Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for กรกฎาคม, 2015

เมื่อคนสองคนที่เคยมีกรรมผูกพันกันในบุพเพสันนิวาส ได้มีโอกาสมาพบกันแล้วในชาตินี้ ก่อนอื่น เราควรมีสติและค้นหาความจริง เพื่อจะได้เกิดปัญญาจนเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า

ณ เวลานี้ เรากำลังพบกับใคร เนื้อคู่แท้จริงเนื้อคู่และคู่แท้ .... ของเรา "เขา"เป็นใคร

 

หรือเป็นเพียงเนื้อคู่ในลำดับอื่นหรือแม้กระทั่งเจ้ากรรมนายเวร!

เพื่อที่เราจะได้เข้าใจและสามารถพัฒนาต่อไปได้หรือถ้าไม่ใช่ก็มีทางหยุดยั้งเสีย (มีวิธีแก้ไขอยู่ท้ายเล่ม) ก่อนที่จะเกิดเรื่องราวอะไรต่อไปด้วยกรรมใหม่ที่ทำซึ่งอาจจะส่งผลเลยฉับพลันทันทีในชาตินี้ หรือในชาติภพต่อไปไม่จบสิ้น

 

อันความรักนั้นมีหลายระดับเหมือนดั่งน้ำ มีทั้งในระดับตื้นเขินเกิดขึ้นชั่ววูบเพราะอารมณ์เพราะกิเลส ความรักในระดับลึกถึงจิตใจจนกระทั่งถึงจิตวิญญาณ รักเพราะกรรมผูกพันกันมา มีหลายหลายรูปแบบ

ลองมาพิจารณากันดูว่า ตอนนี้เรามีความรักในระดับใดกันแน่

 

1.ความรักระดับอารมณ์ เป็นความรักที่เกิดขึ้นจากอารมณ์ล้วนๆ เป็นความต้องการเบื้องต้นของกิเลสมนุษย์ คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เป็นความรักที่มักจะเกิดขึ้นง่ายและดับลงง่ายๆ ได้อย่างรวดเร็วด้วยอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงหรือสภาพจิตได้รับการฝึกฝนมากขึ้นทำให้รู้เท่าทันมากขึ้น

 

อาทิ แบบความรักที่บอกว่าชอบ เพียงแค่สะดุดตา เห็นว่าเขาหรือเธอมีอะไรที่ไม่เหมือนใคร เป็นความชอบแบบไม่มีเหตุผลอะไรมารองรับเลย ประเภทชอบและรักได้อย่างไรไม่รู้นั่นแหละ แบบนี้แหละที่ต้องพิจารณากันระวังให้ดีอย่าให้เลยเถิด ความรักระดับนี้ยังไม่ใช่เนื้อคู่ เป็นเพียงระดับธรรมดาสามัญแต่สามารถพัฒนาได้ถ้ามีกรรมร่วมกันต่อไป

 

  1. ความรักระดับจิตใจ เป็นความรักที่เกิดขึ้นและมีการปรุงแต่งแล้วที่สูงกว่าในระดับแรก ใจรู้สึกรักเพราะสงสาร ใจรู้สึกรักเพราะแพ้แต่คุณงามความดีของอีกฝ่าย ใจรู้สึกรักเพราะมีความเกื้อกูลช่วยเหลือกันจนประทับใจ ส่วนมากจะเกิดขึ้นกับมีที่จิตละเอียดมากขึ้น มีเวลาไตร่ตรองในสิ่งที่เห็น ในสิ่งที่เป็น และเกิดขึ้น ความรักในระดับนี้ถือว่าสามารถทำให้คนทั้งคู่มีความสุขได้เป็นความรักระดับนี้เนื้อคู่และต้องดูกันต่อไปว่าเป็นเนื้อคู่แท้หรือไม่ เพราะยังมีปัจจัยและกรรมอีกหลายกรรมที่เกี่ยวข้องกัน

 

  1. ความรักในระดับจิตวิญญาณ เป็นความรักที่ไม่ใช่เรื่องของเนื้อคู่ เพราะเป็นแบบประณีตและเกิดขึ้นภายในจิตใจ ที่มีความทรงจำเดิมมาช่วยโน้มนำ หรือเป็นขั้นที่สูงกว่าระดับจิตใจเป็นส่วนที่ลึกละเอียดที่สุด เป็นจิตใต้สำนึกแห่งคุณงามความดีบุญกุศลโน้มนำ อาทิ ความรักในหน้าที่การงานที่ทำอยู่ ความรักในแผ่นดิน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์รักฝังลึกในภูมิปัญญาแผ่นดิน ศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ หรือสรรพสัตว์ ด้วยกันปรารถนาให้ทุกคนมีความสุข เหล่านี้เป็นต้น จัดว่าเป็นความรักระดับจิตวิญญาณที่ลึกที่สุด

 

ตอนนี้เรารู้แล้วว่า ความรักที่เกิดขึ้นนั้นเป็นแบบฉับพลันทันทีด้วยอารมณ์หรือแบบที่พัฒนาเจริญงอกงามขึ้นมาเรื่อยๆ จนมั่นใจว่ารักไม่ผิดคนแล้ว เรามาดูกันต่ออีกว่า

แล้ว… เนื้อคู่ ของเรา เขาคือ ใคร???

พอพูดถึงคำว่า เนื้อคู่โดยส่วนมากจะตีความหมายแบบเข้าใจง่ายๆ เข้าข้างตัวเองว่า คือคนที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่ของเราในชาตินี้ต้องเป็นของๆ เราคนเดียว ป็นเนิ้อคู่ กระดูกคู่และอยู่ด้วยกันจนชั่วฟ้าดินสลายจนแผ่นดินกลบหน้า

 

อยากบอกว่า อย่าเพิ่งฟันธงว่า คนที่เรากำลังรักตอนนี้ หรือกำลังเกี่ยวพันด้วยเวลานี้

จะเป็นเนื้อคู่แท้ ที่จะพัฒนามาเป็นคู่แท้ คู่ชีวิตในชาตินี้ หรือเป็นของเราคนเดียว !

 

ถึงแม้ว่า “เนื้อคู่” จะหมายถึง หญิงและชายที่เคยได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นสามีภรรยากันมาก่อนในอดีตชาติ

แต่มีความจริงมากกว่านั้นที่ทุกคนควรรู้ก็คือ เนื้อคู่ของเราในชาตินี้จริงๆ แล้ว นอกจากเขาจะเป็นเนื้อคู่ของเราแล้ว เขาก็อาจจะเป็นเนื้อคู่ในลำดับต่อๆ ไปของคนอื่นด้วย!

 

และกว่าจะมาเป็นของเราในปัจจุบัน เขาหรือเธอก็อาจจะผ่านการเป็นเนื้อคู่ของคนอื่นมาแล้ว

ถึงแม้อาจจะเคยเป็นคู่ครองกันมาก่อนในปางก่อนจริง แต่ชาตินี้นั้นอาจจะไม่มีบุญพอไม่ได้เกื้อกูลกันจนถึงจุดที่จะได้เป็นสามีภรรยากันก็ได้ ก็อาจจะเป็นได้แค่เนื้อคู่ในลำดับอื่นที่ต้องรอสะสมบุญและกรรมร่วมกันรอต่อไปเพื่อสมหวังในภพอื่นแทน

 

อาจจะเป็นชายและหญิงที่เคยอยู่ร่วมกันมาในหลายภพ หลายชาติที่ผ่านมา หรือจะเป็นชายกับชาย เป็นหญิงกับหญิง ต้องเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในบุพเพสันนิวาสเท่านั้น เพราะเคยเกื้อกูลกันมาทั้งในอดีตและปัจจุบัน

คนสองคนที่มาเป็นสามีภรรยากันได้ในชาตินี้หรือเป็นเนื้อคู่กันนั้น

 

ต้องมีเรื่องของกามราคะเป็น ตัวเหนี่ยวนำเข้ามาหากัน และกรรมได้ลิขิตเท่านั้น

เพราะที่กล่าวมาแล้วว่าความสัมพันธ์ต่อกันในเรื่องบุพเพสันนิวาสที่มีหลายประเภทนั้นไม่ว่าในสถานะใด เพื่อนกับเพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง ศิษย์กับครู นายกับบ่าว ถ้าไม่มีกามราคะเป็นตัวเหนี่ยวนำก็จะไม่มีทางได้มาเป็นสามีภรรยากันหรือเนื้อคู่แน่นอน

 

ถ้าชาตินี้เราและเนื้อคู่จะเป็นเขาหรือเธอเป็นเนื้อคู่ลำดับต้นจริง ทำบุญร่วมกันมามากพอ มีแรงปรารถนาที่จะมาอยู่ร่วมกันและโดยเฉพาะกรรมลิขิตไว้แล้ว ก็จะได้ครองคู่กันอย่างแน่นอน จะนานเป็น 1 วัน 7 วัน หรือ 50 ปี 60 ปี ก็ขึ้นอยู่กำลังแห่งบุญและกรรมที่ทำร่วมกันมาเท่านั้น

 

