Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for ธันวาคม, 2014

การปรับภพภูมิส่งวิญญาณนั้น เป็นวิชาชั้นสูงของครูบาอาจารย์ตั้งแต่โบราณกาล และได้รับการถ่ายทอดจากครูบาอาจารย์มาโดยตลอดโดยจะเลือกผู้ที่มีบุญเชื่อมกัน โดยเฉพาะหลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา บูรพาจารย์ที่ท่านได้รับสืบทอดมาและได้สั่งสอนลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก โดยที่ท่านได้สร้างพระผงพระจักรพรรดิและมีคาถาพระจักรพรรดิเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับภพภูมิ

บุญใหญ่ด้วยการปรับภพภูมิส่งวิญญาณไปสุ่สุขคติ

 

พระจักรพรรดินั้น เป็นพระปางหนึ่งของพระพุทธเจ้า ที่ครั้งหนึ่งพระองค์ทรงเนรมิตพระรูปของพระองค์ดังพระจักรพรรดิที่ใหญ่กว่ากษัตริย์ทั้งปวงเพื่อปราบมาร ที่เรารู้จักกันดี ในพระพุทธรูปปางทรงเครื่อง ที่รู้จักกันดีก็คือ พระประธานที่หน้าวัดพระเมรุ จ.อยุธยา

 

ส่วนคาถาพระจักรพรรดิ นั้นเป็นคาถาที่หลวงปู่ดู่ได้รวมพุทธคุณครอบจักรวาล ที่มีพลานุภาพมาก ในเรื่องต่างๆ จากร้ายให้กลับกลายมาเป็นดี จากที่ดีอยู่แล้วก็จะยิ่งทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

 

อยากเรียนให้ทราบว่า ในทุกอณูที่อยู่รอบตัวเรานั้น มีดวงจิตวิญาณจำนวนมากที่นับไม่ได้อาศัยกันอยู่และซ้อนภพกันมากมาย ทั้งเป็นดวงจิตวิญญาณที่สิงสถิตตามต้นไม้ ตามบ้านเรือน ตามถนนหนทาง มีสัมภเวสี ดวงวิญญาณเร่ร่อน ตามบุญและกรรมที่เขาทำมา

 

ถ้าเราสามารถช่วยเขาให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น นอกจากจะเป็นการสงเคราะห์ที่ได้บุญแล้ว ดวงวิญาณเหล่านั้นอาจจะได้ไปเกิดเป็นเทวดาหรือในภพภูมิอื่นที่ดีขึ้น  เมื่อเราเคยมีการทำบุญไปให้เขา เมื่อเขามีอำนาจ มีพลังมากขึ้น ย่อมจะช่วยเราในภายภาคหน้าได้ เมื่อเรานั้นตกอยู่ในวิบากกรรมไม่ดี

 

วิธีการสวดมหาจักรพรรดิเพื่อปรับภพภูมิแบบง่าย

***สำหรับท่านที่ไม่มีพระผงจักรพรรดิ ขอให้ทำจิตน้อมรำลึกถึงพระพุทธรูปปางพระจักรพรรดิหรือพระพุทธรูปทรงเครื่อง และเริ่มสวดคาถา

 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

(กราบ 3 ครั้ง )

 

คาถามหาจักรพรรดิ

นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ

มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา

พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ

พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา

อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลี จะมหาเถรัง

อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย

อะหังวันทามิ สัพพะโส

พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

 

ขอสิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐาน จงศักดิ์สิทธิ์ สำเร็จเป็นจริงโดยฉับพลันทันใจทุกประการ

อิมัง สัจจะวานัง อธิษฐามิ พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ

 

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๑ สร้างบุญแบบฉลาด ให้ได้บุญมาก ดี สุข รุ่งเรือง รวยทันตาเห็น!     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

หลักการในการอธิษฐานก็มีความเหมือนกันกับที่ได้อธิบายไปข้างต้นแล้วคือ จะมีการอธิษฐานก็ต่อเมื่อได้ ประกอบบุญสร้างบุญแล้วต้องทำการ เชื่อมบุญ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นให้ท่านเหล่านั้นได้มีพลังเกื้อหนุนที่จะช่วยเหลือให้ผู้ร้องขอได้สมความปรารถนาต่อไป แต่จะได้ช้าหรือเร็วก็อยู่ที่บุญบารมีที่ได้สั่งสมกันมารวมไปถึงการกระทำในปัจจุบันด้วยว่า ได้ทำกรรมดีเอาไว้มากน้อยแค่ไหน

การอธิษฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

 

ที่ต้องกล่าวว่าเราจะต้องไปขอพรหรือขอความช่วยเหลือนั้น เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายนั้นก็เป็นภพที่อยู่สูงกว่า จึงเป็นการสมควรที่ต้องไปสักการบูชาทำความเคารพ ขอโมทนาคุณความดีของตัวท่านให้ช่วยคุ้มครองและดลใจให้เราไม่เดินทางผิดและมุ่งหน้าทำดีต่อไปและตัวผู้ขอก็ต้องมีศรัทธาที่แรงกล้ามากพอจะจึงมีผลเชื่อมต่อถึงการกระทำที่ได้ให้สัจจะวาจาผ่านทางการอธิษฐานไป

 

ตัวอย่างคำอธิษฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

 

สวด นะโม  3  จบ แล้วตั้งจิตอธิษฐาน  ดังนี้

 

ข้าพเจ้าชื่อ………………….นามสกุล…………………………..อายุ………..ปี

ขออาราธนาบารมีของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์  หลวงพ่อปานวัดบางนมโค  หลวงพ่อฤาษีลิงดำ อีกทั้ง เทวดาประจำตัวที่ดูแลคุ้มครองข้าพเจ้า และท่านท้าวพระยายมราช (สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ยกมาให้นี้เป็นตัวอย่างให้เจาะจงออกชื่อตามที่เรามีจิตศรัทธาและเชื่อมบุญไว้)

 

จงได้โปรดเมตตาสงเคราะห์ ระงับกรรมที่เป็น อกุศล ที่มาตัดรอนชีวิต,อายุ,การเงิน,การงาน หรือ ความสุขในครอบครัวไว้ก่อน  เพื่อที่จะให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสทำการงานที่ดีเพื่อสำเร็จประโยชน์ในทุกสิ่งเพื่อที่จะได้บำเพ็ญบารมี ทานศีลภาวนา  ในการอันสมควร และขอให้บริวารอยู่ในปกครอง อุปสรรคในกิจการงานจงอย่ามีแก่ข้าพเจ้า

 

การอธิษฐานแบบนี้ก็นับว่าเป็นตัวอย่างการอธิษฐานที่ดีแบบหนึ่งเพราะไม่เป็นการก่อกิเลสหรือก่อบาปกรรมให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จุดประสงค์เพื่อขอพรและโมทนาบุญความดีให้แก่กันและกันและมุ่งเน้นไปสู่การปฏิบัติตนให้ดีเพื่อให้ได้สิ่งที่ปรารถนาสมความตั้งใจเอาไว้ด้วย

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๔ ห้อยพระ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรเป็น ได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวไว้และเล่าสืบทอดต่อกันมาว่า ยอดพระกัณฑ์ฉบับนี้ ได้มาจากต้นฉบับเดิมที่จารไว้บนใบลานเป็นอักษรขอมซึ่ง เปิดกรุครั้งแรกที่เมืองสวรรคโลก มีบันทึกเอาไว้ว่าผู้ใดสวดมนต์เป็นประจำทุกเช้าเย็นจะป้องกันภัยอันตรายต่างๆได้รอบด้าน ภาวนาพระคาถาอื่นสัก ๑๐๐ปีก็ไม่เท่ากับ
อานิสงส์ของการสวดยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎกนี้เพียงครั้งเดียว ผู้ใดที่สวดครบ ๗ วัน หรือครบอายุปัจจุบันของตัวเอง จะมีโชคลาภ ทำมาค้าขายรุ่งเรือง ปราศจากภัยพิบัติทั้งปวงยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก

 

***ก่อนสวดยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฏก พึงคุกเข่าพนมมือตั้งใจบูชาพระรัตนตรัย
นมัสการพระรัตนตรัย นมัสการพระพุทธเจ้า นมัสการพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ
ขอให้ตั้งจิตมั่นในบทสวดมนต์จะมีเทพยดาอารักษ์ทั้งหลายร่วมอนุโมทนาสาธุการ
อย่าได้ทำเล่นจะเกิดโทษแก่ตัว

