Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for พฤศจิกายน, 2013

เรื่องนี้เป็นกรรมแบบหนึ่งที่คุณผู้อ่านบางท่านอาจจะเคยพบเจอระหว่างการทำงาน เช่น ลูกค้าเลื่อนจ่ายเงินบ่อย ทำอะไรก็ติดขัด  เกือบจะได้แต่ก็ไม่ได้ เกิดความเสียหายทำให้ล่าช้าทั้งๆที่ดูแล้วไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์ที่จะก่อความเสียหายเหล่านั้นขึ้นได้เลย เรื่องราวเหล่านี้มักจะเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดและทำให้เกิดความเสียหายต่องานต่อธุรกิจหรือเงิน หลายคนอาจถึงขนาดหมดเนื้อหมดตัวเสียอนาคตมานักต่อนักก็เพราะมีสาเหตุเก่าและใหม่อยู่มากมาย
ทำงานหรือค้าขายเจอแต่อุปสรรค

เหตุจากกรรมเก่า

อาจเป็นผู้เคยสร้างกรรมโดยเคยไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่นเคยบอกกล่าวท่านว่าจะเป็นธุระเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้แต่ก็ไม่ได้ทำตาม ปล่อยให้ท่านต้องไปทำเอง หรือบนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้แล้วไม่ไปแก้บนก็จะส่งผลให้เวลาทำมาค้าขายจะเจอโรคเลื่อนจ่ายบ่อย เพราะตนเองเคยผิดนัดกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ และที่สำคัญมากคนที่เคยมีกรรมทำไว้กับพ่อแม่ไม่ว่าทางใดก็ตามทั้งกาย วาจา ใจนั้นเจริญไม่ได้เป็นอันขาด

ส่วนกรรมที่ทำให้เจออุปสรรคประเภทกำลังจะได้แล้วไม่ได้ เช่น ปลูกข้าวทำนาไว้ใกล้ถึงฤดูจะเก็บเกี่ยวแล้วข้าวกำลังเหลืองงามเต็มที่ที่พอเกี่ยวแล้วจะได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยก็เกิดเหตุภัยธรรมชาติขึ้นมาทำให้ข้าวเสียหายหมดเก็บเกี่ยวไม่ได้ หมดเนื้อหมดตัวไปก็เพราะ กรรมที่เคยนำอาหารหรือของใช้ที่มีประโยชน์เพื่อส่วนรวมไปทิ้งน้ำหรือทำลายไม่ให้คนอื่นได้ใช้ประโยชน์ หรือเคยเป็นทหารไปสู้รบในสงครามและจุดไฟเพื่อไล่ศัตรูโดยไม่สนใจว่าไฟนั้นจะลุกลามไปไหม้ลามไปยังที่แห่งใดทำให้วัดวาอาราม เรือกสวนไร่นาของส่วนรวมเสียหายใหญ่หลวง อาจเคยประกอบอาชีพเป็นนายเรือบรรทุกสินค้าแต่ด้วยความไม่ระมัดระวังในการเดินเรือ เป็นเหตุให้เรือต้องจมลงสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของสินค้าเพราะความประมาทของเรา เป็นต้น

 

กรรมใหม่

ต้องพิจารณาถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดความขัดข้องนั้น การที่ลูกค้าเลื่อนจ่ายเงินบ่อยหรือว่าเบี้ยวนัดบ่อยอาจเกิดขึ้นเพราะว่าตัวของเราเองก็เป็นผู้ที่เลื่อนนัดลูกค้าบ่อยเช่นกัน คือเราไม่มีสัจจะในการรักษาสัญญากับคนอื่นก่อน จนทำให้คนอื่นได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากการกระทำของเรา เขาจึงเลื่อนจ่ายเราบ้าง

ส่วนเรื่องของการเจอแต่อุปสรรคในการทำงานนั้นเพราะ การทำงานในแต่ละขั้นตอนเต็มไปด้วยความประมาทในการทำงานไม่มีความเอาใจใส่ในเนื้องานที่ทำเลย จึงมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้หลายครั้งทำให้งานล่าช้าหรือเสียหาย

 

การแก้ไขในทางโลก

  1. 1.              ยึดหลักอิทธิบาท 4 ในการทำงานเสมอ

การทำงานให้ประสบความสำเร็จและก้าวข้ามผ่านทุกอุปสรรคนั้นไม่พ้นการทำงานให้อยู่กรอบธรรมข้อนี้ คือ ธรรมที่ทำให้สำเร็จ ไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อค้า ข้าราชการ เกษตรกร หรือแม้แต่กรรมกรชายหญิงงานแต่ละชนิดแต่ละอย่างต้องใช้ธรรมะข้อนี้ประกอบทั้งสิ้น