แต่เมื่อหมดเวลาบุญและกรรมแล้ว เราและเขาก็ต้องเดินแยกทางกันออกไป ต่างคนต่างไปรอคิวใหม่ที่จะมาบรรจบกันอีกที หรือไม่เจอกันอีกเลยก็ได้ด้วย

และทั้งเราและเขาก็จะไปพบเนื้อคู่คนอื่นๆ ตามลำดับต่อไป

 

และถึงจะเป็นเนื้อคู่กันจริง แต่มีตัวแปรหรือปัจจัยอื่น มีกรรมเข้ามาแทรกได้อีก เช่น ครูบาอาจารย์หลายท่านที่ได้สละความเป็นลำดับเนื้อคู่สู่โลกแห่งธรรมะ ก็สามารถใช้บุญนั้นหยุดวิบากกรรมหรือผลกรรมที่จะนำมาสู่การเป็นผัวเมียกันได้

 

ยิ่งในระดับของผู้ปฎิบัติธรรมชั้นสูง คือ ตั้งแต่พระอนาคามีขึ้นไป ท่านตัดสิ้นแล้วในกามราคะ และไม่ปรารถนามาเกิดอีกแล้ว ท่านก็สละสิทธิ์ ไม่มีการที่จะมาต่อคิวลำดับใครอีกแล้ว พวกเนื้อคู่เก่าก่อนที่ท่านจะบรรลุก็ต้องแห้วหมดสิทธิ์ไป ต้องไปใช้ลำดับต่อไปไปใช้บริการคนอื่นแทน

 

และที่บอกว่าอาจจะเป็นชายกับชาย หรือหญิงกับหญิงก็ได้นั้น หมายถึงในภพก่อน อาจจะเคยเป็นคู่ครองที่รักกันมากๆ มีความปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิดกันกัน ทำงานร่วมกัน ทำบุญกุศลร่วมกัน อธิษฐานร่วมกันมา

แต่ในชาตินี้ได้เกิดมาเป็นเพศเดียวกัน จึงเกิดความรักที่ไม่อาจจะห้ามใจได้

 

หรือถึงแม้จะเป็นเนื้อคู่กันแต่ไม่ใช่ลำดับต้นที่จะมีแรงส่งให้ได้มาเป็นครองคู่กัน เพราะชาตินี้ไม่มีเรื่องของกามราคะมาเกี่ยวข้อง ก็จะกลายมาเป็นเพื่อนสนิท คนสนิทที่ห่วงใยกันลึกๆ ตลอดเวลา

บางครั้งเพื่อนบางคนที่สนิทกันมากๆ มีความผูกพันกันห่วงใยมากกว่าคู่ครอง.ในชาตินี้เสียอีก

 

มีเรื่องทุกข์ใจอะไร ก็สามารถที่จะไประบายให้ฟังได้ ถ้าเป็นผัวหรือเมีย เล่าเรื่อยเปื่อยมีสิทธิ์บ้านพังได้ บางคนอาจอยู่กับเพื่อนมากกว่าผัวหรือเมียตัวเองเสียอีก ที่เป็นเช่นนี้เพราะเคยผูกพันกันมาทั้งสิ้น

เคยได้ยินไหมที่บางคู่บอกว่า อยู่กันเหมือนเป็นเพื่อน

 

บางคนชอบบอกว่าสามีนั้นดูแลเหมือนกับพ่อ

เพราะอาจจะเคยเป็นเพื่อน เป็นพ่อมาก่อนก็ได้ เป็นไปได้ทั้งนั้น

 

ในข้อที่บอกว่า ลำดับของเนื้อคู่ทำไมถึงต้องบอกว่ามากมายมหาศาล ก็เพราะเราทุกคนนั้นเกิดมาแล้วเป็นล้านๆ ชาติ

 

ยังไม่นับรวมถึงที่เคยเป็นสัตว์เดรัจฉานต่างๆ

 

เอาแค่ว่าชาติที่มีบุญเกิดเป็นมนุษย์ชาติเดียวนั้นเป็นคู่ผัวตัวเมียเดียว ไม่มีอนุภรรยาหรือมีอนุสามีมาเป็นเนื้อคู่ลำดับต่อไปเพิ่มขึ้นมาอีก….

 

(มีให้อ่านต่อ โปรดติดตาม)

 

****จากหนังสือสร้างบุญเพื่อเป็นธรรมทานชุดที่ 2

“คัมภีร์ดูเนื้อคู่ หนุนครอบครัวให้เจริญรุ่งเรือง” โดย ธ.ธรรมรักษ์

มีเรื่องราวมากมายที่ดีต่อชีวิต ต่อความเข้าใจเรื่องเนื้อคู่ ความรัก การแก้ไขในเรื่องความรัก ครอบครัว ที่อยากจะให้ทุกท่านได้อ่านและเข้าใจเพื่อให้ทุกคนพบความสุข ความเจริญ สมหวังในเรื่องชีวิตคู่

ขอให้ทุกท่านเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

 

ขอบุญรักษา

ธ.ธรรมรักษ์

 

Advertisements

Read Full Post »

ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาบอกเสมอว่า

ให้ธรรมทาน ให้และขออโหสิกรรม หยุดอดีต เปลี่ยนปัจจุบันและอนาคต

 

พลังบุญแห่งธรรมทาน เป็นบุญใหญ่เพราะเป็นการให้ปัญญา ให้ความรู้ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตคน

เป็นบุญใหญ่ที่เจ้ากรรมนายเวรที่เป็นดวงจิตวิญญาณชอบมากที่สุด

 

เพราะสามารถทำให้เขาเข้าใจธรรมะ และพาเขาพ้นจากภพภูมิที่เขาอยู่ให้สูงขึ้น และเมื่อถึงเวลาก็สามารถไปสู่ภพภูมิใหม่ได้ทันที

 

เป็นบุญใหญ่ที่ทำให้การอโหสิกรรมได้ผล ซึ่งต้องเริ่มจากการ”ให้”อโหสิกรรม”จากเราก่อน ให้ไปทั่วทุกภพ ทุกดวงจิตวิญญาณทั้งที่เรารู้ เราระลึกได้หรือที่ไม่ได้ไปพร้อมกัน

 

เจ้ากรรมนายเวรที่มาถึงตัวและที่กำลังมาถึงตัวเขารับรู้แน่นอน เพราะเขา”จ้อง” เอาคืนอยู่

บุญใหญ่แห่งการให้อโหสิกรรมของเรา จะปลดบ่วงจากมือเราก่อน และทำให้ดวงจิญญาณนั้นสบาย สว่างขึ้นทุกครั้งที่ทำ นำไปสู่การขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวรอย่างได้ผล

 

เจ้ากรรมนายเวรที่เขาแค้นมาก โกรธมากแค่ทำครั้งเดียวสองครั้งคงไม่ได้ผล หมั่นสร้างบุญ และอุทิศบุญ ให้และขออโหสิกรรมบ่อยๆ

 

ให้เขาเห็นสัจจะ ความตั้งใจจริงของเรา ที่จะขอโทษ ขอรับผิดทุกประการ

ให้ทำบ่อยๆ จนชีวิตเริ่มดีขึ้น และแนะนำว่าอย่าหยุดทำต่อเนื่องกันไป

 

จะหยุดกรรมในอดีต ปรับปัจจุบันให้ดี และอนาคตจะดีมาก

ด้วยเหตุนั้นดี ผลย่อมดีทุกประการ

 

ขอให้ทุกท่านเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

ขอบุญรักษา

ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

มีหลายคนอยากรู้ถามมาว่า บุญแห่งการให้ธรรมทานนั้นทำให้ชีวิตเปลี่ยนและดีขึ้นจริงหรือ

ก็คงต้องถามกลับไปว่า ทุกวันนี้ เราทำบุญธรรมทานไปเพื่ออะไรธรรมทาน เปลี่ยนกรรม เปลี่ยนชีวิตได้จริง!

