่น เหล้า บุหรี่ของมืนเมาต่างๆ ) กับพระสงฆ์ท่านแล้วขอผาติกรรมหรือการแลกคืนด้วยเงินที่จำนวนเท่ากันหรือมากกว่า ห้ามน้อยกว่าเป็นอันขาด แล้วนำเครื่องเซ่นสังเวยนั้นไปวางที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราต้องการ เมื่อบอกลาแล้วให้นำไปทำทานแก่คนที่ด้อยโอกาสหรือคนอื่นตามที่เราเห็นสมควร

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๔ ห้อยพระ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรเป็น ได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Advertisements

Read Full Post »

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง โดยชอบ (กราบ)บทนมัสการพระพุทธเจ้า

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๓ พุทธคุณบทสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ อธิษฐานอย่างไรให้ปาฏิหาริย์เกิด     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

สาเหตุสำคัญที่เป็นกรรมหนักที่ขัดขวางไม่ให้คนนั้นเจริญและร่ำรวยได้ มาจากความไม่กตัญญูรู้คุณพ่อแม่ และผู้ที่มีพระคุณ ผลของกรรมหนักนี้จะไปเป็นอุปสรรคกรรมสำคัญที่ปิดกั้นหรือขวางทางชีวิตไว้ปลดกรรม ลดกรรมที่ทำกับพ่อแม่และผู้มีพระคุณ

 

ครูบาอาจารย์ท่านเน้นเลยว่า ต้องทำเป็นเรื่องแรก ก่อนไปปลดกรรมลดกรรมอื่นทั้งปวง ถ้าทำเรื่องนี้ก่อนเรื่องอื่นๆ จะสำเร็จโดยง่ายดาย

 

คนที่เป็นลูกที่ทำความช้ำใจให้พ่อแม่อยู่เนืองๆ นั้น ได้สร้างบาปกรรมให้กับตัวเองตลอดเวลาจนอยากที่มีชีวิตที่เจริญก้าวหน้าได้ ประเภทอยากได้อะไรก็จะบังคับขู่เข็ญพ่อแม่ไม่ได้ดูเหตุผลอะไรเลย  พูดจากก้าวร้าวเอาแต่ใจตัวเอง ประพฤติตนไปในทางเสื่อม ทำให้พ่อแม่ช้ำใจอยู่เนื่องๆ ไม่เลี้ยงดูตอบแทนท่านทอดทิ้งท่านหลายครอบครัวซ้ำร้ายไปกว่านั้นอีก แยกไปมีครอบครัวใหม่ยังไม่พอ ยังเอาลูกหรือหลานมาให้พ่อแม่เลี้ยงดูอีกโดยไม่ดูแลค่าใช้จ่าย คิดเอาแต่ได้เอาความสบาย ลูกแบบนี้สร้างเวรกรรมไม่ดีกับพ่อแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

โบราณท่านกล่าวว่า ผู้ใดทำให้พ่อแม่ร้องไห้น้ำตาตกนั้น คนผู้นั้นไม่มีวันเจริญได้ในชาตินี้

 

สำหรับคนที่อยู่ในข่ายนี้ หรือแม้แต่เป็นลูกอกตัญญูต่อพ่อแม่นั้น ขอให้รู้สึกตัว รู้สำนึกผิดเสียรีบไปขอขมาขออโหสิกรรมต่อท่านเสีย  รับรองว่าพ่อแม่ทุกคนท่านให้อโหสิกรรมแน่นอน เวรที่ทำกับท่านนั้นก็จะมีทางระงับแล้ว เพราะโจทก์นั้นท่านไม่เอาเรื่อง แต่กฎแห่งกรรมยังไม่จบ กรรมที่เกิดขึ้นแล้วก็ต้องส่งผลก็ต้องรับไป ก็หาวิธีไปแก้ไขกันไปให้จากหนักเป็นเบา

 

แต่ก็มีหลายคนทำไปเพราะมีกรรมเก่าฝ่ายไม่ดีผูกพันติดตัวมา เป็นการชดใช้กรรมของกันและกัน แต่ผลของกรรมเหล่านี้สามารถผ่อนคลายจากหนักให้เป็นเบาได้ ด้วยสร้างกรรมดีขึ้นมาใหม่ที่มีกำลังมากกว่า เพื่อไม่ให้มีกรรมผูกพันกันต่อไปอีก

 

ถ้าต้องมาเกิดในครอบครัวเดียวกันในชาติต่อไป กรรมที่จะผูกพันกันนั้นก็จะมีแต่กรรมดี ผลของกรรมดีจะทำให้มีความรักใคร่เอื้ออาทรต่อกันอย่างจริงใจ ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่อาฆาตพยาบาทจองล้างจองผลาญกันอีก

 

ผิดกับลูกที่กตัญญูรู้พระคุณของท่าน อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ท่านต้องช้ำ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับเฉา ทำอะไรก็สำเร็จ มีแต่คนยกย่องสรรเสริญ ยิ่งเป็นคนที่ตอบแทนพระคุณของท่านอย่างเต็มที่ อย่างเต็มใจ เต็มกำลัง คิดถึงท่านทุกลมหายใจ เห็นท่านเป็นผู้มีพระคุณอันดับแรกรับรองว่าชาตินี้ไม่มีจน

