Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for มกราคม, 2015

หลังจากสร้างบุญทุกครั้งให้ ทำการอธิษฐานทุกครั้ง ให้ย้อนกลับไปดูในบทแรกในเรื่อง “อธิษฐานขอเมตตาพระบารมีจากพระพุทธเจ้าและผู้มีบุญมากทั้งปวงทุกวัน” หลังจากนั้นให้กรวดน้ำแผ่เมตตาให้ตนเองก่อนแล้วจึงแผ่เมตตาอุทิศบุญให้ผู้อื่นหลังการทำบุญใด ๆ แล้วต้องทำอย่างไรถึงได้บุญมากสำเร็จทั้งปวง

 

การกรวดน้ำอุทิศบุญกุศล และกล่าวคำโมทนาบุญแบบต่าง ๆนั่นแหละคือความสำคัญที่จะทำให้ผลของบุญมีความสมบูรณ์ทั้งต่อตัวเรา ทั้งผู้รับทาน และ ผู้ที่รอรับบุญที่อยู่ที่อื่น ๆ เรียกว่า การอุทิศบุญหรือการเชื่อมบุญส่งให้ถึงกัน ไม่ใช่เรื่องแปลกลึกลับอะไรซึ่งเป็นข้อหนึ่งในการสร้างบุญในบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการเป็นการแผ่ส่วนกุศลให้แก่ญาติทั้ง มิตรและสรรพสัตว์ได้ ชื่อว่าเป็นปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการแผ่ส่วนบุญโดยที่เราตั้งใจจะส่งบุญไปยังบุคคลที่เรามีความปรารถนาดีให้เขาเหล่านั้นมีความสุข การอุทิศบุญที่ได้ผล มีความง่ายต่อการกระทำ ก็คือการ แผ่เมตตา และ กรวดน้ำ

 

การแผ่เมตตา เป็นการเพิ่มพลังบุญให้ตนเองและผู้อื่นโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้จิตใจอ่อนโยนมีจิตเมตตาเป็นที่ตั้งอยู่ในตนเองเสมอ เมื่อพบเห็นสิ่งใด ก็จะมีจิตเมตตา ทำให้เป็นที่รักใคร่ของผู้อื่น และจะทำให้ ผู้ที่เจริญเมตตาเป็นประจำกลายเป็นคนที่ คิดดี ทำดี ต่อตนเอง และผู้อื่นอยู่เสมอโดยมีบท แผ่เมตตาตนเอง ดังนี้

 

อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข ,

 

อะหัง นิททุกโข โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์

 

อะหัง อะเวโร โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร,

 

อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง ,

 

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ  ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกายสุขใจ รักษากายวาจาใจให้พันจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด

 

บทแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย

 

สัพเพสัตตา สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย ,อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย ,อนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย สุขีอัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิดฯ

 

ครูบาอาจารย์หลายท่านได้กล่าวตรงกันว่า ในคนปกติธรรมดาที่จิตนั้น “ไม่มีการฝึกฝนมาก่อนทำให้ขาดพลัง” การกรวดน้ำนั้นจะช่วยให้บุญกุศลนั้นไปถึงผู้ที่ต้องการอุทิศบุญไปให้ แต่สำหรับผู้ที่มีฌานที่แกร่งกล้าเพราะท่านเหล่านั้นได้มีการฝึกฝนจิตมาดีแล้วไม่จำเป็นต้องกรวดน้ำ ท่านสามารถโมทนาอุทิศบุญไปถึงผู้ที่รอรับบุญได้ทันทีหรือที่เรียกกันว่า “กรวดแห้ง”

 

สำหรับเรื่องที่หลายคนยังมีความกังวลว่าเมื่อทำบุญแล้วไม่ได้กรวดน้ำหรือเลยเวลากรวดน้ำไปแล้วจะเป็นอย่างไรบุญจะลดน้อยลงหรือไม่มีเวลาของการหมดบุญที่ทำด้วยหรือเปล่าขอให้เข้าใจว่า บุญนั้นไม่มีกาลเวลา เมื่อทำแล้วยังอยู่ไม่ได้หายไปไหนนึกได้เมื่อใดก็กรวดน้ำได้ทันที ขอให้ระลึกถึงบุญที่ทำไว้เป็นสำคัญ

 