 

ต้องรักงานที่ทำ คือ ไม่ว่าการงานนั้นจะเป็นอะไรต้องทำไปด้วยความไม่เบื่อหน่ายไม่ว่าจะรักหรือไม่รักก็ตาม เมื่อได้รับมอบหมายหรือตัดสินใจทำแล้วต้องทำให้สำเร็จให้ได้

ต้องพากเพียรทำ เพราะงานทุกอย่างต้องใช้ความพากเพียร ซึ่งจะเพียรทำมากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ความยากง่ายของงานนั้น ต่อให้ไม่ชอบงานที่ทำหากมีความพากเพียรทำแบบแข็งใจทำไปเรื่อย ๆผลสำเร็จของงานก็จะเกิดขึ้นเอง

ต้องเอาใจใส่ทำ คือ มีความละเอียดลออ เอาใจใส่ในงานนั้นให้มาก ลงมือทำแต่ละขั้นตอนอย่างเต็มที่พิถีพิถันในงานแต่ละชิ้น นอกจากงานจะออกมาดีแล้วยังลดโอกาสในการเกิดความเสียหายในงานให้น้อยลงมากอีกด้วย

ต้องเอาใจใส่ไตร่ตรองในงาน เพราะความจริงแล้วการที่งานเกิดอุปสรรคเสียส่วนมากก็เพราะส่วนใหญ่ขาดเรื่องการเอาใจใส่ตรวจสอบงานในขั้นสุดท้าย หรือแม้แต่ตั้งแต่ต้นงานเลยก็ตามจะเป็นปัญหาพ่วงกันมา แม้งานนั้นจะเป็นแค่งานเล็กน้อยแต่ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้

  1. 2.              ทำงานให้หนักขึ้นตามหลักของกรรม ว่าด้วย วัตถุ ประโยค และเจตนา

วัตถุกรรม ก็คือ ถ้าเป็นเรื่องงาน ก็คือ การทำงานด้วยการมองมุมบวกด้วยความเต็มใจกับลูกค้า เพื่อนคู่ค้า หรือแม้แต่ลูกน้องในปกครอง เพื่อการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีสร้างมิตรภาพในงาน แม้จะมีเรื่องบาดหมางข้องใจกันมาก่อน หรือมีการตกลงเรื่องยาก ๆใด ๆหากมีสายสัมพันธ์ที่ดีแล้วก็จะช่วยให้งานง่ายขึ้น เพราะมีคุณงามความดีที่คอยช่วยเหลือกันมาก่อน

ประโยคกรรม ก็คือ คนที่มีความพยายามมากว่า ขยันขันแข็งกว่าจะยังผลให้สำเร็จเกิดได้เร็วกว่าและความผิดพลาดก็จะน้อยกว่าด้วย คือไปทำงานเช้า ทำแบบสุดฝีมือเมื่อพบปัญหาแม้ตัวเองจะแก้ไขไม่ได้ก็ไม่ยอมหยุดนิ่งที่จะขวนขวายหาความรู้เพิ่มและพัฒนาตนเองต่อไป ไปขอความช่วยเหลือจากผู้ที่ชำนาญงานกว่าช่วยแก้ปัญหาให้ พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้งานสำเร็จอันไม่ผิดไปจากทำนองคลองธรรม ก็จะได้รับความชื่นชมและเป็นการป้องกันตัวเองออกจากความเดือดร้อนที่จะเกิดจากงานนั้นด้วย

เจตนากรรม ก็คือ มีความมุ่งหวังที่จะสร้างงานทำงานนั้นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง คือ ตั้งใจทำสินค้าที่มีคุณภาพดีแต่ราคาถูก จำหน่ายไปทั่วประเทศเพื่อให้คนที่มีโอกาสรน้อยได้ร่วมใช้สินค้าหรืองานนั้นได้ไม่ยากนัก คนที่ทำงานมีเจตนาแบบนี้จะไม่ร่ำรวยเร็ว แต่จะร่ำรวยขึ้นและร่ำรวยนาน ผิดกับคนที่ทำงานการค้าแบบฉาบฉวยคือ ลดราคา ลดต้นทุนลดคุณภาพลง เพียงเพื่อหวังให้ตนเองกำไรเยอะ ๆ แม้จะร่ำรวยเร็วในตอนแรก ๆแต่ความสำเร็จนั้นจะไม่ยั่งยืนแน่นอน

หลักการทำงานว่าด้วย วัตถุประโยคและเจตนานี้ มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันจะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปไม่ได้เลย เพราะจะทำให้ผลกรรมหรือการกระทำนั้นเกิดขึ้นได้น้อยนอกจากนั้นยังอาจก่อความเสียหายที่ไม่คาดคิดได้อีกด้วย