 

อีกเรื่องหนึ่งเคยได้ยินครูบาอาจารย์คนสำคัญของเมืองไทยท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า มีลูกศิษย์ของท่านคนหนึ่ง ตายไปแล้วฟื้นขึ้นมา ได้มาเล่าเรื่องราวที่เขาไปประสบมาว่า เขานอนหลับอยู่ดีๆ ก็มีคนนุ่งผ้าแดง 4-5 คนมาเรียกให้ลุกขึ้นและให้เดินตามไป เขารู้สึกตัวตลอดและรู้ตัวดีว่า เขาคงได้ตายไปแล้ว

 

กลุ่มชายนุ่งผ้าแดงที่มาปลุกก็นำเขาไปที่แห่งหนึ่ง มีคนนั่งบนบัลลังก์และเรียกชื่อเขาถูกต้อง สงสัยจะเป็นท่านพญามัจจุราช และก่อนที่จะส่งตัวเขาไปตามกรรมที่เขาทำมา ท่านพญามัจจุราชก็ได้ถามว่า ตอนที่มีชีวิตอยู่ได้ทำความดีอะไรไว้บ้าง

 

เขาก็ตอบว่า ก็ได้ทำไว้เยอะอยู่เหมือนกัน แต่ที่ทำทุกวันไม่ได้ขาดเลยก็คือ เขาต้องกราบเท้าพ่อแม่ก่อนนอนทุกคืน

 

พญามัจจุราชได้ยินดังนั้นก็สะดุ้งบอกว่า คนดีแบบนี้ส่งไปลงนรก ส่งไปขึ้นสวรรค์ก็ยังไม่ได้ ต้องให้กลับไปอยู่ในโลกมนุษย์อีกระยะหนึ่งก่อน เพราะเคยทำความดีที่ยิ่งใหญ่ เหตุผลที่ให้กลับไปเพื่อให้ไปทำความดีนี้ต่อบอกและให้ไปเตือนสติผู้คนที่รู้จัก ให้ตอบแทนพระคุณพ่อแม่ให้มาก แล้วจะรอดจากนรก

 

หลังจากนั้น คนนุ่งผ้าแดงนั้นก็นำเขามาส่งที่เก่าและเขาก็ตื่นขึ้นมา นับตั้งแต่นั้นมาเขาก็พยายามเล่าเรื่องนี้ให้ทุกคนฟัง และขอให้ช่วยกันบอกกันต่อๆ ไปเพื่อเป็นการชี้ทางให้กับทุกคนได้กระทำความดี

 

การทำบุญที่ถูกต้องที่สุดของคนทุกคนนั้น ก็คือ ต้องทำบุญกับพ่อแม่ก่อนผู้อื่นทั้งสิ้น ท่านเป็นพระอรหันต์ที่เราทราบได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปวิ่งตามหานอกบ้านให้เหนื่อย หลายคนชอบทำบุญเอาหน้า เคยว่าที่ไหนมีพระดีก็วิ่งไปทำบุญ แต่พระในบ้านสองคนนั่งเศร้า คนพวกนี้ไม่รู้จักบุญที่แท้จริงคืออะไร

 

คนที่เคารพบูชาพ่อแม่นั้นจะได้อานิสงส์บุญมากมาย ทั้งอายุยืน มีลูกออกมาก็จะเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย เคารพบูชาพ่อแม่เหมือนกัน เพราะกระแสบุญที่ทำนั้นตอบสนองคืนกลับมายังผู้ที่ทำกรรมดี เป็นการเสริมสร้างกรรมดี เสริมสิริมงคลเข้าสู่ชีวิตของตนด้วยแรงกตัญญูที่จะทำให้ทุกคนได้มีโชคชะตาชีวิตที่ดี เจริญรุ่งเรืองและร่ำรวยมีเงินทองมากมาย ไม่มีขัดสน เมื่อยามมีภัยก็จะรอดตัวไปได้

 

วิธีตอบแทนบุญคุณพ่อแม่

1 ต้องไม่ประพฤติตัว อันทำให้เสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของท่าน รักษาน้ำใจของท่าน โดยเฉพาะคำพูด อย่างทำให้ท่านน้อยใจหรือเสียใจเป็นอันขาด ถึงแม้จะไม่พอใจด้วยเหตุผลอะไรก็ตามขอให้ระงับสติอารมณ์ ให้นิ่งเสีย

 

  1. ต้องเลี้ยงดูท่านเมื่อเรามีกำลังแล้ว โดยเฉพาะยามที่ท่านชรา เอาใจใส่ในทุกเรื่องของท่าน ทั้งอาหารการกิน ที่อยู่หลับนอน สุขภาพโรคภัยไข้เจ็บ ทำทุกอย่างเพื่อให้ท่านมีความสุข