 

ถ้าเรา ให้ธรรมทาน เพราะอันดับแรกหวังใจว่า ใจจะสะอาด สงบ สว่างมากขึ้น

การให้นั้นจะไปช่วยลดความเห็นแก่ตัวของตน ลดกิเลสความอยากได้อยากมี ลดตัวกูของกูให้น้อยลงถือว่า เป็นการให้ที่ดีมาก

 

และจะดีมากขึ้นเพราะธรรมทานที่ให้ไปนั้นจะช่วยหรือเปลี่ยน หรือส่งเสริมชีวิตผู้อื่นนั้นดีขึ้น

ทำไมครูบาอาจารย์ท่านถึงบอกว่า

 

การสร้างธรรมทานเป็นการสร้างบุญใหญ่ไปพร้อมๆ กัน

 

เพราะการสร้างบุญเพื่อธรรมทานนั้น เป็นการให้แบบระดับจิตใจ

อันมีผลที่อาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนที่อ่านได้เหนือกว่าการให้วัตถุทานหลายเท่านัก

การให้วัตถุทานนั้น เป็นการให้เพื่อให้เขาปลดทุกข์ ให้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ให้แบบชั่วครั้งชั่วคราว เป็นการให้ตอบสนองทางกาย เมื่อกายนั้นหมดภาระทุกข์ก็เป็นอันจบสิ้นกันไป

 

แต่การให้ธรรมทานนั้นเป็นการให้ที่ลึกลงไปกว่านั้น

เพราะเมื่อใครก็ตามได้อ่าน ได้ยินได้ฟัง ก็จะได้เข้าใจ

จิตของผู้อ่านจะตื่นรู้ จิตจากที่เคยมืดจะเริ่มสว่าง

ที่สลัวจะสว่างขึ้น

 

ที่กำลังทุกข์จะพบหนทางการแก้ไขทุกข์นั้น

จากที่หลงผิดก็จะมีการยับยั้งไม่ทำอีก

กรรมทางใจนั้นสำคัญมากๆ และกรรมนั้นเริ่มจากใจทั้งสิ้น

คนเรานั้นเมื่อเข้าใจอะไรที่แจ่มแจ้งแล้ว

 

การที่จะหลงไปอีกนั้นยาก เพราะจิตมันรู้ทันเสียแล้ว

แต่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองหรือไม่ขึ้นอยู่กับการระงับ อดทน อดกลั้น การควบคุมกรรมของตนเองเป็นสำคัญ

 

ธรรมทานที่เป็นความรู้ทางธรรมนั้น ถือว่าเป็นการช่วยเผยแพร่ความรู้ ความดี ความจริงออกไปวงกว้าง ไม่ให้ดับสลาย

 

ถ้าเป็นความรู้หรือศาสตร์ทั่วไปที่มีประโยชน์ คนที่ได้รับก็สามารถเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตได้

ดังเห็นได้จากการให้ธรรมทานในเรื่องการประกอบอาชีพ การแพทย์แผนโบราณ การจัดการชีวิตและสุขภาพให้ดีขึ้นทั้งหมดโดยรวมทั้งกายและใจ

 

มีคนถามต่อว่า การให้ธรรมทานแล้วแก้กรรม เปลี่ยนกรรมได้ไหม

ตอบตรงนี้เลยว่า กรรมเก่าแก้ไมได้

 

ไม่มีอะไรที่จะไปแก้กรรมเก่าได้ เพราะกรรมเกิดขึ้นมาแล้ว

แม้แก้กรรมเก่าไม่ได้ แต่เปลี่ยนกรรมปัจุจบันได้

 

อยากให้พิจารณาจากที่ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาบอกไว้เสมอว่า

บุญที่เกิดขึ้นจากการให้ธรรมทานนี้ เป็นบุญที่เจ้ากรรมนายเวรเขาชอบมาก

เพราะหากเขารับรู้ รับทราบและร่วมอนุโมทนาด้วย จะเป็นเหตุให้กรรมที่ทำกันมาถึงขั้นอโหสิกรรมได้ง่าย

ถึงแม้ตอนนี้เขายังไม่รับรู้ แต่เราเพียรทำให้เขาไม่หยุดหย่อน วันหนึ่งเมื่อถึงเวลาเขาก็จะรู้

 

เมื่อกรรมนั้นเป็นอโหสิกรรมแล้ว ก็คือ เวรนั้นระงับแล้ว เจ้าหนี้เขาไม่ติดใจยกโทษ แต่กรรมที่เคยทำกับเขาก็ยังส่งผล แต่จะได้รับผลกรรมนั้นน้อยลง

 

เพราะบุญใหม่ กรรมใหม่ที่เราได้สร้างบุญจากธรรมทาน รวมถึงบุญจากการสร้างอื่นๆ ที่อยู่ในบุญกิริยา 10 เพราะบุญที่ทำนั้น ถ้ามากรวมกันพอจะออกผลก่อน

 

และรับมือผลกรรมเก่าได้แน่นอน จากหนักจะกลายเป็นเบาได้

ที่ดีอยู่แล้วจะดีมากขึ้นหลายเท่าด้วยบุญใหญ่นี้

 

สำหรับบุญที่เกิดขึ้นเป็นอันดับแรกเลยคือ เราเองเป็นผู้อ่านก่อน เราจะได้เข้าใจถึงที่มาที่ไป และวิธีแก้ไขพัฒนาชีวิตของตน

กรรมปัจจุบันดี อนาคตย่อมดีแน่

 

ถ้าทำเข้าใจจริงและทำจริง เหตุดีผลที่ออกมาย่อมดี

ดีอันดับสอง ถ้าคู่ของเรา คนรอบข้างเราได้อ่านจะได้เข้าใจกฎแห่งกรรม รู้ทั้งข้อดีและโทษของกรรมต่างๆ จะได้ระวังยับยั้งชั่งใจหากจะฝืนกรรม ฝืนธรรมชาตินั้น

 

และอีกด้านหนึ่งช่วยส่งเสริมให้เขาเหล่านั้น มีกำลังใจในการทำการดีทั้งปวง ถือว่าเรามีส่วนร่วมในเหตุแห่งบุญนั้น

 

ดีอันดับสาม การแจกให้คนอื่นที่เราไม่รู้จักไม่เลือกคน ไม่เลือกสถานที่นั้นก็ดี การไปช่วยชีวิตของคนอื่นให้ดีขึ้นนั้นถือเป็นบุญใหญ่อยู่แล้ว

 

บุญใหญ่นั้นพลิกชีวิตได้ยิ่งมารวมกับบุญที่กำลังรอส่งผล

เป็นการเพิ่มบุญให้เต็มที่ ส่งผลบุญได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

ตอบเพียงเท่านั้น หวังว่าคงจะเข้าใจกัน

ขอให้ทุกท่านเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

 

ขอบุญรักษา

ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

สร้างหนังสือสร้างบุญเพื่อเป็นธรรมทานชุดที่ 2 (ใหม่)

ให้บุญใหญ่พลิกชีวิตเชิญร่วมเป็น” ต้นบุญ”

 

หลังจากได้เปิดโครงการหนังสือสร้างบุญเพื่อเป็นธรรมทานชุดที่ 1 จำนวน 4 แบบปก ไปเมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมา ได้มีผู้สั่งพิมพ์หนังสือจำนวนมาก ก็ขออนุโมทนาบุญกุศลที่เกิดขึ้นทุกประการ

และบัดนี้ถึงเวลาที่เป็นมงคลและสมควรแล้ว

 

ธ.ธรรมรักษ์ ขอเรียนเชิญกัลยาณมิตร กัลยาณธรรมทุกท่าน ที่มีจิตอันเป็นกุศล ร่วมเป็น” ต้นบุญ” สร้างหนังสือสร้างบุญเพื่อเป็นธรรมทานชุดที่ 2 ชุดใหม่

 

เพื่อร่วมขยายผลบุญแห่งธรรมทานออกไปไม่รู้จบให้เป็นเสบียงบุญติดตัวไปทุกภพชาติความตั้งใจที่เรียนเชิญก็คือ เพื่อให้”ต้นบุญ” นี้เป็นคณะแรก กลุ่มแรกที่ได้มีโอกาสสร้างบุญใหญ่

 

เพราะทุกครั้งที่พิมพ์เพิ่ม ทุกแผ่นกระดาษที่พิมพ์ ทุกครั้งที่คนได้อ่าน ทุกท่านที่ร่วมก็คือ”ต้นบุญ”ที่ได้สร้างบุญรับผลบุญอย่างต่อเนื่อง

 

เพื่อนำพาชีวิตให้เจริญรุ่งเรือง ไม่ติดขัดทั้งการเงิน การงาน เวรกรรมในบางกรรมได้ระงับจบสิ้นไป เจ้ากรรมนายเวรล้วนยินดีพอใจ เป็นเหตุให้อโหสิกรรมได้ง่าย ด้วยอานิสงส์บุญแห่งธรรมทานที่ยิ่งใหญ่ที่ทุกดวงจิตวิญาณปรารถนาเป็นที่สุด

 

หนังสือสร้างบุญเพื่อเป็นธรรมทานชุดที่ 2 ชุดใหม่ ประกอบไปด้วยหนังสือ 4 เล่มใหม่ต่อจากชุดเดิม (ในชุดแรก 4 เล่มเดิม ทุกท่านก็ยังสามารถสั่งได้ตามปกติและจัดส่งได้ทันที)

 

สำหรับชุดที่ 2 ชุดใหม่ ที่ต้องสั่งจองนี้ประกอบไปด้วย

 

เล่มที่ 5. อัศจรรย์ทันตา ปาฏิหาริย์ทันใจ แก้เรื่องงาน เงิน โชคลาภ แบบทันตาเห็น

หนังสือขนาดเอ 6 จำนวน 128 หน้า ปกพิมพ์ 4 สี พิมพ์เนื้อใน 1 สี เนื้อหาในเล่ม จะบอกถึงการแก้ไขเรื่องงานและเงินแบบเร่งด่วน กรรม ชีวิตเปลี่ยน ทำงานหนักมาก… แต่ไม่ค่อยได้ผล ไม่มีคนยอมรับ กรรมที่ทำงานดี แต่มีคนคอยกลั่นแกล้งให้เดือดร้อนเสมอ ทำงานใดๆ แล้วไม่เจริญรุ่งเรืองในอาชีพ ทำงานหรือค้าขาย เจอแต่อุปสรรคหรือสิ่งที่ไม่คาดคิดอยู่เสมอ กรรมต้องเจอแต่คดีความเรื่องร้ายๆ โดยไม่คาดคิด เงินขาดมือ ไม่พอใช้ตลอด เพราะเหตุใด เก็บเงินไม่อยู่ เพราะเหตุใด กรรมที่ทำให้อาภัพโชค กรรมโดนยืมเงิน แล้วโดนเบี้ยวเงินตลอด