 

การแก้ไขในทางธรรม

ต้องทำทานแก้ไขกรรม เพราะเมื่อพิจารณาจากสาเหตุแล้วจะเห็นได้ว่าเราอาจเคยไปทำกรรมที่ก่อความเสียหายต่อ “ของส่วนรวมเอาไว้” การทำทานแก้ไขคืนก็ต้องทำทานแบบเพื่อส่วนรวมให้บ่อยครั้งขึ้น เช่นการทำบุญด้วยการถวายอาหารพระสงฆ์ครั้งละ 4 รูปขึ้นไป หรือเลี้ยงเด็กยากจนอนาถาผู้ยากไร้หรือคนชราไร้บ้านให้เขามีความสุข หากเป็นทานที่ให้แก่บุคคลต่ำกว่าหรือแม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็ให้แบบไม่ต้องเลือกโดยให้ไปโดยไม่ต้องเสียดาย หากไม่มีกำลังทรัพย์มากพอก็ให้ทานด้วยเลือดเนื้อชีวิตของตนเอง เช่นไปทำการบริจาคร่างกายหรืออวัยวะไว้เพื่อประโยชน์แก่ผู้เจ็บป่วยทั่วไป หรือบริจาคเลือดเพื่อต่อชีวิตผู้อื่นแบบนึกว่าไม่รอดก็จะรอดได้โดยง่าย

หรือช่วยร่วมทำบุญที่เกิดประโยชน์ทางสาธารณให้มากที่สุด เช่นการไปขัดห้องน้ำวัด การกวาดถนนหนทางหน้าบ้านและบริเวณใกล้เคียง การช่วยขนปูนขนทรายร่วมสร้างวัด ร่วมสร้างโรงพยาบาล บริจาคเงินซื้อเครื่องมือแพทย์บริจาคให้โรงพยาบาล สร้างถนนหนทาง สร้างสะพานบุญเหล่านี้เป็นบุญใหญ่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเพราะมีคนใช้ประโยชน์ในสิ่งนั้นมาก

ที่สำคัญมากที่สุดก็คือ ต้องเป็นผู้มีความกตัญญูอย่างสูงต่อผู้ที่มีพระคุณทุกท่านที่เคยมีพระคุณกับเรามา ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย คือเลี้ยงดูตอบแทนท่านบุญกุศลในการเลี้ยงดูผู้มีพระคุณจะช่วยหนุนนำไม่ให้เกิดความตกต่ำ

 

เคล็ดสำคัญมากข้อหนึ่ง ให้ไปกราบเท้าพ่อแม่ขออโหสิกรรมต่อท่าน ที่เราเคยหรืออาจจะเคยทำให้ท่านต้องช้ำใจทั้งกาย วาจา ใจ หาน้ำสะอาดล้างเท้าพ่อแม่ เช็ดเท้าให้ท่านขอให้ท่านให้อโหสิกรรม ตั้งจิตอธิษฐานขอเป็นลูกที่ดี ขอพรจากท่านให้สำเร็จในการงานที่ทำ พรของพ่อแม่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าพรของเทวดาชั้นใดทั้งสิ้นเพราะท่านเป็นพระพรหมของลูก

นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้ว ต้องรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด เพราะอานิสงส์ของศีล 5 จะช่วยเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้นมาได้ เจ้ากรรมนายเวรก็จะไม่มีกำลังพอที่จะเจาะเกราะแห่งบุญที่เกิดจากศีลได้ เพราะศีลเป็นเครื่องกั้นความชั่วร้ายทั้งมวลและป้องกันไม่ให้บุญงามความดีรั่วไหลออกจากตัวอีกด้วย ศีลจะเก็บกักบุญที่เราทำให้ส่งผลเร็วขึ้นทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

อีกทั้งต้องหมั่นสวดมนต์ภาวนา ทำสมาธิเพื่อให้ตนเองเกิดกำลังใจที่เข้มแข็งเพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เป็นอุปสรรคที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นจิตจะไม่ตกและพบวิธีการที่ถูกต้องในการแก้ปัญหาได้และสุดท้ายก็ขอให้ตั้งจิตอธิษฐานขออโหสิกรรมจากเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายให้เขาทั้งหมดถอนตัวไปจากเรา หรือจะใช้วิธีสวดมนต์อุทิศบุญเพื่อปรับภพภูมิให้เจ้ากรรมนายเวรนั้นเป็นผู้มีความสุขขึ้นเจริญขึ้นก็สามารถทำได้

 

Read Full Post »