 

บทสวดยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา สัมมาสัมพุทโธ วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา วิชชาจะระณะสัมปันโน วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา สุคะโต วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา โลกะวิทู วัจจะโส ภะคะวา

๒.
อะระหัง ตัง สะระณัง คัจฉามิ
อะระหัง ตัง สิระสา นะมามิ
สัมมาสัมพุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
สัมมาสัมพุทธัง สิระสา นะมามิ
วิชชาจะระณะสัมปันนัง สิระสา นะมามิ
สุคะตัง สะระณัง คัจฉามิ
สุคะตัง สิระสา นะมามิ
โลกะวิทัง สะระณัง คัจฉามิ
โลกะวิทัง สิระสา นะมามิ

๓.
อิติปิ โส ภะคะวา อะนุตตะโร วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา ปุริสะธัมมะสาระถิ วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา สัตถา เทวะมะนุสสานัง วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา พุทโธ วัจจะโส ภะคะวา

๔.
อะนุตตะรัง สะระณัง คัจฉามิ
อะนุตตะรัง สิระสา นะมามิ
ปุริสะทัมมะสาระถิ สะระณัง คัจฉามิ
ปุริสะทัมมะสาระถิ สิระสา นะมามิ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง สะระณัง คัจฉามิ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง สิระสา นะมามิ
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
พุทธัง สิระสา นะมามิ

๕.
อิติปิ โส ภะคะวา รูปะขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา เวทะนาขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา สัญญาขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา สังขาระขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา วิญญาณะขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา

๖.
อิติปิ โส ภะคะวา ปะถะวีจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา
ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา เตโชจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา
ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา วาโยจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา
ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อาโปจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา
ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อากาสะจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา
ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน

๗.
อิติปิ โส ภะคะวา ยามาธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา ตุสิตาธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา นิมมานะระติธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา กามาวะจะระธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน

๘.
อิติปิ โส ภะคะวา รูปาวะจะระธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา ปะฐะมะฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา ทุติยะฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา ตะติยะฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา จะตุตถะฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา ปัญจะมาฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน

๙.
อิติปิ โส ภะคะวา อากาสานัญจายะตะนะเนวะสัญญานา
สัญญายะตะนะอะรูปาวะจะระธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา วิญญาณัญจายะตะนะ เนวะสัญญานา
สัญญายะตะนะอะรูปาวะ จะระธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อากิญจัญญายะตะนะ เนวะสัญญานา
สัญญายะตะนะ อะรูปาวะ จะระธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน

๑๐.
อิติปิ โส ภะคะวา โสตาปะฏิมัคคะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา สะกิทาคาปะฏิมัคคะ ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อะนาคาปะฏิมัคคะ ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัตตะปะฏิมัคคะ ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน

๑๑.
อิติปิ โส ภะคะวา โสตาอะระหัตตะ ปะฏิผะละธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา สะกิทาคาอะระหัตตะ ปะฏิผะละธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อะนาคาอะระหัตตะ ปะฏิผะละธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน

๑๒.
กุสะลา ธัมมา
อิติปิ โส ภะคะวา
อะ อา ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ชมภูทีปัญจะอิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
นะโม พุทธายะ
นะโม ธัมมายะ
นะโม สังฆายะ
ปัญจะ พุทธา นะมามิหัง
อา ปา มะ จุ ปะ
ที มะ สัง อัง ขุ
สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ
อุ ปะ สะ ชะ สุ เห ปา สา ยะ
โส โส สะ สะ อะ อะ อะ อะ นิ
เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว
อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ ภุ พะ
อิ สวา สุ สุ สวา อิ
กุสะลา ธัมมา
จิตติวิอัตถิ

๑๓.
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง
อะ อา ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
สา โพธิ ปัญจะ อิสาะโร ธัมมา

๑๔.
กุสะลา ธัมมา
นันทะวิวังโก
อิติ สัมมาพุทโธ
สุ คะ ลา โน ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
จาตุมะหาราชิกา อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
อิติ วิชชาจะระณะสัมปันโน
อุ อุ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตาวะติงสา อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
นันทะ ปัญจะ สุคะโต โลกะวิทู
มะหาเอโอ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ยามา อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
พรหมมาสัททะ
ปัญจะ สัตตะ
สัตตาปาระมี
อะนุตตะโร
ยะมะกะขะ
ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