 

เล่มที่ 6. คัมภีร์ดูเนื้อคู่ หนุนครอบครัวให้เจริญ รุ่งเรือง

หนังสือขนาดเอ 6 จำนวน 128 หน้า ปกพิมพ์ 4 สี พิมพ์เนื้อใน 1 สี เนื้อหาในเล่ม จะบอกถึงเนื้อคู่และคู่แท้ การเจอกันชาตินี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่พบกันชาตินี้เพราะเป็น “บุพเพสันนิวาส” ไม่ใช่พรหมลิขิต ประเภทของเนื้อคู่ การเลือกเนื้อคู่ดี ตามที่พระพุทธองค์สอน วิธีแก้ไข เรื่องเนื้อคู่และคู่ครอง เปลี่ยนคู่เวรคู่กรรม เป็นคู่บุญ การเชื่อมบุญ เพื่อพบเนื้อคู่แท้และแก้ไขในเรื่องความรักบุญและกรรมหมด… ไม่อยากจาก ก็ต้องแยกจากกัน ถึง “ไร้คู่” แต่อย่าอยู่อย่าง “ไร้ค่า”

 

เล่มที่ 7. ตอบปัญหาธรรมและกรรม โดยพระอริยเจ้า

หนังสือขนาดเอ 6 จำนวน 128 หน้า ปกพิมพ์ 4 สี พิมพ์เนื้อใน 1 สี เนื้อหาในเล่ม สารบัญภายในเล่ม เข้าใจเรื่องการปฏิบัติธรรมก่อนลงมือปฏิบัติ ปัญหาธรรมว่าด้วยการทำทาน ปัญหาธรรม เรื่องการรักษาศีล ปัญหาธรรมว่าด้วยเรื่องของการเจริญภาวนา หากปฏิบัติธรรมไม่ก้าวหน้า จะแก้อย่างไร การสวดมนต์ เพื่อเสริมการปฏิบัติ วิธีการสวดมนต์ให้ได้ผล8. ไขปัญหากรรม ในแนวทางพระพุทธศาสนาไขปัญหาวิธีสร้างบุญบารมี มงคลชีวิต คืออะไร

 

เล่มที่ 8.คู่มือทำวัตรเช้าเย็น และวิธีปฏิบัติธรรมที่บ้าน ไม่เสียเงินแต่ได้บุญมาก

หนังสือขนาดเอ 6 จำนวน 128 หน้า ปกพิมพ์ 4 สี พิมพ์เนื้อใน 1 สี เนื้อหาในเล่ม สารบัญภายในเล่ม คำทำวัตรเช้า

คำทำวัตรเย็น วิธีการปฏิบัติธรรมให้ดีผลดีที่บ้าน ความหมายแห่งธรรม เริ่มต้นอย่างไรให้ถูกต้อง ลงมือปฏิบัติ ผลของสมาธิ รูปฌาน 4 ไตรสิกขาสมบูรณ์ได้ทุกเวลา นิสัยแบบใดก็เลือกปฏิบัติให้ถูกทาง

 

ข้อตกลงร่วมกัน ที่ต้องอ่านให้ละเอียด

  1. ขออนุญาตไม่รับเงินบริจาค เงิน ให้เปล่า ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้นในโครงการนี้ ถ้าร่วมเป็น”ต้นบุญ” ก็จะได้หนังสือตามที่สั่งนั้น หรือท่านใดมีจริตที่จะฝากแจกเป็นธรรมทานในแหล่งอื่นที่ทีมงานได้กระทำอยู่แล้วก็ตามจริตแห่งบุญ ให้แจ้งความประสงค์ส่วนตัวมาต่อทีมงาน จะดำเนินการให้

 

2.หนังสือสร้างบุญธรรมทานชุด 2 นี้ จะพิมพ์หนังสือครั้งแรก พร้อมกันทั้ง 4 ปกๆ ละ 10,000 เล่มรวมจำนวนทั้งสิ้น 40,000 เล่ม เท่านั้น เมื่อสั่งครบแล้ว จะปิดรับปิดโครงการชุด”ต้นบุญ”นี้ทันที และตลอดระยะเวลาการสั่งจองประกาศรายชื่อให้ทราบทางเฟซบุ๊ค ทางเวบไซต์ บล็อคและช่องทางการสื่อสารที่ทีมงาน ธ.ธรรมรักษ์มีที่มีคนตามอ่านเกือบ 6 ล้านคนได้โมทนาบุญ

 

  1. ร่วมเป็น”ต้นบุญ” สั่งหนังสือได้ในราคาเล่มละ 19 บาท และกำหนดจำนวนการสั่งขั้นต้นขั้นต่ำ 50 เล่มขึ้นไป คละปกได้ ทุกการสั่งจะมี ค่าจัดส่ง เพราะที่ผ่านมาจัดส่งให้ฟรีแต่มีปัญหามาก ค่าใช้จ่ายสูงมาก หลายท่านอยู่ห่างไกล หลายท่านต้องการเร่งด่วน ต้องใช้วิธีพิเศษ ซึ่งต้องแก้ไขเฉลี่ยให้สุขให้ได้บุญทั่วกัน

 

  1. ค่าจัดส่ง สำหรับโครงการนี้ จะมีค่าจัดส่งดังนี้

-หนังสือ 50 เล่ม ค่าจัดส่ง 50 บาท

– หนังสือ 51- 100 เล่ม ค่าจัดส่ง 100 บาท

-หนังสือ 101-199 ค่าจัดส่ง 150 บาท

-หนังสือ 200 เล่มขึ้นไปจัดส่งฟรี

และทางทีมงานจะทำการติดสติกเกอร์รายชื่อ”ต้นบุญ” ให้ตามปกติในหน้าแรกแต่ไม่เกิน 20 ชื่อเพราะถ้ามากกว่านี้ เนื้อที่จะไม่พอ เหมือนที่ทำอยู่ในชุดหนังสือสร้างบุญเพื่อธรรมทานชุดที่ 1

 

  1. สำหรับท่านที่สนใจจะสั่งต่ำกว่า 50 เล่ม ขอให้รอนิดให้ชุด”ต้นบุญ” นี้เสร็จ จะเปิดให้สั่งทำหนังสือกันตามปกติจะกี่เล่มก็ตามกำลังของท่านเลย

 

  1. ขอให้ท่านที่ร่วมเป็น”ต้นบุญ” เป็นผู้มีจิตกุศลจริงๆ จะได้รับหนังสือได้หลังจากพิมพ์เสร็จประมาณ 30 สิงหาคม 2558 เป็นต้นไป ถ้าเร็วกว่านั้นจะแจ้งให้ทราบทุกคน และท่านที่สั่งไม่ต้องมีกังวลว่าจะไม่ได้รับหนังสือ เพราะทำมาเป็นหลายแสนเล่มแล้ว

 

7.ที่อยู่ในการจัดส่งต้องชัดเจน เพราะจะส่งทางไปรษณีย์เท่านั้น และเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ต้องเป็นเบอร์ที่ติดต่อได้จริง ถ้าสั่งรวมกันมากก็จะจัดส่งในช่องทางที่เหมาะสม

 

***ท่านใดที่ต้องการร่วมเป็น”ต้นบุญ” ในหนังสือชุดสร้างบุญเพื่อเป็นธรรมทานชุดที่ 2 สั่งได้แล้ววันนี้

โดยติดต่อทีมงานโครงการบุญธ.ธรรมรักษ์

 

09 5690 0444, 0 5302 1320

Line id 0956900444

 

หรือสั่งในข้อความ

เลขที่บัญชีในการโอนเงินหนังสือสร้างบุญเพื่อเป็นธรรมทาน

บัญชีชื่อ นางสาวปณิชา เครือปัญญาดี

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเทสโก้โลตัส กาดคำเที่ยง

เลขที่ 892-228399-4 ประเภทออมทรัพย์

 

****หลังจากโอนเงินแล้วให้ยืนยันการโอนเงินและที่อยู่ในการจัดส่งที่แฟกซ์ 0 5302 1321 หรือในช่องทางอื่นที่ทำได้

Email: torthammarak.staff@gmail.com

Line id 0956900444

ติดตามข่าวสารและรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ http://www.torthammarak.com

 

Read Full Post »

ในศาสตร์แห่งการดูเนื้อคู่นั้น ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาบอกว่า เนื้อคู่ในลำดับต้น ตั้งแต่ระดับที่ 1- 5 นั้น ถ้าได้มาอยู่ด้วยกันอีกนั้น จะทำให้คนคู่นั้นมีความสุขมากกว่าความทุกข์ เป็นสุดยอดปรารถนาของคนทุกคนถ้าเป็นคนที่"ใช่" ไกลแค่ไหน ชาติไหนก็ต้องเจอกัน