ปัญหาเรื่องงานแบบนี้เชื่อว่า หลายคนอาจเคยประสบคือ ทำงานมานานแล้วไม่ค่อยประสบความสำเร็จในอาชีพที่ตนเองทำ ต้องเปลี่ยนงานใหม่อยู่เรื่อย ๆ พอเปลี่ยนแล้วก็ยังไม่ดี ถึงจะทำดีแค่ไหนพยายามอย่างไรก็ไม่เจริญก้าวหน้ามากนัก ในขณะที่บางคนอาจได้ทำงานที่ตนเองไม่ได้รักและไม่ค่อยถนัด แต่ก็ประสบความสำเร็จ เจริญก้าวหน้าโดยไม่ต้องเปลี่ยนงานบ่อย บางคนทำงานที่เดียวได้เลื่อนตำแหน่งเงินเดือนขึ้นอยู่ตลอด หรือ บางคนเป็นเจ้าของธุรกิจที่จับธุรกิจแค่ตัวเดียวทำแล้วเจริญรุ่งเรืองไปเลย ในขณะที่มีคนอีกจำนวนมาก พยายามทำธุรกิจหลาย ๆ อย่าง ทุ่มเทแรงกายแรงใจเต็มที่แต่ทำอย่างไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้มีที่มาที่ไปจากเหตุแห่งกรรมทั้งสิ้น
ทำงานใดๆ แล้วไม่เจริญรุ่งเรืองในอาชีพ

 

เหตุจากกรรมเก่า

กรรมนั้นอาจเกิดจากในอดีตชาติเคยอธิษฐานผูกมัดตนเองไว้ เช่น ในอดีตชาติเคยเป็นทหารแล้วได้ทำการอธิษฐานขอให้ ชาติหน้าพ้นจากความเป็นทหารไม่ต้องข้องเกี่ยวกับอาชีพทหารอีกต่อไป พอมาถึงชาติปัจจุบันยังมีกรรมผูกพันเดิมอื่น ๆ ที่ต้องทำให้กลับมาเป็นทหารอีก แต่เพราะในอดีตเคยปรารถนาให้พ้นจากทหารก็เลยไม่เจริญก้าวหน้าในอาชีพนี้ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม ส่วนบางคนทำอาชีพหนึ่งไม่รุ่งเสียทีแต่พอเปลี่ยนอาชีพใหม่ ได้เครื่องมือทำมาหากินใหม่ที่ตรงกับจริตก็เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนั่นเพราะ อาจเคยอธิษฐานจิตไว้หรือเคยไปขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ในอดีตชาติ รวมถึงมีความทรงจำเดิมหรือสัญญาเดิมที่เคยทำมาหลายชาติถึงเวลาส่งผลด้วย เช่น พอพ้นจากทหารแล้วขอให้ได้เป็นพ่อค้า พอลาออกจากทหารแล้วหันมาจับการค้าก็เจริญรุ่งเรืองได้

นอกจากสาเหตุเรื่องการอธิษฐานแล้ว ยังเกิดจากกรรมในด้านจิตใจคือ มีจิตริษยา คือแม้ตนเองจะเป็นคนที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งก็ตามแต่เห็นผู้ใดได้ดีกว่า ก็จะชอบจ้องจับผิดและสร้างเรื่องหลอกลวงให้คนๆ นั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงและคอยใส่ร้ายคนอื่นอยู่ตลอดเวลา หรือคอยเพ่งโทษผู้อื่นอยู่เสมอ อาจเป็นผู้ที่ชอบเยาะเย้ยผู้ที่ปฏิบัติธรรมหรือแม้แต่ขัดขวางไม่ให้เขาเจริญในธรรมได้

เช่นพอมีเพื่อนตัดสินใจจะบวชตลอดชีวิตก็ ไปพาเขาออกมาจากวัด พูดจาหว่านล้อมให้เห็นดีเห็นงามในสุขทางโลกเพราะตนเองเป็นคนมีความเห็นผิดเช่นนั้น จนเป็นเหตุให้เขาตัดสินใจไม่บวชหรือ ไม่สานต่อความตั้งใจที่จะเจริญก้าวหน้าในทางธรรม อาจกระทำแม้กระทั่งการสึกพระด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น เคยเกิดเป็นผู้หญิงไปหลอกพระให้สึก เคยเป็นพ่อแม่บังคับให้ลูกสึกจากการเป็นพระด้วยกลอุบายต่างๆ เป็นต้น

 

