Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for กุมภาพันธ์, 2015

คนเป็นจำนวนมากที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไร้ความสุข ที่ต้องฝืนทนนั้นก็เพราะต้องการเงินค่าจ้างหรือจากการค้านั้นมาใช้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว รวมถึงนำเงินนั้นแก้ไขในสิ่งต่างๆ ในชีวิตให้ดีขึ้นหรือพอประทังไปได้เหตุใดทำงานแล้วไม่มีความสุข

 

เราจึงพบเห็นคนที่ทำงานมากมายที่หน้าบูดหรือไร้ความรู้สึก ดูเหมือนจะมีอารมณ์ที่ฉุนเฉียวพร้อมที่จะอาละวาด พร้อมที่จะระบายอารมณ์ใส่คนทุกคนที่เข้าไปใกล้

 

เราจึงพบเห็นคนที่เหมือนหุ่นยนต์ที่ขาดวิญญาณ ขาดความสดใสในชีวิต ทำงานแบบสักแต่ว่าทำให้มันเสร็จๆ หน้าที่ไป

 

เราจึงเห็นพ่อค้าแม่ค้าที่น่าตัวบูด ไม่มีรอยยิ้มให้ใคร ทำนองที่ว่า จะซื้อก็ซื้อ ไม่ซื้อก็ช่าง ดูเหมือนไม่สนใยดีอะไรเลยกับในสิ่งที่กำลังทำอยู่

 

คนที่ทำงานในที่ทำงานที่มีแต่ความวุ่นวาย มีการอิจฉาริษยากันตลอดเวลา หรือสถานที่ทำงานอยู่ในแหล่งอันไม่เป็นมงคล ไกลจากความเจริญ หรือแม้กระทั่งอยู่ในแหล่งความเจริญแต่วุ่นวาย เสียงการจราจรคับคั่งดังจนทำงานแบบไม่มีความสุข

 

หรือใกล้แหล่งทำงานของเครื่องจักรเครื่องกล ใกล้สถานที่ที่เลี้ยงสัตว์ขายเช่นสุนัข ( เห่า) ใกล้โรงงานตีเหล็ก โรงงานเลื่อยไม้แปรรูป เป็นต้น เป็นสถานที่ทำให้เกิดเสียงดังหนวกหู มีเสียงรบกวนไม่สงบ

 

คนที่ตัวติดกับงานจนทอดทิ้งงานเพื่อไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ก็หาคนรับงานแทนไม่ได้ จะออกจากบ้านไปเที่ยวพักผ่อนก็หาคนอยู่ดูแลบ้านให้ไม่ได้ จะปลีกตัวไปไหนๆ ก็จะมีภาระบีบคั้นให้ไปไม่ได้ เช่นหาคนดูแลสุนัข , แมว ให้ไม่ได้ เป็นต้น

 

คนที่ทำงานแบบนี้นั้นน่าสงสารมาก เพราะยังวนเวียนอยู่กับความทุกข์ และแบกความทุกข์ที่มาจากการทำงานนี้ไประบายใส่ลูก ใส่ผัว ฟาดฟันเอาเรื่องกับเมียหรือคนอื่นที่เขาไม่รู้เรื่องด้วยเลย หรือก่อให้เกิดโรคทางจิต มีแต่จะสร้างผลร้ายให้กับตัวเอง เรามาดูกันว่าคนที่ทำงานแล้วไม่มีความสุขนั้นมาจากเหตุใดและจะแก้ไขกันอย่างไร

 

เหตุมาจากกรรมเก่า

 

ต้องเป็นผู้มีกรรมบีบคั้น เพราะถึงแม้จะมีกรรมแต่งมาให้เกิดมาดีในชาตินี้ มีปัญญา แต่ในชาติหนึ่งชาติใดเคยทำกรรมอย่างหนึ่งอย่างใดไว้ เมื่อกรรมนั้นมาส่งผล เข้ามาในชีวิตเป็นกรรมบีบคั้นก็จะไม่มีทางพบความสุข จนกว่ากรรมนั้นจะคลายตัวหรือหมดเวลาการส่งผลแล้ว

 

เพราะในชิตหนึ่งชาติใดต้องเคยเป็นคนที่โมโหร้าย และขี้อาฆาตผูกใจเจ็บผู้อื่นหรือสัตว์ต่างๆ  และมีการสะสมนานมากพอที่จะตามดวงจิตมาส่งผลในชาติปัจจุบันนี้

 

ต้องเคยเป็นผู้ที่ไม่เลื่อมใส ไม่ใส่ใจยินดีในพระธรรมคำสั่งสอน ในบางคนอาจจะถึงขั้นต่อต้านและยุยงให้ผู้อื่นเห็นคล้อยตาม กรรมนี้จะส่งผลให้มีแต่ความร้อนรุ่ม ร้อนรนทุกอย่างในชีวิต เพราะชีวิตไม่เคยได้พบพระธรรมคำสั่งสอนที่เป็นความสงบร่มเย็นแห่งชีวิตเลย

 

เป็นคนที่ชอบใส่ร้ายหรือกุเรื่องขึ้นมา แล้วโยนความผิดให้ผู้อื่น หรือไปก่อกวนให้คนอื่นทำงานไม่มีความสุข หรือเคยเป็นคนจู้จี้ขี้บ่น บ่นแม้สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่นสิ่งของมิให้คลาดเคลื่อนจากที่ตั้งที่วาง บ่นเข้มงวดกวดขันเรื่องวินัย บ่นพร่ำเพื่อทุกเรื่องราว บ่นจนคนข้างเคียงไม่มีความสุข บริวารไม่มีความสบาย ของแตกหักเสียไม่ยอมปลงตกเก็บเอามาพูดบ่นพิรี้พิไรคร่ำครวญ เป็นต้น

 

ต้องเป็นคนที่เคยกักขังผู้อื่นหรือสัตว์ในเวลาสั้นๆ แต่ก็สร้างความทุกข์ใจให้ และกรรมนั้นตามมาส่งผลให้ต้องอยู่โยงทำงานแบบไม่เต็มใจ หรือไม่อยากทำแต่ถูกบังคับให้ทำจนไม่มีความสุข

 

ต้องเป็นคนที่เคยรับปากใครแล้ว ไม่ได้ทำตามที่ให้สัจจะไว้ มาชาตินี้ต้องาชดใช้มาทำให้ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่เมื่อหมดเวลาของกรรมที่ส่งผลก็พ้นหน้าที่นี้ไป

 

