Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for ตุลาคม, 2014

ในการทำบุญนั้น เรารู้ดีว่า ถ้าผู้รับนั้นเป็นเนื้อนาบุญสูง อานิสงส์ของบุญนั้นจะมากขึ้นตามเนื้อนาบุญนั้น

ทำบุญใหญ่ ผ่านการใส่บาตร ทำสังฆทาน

แต่หลายท่านมักจะมีข้อกังขาในใจอยู่เสมอว่า พระสงฆ์ที่กำลังเป็น”ผู้รับ” นั้นเป็นเนื้อนาบุญจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงคนที่โกนหัวใส่ผ้าเหลือง บวชตามธรรมเนียมหรือบวชเพราะมีปัญหา  ทำให้บุญที่ทำนั้นส่งผลไม่เต็มที่เพราะมีกรรมทางใจเกิดขึ้นไปขวางเอาไว้ ในเรื่องนี้ครูบาอาจารย์ท่านสอนวิธีในการใส่บาตรหรือทำสังฆทานและการทำบุญทุกชนิดที่ได้บุญมากและป้องกันไม่ให้เกิดความไม่สบายใจ

 

สำหรับเวลาที่เราทำบุญกับพระสงฆ์นั้นไม่ว่าบุญใดก็ตาม ให้ทำการอธิษฐานก่อนถวายทานถ้าอธิษฐานไปเลยจากบ้านก็จะยิ่งดีหรือในเวลาก่อนที่จะไปถวาย เพราะเมื่อเราไปถึงวัดอาจจะเจอกับคนที่ไปทำบุญมาก พลุกพล่านวุ่นวายสับสน ทำให้สมาธิเราอาจจะรวมได้ไม่ค่อยนิ่ง การอธิษฐานนั้นจึงขาดพลังไปอย่างน่าเสียดาย เหมือนต้มน้ำร้อนจนเดือดแล้วไม่ได้เอาไปใช้ทำอะไรที่มีประโยชน์มากหรือเททิ้งไป

 

ดังนั้นในช่วงเวลาที่อธิษฐาน ของให้สำรวมทำจิตของเราให้นิ่งที่สุดไม่ต้องคิดเรื่องอื่นอะไร แล้วอธิษฐานให้บุญจากการใส่บาตร ทำสังฆทานหรือบุญที่ทำเหล่านั้นส่งตรงไปถวายกับพระพุทธเจ้าเลยจะได้บุญสูง พระสงฆ์ที่รับตรงหน้าเรานั้นเป็นเพียงตัวแทนของพระพุทธองค์ ถ้าท่านจะดีหรือไม่ดี เราไม่ต้องไปสนใจ เพราะจะทำให้จิตเรานั้นตกและมีความกังวล

 

พยายามฝึกจิตให้นึกว่าตนเองกำลังทำบุญกับพระพุทธเจ้ายิ่งดีมากๆ  พยายามนึกภาพให้แจ่มชัด นึกแบบให้เห็นฉัพพรรณรังสี คือ แสงรัศมี 6 สีที่ฉายออกมาจากพระพุทธเจ้ายิ่งดีมากๆ (พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ มีฉัพพรรณรังสี   6 สี ดังนี้   1.สีนีละ – สีเขียวเหมือนดอกอัญชัน     2.สีปีตะ – สีเหลืองเหมือนหรดาลทอง

3.สีโรหิตะ – สีแดงเหมือนแสงตะวันอ่อน    4.สีโอทาตะ – สีขาวเงินยวง    5.สีมัญเชฏฐะ – สีแสดเหมือนหงอนไก่    6.สีประภัสสร – สีเลื่อมพรายเหมือนแก้วผลึก)

 

นึกถึงอาการที่นอบน้อมเรากำลังก้มลงกราบฝ่าพระบาท มือเราใส่ข้าวปลาอาหารลงไปในบาตรหรือพระพุทธองค์ จมูกได้กลิ่นหอมจากกลิ่นพระวรกายที่เป็นกลิ่นมหาบุญกุศล กลิ่นหอมขอข้าวสวย อาหาร ยิ่งนุกถึงรายละเอียดมากได้เท่าใด ใจจะมีกำลังมากมายมหาศาล (วิธีนี้ใช้ได้กับการทำบุญพระอรหันต์ พระอริยเจ้า พระมหาโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ ครูบาอาจารย์ที่เรานับถือศรัทธาได้)

 

ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะทำบุญกับพระสงฆ์ที่ดีเนื้อนาบุญสูงหรือไม่ ขอให้เราแค่ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ สะอาด ก็รับอานิสงส์บุญอย่างเต็มที่ ไม่มีกรรมทางการปรามาสอะไรมาขวางกั้น

 

แต่มีข้อปลีกย่อยแต่สำคัญมากที่อยากจะบอกให้ทราบแนะนำเพิ่มเติมก็คือ ข้าวปลา อาหารสิ่งของที่นำไปใส่บาตรพระ หรือในสังฆทานนั้น ควรจะเป็นสิ่งของที่ดี ประณีต มีคุณภาพ ควรมีการพิจารณาวัตถุทานนั้นอย่างประณีตที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

 

เช่น ข้าวที่ใส่บาตรจากข้าวปกติ เราพิจารณาละเอียดขึ้นไปอีกขั้นว่าพระสงฆ์ท่านหากได้รับข้าวกล้องที่มีสารอาหารสูง มีประโยชน์ต่อท่านช่วยเรื่องสมอง โรคเหน็บชาและอีกหลายโรคย่อมดีกว่าข้าวขาวที่ขัดสีแล้ว แต่ให้ดูตามเหตุและปัจจัย หากไม่มีก็เอาที่เราเห็นสมควรความหมายของคำว่าประณีต นั้นหมายถึงทำอย่างดีที่สุดจะเป็นข้าวขาวข้าวเหนียวช้อนเดียว หรือข้าวอะไรได้ทั้งนั้น

 

แกง ผัดทอด อาหารที่ใส่ควรสะอาดมีประโยชน์มาก ไม่เป็นต้นเหตุหรือทำให้ท่านเกิดโรคได้ง่าย เครื่องชงต่างๆ ควรมีน้ำตาลน้อย หรือเป็นน้ำตาลไม่ฟอกสี เป็นน้ำตาลดีที่มีประโยชน์ไม่ใช่โทษ เหล่านี้คือตัวอย่างในการพิจารณา เมื่อวัตถุทานนั้นดีเยี่ยมประณีต จิตใจของผู้ให้นั้นมีศรัทธา มีเจตนาในการให้อย่างเต็มเปี่ยม ให้โดยไม่คิดหวังผลตอบแทน มีจิตใจเป็นผู้ให้ทั้งก่อนให้ ในขณะที่กำลังให้และหลังให้ ย่อมมีอานิสงส์มากมาย

 

เมื่อเสร็จจากการทำบุญแล้ว ควรอธิษฐานจิตร่วมมหาบุญกุศลขอพระบารมีของพระพุทธเจ้าประทานพรให้ชีวิตนั้นมีความสุข ไม่มีความขัดข้องและไม่มีในชีวิตอย่างบังเกิดขึ้นนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป  อุทิศบุญกุศลไปให้แก่ผู้มีพระคุณและเจ้ากรรมนายเวรเสียทั้งญาติก็ดี ไม่ใช่ญาติก็ดี แผ่บุญกุศลออกไปวงกว้างต่อทุกดวงวิญญาณ (ย้อนกลับไปดูวิธีการอธิษฐานรวมบุญในบทแรก)  บุญใหม่ที่เราสร้างขึ้นมา จะมากพอที่จะนำให้เราพ้นจากวิบากกรรมไม่ดีบางวิบากกรรมได้