 

  1. ต้องช่วยเหลือดูแลกิจการงานของท่าน ช่วยแบ่งเบาภาระของท่านเพื่อให้ท่านมีโอกาสพักผ่อนอย่างเต็มที่

 

  1. ถ้าท่านยังไม่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ลูกที่ดีและอยากให้พ่อแม่เป็นสุข ต้องพยายามแนะนำ พาท่านให้เข้าใจถึงหลักธรรม ชักชวนท่านสร้างบุญบารมีให้ถูกต้องทั้งการทำทาน ถือศีล และเจริญจิตภาวนา ซึ่งต้องใช้กรรมวิธีใดนั้น ขอให้คำนึงถึงความเหมาะสมและโอกาสเท่าที่จะอำนวย แม้พาท่านไปเที่ยววัด ไปทำบุญก็ถือว่า เป็นคนที่กตัญญูต่อพ่อแม่แล้ว
  2. เมื่อท่านล่วงลับไปแล้วก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้อย่างสม่ำเสมอ แม้ท่านจะเกิดในภูมิที่สูงกว่าหรือไม่สามารถรับกุศลได้ การระลึกและแผ่เมตตาจิตให้แก่พ่อแม่เป็นมงคลอันประเสริฐ

 

และเมื่อเราได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่แล้ว เราต้องทำกับผู้มีพระคุณในลำดับต่อไป ทั้งครูบาอาจารย์ ญาติผู้ใหญ่ เพื่อน คน สัตว์สิ่งของที่มีบุญคุณกับเราตามสมควร ตามกาล

 

ขอจงจำไว้ให้มั่นอีกครั้งว่า ด้วยแรงกตัญญูนี้ จะเป็นบันไดสำคัญที่จะทำให้ทุกคนเจริญรุ่งเรืองและพบกับความร่ำรวยแบบถาวร และจะติดตัวทุกคนไปทุกภพชาติด้วย

 

เคล็ดสำคัญมากข้อหนึ่ง ให้ไปกราบเท้าพ่อแม่ขออโหสิกรรมต่อท่าน ที่เราเคยหรืออาจจะเคยทำให้ท่านต้องช้ำใจทั้งกาย วาจา ใจ กรรมนี้หนักขวางทางเจริญทุกทาง ให้ไปหาน้ำสะอาดล้างเท้าพ่อแม่ เช็ดเท้าให้ท่านขอให้ท่านให้อโหสิกรรม ตั้งจิตอธิษฐานขอเป็นลูกที่ดี ขอพรจากท่านให้สำเร็จในการงานที่ทำ พรของพ่อแม่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าพรของเทวดาชั้นใดทั้งสิ้นเพราะท่านเป็นพระพรหมของลูก ถ้าท่านเสียชีวิตไปแล้วให้หมั่นสร้างบุญกุศล อุทิศบุญให้ท่าน และนึกถึงท่านอยู่เสมอเมือเจอเรื่องร้ายๆ จะคลายตัวลงได้

 

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๒ ปาฏิหาริย์เชื่อมบุญ ปลดกรรม ชีวิตดีฉับพลัน     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

เรื่องนี้โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ตั้งใจทำบุญกุศล แต่มีวิบากกรรมไม่ดีมาขวางไว้การอุทิศบุญให้กับคนที่ไม่เห็นด้วยในการทำบุญของเรา

หรือพูดง่ายๆ คือ มีคนคอยขัดขวาง หรือไม่เห็นด้วยไม่ว่าจะเป็นสามี ภรรยา ลูกคนในครอบครัวหรือใครก็ตาม มีทั้งพูดจาให้เจ็บช้ำน้ำใจ ขัดขวางไม่ให้เราไปทำบุญตามที่ตั้งใจได้ หรือแม้แต่เจ้ากรรมนายเวรมาขวางไว้ก็ตามให้มีเหตุนั้นเหตุนี้จนไปทำบุญตามที่ตั้งใจไม่ได้

 

ในขั้นตอนแรกตั้งจิตให้เป็นสมาธิ และอธิษฐานรวมบุญทั้งหมดเพื่อให้ใจมีกำลัง กล่าวในใจยกโทษให้อภัย ให้อโหสิกรรมต่อทุกคนเสียก่อน หลังจากนั้นให้นึกถึงกระแสบุญเหมือนแสงสว่างไหลออกมาจากใจเหมือนรัศมีแผ่ไล่ความมืดออกไปทั่วทุกทิศ (ใครนึกเรื่องกระแสบุญไม่ออกให้นึกถึงน้ำก้ได้ที่ไหลออกไปแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างมากที่สุดเท่าที่จะมากได้)

 

ขอให้รู้ไว้อย่างหนึ่งว่า คนที่ขัดขวางผู้ที่จะสร้างบุญคนเหล่านั้น คือ เจ้ากรรมนายเวรของเราที่มีชีวิตที่ผูกพันกันมาเกิด แต่มีทั้งบุญร่วมและกรรมร่วมกัน แต่เบาบางไม่หนักหนาอะไร เราสามารถอยู่ร่วมกันและสร้างบุญต่อกันได้