วิธีแก้ไข

เราต้องมาพิจารณาดูถึงกรรมในปัจจุบันที่เราทำอยู่ พิจารณาถึงอาชีพที่เราทำนั้น ตรงกับจริต ตรงกับความชอบของตนหรือไม่ หากไปฝืนกรรมอยู่ในอาชีพที่ไม่ใช่ ก็จะไม่พบความสุขเลย เพราะไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองเคยเป็นมาและเคยทำมา ถึงแม้กรรมแต่งให้เกิดมาดีแล้วก็ตาม

 

ซึ่งกรรมแต่งให้เกิดนี้ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า “ชนกกรรม”  ที่มีหน้าที่ส่งมาเกิดและเมื่อได้ทำหน้าที่แล้ว ก็หมดหน้าที่ของกรรมนี้ไป เช่น กรรมแต่งให้เกิดเป็นคน ก็เสร็จแล้ว  ให้เกิดมาเป็นสัตว์ก็เสร็จไป ให้เกิดในนรกก็เสร็จไป

 

แต่การที่จะส่งมาเกิดนั้นต้องมาจากกรรมดีในชาติก่อนๆ ซึ่งการที่ดวงจิตวิญญาณหนึ่งจะเกิดมาเป็นคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากถ้ามีบุญบารมีไม่ถึงขั้นนั้น

 

ก็ยังต้องวนเวียนเกิดเป็นสัตว์ต่างๆ ใหญ่บ้างเล็กบ้าง หรือยังคงต้องทนทุกข์ทรมานชดใช้กรรมอยู่ในนรกจนกว่าจะได้รับผลกรรมที่ทำมาหมดสิ้นเสียก่อน จึงจะมาเกิดเป็นคนได้และต้องมีบุญมากพอสมควร

 

หรืออาจจะเคยเกิดเป็นเทวดาแล้วปรารถนาที่ขอกลับมาเกิดมาเป็นคนอีกครั้ง เพื่อสร้างบุญบารมีต่อ เพราะเทวดาบางตนนั้นไม่สามารถสร้างบุญบารมีได้ด้วยตัวเอง เพราะไม่มีรูปหรือไม่ร่างกายนั่นเอง

 

พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า ภพภูมิที่สัตว์ทั้งหลาย ที่จะต้องเวียนว่ายตายเกิดนั้นมีถึง 31 ภพภูมิ คนไม่จำเป็นว่าต้องเกิดเป็นคนทุกครั้ง  คนอาจจะไปเกิดเป็นหมาข้างถนนก็ได้

 

หมาก็อาจมาเกิดเป็นคนได้  เทวดาก็อาจไปเกิดเป็นเปรตก็ได้  เปรตก็อาจไปเกิดเป็นมนุษย์ได้  มนุษย์ก็อาจไปเกิดเป็นพรหมได้ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับว่ากรรมดีและกรรมชั่วอย่างใดมีอำนาจมากกว่าและถึงเวลาส่งผลจะนำพาให้ไปเกิดในภพภูมิไหน

 

เพราะทุกคนในอดีตชาตินั้นเมื่อเคยทำกรรมหรือกระทำอะไรที่ซ้ำๆ กันนั้น ดวงจิตเดิมนั้นจะบันทึกความทรงจำเหล่านี้ไว้ ยิ่งทำกรรมนั้นมากขึ้นเท่าใด ก็จะติดตัวมามากขึ้นเท่านั้นและมีส่วนสำคัญที่จะเป็นชะตาชีวิตของคนในชาติใหม่ทีเดียว

 

คนที่เคยเป็นพ่อค้ามาก่อน ในชาติต่อมาก็ย่อมเป็นพ่อค้าที่เก่งกาจอีกครั้ง มีหัวการค้า คิดอะไรเป็นเงินเป็นทองไปหมด เพราะความเคยชิน เป็นคนขยันขันแข็งนอนดึกตื่นเช้า รู้จักการออมและรู้เส้นทางที่จะทำให้การค้านั้นเจริญรุ่งเรือง เมื่อกลับมาเกิดเป็นคนจิตจึงมุ่งไปทางการค้าและอยากเป็นพ่อค้าอีกครั้ง

 

ตัวอย่าง เช่น เจ้าสัวท่านหนึ่งที่คนไทยรู้จักกันดี ท่านได้รับการบอกจากครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งว่า ในอดีตชาติที่ผ่านมาท่านก็เคยเป็นเจ้าสัว เป็นมหาเศรษฐีมาก่อน และได้ทำทานมาก พอมาในชาตินี้ก็มาเกิดเป็นคนรวยอีกครั้ง มีพรรคพวกบริวารเก่งๆ มากมายเพราะเคยทำทานไว้มาก

 

คนที่เคยเกิดเป็นทหารรับใช้ชาติ รับใช้แผ่นดิน มีความเคยชินในการปกป้องช่วยเหลือผู้อื่นและส่วนรวม เมื่อกระทำบ่อยๆ เข้าก็กลายเป็นนิสัย เป็นบุคลิก เป็นความทรงจำ เป็นแรงบันดาลใจที่มาจากความชอบ เมื่อกลับมาเกิดใหม่จึงมักอยากเป็นทหารอีกครั้งหรือมีอาชีพที่คล้ายๆ กัน

 

หากใครมีคนรู้จักที่เป็นนายทหารใหญ่ นายตำรวจใหญ่ ลองไปถามท่านเหล่านั้นดูก็ได้ว่า ท่านเคยฝันว่าตนเองเคยเป็นทหารมาก่อนหรือไม่ เท่าที่รู้จักและฟังว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์จะฝันเห็นการรบ การสงครามเห็นตนเองแต่งชุดทหารโบราณทั้งสิ้น ซึ่งเป้นความทรงจำเดิมที่ติดมาทั้งสิ้น

 

พระอริยสงฆ์ที่เราเคารพนับถือในการประพฤติชอบ ปฏิบัติชอบนั้น ท่านต้องเคยเกิดในภพก่อนและต้องเคยบวชเรียนในพระพุทธศาสนาแน่นอน ในชาตินี้ท่านเกิดมาตามแรงอธิษฐานกรรมที่ต้องการมาเรียนรู้ มาสร้างบุญบารมีต่อ

 

บางท่านปรารถนานิพพาน บางท่านปรารถนาเป็นพระโพธิสัตว์เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก บางท่านปรารถนาที่จะสู่การเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าท่านเหล่านี้ถ้ายังไม่ถึงตามแรงอธิษฐานกรรมแล้วไซร้ท่านต้องกลับมาเกิดและได้บวชเรียนในพระพุทธศาสนาแน่นอน แม้จะมีกรรมใดมาส่งผล หรือมาขวางทางท่านไม่ให้บวชเรียน แต่ในที่สุดท่านก็จะต้องมาบวชเป็นสาวกของพระพุทธองค์แน่นอน