เหตุจากกรรมใหม่

สาเหตุหลักๆของคนที่ไม่เจริญก้าวหน้าก็เพราะ ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม เกียจคร้านในการทำงานไม่เอาใจใส่ไม่พัฒนาในเนื้องานที่ตนทำ เพราะจิตมัวแต่คิดเรื่องรายได้ที่น้อย ก็เลยทำงานน้อยตามรายได้ นอกจากนั้นยังเป็นผลมาจากการที่ชอบทำชั่วปะปนอยู่เสมอแม้ว่าตัวเองจะทำบุญเป็นประจำก็ตาม เช่น ทำงานในหน้าที่เก่ง แต่ชอบชวนคนอื่นไปกินเหล้าเข้าหาอบายมุข หรือมีชื่อเสียงในทางด้านชู้สาว ถ้าเป็นหัวหน้างานก็มีนิสัยชอบส่งเสริมให้บริวารนั้นทำผิดไม่คอยห้ามปรามกลับส่งเสริมให้ทำความชั่ว เป็นผู้ที่ชอบเอาความดีเข้าตัวแต่เอาชั่วให้คนอื่นไม่เคยตอบแทนบริวารในสิ่งที่เขาควรจะได้ หรือปิดกั้นทางเจริญของผู้อื่นเพราะไม่อยากให้ลูกน้องที่เก่ง ๆ หนีไปจากตน จึงหน่วงเหนี่ยวไม่ให้เขาแยกตัวออกไปพบกับความเจริญก้าวหน้า

 

การแก้ไขทางโลก

เราต้องพิจารณาอยู่เสมอว่างานที่เราทำนั้นเราได้ทำอย่างสุดความสามารถแล้วหรือยัง เพียงพอแล้วกับความสำเร็จที่เราสมควรได้รับหรือไม่ และงานนั้นเป็นประโยชน์กับตัวเองและคนอื่น ๆเพียงใดโดยต้องเพิ่มขีดความสามารถให้ครบ 5 ประการ

 

1. ความสามารถในการทำงาน การเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานอันหมายถึง ต้องขยันมากขึ้น เคยทำงานในปริมาณงานเดิมก็ต้องทำให้มากขึ้น หากเป็นเจ้าของกิจการเคยเปิดร้าน 8 ชั่วโมง ก็ลองขยายเวลาเปิดร้านเพิ่มและลงมือทำงานอย่างเต็มความสามารถ

 

2. ความสามารถในด้านมนุษยสัมพันธ์ คำว่ามนุษยสัมพันธ์นั้นมีส่วนสำคัญต่อความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก เพราะมนุษย์ต่างเป็นสัตว์สังคมต้องการพึ่งทั้งตนเองและผู้อื่น งานใดที่เกินขีดความสามารถก็ต้องใช้มนุษยสัมพันธ์ขอร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นอย่างจริงใจ และควรตอบแทนความช่วยเหลือของผู้ที่มาให้ความช่วยเหลือเราอย่างสมเหตุสมผลด้วย

 

3. ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ คนที่จุดเดือดต่ำแม้จะมีมนุษยสัมพันธ์ดี แต่ก็จะทำให้ขาดเสน่ห์ไปอย่างสิ้นเชิง หากทำตัวเป็นเม่นคอยแผงขนไม่ให้คนเข้าใกล้ ก็จะทำให้ไม่มีคนอยากร่วมงานด้วย ยิ่งเป็นคนที่เป็นหัวหน้ามีตำแหน่งแล้วไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้และยังใช้ความกดดันลูกน้อง นอกจากจะสร้างความอึดอัดไม่สบายใจแล้วยังทำให้เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงานแล้วประสิทธิภาพของงานก็จะลดลง

 

4. ความสามารถในการประสานงาน การประสานงานนั้นมีความคล้ายคลึงกับความสามารถเชิงมนุษยสัมพันธ์ แต่ความสามารถในการประสานงานยังมีความหมายรวมไปถึง ความสามารถในการติดต่อสื่อสารคือไม่ใช่แค่มีมนุษยสัมพันธ์ดี แต่ต้องเป็นคนที่ฉับไวกระฉับกระเฉง สื่อสารได้ชัดเจนพูดจาชัดถ้อยชัดคำและมีความมั่นใจเมื่อรวมกับความสามารถในด้านมนุษย์สัมพันธ์แล้ว ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างบุคคลต่อบุคคล คู่ค้า หรือลูกค้าของหน่วยงานที่เราทำงานอยู่

 

5. ความสามารถในการวางแผน กล่าวโดยรวมของชีวิตทั้งสามด้านคือ ชีวิตการทำงาน ชีวิตครอบครัวและชีวิตส่วนตัวให้ลงตัวไม่เหลื่อมล้ำซึ่งกันและกันเพราะหากเหลื่อมล้ำกันไปด้านใดด้านหนึ่งมากแล้วก็จะเกิดภาวะกดดันในชีวิตทันที บางคนโหมงานมากไปจนชีวิตส่วนตัวและครอบครัวไม่มีความสุข ความเจริญก้าวหน้าก็อาจเกิดขึ้นได้จริงแต่ก็คงไม่สามารถมีความสุขที่แท้จริงได้