 

ทุกครั้งเมื่อเราทำบุญเสร็จ ก็อุทิศบุญไปให้เขา เรียก “กายทิพย์”  เขามารับบุญ เขาเรียกว่าให้บุญในหรือให้ทางใน ไม่นานนักเขาก็เปลี่ยนแปลงไปเองด้วยพลังแห่งบุญ

 

หรือเราจะอุทิศบุญให้กับคนที่โกรธเรา อาฆาตพยาบาทตัวเราก็ได้ บุญนั้นเป็นของดี เราให้ใครก็ได้ ไม่ว่าเจ้านาย ลูกน้อง หรือคนที่เราจะไปติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทั้งนั้น

 

อะไรที่ยากก็จะง่าย … อะไรที่ง่ายก็จะยิ่งสำเร็จยิ่งใหญ่ 

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๑ สร้างบุญแบบฉลาด ให้ได้บุญมาก ดี สุข รุ่งเรือง รวยทันตาเห็น!     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นอีกวิถีทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มพลังบุญให้ส่งผลบังเกิดขึ้นกับตัวผู้ที่บูชา เสมือนไปขอพลังท่านเหล่านั้นมาเกื้อหนุนส่งเสริมให้ผลบุญได้ส่งผลและประสบความสำเร็จดังที่ปรารถนา แต่ก่อนจะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเหล่านั้นต้องทำการ “เชื่อมบุญ”ให้ถึงท่านเหล่านั้นเสียก่อนไม่อย่างนั้นท่านก็ไม่อาจช่วยเหลือเราได้อธิษฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธ์อย่างไรให้ปาฏิหาริย์เกิด

 

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า เรานั้นได้พยายามช่วยเหลือตัวเองอย่างเต็มความสามารถแล้วหรือยัง ต้องมีสติและปัญญาพิจารณาด้วยว่า  เหตุที่ทำให้เราจนเกิดปัญหานั้นเป็นเพราะอะไร เรายังติดอยู่ในบ่วงของอบายมุข ยังไม่ขยันพอ ยังขาดความรู้ หรือยังขาดปัจจัยต่างๆ ที่ต้องประกอบกันเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จและความร่ำรวยได้

 

เราต้องมีสติพิจารณาในทุกเรื่อง ไม่ใช่เอะอะเกิดเรื่องขึ้นมาก็โทษแต่เจ้ากรรมนายเวร โทษกรรมไม่ดีในอดีตชาติหรือกรรมเก่าฝ่ายเดียว บางครั้งเรายังสร้างกรรมใหม่ในชาตินี้ยังไม่ตรงเหตุที่จะทำให้เกิดผลขึ้นมาได้ เราจึงต้องพยายามมากขึ้น

 

มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาในชีวิต ไม่ดูตาม้าตาเรือวิ่งโร่ไปให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านช่วยอยู่ตลอด มันไม่ถูกต้องและคิดว่าท่านคงไม่ช่วยแน่นอนในคนที่ไม่ช่วยเหลือตัวเองก่อน ที่นั่งงอมืองอเท้า รอแต่ให้คนอื่นช่วย อยู่เสมอ นอกจากทนไม่ไหว ดูแล้วไม่รอดแน่แล้วจริงๆ ถึงไปขอเมตตาให้ท่านช่วย

 

ซึ่งต้องขอเมตตาให้เป็นด้วย ถูกช่องทาง ถูกต้องตามวิธีหากทำไม่ถูกต้องก็อาจจะทำให้ท่านไม่รับรู้ถึงความทุกข์ ท่านจึงไม่ได้ช่วย จะไปถือโทษโกรธท่านก็ไม่ได้ เหมือนไปหาญาติผู้ใหญ่ให้ช่วยเหลือ แต่ไปผิดบ้านหรือหาบ้านท่านไม่เจอ หรือไปหาผิดคน ไปหาคนที่ช่วยเหลือไม่ได้ เรื่องที่ต้องการจะให้คนช่วยจะสำเร็จไหม

 

และลองคิดดูเอาสักนิด สำหรับคนที่ทำแบบนี้อยู่เป็นประจำ ประเภทไม่เคยจะช่วยเหลือตัวเอง วันๆ รอให้คนอื่นมาช่วยอยู่ร่ำไป  ถ้าหากในทางกลับกัน ถ้าลองเป็นตัวเองที่ในแต่ละวันมีแต่คนที่ขี้เกียจ ขี้โกหกคนมักได้ไม่ยอมทำงานหรือทำมาหากินอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

 

มาเสนอหน้ามาอ้อนวอนเพื่อขอเงิน ขอให้ช่วยในเรื่องต่างๆ อยู่เสมอ ถามใจตนเองดูว่าน่าเบื่อไหม และท่านจะช่วยคนไม่เอาไหนพวกนั้นได้ทุกครั้งไหม เรื่องแบบนี้ไม่ต้องถึงระดับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดอก แค่คนปุถุชนที่มีทั้งบุญและบาปพอกพูนก็น่าจะคิดได้เอง