การกรวดน้ำให้เทน้ำกรวดลงไปให้ไหลติดต่อกัน ไม่ให้ขาดสายเพื่อให้บุญนั้นเกิดความต่อเนื่องไม่ขาดระยะเปรียบเหมือนบุญนั้นเป็นกระแสน้ำที่ไหลลงไปสู่มหาสมุทรโดยไหลเป็นสายยาว หากขาดหรือไม่ต่อเนื่อง ก็เหมือนบุญขาดช่วงมาไม่สม่ำเสมอผู้รับก็จะรับบุญได้ไม่เต็มที่

 

เพียงเท่านี้การสร้างบุญที่วัดของเราก็ประสบผลสำเร็จสมบูรณ์ด้วยดีทุกประการตามที่ตั้งใจไว้ และเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วก็ขอให้ อุทิศบุญหรือโมทนาบุญอีกครั้งหนึ่งแบบไม่ต้องกลัวหมดเพื่อให้บุญได้ส่งถึงผู้ที่เราปรารถนาดีอีกครั้ง

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๑ สร้างบุญแบบฉลาด ให้ได้บุญมาก ดี สุข รุ่งเรือง รวยทันตาเห็น!     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Advertisements

Read Full Post »

ตามธรรมดานั้นจะบอกถึงการสร้างบุญตั้งแต่ตื่นขึ้นมา แต่ที่ผ่านมามีคนจำนวนมาก อ่านหนังสือในตอนกลางวันกัน พอหัวถึงหมอนก็มักจะลืม หรือกะไว้ไปรอในเช้าวันใหม่  เอาแบบนี้แล้วกันว่า เตรียมตัวกันตั้งแต่หัววันเลย

ก่อนนอนวันนี้สะสมบุญรอไว้พรุ่งนี้และในทุกวัน

 

ในแต่ละวันนั้น จิตของเราที่บันทึกความดี ความชั่วหรือกรรมดีและกรรมชั่วมามากมาย  จิตนั้นไว เคลื่อนไหวรวดเร็วมาก คนที่โดนกระทบหลายเรื่องในทางลบๆ จิตมักจะตกทั้งวัน จะล้มตัวลงนอนก็นอนไม่หลับ ไอ้ครั้นจะนั่งสมาธิก็ไม่ไหวจิตมันไม่ไหว มันดิ่งลงจนหาความสงบไม่ได้เลย

 

เอาง่ายๆ ก่อนที่จะล้มตัวลงนอน ให้ตั้งใจสมาทานศีล 5 เสียก่อน พยายามทบทวนในแต่ละข้อให้ดี ว่าหากเราผิดศีล ผิดธรรม ศีลข้อไหนบทพร่องไปบ้างก็ตั้งใจใหม่  ในอย่างน้อยในห้วงเวลานั้น เราก็บริสุทธิ์ ที่มาในแต่ละวัน เหมือนกับได้อาบน้ำใหม่อีกครั้ง แม้จะสกปรกมอมแมมมาแค่ไหนก็ตาม จิตจะตกหวั่นไหว บกพร่องศีลมาแค่ไหน

 

ให้ตั้งจิตหลังจากสมาทานศีลแล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จะรักษาศีลอย่างน้อย 5 ข้อให้มั่นคง ไม่ด่างพร้อยถึงที่สุด

 

คนที่รักษาศีลมั่งคงก่อนนอนนั้น ดีมากเพื่อความไม่ประมาท ยิ่งสำหรับคนป่วย ไม่สบายหรือมีโรคประจำตัวที่หวั่นไหวใจอยู่

 

เราเป็นคนธรรมดา ไม่มีทางรู้เลยว่า ระหว่างพรุ่งนี้กับชาติหน้า อะไรจะมาถึงก่อนกัน การเตรียมพร้อมนั้นจะเป็นเรื่องที่ดีมาก ไม่ใช่เรื่องที่เราไปกลัวจนเกินเหตุ

อะไรที่ดีกับชีวิตเราจึงควรทำจริงหรือไม่

 

เมื่อเราได้สมาทานศีล สวดมนต์ต่อตามบทที่เรานิยมหรือคุ้นเคย จิตนั้นจะสงบได้รับแต่สิ่งที่เป็นมงคล แม้ในยามหลับเทวดาท่านก็คุ้มครอง หลับสบายไม่เครียดเป็นผลดีต่อสุขภาพ ตื่นมาก็แจ่มใสมีสติ มีความสุข ทางการแพทย์สมัยใหม่เพิ่งค้นพบมาไม่กี่ปีนี้ว่า การได้พักทางจิตหรือทำให้จิตสงบนั้นเป็นผลดีต่อการนอน ทำให้ฮอร์โมนดีทำงานได้เต็มที่