แต่ยังมีกรรมอีกประเภทหนึ่งที่ทำให้ถึงแม้จะเป็นเนื้อคู่กันจริง แต่เพราะผลกรรมนี้มาส่งผลก็ทำให้ต้องแยกจากกัน แม้ไม่ยากจะจากกัน ก็คือ

 

“กรรมตัดรอน” ที่ทำให้แยกจากกัน

เคยและได้ยินไหมที่มีใครบอกว่ารักคนๆ หนึ่งมากๆ และอาจจะเที่ยวประกาศไปทั่วว่า ได้พบเนื้อคู่แล้ว ชาตินี้ต้องรักกันไปจนตาย แต่ต่อมาไม่นานนักก็เลิกรากัน และได้เจอคนใหม่ไปเรื่อยๆ คบกันสักพักก็เลิกกันอีกทั้งที่มั่นใจแล้วว่า ใช่แน่ๆ คนนี้

 

บางคู่รักกันมาเป็น 10 ปี เตรียมแต่งงานแล้วแต่ก็มีเหตุให้เลิกกันทั้งแบบเจ็บปวดและไม่เจ็บปวดจากกันโดยดี แต่ไม่นานคนทั้งคู่ก็ไปเจอคนใหม่ รักใหม่ คบกันไม่นานก็แต่งงานแบบสายฟ้าแล่บกันไปเลยทั้งคู่

และคนบางคนที่เจอนั้นหรือเคยร่วมครองคู่ในระยะสั้นๆ ไม่ใช่เนื้อคู่ที่เป็นคู่บุญบารมีแต่เป็นคู่เวร คู่กรรม เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราที่จะมาทำให้เราพบกับกรรมบางอย่างที่เคยทำกับเขา หรือเคยร่วมทำมากับเขา เมื่อได้ชดใช้ซึ่งกันและกันแล้ว ก็หมดสิ้นเวรกรรม ก็ถึงเวลาที่ต้องแยกกันไปตามบุญและกรรมของตน

บางคู่เมื่อแยกจากกันแล้วรุ่งเรืองทั้งคู่ มีความสุขทั้งคู่ในชีวิตใหม่ นี่คือผลของกรรมที่เคยมีและได้รับการอโหสิกรรม หรือกรรมยุติไปแล้วนั่นเอง

 

และคนที่เป็นเนื้อคู่ที่อยู่ลำดับถัดๆ ไป ชาตินี้อาจจะเป็นได้แค่แฟนหรือเพื่อนสนิทต่างเพศเท่านั้น และจะเลื่อนอันดับหรือไม่นั้นอยู่ที่ว่ามีการเกื้อกูลกันต่อหรือไม่

 

สำหรับคนที่มีความรักต่อกัน แล้วมีเหตุแห่งวิบากกรรมทำให้ไม่ได้ครองคู่กัน ต้องมาเลิกกันในชาตินี้นั้น หรือที่กำลังมีความรักซ้อนที่ซ่อนเร้น ขอให้ระงับเสีย

 

ขอให้คิดปลงใจเสียว่า แค่เป็นเส้นทางชีวิตสองเส้นที่โดนกรรมลิขิตไว้ ให้แค่มาพบกันเพื่อเติมเชื้อในภพต่อไป อย่าพยายามไปฝืน เพราะมันอาจจะทำให้เรื่องราวในชีวิตมันยุ่งเหยิงมากขึ้นกว่าเดิม

 

ขอให้คิดเสียว่าเป็นเส้นทางชีวิตที่ต้องเดินขนานกันไปมาบรรจบกันไม่ได้ ได้แต่มองเห็นกันไปข้างๆ ทาง พอได้ให้รู้สึกดีเป็นกัลยาณมิตร กัลยาณธรรมที่ดีต่อกัน โมทนาบุญในสิ่งที่เขาและเธอทำดี ถึงแม้จะจับต้องไม่ได้ เพราะไม่มีจุดใดในเส้นจะมาแตะหรือสัมผัสกันได้

 

ต่างคนต่างเดินจนสุดเส้นทางหรือจบเรื่องราวในภพนี้ไป หลังจากนั้นก็ไปว่ากันใหม่ตามบุญตามกรรม หยุดเรื่องตรงนั้นว่าเป็นแค่เพื่อนกันก็พอ

 

อย่าให้มีกามราคะ มาเป็นปัจจัยผลักดันให้กระทำกรรมไม่ดีต่อตนเองและผู้อื่น

 

หรือที่เรียกว่า “กิ๊กหรือชู้ “ ไม่ว่าจะเป็นทางใจหรือทางกายก็ตาม เป็นเรื่องไม่ดีทั้งสิ้น เพราะเริ่มต้นเหตุไม่ดี ผลลัพธ์ออกมาก็ย่อมไม่ดี ทำให้ทุกข์ทรมานทั้งใจ และกายหลายคน

 

เป็นการสร้างกรรมไม่ดีเพิ่มเติม หลายคนชีวิตนั้นลำบากอยู่แล้ว พอมีเรื่องผิดศีลข้อนี้เข้ามาอีก จะหนักกว่าเดิมหลายเท่า ขอเตือนไว้ด้วยความปรารถนาดี

 

และในบางคนถึงแม้จะเคยอยู่ร่วมชาติกันมาแต่ปางก่อนก็จริง ในบางคู่ก็ต้องมานั่งกินแห้วหน้าเศร้าเฝ้าหลงรัก ข้างเดียวรอคอยไม่ได้ครองคู่กัน จะต้องมีเหตุที่มาจากกรรมมาตัดรอนและอาจจะเป็นกรรมบีบคั้น ต้องมีอันต้องแคล้วคลาดกันได้เหมือนกันในชาตินี้ ทั้งๆ ที่อาจจะเคยเป็นเนื้อคู่กันก็จริงในปางก่อน

 

แต่ตอนนี้จึงยังไม่ถึงคิว ถึงเวลา เพราะยังมีวิบากกรรมไม่ดีของตนและของคนที่เราไปแอบชอบมาบังอยู่ หรือมีกรรมตัดรอนไว้ทำให้กรรมที่ทำร่วมกันมาถูกทำลายไป

 

กรรมตัดรอน หรือ อุปฆาตกรรม ที่พูดถึงนั้น หมายความว่า กรรมที่ให้ผลอย่างเด็ดขาดไปเลย เป็นกรรมที่ทำหน้าที่ฆ่ากรรมอื่นให้สิ้นสุดลงอย่างเด็ดขาด พลังอำนาจของผลกรรมตัดรอนนั้นมีสองอย่างเช่นเดียวกัน คือกรรมฝ่ายดี และกรรมฝ่ายชั่ว

 

กรรมนี้ทำให้คนที่กำลังแย่ๆ ดีขึ้นฉับพลัน ทำให้คนที่กำลังรุ่งๆ ผลิกกลับตกต่ำได้แบบในเสี้ยววินาที ยกตัวอย่างง่ายๆ คนจนๆ ถูกหวยรางวัลที่หนึ่งแบบไม่คาดฝัน เป็นเพราะกรรมตัดรอนฝ่ายดีมาส่งผลฉับพลันพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

 

หรือคนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โต มีบารมีลูกน้องมากมายเพียงข้ามคืนเดียวเป็นนักโทษอุจฉกรรจ์หนีหัวซุกหัวซุน ไม่มีใครช่วยเหลือได้เลย เหตุที่เป็นเช่นเดียวเพราะกรรมตัดรอนทำหน้าที่นั่นเอง มาจากกรรมที่ทำมาล้วนๆ ไม่มีใครแกล้งหรือบังเอิญแต่อย่างใด

 

สรุปก็คือ กรรมตัดรอนนี้มีหน้าที่ตัดกรรมฝ่ายตรงข้ามกับตนให้สิ้นสุดลงอย่างเด็ดขาด ซึ่งรุนแรงยิ่งกว่าพลังอำนาจของกรรมเบียดเบียน ในเรื่องของความรักอาจจะมีบุญร่วมกันมา แต่เมื่อมีกรรมตัดรอนที่มีแรงมากกว่ามาตัดมาดักหน้าไว้ก็ไม่อาจจะมาครองคู่กันได้

 

เช่น บางคู่กำหนดแต่งงานกัน พอใกล้ๆ วันหรือถึงวันแต่งฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีกรรมมาตัดรอนให้ตาย หรือมีเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ เกิดโรคกรรมโรคเวรฉับพลันทำให้แต่งกันไม่ได้ ทั้งๆ ที่ไม่มีเค้าลางล่วงหน้าเลย หรืออยู่ดีๆ มีเหตุต้องยกเลิกการแต่งงานกะทันหัน

 

หรือจะเป็นด้วย”กรรมบีบคั้น” หรือที่เรียกกันว่า “อุปปีฬกกรรม” มาบีบคั้นในทางที่ไม่ดี หรืออาจจะเป็นเพราะกรรมใหม่ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมันไม่มีแรงพอ จึงยังไม่เกิดผล ยังเชื่อมกันยังไม่ติด เป็นไปได้หลายสาเหตุเพราะอำนาจแห่งกรรม

 

ยังไม่รวมถึงแรงสัจจะอธิษฐานอีก หากคนใดปรารถนาหลุดพ้นในชาติไหนได้มีการตั้งสัจจะอธิษฐานไว้ไม่ขอมีคู่ ขอมีชีวิต ขอมีความสุขกับเส้นทางการปฏิบัติธรรม ได้เกิดปัญญาช่วยเหลือคนอื่น ก็ยิ่งจะปิดทางเรื่องคู่ครองเลย หากไม่มีการขอถอดถอนคำสัจจะอธิษฐาน (เหตุหนึ่งในการที่ทำให้ไม่มีคู่ในชาตินี้ จะเจาะแบบละเอียดในบทต่อไป)

 

แต่อย่างไรก็ตามถ้าเป็นเนื้อคู่กันจริงลำดับต้นของจริง

ไม่ต้องกลัวว่าจะแคล้วคลาดกัน ไม่อยากเจอก็ต้องเจอ

นึกว่าจะไม่เจอกันอีกแล้วในชาติ ก็ต้องเจอ !

