Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for ธันวาคม, 2015

ยามขึ้นคือ เมื่อผลบุญที่เราทำมาส่งผล ทำอะไรก็ง่ายดาย หยิบจับอะไรก็เป็นเงิน มีแต่ความสุขความเจริญยามขึ้นอย่า"หลง" ยามลงอย่า"ท้อ"

ยามลง คือ ในเวลาที่วิบากกรรมไม่ดีหรือผลกรรมไม่ดีเข้า ชีวิตมีแต่เรื่องราวอุปสรรคมากมาย ทั้งเจ็บป่วย เงินทองมีปัญหา การงานสะดุด ชีวิตแทบจะล้มทั้งยืน

 

ทั้งยามขึ้นและยามลง เป็นกฎแห่งกรรมไม่เกี่ยวกับดวงดาว

 

กรรมเราเป็นผู้ทำ ชีวิตเราต้องลิขิตเอง ควบคุมตัวเองอย่าประมาท ไม่หลงระเริง ไม่ย่อท้อเมื่อเจอวิบากกรรมไม่ดีเข้า

 

แก้กรรมทำไม่ได้ เพราะกรรมนั้นเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ภพชาติที่ผ่านมาและในชาติปัจจุบัน ข้าวสารหุงเป็นข้าวสวย แล้วจะกลับมาเป็นข้าวสารได้อย่างไร

 

ไม่มีผู้วิเศษ ผู้มีนิมิตที่ไหนมาแก้กรรมให้เราได้

เราทำเองต้องแก้เอง

แก้อย่างไร

 

แก้คือ เปลี่ยนกรรมเราในปัจจุบันให้ดีขึ้นทุกขณะจิต สร้างบุญกุศลใหม่ไม่ย่อท้อในการทำความดี ทำอย่างสม่ำเสมอ มากพอ นานพอ

 

บุญจะพาชีวิตทุกคนให้ดีขึ้น ทั้งบุญใหม่ที่เราเพียรทำและบุญเก่าที่เราทำมา

เมื่อถึงเวลาบุญส่งผล ไม่มีใครหน้าไหนจะขวางได้

 

ขอให้เชื่อใน”บุญ”

บุญนั้นเป็นที่พึ่งได้จริง

 

ขอบุญรักษา

ธ.ธรรมรักษ์

 

Advertisements

Read Full Post »

ใกล้วันปีใหม่เข้าไปทุกที คนที่มีธรรมะในจิตสร้าง"บุญใหญ่" อย่างไรให้"ปาฏิหาริย์"เกิดฉับพลัน

คงกำลังเตรียมการสร้างบุญเพื่อให้ชีวิตดี

ขออนุโมทนาบุญทั้งปวงที่เกิดขึ้น

หลายคนถามว่า จะทำบุญแบบไหน

อย่างไรดีให้เกิดผลสูงสุดกับชีวิต ให้เป็นบุญใหญ่

เป็นคำถามที่ดีมากคำถามหนึ่ง

 

จะขอแนะนำแบบนี้ โปรดลองพิจารณากันให้เหมาะสม

 

ก่อนอื่น เราต้องรู้ว่า เราทำบุญกันไปทำไม ทำบุญแล้วได้อะไรและต้องทำอย่างไรให้ได้บุญมาก เป็นบุญใหญ่ในชีวิต

 

เอาอันแรกก่อน เราทำบุญกันไปทำไม ทำบุญแล้วได้อะไร

 

ทำบุญเพื่อชำระล้างจิตให้ผ่องใส ให้จิตมีกำลังมากในฝ่ายดี จิตเย็นสบายอิ่มเอิบ ผ่องใส เกิดปัญญา เพื่อต่อสู้กับกิเลส อำนาจฝ่ายต่ำที่จะฉุดรั้งเราไม่ให้พบกับความเจริญ ทำเแล้วสบายใจ ไม่คิดอะไร

 