๑๕.
ตุสิตา อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
ปุ ยะ ปะ กะ
ปุริสะทัมมะสาระถิ
ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

๑๖.
นิมมานะระติ อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
เหตุโปวะ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง
ตะถา ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

๑๗.
ปะระนิมมิตะ อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
สังขาระขันโธ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา
รูปะขันโธ พุทธะปะผะ
ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

๑๘.
พรหมมา อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
นัจจิปัจจะยา วินะปัญจะ ภะคะวะตา ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ
นะโม พุทธัสสะ
นะโม ธัมมัสสะ
นะโม สังฆัสสะ
พุทธิลา โลกะลา กะระกะนา
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหนตุ
หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ ฯ

๑๙.
นะโม พุทธัสสะ นะโม ธัมมัสสะ นะโม สังฆัสสะ
วิตติ วิตติ วิตติ มิตติ มิตติ จิตติ จิตติ
อัตติ อัตติ มะยะสุ สุวัตถิ โหนตุ
หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ

๒๐.
อินทะสาวัง มะหาอินทะสาวัง
พรหมะสาวัง มะหาพรหมะสาวัง
จักกะวัตติสาวัง มะหาจักกะวัตติสาวัง
เทวาสาวัง มะหาเทวาสาวัง
อิสิสาวัง มะหาอิสิสาวัง
มุนีสาวัง มะหามุนีสาวัง
สัปปุริสาวัง มะหาสัปปุริสาวัง
พุทธะสาวัง ปัจเจกะพุทธะสาวัง
อะระหัตตะสาวัง สัพพะสิทธิวิชชาธะรานังสาวัง สัพพะโลกา
อิริยานังสาวัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ

๒๑.
สาวัง คุณัง วะชะพะลัง เตชัง วิริยัง สิทธิกัมมัง นิพพานัง
โมกขัง คุยหะกัง
ถานัง สีลัง ปัญญานิกขัง ปุญญัง ภาคะยัง ตัปปัง สุขัง
สิริรูปัง จะตุวีสะติเสนัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหนตุ
หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ

๒๒.
นะโม พุทธัสสะ นะโม ธัมมัสสะ นะโม สังฆัสสะ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ
สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ
นะโม อิติปิโส ภะคะวา

๒๓.
นะโม พุทธัสสะ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ
สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ
นะโม สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม

๒๔.
นะโม ธัมมัสสะ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ
สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ
นะโม สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม

๒๕.
นะโม ธัมมัสสะ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ
สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ
นะโม สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

๒๖.
นะโม สังฆัสสะ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ สัญญาขันโธ
สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ
นะโม สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ วาหะปะริตตัง

๒๗.
นะโม พุทธายะ
มะอะอุ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา
ยาวะ ตัสสะ หาโย
นะโม อุอะมะ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา
อุ อะมะ อาวันทา
นะโม พุทธายะ
นะ อะ กะ ติ นิ สะ ระ นะ
อา ระ ปะ ขุ ธัง มะ อะ อุ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๓ พุทธคุณบทสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ อธิษฐานอย่างไรให้ปาฏิหาริย์เกิด     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวว่า ผลบุญที่เกิดจากการทำสมาธินั้นแก้กรรมได้จริง (ยกเว้นกรรมหนักบางประเภทที่ไม่มีทางจะปลดกรรมลดกรรมได้ ) ผลบุญที่เกิดจากการทำสมาธินั้น ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดต่อเข้าไปขออโหสิกรรม จึงเรียกกันแบบให้เข้าใจง่ายๆ ว่า “สมาธิแก้กรรม

ทำสมาธิปลดกรรมและรักษาโรคเวรโรคกรรม

 

การทำสมาธินี้ เป็นการทำอีกช่องทางหนึ่งในกรณีที่เจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิต เราไม่สามารถติดต่อกับเขาได้ หรือในกรณีที่เขายังไม่ยอมอโหสิกรรมให้เราต่อหน้าหรือลับหลัง เป็นการส่งกระแสบุญไปให้กับจิตเขาโดยตรง

 

และเป็นการทำสมาธิภาวนาสำหรับเจ้ากรรมนายเวรที่ไม่มีชีวิตเหลือเพียงดวงจิตเป็นวิญญาณ ซึ่งมีทางเดียว คือ จิตต่อจิตเท่านั้น การขออโหสิกรรมนั้นต่อเจ้ากรรมนายเวรนั้น หลายท่านอาจจะเคยได้ยินว่า เราทุกคนนั้นทำเองได้ด้วยตนเอง และสามารถกระทำแทนผู้อื่นได้แต่ต้องเป็นคนในสายเลือดเดียวกัน ทั้งบุพการีพ่อแม่ พี่น้องที่ใกล้ชิด

 

แต่ที่สำคัญจะมาถึงจุดที่ขออโหสิกรรมนี้ได้ตัวเราเองนั้น เราต้องมีฐานบุญที่ดี ที่ต้องมาจากการสร้างบุญให้เป็นของตนเอง ที่มีหลักการทาน ศีล และภาวนา ซึ่งเป็นบันไดสามขั้นแห่งการสร้างบุญบารมี โดยต้องเริ่มจากบันไดขั้นที่หนึ่งคือ การทาน บันไดขั้นที่สองคือศีล นำแล้วจึงจะมาถึงเรื่องของการทำสมาธิภาวนาที่เป็นบันไดขึ้นที่สาม ซึ่งอยากจะอธิบายให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่าการทำสมาธินั้น จะอยู่ในขั้นตอนที่สาม เป็นเรื่องของการภาวนานั่นเอง

 

ก่อนที่เราจะทำสมาธิหรือภาวนาได้นั้น ภายในใจของเราควรจะตั้งให้มั่น ต้องดำรงตนเป็นผู้ให้ก่อนคือการ ทำทาน เพราะถ้าใจเราเป็นผู้ให้แล้ว การที่เราจะทำอะไรต่อไปมันจะง่ายในทุกเรื่อง ใจมันเปิด มันพร้อมแล้วที่จะไปขอโทษ ทั้งเจตนา ทั้งหนี้ที่เป็นทั้งต้นและดอกเบี้ย ด้วยช่องทางและฐานบุญที่ดีพร้อม

 

และโดยเฉพาะในเรื่องของการทำสมาธิเพื่อรวมจิตเพื่อจะให้เดินทางไปขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรมันเป็นขั้นตอนที่สามแล้ว อยากจะเปรียบเทียบว่าเหมือนเป็นบันได 3 ขั้นที่จะต้องปีนขึ้นไป เพื่อให้ถึงจุดเป้าหมาย เพื่อให้การขออโหสิกรรมสำเร็จลงได้ ซึ่งจะเริ่มพาไปรู้จักตั้งแต่ในขั้นตอนแรกที่ทุกคนต้องมีถึงจะไปแก้กรรมได้สำเร็จ

 

และไม่มีทางลัดโดยเด็ดขาด ตั้งเริ่มจากหนึ่งการทาน สองคือรักษาศีล จึงจะมาถึงขั้นที่สามคือการทำสมาธิภาวนาได้

 

มีหลายคนไปทำโดยไม่รู้หลักวิชาถึงกับจิตวิปลาสไป เพราะไม่มีสองขั้นที่เป็นฐานบุญรองรับ มาถึงก็จะก้าวมาทำขั้นสูงสุดคือสมาธิเลยมันเป็นไปไม่ได้ รถที่วิ่งโดยไม่มีน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงส่งกำลังนั้น มันจอดอยู่กับที่เฉยๆ ขยับเขยื้อนไปไม่ได้ จิตที่ไม่มีฐานบุญเป็นกำลังส่งมันไปไหนไม่ได้ทั้งสิ้น

 

ครูบาอาจารย์ท่านเตือนไว้เสมอว่า เมื่อในขณะที่เรานั่งสมาธินั้น เจ้ากรรมนายเวร สัมภเวสีต่างๆ วิญญาณเร่ร่อนพเนจรในภูมิพัก  เขาเห็นก็พยายามที่จะเข้าขัดขวางในบุญที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ถ้าเราไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ไม่มีบุญเป็นฐานคอยปกป้องแล้ว อาจจะถึงขึ้นสติแตกได้ เรื่องนี้ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

 

อีกประการหนึ่งคนเราก็ยังมีหลายระดับ  จิตวิญญาณ ก็เช่นเดียวกันก็มีหลายๆ อย่างด้วย คนมีความชอบมีความพึงพอใจไม่เหมือนกัน ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งได้อธิบายถึงเรื่องหลักการทำสมาธิในการไปขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรไว้ว่า

 

ควรทำทุกวันและทำได้ทั้งเช้า กลางวัน มืดค่ำแค่ไหนก็ทำได้  แต่ที่สำคัญก่อนที่จะทำสมาธินั้น ไม่ว่าจะนั่ง นอน ยืนหรือเดินก็ตามให้นึกถึงบุญกุศลที่เคยทำมาเท่าที่นึกได้ทั้งหมดเสียก่อน

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๒ ปาฏิหาริย์เชื่อมบุญ ปลดกรรม ชีวิตดีฉับพลัน     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

การทำบุญทอดผ้าป่าและทอดพระกฐินเป็นกุศลแรง ส่งผลฉับพลันทันทีชาตินี้เลย

บุญใหญ่ด้วยการเป็นเจ้าภาพร่วมผ้าป่าและพระกฐิน

 

ครูบาอาจารย์ท่านจึงแนะนำเสมอว่า ถ้าได้เป็นเจ้าภาพหรือร่วมเป็นเจ้าภาพในงานทอดผ้าป่าหรือพระกฐินอย่างน้อยสัก 3-5 ปีก็จะทำให้ได้อานิสงส์ร่ำรวยตลอดไปไม่มีตกอับอย่างแน่นอน เรื่องนี้ยืนยันได้จากครูบาอาจารย์คนสำคัญหลายท่าน

 

และที่รู้กันแต่ไม่มากก็คือ บุญใหญ่การปิดยอดผ้าป่าและพระกฐินในแต่ละครั้ง

 

การปิดยอดผ้าป่าและพระกฐินนั้น จะทำกันในช่วงสุดท้ายในการนับเงินทำบุญ ที่จะมีการประกาศกันว่า ตอนนี้ในการทอดผ้าป่าและพระกฐิน นั้นได้ยอดเงินทำบุญเท่าไหร่ ตอนนี้แหละสำคัญมาก

 

หากใครได้ร่วมปิดยอดเพิ่ม เป็นการสร้างบุญให้เพิ่มให้สำเร็จ เหมือนน้ำที่เกือบจะเต็มแล้วมีน้ำมาเติมเพิ่มเพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ให้สำเร็จเต็มประโยชน์มากขึ้น

 

ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่า ลาภผลที่ควรจะได้จะมาเร็วมากๆ จากที่ได้แค่สลึงจะเพิ่มเป็นร้อยบาทอย่างน่าอัศจรรย์  ความสำเร็จที่คิดว่าจะได้แค่นั้นเท่านั้น จะใหญ่ขึ้นทวีคูณ เงินทองที่ติดขัด จะกลับมาไหลรื่นอย่างรวดเร็ว อุปสรรคต่างๆ จะได้รับการคลี่คลายโดยเร็วพลัน

 

เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องของเหนือการพิสูจน์ อย่าเพิ่งเชื่อให้รอทำดูแล้วจะรู้ว่า

 

ปาฏิหาริย์นั้นมีจริง

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๑ สร้างบุญแบบฉลาด ให้ได้บุญมาก ดี สุข รุ่งเรือง รวยทันตาเห็น!     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

หลายคนที่พยายามสร้างและกระทำซึ่งคุณงามความดีมากมายแต่บางทีก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จมากดังที่ตั้งใจไว้เพราะมีกรรมในอดีตติดตัวมาเยอะ คนที่ยังมีกรรมไม่ดีติดตัวมาเยอะหรือขาดการฝึกสมาธิ ฝึกจิตให้เป็นกุศล

การอธิษฐานเพื่อขอขมา ขออโหสิกรรมที่ล่วงเกิน

 

ซึ่งอาจจะติดจากชาติเดิมที่เคยมีความแค้นเคืองต่อพระพุทธศาสนา หรือต่อเหล่าพระอริยสงฆ์ พ่อแม่ ผู้มีพระคุณ มาจากการไม่สมหวังในสิ่งที่ตั้งใจ หรือติดมาจากในชาติที่เป็นสัตว์เดรัจฉาน หรือในบางครั้งอาจจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรเขามาขวางเอาไว้ พยายามมาดลใจเราให้เราคิดไปในทางชั่ว เพื่อไม่ให้เราได้มีบารมีภูมิธรรม

 

คนเหล่านี้จิตจะตกบ่อยมาก อาจจะถึงขึ้นปรามาสท่านผู้มีภูมิธรรมบ่อยครั้ง ยิ่งท่านที่มีภูมิธรรมมากเท่าใดก็จะยิ่งเป็นกรรมหนักติดตัว และกรรมหนักนี้จะไปขวางทางให้ไม่พบกับความเจริญในชาตินี้ หลายท่านที่มีวิบากกรรมไม่ดีติดตัวมามาก เวลาไปไหว้พระไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป พระสงฆ์ แทนที่จะได้บุญกลับได้บาปแทน เพราะมือก้มลงกราบแต่ใจกลับไปคิดในทางต่ำไม่ว่าเรื่องใดก็ตามต่อตัวแทนของพระพุทธเจ้าที่อยู่ตรงหน้า

 

ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาบอกวิธีแก้ไขเอาไว้ว่า ให้ทำการขอขมาคำปรามาสนี้เสีย และรวมไปถึงพ่อแม่ ผู้มีพระคุณครูบาอาจารย์ ให้พยายามทำก่อนทุกครั้งที่ทำการสวดมนต์ 

 

ตัวอย่างคำอธิษฐานขอขมา

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (ว่า 3 จบ)

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต้ อุกาสะ ขะมามิ ภันเตฯ

 

“หากข้าพระพุทธเจ้า ได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พ่อแม่ผู้มีพระคุณครูบาอาจารย์ ทั้งหลาย ในชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ด้วยกายก็ดี วาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ด้วยเจตนาก็ดี ไม่เจตนาก็ดี ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี

 

ขอองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม พระอริยสงฆ์ พ่อแม่ผู้มีพระคุณครูบาอาจารย์ ทั้งหลายทุกท่าน ได้โปรดอดโทษให้แก่ข้าพระพุทธเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญ

 

จากนั้นให้นำดอกไม้ถ้าเป็นดอกบัว 3 ดอกจะยิ่งดีขึ้น ให้ไปกราบขอขอขมาต่อหน้าองค์พระพุทธรูปที่เป็นประธานในโบสถ์วัดใดก็ได้  หรือจะทำที่บ้านก็ได้เลือกเอาที่เป็นวันพระ ยิ่งเป็นวันพระใหญ่จะยิ่งดีมากขึ้น เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา เป็นต้น

 

จากนั้นให้กล่าวขออโหสิกรรม และตั้งสัจจะอธิษฐานจะไม่ทำอีก ขอเมตตาจากท่านให้ช่วยเจริญในธรรมสูงขึ้น ให้มีจิตที่มั่นคงในการสำรวมกาย วาจา ใจได้อย่าด่างพร้อย  และต้องพยายามรักษาศีล 5 ทำสมาธิ ตั้งใจทำไปเรื่อยๆ ความคิดต่ำแบบนี้จะค่อยๆ หายไป

หากเราแก้ไขได้สำเร็จ นอกจากลดกรรมที่เคยไปปรามาสไว้ แล้วยังเป็นการเพิ่มพลังทางใจให้มีกำลังมากขึ้น เป็นบาทฐานในการสร้างบุญกุศล และทำให้การอธิษฐานทุกครั้งมีพลังบุญมากขึ้น

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๔ ห้อยพระ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรเป็น ได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

 

Read Full Post »

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ

วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
อะนุตตะโร ปุริสสะธัมมะสาระถิ สัตถาเทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ. บทสรรเสริญ พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

สวากขาโต ภะคะวา ธัมโม
สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ. (อ่านว่าวิญญูฮีติ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อุชุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายะปฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สามีจิปฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสสะ ยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย
อัญชะลีกะระนีโย อะนุตตะรัง ปุญญะเขตตัง โลกัสสาติ

 

ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๓ พุทธคุณบทสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ อธิษฐานอย่างไรให้ปาฏิหาริย์เกิด     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

 

Read Full Post »

« Newer Posts - Older Posts »