 

เพราะถ้าเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ แล้ว มีกรรมดีบุญใหม่มาช่วยเป็นปัจจัยตัวช่วยเสริม ช่วยเหลือผลักดัน เมื่อถึงเวลาแล้ว มีทั้งบุญเก่า บุญใหม่พร้อม ไม่มีวิบากกรรมไม่ดีมาคอยขัดขวางอีก เรียกว่า ทางสะดวกที่ต้องกลับมาเจอกัน

 

ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อให้อีกคนอยู่ขั้วโลกใต้ อีกคนอยู่ขั้วโลกเหนือ บุญและกรรมก็ยังลิขิตพามาเจอกันได้

ต่อให้ได้แต่งงานมาแล้วเป็นสิบๆ ครั้งร้อยๆ ครั้ง ในชาตินี้ก็ยังมีโอกาสได้กลับมาเจอ มาครองคู่กันอีก หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องรักข้ามขอบฟ้า หรือคนที่มาแต่งงานกันตอนแก่เฒ่าวัยชรา เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นกันบ่อยๆ คงจะเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้าง

 

คนที่เคยเป็นคู่รักกันตอนหนุ่มสาว ต่อมามีกรรมมาบัง มีกรรมมาส่งผลต้องแยกกันทั้งๆ ที่ไม่อยากจาก ต่างคนต่างไปพบคู่ในลำดับต่อไป และภายหลังตอนแก่ก็กลับมาเจอกันอีก เมื่อกรรมไม่ดีที่มาบัง มาแยกให้จากกันนั้นถูกชดใช้หมดกรรมไปแล้ว จึงมาพบกันกลายมาเป็นความรักแบบลมหวน

ถ้าในเวลานี้มีโอกาสได้เจอเนื้อคู่ในลำดับต้นๆแล้ว และสามารถอยู่ร่วมกันเป็นคู่ครองได้ในชาติภพนี้ ก็อยากจะแนะนำด้วยความปรารถนาดีว่า ในช่วงเวลาในชีวิตปัจจุบัน ก็ควรที่จะช่วยดูแลเกื้อกูลกันและกัน

เรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาบั่นทอนชีวิตคู่นั้นคือ วิบากกรรมหรือผลกรรมที่ทั้งสองคนต้องชดใช้ที่ทำร่วมกันมาและฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเคยกระทำต่อกัน ถ้ายังมีความรักต่อกันก็ขอให้อโหสิกรรมต่อกันเสีย

 

มีการกระทบกระทั่งกัน หนักนิดเบาหน่อยก็ควรจะให้อภัยซึ่งกันและกัน หมั่นชวนกันไปทำบุญ มีชีวิตร่วมกันไปในทิศทางที่ดี ชวนกันรักษาศีล รักษาธรรมให้มั่นคง อย่าไปออกนอกลู่นอกทาง ลด ละ เลิกบาปทั้งปวง ช่วยกันเตือนสติห้ามปรามกันและกัน ความสุขก็จะมากกว่าทุกข์ กรรมที่มีต่อกันจะได้ตามไม่ทันส่งผลไม่ได้ในชาตินี้ เพราะบุญพาหนีไปไกลเสียแล้ว

 

ในชาติหน้าถ้าอยากจะได้มาเจอเป็นคู่ครองกันอีก ก็เร่งสร้างบุญกุศลร่วมกัน และบุญเฉพาะตัว ก็อาจจะนำพามาพบกันอีกในทุกชาติภพได้ เพราะแรงของบุญเป็นผู้นำพามาให้เจอกัน…

 

****จากหนังสือสร้างบุญเพื่อเป็นธรรมทานชุดที่ 2

“คัมภีร์ดูเนื้อคู่ หนุนครอบครัวให้เจริญรุ่งเรือง” โดย ธ.ธรรมรักษ์

มีเรื่องราวมากมายที่ดีต่อชีวิต ต่อความเข้าใจเรื่องเนื้อคู่ ความรัก การแก้ไขในเรื่องความรัก ครอบครัว ที่อยากจะให้ทุกท่านได้อ่านและเข้าใจเพื่อให้ทุกคนพบความสุข ความเจริญ สมหวังในเรื่องชีวิตคู่

ขอให้ทุกท่านเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

 

ขอบุญรักษา

ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

“บุญหนุนนำให้ได้คู่ดี บาปย่อมนำพาให้ได้คู่เวร”

รู้หรือไม่ว่าลักษณะของเนื้อคู่นั้น เมื่อได้มาอยู่ร่วมกันแล้ว บางคู่ก็มีความสุขมากกว่าทุกข์ แต่บางคู่ทุกข์มากกว่าสุข ก่อนจะกล่าวถึงเหตุ ลองมาดูผลกันก่อนว่าแต่ละแบบมีอะไรบ้าง"บุญหนุนนำให้ได้คู่ดี บาปย่อมนำพาให้ได้คู่เวร"

 

  1. คู่ครองดุจเพชฌฆาต (วธกาภริยา/สามี) หมายถึง ภรรยาหรือสามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่คิดประทุษร้ายกัน ไม่เกื้อกูลอนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน มีความยินดีต่อชายและหญิงอื่น ดูหมิ่นกันเอง หรือเป็นหญิงและชายที่ต่างซื้อมาด้วยทรัพย์ และพยายามฆ่ากันมีความดุร้ายประดุจเพชฌฆาต หากต้องแต่งงานครองคู่กัน สามีหรือภรรยาที่เป็นเพชฌฆาตก็พร้อมจะทรยศได้ตลอดเวลา ซึ่งอาจลงท้ายถึงขนาดด้วยการปลิดชีพฝ่ายตรงข้ามซึ่งมีให้เห็นในสังคมมากมาย

 

  1. คู่ครองดุจโจร (โจรีภริยา/สามี) หมายถึง ภรรยาหรือสามีที่มุ่งจะยักยอกทรัพย์แม้จะมีเพียงน้อย ที่ฝ่ายหนึ่งได้ประกอบอาชีพสุจริตได้มา มีความละโมบคิดแต่จะเอาประหนึ่งโจร เปรียบเหมือนไฟที่ไม่เคยอิ่มเชื้อ ทะเลที่ไม่เคยอิ่มน้ำ ฝ่ายหนึ่งหาทรัพย์ อีกฝ่ายผลาญทรัพย์ทำให้ไม่เจริญก้าวหน้าและต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาดอยู่ตลอดเวลา

 

  1. คู่ครองที่เป็นดุจนาย (อัยยาภริยา/ สามี) หมายถึง ภรรยาหรือสามีที่ไม่สนใจการงาน เกียจคร้าน กินจุ หยาบคาย ดุร้าย มักพูดคำชั่วหยาบ ข่มขี่สามีหรือภรรยาผู้ขยันหมั่นเพียรอยู่ สามีหรือภรรยาพวกนี้ประพฤติตัวเหมือนเจ้านาย อีกฝ่ายที่อยู่ด้วยจะรู้สึกเหมือนอยู่ในคุกหรือกรง มีความรู้สึกหมดสิ้นในอิสรภาพโดยสิ้นเชิง

 

  1. คู่ครองที่เป็นดุจมารดา (มาตาภริยา/สามี) หมายถึง คู่ครองที่เป็นผู้เกื้อกูลอนุเคราะห์ทุกเมื่อ คอยทะนุถนอมสามี/ภรรยา เหมือนมารดาคอยทะนุถนอมบุตร รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้ไว้ ลักษณะเช่นนี้เปรียบเหมือนมารดา แรกรักเป็นเช่นใดก็จะช่วยทะนุถนอมให้เป็นไปอยู่เช่นนั้นเสมอต้นเสมอปลายโดยตลอด

 

  1. คู่ครองดุจพี่สาวน้องสาว (ภคินีภริยา/สามี) หมายถึง ภรรยาหรือสามีที่มีความเคารพในคู่ของตน มีใจละอายต่อบาป ไม่ถือตัวถือตนว่าตนเองเป็นใหญ่ ไม่หลงทะนงตนยามทะเลาะเบาะแว้งกันก็กระทำกันแต่พองาม มีสติคอยฉุกให้คิด มีอะไรพลาดพลั้งก็ช่วยกันประคับประคอง การกระทำเยี่ยงนี้เหมือนการกระทำของน้องสาว พี่สาว พี่ชาย