 

การแก้ไขในทางธรรม

1. ทำสังฆทานใหญ่ หรือตามกำลังทรัพย์ที่มีการทำสังฆทานโดยปกติจะกระทำเพียงถวายเครื่องไทยธรรมโดยไม่จำเพาะเจาะจงกับภิกษุรูปใด ถ้าเป็นไปได้ควรถวายพระพุทธรูปประจำวันเกิดของตนเองอย่างน้อย 5 นิ้วขึ้นไปจะสร้างโดยวัตถุใดได้ทั้งสิ้น  เครื่องบวชให้ครบชุด รวมไปถึงหนังสือธรรมะโดยเวลาถวายให้ทำเหมือนการทอดผ้าป่า คือ หากิ่งไม้มาปักที่ชุดของสังฆทาน แล้วเอาผ้าไตรจีวรของต่าง ๆ มาพาดบนไม้ให้พระสงฆ์ท่านได้ชักผ้าไตรจีวรออกเป็นการแสดงการรับทานที่เราทำ

2. งดเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์สัปดาห์ละครั้ง การงดเว้นเนื้อสัตว์เป็นข้อวัตรที่ส่งเสริมศีลข้อที่ 1 ซึ่งไม่เว้นก็ได้ แต่ถ้าทำได้ก็จะเป็นผลดีเพราะเป็นการช่วยส่งเสริมไม่ให้เรามีส่วนร่วมในการฆ่าสัตว์มากขึ้น อันถือเป็นการเบียดเบียนชีวิตซึ่งกันและกัน เป็นลดตัวตนลงมีความเมตตาต่อสัตว์ต่างๆ รู้จักพอ รู้จักการให้

3. ต้องถือศีล 5 ให้เคร่งครัดตลอดไป ศีลที่ต้องให้การใส่ใจและเน้นเป็นพิเศษก็คือศีลข้อ 4 คืองดเว้นจากการพูดเท็จอันจะเป็นเหตุให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อตนเอง คือเวลารับปากใครแล้วต้องทำตามที่พูดให้ได้ หากมีเหตุขัดข้องหรือสงสัยอะไรก็ตามก็ควรจะบอกกล่าวเขาล่วงหน้า อย่าได้ไปสร้างความหวังให้คนอื่นแล้วไม่ยอมทำตาม เป็นการสร้างกรรมที่จะขวางทางสำเร็จของตนเองไว้ สำหรับศีล 8 นั้นถือในศีลหรือวันพระก็ได้ไม่จำเป็นต้องถือทุกวัน แต่หากใครสามารถถือได้ก็จะยิ่งเพิ่มบุญกุศลให้ตัวเองมากขึ้นไปอีก

4. ควรสงเคราะห์สัตว์ให้เป็นอิสระ การให้อิสรภาพถือเป็นทานที่สูงค่าอีกอย่างหนึ่ง เช่นปล่อยปลา ปล่อยนก นก กบ หรือเต่า ที่กำลังจะตายหรือมีความทุกข์ยากเท่าที่เรามีกำลังทรัพย์ โดยก่อนที่จะนำไปปล่อยนั้นต้องนำไปถวายให้พระสงฆ์เพื่อให้ท่านร่วมอนุโมทนาบุญและแผ่เมตตาให้ เพื่อเพิ่มอานิสงส์ให้มากขึ้น

หลังจากนั้นให้ทำการ “ผาติกรรม” ก็คือการขอซื้อคืนจากท่านด้วยจำนวนเงินที่เราไปซื้อมามากกว่าครั้งแรกเพื่อเป็นการส่งเสริมการละกิเลสเรื่องความโลภ การขอซื้อคืนอาจทำได้ด้วยการขอซื้อคืนด้วยเงินที่เท่ากันหรือต้องมากกว่าเท่านั้น แต่ระวังอย่าไปขอซื้อคืนด้วยเงินที่น้อยกว่าเดิมเพราะจะเป็นการติดหนี้สงฆ์เพิ่มอีก ที่สำคัญเวลาจะนำสัตว์เหล่านั้นไปปล่อยนั้นต้องดูว่าสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ของสัตว์เหล่านั้นหรือไม่ หากไปปล่อยในสถานที่ที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้เขาอยู่ได้ลำบากจะเป็นการสร้างบาปให้มากขึ้นกว่าเดิม