 

ต่อจากนี้ไปชีวิตจะรุ่งเรืองพูนสุข ด้วยพลานุภาพแห่งบุญนั้นพาไป

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๑ สร้างบุญแบบฉลาด ให้ได้บุญมาก ดี สุข รุ่งเรือง รวยทันตาเห็น!     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

เคล็ดวิชานี้ครุบาอาจารย์ท่านเมตตาสอนมาและพิสูจน์แล้วว่าดีจริง ก็ขอให้พิจารณากันเพราะง่ายมากๆ แต่ได้ผลมากแน่นอน

วิธี แบบง่ายๆ ในทุกวันแต่ทำแล้วร่ำรวยจริง

 

เริ่มจากก่อนที่จะลุกจากที่นอนในตอนเช้า เมื่อตื่นแล้วให้นอนอยู่บนที่นอนก่อน ให้ทำใจให้นิ่งๆ เมื่อได้สตินิ่งดีแล้ว ให้กล่าวในใจว่า

 

“ ข้าพเจ้า…………..(ชื่อของเรา) ขอให้อโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย คนใกล้ตัว สัตว์ใกล้ตัว เทวดาใกล้ตัว สรรพสัตว์ สรรพวิญาณทั้งหลาย ญาติก็ดี ไม่ใช่ญาติก็ดีในทุกกรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบัน และขออโหสิกรรมต่อท่านทั้งหลายไว้พร้อมกันในที่นี้”

 

เพียงกล่าวแบบตั้งใจจริงแค่นี้สั้นๆ ในทุกวันท่านก็ได้สร้างอภัยทานเป็นบุญใหญ่ในฝ่ายทานแล้ว แต่ใจท่านต้องให้อภัยเขาจริงๆ ไม่ได้พูดเพื่อเอาเคล็ด พูดออกมาจากใจจริงๆ เพื่อลดกรรมบางกรรมก่อนจะสร้างบุญต่อไป หลังจากนี้ให้ตั้งอารมณ์ปกติ ทำกิจวัตรประจำวันไป

 

หลังจากล้างหน้า สติเข้าที่แล้ว ให้เริ่มสร้างบุญใหญ่ประจำวันหนุนชีวิต ซึ่งจะได้ครบทั้งมหาทานทั้งวัตถุทาน ธรรมทาน อภัยทาน   ศีล ภาวนา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปใส่บาตรในตอนเช้า สำหรับคนที่ใส่บาตรทุกวันแล้วก็ทำได้เช่นกัน การทำบุญแบบนี้นั้นไม่จำกัดเวลาตอนไหนก็ไหน แต่ถ้าในตอนเช้าก่อนจะเริ่มภารกิจทำงานประจำวันจะดีมากเพราะเป็นการเริ่มต้นที่ดีในทุกๆ เช้าจิตใจจะอิ่มเอิบผ่องใสไปด้วยบุญ  วิธีการมีดังนี้
๑. หากระปุกออมสิน หรือบาตรพลาสติกเล็กๆ  ( บาตรแบบนี้ที่ร้านสังฆทานต่างๆ ก็จะมีขาย ) หรือภาชนะที่สะดวกในการหยอดเงิน ให้เอาบาตรหรือภาชนะนั้นนำมาวางไว้บนหิ้งพระ สำหรับคนที่อยู่คอนโดหรืออพาร์ทเมนท์  ถ้าไม่มีหิ้งพระจริงๆ  ให้หารูปถ่ายของพระพุทธรูปที่เรานับถือมาติดที่ฝาผนังก็ได้ หรือถ้าไม่มีรูปพระจริงๆ ให้เอาบาตรหรือภาชนะนั้นวางอยู่สูงเสียหรือบนโต๊ะทำงานก็ได้ เดี๋ยวนี้คนยุคใหม่ เขาไหว้พระ สวดมนต์หน้าคอมพิวเตอร์มาก รวมถึงการโอนเงินทำบุญผ่านบัญชีธนาคารถึงวัดหรือพระสงฆ์ที่ท่านบอกบุญมา ซึ่งเป็นการดีมากได้บุญกุศลเช่นกัน
๒.  ให้นำเงินที่ตั้งใจจะใส่บาตร (แต่ไม่มีเวลาจะไป) เตรียมเอาไว้ ตั้งสมาธิให้นิ่งถ้าไม่มีรูปพระ หิ้งพระที่บ้านให้นึกพระพุทธรูปที่เราเคารพเช่น หลวงพ่อพระพุทธชินราช หลวงพ่อโสธร พระจักรพรรดิ หรือถ้านึกไม่ออกจริงๆ ให้นึกถึงพระอริยสงฆ์ที่เราเคารพ เช่น หลวงปู่ทวด สมเด็จโตฯ หลวงพ่อปาน หลับตานึกถึงท่านแล้ว ถ้ายังนึกไม่ออกอีกให้นึกถึงพ่อแม่ก็ใช้ได้ แล้วพนมมือเริ่มจะสวดมนต์

 

เริ่มจากอัญเชิญเทวดา ซึ่งจะเป็นการดีมากที่เราได้อัญเชิญพรหมเทพเทวดาทั้งหลายให้ท่านมาร่วมอนุโมทนาและรับบุญที่เราทำในวันนี้อยากจะเรียนให้ทราบตามที่ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาสอนมาให้รู้ว่า โดยทั่วไป ก่อนที่เราจะไหว้พระสวดมนต์ ทำสมาธิหรือสร้างบุญทุกครั้งนั้นควรที่จะอัญเชิญเทพเทวดาทั้งหลายมาร่วมเป็นพยานให้เรา

 

ทั้งนี้เพื่อป้องกันเราให้พ้นจากอุปสรรคปัญหาความยุ่งยากทั้งหลาย และให้ท่านทั้งหลายมาร่วมอนุโมทนาบุญกับเราด้วย นอกจากเหล่าพรหมเทพเทวดาท่านมาพร้อมกันแล้ว ก็ยังมีพวกบรรดาบริวารของท่าน พวกผี ดวงจิตวิญญาณเร่ร่อนทั้งหลายมาร่วมโมทนาบุญอีกด้วย

 

เพราะนอกจากการทำบุญทำทานกราบไหว้พระ ทำสมาธิตามปกติแล้ว ในตอนอธิษฐานจิตอุทิศบุญแผ่เมตตาในตอนท้าย เราก็ได้เมตตาเผื่อแผ่บุญกุศลไปถึงสรรพสัตว์สรรพวิญญาณทั้งสามโลกโดยไม่มีประมาณอีกด้วย ซึ่งมีหลายคนบอกว่า เมื่ออัญเชิญพรหมเทพเทวดา แล้วพวกผีจะมาด้วย ขอบอกว่าไม่ต้องกลัวเรื่องผีเรื่องดวงวิญญาณพวกนี้ เพราะพวกนี้เขามาดี มาร่วมบุญมาขอส่วนบุญ ยิ่งทำให้เราได้บุญมากขึ้น

 

บ้านไหนหรือร้านค้าไหนสวดมนต์ประจำ ถึงจึงไม่สวดอัญเชิญพรหมเทพเทวดาหรือชุมนุมเทวดา แต่รับรองท่านก็มาเองแน่นอน เพราะที่ไหน เมื่อใดที่มีการสร้างบุญกุศลท่านจะรู้ด้วยตัวของท่านเองที่มีจิตละเอียดอยู่แล้ว อย่างน้อยก็เทพยดาอาลักษณ์ ส่วนหนึ่งที่ปกป้องดูแลสถานที่ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ร้านค้าที่ทำงาน ท่านต้องมาร่วมบุญด้วย

 