 

ตื่นขึ้นมาก็สดชื่น พร้อมสร้างบุญกุศล ทำงานได้อย่างเต็มที่ เต็มกำลัง ชีวิตก็จะดีทุกสถาน

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๑ สร้างบุญแบบฉลาด ให้ได้บุญมาก ดี สุข รุ่งเรือง รวยทันตาเห็น!     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

เรื่องนี้เป็นเคล็ดลับ เคล็ดรวยที่ทำให้คนรวยมามากมาย เริ่มจาก

บุญที่หนุน โชคลาภใหญ่มาฉับพลัน

 

-ให้แบบไม่เลือกคน ชั้นวรรณะ

เป็นการให้แบบฉับพลันทันที ไม่ได้คิดเตรียมการมาก่อน เขามาขอให้ช่วยหรือพบเห็นเองก็ทำบุญให้ทานทันที ไม่เลือกคน ไม่เลือกชั้นวรรณะ ให้เพราะอยากให้เขาเป็นสุข อยากให้เขาสมหวังพ้นจากทุกข์ ไม่ว่าจะให้น้อยให้มากมีผลเท่ากัน

 

เมื่อจะให้แล้วให้เลยอย่าไปเสียดายอะไร ใครขอก็ให้ ใครเดือดร้อนก็ช่วย แต่อย่าช่วยจนตัวเองต้องเดือดร้อนเป็นอันขาด

 

– การสงเคราะห์สัตว์

คนไทยนั้นคุ้นอยู่แล้วในเรื่องนี้ ในชื่อของการสะเดาะเคราะห์ อยากได้บุญมากขอให้ตั้งจิตเพื่อให้ได้พบสัตว์ที่กำลังเดือดร้อนหรือกำลังจะตาย แล้วก็ไปทำตามที่ตั้งจิตไว้ แล้วจะเจอสัตว์เหล่านั้นแน่นอน

 

เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ก็คือ ไม่ว่าจะไปปล่อยปลา ไถ่วัว ควายหรือสัตว์อะไรก็ตาม ให้นำสัตว์เหล่านั้นไปถวายพระสงฆ์เสียก่อน

 

ทั้งนี้เพื่อให้ท่านโมทนาและแผ่เมตตาให้ บุญที่ทำนั้นจะมากขึ้น และให้ขอผาติกรรม(แลกคืนเข้าใจง่ายๆก็คือการซื้อคืน) จากพระสงฆ์ท่านในราคาที่ต้องเท่ากันที่ซื้อมาหรือจะให้ดีต้องมากกว่านั้น แล้วจึงนำไปปล่อย อย่าซื้อคืนในราคาที่ต่ำกว่า เพราะจะเป็นการติดหนี้สงฆ์ที่เป็นกรรมที่ติดตัวไปอีก แต่ถ้าท่านอนุญาตก็ไม่เป็นไร แล้วนำสัตว์นั้นไปปล่อยในที่เหมาะสมให้สมกับสถานภาพ สภาวะของสัตว์นั้นให้อยู่สบายกว่าตอนที่เราไปซื้อมา และเชื่อว่านับต่อจากนี้ไปเขาจะไปสุขมากยิ่งขึ้นบุญนี้จะสะท้อนกลับมาเร็วมาก

 

-สร้างบุญด้วยกรองกรองน้ำ

การเป็นเจ้าภาพหรือร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างเครื่องกรองน้ำถวายวัด สถานที่ปฏิบัติธรรมหรือเพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์นั้นเป็นบุญใหญ่ เพราะได้ช่วยสงเคราะห์คนให้มีน้ำดื่ม มีชีวิตได้เป็นการสร้างสุขภาพที่ดีแก่คนจำนวนมาก ไม่เลือกว่าไม่เจาะจงว่าเป็นผู้ใดถือเป็นสังฆทานและมหาทานด้วย

 

หากเป็นพระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติธรรมถือว่าเป็นการต่อยอดพระพุทธศาสนา เพราะเมื่อท่านมีสุขภาพที่ดี ก็มีกำลังไปสั่งสอนคนได้อีกจำนวนมากตามอายุขัยของท่านยิ่งเนื้อนาบุญท่านสูงก็ยิ่งได้บุญมาก