5. หมั่นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นประจำ สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นขอให้เรายึดหลักการปฏิบัติบูชาเป็นสำคัญคือ ศึกษาประวัติของท่านแล้วน้อมนำคุณธรรมคุณงามความดีของท่านมายึดถือปฏิบัติตามถือเป็นการปฏิบัติบูชาท่านแบบสูงสุด และเวลาขอพรจากท่านก็คือขอพรเฉย ๆ อย่าได้ไปติสินบนทำการบนบานเป็นอันขาด เพราะจะเป็นการลดบุญตนเอง ทำให้จิตตกลงไม่เป็นกุศลหรืออย่าขอพรในสิ่งที่เป็นไปในทางผิดหลักศีลธรรม เพราะนอกจากจะไม่ได้สมปรารถนาแล้วยังเป็นการสร้างกรรมขวางทางเจริญขึ้นมาใหม่อีกต่างหาก

6. ให้ถอนคำอธิษฐาน หากพบว่าตนเองทำงานไม่มีความสุข ไม่เจริญก้าวหน้าถูกบังคับกดดัน หรือเจริญก้าวหน้าได้ช้าภายหลังจากที่ทำบุญมาแล้วอย่างสม่ำเสมอก็ต้องทำการ “ปลดล็อคตัวเอง” ด้วยคือหมั่นสวดมนต์แล้วท่องบทถอนคำอธิษฐานที่เคยมีมาตั้งแต่อดีตชาติเพื่อที่จะได้หมดเวรหมดกรรมในงานนั้นไป

 

Read Full Post »

ผู้คอยกลั่นแกล้งเราเป็นได้ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเครื่องพิสูจน์ความสามารถในการก้าวข้ามอุปสรรคเชื่อว่าหลายคนที่เป็นคนเก่งและมีความสามารถมากๆ ในการทำงานอาจจะประสบปัญหาเหล่านี้ได้ ซึ่งมีสาเหตุหลายๆประการ
กรรมที่ทำงานดีแต่มีคนคอยกลั่นแกล้งให้เดือดร้อนเสมอ

 

กรรมเก่า

ในอดีตเราอาจเคยไปพูดหรือกระทำการใดก็ตามเป็นการใส่ร้ายป้ายสีเขามาก่อน เคยปิดทางความเจริญของเขา หรือไปขัดขวางในสิ่งที่เขาควรจะได้ทำให้เขาไม่ได้ ทำให้เขาเดือดร้อนมาก เขาจึงผูกอาฆาตตามจองเวรกันมา ลองคิดดูได้ง่าย ๆ ว่า เหตุใดแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้ทำให้เราต้องมาเจอกันกับคนที่ชอบหน้าและคนที่เพียงเห็นห้าก็รู้สึกไม่ดีด้วย  ก็เพราะกรรมจัดมาให้เจอกัน บางคนนั้นพอเราได้พบเห็นทีแรกก็รู้สึกถูกชะตา รู้สึกต้องใจอยากเป็นเพื่อนด้วย คุยกันก็มีความถูกคอกันได้เร็วเพราะคนที่เป็นมิตรเหล่านี้มีกรรมผูกพันกันเคยเป็นมิตรที่ดีเคยสนับสนุนช่วยเหลือกันมาก่อน กรรมเก่าจึงชักนำพามาให้เจอกันได้ช่วยเหลือกันอีก

ตรงกันข้ามกับคนที่ไม่ถูกชะตาหรือคนที่ไม่ชอบหน้าแม้จะเจอกันแค่ครั้งเดียว ก็ไม่อยากเข้าใกล้ เพราะจิตเดิมเคยเป็นศัตรูกันมาก่อน เคยทำร้ายกันมาก่อนและมีความผูกพันในกรรมที่จะต้องมาชดใช้กรรมร่วมกัน จึงนำพามาให้เจอกันและยังไม่มีการอโหสิกรรมให้แก่กันและกัน บางครั้งกายเนื้อในชาตินี้ดูเหมือนเป็นมิตรกันแต่ในใจคิดทำลายล้างกัน บางครั้งก็ไม่รู้ตัวประเภททำงานร่วมกันทีไรมีแต่ความฉิบหายล่มจม หรือขัดแย้งกันตลอด ทั้งๆ ที่ภายนอกดูเหมือนไม่มีอะไรก็ตาม

 

กรรมใหม่

เรื่องของกรรมใหม่นั้นเป็นเรื่องของ “ทัศนคติ” ของตัวเราเอง ความจริงแล้วคนที่เป็นเพื่อนร่วมงานที่ไม่ใช่ญาตินั้นหากมองในแง่ปัจจุบันเพียงอย่างเดียวก็คือ เขาก็เป็นเช่นเดียวกับเราคือ ต่างคนต่างมีความถนัดกันคนละแบบ ชอบกันคนละอย่าง มีเป้าหมายในชีวิต มีวิธีการคิดและทำคนละแบบกัน