ซึ่งเมื่อท่านมาร่วมสวดมนต์ มาร่วมอนุโมทนาบุญแล้ว ท่านก็จะมาปกปักรักษาคนที่สร้างบุญรวมถึงสถานที่นั้นด้วย ยิ่งบ้านไหนไหว้พระสวดมนต์ประจำ มีพระพุทธรูป เทวดาท่านก็จะมากราบไหว้และรักษาพระพุทธรูปด้วย ทำให้พระพุทธรูปองค์นั้นๆ ศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งพระพุทธรูปองค์องค์ไหนคนกราบไหว้บูชาเยอะ ก็ยิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะเทวดามารักษาเยอะ

 

เรื่องนี้ครูบาอาจารย์ท่านทราบดีจึงได้บอกว่า เวลาจะสร้างบุญกุศลใดๆ ให้สวดบทชุมนุมเทวดาเพื่ออัญเชิญท่านมาร่วมด้วยทุกครั้ง บทสวดมนต์ชุมนุมเทวดา เป็นบทสวดมนต์เพื่ออันเชิญเทวดามาฟังธรรมของพุทธองค์ แต่ถ้าท่านรู้คำแปลแล้วจะเห็นว่าไม่เฉพาะเทวดาเท่านั้น จริง ๆ แล้วเป็นการประกาศเชิญให้ผู้สนใจเข้ามาฟังธรรมของพุทธองค์ และบทสวดนี้ตอนขึ้นต้นจะเป็นการเตือนผู้สวดให้ระลึกอยู่เสมอว่า ต้องประกอบด้วยเมตตาจิต มีสมาธิไม่ฟุ้งซ่านนั่นเอง

 

ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างธรรมทานพร้อมกันไปในครั้งเดียว

 

จากนั้นก็เริ่มสวดมนต์ ขอให้สวดบูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล อาราธนาศีล 5หรือ 8 เสียก่อน เพื่อให้ตนบริสุทธิ์ ไปตามจริตตนชอบบทไหนก็สวดบทนั้น

 

( *ระหว่างที่เราเริ่มตั้งนะโมฯ  ก็ให้เรานำเงินที่เตรียมไว้ จบเอาไว้ในมือ จะกี่บาทก็ได้ ๕ บาท ๑๐ บาท หรือ ๒๐ บาท หรือจะมากกว่านั้นตามแต่ศรัทธา จากนั้นก็เริ่มสวดบทต่อไป)

 

เมื่อสวดมนต์เสร็จ จากนั้นให้ เอาเงินที่จบไว้ในมือ ใส่เงินลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้ที่หิ้งพระหรือโต๊ะหมู่บูชา หรือหน้ารูปพระ  ในขณะที่ใส่ให้นึกถึงภาพว่าตนเองกำลังใส่บาตรกับพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระอรหันต์เจ้า  พระสิวลี  พระอุปคุต พระสังกัจจายน์หรือพระสงฆ์ที่ท่านเคารพ

 

เมื่อมีเวลาว่างให้เอาเงินนั้นไปทำบุญที่วัดเขียนหน้าซองว่า ถวายเป็นค่าภัตตาหาร เป็นสังฆทาน เป็นค่าน้ำค่าไฟ ทำหนังสือธรรมทาน  ซื้อโลงศพอะไรก็ได้ที่พระสงฆ์ท่านเชื้อเชิญให้สร้างบุญ
สำหรับท่านที่จะสวดเพิ่มเติมคาถาหรือบทสวดใดต่อ ก็ขอให้ท่านเลือกสวดได้ตามใจที่ท่านปรารถนาเพราะบทสวดนั้นดีทุกบทแน่นอน ที่ลงคำแปลบางบทไว้เพื่อท่านจะได้เข้าถึงธรรมได้มากขึ้น บุญจะมากขึ้น ขอให้ตั้งใจจริงก็จะเห็นผลจริงเช่นกัน

 

จนสมควรแก่เวลาสวดมนต์เสร็จ ควรทำสมาธิต่อและออกจากสมาธิ ก็ขอให้ทำใจให้อภัย ให้อโหสิกรรมกับเจ้ากรรมนายเวร คนที่ทำให้เราขุ่นข้องหมองใจ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม สัตว์ก็ตามอีกครั้ง เมื่อให้อโหสิกรรมเสร็จแล้ว ให้อธิษฐานจิตดังนี้

 

ตัวอย่าง คำอุทิศบุญประจำวันหลังสวดมนต์
ข้าพเจ้า………………….(ชื่อของเรา ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อให้บอกทั้งชื่อเก่าและชื่อใหม่แต่ถ้าเปลี่ยนมาหลายครั้งจนจำไม่ได้ให้ใช้ชื่อเก่า )

 

ขออุทิศบุญที่เกิดขึ้นจากการทำทาน ศีล ภาวนา ที่สำเร็จแล้วในวันนี้ และที่เคยทำมาในอดีตชาติรวมถึงที่จะมีขึ้นในปัจจุบันเป็นมหาทาน มหากุศล  ขอน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ถวายและมีส่วนร่วมในพระบุญบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ ตั้งแต่องค์ปฐมจนถึงองค์ปัจจุบัน พระปัจเจกพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระอรหันต์เจ้า  พระอริยสงฆ์ พระมหาโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์  เพื่อโมทนาพระคุณความดีของ ครูบาอาจารย์ทุกพระองค์ ทุกองค์ ทุกท่านจนถึงที่สุด

 

โดยเฉพาะหลวงปู่ทวด หลวงปู่แสง สมเด็จโต ครูบาศรีวิชัย หลวงปู่มั่น หลวงปู่ฝั้น หลวงพ่อปาน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ หลวงพ่อสด หลวงพ่อโอภาสี หลวงปู่โต๊ะ หลวงปู่ดู่ หลวงพ่อเกษม หลวงปู่แหวน หลวงปู่สิม หลวงปู่ดู่ ครูผึ้ง ครูแจง และครูบาอาจารย์ที่ไม่ได้เอ่ยนามทั้งสิ้นทั้งปวง (สำหรับพระอริยสงฆ์ครูบาอาจารย์ที่ยกมาเป็นตัวอย่างนั้นเป็นของธงธรรมรักษ์ สำหรับท่านผู้อ่านแล้วขอแล้วแต่ท่านเลื่อมใส)

 

อุทิศแด่พรหมเทพเทวดาทั้ง ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน ๑๔ ชั้นบาดาล พรหมเทพเทวดาที่ปกป้องดูแลประเทศไทยและพระมหากษัตริย์แห่งแผ่นดินสยามทุกพระองค์  เทวดาประจำตัวของข้าพเจ้า เทวดาที่รักษาเคหะสถานและกิจการการค้า ณ บ้านเลขที่………………(สถานที่ตั้งบ้านและร้านค้ากิจการของเรา)  ดวงพระวิญญาณ ท่านผู้มีพระคุณต่อแผ่นดิน บรรพบุรุษ พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ผู้มีพระคุณ ญาติก็ดีไม่ใช่ญาติก็ดี เหล่าสรรพสัตว์ เหล่าสรรพวิญญาณทั้งหลาย

 

อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย เทวดาใกล้ตัว คนใกล้ตัว สัตว์ใกล้ตัว โดยเฉพาะเจ้ากรรมนายเวรที่มาขัดขวางทางกุศลทั้งปวงในขณะนี้ ขอให้ท่านมาร่วมอนุโมทนาและโปรดรับบุญกุศลที่เกิดขึ้นนี้ หากท่านพอใจยินดีในบุญกุศลที่เกิดขึ้นนี้

 

ขอให้ท่านให้อโหสิกรรมและถอนตัวจากอุปสรรคต่างๆ ที่ท่านทำให้เกิดขึ้นทั้งปวง และข้าพเจ้าให้อโหสิกรรมต่อท่าน ขอถอนคำสาปแช่ง คาถาเวทมนต์ที่อาจจะเคยกระทำกับท่านทั้งปวง ขอให้หมดสิ้นเวรกรรมทั้งปวงต่อกันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

หากท่านไม่สามารถมารับได้ ขอเมตตาจากท่านท้าวยมราช นายนิริยะบาล แม่พระธรณี ท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ โปรดมาเป็นสักขีพยานในการสร้างบุญในครั้งนี้และขอเมตตาฝากบุญกุศลนี้ไว้กับท่าน เมื่อเจ้ากรรมนายเวรถึงเวลาอยู่ในภพภูมิที่รับได้โปรดเมตตาส่งบุญให้ด้วย
ขออานิสงส์ผลบุญนี้ จงเป็นพละปัจจัยให้ข้าพเจ้า (หรือผู้อื่นกรณีอุทิศให้ผู้อื่น) ปรารถนาสิ่งใดก็ให้ว่าไป โดยต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ( อาทิ เพื่อความสำเร็จต่าง ๆ ให้ธุรกิจการงานราบรื่น มีผลกำไรดี ให้คิดดี พูดดี ทำดีต่อกัน สนับสนุนกัน ขอให้หายเจ็บไข้ได้ป่วย ให้พ้นจากภาวะทุกข์ทั้งหลาย ปัญหาอุปสรรคทั้งหลายที่เป็นอยู่ ต้องระบุ บอกรายละเอียด ฯลฯ…)

 

นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เทอญ

 

(คำอุทิศบุญนี้พยายามนึกถึงท่านที่เราจะอุทศให้ให้ได้ ถ้าจำไม่ได้ให้พูดแบบที่เราถนัดง่ายๆ มาจากใจจริงๆ หรือสะดวกที่จะถ่ายเอกสาร คัดลอกเอาไว้ส่วนตัววางไว้ที่หิ้งพระ หรือที่สะดวกในการนำมาใช้ในทุกวัน จะแบบไหนพิจารณากันเอง แต่ขอให้อุทิศบุญทุกครั้งที่สร้างบุญ)

 

ถ้าอยากได้เรื่องอะไรให้ไปขอในตอนอธิษฐานจิตเอา ตรงนี้สำคัญต้องขอย้ำอีกครั้ง
สุดท้ายขอให้ทราบไว้เพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างบุญว่า ถ้าท่านทำได้ครบตามที่แนะนำมาทั้งหมด ทุกท่านก็จะได้สร้างบุญบารมีครบถ้วน ทั้ง ๑๐ ประการหรือบารมี ๑๐ ทัศ ซึ่งเป็นบารมีขั้นสูงสุดที่มนุษย์ทุกคนทำได้ และถ้าได้ทำครบถ้วนมากที่สุดจะยิ่งเจริญไม่มีใครหยุดยั้งได้ ประกอบไปด้วย
๑. ทานบารมี ขณะที่เราสวดมนต์เสร็จ เราทำทานคือเอาเงินที่จบใส่ใน กระปุกออมสิน หรืออื่นๆ เป็น ทานบารมี
๒. ศีลบารมี  ขณะที่เราสวดมนต์อยู่ในขณะนั้นเราไม่ได้ทำบาปกรรมกับใคร มีศีลอยู่ในขณะที่สวดมี ศีลบารมี
๓. เนกขัมมบารมี   ขณะที่เราสวดมนต์อยู่ จิตของเราปราศจาก สิ่งมามารบกวนจิตใจ ถือว่าเป็นการบวชใจ ถือว่าเป็น เนกขัมมบารมี
๔. ปัญญาบารมี  การสวดมนต์ทำด้วยความศรัทธา ทำด้วยปัญญาที่เห็นว่ามันเป็นประโยชน์ช่วยฝึกฝนให้เกิดสติ มีสมาธิเป็น ปัญญาบารมี
๕. วิริยะบารมี  ถ้าเราไม่มีความเพียร เราก็สร้างบุญทั้งทาน ศีลเจริญภาวนาในวันนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรานั้นคือ ความเพียรเป็น วิริยะบารมี
๖. ขันติบารมี  มีความเพียรแล้ว ไม่มีความอดทน ความเพียรก็ตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องมีความอดทน ความอดทนเป็น ขันติบารมี
๗. สัจจะบารมี   มีความเพียร มีความอดทนแล้ว และมีความจริงใจในการประพฤติปฏิบัติ ซึ่งความจริงใจคือ สัจจะบารมี
๘. อธิษฐานบารมี  เมื่อเราสวดมนต์เสร็จ ทำสมาธิ ตั้งจิตอธิฐาน การอธิฐานเป็น อธิษฐานบารมี
๙. เมตตาบารมี  ใส่บาตร สวดมนต์เสร็จ ก็ต้องแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล การแผ่เมตตาที่เราทำนั้นเป็น เมตตาบารมี
๑๐. อุเบกขาบารมี  ขณะที่เราแผ่เมตตา เราต้องทำใจของเราให้มีเมตตา ต่อสัตว์ทั้งหลาย ทำใจให้เป็นพรหมวิหาร ๔ อุเบกขา วางเฉย อโหสิกรรม ให้อภัยกับบุคคลที่เราเคยล่วงเกินกันมา ไม่โกรธใคร ไม่เกลียดใคร ไม่ชอบใคร ไม่ชังใคร ทำใจให้นิ่ง ทำจิตให้สงบ วางใจให้เป็นอุเบกขา ถือเป็น อุเบกขาบารมี
บารมี ๑๐ ทัศนั้นถือว่าเป็นมหาบุญกุศล ที่ทำให้คนพบกับความสุขทั้งในทางโลกและทางธรรม
ครูบาอาจารย์ที่สอนเคล็ดวิชานี้ ที่ขอเมตตาจากท่านนำมาบอกอย่างละเอียดในบทนี้  ท่านยังบอกอีกว่าหากใครทำได้ครบถ้วนตลอดเวลาแล้ว ถือว่าเป็นการปลุกเสกตัวเองให้ศักดิ์สิทธิ์ด้วย ซึ่งจะส่งผลให้คนที่ทำนั้นสามารถสร้างปาฏิหาริย์ให้กับชีวิตตนเองได้

 

อยากสุข อยากรวย แค่ไหนก็ได้ทั้งนั้น ด้วยอำนาจแห่งบุญที่เราสร้างได้เอง

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๓ พุทธคุณบทสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ อธิษฐานอย่างไรให้ปาฏิหาริย์เกิด     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

หลักของการปลดกรรมลดกรรมที่กล่าวอย่างละเอียดไปแล้วในบทที่แล้ว คงทำให้ทราบหลายเรื่องสำคัญที่จะทำการสำเร็จ

ขอถอดถอนยกเลิกในสิ่งที่ตนเองเคยอธิษฐานเอาไว้

 

และมีอีกเรื่องที่ควรทำก่อนที่จะทำการปลดกรรมลดกรรม คือ การปลดปล่อยตนเองจากการอธิษฐานเดิมในอดีตชาติหรือแม้แต่ในชาตินี้

 

จะเล่าให้ฟัง ครูบาอาจารย์บางท่านที่บุญบารมีมากได้เคยอธิษฐานอยู่สายพุทธภูมิหรือขอเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง  แต่ท่านเหนื่อยมากเพราะต้องสร้างบุญบารมี หลายกัปป์หลายกัลป์ ต้องผ่านด่านทดสอบนานัปประการ มีสิทธิ์สอบตกได้ตลอดเวลาในการเป็นพระโพธิสัตว์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายในระดับผู้มีบุญปกติจะทำได้เลย

 

ครูบอาจารย์หลายท่านทราบดีในเคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์นี้ ก็จึงขอตั้งจิตอธิษฐานขอถอดถอนยกเลิกในสิ่งที่ตนเองเคยอธิษฐานเอาไว้ในอดีตชาติ  และตั้งจิตอธิษฐานใหม่เป็นสาวกภูมิเดินตามรอยพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์มากมาย

 

นักธุรกิจใหญ่ระดับประเทศระดับโลกคนหนึ่งถ้าเอ่ยนามรู้จักกันดี ก็เคยอธิษฐานขอถอดถอนเหมือนกัน เพราะแต่เดิมนั้นรับราชการแต่ไม่รุ่ง ทำอย่างไงก็ไม่รุดหน้าแม้จะมีเส้นสายมากมาย เมื่ออธิษฐานถอดถอนเสร็จเส้นทางชะตาชีวิตก็เปลี่ยน นัยว่ามีเงินเป็นแสนล้านดีกว่ารับราชการเป็นไหนๆ

 

ถ้าพบว่าตนเองตั้งใจทำงานมากแต่ทำไมทำงานไม่มีความสุข ไม่เจริญก้าวหน้าถูกบังคับกดดัน หรือปิดทางเจริญก้าวหน้า หรือมีปัญหาเรื่องครอบครัว เปลี่ยนคู่รักคนรัก ต้องเลิกอยู่ตลอดเวลาหาคู่แท้ไม่ได้สักที หลายคนเก่งมาก แต่มีปัญหาตลอดทั้งการเงินการงานใดๆ ทำอะไรก็ไม่สำเร็จหรือสำเร็จน้อยมากๆ กับที่ตั้งใจ

 

ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากในชาติก่อนๆ ตนเองอาจได้เคยอธิษฐานเอาไว้ในสายอื่น หรืออธิษฐานจะให้คู่ครองในอดีตเกิดมาเป็นคู่ครองทุกชาติ อธิษฐานขอบำเพ็ญบารมีต่อ หลายๆ การอธิษฐานในหลายๆ ชาติภพจึงกลายเป็นการล็อคตัวเองไว้ ชีวิตในชาติภพนี้จึงมีปัญหามากมาย

 

วิธีแก้ไขเบื้องต้นก็คือ ให้ไปสร้างบุญเสียก่อน ภายหลังจากที่ทำบุญมาแล้วอย่างสม่ำเสมอก็ต้องทำการ “ ปลดล็อคตัวเอง” ด้วยคือ กล่าวถอนคำอธิษฐานที่เคยมีมาตั้งแต่อดีตชาติเพื่อที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีการกักขัง โดยให้กล่าวอธิษฐานดังนี้

 

บทขอถอดถอนยกเลิกในสิ่งที่ตนเองเคยอธิษฐานเอาไว้

ข้าพเจ้า…………………………………..ขออำนาจแห่งบุญกุศลที่ได้ทำในครั้งนี้และที่เคยทำมาในทุกภพชาติรวมกันเป็นมหาบุญกุศล เพื่อขอถอนคำสัญญา คำสาบาน คำอธิษฐาน ความอาฆาต ความพยาบาท และคำสาปแช่งในทุกชาติ ทุกภพ ที่ได้ผูกมัดตัวเองและผู้อื่นไว้  ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระจากสัญญาทั้งปวง หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้

 

หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกิน พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า พระมหาโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย บิดามารดา ครูบาอาจารย์ รวมถึงผู้มีพระคุณ เจ้ากรรมนายเวร จะด้วยกาย วาจา ใจ ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย

 

ขอบุญบารมีในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันของข้าเพจ้า ดลบันดาลให้พบกับความสำเร็จที่ตั้งใจ ตั้งสัจจะใหม่ไว้ ให้เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ สรรเสริญ สติปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ อุปสรรคใด ๆ โรคภัยใด ๆ ขอให้มลายสิ้นไป ตั้งแต่บัดนี้เทอญ

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๒ ปาฏิหาริย์เชื่อมบุญ ปลดกรรม ชีวิตดีฉับพลัน     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

 

Read Full Post »

ขออำนาจบุญบารมีแห่งพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์  ครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะ( บอกชื่อเรียงนามของท่านออกมา เช่น หลวงปุ่ทวด หลวงพ่อปาน ฯลฯ)และบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้เคยทำมาทั้งในอดีตชาติและชาติปัจจุบัน รวมเป็นมหาบุญกุศลดลบันดาลให้เรื่อง………(เรื่องต่างๆ ที่เราอยากจะผ่านไปได้หรือทำงานอะไรให้สำเร็จ)การอธิษฐานจิตแบบย่อ

 

โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ

 

เคล็ดลับสำคัญในการตั้งจิตอธิษฐานนี้ คือ ต้องมาจากใจ มีสมาธิกำกับไปทุกตัวอักษรที่เราอธิษฐาน อย่าพูดไปเรื่อย พูดตามความเคยชิน เพราะแทนที่จะส่งบุญ อุทิศบุญได้มากก็อาจจะมีพลังบุญน้อย

 

การเปิดทางโดยกล่าวเชิญให้ทุกท่านมาร่วมโมทนาบุญหรือรับบุญในทุกครั้งนั้นเป็นการดียิ่ง เมื่อเราตั้งใจเปิดบุญแล้ว หากวันใดเราหลงลืมไม่ได้ระบุชื่อท่านเหล่านั้น เขาก็จะไม่รับรู้รับทราบ เราเปิดบุญไว้เลยจะเป็นการดีมาก

 

ระหว่างอธิษฐานจิตแล้วควรนั่งนิ่งๆ ทำใจนิ่งสักครู่และจะกรวดน้ำไปด้วยหรือไม่กรวดน้ำไม่มีข้อจำกัด ขอให้พยายามทำทุกครั้งหลังสร้างบุญเสร็จ หากลืมแล้วนึกได้ก็ทำได้เลยทันที บุญที่เราทำมาไม่ได้ตกหล่นไปไหน ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่า

 

ใครทำได้ ทำเป็นประจำ สุขและรวยในชาตินี้ไม่พอ

 

จะเป็นเสบียงบุญยิ่งใหญ่ส่งไปเกิดในภพภูมิที่ดีและติดตัวไปทุกภพชาติ

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๑ สร้างบุญแบบฉลาด ให้ได้บุญมาก ดี สุข รุ่งเรือง รวยทันตาเห็น!     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

ขอเชิญร่วมสนับสนุนโครงการ “บุญต่อบุญ ข้าวเสบียงบุญ”

sabiangboon_m

ข้าวเสบียงบุญนั้นเป็นข้าวที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของชาวนาโดยตรง ที่ต้องการทำสิ่งที่ดีมีประโยชน์จากอาชีพของตน ข้าวที่บรรจุในถุงนั้นเป็นข้าวที่ผสมจากข้าวกล้องเกษตรอินทรีย์หรือออแกนิค 3 ชนิด คือ ข้าวกล้องหอมมะลิอินทรีย์  ข้าวไรซ์เบอรี่อินทรีย์ และข้าวสังข์หยดอินทรีย์ ตามสัดส่วนที่ได้พิจารณาแล้วอย่างละเอียด โดยได้ข้อมูลความรู้จากนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดและนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า

ข้าวออแกนิค 3 ชนิด ที่นำผสมกันเป็นข้าวเสบียงบุญ มีสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการสูงมากจากข้าวทั่วไปและข้าวกล้องชนิดเดียวหลายเท่า

เพราะมาจากสารอาหารที่เด่นมากของข้าวกล้องอินทรีย์ 3 ชนิดที่วงการวิทยาศาสตร์และการแพทย์ยอมรับทั้งข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวสังข์หยด มาร่วมกันในการบริโภคครั้งเดียว

อุดมไปด้วยใยอาหารหรือไฟเบอร์สูง  โอเมก้า 3 สารต้านอนุมูลอิสระ แกรมมา ออริซานอล สารกาบา เบต้าแคโรทีน  แอนโทไซยานิน โพลิฟีนอล ลูทีน แทนนิน แมกนีเซียม โปแตสเซียม เหล็ก สังกะสีและวิตามินบี 1  บี 2 บี 3 (ไนอะซิน) ฯลฯ

หากรับประทานเป็นประจำจะช่วยสร้างพลังงาน บำรุงสมอง ตับ ระบบประสาท ลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ได้อย่างเป็นปกติ ลดอัตราเสี่ยงของโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สมองเสื่อม ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น เหน็บชา บำรุงสายตาและลดการเกิดมะเร็งได้

ข้าวเสบียงบุญ จึงเป็นข้าวเพื่อสุขภาพที่ดี และพิจารณาแล้วว่าเป็นการสมควรดีมากที่จะนำถวายพระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติธรรม หรือแม้แต่คนทั่วไปที่รักสุขภาพได้รับประทานกัน เพราะมีแต่ดีไม่มีโทษ มีสารอาหารครบถ้วน เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดี

ไม่เหมือนการบริโภคข้าวขาวหรือข้าวประเภทอื่นๆ ที่อาจจะทำให้ท่านเกิดโรคเบาหวานและโรคอ้วนได้ง่าย ที่พระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติธรรมเป็นโรคนี้กันมากในเวลานี้ ซึ่งโรคเบาหวานนั้นถือเป็นประตูที่จะนำไปสู่อีกหลายโรคร้ายทั้งโรคความดัน หัวใจ ฯลฯ

เหมาะสำหรับการใส่บาตร ทำสังฆทาน และบริจาคแจกจ่ายในงานวันสำคัญของชีวิตทั้งวันคล้ายวันเกิด ขึ้นบ้านใหม่ งานบุญทุกประเภทที่ถวายภัตตาหาร หรือแม้แต่ในงานศพเพราะเป็นการทำทานที่เกิดผลบุญมากให้แก่ผู้วายชนม์

บุญที่เกิดขึ้นนี้เป็นบุญ 3 ชั้นที่ท่านจะได้รับเมื่อได้สนับสนุน “ข้าวเสบียงบุญ”

บุญชั้นที่ 1 ได้ช่วยเหลือชาวนาและครอบครัวให้มีกิน มีชีวิต มีอนาคต มีกำลังใจในการทำความดีต่อไป

บุญชั้นที่ 2 ได้สร้างบุญอย่างประณีต ด้วยทานนั้นเกิดผลดีแก่ผู้รับ

บุญชั้นที่ 3 เพื่อสนับสนุนให้พระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติธรรมได้มีสุขภาพที่ดี มีกำลังในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ข้าวเสบียงบุญนั้นจัดทำเป็นถุง บรรจุถุงละ 100 กรัม จำหน่ายในราคาถุงละ 12 บาท พร้อมค่าจัดส่ง หากสั่ง 200 ถุงขึ้นไปค่าจัดส่งฟรี ร้านค้าใดจะช่วยสนับสนุนเผยแพร่ติดต่อที่เจ้าหน้าที่ดูแลตามเบอร์โทรศัพท์ด้านล่าง

โครงการ “บุญต่อบุญ ข้าวเสบียงบุญ”ของ ธ.ธรรมรักษ์.

ธ.ธรรมรักษ์ขอเมตตาบอกบุญไปยังท่านทั้งหลายให้ช่วยกันพิจารณาหาวัด สถานที่ปฏิบัติธรรม พระสงฆ์ที่อาพาธ หรือผู้ที่เดือดร้อนหนัก ที่ไม่มีข้าวสารจะบริโภค หรืองานบุญใหญ่ที่ต้องใช้ข้าวสารเป็นจำนวนมากในการดูแลผู้ปฏิบัติธรรม

โดยมี บริษัท แฮปปี้เนเจอร์ จำกัดและพนักงาน ขอร่วมสนับสนุนค่าใช้ โดย จะจัดส่งข้าวกล้อง 3 เกษตรอินทรีย์ไปให้ วัด สถานที่ปฏิบัติธรรม พระสงฆ์ที่อาพาธ หรือผู้ที่เดือดร้อนหนัก ที่ไม่มีข้าวสารจะบริโภค หรืองานบุญใหญ่ที่ต้องใช้ข้าวสารเป็นจำนวนมากในการดูแลผู้ปฏิบัติธรรมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นแม้แต่สลึงเดียวทั้งการไปด้วยตนเองหรือจัดส่งทางขนส่งต่างๆ

สนใจร่วมสนับสนุนข้าวเสบียงบุญถุงละ 12 บาท

 และแจ้งวัด สถานที่ปฏิบัติธรรมที่ขาดแคลนได้ที่ติดต่อที่

 095-6900-444 ,053-021320

Read Full Post »

1.อย่าใส่พระในการทำกรรมชั่วทุกชนิด เพราะพระท่านจะไม่คุ้มครองหรือให้คุณกับคนที่ทำกรรมชั่วโดยเด็ดขาด เพราะท่านไม่ส่งเสริมหรือสนับสนุนให้คนทำกรรมชั่ว

เคล็ดข้อห้ามสำคัญ ที่ไม่ควรทำเป็นอันขาด

 

2.อย่าวางพระในที่ไม่สมควร เช่น ในห้องน้ำ ในชั้นใต้บันได ห้องใต้บันได หรือวางในลักษณะที่ไม่แสดงถึงการเคารพ เป็นต้น

 

3.อย่าใส่พระไปในสถานที่ไม่สมควร เช่น ซ่อง อาบอบนวด บ่อนการพนัน  ร้านเหล้า หากจะกินเหล้าควรถอดท่านออกจากคอเสียก่อน ในบางแห่งจะมีการทำคุณไสยไว้ เช่น เอาของต่ำประเภทไอ้งั่ง อีเป๋อ หรือผ้าอนามัย  แขวนไว้ที่ประตู หน้าต่าง เวลาเดินเข้าไปก็จะพบแต่ความอัปมงคล อย่างเช่นบ่อนการพนัน เขาทำเพื่อให้เราไม่มีโชคลาภและหลอกเอาเงินเราได้ง่าย

 

4.เมื่อจะทำกิจกรรมทางเพศใดๆ ต้องเชิญพระออกจากคอเสียก่อน รวมถึงแหวนพระหรือวัตถุมงคลทุกชนิด

 

5.อย่าดูถูกหรือปรามาสพุทธคุณของพระเครื่องเป็นอันขาด อย่างฝ่าฝืนคำห้ามของครูบาอาจารย์ที่สร้างที่บางท่านมีข้อห้ามไว้ ในแต่ละท่านจะไม่เหมือนกัน ถ้าไม่เชื่อไม่ศรัทธา แนะนำว่าอย่าใส่เลยเพราะไม่มีประโยชน์อันใด เหมือนเอาหิน เอาโลหะมาแขวนคอเล่น

 

6.ถ้ามีเหตุอันใดที่ไม่เคยทราบมาก่อนหรือมีความจำเป็น พลั้งเผลอในข้อห้ามต่างๆ ให้ทำการขอขมาพระรัตนตรัยใหม่ จะสวดเป็นภาษาบาลีหรือภาษาธรรมดาก็ได้ขึ้นอยู่ว่าใจเรารู้สึกผิดและต้องการขอขมาแค่ไหน   แล้วตั้งใจบูชา อาราธนาพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ให้ท่านปกป้องคุ้มครองรักษาใหม่ได้ อะไรที่ผิดพลาด พลั้งพลาดไปแล้วจำไว้เป็นบทเรียน แล้วก็ไม่ทำอีก

 

7.ขอให้พึงระลึกไว้ว่าพระเครื่องที่ผ่านการปลุกเสกโดยอาศัยอำนาจพุทธบารมีเป็นที่ตั้งไม่มีวันเสื่อม แต่ที่เกิดเหตุไม่ดีต่างๆ กับผู้แขวนนั้นส่วนใหญ่เกิดเนื่องจากเวรกรรมตัดรอนและประจวบกับในขณะนั้นศีลบกพร่องและกำลังใจตกอยู่ในอกุศลมากกว่า จึงพึงละเว้นความชั่วหมั่นทำบุญกุศลให้มาก พระท่านจะคุ้มครอง

 

การเช็คพลังพุทธคุณ

การเช็คพระหรือเช็คพลังพุทธคุณในทุกด้านนั้น มีหลายสำนักและหลากหลายวิธีการ ในหนังสือเล่มนี้จะขอยกสักตัวอย่างหนึ่ง ที่กัลยาณธรรมท่านหนึ่งที่เป็นผู้มีความรู้ได้ชี้นำ จึงนำมาให้อ่าน เพื่อประดับปัญญา สำหรับการจับพลังเท่าที่พอสืบค้นได้มีดังนี้
วิธีการเช็คพลังพุทธคุณ

-วิธีการคือ ใช้มือขวาหรือทั้งสองมือแตะที่ภาพพระหรือกำหากเป็นพระเครื่อง หรือจับที่องค์พระหากเป็นพระพุทธรูปจากนั้นทำจิตให้นิ่ง และจะรู้สึกสัมผัสได้ถึงพุทธคุณที่ครูบาอาจารย์ท่านได้อธิษฐานไว้

 

หากพระบูชาที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้วนั้น หากเด่นในเรื่องคงกระพันชาตรี เมื่อจับดูก็จะมีอาการปิติขนลุกขนพองสยองเกล้า แต่หากเด่นทางเมตตา เมื่อจับดูก็จะมีปิติน้ำตาไหลและบังเกิดความสงบเยือกเย็นถึงจิตถึงใจ

 

บูรพาจารย์ท่านได้เมตตานำเรื่องการเช็คพระมาสอนนั้น นอกจากเพื่อให้เกิดพุทธานุสติแล้ว ท่านต้องการให้ศิษย์แต่ละคนสามารถเป็นประจักษ์พยานแก่ตนเองได้ ให้เป็น”ปัจจัตตัง” ได้รู้เองเห็นเอง เป็นพยานให้ตนเองได้ จะได้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติธรรมยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

มิใช่ให้ไปอวดเด่นอวดดี หรืออวดคุณวิเศษในตัว หรือเที่ยวไปเช็คพระให้ผู้อื่น ซึ่งจริง ๆ แล้ว หากผู้อื่นยังทำไม่เป็น ถึงเขาจะบอกว่าเชื่ออย่างไร โดยส่วนลึกเขาก็ยังมีความลังเลสงสัยอยู่นั่นเอง เพระไม่รู้ไม่เห็นด้วยตนเองสิ่งที่ท่าน สอนนั้น จะต้องเป็นไปเพื่อการลดละความโลภ จึงเป็นข้อพึงพิจารณาระมัดระวังไม่ให้ผิดทาง
การจับพลังพระแบบต่าง ๆ
-การขอชมบารมีพุทธคุณ-อิทธิคุณพระด้วยวิชามโนยิทธิ
1. เดินจิตเข้าสู่มโนยิทธิ
2. นึกถึงพระ ขออนุญาต ท่านศึกษาพระบารมีในพระเครื่อง
3. เจาะรายละเอียดปลีกย่อยเช่น สร้างอย่างไร เพื่ออะไร ใครร่วมสร้าง มวลสารหลักอะไร
4. อาการเห็นมักออกมาเป็นภาพเป็นแสง บางทีจะรู้สึกถึงกำลังได้ บางทีก็เห็นเพียงแสงสีต่าง ๆและรัศมีความกว้าง
5. อยากศึกษาอะไรก็ถามพระและเดินจิตเอา
6. อุปาทานจะเกิดขึ้นได้ต้องพึงระวัง แต่ถ้าเพื่อศึกษาจริง ๆมักไม่พลาด ที่พลาดมักจะเป็นการดูเพื่อผลประโยชน์

2. ใช้วิชาภูติพระพุทธเจ้า หรือวิชาเปิดโลก (ตามการเรียกเพื่อเป็นการโมทนาพระคุณความดีและเป็นเกียรติของครูบาอาจารย์ ) เป็นแนวทางสายหลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา วิชาเปิดโลกก็มี 2 ระดับเช่นกัน คือแบบปกติกับแบบเต็มกำลัง ซึ่งแบบเต็มกำลังจะคลุมมโนยิทธิแบบเต็มกำลังและอภิญญาด้วย แต่เป็นอภิญญาฝ่ายบุญฤทธิ์ คือ สำเร็จด้วยการอธิษฐานบุญเป็นหลัก ที่ใช้กันและเผยแพร่กันเป็นสาธารณะเป็นวิชาเปิดโลกแบบปกติ
-การขอชมบารมีพุทธคุณ อิทธิคุณพระด้วยวิชาภูติพระพุทธเจ้า(เปิดโลก)
1. ทำการขอขมาพระ(เช่น บทโยโทโส…)
2. น้อมจิตนึกถึงหลวงปู่ดู่ แล้วทรงภาพท่านให้ชัดเจน
3. น้อมจิตขอให้ท่านช่วยเปิดจิตให้ตนเองรู้ -เห็น- เข้าใจ ในพุทธคุณ-อิทธิคุณของพระเครื่องที่ต้องการขอชมบารมีนั้น เพื่อศึกษาไปสู่เข้าใจบวกศรัทธา  เร่งปฏิบัติ เป็นกำลังใจในการปฏิบัติไปสู่ความเข้าใจ เมื่อเข้าใจก็ปล่อยวาง
4. ลองกำพระนั้นดู จะมีอาการของพลังงานแล่นมาหากพลังน้อยจะแล่นแค่มือ หากพลังมากที่สุดจะแล่นถึงศีรษะหรือแล่นไปทั่วตัว
5. ทำการขอขมาพระเพื่อการปราศจากเวรภัยอีกครั้ง(โยโทโส….)
6. ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ทราบถึงพระบารมีอันไร้ประมาณ เพื่อให้ตระหนักว่า ดูแต่เพียงวัตถุที่สมมุติรูปลักษณ์แห่งพระพุทธองค์หรือพระสงฆ์ยังมีพลานุภาพเพียงนี้ แล้วพุทธองค์องค์จริง ๆ หรือสิ่งสูงสุดที่พุทธองค์ทรงอุตสาหะค้นหาทำบารมีมามากมายคณานับเพื่อการค้นพบ นั่นคือ พระธรรมคำสั่งสอนนั้น จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน

 

ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวสั่งสอนเสมอว่า ให้ค้นหาพระแท้ที่เป็นพระเก่าที่สุดคือ พระพุทธองค์ คำสั่งสอนพระพุทธองค์ นั่นคือ สิ่งที่จะทำให้เราเข้าสู่สวรรค์ พรหมโลกและพระนิพพานได้ ต่อให้จับพลังพระได้ มีพระเครื่องดี ๆเป็นหมื่น ๆ องค์ แต่ใจเรายังเข้าไม่ถึงพระ ใจเรายังไม่เป็นพระแล้ว

 

เราก็ยังหนีนรกไปไม่ได้

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๔ ห้อยพระ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรเป็น ได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

Read Full Post »

สวดมนต์ให้เงินทองไหลมาเทมา

ในบทสวดที่ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาสั่งสอนโปรดคนนั้น เป็นมนตราศักดิ์สิทธิ์ บางคนสวดแค่เวลาสั้นๆ ก็เห็นผล บางคนสวดนานถึงจะเห็นผล แต่รับรองได้ผลทุกคน แต่เคล็ดลับนั้นอยู่ที่ต้องควบคู่ไปกับเลิกกรรมชั่วแบบทันทีต้องสร้างบุญใหม่  ปฏิบัติธรรมไปด้วย  เรียกว่าต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองจริงๆ  ไม่ใช่แค่สวดอย่างเดียวไม่ทำงาน ทำการอะไรเลยสวดมนต์ให้เงินทองไหลมาเทมา

 

ที่สำคัญมากๆ ก็คือในเวลาที่สวดนั้น ห้ามเอาจิตไปคิดพะวงถึงแต่เรื่องเงินแบบให้ได้มาเร็ว ให้ถูกหวย ให้มีลาภใหญ่หรือความโลภอะไรก็ตามเพราะกรรมทางใจไม่ดีเหล่านี้จะไปหน่วง กรรมดีและสิ่งที่ควรได้ ถ้าจิตไปคิดถึงก็ขอให้พยายามดึงกลับมา ขอให้ใจเย็นๆ ถึงแม้ใจเราจะร้อนรุ่มแค่ไหนเรื่องเงินทองที่เป็นปัญหาอยู่ก็ตาม ขอเวลานี้ให้เป็นเรื่องของการสวดมนต์พระคาถาศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียว

 

ขอให้พยายามฝึกปล่อยใจให้สบายๆ คิดว่าเป็นการสวดเพื่อโมทนาพระคุณความดีของครูบาอาจารย์ท่าน เช่น ในบทคาถาเรียกทรัพย์ของหลวงพ่อปาน บทพระคาเงินล้านหรือคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้าของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ก็ต้องสวดแบบเพื่อโมทนาพระคุณความดีของครูบาอาจารย์ หรือบางคนนั้นสวดไปด้วยคิดว่าสวดเพื่อให้เจ้ากรรมนายเวรเขาเป็นสุขพ้นทุกข์ จึงมีกำลังใจสวดในทุกวัน ก็แล้วแต่หาอุบายกันไป

 

เคล็ดสำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือ ต้องพยายามใส่บาตรทุกวันเพื่อให้บุญที่ทำไม่ลดถอยลงจะได้ส่งผลได้เร็ว ถ้าไม่มีเวลาใช้วิธีข้างต้นทำที่บ้านพอเงินมากพอก็ไปถวายพระสงฆ์ หยอดตู้สักครั้ง  และทุกครั้งที่สร้างบุญไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ที่มาจากการทาน ศีล ภาวนา

 

ต้องอุทิศบุญน้อมถวายให้กับพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระมหาโพธิสัตว์ พระโพธสัตว์ทุกพระองค์ ตลอดจน ครูบาอาจารย์ท่านเจ้าของคาถาทุกครั้ง

 

ห้ามกินเหล้า เล่นการพนัน ต้องรักษาสัจจะยิ่งชีวิต พูดแล้วต้องทำได้ ถ้าทำไม่ได้อย่าไปรับปากคนอื่น ศีลทั้ง ๓ ข้อนี้เป็นข้อห้ามอย่างเด็ดขาด ใครทำได้บอกได้คำเดียวว่าพบกับความรวยแน่นอน

 

ซึ่งเมื่อท่านสวดทุกคาถาครบถ้วนตามที่ท่านนับถือแล้ว ก็ถือว่าวันนี้เราได้เป็นผู้มีศีลและสวดมนต์เสร็จแล้ว ต่อจากนั้น ให้ทำสมาธิอีกระยะหนึ่ง สำหรับคนที่ไม่เคยนั่งสมาธิแนะนำว่าให้นั่งในท่าสบายๆ อย่าไปเกร็ง เอามือซ้ายทับมือขวา ขาขวาทับขาซ้ายหรือนั่งในท่าที่ตัวเองรู้สึกสบายๆ  หลับตา

 

สูดลมหายใจเข้าให้ ภาวนาคำว่า พุท หายใจออกเป็น โธ   ปล่อยใจให้สบายนึกถึงพระพุทธรูปหรือพระอริยสงฆ์ที่เราเคารพก็ได้ นั่งสักประมาณ ๕- ๑๐ นาทีหรือมากกว่านั้นให้ใจสงบ อย่าไปบังคับลมหายใจปล่อยไปเรื่อยๆ เหมือนเราหายใจปกติ

 

(หากมีอาการวูบวาบหรือเกิดนิมิตเห็นอะไรไม่ต้องตกใจ ให้หายใจลึกๆ  ๒- ๓ ครั้ง นิมิตต่างๆ ก็จะหายไป ถ้ารู้สึกเจ็บหรือปวดเมื่อยตรงไหน ให้เอาใจไปจับตรงที่รู้สึกเจ็บหรือปวด สักระยะหนึ่งก็จะคลายความปวด)

 

เมื่อทำสมาธิจนรู้สึกว่าจิตนิ่งดีแล้ว ในช่วงสุดท้ายขอให้พิจารณาเรื่องการเกิด แก่ เจ็บ ตาย อันเป็นเรื่องอนิจจัง อันเป็นเรื่องธรรมดาของโลก พิจารณาถึงร่างกายของเรานั้นมาจากดิน น้ำ ลม ไฟ  อากาศธาตุเมื่อถึงเวลาก็ต้องสูญสลายกลับคืนไปไม่มีเหลือ พิจารณาเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตที่กำลังก่อให้เกิดทุกข์  มองค้นหาถึงสาเหตุที่แท้จริงและการที่จะแก้ไขได้

 

หลายคนพิจารณาจนค้นพบความสุขที่แท้จริงของชีวิตเป็นปัญญาจะเกิดขึ้นเอง ไม่ได้มาการเรียนรู้จากภายนอก บางคนมองทะลุถึงเรื่องของทรัพย์สมบัติภายนอกเป็นเรื่องของวัตถุที่ต้องมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ต้องดับไปไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน ใจก็เป็นสุข ได้ถอดถอนจากกิเลส ลดความอยากได้ อยากมีออกไปในชีวิตได้

 

ในการพิจาณานี้ถือว่าเป็นการเจริญวิปัสสนา ซึ่งเป็นมหาบุญกุศลและมีประโยชน์มากในชีวิตของคนเราทุกคน

 

ดังที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้เสมอว่า การทำสมาธิถ้าไม่เจริญวิปัสสนาต่อนั้นเหมือนกับการที่เราต้มน้ำร้อนเสร็จแล้วเอาน้ำร้อนเททิ้งไปเสียไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เหมือนเราปลูกข้าวจนออกมาเป็นรวงเต็มนาแต่ไม่ได้เอาไปกินหรือใช้ประโยชน์อะไร

 

ดังนั้นในทุกครั้งที่สวดมนต์เสร็จ ควรทำสมาธิและวิปัสสนาควบคู่กันไป ท่านจะได้บุญมากขึ้นหลายเท่าตัว

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ๓ พุทธคุณบทสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ อธิษฐานอย่างไรให้ปาฏิหาริย์เกิด     โดย ธ.ธรรมรักษ์

 

 

Read Full Post »

« Newer Posts - Older Posts »