 

และโปรดอย่าลืมเป็นอันขาดว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านจะช่วยคนที่มีบุญมากพอและถึงเวลาที่กรรมดีนั้นส่งผลเท่านั้น ถ้ายังคิดว่าตนเองยังไม่มีบุญพอก็ต้องเร่งสร้างบุญของตัวเองเสียก่อน ให้เป็นทุนรอนสำคัญของชีวิต  ที่สำคัญครูบาอาจารย์ตั้งแต่ครั้งโบราณกาลท่านกล่าวไว้ว่า หากคนนั้นเป็นผู้ที่เคยมีบุญและมีกรรมผูกพันกับท่าน ก็จะได้รับการเมตตาเป็นพิเศษ

 

“การเชื่อมบุญ” เป็นการรวบรวมทั้งบุญเก่าและใหม่เข้าไว้ด้วยกันเพื่อทำให้บุญนั้นเกิดพลังที่ใหญ่และมากพอจะเกื้อหนุนคนให้ประสบความสำเร็จ

 

“การเชื่อมบุญ” เป็นการรวบรวมทั้งบุญเก่าและใหม่เข้าไว้ด้วยกันเพื่อทำให้บุญนั้นเกิดพลังที่ใหญ่และมากพอ เมื่อรวบรวมบุญได้มากพอแล้วก็จะทำ “การอธิษฐานจิตส่งบุญหรืออุทิศบุญ” ไปให้บรรดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราได้ไปทำการสักการบูชา

 

ซึ่งอย่างที่เปรียบเทียบให้ฟังเมื่อไม่กี่บรรทัดที่ผ่านมาว่า ผู้ใหญ่ที่ท่านจะเมตตาช่วย ท่านก็ต้องดูว่าเรานั้นสนิทสนมกับท่าน มีความสำคัญต่อท่านแค่ไหน อันนี้พูดถึงความสัมพันธ์เคยไปหาสู่กับท่านหรือไม่ ปีใหม่ สงกรานต์ วันเกิดเคยมากราบขอพรหรือมาช่วยเหลืออะไรท่านเลยไม่ อันนี้ว่ากันตามความสัมพันธ์ของคน

 

ถ้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หากเราเคยมีบุญผูกพันกับเหล่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่แล้วก็จะเป็นการง่ายยิ่งขึ้น เช่น บางคนที่กราบไหว้ผีบ้านผีเรือนหรือ ผีปู่ย่า เพราะมีสายสัมพันธ์กันมาแต่เดิม หากเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆเช่นองค์ท้าวมหาพรหม หรือ พระอรหันตสาวกที่เรืองฤทธิ์ที่ท่านยังไม่เคยได้รู้จักเรามาก่อน

 

การเชื่อมบุญนี้เองจะทำให้ท่านได้รู้จักเรามากขึ้น หรือเป็นการกระตุ้นบุญเก่าให้รวมกับบุญใหม่ที่อุทิศไป และเชื่อได้ว่า หากใครก็ตามมีจิตระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป สถานที่สำคัญ ครูบาอาจารย์ในอดีต พรหมเทพเทวดาในระดับต่างๆ เชื่อว่าชาติหนึ่งชาติใดเราเคยสร้างบุญร่วมกับท่านเหล่านั้นแน่นอน

 

อย่างเช่น หลวงปู่ทวด พระอริยสงฆ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ท่านละสังขารไปนานแล้ว แต่ทำไมคนในยุคนี้เมื่อมีเรื่องเดือดร้อน จึงนึกถึงท่านเป็นอันดับแรก

 

เรื่องนี้อาจจะตอบได้ว่า คนผู้นั้นเคยอาจจะเกิดในสมัยที่หลวงปู่ทวดยังมีชีวิตอยู่ เคยได้ปรนนิบัติรับใช้ท่าน หรือแม้ไม่ได้อยู่รับใช้ใกล้ชิด แต่ได้เอาคำสอนของท่านมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ก็ถือว่าเป็นลูกศิษย์ท่านได้เช่นกัน

 

พอมาชาตินี้ความประทับใจ ความทรงจำเดิมหรือ”สัญญา” เดิมนั้นยังคงติดตัวมา ทำให้นึกถึงท่านเวลาต้องการความช่วยเหลือ เรื่องเหล่านี้เป็นคำตอบได้ดีถึงการที่คนเรามีการเวียน ว่าย ตายเกิดมาแล้วหลายภพชาติ

 

เวลาที่ผ่านมาจนถึงชาตินี้อาจจะเนินนานมาก จนท่านจำเราไม่ได้หากเราเชื่อมบุญกับท่าน เหมือนเราคลานเข้าไปหาท่านอีกครั้งนำบุญกุศลมาอุทิศให้กับท่าน ก็จะทำให้ท่านจำเราได้ และท่านเห็นว่าเรานั้นเป็นคนดี มีกรรมดีที่จะส่งผลเวลาอันใกล้ ถ้าเรายังไม่เคยมีบุญร่วมกันกับท่านมาก่อน บุญใหม่นี้จะเป็นตัวเชื่อมให้ท่านได้รู้จักกับเรา ท่านจะได้เมตตาโมทนาบุญนี้มาสู่เราและอำนวยพรให้เราได้สมตามความปรารถนา