 

ให้ลองสังเกตเลยก็ได้ว่า มีคนมากมายที่เราพบเห็นพยายามที่จะฝืนกรรมนี้ แต่ทว่าไม่สำเร็จ เราจึงเห็นพ่อค้าหลายคนที่ล้มละลาย ชื่อเสียงเกียรติยศป่นปี้เพราะไปฝืนกรรม ซึ่งเขาเองนั้นไม่ได้มีความทรงจำหรือกรรมที่มาจากการเป็นพ่อค้าที่เก่งกาจมาก่อน อาจจะถนัดในอาชีพอื่นๆ มากกว่า

 

หรือเห็นทหาร ตำรวจ หรือคนที่รับราชการมากมายต้องลาออก ถูกไล่ออกหรือปลดออกทั้งๆ ที่รับราชการได้ไม่นาน แต่เมื่อมาอยู่ในอาชีพพ่อค้ากลับเจริญรุ่งเรืองกลายเป็นมหาเศรษฐี ก็เพราะในอดีตชาตินั้นต้องเคยเป็นมหาเศรษฐีมาก่อน และเป็นซ้ำๆ มาหลายชาติภพแล้วด้วย อาจจะเป็นชาติที่ติดๆ กันนี้และยังมีกำลังมากพอที่จะส่งมาเกิดอีกครั้ง

 

ส่วนที่ต้องเกิดมาและต้องรับราชการนั้นอาจจะเป็นบางชาติที่เคยเป็นมาเช่นกันแต่กำลังของกรรมที่จะส่งผลนั้นไม่พอหรือน้อยกว่ากรรมที่เคยเป็นคนรวยมาก่อน แม้ในชาตินี้ต้องมารับราชการแต่เป็นชั่วสั้นๆ เท่านั้น เมื่อถึงเวลาแล้วก็ต้องออกจากราชการไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ไม่มีใครใหญ่กว่ากรรม และหนีกรรมไปได้

 

ในทางพระพุทธศาสนานั้น เรื่องของมโนกรรมหรือกรรมที่เกิดจากใจนั้นถือว่าสำคัญที่สุด สำคัญกว่าทางกายและทางวาจา เพราะใจของตนเรานี่แหละ เป็นผู้บงการชะตาชีวิตทั้งหมด เมื่อใจอยากจะเป็นอะไร ก็จะไปบงการให้เกิดแรงบันดาลใจ เกิดความคิด ใจไปสั่งให้ร่างกายเคลื่อนไหว เกิดการกระทำ เมื่อเกิดการกระทำหรือกรรมก็จะเกิดผลออกมา

 

เช่น เด็กนั้นฝันว่าโตขึ้นอยากจะเป็นทหาร เมื่อใจมันต้องการก็เลยขวนขวายไปหาความรู้ว่าการเป็นทหารนั้นมันดีอย่างไร มันเท่ขนาดไหน มีใครบ้างที่เป็นทหารแล้วดีเก่งกาจ เมื่อรู้แล้วก็เกิดแรงบันดาลใจอยากจะเป็น เมื่อยากจะเป็นก็ไปสั่งให้ร่างกายมันตื่นแต่เช้าอ่านหนังสือเพื่อจะสอบเข้าไปเรียนโรงเรียนทหารให้ได้

 

ใจก็ไปสั่งให้ออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อ สร้างความพร้อมในการสอบทางกายภาพที่โรงเรียนทหารนั้นกำหนด เมื่อมีเหตุและปัจจัยพร้อมมูล ถึงเวลาที่ผลของกรรมเก่านั้นส่งผลด้วยแล้ว ก็สามารถสอบเข้าเป็นทหารได้สมใจ เราจะเห็นว่าเริ่มจากใจก่อนทั้งสิ้น

 

ดังนั้นวิธีแก้ไขเบื้องต้นให้ได้ผลที่สุดก็คือ ให้แก้ที่ใจก่อน ให้ใช้ใจคิด!!!

 

ให้ใช้ใจมองเห็นในมุมที่ดี ข้อที่ดีของการทำงานนั้นขึ้นมา ว่าที่เรากำลังทำอยู่นี้เกิดผลดีอะไรกับชีวิตบ้าง คิดให้ออกมาเป็นข้อๆ เลยก็ยิ่งได้

 

-ทำให้เรามีรถยนต์ขับไปไหนมาไหนได้

– ทำให้ลูกเราได้เรียนหนังสือ

-ทำให้เราไม่หงอยเหงาเศร้าซึม

-ทำให้เราเป็นคนที่ไม่ไร้ค่า ไม่ถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่เอาไหน

ฯลฯ

 

คิดออกมาให้มากที่สุดในด้านบวก และมาดูสิว่าเรามีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้เราอารมณ์เสีย ไม่สบายใจไม่มีความสุขเลยในการทำงาน เพื่อนร่วมงาน บรรยากาศรอบตัว หรืออะไรก็ได้ที่เราเห็นว่าเป็นเหตุที่ทำให้เราไม่มีความสุข

 

ต้องพยายามค้นหาให้เจอ การเปลี่ยนงานบ่อยๆ เพราะรู้ว่าตัวเองไม่มีความสุขนั้น ต้องให้เหตุและผลพิจารณาอย่าใช้อารมณ์ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องหยุดเสียก่อน

 

หยุดที่จะคิดพิจารณาว่า จริงๆ แล้วเราเป็นใคร มีความสามารถด้านไหนและต้องการอะไรในชีวิต

 

ขอให้รับรู้เลยว่า ทุกคนนั้นมีพรสวรรค์ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ซึ่งก็คือ ความทรงจำเดิมที่ตามมาในชาติก่อนๆ แต่อย่าลืมว่า เรานั้นคงต้องวนเวียนเกิดแล้วตาย พอตายแล้วก็เกิดมาหลายชาติเช่นกัน

 

ดังนั้น คงมีพรสวรรค์มากมายที่อยู่ในตัวเราไม่ใช่ออย่างเดียวหรือประเภทเดียวแน่นอน อย่างไอน์สไตน์นั้นนอกจากเป็นอัจฉริยะด้านวิทยาศาสตร์แล้ว ยังเล่นดนตรีเก่งมากถึงขั้นเป็นถ้าคิดจะเปลี่ยนอาชีพก็สามารถศิลปินระดับโลกได้เลย