ทำบุญเพื่อส่งเสริม สนับสนุนพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป เพื่อโมทนาพระคุณความดีครูบาอาจารย์ เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งปวง ทำเพื่อสร้างบุญบารมีเดินไปสู่แดนพระนิพพาน หลุดพ้นทั้งปวง

 

ทำบุญเพื่ออุทิศบุญส่วนกุศลให้กับพ่อแม่ บรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือยังมีชีวิตอยู่ คนที่เรารัก ทำเพื่อตัวเองจะได้มีเสบียงบุญ ทำเพื่ออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร เพื่อขออโหสิกรรม ชำระหนี้เวรหนี้กรรม ชำระหนี้สงฆ์ที่อาจจะพลั้งพลาดล่วงเกินไปโดยไม่เจตนา ไม่รู้ตัว

 

ที่บอกมาทั้งหมด เป็นเหตุแห่งการสร้างบุญและผลที่ได้ ซึ่งดีทุกข้อ ทำแล้วดีเป็นไปตามระดับจริต ตามภูมิธรรมของตนที่เข้าใจ

 

แล้วทำบุญอย่างไร ถึงจะเรียกว่า”บุญใหญ่” ให้ปาฏิหาริย์เกิดในชีวิต

อันนี้สำคัญมาก

 

บุญที่เรา กรรมที่เราสร้าง แบบไหนล่ะเรียกว่า”บุญใหญ่”

 

บอกก่อนเลยว่า ไม่ใช่บุญที่ใช้เงินมากๆ งานใหญ่ๆ โตๆ มีคนมาร่วมนับหมื่นนับแสน งานบุญที่สร้างหรือทำอะไรใหญ่โตมโหฬารตระการตา ถึงจะเรียกว่าบุญใหญ่ ให้เข้าใจกันใหม่

 

หากเราสร้างบุญนั้นแล้ว กิเลสเราลดลง ลดความอยากได้อยากมี ลดปิดอำนาจฝ่ายต่ำได้ ทำแล้วเรามีความสุขในจิตมากที่สุด แบบนี้ คือ บุญใหญ่

 

หากเราสร้างบุญนั้นแล้ว คนที่ได้รับนั้น ลดทุกข์ แก้ปัญหาได้จริงจากบุญที่เราทำ แบบนี้ คือ บุญใหญ่

หากเราสร้างบุญนั้นแล้ว สิ่งที่เราร่วมสร้างบุญเกิดประโยชน์แก่คนหมู่มาก เกิดประโยชน์มากและนานหรือเปลี่ยนชีวิตเขาได้จริง ทำให้ชีวิตเขามีความสุขได้จริงในระยะยาว แบบนี้ คือ บุญใหญ่ เช่น การให้ธรรมทาน การสร้างถาวรวัตถุทางศาสนา การสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน ถนนหนทาง การให้ทุนการศึกษาทั้งพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และคนทั่วไป

 

หากเราสร้างบุญนั้นแล้ว ไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน ทำแล้วไม่มีโทษ ไม่มีบาปเจือปน ไม่ส่งเสริมให้คนรับเกิดกิเลสหรือไปกระทำผิดต่อ แบบนี้ คือ บุญใหญ่

 

บุญใหญ่ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก หรือไม่ใช้เงินเลยก็ได้มีมากมาย

ทั้งอภัยทาน ธรรมทาน การถือศีล การทำสมาธิ เจริญวิปัสสนาฯลฯ

 

ขอแนะนำสุดท้ายว่า การสร้างบุญที่จะเกิดปาฏิหาริย์เร็วขึ้นให้ทำพร้อมกันทั้ง 3 ทานสำคัญในทุกวันหรือเท่าที่ทำได้คือ วัตถุทาน ธรรมทาน และอภัยทาน

ทำให้สม่ำเสมอ ทำให้มากพอ ทำให้นานพอ

แล้ว”ปาฎิหาริย์” จะเกิดขึ้นแบบที่ว่า

ไม่ทันตั้งตัว ไม่คิดว่าจะได้เลย

 