 

หากเป็นฆราวาส ผู้ปฏิบัติธรรม คนทั่วไปเปรียบเหมือนการต่อชีวิต ให้ชีวิตให้เขามีชีวิตอยู่ได้เป็นมหาทานที่ยิ่งใหญ่มาก

 

คนที่ทำหรือร่วมเป็นเจ้าภาพ จะได้อานิสงส์บุญสูง ด้วยบุญฤทธิ์นี้จะดลบันดาลให้ทุกอย่างที่เป็นอุปสรรคหายไป เงินทองจะหลั่งไหลเข้ามาเหมือนน้ำที่ไม่เคยขาดสายจากเครื่องกรองน้ำ จะมีสติปัญญาใสสะอาดเหมือนน้ำที่ถูกกรองเอาสารอาหาร สิ่งมีพิษออกไปแล้ว

 

ลองทำกันสักครั้งในชีวิต จะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาทั้งนั้น

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๑ สร้างบุญแบบฉลาด ให้ได้บุญมาก ดี สุข รุ่งเรือง รวยทันตาเห็น!     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

การอนุโมทนาบุญท่านผู้ทรงพระคุณความดี (นับแต่พระพุทธเจ้า พระสงฆ์สาวก ครูบาอาจารย์) 

ตัวอย่างการกล่าวคำโมทนาบุญแบบต่างๆ

 

โมทนาสาธุ ๆ ๆ ข้าพเจ้า/กระผม/ดิฉัน/หนู/ลูก (ตามแต่สะดวกจะเรียกตนเอง) ขอโมทนาในบุญบารมี พระคุณความดีทั้งหลายทั้งปวงของ…………./ท่านพระอาจารย์……….บุญบารมีพระคุณความดีใด ๆ ที่………./ท่านพระอาจารย์………. ได้บำเพ็ญมาดีแล้ว  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ข้าพเจ้า/กระผม/ดิฉัน/หนู/ลูก (ตามแต่สะดวกจะเรียกตนเอง) ขอโมทนาในบุญบารมีพระคุณความดีนั้นทั้งหมด และขอให้ข้าพเจ้าได้มีส่วนในบุญบารมีพระคุณความดีของ……………/ท่านพระอาจารย์…………..นั้น ด้วยเทอญ

 

*** ธรรมใด ที่…………/ท่านพระอาจารย์…….ได้ถึงที่สุดแล้ว ก็ขอให้ข้าพเจ้า ได้เข้าถึงซึ่งธรรมนั้น เจริญตามรอย…………../ท่านพระอาจารย์ ด้วยเทอญ โมทนาสาธุ ๆ ๆ  (***กรณี ที่ได้ประพฤติปฏิบัติธรรม)

*** ใช้ได้กับทุกพระองค์ ทุกท่าน ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และละสังขารไปแล้ว

*** หลังจากนั้น ถ้าเราจะขอพรเพื่อความสำเร็จต่าง ๆ ก็ให้ว่าไป โดยเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามธรรม

 

การอนุโมทนาบุญท่านผู้ทรงความดี ทั่ว ๆ ไป 

โมทนาสาธุ ๆ ๆ ข้าพเจ้า/กระผม/ดิฉัน/หนู/ลูก (ตามแต่สะดวกจะเรียกตนเอง) ขอโมทนาในบุญบารมี ความดีทั้งหลายทั้งปวงของท่าน……………….บุญบารมีความดีใด ๆ ที่ท่าน……….. ได้บำเพ็ญมาดีแล้ว  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ข้าพเจ้า/กระผม/ดิฉัน/หนู/ลูก (ตามแต่สะดวกจะเรียกตนเอง) ขอโมทนาในบุญบารมีความดีนั้นทั้งหมด และขอให้ข้าพเจ้าได้มีส่วนในบุญบารมีความดีของท่าน…………นั้น ด้วยเทอญ

 