 

นักกีฬาบางคนนอกจากจะเล่นกีฬาเก่งแล้ว ยังมีความสามารถด้านอื่นๆ ที่เก่งกาจไม่แพ้กันด้วย บางครั้งก็เป็นพรสวรรค์แต่บางครั้งก็ทำพรแสวงให้กลายเป็นพรสวรรค์

 

สำหรับความหมายของคำว่า พรแสวงนั้น เป็นการฝึกพรสวรรค์ที่มีน้อยให้มีมากขึ้น จนเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของตนเองได้ หลายคนที่มีความมานะ บากบั่นและไม่ย่อท้อ ก็สามารถพัฒนาพรแสวงมาเป็นพรสวรรค์ได้เช่นกัน

 

หรือในบางคนไม่รู้ว่าตนเองนั้นมีพรสวรรค์ด้านนี้ซุกซ่อนอยู่ แต่เมื่อค้นพบไม่ว่าจะเป็นเหตุบังเอิญหรือโดนบีบคั้น หรือมีจุดเปลี่ยนในชีวิต ก็จึงค้นพบพรสวรรค์นี้และพัฒนาขึ้นมามีให้คุณประโยชน์ต่อชีวิตได้

 

คนบางคนที่มีอาชีพเป็นช่าง วันๆ มือคลุกอยู่กับเครื่องมือกลไก ดูเหมือนจะทำอะไรที่ประณีตมากกว่านี้ไม่ได้ แต่เชื่อไหมว่า หลายคนเขียนรูป หรือทำอาหารเก่งกว่าคนที่เรียนมาหรือบอกว่ามีพรสวรรค์เสียอีก

 

มีเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับศิลปินท่านหนึ่งขอเอ่ยนามของท่านสักนิด ท่านคือ จรัล มโนเพ๊ชร ใครๆ ก็รู้ว่าจรัลนั้นเป็นคีตกวีเพชรน้ำงามของล้านนา ที่มีพรสวรรค์มากด้านการร้องเพลง และเมื่อเขามีชื่อเสียงโด่งดัง ก็มีค่ายหนัง ค่ายละครต่างๆ มาชวนเขาเข้าสู่วงการแสดง หลายคนต้องล่าถอยออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายของจรัลที่ว่า

 

“ผมไม่ถนัด ผมเกิดมาเพื่อร้องเพลง”

 

แต่ในที่สุด เมื่อทนต่อการร้องขอบ่อยครั้งและด้วยความเกรงใจ และไม่อยากให้ใครเสียใจเมื่อร้องขอความช่วยเหลือ ที่เป็นคุณสมบัติเด่นอีกข้อหนึ่งของจรัล ทำให้เขาเดินเข้าสู่วงการแสดง และหลังจากนั้นเป็นต้นมา คนทั้งประเทศนี้จึงรับรู้ว่านอกจากการร้องเพลงที่เป็นพรสวรรค์ของจรัลแล้ว

 

การแสดงก็คือ อีกหนึ่งพรสวรรค์ของจรัลที่ซุกซ่อนอยู่ และจรัล มโนเพ๊ชร ได้รับรางเกียรติยศมากมายที่การันตีถึงความสามารถด้านการแสดงของเขา

 

ในทางพระพุทธศาสนาท่านได้กำหนดให้มีองค์ธรรมหนึ่งคือ ธรรมที่ควรกำหนดหรือตั้งไว้ในใจ และหมั่นพัฒนาอยู่เสมอเพื่อให้งาที่ทำนั้นสำเร็จประโยชน์ในสิ่งที่ตนพึงปรารถนาองค์ธรรมนี้เรียกว่า “อธิษฐานธรรม คือ

 

-ปัญญา คือ มีความรอบรู้ถึงเรื่องราวความเป็นไปได้ข้อมูลที่ถูกต้องแท้จริงของสิ่งที่ตนได้ตั้งความปรารถนาไว้

 

-สัจจะ คือ ความจริงทั้งใจวาจาและการกระทำอย่างมั่นคงไม่หวั่นไหว

 

-จาคะ คือ การยินดียินยอมเสียสละอุทิศตนทุ่มเทเวลาสติปัญญากระทำการต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนปรารถนาและ

 

-อุปสมะ คือ รู้จักหาความสงบใจได้แก่การทำใจให้เป็นอุเบกขาปลอดพ้นจากอคติทั้งปวง เพื่อให้จิตมีความสดใสสะอาดเป็นอิสระสามารถพัฒนาปัญญาขึ้นได้

 

เคล็ดสำคัญที่จะทำให้ทำงานมีความสุขและเจริญก้าวหน้าไปตลอดกาล

1.หมั่นสวดมนต์ เจริญสมาธิภาวนาอย่าได้ขาด และถ้าในช่วงเวลาในแต่ละวันก็พยายามสวดในใจ เพื่อให้เกิดฤทธิ์ทางใจ ช่วยให้มองเห็นแก่นแท้ของงานและจะเพิ่มความสุขในการทำงาน

 

2.หมั่นให้ทานโดยไม่เลือกว่าเป็นใคร ถ้าเป็นคนที่ไม่รู้จักจะยิ่งดี เพราะจะทำให้ใจนั้นยกระดับขึ้น เพิ่มเมตตาบารมีให้กับตนเองมากขึ้นๆ ยิ่งให้ทานมากเท่าใด จะยิ่งทำงานให้เป็นสุขมากขึ้น และโดยเฉพาะกับผู้ร่วมงาน หรือคนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นคู่ค้า  ลูกค้า ขอให้หมั่นทำทานอย่าได้ขาด

 

3.หมั่นดูแลคนในบ้าน บริวาร สัตว์เลี้ยงให้อยู่อย่างมีความสุข และโดยเฉพาะลูกหลาน บริวารต้องอย่าดุด่ามาก ส่งเสริมเขาให้ดีที่สุดด้วยทางแห่งความดี เพราะลูกหลาน บริวารนั้นคือ เจ้ากรรมนายเวรโดยตรงที่ติดตัวเห็นชัดที่สุด

 

4.หมั่นใส่บาตรและถวายน้ำสะอาดควบคู่กันไปทุกครั้ง ครูบาอาจารย์ท่านว่าจะเกิดลาภอันสมบูรณ์ไม่มีขาดตอน และพบกับความสุขตลอดไป

 