 

6 ได้คู่ครองดุจเพื่อน (สขีภริยา/สามี) หมายถึง ภรรยาหรือสามีที่ได้เห็นคู่ครองของตนแล้วเกิดความชื่นชมยินดีเหมือนเพื่อนเห็นเพื่อนผู้จากไปนานแล้วกลับมา เมื่อแต่งงานไปแล้วเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็มีเคยเปลี่ยนแปลง ยังจงรักภักดี มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน แม้รสชาติความหวานอาจจืดจางไปบ้างแต่มิตรภาพที่มีให้ต่อกันนั้นก็ยังคงสดใส รักเดียวใจเดียว เสมอ

 

  1. คู่ครองดุจทาส (ทาสีภริยา/สามี) หมายถึง ภรรยาหรือสามีที่ถูกฝ่ายหนึ่งกระทำอย่างไร ก็ไม่โกรธ สงบเสงี่ยม ไม่คิดขุ่นเคืองฝ่ายตรงข้าม สามารถอดทนได้ ไม่โกรธ อีกทั้งยังประพฤติคล้อยตามอำนาจของอีกฝ่ายด้วยความยินดี

 

พระพุทธเจ้าเป็นผู้ตรัสถึงประเภทของเนื้อคู่เหล่านี้ พระพุทธองค์สรุปว่า ภรรยา /สามี ประเภทเพชฌฆาต ประเภทนางโจร นายโจร และประเภทนายหญิง นายชาย ทั้ง 3 นี้ ถือว่าเป็นภรรยาและสามีทุศีล หยาบคาย ไม่เอื้อเฟื้อต่อกัน เมื่อตายไปย่อมไปสู่นรก

 

ส่วนภรรยาและสามีประเภทมารดา บิดา ประเภทพี่สาวน้องสาว พี่ชาย ประเภทเพื่อน และประเภททาส ทั้ง 4 นี้ ถือว่าเป็นสามีภรรยาผู้ตั้งอยู่ในศีล มีความยินดีต่อกันและมีกายวาจาใจที่สำรวม เมื่อตายไปย่อมไปสู่สุคติโลกสวรรค์

 

การที่ได้เราได้คู่ครองเป็นคนที่มีความแตกต่างกันมากๆ ไม่ว่าสติปัญญา ความประพฤติหรือภูมิธรรมอันนำไปสู่การแยกทางคือ ได้คู่ครองในลักษณะที่เป็น คู่เพชฌฆาต คู่ครองดุจโจร คู่ครองดุจนาย ในขณะที่อีกฝ่ายมีภูมิธรรมสูงกว่า แต่ก็ต้องมาทนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันทำให้ไม่มีความสุข ก็เป็นเพราะ ผลกรรมในอดีตตามส่งผลมา

 

ส่วนบางคู่ที่อยู่ด้วยกันแล้วส่งเสริมกันก็เพราะร่วมสร้างบุญกันมา และไม่คิดจะสร้างเวรต่อกันเมื่ออยู่ด้วยกันอีกครั้ง

 

ในพุทธกาลมีสามีภรรยาคู่หนึ่งที่แต่งงานกัน อยู่กินฉันสามีภรรยา แต่ไม่เคยล่วงประเวณีกันตั้งแต่แต่งงาน ทั้งคู่ออกบวชร่วมสร้างบุญบารมีจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ทั้งคู่

 

ตัวสามีคือ “พระมหากัสสปะ เอตทัคคะด้านธุดงควัตร” ส่วนภรรยาคือพระนางภัททกาปิลานีเถรี เอตทัคคะด้าน บุพเพนิวาสญาณ

 

หากใครมีคู่ครองอยู่ ก็คงพอเข้าใจแล้วว่า คู่ครองของเราเป็นแบบใด และเราควรจะเลือกปฏิบัติเช่นไรกับคู่ครองของเรา

 

“เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนผู้อื่น มีแต่ตัวเราเองเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงได้” เลือกที่จะทำดีต่อกันเพื่อพัฒนาชีวิตคู่ให้กลายเป็นคู่บุญบารมี หากสุดวิสัยเหลือกำลังที่อยู่ร่วมกันได้แล้ว ก็ขอให้ ให้อภัยต่อกันเพื่อที่จะได้ไม่ต้องติดค้างกันอีก”

 

คู่แท้ คู่บุญ คุณเลือกได้ เริ่มจากการศึกษาใจ ศึกษาเนื้อคู่ รู้ว่า เนื้อคู่ของคุณเป็นแบบไหน

คนที่ยังไม่มีคู่และปรารถนาคู่ดีก็จะได้คู่แท้

คนที่มีคู่แล้วก็จะพากันดี หากทำดีต่อกัน

คนที่ไม่ต้องการมีคู่ ขอให้ใช้สตินำทางชีวิตและพัฒนาจิตละกามกิเลสให้หมดเพื่อเข้าสู่พระนิพพานโดยเร็ว

 

ขอบุญรักษาทุกท่าน

 

Read Full Post »

พระพุทธองค์ของเรา ทรงตรัสไว้ในเรื่องของความรักและบุพเพสันนิวาส ไว้ดังนี้ (ธัมมปทัฏฐกถาภาคที่ 2 สามาวดี) ไว้ว่า

คู่ดี คู่แท้ พบกันได้เพราะบุญบารมี

 

“ปุพฺเพ วะ สันนิวาเสนะ..ปัจจุปันนะหิเตนะ วา เอวันตัง ชายะเต เปมัง..อุปลัง วะ ยะโถ ทะเก ฯ”

แปลโดยสรุปได้ว่า ความรักนั้น เกิดขึ้นด้วยเหตุ 2 ประการนี้คือ

  1. ด้วยเคยอยู่ร่วมกันมาแต่ปางก่อน
  2. ด้วยช่วยเหลือเกื้อกูลกันในปัจจุบัน

คำว่า “กรรมร่วมกันมาแต่อดีตชาติ” เป็นคำที่หมายถึง คนสองคน หรือมากกว่านั้น เคยทำอะไร ร่วมกันมา จะเป็นทางดีก็ได้ ทางไม่ดีก็ได้ เช่นเคยทำบุญร่วมกันมา เคยร่วมปล้นฆ่าคนมาด้วย ดังนั้นเรื่องของบุพเพสันนิวาสจึงไม่ใช่และไม่จำเป็นต้องเป็นคู่ครองกันเสมอไป กรรมร่วมกันนั้นมีทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดี

ในเรื่องของการใช้ชีวิตคู่กัน ที่เราอาจจะเคยรู้สึกสงสัยตงิดๆ ว่า ทำไมเนื้อคู่ของเราคนนี้นั้นมีหน้าตาคล้ายๆ กับเรา ก็เพราะอาจจะเป็นพี่น้องกันมาก่อนในอดีตชาติ

ทำไมคู่ครองของเรา ในบางครั้ง บางวันดูเขาช่างเป็นคนดุเข้มงวด เจ้ากี้เจ้าการ บังคับเราในเกือบทุกเรื่อง บอกให้เราต้องทำโน่นทำนี่ ไม่หยุดเหมือนกับเราเป็นลูก ก็เพราะอาจจะเคยเป็นพ่อแม่มาก่อนนะสิขอให้เข้าใจไว้เลยว่าเป็นเรื่องของแรงแห่งบุญและกรรมที่ทำให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นมา เคยเกื้อกูลกันมาแล้วมาในชาตินี้ต้องมาเกื้อกูลกันต่อถึงจะได้พบกัน

ซึ่งมาจากกรรมลิขิตไม่ใช่พรหมลิขิต

ถ้าบอกว่า “พระพรหมท่านช่วยดลใจมนุษย์” ก็พอจะรับฟังและเชื่อได้ เพราะเชื่อว่าพระพรหมท่านเป็นผู้ปฎิบัติที่เคร่งครัด ประพฤติดี ประพฤติชอบ คือมี พรหมวิหาร 4 ฌานของท่านสูง และมีบุญฤทธิ์มากในบางครั้งท่านอาจจะสงสาร มีเมตตา ช่วยดลใจจิตของคนสองคนเข้ามาหากัน หรือเพื่อช่วยเป็นแรงส่งให้สร้างบุญกุศลได้หรือมาร่วมโมทนาคุณความดี บุญกุศลที่มนุษย์ได้ทำขึ้น

ส่วนกลุ่มคนที่มีบุพเพสันนิวาสต่อกันในเชิงสามีภรรยา ถ้าไม่มีกามราคะเป็นตัวเหนี่ยวนำก็จะไม่มีทางได้มาเป็นสามีภรรยากันหรือเนื้อคู่กันได้