ขอบุญรักษา

ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

การสร้างบุญด้วยธรรมทาน ด้วยหนังสือธรรมะ แผ่นพับสวดมนต์หรือหนังสือที่มีความรู้ก่อประโยชน์ได้นั้น"ธรรมทาน" ปาฏิหาริย์แห่งบุญใหญ่...พลิกชีวิตทั้งผู้ให้และผู้รับ

 

ครูบาอาจารย์ท่านถือเป็นการสร้างบุญใหญ่ 3 ประการที่จะพลิกชีวิตทั้งคนให้และผู้รับพร้อมกัน

ประการแรก “ผู้ให้” ธรรมทานนี้ เป็นผู้ได้บุญมาก เพราะหนังสือธรรมะ แผ่นพับสวดมนต์หรือหนังสือที่มีความรู้ก่อประโยชน์ได้นั้น ถือเป็นวัตถุทานที่เกิดประโยชน์ต่อผู้รับ ไม่มีโทษ และอยู่ได้นานกว่า วัตถุทานแบบที่กินหรือใช้หมดไป

 

ประการที่สอง ธรรมทานที่เราทั้งหนังสือธรรมะ แผ่นพับสวดมนต์หรือหนังสือที่มีความรู้ก่อประโยชน์ได้นั้น เนื้อหาภายในทำนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางจิตโดยตรงทั้งของผู้ให้และผู้รับ ทำให้ได้ความรู้ที่นำไปใช้ได้จริง

 

เพราะเมื่อได้อ่าน เกิดความรู้ และเข้าใจหลักธรรมแล้ว จิตได้ตื่นรู้แล้ว ทำให้บาปหรืออกุศลธรรมครอบงำจิตใจได้ยาก อีกทั้งยังเป็นหนทางสู่ปัญญาหรือความรู้แจ้งในการแก้ไขกรรม แก้ไขชีวิตได้

 

ประการที่สาม ธรรมทานที่เราให้นี้ถือเป็นอภัยทานได้ หากเราวางใจเป็น ด้วยการให้ธรรมทานนี้เป็นการให้อภัยทาน เพื่อให้อโหสิกรรมและขออโหสิกรรมไปพร้อมกัน

 

เป็นการสร้างบุญที่เจ้ากรรมนายเวรต้องการมากที่สุดบุญหนึ่ง

 

โดยเฉพาะเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นดวงจิตวิญญาณ

 

เพราะทุกครั้งที่เราทำเราอุทิศอานิสงส์แห่งการสร้างบุญด้วยธรรมทานนี้ไปถึงเขาที่ในเวลานี้เขาเหลือเพียงดวงจิต ไม่มีร่างกาย บุญนี้จะนำเขาไปสู่ภพภูมิที่ดี

 

และบุญกุศลนี้จะนำมาซึ่งการให้อโหสิกรรมได้ง่าย เร็วที่สุด อันเป็นหนทางหนึ่งที่ระงับเวรได้ แต่กรรมที่เราทำยังต้องรับแต่ในบางกรรมจะเบาบางลงจนแทบทำอะไรเราไม่ได้เลย ด้วยบุญที่เราทำเกิดผลมากกว่า

 

คนที่ปรารถนาจะมีชีวิตที่รุ่งเรือง

 

มีทรัพย์ที่มาจากกรรมดีของตนเร็วขึ้น

 

มีสติ มีปัญญาในการแก้ไข ปิดอุปสรรคทั้งปวง และพัฒนาตนเองไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน

 

ควรหมั่นทำธรรมทานอย่างต่อเนื่อง

 

เพราะบุญที่ทำนี้และบุญส่วนอื่นที่เราเพียรทำโดยไม่ย่อท้อ

 

จะรวมเป็นมหากุศลพลิกชีวิตได้จริง

 

ขอให้พิจารณาด้วยสติ ด้วยปัญญา ด้วยภูมิธรรม

 

ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

ในเรื่องนี้เคยเขียนไปแล้วหลายครั้ง แต่ยังมีหลายท่านที่ไม่ทันได้อ่านคงอยากทราบ ก็จะซ้ำอีกครั้ง เพราะเกิดผลดีมากต่อชีวิตสวดมนต์อย่างไรให้" ปาฏิหาริย์" เกิด 3

 

บทสวดในพระพุทธศาสนานั้น เป็นบทสรรเสริญพระพุทธเจ้า และเป็นธรรมประวัติต่างๆ และเป็นการสวดขอพร ขอบุญบารมีของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระอริยเจ้าทั้งปวง และเป็นการรวมจิต รวมสมาธิ เพื่อไปสร้างบุญในขั้นต่อไป

 

ต่อมาภายหลังครูบาอาจารย์ท่านได้สร้างบทสวด มนต์คาถาต่างๆ เพื่อมุ่งหวังยังประโยชน์แก่ผู้สวดในด้านต่างๆ การเรียกทรัพย์ แคล้วคลาด มงคลต่างๆ โดยรอบ

 

ดังนั้น การสวดมนต์นั้นเป็น”ของดี”แน่ไม่เป็นภัย

การที่เกิดผลดี หรือ”ปาฏิหาริย์”นั้น ขึ้นอยู่กับผู้สวดเป็นสำคัญ โดยเฉพาะจิต

จึงจะเห็นว่าหลายคนสวดแล้วชีวิตดี หลายคนสวดเท่าไหร่ก็ไม่ดีสักที

 

การสวดมนต์ที่ได้ผล จิตเราต้องมีกำลังมาก การมีกำลังมากมาจากการสร้างบุญกุศลเพื่อชำระจิตใจให้ใสสะอาดที่สุด เป็นภาชนะที่สะอาดรองรับสิ่งดีๆที่จะเข้ามาในชีวิตได้

ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาแนะนำการสวดมนต์ที่ได้ผลดีดังนี้

 

หนึ่ง ผู้สวดต้องเป็นผู้ละบาปทั้งปวง หมั่นสร้างบุญกุศลทาน ศีล ภาวนาอยู่เสมอ

 

สอง ก่อนสวดควรทำสมาธิ หรือรวมจิตให้นิ่งก่อน ถ้าจิตส่ายไปมาคิดเรื่องนั้นเรื่องนู้นก็ยากที่จะรับสิ่งดีๆ ได้ เหมือนเครื่องรับสัญญาณที่ขาดประสิทธิภาพ แม้เครื่องส่งจะดีแค่ไหนก็รับไม่ได้ เหมือนทีวีที่มีแต่ภาพแทรกดูไม่ได้ ไม่เกิดประโยชน์อันใด

 

สาม เมื่อเริ่มสวด ต้องใช้จิตจดจ่อ ในอักษรบทสวด ให้ถูกต้อง ไม่ต้องสวดเร็วจนผิดๆ ถูกๆ สวดด้วยความตั้งใจ ด้วยศรัทธา ด้วยความเชื่อมั่น

 

สี่ ในบทสวดที่เป็นคาถาสำคัญ เช่น คาถาเงินล้านของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ตอนสวดอย่าไปมโนในจิตให้ได้เงินเร็วๆ เยอะ ๆ สวดไปด้วยนึกภาพเงินไปด้วยแบบนี้ก็ไม่ได้

 

เรียกว่า อย่าไปบังคับจิตให้เกิดกิเลสในตอนสวด ให้สวดด้วยความเคารพสบายๆ อย่าไปหวังผลเลิศอะไร ไม่ว่าจะเป็นมนต์คาถาด้านไหนก็ตาม

 