  1. ทำการเชื่อมบุญหรืออุทิศบุญกุศลที่ทำนั้นให้กับเทพเทวดาที่รักษาตัว รักษาสถานที่ทำงานหรือร้านค้า ลุกค้าผู้มีพระคุณที่มาอุดหนุน ทุกคนที่เกี่ยวข้องในงาน และที่คิดว่าจะต้องติดต่อกันหรือต้องขอความช่วยเหลือจากเขาไม่ว่าเรื่องใด การที่คนนั้นมาพบปะหรือทำงานร่วมกันนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะเคยมีกรรมผูกพันร่วมกัน เคยต้องมีทั้งบุญและกรรมร่วมกัน

 

การเชื่อมบุญด้วยการอุทิศบุญไปให้คนที่เราต้องการติดต่อ คนที่ทำงานร่วมกันหรือทำมาค้าขาย จะเป็นการกระตุ้นบุญเก่าให้เชื่อมกันอีกครั้ง ทำให้ทำงานราบรื่นและมีความสุข

 

Advertisements

Read Full Post »

หลายคนคงประสบปัญหาแบบนี้กันไม่มากก็น้อย ประเภททำงานด้วยความมานะขยันหมั่นเพียร ซึ่งมองดูเผินๆ ดูแล้วน่าจะเกิดผลดีในการเลื่อนขั้น เลือนตำแหน่งแต่พอถึงคราวที่จะต้องขึ้นในตำแหน่งที่สูงกว่า ก็จะมีคนคอยขัดขวาง หรืออาจจะมีคนอื่นตัดหน้าแซงคิวไปก่อนเสมอ  ประเภทโดดข้ามห้วยมาจากไหนไม่รู้เหตุใดทำงานแล้วไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งหรือโดนขัดขวางไม่ให้ก้าวหน้าเท่าที่ควร

 

ที่อาจจะเป็นคนของนาย หรือเป็นคนที่มาจากหน่วยงานอื่น ยิ่งคนที่ต้องทนพบเจอเพื่อนร่วมงานประเภทที่ชอบประจบเจ้านายผลงานไม่มี ความดีไม่ปรากฏแต่ได้ 2 ขั้นทุกปีทั้งๆ งานไม่เห็นจะทำแต่เดินถือกระเป๋าให้เจ้านาย อย่างนี้มันก็น่าจะเจ็บกระดองใจ

 

คนที่เจอเรื่องแบบนี้บ่อยๆ ก็อาจจะกลายเป็นคนใจด้าน ที่หมดหวังในอาชีพการงาน ไม่คิดจะกระตือรือร้นอะไรแล้ว เพราะทำไปแล้วก็ไม่มีความหมายอะไร หรือบางคนท้อใจหันหลังให้กับที่ทำงานแห่งนั้นและสาปส่งไปเลย

 

อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่ออนาคตในการทำงานทั้งนั้น ขอให้รับทราบไว้สักนิดว่า การที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นนั้นมีที่มาและที่ไป รวมถึงวิธีการแก้ไขอย่าเพิ่งท้อใจไป ลองมาดูว่าเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง และต้องแก้อย่างไรดีกว่า

 

เหตุจากกรรมเก่า

เหตุเกิดจากการที่ตนเองในชาติหนึ่งชาติใด ถึงแม้จะเป็นคนที่ทำงานอย่างขยันแต่เป็นคนชอบริษยา เห็นผู้ใดดีกว่าท่านก็จะจ้องชอบผิดและสร้างเรื่องหลอกลวงให้คนนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียง และคอยใส่ร้ายผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา

 

เกิดจากแม้ตัวเองจะชอบทำงาน หมั่นทำความดีเสมอ แต่ในโอกาสเดียวกันก็ทำความชั่วไปด้วย คือ ความดีมีความชั่วเป็นตัวถ่วง ผลของกรรมดีจึงชักช้า หรือผลของกรรมดีมีความทุกข์แทรกซ้อนปะปนไปด้วย เช่น ทำงานเก่งแต่ก็กินเหล้ากิน เล่นการพนันเก่ง หรือมีชื่อเสียในเรื่องชู้สาวในที่ทำงาน

 

เกิดจากการที่ส่งเสริมให้บริวารนั้นทำผิดหรือไม่คอยห้ามปรามตักเตือนสั่งสอน หรือเลี้ยงลุกตามใจแม้รู้ว่าลูกทำผิดก็ยังเข้าข้างไม่ลืมหูลืมตาดูความจริง

 

เกิดจากการทำบุญที่มีบาปปะปน เช่น ชอบทำบุญแต่บีบบังคับให้คนอื่นหรือบริวารมาช่วยโดยที่เขาไม่เต็มใจ หรือเบียดบังบุญแอบอ้างบุญของคนอื่นมาเป็นของตัวเพื่อเอาหน้า หรือฆ่าสัตว์เพื่อเอามาทำบุญ

 

เป็นผู้ที่ชอบเอาความดีใส่ตัว เอาความชั่วโยนให้คนอื่น และไม่ตอบแทนบริวารตามที่เขาควรจะได้หรือปิดทางความเจริญของผู้อื่น เพราะไม่อยากให้บริวารเหล่านั้นหนีไปจากตน และเคยเป็นผู้ที่ชอบหน่วงเหนี่ยว กักขังบริวารไม่ให้พบกับความสุข เช่น เขาอยากจะแยกตัวออกไปมีกิจการของตนเองก็ไม่อนุญาตให้ไป
เป็นผู้ที่ชอบเยาะเย้ยผู้ปฏิบัติธรรม หรือถึงขั้นขัดขวางไม่ให้เขาเจริญธรรมได้ และยังมีอีกมากมายที่เป็นเหตุให้เกิดผลกรรมออกมาที่ทำให้งานที่ทำนั้นไม่ได้รับการส่งเสริม

 

วิธีแก้ไข

ต้องพิจารณาว่าเหตุที่มาจากกรรมเก่า ในชาตินี้เรายังคงประพฤติอยู่อีกหรือไม่ ถ้ายังมีส่วนใดที่ทำอยู่ต้องเลิกเสียทันที พระพุทธเจ้าตรัสสอนเสมอว่า ให้แต่ละคนพยายามพิจารณาตัวเองว่า ในปัจจุบันเรากำลังทำอะไรอยู่ เพื่อให้ใช้สติไตร่ตรองว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นถูกหรือผิด และให้ใช้สติสัมปชัญญะยับยั้งชั่งใจไม่ให้ตนหลงไปทำในสิ่งที่ผิด

 