 

การเชื่อมบุญหากจะแปลความให้พอเข้าใจง่าย ๆ ก็เหมือนการทำความรู้จักกันของคนเรา ตอนแรก ๆ คนเราเมื่อยังไม่รู้จักกันเดินสวนกัน เจอหน้ากันอย่างดีก็ได้แค่ยิ้มแล้วก็เดินผ่านเลยไป ต้องมีเหตุการณ์อะไรสักอย่าง ที่ทำให้รู้จักกันถึงจะมาพูดคุยกันได้อย่างน้อยก็คำทักทายว่า “สวัสดี” หรือการช่วยเหลือกันเล็ก ๆ น้อย ๆ สักอย่างทำให้ต่างคนต่างจำกันได้

 

พอเวลาที่เราจะได้พบกันครั้งต่อไปก็กลายเป็นคนรู้จัก และหลังจากนั้นพอทำความสนิทสนมกันมากเข้าก็กลายเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ต่อกันพัฒนาจนไปเป็นเพื่อนสนิท หรือไม่ก็กลายเป็นแฟนเป็นคู่ชีวิตกัน เป็นต้น

 

หากจะกล่าวว่า หากการทำความรู้จักกันให้เกิดความสนิทสนมคือการต้องพบปะกันบ่อย ๆ พูดคุยกันและคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันนั้น “เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์”  แต่การเชื่อมบุญก็คือการกระทำที่จะทำให้ “เราได้มีโอกาสทำความรู้จักเชื่อมสัมพันธ์กับเหล่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย”

 

อย่าลืมว่า เหล่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นทุกท่านเป็นผู้ที่อยู่ในภพภูมิที่สูงกว่าเรา มีความบริสุทธิ์มากกว่าในเรื่องของคุณงามความดีเราจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างบุญบารมีให้มาก ๆ แล้วนำบุญที่ได้ทำนั้นไปใช้ทำความรู้จักคุ้นเคยกับองค์เทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เพื่อให้ท่านได้รู้จักและคุ้นเคย ลองคิดตามดูง่าย ๆก็ได้ว่า คนไม่รู้จักกันจะให้มาช่วยเหลือเกื้อกูลกันก็คงจะเป็นไปได้ยาก

 

โดยการอธิษฐานจิตส่งบุญไปให้บรรดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราได้ไปทำการสักการบูชา หากเราเคยมีบุญผูกพันกับเหล่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่แล้วก็จะเป็นการง่ายยิ่งขึ้น เช่น บางคนที่กราบไหว้ผีบ้านผีเรือนหรือ ผีปู่ย่า เพราะมีสายสัมพันธ์กันมาแต่เดิม หากเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ เช่นองค์ท้าวมหาพรหม หรือ พระอรหันต์สาวกที่เรืองฤทธิ์ที่ท่านยังไม่เคยได้รู้จักเรามาก่อน การเชื่อมบุญนี้เองจะทำให้ท่านได้รู้จักเรา ท่านจะได้โมทนาบุญนี้มาสู่เราและอำนวยพรให้เราได้สมตามความปรารถนา

 

การเชื่อมบุญนั้น นอกจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วยังใช้กับในทุกสิ่งที่เราจะปรารถนาให้เกิดขึ้นในชีวิต ใช้กับคนที่เราอยากจะทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้สำเร็จ อาจจะเป็นการค้า การเจรจาธุรกิจ การไปขอความช่วยเหลือ การอยากให้เขาเป็นคนดี เช่น ลูก หลาน คนใกล้ชิด หรืออยากให้ความสัมพันธ์นั้นกลับมาดีเหมือนเดิมสำหรับคู่ครอง เพื่อร่วมงาน เจ้านาย หรือแม้กระทั่ง ช่วยคนที่กำลังเจ็บป่วยอยู่ เอาบุญของเราไปหนุนเขาให้หายป่วยโดยเร็ว

 

ต้องระบุชื่อเสียงเรียงนาม ยิ่งจะดี เหมือนบุรุษไปรษณีย์นั้นไปส่งจดหมายได้ถูกตัว และเคล็ดสำคัญก็คือ ต้องอุทิศให้กับเทวดาที่รักษาตัว ประจำตัวของเขาด้วย เพื่อเป็นการช่วยอีกแรงหนึ่ง เมื่อเทวดาท่านได้รับท่านจะช่วยอวยพร ดลใจให้คนๆ นั้นได้ทราบ (ดูเรื่องเชื่อมบุญอย่างละเอียดในหนังสือสร้างบุญชุดเดียวกันนี้ที่ชื่อปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๒   ปาฏิหาริย์เชื่อมบุญ ปลดกรรม ชีวิตดีฉับพลัน)