และมีหลายคนที่ได้สละความเป็นลำดับเนื้อคู่สู่โลกแห่งธรรมะ ก็สามารถใช้บุญนั้นหยุดวิบากกรรมที่จะนำมาสู่การเป็นผัวเมียกันได้ ยิ่งในระดับของผู้ปฎิบัติธรรมชั้นสูง คือ ตั้งแต่พระอนาคามีขึ้นไป ท่านตัดสิ้นแล้วในกามราคะ และไม่ปรารถนามาเกิดอีกแล้ว ท่านก็สละสิทธิ์ ไม่มีการที่จะมาต่อคิวลำดับใครอีกแล้ว พวกเนื้อคู่เก่าก่อนที่ท่านจะบรรลุก็ต้องกินแห้วไป

ลำดับของเนื้อคู่ของคนเราจึงมีมากมายมหาศาล ก็เพราะเราทุกคนนั้นเกิดมาแล้วเป็นล้านๆ ชาติ ยังไม่นับรวมถึงที่เคยเป็นสัตว์เดรัจฉาน เอาแค่ว่าชาติที่มีบุญเกิดเป็นมนุษย์ชาติเดียวนั้นเป็นคู่ผัวตัวเมียเดียว ไม่มีอนุภรรยาหรือมีอนุสามีมาเป็นเนื้อคู่ลำดับต่อไปเพิ่มขึ้นมาอีก ซึ่งหลายคนมีปัญหากับคู่ครองบ่อย

ทางที่จะเปลี่ยนเรื่องเหล่านี้จากร้ายให้กลับมาเป็นดี เปลี่ยนจากคู่เวรคู่กรรมมาเป็นคู่แท้ คู่บุญบารมีนั้น ต้องทำกรรมดีเท่านั้นที่จะเปลี่ยนทุกอย่างได้ซึ่งอาจจะเป็นของยากในวาระแรก เริ่มจากการอภัยและยอมรับซึ่งกันและกัน

หมั่นชักชวนเขาหรือเธอให้ทำบุญกุศล ทำทาน รักษาศีล ภาวนา บางคนต้องอาจจะต้องใช้อุบายบ้างแล้วแต่วิธีการ ค่อยปฏิบัติ เพราะเราทำไปด้วยเจตนาที่ดี ที่รักเขาและอยากเห็นเขากลับมาเป็นคนดีดั่งเดิม บุญกุศลที่ทำร่วมกันก็จะเป็นบุญใหม่ไปคลายวิบากกรรมที่กำลังได้รับที่ทำให้ชีวิตรักนั้นมีปัญหา ให้คลายตัวลงและเปิดทางให้บุญที่ร่วมกันทำมาส่งผลเร็วขึ้น

หมั่นอธิษฐานขอพลังบุญอันยิ่งใหญ่ช่วยทำให้เขาหรือเธอเดินกลับมาสู่ความดีงาม แรงอธิษฐานเหล่านั้นจะช่วยได้แน่นอน จะเร็วหรือช้าอยู่ที่บุญกุศลที่เราทำนั้นมีอานิสงส์มากน้อยเพียงใดในอดีต

บางคู่ ในตอนแรกยังไม่สามารถพาคู่ครองไปสู่เส้นทางบุญที่ว่าได้ อาจจะเป็นเพราะเขาหรือเธอนั้นมีวิบากกรรมมาบังตา บังใจอยู่หรือกำลังส่งผลอยู่

ต้องเริ่มจากการโมทนาอุทิศบุญที่ตัวเราเป็นคนทำส่งไปให้เขา ระบุชื่อเขาหรือเธอทุกครั้ง ให้เป็นบุญใหม่แม้เจ้าตัวเขาจะไม่ได้ทำเองก็ตาม

หลังจากการทำบุญทุกครั้ง ก็โมทนาอุทิศบุญส่งไปให้สม่ำเสมอ ไม่นานบุญที่เขาไม่เคยมีก็จะมีขึ้นมาได้ และยิ่งได้ไปร่วมทำบุญกุศลด้วยกัน บุญของทั้งสองคนก็จะร่วมกันเป็นกองบุญที่ใหญ่ขึ้นๆ และเป็นจริงที่ว่า บุญกุศลเท่านั้นที่จะมีอำนาจทำให้วิบากกรรมต่างๆ ได้เบาบางลงไป

การถอนคำอธิษฐานและให้สมหวังในความรัก

การที่มีปัญหาเกี่ยวกับความรัก ไม่ว่าจะไม่มีคนรักเราจริงเลย หรือไม่มีคนมารักมาชอบ หรือมีเรื่องไม่สมหวังในความรัก สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งนั้น อาจจะมาจากการที่ชาติหนึ่งชาติใดเคยสร้างกรรมเอาไว้และอาจจะมีกรรมผูกพันจากการอธิษฐานเอาไว้ หรือจากการสาปแช่งของเจ้ากรรมนายเวร การมีหนี้กรรมที่ต้องชดใช้

ก่อนอื่นนั้นครูบาอาจารย์ท่านแนะนำให้ทำการถอนการอธิษฐานเสียก่อน เหมือนกับเราไปขอแก้ไขในสิ่งที่เราเคยทำเอาไว้ ซึ่งจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จนั้น ต้องอยู่ที่บุญของตนเองด้วย

คำถอนอธิษฐาน และให้สมหวังในความรัก

“ข้าพเจ้า ………..(เอ่ยชื่อตนเอง) ขออาราธนา ขอพระเมตตาบารมีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระมหาจักรพรรดิทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ พระอริยสงฆ์ อริยบุคคล ครูบาอาจารย์สืบๆ กันมา โดยเฉพาะหลวงปู่ทวด หลวงปู่แสง ครูบาศรีวิชัยเจ้า หลวงปาน วัดบางนมโค หลวงปู่ดู่ และหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (ฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง (หรือครูบาอาจารย์ที่เราเคารพ) เป็นที่สุด

ด้วยข้าพเจ้าเคยประมาทพลาดพลั้ง เป็นผู้มีมิจฉาทิฐิด้วยความไม่รู้ ข้าพเจ้าขอถอนสาปแช่ง คำอธิษฐาน และพันธนาการทั้งปวง ขอให้ข้าพเจ้าหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวง หากแม้นข้าพเจ้าเคยร่วมอธิษฐานครองคู่กับผู้ใดมาก็ตาม หรือทุกการอธิษฐานที่เป็นเหตุให้เกิดความเสื่อม เกิดบาปและอุปสรรคทั้งปวง

ข้าพเจ้าขอยกเลิกคำอธิษฐาน เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน และอโหสิกรรมให้แก่บุคคลเหล่านั้น เพื่อให้มีดวงตาเห็นธรรม บรรลุมรรคผลพระนิพพานในที่สุด

ด้วยผลบุญแห่งการให้อภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้า เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ ขอได้พบแต่กัลยาณมิตร ให้ห่างจากคนพาลทั้งหลาย และได้พบกับเนื้อคู่ในลำดับต้นที่มาจากบุญเท่านั้น (หรือเนื้อคู่ในปัจจุบันให้พบแต่ความสุขความเจริญ สุขกายสบายใจ)

ด้วยบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้ทำมาอย่างดีแล้วตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ขอให้คำอธิษฐานของข้าพเจ้าจงเป็นผลสำเร็จ จงเป็นผลสำเร็จๆ ทุกประการเทอญ…”

เมื่อเสร็จการกล่าวถอนอธิษฐานแล้ว ขอให้ทำสมาธิต่ออีก ไม่ว่าจะนานแค่ไหน และต้องวิปัสสนา หรือพิจารณาธรรมด้วยก่อนถอนตัวจากสมาธิ (ดูจากบทแรกเรื่องปลุกตัวเองให้ศักดิ์สิทธิ์) เสร็จแล้วให้อุทิศบุญแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรไม่ว่าจะเป็นสรรพสัตว์ใด มนุษย์หรืออมนุษย์ ญาติก็ดี ไม่ใช่ญาติก็ดี เมื่อแผ่เมตตาเสร็จสิ้นแล้วเป็นอันจบการถอนอธิษฐานตามแบบฉบับของครูบาอาจารย์ที่สืบทอดมาแต่ครั้งโบราณ

บัดนี้เราเป็นผู้หลุดพ้นจากการอธิษฐานในอดีตชาติหรือในชาติปัจจุบันที่เคยไปอธิษฐานเอาไว้ทั้งปวง ต้องลด ละ เลิกกรรมชั่วทั้งปวงทันที ถือศีล 5 เท่าที่จะทำได้อย่างให้ด่างพร้อยหรือขาดข้อใด ถ้าขาดต้องสมาทานศีล 5 ใหม่ทั้งหมด หมั่นสร้างบุญกุศลอย่าได้ขาด ให้เป็นเหมือนเราต้องกินข้าวเพื่อเสริมกำลังทุกวัน การสร้างบุญก็เหมือนกันที่ต้องสร้างตลอดเวลา ยิ่งในคนที่มีปัญหาในความรักทุกเรื่องต้องเร่งทำเสีย

ในทุกเช้าและก่อนนอน อย่าลืมหมั่นสวดมนต์ทำสมาธิเจริญภาวนา และอุทิศบุญไปถึงคนรักคู่รัก สามีหรือภรรยา เจ้ากรรมนายเวรทุกครั้ง

 

ขอบุญรักษาทุกท่าน

ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

Older Posts »