ให้ฝึกพิจารณาตนเองดีกว่าจะมัวไปนั่งจับผิดคนอื่น

การที่เราไม่ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งนั้น ลองพิจารณาจากตนเองก่อนว่า เราได้ทำทุกอย่างสุดความสามารถแล้วหรือยัง เพียงพอแล้วหรือไม่กับความสำเร็จที่ควรจะได้รับ งานที่ทำนั้นมีคุณค่าและประโยชน์เพียงใดทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น

 

ฝึกฝนใจตนเองให้รู้จักประมาณตน รู้จักพอในความต้องการของตน ไม่อยากมี ไม่อยากได้จนเกิดความไม่สบายใจ

 

สำหรับคนที่ยังคิดว่าต้องการแก้ไขในเรื่องความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน มีหลักง่ายๆ ในการทำงานที่เกิดผลและสร้างแรงจูงใจให้เจ้านาย เพื่อนร่วมงานและลูกน้องได้ประจักษ์ถึงความสามารถของตน

  • ควรเพิ่มความสามารถในการทำงานที่เหนือเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ทั้งในด้านไหวพริบ ปฏิภาณ ความขยัน ทุ่มเท และความอดทน
  • เพิ่มความสามารถในการมีมนุษย์สัมพันธ์ การวางตัวกับทุกๆ คน หรือเข้าสังคมขององค์กรได้ในระดับดี หรือยอดเยี่ยม
  • เพิ่มความสามารถในการควบคุมตนเองทั้งในด้านอารมณ์ ต่อความกดดันทั้งหลายที่เกิดขึ้นในองค์กร โดยเฉพาะจากการทำงานที่ผิดพลาด
  • เพิ่มความสามารถในการประสานงาน หรือสร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นกับคู่ค้า หรือลูกค้าขององค์กร ที่ต้องมีการติดต่อสัมพันธ์ด้วย
  • เพิ่มความสามารถในการควบคุมวางแผน และจัดระเบียบชีวิตทั้งสามด้าน อันได้แก่ ชีวิตการทำงาน ชีวิตครอบครัว ชีวิตส่วนตัว ได้อย่างลงตัว ไม่เหลื่อมล้ำกันและกัน จนทำให้เสียการควบคุมด้านใดด้านหนึ่งลงไปอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ

 

หากคุณพบว่าเพื่อนร่วมงานนั้นประสบความสำเร็จ เจ้านายรักใคร่ และเพื่อนร่วมงานยกย่องนับถือ นั่นก็เพราะเขาเป็นคนมีคุณภาพ จึงควรชื่นชมยินดีอย่างจริงใจ และนำคนๆ นั้น มาเป็นเป้าหมายที่คุณจะต้องเอาชนะเขาให้ได้ ด้วยวิธีการที่ถูกต้องเท่านั้น หรือจะนำมาเป็นครูของการทำงานก็ย่อมกระทำได้ด้วยใจที่นอบน้อม

 

แต่สำหรับเพื่อนร่วมงานคนใดก็ตาม ที่เห็นว่าพวกเขาเป็นที่รักของเจ้านาย เป็นคนที่เพื่อนร่วมงานยอมรับนับถือด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ก็ไม่ควรที่จะนำมาเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะท้ายที่สุดไม่ว่าวันใดวันหนึ่ง ก็ต้องได้รับผลของการกระทำนำไปสู่ความล้มเหลวในที่สุด เพราะกรรมนั้นอย่างไรก็ต้องส่งผลไม่มีใครห้ามได้

การประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน คือสิ่งที่คนทำงานทุกคนล้วนปรารถนา ดังนั้นจึงนำไปสู่แสวงหาวิธีการเพื่อให้ได้มา หลายคนจึงพยายามหาทางลัดเพื่อประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ด้วยการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

เป็นการได้มาอย่างฉาบฉวย ซึ่งผลสุดท้ายความสำเร็จที่ได้รับจึงเป็นสิ่งที่อยู่ได้ไม่นาน เพราะเหตุมันไม่ดีตั้งแต่ต้น ผลจึงออกมาไม่ดี ความสำเร็จจอมปลอมเหล่านี้ไม่ได้มาความตั้งมั่น ไม่ได้มาจากความมุ่งมั่น ไม่ได้มาจากความอุตสาหะ และการอดทนรอคอย  จึงไม่สามารถต่อยอดความสำเร็จให้ก้าวหน้าไปมากกว่าที่เป็น เพราะไม่มีการพัฒนาฝีมือและเป็นการเพิ่มศักยภาพที่แท้จริงของตน

เมื่อถึงเวลาที่ต้องพิสูจน์ด้วยผลงานที่ได้รับมอบหมายในระดับที่ยากกว่า อัตราเสี่ยงสูงกว่า ซึ่งเจ้านาย ผู้บริหารหรือผู้หลักผู้ใหญ่ ไว้วางใจให้แก้ไขหรือปฏิบัติ ก็จะนำมาซึ่งความทุกข์ เพราะไม่มีความสามารถอย่างแท้จริง ซึ่งจะไปขอความช่วยเหลือจากคนที่เคยเป็นบันไดให้เหยียบย่ำขึ้นมานั้น คงจะเป็นไปไม่ได้!

จริงอยู่ที่วิธีการทางลัดสามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เช่น การใช้เส้นสาย หรือประจบประแจงผู้หลักผู้ใหญ่ การหักหลัง ลอบแทงข้างหลังเพื่อน

แต่ขณะเดียวกันความสำเร็จนั้น ก็จะเต็มไปด้วยเสียงสาปแช่ง ความโกรธแค้น ชิงชัง จากคนผู้ร่วมงานที่ถูกกระทำด้วยเช่นกัน เป็นกระแสกรรมที่ขัดขวางความสำเร็จไว้ตลอด อย่างแรกที่ต้องเจอคือ กระแสความไม่พอใจที่รุมรอบล้อมข้าง จนใจไม่เป็นสุขหวดระแวงไปทุกฝีก้าว

ซึ่งแตกต่างจากคนที่ประสบความสำเร็จด้วยความสามารถของตนเอง เพราะได้เรียนรู้ พัฒนาเพิ่มขีดความสามารถ จนสามารถมองเห็นจุดบกพร่อง ข้อดี ข้อด้อย หรือรายละเอียดที่ลึกซึ้งของงาน อันจะนำมาซึ่งความสำเร็จในหน้าที่การงานในระดับขั้นต่อๆ ไป

ดังนั้นการจะเป็นคนที่เจ้านายรัก และเพื่อนร่วมงานยอมรับนับถือ ต้องมาจาก “วิธีที่สะอาด ถูกจริยธรรมและศีลธรรม”

 และที่สำคัญที่สุดก็คือ สมดุลทั้งโลก สมดุลทั้งธรรม

จึงจะเป็นหนทางที่ถูกต้องและสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ น่าสงสารที่คนจำนวนมากที่ใช้วิธีสกปรกหรือวิธีผิดๆ  เพราะวิธีการคิดที่หลงผิดนี้เอง ที่จะทำให้เกิดการกระทำหรือก่อกรรมไม่ดีขึ้นมา ความคิดที่หลงผิดจะไปเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดีถูกเพาะที่จิตสำนึกที่ไม่ดีของคนทำงาน ทำให้เกิดความทะยาน อยากได้ อยากมีเข้าครอบงำ ซึ่งนั้นก็คือ จุดเริ่มต้นแห่งหายนะอย่างแท้จริง

หลายคนเริ่มจากความผิดเล็กๆ น้อย ทำไปเรื่อยๆ โดยคิดว่าไม่มีคนรู้ บาปเหล่านั้นจะไปสะสมตัวไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นบาปก้อนใหญ่ ที่ปิดบังความก้าวหน้าในชีวิตในบั้นปลาย

ก่อนจะจบในบทนี้ ผมมีสูตรแห่งความสำเร็จที่ใช้ในทั้งการทำการค้าการทำงานทุกชนิดในโลกนี้มาฝาก ว่าถ้ามี 3 สิ่งนี้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ก็จะไม่มีอะไรจะมาขวางกั้นความสำเร็จของทุกคนได้เพราะเป็นกฎธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ และได้มีการพิสูจน์มาแล้วทั่วโลกว่าเกิดผลได้จริงถ้าได้ปฏิบัติอย่างเข้าใจ

1.ความสม่ำเสมอ

คนที่ทำงานทุกคนนั้นต้องมีตัวนี้เป็นตัวแรก เพราะความสม่ำเสมอนั้นจะทำให้เกิดผลงานที่ดี มีความขยันเสมอต้นเสมอปลาย ต้นเป็นอย่างไรปลายก็เป็นแบบนั้น สร้างความดีงามตลอดเวลา ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ความสม่ำเสมอนั้นจะทำให้ผลงานนั้นพอกพูนขึ้นมา

2.มากพอ

นอกจากมีความสม่ำเสมอแล้วเราต้องรู้ในงานที่เราทำนั้น ต้องมากพอที่จะเกิดผลได้ เช่นเดียวกับเราตักน้ำใส่ตุ่ม เราตื่นขึ้นมาแต่เช้ามืดทุกวันไม่เคยขาดและเกียจคร้าน แบบนี้เรียกว่า สม่ำเสมอแน่ๆ แต่ปริมาณน้ำที่เราตักมาใส่ตุ่มน้ำนั้นต้องมากพอที่จะใช้ประโยชน์ได้

เราอาจจะหลงผิด คิดผิดว่า ตักน้ำแค่วันละถังนั้นคงจะพอ แต่ในความจริงยังไม่พอที่จะเอาไปประโยชน์อะไรได้ ใช้ซักผ้าก็ไม่พอ อาบน้ำก็ได้แต่ราดตัว จะเอามาใช้ล้างสบู่ที่ฟอกตัวก็ไม่พอ

เช่นเดียวกันการงานที่เราทำนั้น เราต้องมีการคำนวณให้รู้อย่างแจ่มแจ้งว่า ปริมาณงานเท่าใด หรือทำการค้าควรจะได้กำไรเท่าไรเราถึงจะอยู่ได้และมีความสุขได้จากงานที่เราทำนั้น

3.นานพอ

เรื่องนี้เป็นจุดสำคัญ คนที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำงานนั้นจะขาด 3 ตัวนี้หรือบกพร่องข้อใดข้อหนึ่ง เพราะขาดความอดทนที่จะรอคอยความสำเร็จได้ เป็นคนใจร้อนที่ต้องการให้ผลงานออกมาไวๆ เกินไป ในความจริงแล้วทุกความสำเร็จนั้นต้องมีเวลาของมันเอง ที่จะสะสมจนเกินผล

หลายคนเรียกว่า “กฎแห่งการสะสม”  ที่ต้องใช้เวลาสะสมบ่มเพาะไปที่ละเล็ก ทีละน้อย จนถึงเวลาและทุกอย่างจะพร้อมพรั่งบริบูรณ์ เหมือนกับการเก็บเงินคงไม่มีใครเก็บเงินทีเดียวแล้วรวยมีความสุขได้เลย ต้องค่อยๆ สะสมวันละเล็กๆ วันละน้อย ใส่ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ

การทำงานก็เช่นกัน ต้องให้มีจำนวนหรือปริมาณเนื้องานที่มากพอ มีการอดทนสะสมงานและความสำเร็จนั้นให้นานพอ เหมือนเก็บเงินละบาท สองบาทจนมันเต็มกระปุก แล้วเมื่อถึงเวลาที่ต้องการจะใช้ก็นำไปใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยตามที่เรานั้นปรารถนา

เคล็ดลับ 3 ข้อนี้สร้างคนทำงานให้ยิ่งใหญ่และร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีกันมานักต่อนักแล้วครับ

 

เคล็ดสำคัญที่จะทำได้รับการส่งเสริมในหน้าที่การงานและค้าขายให้รุ่งเรือง

1.ต้องเป็นคนที่มีสัจจะ เวลารับปากใครแล้วต้องทำตามที่พูด หากมีเหตุขัดข้องอะไรก็ตาม ต้องบอกเขาล่วงหน้า อย่าเป็นคนที่ไปสร้างความหวังให้ใครแล้วไม่ทำตาม เพราะจะไปสร้างกรรมที่ไปเป็นอุปสรรคกรรมขวางทางความสำเร็จของตนเองไว้

2.ควรจะถือศีล 5 และถือศีล 8 ในวันพระถ้าทำได้สวดมนต์และทำสมาธิอยู่สม่ำเสมอทุกวัน เพื่อสร้างฤทธิ์ทางใจ ให้ใจตนเองนั้นกล้าแกร่งพอที่จะสู้กับอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต ทั้งเล็กและใหญ่และเพื่อสร้างสิริมงคลให้กับตนเอง

3.ต้องรู้จักอุทิศบุญกุศลที่ทำไปให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กระแสบุญนั้นไปคลายความขัดแย้ง ความอาฆาตที่เจ้ากรรมนายเวรมีกับเราให้น้อยลง เปิดทางให้กรรมดีที่ทำส่งผลหนุนงานให้เข้าตาผู้อื่น

4.ต้องละเว้นอบายมุขทุกประเภทอย่างเด็ดขาด เพราะหากทำกรรมดีมากแต่ยังคงหมกมุ่นกับอบายมุขทั้งหลาย ผลกรรมที่มาจากอบายมุขนั้นจะไปลดทอนความดีที่ทำมาจนส่งผลน้อยหรืออาจจะไม่ส่งผลเลย

5.หาโอกาสทำมหาสังฆทานใหญ่ตามที่ตนเองมีกำลัง การทำมหาสังฆทานนั้นเป็นเคล็ดการสร้างบุญตามที่ครูบาอาจารย์ค้นพบซึ่งประมวลมาจากการสร้างบุญใหญ่ คือ เมื่อทำสังฆทานตามปกติแล้ว ควรถวายพระพุทธรูปประจำวันเกิดของตน เครื่องบวชครบชุด หนังสือธรรมะ แด่พระสงฆ์ที่มีเนื้อนาบุญสูง เวลาที่ถวายให้ทำเหมือนทอดผ้าป่า คือ หากิ่งไม้มาปักที่ชุดสังฆทาน เอาไตร จีวร ต่างๆ พาดบนไม้ให้พระสงฆ์ท่านชักผ้าออกเป็นการแสดงการรับผ้าป่าที่เราทำ

และการที่จะรู้ว่าพระสงฆ์รูปใดมีเนื้อนาบุญสูง ดูจากวัตรปฏิบัติของท่านเป็นสำคัญไม่ใช่ตามยศ ตามตำแหน่งของท่าน ถ้าไม่รู้จริงๆ ให้ตั้งจิตอธิษฐานถวายส่งตรงกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  หากไม่มีกำลังทรัพย์พอก็ไปร่วมทำบุญกับผู้อื่นตามกำลังที่มีหรือเมื่อเห็นคนอื่นทำก็ร่วมอนุโมทนาบุญด้วย

ข้อสำคัญคือ มหาสังฆทานนั้นต้องมาจากเงินที่บริสุทธิ์ ใจที่บริสุทธิ์ทั้งก่อนให้ กำลังให้และหลังให้

6.งดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ในวันเกิดหรือวันพระ แล้วแต่สะดวก การงดเว้นเนื้อสัตว์นั้น เพื่อเป็นการช่วยไม่ให้มีการฆ่ามากขึ้น และจะทำให้มีสุขภาพที่ดี กำลังใจที่ดีขึ้น

7.หมั่นสงเคราะห์ผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง หวังเพียงให้เขามีความสุขพ้นทุกข์เท่านั้นพอ เห็นคนเดือดร้อนอย่านิ่งดูดาย ควรช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

  1. สงเคราะห์สัตว์ ปล่อยสัตว์เช่น ปลา นก กบ เต่า ที่กำลังทุกข์ยากเท่าที่มีเรากำลังทรัพย์ และก่อนที่จะปล่อยนั้นต้องนำไปถวายพระสงฆ์ให้ท่านร่วมอนุโมทนาและแผ่เมตตาให้ อานิสงส์บุญนั้นจะมากขึ้น หลังจากนั้นให้ทำการผาติกรรม คือ ขอซื้อคืนจากท่านด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันหรือมากกว่า ห้ามน้อยกว่านั้นเป็นอันขาดเพราะจะเป็นการติดหนี้สงฆ์เข้าไปอีก

และเมื่อนำไปปล่อยต้องดูว่าแหล่งที่ไปปล่อยนั้นเหมาะสมกับสัตว์หรือไม่ อย่าไปปล่อยในที่สัตว์อยู่ได้ลำบาก เพราะจะเป็นบาปมากกว่าได้บุญ

9.หมั่นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอพรจากท่านห้ามไปบนเป็นอันขาด เพราะจะไปทำให้ท่านเสื่อม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรบูชาคือ พระสิวลี พระอุปคุต พระสังกัจจายน์ หรือที่ท่านเด่นในเรื่องการทำงานและการค้าขาย

10.ร่วมเป็นเจ้าภาพในการทำกฐินติดต่อกัน 3 ปีขึ้นไป บุญที่ทำนั้นจะช่วยพยุงไม่ให้ตกต่ำอีกต่อไป

บทอธิษฐานและแผ่เมตตาแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง หรือเจ้ากรรมนายเวรที่ขัดขวางการงาน
“ข้าฯ ……(ออกชื่อตัวเอง ถ้าเปลี่ยนชื่อให้ใช้ชื่อเดิม)  ขอแผ่บุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้เคยทำมาตั้งแต่อดีตชาติ ถึงชาติปัจจุบันอันที่สุดประมาณค่าไม่ได้  ส่งถึงผู้ใกล้ชิด อันมี พ่อ แม่ ญาติสนิท ผู้มีคุณที่อุปถัมภ์ช่วยเหลือมาก่อน หนใดหนหนึ่ง แม้อยู่ไกล หรือไม่ได้รับรู้ ก็ขอให้มีสุข มีสุข มีสุขด้วยเทอญ

ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต โดยเฉพาะเจ้ากรรมนายเวรที่คอยขัดขวางการงานที่ทำ….(ระบุงานที่ทำ การค้าที่ขัดข้อง) ขอให้ทุกท่าน ทุกสรรพวิญญาณ โปรดมารับบุญกุศลนี้ เมื่อท่านพอใจและได้รับบุญกุศลนี้แล้ว ขอให้ท่านทั้งหลาย และโปรดให้อโหสิกรรมและถอนตัวจากที่คอยขัดขวางในงาน… (ระบุงานที่ทำ การค้าที่ขัดข้อง)

และตัวข้าพเจ้าขอให้อโหสิกรรมไม่ติดใจในกรรมใดๆ ทั้งสิ้นต่อท่าน หากท่านใดยังไม่ได้รับด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ขอฝากบุญกุศลนี้กับพระแม่ธรณี ท่านท้าวจตุโลกบาล เมื่อพบเห็นท่านเมื่อใด ขอดปรดจงมอบบุญกุศลนี้ด้วยเทอญ

และขอให้พลานุภาพแห่งบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำนี้ ดลบันดาลให้งานที่ทำ การค้าที่เคยติดขัด ให้หมดสิ้นไปด้วยอุปสรรคทั้งปวง ด้วยพลังแห่งบุญนี้โดยเร็วพลันเทอญ

 

 

Read Full Post »