 

การเชื่อมบุญนั้นสำคัญมากเป็นการเหนี่ยวนำบุญให้เข้าหากัน เชื่อมต่อบุญที่เคยมีต่อกันหรือบุญใหม่ให้ติดกัน ซึ่งในความเป็นจริงคนเราทุกคนนั้นต่างเคนร่วมบุญกันมาทั้งสิ้น การที่ได้มารู้จักกัน สนิทสนมกันและทำการค้า ทำงานร่วมกัน หรือเป็นคู่ครองกันนั้นไม่ใช่เหตุบังเอิญ

 

หากต้องการให้คนอื่นช่วยเหลือเราก็ต้องเคยมีบุญร่วมกัน เคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาก่อนรู้จักกันมาก่อนเวลาไปขอความช่วยเหลือเขาถึงจะกล้าให้ความช่วยเหลือเรา การเชื่อมบุญก็เช่นเดียวกัน หากต้องการให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายท่านได้ช่วย เราก็ต้องทำตนให้ดีเสียก่อนและทำบุญส่งบุญไปให้ท่านเหล่านั้น

 

ย้ำว่าต้องสร้างบุญเสียก่อน ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะเอาบุญที่ไหนไปส่งให้ท่านได้

 

เพราะเหตุนี้ภายหลังการทำบุญทุกครั้ง พระท่านจึงมักจะบอกให้กรวดน้ำส่งบุญไปให้ผู้ที่เราต้องการจะอุทิศให้แล้วตั้งจิตอธิษฐานขอให้ผลบุญนี้ส่งไปถึง ซึ่งการเชื่อมบุญนั้นเราสามารถทำได้ “ตลอดเวลา” ทุกครั้งที่มีการทำบุญด้วยวิธีมากมายที่ได้บุญมาก (ที่ได้กล่าวไปแล้วในหนังสือ “สร้างบุญแบบฉลาด ให้ได้บุญมาก ดี สุข รุ่งเรือง รวยทันตาเห็น!” ที่อยู่ในชุดเดียวกันนี้แนะนำว่าให้อ่านอีกเล่มจะเข้าใจทั้งหมด)

 

จะแนะนำแบบง่ายที่สุด ก็คือเมื่อลืมตาตื่นเช้าขึ้นมาก่อนจะทำกิจกรรมใด ๆ ขอให้สวดมนต์ไหว้พระ และอาราธนาศีล 5 และสมาทานศีล 5 มาไว้กับตัวเท่านี้ก็เกิดบุญขึ้นแล้วหรือจะทำสมาธิต่ออีกก็จะได้บุญมากขึ้น  เมื่อมีบุญที่ตนเองได้ทำแล้ว ก็เชื่อมบุญไปยังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ความเคารพทันที ไม่ได้สิ้นเปลืองอะไรเลย นอกจากเวลาในการปฏิบัติที่ไม่มากเท่านั้นเอง

 

และเคล็ดอีกอย่างหนึ่งที่ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งสอนมา ที่ทุกคนทำได้ง่ายดายมาก ให้เรานึกถึงบุญกุศลที่เราเคยทำมา จะครั้งไหนก็ได้ที่นึกได้ ยิ่งเป็นครั้งที่เราทำบุญแล้วอิ่มเอิบใจมากที่สุด ให้นึกถึงเหตุการณ์นั้น แล้วตั้งจิตอธิษฐานอุทิศบุญนั้นไปให้คนหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราอยากจะให้แบบเจาะจงไปเลย

 

หรือถ้าจำไม่ได้ให้ตั้งจิตอธิษฐานรวมบุญว่า ขอให้บุญที่ข้าพเจ้าได้เคยทำมาตั้งแต่อดีตชาติ ชาติปัจจุบันและที่จะมีต่อไปในอนาคต ขออุทิศให้แก่ใคร ผู้ใด ก็อุทิศไปบุญนั้นก็จะไปถึงทันที

 

ตัวอย่างคำอุทิศเชื่อมบุญสิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบย่อ   

ข้าพเจ้า………………………………………………….(ชื่อเรา ถ้าเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ใช้ชื่อเดิมที่พ่อแม่ตั้งมาให้) ขออุทิศบุญที่ได้ทำในครั้งนี้และบุญกุศล บารมีที่ข้าพเจ้าเคยทำในอดีตชาติ ชาติปัจจุบัน และที่กำลังที่จะมีต่อไปในอนาคต ขอโมทนาอุทิศบุญให้แก่…………..(ออกชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เฉพาะเจาะจงที่เราอยากจะเชื่อมติดต่อด้วยเช่น พระสิวลี หลวงปู่ทวด กรมหลวงชุมพรฯ )

และขอให้บุญกุศลนี้เป็นการเชื่อมบุญระหว่างข้าพเจ้ากับ……… …………..(ออกชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เฉพาะเจาะจงที่เราอยากจะเชื่อมติดต่อด้วยเช่น พระสิวลี หลวงปู่ทวด กรมหลวงชุมพรฯ )  และขอเมตตาขอพรให้เรื่อง………….(เรื่องทั้งหมดที่เราอยากจะให้เกิดขึ้น บอกให้หมดทุกเรื่อง)

และขอให้อโหสิกรรมและขออโหสิกรรมระหว่างข้าพเจ้ากับ…………..(ออกชื่อคนที่เราอยากจะเชื่อมติดต่อด้วย) ขอให้เรื่องที่กำลังติดต่อระหว่างกันอยู่นี้ สำเร็จเสร็จสิ้นตามที่ปรารถนา ขออย่าให้มีอุปสรรคมาขัดขวาง ขอให้ทุกอย่างดำเนินการอย่างราบรื่นทุกประการเทอญ…

โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ
จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๔ ห้อยพระ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรเป็น ได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

 

Read Full Post »

นมัสการพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)นมัสการพระรัตนตรัย
(พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
ข้าพเจ้าขออภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน)
สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)
(พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า , ตรัสไว้ดีแล้ว , ข้าพเจ้าขอนมัสการ พระธรรม)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)
(พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสงฆ์)

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๓ พุทธคุณบทสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ อธิษฐานอย่างไรให้ปาฏิหาริย์เกิด     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

ในบางครั้งเราไม่มีบุญพอ ที่จะให้ไปขออโหสิกรรมได้สำเร็จ ขอให้สร้างบุญด้วย ทาน ศีลและภาวนาให้มากแล้วทำ “การอธิษฐานพึ่งบุญ” หรืออุทิศบุญเพื่อขอให้ผู้มีบุญเข้ามาช่วย เพื่อให้มีตัวกลางซึ่งเป็นผู้ที่มีบุญบารมีที่มากพอเข้ามาช่วยเหลือเราโดยเมื่อทำบุญแล้วก็อธิษฐานบุญอุทิศเชื่อมบุญไปให้คนที่เราต้องการไปขอความช่วยเหลือ โดยทำการเอ่ยชื่อท่านผู้นั้นหรือบุคคล นั้น รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่เราให้การเคารพนับถืออยู่เพื่อช่วยเสริมพลังช่วยอีกแรงหนึ่งเชื่อมบุญ พึ่งบุญผู้มีบุญให้ปลดกรรมได้ง่าย

 

ตัวอย่างคำอธิษฐานพึ่งบุญ (อย่างย่อ)

ข้าพเจ้า…(เอ่ยชื่อ )…..ขอถวายเครื่องไทยทานอันประกอบด้วย พระพุทธรูป ผ้าไตรจีวร อัฐบริขาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค กับทั้งของบริวารทั้งหลาย เพื่อน้อมถวายเป็นพระสังฆทานน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา อริยสังฆบูชา และขอน้อมอานิสงส์ผลบุญทั้งหลายทั้งปวงนี้

 

อุทิศให้แก่เทพเทวดาที่รักษาตัวของข้าพเจ้า อุทิศให้แก่เทพเทวดาอารักษ์ พระภูมิเจ้าที่ เจ้าที่เจ้าทาง ที่สถิตอยู่ในอาณาเขตพื้นที่พักอาศัย และสถานที่ประกอบวิชาชีพการงานของข้าพเจ้า คือ (…เอ่ยที่อยู่ หรือที่ทำงาน….) และอุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงที่กำลังจะมาถึงตัวข้าพเจ้า

 

อุทิศให้แก่….. (เอ่ยชื่อ ผู้ที่เราต้องการไปขอพึ่งบารมี หรือขอความช่วยเหลือ)…พร้อมทั้งระบุตำแหน่งหน้าที่การงานของเขา และอุทิศให้เทพเทวดาที่รักษาตัวของท่านผู้นั้น อุทิศให้แก่เทวดาอารักษ์ พระภูมิเจ้าที่ เจ้าที่เจ้าทาง ที่สถิตอยู่ในอาณาเขตพื้นที่พักอาศัย และสถานที่ประกอบวิชาชีพการงานของท่านผู้นั้น…(เอ่ยที่อยู่ของท่าน)… และอุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงที่กำลังจะมาถึงตัวท่านผู้นั้น

 

ขออานิสงส์ผลบุญทั้งหลายทั้งปวงนี้เมื่อโมทนาพระคุณความดีในสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทพเทวดาทั้งหลายเหล่านั้น ทุกพระองค์ ทุกท่าน บิดามารดาครูบาอาจารย์ และบุคคลทั้งหลายที่มีอุปการคุณต่อข้าพเจ้าทุกท่านขอเมตตาบารมีของทุกพระองค์ทุกท่านได้โปรดแผ่เมตตาบารมีให้ข้าพเจ้า …(เอ่ยชื่อตนเอง)… ได้สำเร็จความปรารถนาในหน้าที่การงานที่ปรารถนาอยู่ในขณะนี้ด้วยเทอญ

 

โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๒ ปาฏิหาริย์เชื่อมบุญ ปลดกรรม ชีวิตดีฉับพลัน     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

Older Posts »