การอนุโมทนาบุญบุคคลธรรมดา ทั่ว ๆ ไป

โมทนาสาธุ ๆ ๆ ข้าพเจ้า/กระผม/ดิฉัน/หนู/ลูก (ตามแต่สะดวกจะเรียกตนเอง) ขอโมทนาในส่วนความดีทั้งหลายทั้งปวงของ……………….ส่วนความดีใด ๆ ที่……….. ได้กระทำมาดีแล้ว  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ข้าพเจ้า/กระผม/ดิฉัน/หนู/ลูก (ตามแต่สะดวกจะเรียกตนเอง) ขอโมทนาในส่วนความดีนั้นทั้งหมด และขอให้ข้าพเจ้าได้มีส่วนในความดีของ…………นั้น ด้วยเทอญ

 

หมายเหตุ

…………ที่เว้นไว้ให้บอกชื่อของครูบาอาจารย์/ท่านผู้ทรงพระคุณความดี/บุคคลที่เราได้โมทนา ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดาทั่ว ๆ ไป สำหรับบางคนอาจจะไม่ลงใจกับคนบางคน (คือทำใจไม่ได้ที่จะโมทนาความดีของเขา) โดยอาจเห็นว่าเขาคนนั้นไม่ดี หรือ คนๆนั้นเป็นปฏิปักษ์กับเรา  ก็ขอให้คิดเสียว่าสำหรับคนทั่วไปแล้ว อย่างน้อยเขาก็ต้องมีบุญกุศลความดีมาอยู่บ้าง ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ได้มาเกิดเป็นคน

 

สำหรับตัวเรา เราก็ขอโมทนาแต่เฉพาะในส่วนที่ดีของเขา (ซึ่งในส่วนที่เขาทำดีไว้ เราอาจมองไม่เห็น ไม่ทราบก็ได้) การโมทนาบุญผู้อื่นบ่อย ๆ นั้น เป็นการฝึกจิตให้มีเมตตาต่อทุก ๆ คน และลดละความอิจฉาริษยา ทำให้รู้จักการให้อภัย

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๑ สร้างบุญแบบฉลาด ให้ได้บุญมาก ดี สุข รุ่งเรือง รวยทันตาเห็น!     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

พระคาถานี้เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ
ก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงหลวงปู่โตและตั้งคำอธิษฐานแล้วเริ่มสวดคาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

 

  • เริ่มสวด นโม 3 จบ

    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

  • นึกถึงหลวงปู่โตแล้วตั้งอธิษฐาน

    ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
    อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา
    อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
    มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ

  • เริ่มบทพระคาถาชินบัญชร
  1. ชะยาสะนากะตา พุทธา   เชตวา มารัง สะวาหะนัง
    จะตุสัจจาสะภัง ระสัง         เย ปิวิงสุ นะราสะภา.
  2. ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
    สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง       มัตถะเกเต มุนิสสะรา.
  3. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
    สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง      อุเร สัพพะคุณากะโร.
  4. หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะทักขิเณ
    โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง    โมคคัลลาโน จะ วามะเก.
  5. ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะ ราหุโล
    กัสสะโป จะ มะหานาโม      อุภาสุง วามะโสตะเก.
  6. เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
    นิสินโน สิริสัมปันโน          โสภิโต มุนิปุงคะโว
  7. กุมาระกัสสโป เถโร    มะเหสี จิตตะ วาทะโก
    โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง       ปะติฏฐาสิคุณากะโร.
  8. ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ   อุปาลี นันทะ สีวะลี
    เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา        นะลาเต ติละกา มะมะ.
  9. เสสาสีติ มะหาเถรา     วิชิตา ชินะสาวะกา
    เอเตสีติ มะหาเถรา            ชิตะวันโต ชิโนระสา
    ชะลันตา สีละเตเชนะ           อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.
  10. ระตะนัง ปุระโต อาสิ     ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง
    ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ         วาเม อังคุลิมาละกัง
  11. ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง
    อากาเส ฉะทะนัง อาสิ           เสสา ปาการะสัณฐิตา
  12. ชินา นานาวะระสังยุตตา  สัตตัปปาการะ ลังกะตา
    วาตะปิตตาทะสัญชาตา          พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา.
  13. อะเสสา วินะยัง ยันตุ     อะนันตะชินะ เตชะสา
    วะสะโต เม สะกิจเจนะ          สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.
  14. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ    วิหะรันตัง มะฮี ตะเล
    สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ        เต มะหาปุริสาสะภา.
  15. อิจเจวะมันโต     สุคุตโต สุรักโข
    ชินานุภาเวนะ           ชิตุปัททะโว
    ธัมมานุภาเวนะ          ชิตาริสังโฆ
    สังฆานุภาเวนะ          ชิตันตะราโย
    สัทธัมมานุภาวะปาลิโต   จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ.