ห้า เมื่อสวดหมดทุกจบตามจริตแล้ว ให้ทำสมาธิ เจริญภาวนาต่อพอสมควร แล้วอุทิศบุญออกไป เริ่มจากน้อมอุทิศบุญโมทนาพระคุณความดีแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระอรหันต์เจ้า พระอริยสงฆ์ พระมหาโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ พรหมเทพเทวาทั้งหลาย ตลอดจนพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ครูบาอาจารย์ผู้เป็นเจ้าของคาถา ผู้มีพระคุณ อุทิศแผ่เมตตาไล่เรียงไปจนถึงเจ้ากรรมนายเวรทั้งปวง

 

มีคนถามมาว่า สวดมนต์เวลาไหนดี

ขอตอบว่าได้ทุกเวลา ทุกสถานที่

ทุกลมหายใจ จะนั่งจะนอน จะเดินได้ทั้งนั้น

 

แล้วปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

ขอตอบว่า ปาฏิหาริย์จะเกิดเมื่อผลบุญที่ท่านทำมาถึง

จะเร็วช้าเพียงใด อยู่ที่กำลังบุญของท่านเอง

 

อย่าให้เร็วก็หมั่นสร้างบุญ หยุดบาปทั้งปวงเสีย

สะสมบุญอย่างสม่ำเสมอ มากพอ นานพอ

แล้วปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นในชีวิตของท่าน

ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว

แต่ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นตลอดไป

 

ขอบุญรักษา

ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

 

สำหรับคนที่กำลังพบเรื่องแย่ๆ ในชีวิต อุปสรรคที่เกินกำลังเหลือเกิน ทรัพย์สินที่มีแต่ปัญหา

ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาให้ลองทำแบบนี้ขอบารมีพระพุทธเจ้า ให้ชีวิตเกิดปาฏิหาริย์

 

ให้ขอบุญบารมีของพระพุทธเจ้าเมตตามาช่วยในยามวิกฤตของชีวิต

 

จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ครูบาอาจารย์ท่านทำมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาลแล้ว

 

เพราะพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ กว่าที่จะตรัสรู้และถึงปรินิพพานนั้น ท่านสร้างบุญมากไม่สามารถนับได้ เป็นกัลป์ เป็นกัปป์ ไม่รู้กี่อสงไขย

 

เป็นผู้มีบุญบารมีมากที่สุดใน 3 โลก และทรงมีพระเมตตา พระมหากรุณามากที่สุดที่ไม่มีเทียบได้

ในทุกบทสวด ในทุกการอธิษฐาน ครูบาอาจารย์ท่านจึงต้องเริ่มต้นจากพระพุทธเจ้าเป็นที่ตั้ง

 

แม้แต่คำที่ติดปากคนโบราณคำว่า “คุณพระช่วย” ก็หมายถึง พระคุณ พระบารมีของพระพุทธเจ้าโปรดช่วยปกป้องคุมครองทั้งสิ้น

 

ลองทำกันดู ไม่ว่ายามวิกฤต ยามปกติ หรือชีวิตสุขสบายแล้วก็ตาม ให้อาราธนาพระบารมีของพระพุทธเจ้าเมตตาสู่ชีวิตเรา

 

วิธีขอบุญบารมีก็ง่าย เพราะไม่ต้องสรรหาถ้อยคำที่สวยหรูจนจำไม่ได้ เอาง่ายด้วยจิตที่ศรัทธายามเต็มเปี่ยม ไม่หวั่นไหวสั่นคลอนเพียง

 

“ขอพระบารมีพระพุทธเจ้าช่วยให้รอด ช่วยให้สำเร็จ ช่วยให้พ้นจากอุปสรรคทั้งปวง”

หรือจะใช้คำไหนก็ได้ที่เราพอจะคิดได้

 

ให้ทำทุกวัน ทุกเวลา ที่นึกได้ จะเช้า สาย บ่าย เย็น ก่อนนอนได้ทั้งสิ้น

แล้ว”ปาฏิหาริย์”จะเกิดขึ้นกับทุกท่าน

 

โดยเฉพาะท่านที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง

ด้วยการปฏิบัติบูชา ธรรมบูชา

 

ขอบุญรักษา

ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »