Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for กรกฎาคม, 2014

การปรับภพภูมิส่งวิญญาณนั้น เป็นวิชาชั้นสูงของครูบาอาจารย์ตั้งแต่โบราณกาล และได้รับการถ่ายทอดจากครูบาอาจารย์มาโดยตลอดโดยจะเลือกผู้ที่มีบุญเชื่อมกัน โดยเฉพาะหลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา ที่ท่านได้รับสืบทอดมาและได้สั่งสอนลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก โดยที่ท่านได้สร้างพระผงพระจักรพรรดิและมีคาถาพระจักรพรรดิเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับภพภูมิการเพิ่มบุญด้วยการปรับภพภูมิส่งวิญญาณไปสุ่สุขคติ

 

พระจักรพรรดินั้น เป็นพระปางหนึ่งของพระพุทธเจ้า ที่ครั้งหนึ่งพระองค์ทรงเนรมิตพระรูปของพระองค์ดังพระจักรพรรดิที่ใหญ่กว่ากษัตริย์ทั้งปวงเพื่อปราบมาร ที่เรารู้จักกันดี ในพระพุทธรูปปางทรงเครื่อง ที่รู้จักกันดีก็คือ พระประธานที่หน้าวัดพระเมรุ จ.อยุธยา

ส่วนคาถาพระจักรพรรดิ นั้นเป็นคาถาที่รวมพุทธคุณครอบจักรวาล ที่มีพลานุภาพมาก ในเรื่องต่างๆ จากร้ายให้กลับกลายมาเป็นดี จากที่ดีอยู่แล้วก็จะยิ่งทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

 

พระผงพระจักรพรรดิและคาถาพระจักรพรรดิเป็นของสูง ผู้ที่มีจิตบริสุทธิ์สามารถที่จะสวดนำไปแผ่เมตตาให้ดวงจิตวิญญาณทั้งหลายที่อยู่รอบๆ ตัวเรา เพื่อปรับภพภูมิต่างๆ ให้เขาสูงขึ้น ไม่ทนทุกข์ทรมาน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม ในบริเวณบ้าน ตามถนน ตลาด หรือที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ

 

อยากเรียนให้ทราบว่า ในทุกอณูที่อยู่รอบตัวเรานั้น มีดวงจิตวิญาณจำนวนมากที่นับไม่ได้อาศัยกันอยู่และซ้อนภพกันมากมาย ทั้งเป็นดวงจิตวิญญาณที่สิงสถิตตามต้นไม้ ตามบ้านเรือน ตามถนนหนทาง มีสัมภเวสี ดวงวิญญาณเร่ร่อน ตามบุญและกรรมที่เขาทำมา

 

ถ้าเราสามารถช่วยเขาให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น นอกจากจะเป็นการสงเคราะห์ที่ได้บุญแล้ว ดวงวิญาณเหล่านั้นอาจจะได้ไปเกิดเป็นเทวดาหรือในภพภูมิอื่นที่ดีขึ้น  เมื่อเราเคยมีการทำบุญไปให้เขา เมื่อเขามีอำนาจ มีพลังมากขึ้น ย่อมจะช่วยเราในภายภาคหน้าได้ เมื่อเรานั้นตกอยู่ในวิบากกรรมไม่ดี

 

หากเราไปแห่งหนตำบลใด หากต้องการแผ่บุญปรับภพปรับภูมิส่งวิญญาณแก้ภูมิแถวนั้นให้กำหนดขอพลังจากองค์พระพร้อมบริกรรมบทพระจักรพรรดิแล้วน้อมแผ่ออกไปจะเป็นการส่งวิญญาณภพภูมิแถวนั้นโดยวิชานี้ทำได้ แม้ยังไม่เห็นภพภูมิก็ตามขอแค่จิตเราน้อมไปด้วยความเป็นบุญเมตตาและหวังดี(การแผ่บุญครอบบุญใช้กับคนที่เราหวังดีได้ด้วยเช่นกันหรือแม้กระทั่งกับศัตรูเราให้เขามาเป็นมิตรกับเรา)

 

กำลังพุทธคุณของพระผงจักรพรรดิเรานำไปใช้ในการปรับภพปรับภูมิเขาให้ดียิ่งๆขึ้นได้ โดยมิได้เป็นการใช้พุทธคุณในการเบียดเบียนเขาแต่เป็นการใช้กำลังเพื่อให้เขาโมทนาบุญซึ่งเรียกว่าการปรับภพปรับภูมิและเราจะช่วยดวงวิญญาณได้จำนวนมาก

 

การนำไปใช้ไม่ยากอาราธนาองค์พระกำไว้ในมือสวดคาถาจักรพรรดิ1จบแล้วตามด้วยบทสัพเพแล้วก็นึกน้อมบุญนี้ให้แก่ดวงวิญญาณทั้งหลายที่เราต้องการแผ่บุญถึงนับได้ว่าพระผงจักรพรรดิใช้เพื่อการการแผ่บุญอย่างแท้จริงสงเคราะห์สัตว์โลกอย่างแท้จริง

 

นึกถึงความดีของพระพุทธเจ้าไว้เป็นการทำใจให้ทรงความดี มีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุติทา อุเบกขา เป็นที่พึ่งการไม่ถือโกรธผู้ใดมีแต่ความหวังดีเป็นการทำใจให้สว่าง เมื่อใจเราสว่างฉันใดย่อมกลบความมืดฉันนั้น
วิธีการสวดมหาจักรพรรดิเพื่อปรับภพภูมิ

***สำหรับท่านที่ไม่มีพระผงจักรพรรดิ ขอให้ทำจิตน้อมรำลึกถึงพระพุทธรูปปางพระจักรพรรดิ์หรือพระพุทธรูปทรงเครื่อง และเริ่มสวดคาถา

 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

(กราบ 3 ครั้ง สวดตามกำลังของแต่ละวัน อาทิตย์ 6 จันทร์ 15 อังคาร 8 พุธ 17

พฤหัส 19 ศุกร์ 21 เสาร์ 10)

 

คาถามหาจักรพรรดิ

นะโมพุทธายะ พระพุทธะ  ไตรรัตนะญาณ

มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา

พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ

พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา

อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลี จะมหาเถรัง

อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย

อะหังวันทามิ สัพพะโส

พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

 

 

ขอสิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐาน จงศักดิ์สิทธิ์ สำเร็จเป็นจริงโดยฉับพลันทันใจทุกประการ

อิมัง สัจจะวานัง อธิษฐามิ พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ

 

เชิญพระเข้าตัว แผ่บุญปรับภพภูมิส่งวิญญาน

สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา

พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง

อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส

( 5 จบ)

พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ

(ให้อธิฐานจิตแผ่เมตตาออกไปให้กับดวงจิตวิญญาณทั้งหลาย และระบุสถานที่ด้วยก็ได้ )

 

จากหนังสือเรื่อง เปิดบุญ เปลี่ยนรหัสกรรม โดย ธ.ธรรมรักษ์ และทศ คณนาพร

 

Advertisements

Read Full Post »

เรื่องนี้โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ตั้งใจทำบุญกุศลแต่มีวิบากกรรมไม่ดีมาขวางไว้ คือ มีคนคอยขัดขวาง หรือไม่เห็นด้วยไม่ว่าจะเป็นสามี ภรรยา ลูกคนในครอบครัวหรือใครก็ตาม มีทั้งพูดจาให้เจ็บช้ำน้ำใจ ขัดขวางไม่ให้เราไปทำบุญตามที่ตั้งใจได้การอุทิศบุญให้กับคนที่ไม่เห็นด้วยในการทำบุญของเรา

 

ในขั้นตอนแรกจงตั้งจิตให้เป็นสมาธิและให้อภัย ให้อโหสิกรรมต่อทุกคนเสียก่อน เพราะกรรมที่เขาทำนั้นจะได้เบาบางลง ขอให้รู้ไว้ว่า คนที่ขัดขวางผู้ที่จะสร้างบุญคนเหล่านั้น คือ เจ้ากรรมนายเวรของเราที่มีชีวิตที่ผูกพันกันมาเกิด แต่มีทั้งบุญร่วมและกรรมร่วมกัน แต่เบาบางไม่หนักหนาอะไร เราสามารถอยู่ร่วมกันและสร้างบุญต่อกันได้

 

เมื่อเวลาเราทำบุญนั้นให้ใช้วิธี พอเวลาทำบุญก็อุทิศบุญไปให้เขา เรียก กายทิพย์ เขามารับบุญ เขาเรียกว่าให้บุญในหรือให้ทางใน ไม่นานนักเขาก็เปลี่ยนแปลงไปเองด้วยพลังแห่งบุญ

 

หรือเราจะให้กับคนที่โกรธเรา อาฆาตพยาบาทตัวเราก็ได้ บุญนั้นเป็นของดี เราให้ใครก็ได้ ไม่ว่าเจ้านาย ลูกน้อง หรือคนที่เราจะไปติดต่อขอความช่วยเหลือ ได้ทั้งนั้น

 

บุญคือ ความสบายใจ การสร้างบุญโดยการให้ด้วยจิตใจที่เมตตา ถือเป็นการกล่อมเกลาจิตใจไปในตัว และเป็นการปฏิบัติธรรมอีกอย่างหนึ่งด้วย

 

จากหนังสือเรื่อง เปิดบุญ เปลี่ยนรหัสกรรม โดย ธ.ธรรมรักษ์ และทศ คณนาพร

 

Read Full Post »

ในการทำบุญนั้น เรารู้ดีว่า ถ้าผู้รับนั้นเป็นเนื้อนาบุญสูง อานิสงส์ของบุญนั้นจะมากขึ้นตามเนื้อนาบุญนั้น แต่ก็มีข้อกังขาอยู่เสมอว่า พระสงฆ์ที่รับสังฆทาน หรือที่รับบาตรนั้นเป็นเนื้อนาบุญที่สูงหรือไม่ หรือเป็นเพียงคนที่โกนหัวใส่ผ้าเหลือง ในเรื่องนี้ครูบาอาจารย์ท่านสอนวิธีในการใส่บาตรหรือทำสังฆทานที่ได้บุญมากและป้องกันไม่ให้เกิดความไม่สบายใจการบูชาพระพุทธเจ้า ผ่านการใส่บาตร ทำสังฆทานกับพระสงฆ์ผู้เป็นตัวแทน

 

สำหรับเวลาที่เราทำบุญกับพระสงฆ์นั้น ให้ทำการอธิษฐานก่อนถวายทานถ้าอธิษฐานไปเลยจากบ้านก็จะยิ่งดีหรือในเวลาก่อนที่จะไปถวาย เพราะเมื่อเราไปถึงวัดอาจจะเจอกับคนที่ไปทำบุญมาก จนดูพลุกพล่านทำให้สมาธินั้นรวมได้ไม่ค่อยนิ่ง

 

ในช่วงเวลาที่อธิษฐาน ของให้สำรวมทำจิตของเราให้นิ่ง แล้วอธิษษฐานให้สังฆทานเหล่านั้นส่งตรงไปถวายกับพระพุทธเจ้าเลยจะได้บุญสูง พระที่รับตรงหน้าเรานั้นเป็นเพียงตัวแทนของพระพุทธองค์ ถ้าท่านจะดีหรือไม่ดี เราไม่ต้องไปสนใจ เพราะจะทำให้จิตเรานั้นตกและมีความกังวล

 

ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะทำบุญกับพระสงฆ์ที่ดีหรือไม่ ขอให้เราทำจิตใจให้บริสุทธิ์ สะอาด รับบุญอย่างเต็มที่ ก็ได้บุญเหมือนกัน

 

แต่มีข้อปลีกย่อยแต่สำคัญมากก็คือ สิ่งของที่นำไปใส่บาตรพระ หรือในสังฆทานนั้น ควรจะเป็นสิ่งของที่ดี ประณีต มีคุณภาพ เมื่อวัตถุทานนั้นดีเยี่ยม จิตใจของผู้ให้นั้นมีศรัทธา มีเจตนาในการให้อย่างเต็มเปี่ยม โดยไม่คิดหวังผลตอบแทน มีจิตใจเป็นผู้ให้ทั้งก่อนให้ ในขณะที่กำลังให้และหลังให้ ย่อมมีอานิสงส์มากมาย

 

เมื่อเสร็จจากการทำบุญแล้ว ควรอธิษฐานขอพร ขอพระบารมีให้ชีวิตนั้นมีความสุข ไม่มีความขัดข้องและไม่มีในชีวิตอย่างบังเกิดขึ้นนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป  อุทิศบุญกุศลไปให้แก่ผู้มีพระคุณและเจ้ากรรมนายเวรเสียทั้งญาติก็ดี ไม่ใช่ญาติก็ดี แผ่บุญกุศลออกไปวงกว้างต่อทุกดวงวิญญาณ

 

บุญใหม่ที่เราสร้างขึ้นมา จะมากพอที่จะนำให้เราพ้นจากวิบากกรรมไม่ดีบางวิบากกรรมได้ และชีวิตจะรุ่งเรืองด้วยบุญนั้นพาไป

 

จากหนังสือเรื่อง เปิดบุญ เปลี่ยนรหัสกรรม โดย ธ.ธรรมรักษ์ และทศ คณนาพร

 

Read Full Post »

เมื่อมีการทำบุญครั้งใดไม่ว่าจะเป็นช่องทางใดในบุญกิริยาวัตถุ 10 ที่เราทราบกันดีว่า เป็นการสร้างบุญบารมีที่ถูกต้อง มีหัวข้อของผู้ที่เป็นคนชักชวนให้คนไปสร้างบุญนั้น ย่อมได้รับผลบุญนั้นด้วยเพราะเหมือนเป็นการจุด ไฟแห่งความดีให้สว่างไสวขึ้นไปทั่วพื้นพิภพการชักชวนคนอื่นไปสร้างบุญ

 

ทั้งการนำคนไปทำทาน ถือศีล ชวนคนไปนั่งสมาธิภานา ปรารถนาให้คนทุกคนพบกับความสุขในชีวิต บุญแรกที่ได้รับคือ การยกย่องสรรเสริญ การยอมรับนับถือ เป็นคนที่ถูกยกย่องให้เป็นผู้นำของคนทั้งปวง

 

บุญที่ได้รับนั้น พูดตามประสาชาวบ้านก็คือ เป็นต้นบุญ ที่มีกิ่งก้านสาขาแตกออกไปไม่หยุดยั้ง โดยอาจจะไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรมากมาย กิ่งก้านบุญนั้นจะแตกขยายออกไปไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเกิดกี่ภพ กี่ชาติก็ตาม บุญนั้นจะตามไปส่งผลให้กับชีวิตแน่นอน เป็นเรื่องของกฎแห่งกรรม เมื่อทำกรรมดี กรรมดีนั้นก็จะส่งผลดีให้ ไม่มีทางเสื่อม

 

ในสมัยของพระพุทธเจ้านามว่า กัสสปะ ตรัสไว้ว่า

 

บุคคลผู้ใดให้ทานด้วยตนเอง แต่ไม่ชักชวนคนอื่น ตายจากชาตินี้ไปแล้วไปเกิดใหม่จะมีทรัพย์สมบัติมาก จะเป็นคนร่ำรวย เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี แต่ว่าขาดบริวาร ขาดเพื่อน ขาดคนเป็นที่รักบุคคล

 

ผู้ใดดีแต่ชักชวนบุคคลอื่น แต่ว่าตนเองไม่ให้ทาน ท่านบอกว่าตายจากชาตินี้ไปแล้วไปเกิดชาติใหม่ มีบริวารมาก แต่ยากจน

 

บุคคลใดให้ทานด้วยตนเองด้วยแล้วก็ชักชวนบุคคลอื่นด้วย ตายจากชาตินี้ไปเกิดใหม่ เป็นคนรวยด้วย มีบริวารมากด้วย

 

บุคคลใดไม่ให้ทานด้วยตนเองด้วย แล้วไม่ชักชวนชาวบ้านด้วย จะไม่มีทรัพย์สมบัติเป็นคนยากจนเข็ญใจ เกิดเป็นคนยากจนไม่มีคนคบหาสมาคม

 

ดังนั้นการบอกบุญด้วยใจบริสุทธิ์ เจตนาบริสุทธิ์  ชักนำคนอื่นเข้ามาในกองการกุศล  มีทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล นี่แหละผลบุญจึงจะส่งให้เป็นผู้มีบริวารสมบัติ  เมื่อมีบริวารสมบัติตัวเองก็จะเป็นผู้นำบุญสืบต่อเนื่องไปไม่รู้จบ

 

จากหนังสือเรื่อง เปิดบุญ เปลี่ยนรหัสกรรม โดย ธ.ธรรมรักษ์ และทศ คณนาพร

 

 

 

Read Full Post »

เรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น เชื่อว่าหลายคนคงสัมผัสถึงอำนาจและพลังมหาศาลที่ตาของคนนั้นไม่มีทางมองเห็น แต่สัมผัสได้ด้วยความรู้สึกที่ลึกอยู่ข้างในจิตใจ เมื่อไปอยู่ในสถานที่สำคัญ ที่เชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นของพรหม เทพเทวา หรือดวงจิตวิญญาณการอธิษฐานเชื่อมบุญกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

 

การสัมผัสนั้นอาจจะเป็นในรูปแบบของความปิติยินดี ความเย็นกายสบายใจ หรือขนลุกซู่ น้ำตาไหลโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเวลาที่ท่านตั้งอธิษฐานจะมีแสงสว่างวาบขึ้นมาแม้จะปิดตาอยู่ก็ตาม ก็แสดงว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นท่านมาร่วมอนุโมทนาบุญกับท่านแล้ว

 

ครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้เสมอในทุกสถานที่สำคัญที่มีคนมาทำบุญกันนั้น ล้วนมีเหล่าเทพเทวามาร่วมอนุโมทนาในบุญนั้นด้วยเสมอ

 

มีทั้งที่อยู่ประจำสถานที่นั้นหรือได้รับการอัญเชิญมาร่วมอนุโมทนาบุญที่มนุษย์นั้นสร้างบุญใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างวิหาร อุโบสถ ฝังลูกนิมิต สร้างพระพุทธรูป การทอดกฐิน ทอดผ้าป่า หรือแม้กระทั่งการทำสังฆทาน

 

โดยเฉพาะในเขตพุทธสถานหรือวัดวาอารามต่างๆ นั้น ล้วนมีปวงเทพเทวา และผู้สร้าง ผู้ทำนุบำรุงวัดนั้น คอยปกป้องคุมครองวัดนั้นอยู่แน่นอน เป็นการดีหรือไม่หากเรามีโอกาสไปทำบุญและอุทิศเชื่อมบุญกับท่านเหล่านั้น และขออนุโมทนามีส่วนร่วมในบุญของท่านที่ทำมาตั้งแต่ครั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน และในอนาคตที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา

 

เพราะที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นมีการสร้างบุญตลอดเวลา ยิ่งเป็นวัดวาอารามที่มีอายุหลายร้อยปี ก็จะยิ่งมีกองบุญใหญ่แน่นอนเพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีคนไปทำบุญมากมายมหาศาลในแต่ละวัน

 

ในอดีตนั้นเวลาที่ครูบาอาจารย์ท่านจะไปสร้างอะไรหรือบูรณปฏิสังขรณ์วัดนั้น ถ้าท่านรู้ว่าไม่มีการเชื่อมบุญกันมาก่อน เป็นการสร้างบุญใหม่ท่านจะทำการอธิษฐาน ขอมีส่วนในกองบุญของวัดนั้นก่อนเสมอ เพื่อให้การทำงานนั้นลุล่วง

 

หรือเรียกง่ายๆ ก็ขอให้มีบุญเพิ่มมากขึ้นเสียก่อน อัญเชิญปวงเทพเทวาที่คุ้มครองวัดนั้น ให้ท่านเมตตาส่งบุญมาช่วยให้งานนั้นสำเร็จได้โดยง่าย

 

ดังเช่นครูบาศรีวิชัยเจ้า ตนบุญผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนา ที่เป็นประธานในการบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามกว่า 200 วัดและถนนที่ขึ้นดอยสุเทพที่รู้จักกันดีทั่วเมืองไทย ก่อนเวลาที่ท่านจะทำการก่อสร้างท่านต้องมีการเสี่ยงทายและดูว่าบุญของท่านว่าเชื่อมกับสถานที่แห่งนั้นหรือไม่ ถ้ามีบุญท่านก็จะทำการบรวงสรวงเทพเทวา เพื่อเชื่อมบุญกันให้งานนั้นสำเร็จได้โดยง่าย

 

ซึ่งในเรื่องการเชื่อมบุญกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น ครูบาอาจารย์ท่านรู้ดีเกือบทุกท่านตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน ลองคิดดูง่ายๆ ว่า ลำพังพระสงฆ์รูปเดียวนั้น จะมีบุญพอหรือไม่ที่สร้างพระวิหาร อุโบสถใหญ่โต ต้องใช้เงินสร้างเป็นร้อยๆ ล้าน ท่านจะเอาเงิน เอาบุญที่ไหนมาทำให้สำเร็จ นอกจากการรวมกองบุญจากคณะผู้มีศรัทธา ที่มีการเชื่อมบุญกันไว้อาจจะตั้งแต่อดีตชาติที่ผ่านมา ถึงแม้ชาตินี้จะอยู่กันไกลแสนไกลด้วยวิบากกรรมของแต่ละคนที่ทำไว้

 

ด้วยอำนาจและพลังจากปวงเทพเทวาที่ดลใจให้คนจากทั่วสารทิศมาร่วมกันสร้างบุญ บางคนอยู่ไกลถึงต่างประเทศ เมื่อปวงเทพเทวาท่านดลใจให้รับรู้ รับทราบการสร้างบุญ ก็มาร่วมกันสร้างให้สำเร็จ

 

เป็นเรื่องจริงเป็นอย่างยิ่งว่า คนที่เคยร่วมบุญกันมาตั้งแต่อดีต เมื่อถึงเวลาก็จะกลับมาช่วยกันสร้างบุญใหม่ร่วมกันอีก เพราะสายใยแห่งบุญนั้นจะดึงกลับมา หรือจากแรงอธิษฐานที่เคยกล่าวสัจจะวาจาไว้ในอดีตชาติ

 

การเชื่อมบุญกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น นอกจากเราจะได้บุญเพิ่มแล้ว เรายังมีโอกาสมาสร้างบุญใหม่ให้หนุนนำชีวิตให้พบความสุขอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเกิดอีกสักกี่ชาติก็ตาม

 

จากหนังสือเรื่อง เปิดบุญ เปลี่ยนรหัสกรรม โดย ธ.ธรรมรักษ์ และทศ คณนาพร

               

 

 

 

 

Read Full Post »

เรื่องนี้เป็นอีกเคล็ดลับสำคัญมากในการเพิ่มบุญให้กับตัวเอง ก่อนอื่นจะขอกล่าวถึง บุญบารมีของพระอริยสงฆ์  ครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธ์ว่า ท่านเหล่านั้นมีบุญมากขนาดไหน เราถึงต้องไปขอมีส่วนร่วมในบุญของท่านการขออนุโมทนาบุญจากพระอริยสงฆ์ผู้มีบุญ ครูบาอาจารย์

 

ในคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการยกย่องและนับถือนั้นเราก็มักจะเรียกว่า “ผู้มีบุญบารมี” ซึ่งมาจากการประพฤติดี ปฏิบัติดี สร้างกรรมดี สร้างบุญมาตลอดไม่ได้มีหรือเกิดขึ้นมากจากความบังเอิญ

 

บุญบารมีของพระอริยสงฆ์ ครูบาอาจารย์ที่คนเคารพกราบไหว้นั้น คงต้องมากกว่าคนปกติหรือผู้ที่ถือศีลธรรมดาหลายเท่านัก เพราะท่านนั้นบำเพ็ญความดี สะสมบุญมานับร้อยๆ ชาติกว่า หลายพันภพที่จะมาเป็นพระอริยสงฆ์ที่เรารู้จักและกราบไหว้ในทุกวันนี้

 

เพราะกว่าที่ท่านจะบรรลุธรรมเป็นพระอริยสงฆ์นั้นไม่ใช่ของง่ายเลย ยิ่งเป็นพระโพธิสัตว์แล้ว หรือองค์ที่ปรารถนาเพื่อเกิดมาเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปนั้น ท่านต้องเพียรสร้างบุญบารมีมาเป็นหลายล้านชาติ เคยเป็นมาหมดแล้วทั้ง มนุษย์และอมนุษย์

 

ขอยกตัวอย่างสักครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งที่เรารู้จักกันดี เช่น  หลวงปู่ทวดแห่งวัดช้างไห้ นั้น บุญบารมีของท่านนั้นมากมายมหาศาล นับเป็นเวลาหลายร้อยปีตั้งแต่ท่านมรณภาพไปแล้วในสมัยอยุธยา แต่ด้วยบุญบารมีพระคุณความดีของท่านยังคงประจักษ์มาจนถึงทุกวันนี้

 

เท่านั้นยังไม่พอ ในแต่ละวันก็ยังมีคนเมื่อทำบุญกุศลแล้วได้โมทนาอุทิศพระคุณความดีไปให้ท่านไม่ขาดสายเป็นเวลาหลายร้อยปี และถ้าไปนับรวมถึงบุญเก่าในอดีตชาติและบุญใหม่ของท่าน ที่คนส่งบุญไปให้ท่านด้วยแล้วไซร้

 

บุญบารมีของท่านนั้นคงมากมายเกินที่จะคาดคิดหยั่งได้ เปรียบดั่งมหาสมุทรที่ไม่อาจวัดความกว้าง ยาวและลึกมากเพียงใด

 

และถ้าความดีและบุญของท่านไม่มากพอ คงไม่มีใครรู้จักท่าน เพราะของไม่ดีจริงนั้นมันจะเสื่อมลงไปตามกาลเวลา

 

การขอนุโมทนาหรือพูดตามภาษาชาวบ้านว่าขอมีส่วนร่วมในบุญของท่านนั้น จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน เพียงเรารู้วิธีการง่ายๆ ในการขอมีส่วนร่วมในบุญของท่าน

 

ด้วยการโมทนาอุทิศบุญที่เราทำทุกครั้งส่งไปให้ท่านก่อน  เหมือนไปขอร่วมเข้าคลังบุญของท่าน การอุทิศบุญของเราไปให้ท่านนั้น เป็นการเชื่อมบุญกับท่าน ให้มีสายบุญเชื่อมต่อถึงกัน จากที่ไม่เคยรู้จัก ก็จะได้รู้จักกัน

 

แล้วหลังจากนั้นให้ตั้งจิตอธิษฐานขออนุโมทนามีส่วนร่วมในคลังบุญของท่านด้วย เราก็จะได้บุญเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มาจากความเมตตาของท่าน เพื่อทำให้ชีวิตของตนนั้นดีขึ้นในทุกสถาน ทุกกาลเวลา เป็นเสบียงบุญเก็บไว้ใช้ในยามคับขัน หรือเมื่อวิบากกรรมไม่ดีมาส่งผล บุญที่เรามีจะช่วยบรรเทาวิบากกรรมนั้นได้

 

หลายคนอาจสงสัยว่า ไหนบอกว่าท่านมีบุญบารมีมากอยู่แล้วทำไมเราต้องอุทิศบุญไปให้ท่าน ขอกล่าวให้ทราบเลยว่า ในแต่ละวันๆ นั้น เชื่อว่ามีผู้อธิษฐานขอบุญให้ท่านช่วยมากมาย เปรียบดังมหาเศรษฐีที่มีคนจำนวนมากมาขอเงินท่านทุกๆ วัน ถ้าไม่มีเงินมาเพิ่ม เงินที่เก็บไว้คลังก็หมดลงได้เช่นกัน

 

หลังทำบุญทุกครั้ง ถ้าใครอยากได้บุญเพิ่ม อย่าลืมขออนุโมทนาบุญจากท่านผู้มีบุญบารมีที่ท่านเคารพด้วย แล้วท่านจะรู้ว่า บุญนั้นเป็นที่พึ่งได้จริง

 

จากหนังสือเรื่อง เปิดบุญ เปลี่ยนรหัสกรรม โดย ธ.ธรรมรักษ์ และทศ คณนาพร

 

Read Full Post »

ในธรรมเนียมและความเชื่อของคนจีน และคนไทยเชื้อสายจีน รวมถึงคนอื่นๆ ที่มีความเชื่อในการถวายเครื่องเซ่นไหว้ต่อเทพเจ้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทพเจ้าของชาติใด ลัทธิใด เรื่องที่ท่านกระทำอยู่นั้นเป็นสิ่งดีงามการนำของไหว้เทพเจ้ามาถวายพระสงฆ์ และอุทิศบุญไปให้เทพเจ้า

 

เพราะการทำ การประพฤติปฏิบัติเช่นนี้เพื่อเป็นการแสดงความเคารพบูชา แสดงความกตัญญูในพระคุณความดีของท่าน

 

ที่เห็นกันจนชินตาก็คือ การนำอาหารทั้งคาวหวาน  ผลไม้ ดอกไม้ น้ำสะอาดมาจัดวางหน้าปวงเทพเหล่านั้น ซึ่งที่ดีที่สุดต้องจัดเรียงอยู่ในภาชนะที่สะอาด และมีการจัดวางที่เรียบร้อยงามตา การจัดวางที่แบบลวกๆ สุมกันไปมาไม่น่าดูนั้น เพราะจะส่อถึงขาดเจตนา ขาดความสำนึกในพระคุณอย่างแท้จริง ซึ่งถ้าเหตุนั้นไม่ดีต่อตน ผลก็ย่อมไม่ดีไปด้วย
ส่วนสิ่งของที่นำมาเซ่นไหว้นั้น ควรเลือกสิ่งของที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด เหมือนกับที่เราเลือกมอบให้กับผู้มีพระคุณ อะไรที่ไม่ดีไม่สมควรก็อย่าเอามาเป็นเครื่องเซ่นไหว้

 

แต่มีขอแนะนำในการเพิ่มบุญกุศลให้กับคนที่ชอบถวายแบบที่ได้บุญเพิ่ม ด้วยการนำสิ่งของเหล่านั้นที่เป็นอาหารทั้งของคาวของหวาน ผลไม้ ดอกไม้ธูปเทียน มาถวายกับพระสงฆ์ เมื่อถวายเสร็จแล้ว ก็อุทิศบุญและกรวดน้ำอุทิศบุญไปถึงเทพเจ้าที่ท่านทั้งหลายนับถือ เป็นการเพิ่มบุญและบุญนั้นส่งถึงแด่เทพเจ้าท่านนั้นๆ แน่นอน

 

เป็นการเชื่อมบุญกับเทพเจ้าเหล่านั้นโดยตรง และถูกช่องทางมากที่สุด เวลามีเรื่องเดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด เมื่อไปขอพรจากท่านให้ท่านช่วยปัดเป่าคลายทุกข์ ก็จะสำเร็จโดยง่ายเพราะท่านรู้จักเราแล้วด้วยการเชื่อมบุญกัน

 

และในการถวายน้ำสะอาด ดอกไม้นั้นทำได้ทุกวัน ยิ่งทำได้สม่ำเสมอไม่หลงลืม หมั่นทำความสะอาดสถานที่ตั้งบูชา ก็จะยิ่งเพิ่มสิริมงคลให้กับชีวิตของตนและครอบครัว

 

การถวายน้ำเปล่าที่สะอาดนั้น โบราณนั้นท่านถือเป็นเคล็ดสำคัญ ว่าผู้ที่ถวายเป็นประจำนั้น จะได้โชคลาภมาอย่างฟรีๆ แบบที่ไม่ต้องลงทุน และไม่ใช่ทุกข์ลาภด้วย เพราะเป็นลาภที่สะอาดเหมือนกับน้ำที่เราถวาย

 

จากหนังสือเรื่อง เปิดบุญ เปลี่ยนรหัสกรรม โดย ธ.ธรรมรักษ์ และทศ คณนาพร

 

Read Full Post »

Older Posts »