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๓ พุทธคุณบทสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ อธิษฐานอย่างไรให้ปาฏิหาริย์เกิด     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

การโมทนา แปลว่า “ยินดีด้วย” สิ่งสำคัญที่จะให้เกิดบุญสูงสุดคือ ต้องกล่าวคำสาธุยินดีด้วยความจริงใจ หากสักแต่กล่าวว่า สาธุๆๆ ไปอย่างนั้น มันก็จะไม่ได้อะไร แต่คำว่า “สาธุ” นั้นก็ไม่จำเป็นต้องออกเสียงหรือไม่จำเป็นต้องยกมือไหว้ก็ได้ เพียงแต่เอาใจที่ยินดีทำก็เกิดผลบุญได้เลย

วิธีการโมทนาบุญที่ถูกต้อง

 

การโมทนาบุญยังแบ่งออกได้ตามขนาดของบุญและวาระได้สามประการคือ

 

  1. การอนุโมทนา หมายถึงการโมทนาบุญของบุคคลใดในการทำบุญเฉพาะครั้งใดครั้งหนึ่ง เช่น พ่อแม่ได้ไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัด เราก็ได้อนุโมทนาบุญยินดีในบุญนั้นด้วยครั้งหนึ่ง

 

2.การโมทนาบุญ หมายถึงการโมทนาบุญยินดีในบุญจากกองกุศลที่หมู่คณะนั้นได้บำเพ็ญ เช่น การโมทนาบุญกฐินทาน ผ้าป่า หรืองานสมโภชฉลองสิ่งก่อสร้างทางศาสนสถาน หรือการโมทนาบุญของบุคคลใด บุคคลหนึ่งโดยเฉพาะในบุญที่เขาผู้นั้นบำเพ็ญมาตลอด เช่น โมทนาบุญคุณความดีของพระอริยสงฆ์ ครูบาอาจารย์ ที่ท่านได้บำเพ็ญเพียรมาตลอดชีวิต เป็นต้น

 

3.การมหาโมทนาบุญ หมายถึงการยินดีโมทนาความดี กุศล ผลบุญทั้งปวงที่ได้ปรากฏขึ้นแบบทั่วอนันต์จักรวาล ทั้งสามภพและหนึ่งนิพพาน ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต ซึ่งล่วงข้ามมิติของสถานที่และกาลเวลา ถือเป็นมหากุศลที่จะไหลรวมมาหล่อเลี้ยง ดวงจิตของพระโพธิสัตว์ทุกดวงให้สว่างไสว การมหาโมทนาบุญนี้ เป็น การปฏิบัติมุทิตาบารมีระดับสูงสุด ซึ่งเกิดขึ้นในเหตุการณ์ครั้งสำคัญๆ ทางพระพุทธศาสนา

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๑ สร้างบุญแบบฉลาด ให้ได้บุญมาก ดี สุข รุ่งเรือง รวยทันตาเห็น!     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะบทชัยปริตร (มหากาฯ)

สัพพะปาณินัง ปูเรตวา ปาระมี

สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เม* ชะยะมังคะลังฯ

ชะยันโตโพธิยา มูเล สักยานัง

นันทิวัฑฒะโน เอวัง อะหัง วิชะโยโหมิ***

ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล อะปะราชิตะ ปัลลังเก

สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก

สัพพะพุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติฯ

สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง

สุหุฏฐิตัง สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะ****

จาริสุ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง

ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง

ปะณิธีเต ปะทักขิณา ปะทักขิณา นิ

กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณฯ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา

สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุเม*ฯ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุสัพพะเทวะตา

สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุเม*ฯ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุสัพพะเทวะตา

สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุเม*ฯ

ถ้าสวดให้คนอื่นให้เปลี่ยนจากคำว่า เม เป็น เต

** อ่านว่า พรัมมัง

*** ถ้าสวดให้คนอื่นให้เปลี่ยนจากคำว่า อะหัง วิชะโย โหมิ เป็น ตวัง วิชะโย โหหิ

**** อ่านว่า พรัมมะ

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๓ พุทธคุณบทสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ อธิษฐานอย่างไรให้ปาฏิหาริย์เกิด     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

Older Posts »