การที่เราจะไปก่อศัตรูให้เขากลายเป็นเจ้ากรรมนายเวรเราต่อไป ก็เพราะ เราไปตั้งแง่คิดแบบด้านลบกับเขาก่อน ที่เรียกว่า “อคติ” ที่อธิบายไม่ได้อยู่ในใจ คือเป็นได้ทั้ง ฉันทาคติ คือไม่ชอบคนนี้ก็หาเรื่องไปเข้าข้างอีกฝ่ายที่เราชอบพอกว่า โทสาคติ คือมีอคติเพราะเกลียดโกรธกันมาก่อน ภยาคติ ถืออคติเพราะเกรงกลัวกันมาก่อน และ มีโมหะคติคือถืออคติเพราะความไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขามาก่อน

สิ่งที่เป็นอคติเหล่านี้จึงเป็นสาเหตุทำให้ทำงานร่วมกันได้อย่างยากลำบาก เมื่อความชอบต่างกัน รสนิยมต่างกันก็ทำให้ทำงานด้วยกันไม่ได้และเมื่อต้องมาทำงานร่วมกันจึงต้องขัดแย้งขัดแข้งขัดขากันตลอดเวลา  เมื่อมีความไม่ชอบพอต่อกันต่างคนต่างมีจิตอาฆาตอันเป็นธรรมชาติของมนุษย์จึงได้กระทำการสร้างกรรมใหม่ขึ้นอีกโดยการไปใส่ร้ายหรือกลั่นแกล้งกันเพื่อให้อีกฝ่ายได้รับความเดือดร้อนและสุดท้ายก็จะเป็นผลกรรมผูกพันกันไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด

 

วิธีแก้ไขทางโลก

การแก้ไขในทางโลกนี้ ค่อนข้างเป็นเรื่องยากในการปฏิบัติเพราะเป็นเรื่องของการ “ปรับความคิด” หรือปรับทัศนคติให้เป็นบวกเพราะว่าผลกรรมนั้นเกิดไปแล้ว เราได้รับความเดือดร้อนไปแล้วจึงทำให้มีความทุกข์และความอาฆาตตามมา สิ่งที่ต้องเร่งกระทำก่อนก็คือ การรู้จักเปิดใจให้กว้างรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง ที่สำคัญต้องรู้จักการปลงให้ตกและให้อภัย เช่น การถูกกลั่นแกล้งให้ถูกออกจากงานก็ให้คิดปลงตกเสียว่า เราได้หมดเวรหมดกรรมจากสถานที่นี้แห่งนี้แล้วจะได้ไปเจริญก้าวหน้าที่อื่นต่อไป ขอให้คนผู้นั้นได้อย่ามาจองเวรอาฆาตต่อไป เมื่อเดือดเนื้อร้อนใจก็ควรวางอุเบกขานิ่งเฉยอย่าไปคิดตามให้จิตตก หากเกิดอะไรขึ้นกับเรา ก็ต้องยอมรับว่าเป็นกรรมของเราเองที่ทำมา ถ้าเห็นคนอื่นได้ดีหรือตกต่ำก็ปล่อยวาง เพราะเป็นกรรมของเขาไม่เกี่ยวอะไรกับเรา ซึ่งทั้งหมดเป็นการคิดให้เกิดความสบายใจแต่ไม่ใช่การยอมแพ้กรรมนั้น

 

วิธีแก้ไขในทางธรรม

ให้หมั่นขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรเสียทำได้บ่อยๆ ในทุกวัน ยิ่งทำมากยิ่งดี สำหรับเจ้ากรรมนายเวรที่เราไม่รู้หรือเป็นดวงวิญญาณไม่ว่าจะทำอะไรที่เป็นบุญให้อุทิศไปให้เขาทันที พูดแบบง่ายๆ ยกบุญนั้นให้เขาทุกครั้ง

หมั่นทำทานโดยเน้นไปที่เจตนาจะช่วยเหลือผู้อื่น ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นหลัก เช่นเห็นคนยากไร้ต้องหนาวสั่นเพราะไม่มีเสื้อผ้าหรือผ้าห่มก็ให้ทานไปตามที่เขาต้องการ ไม่ใช่คนขาดผ้าห่มแต่เอารองเท้าไปให้ ดังที่โบราณสอนไว้ว่า อย่าเอาหวีไปให้คนหัวล้าน มันก็ไม่ตรงกับความต้องการ ของที่ได้รับไม่มีประโยชน์ บุญนั้นเกิดจริงแต่น้อยมากๆ

 

เคล็ดสำคัญที่ครูบาอาจารย์ท่านแนะนำที่จะช่วยคลายวิบากกรรมเร็ว ก็คือ การให้แบบตรงกับความต้องการของคนที่มาขอความช่วยเหลือ และการสงเคราะห์สัตว์ เช่น การไปไถ่ถอนชีวิตโค กระบือ การปล่อยสัตว์ประเภทนก ปลา หอยต่างๆ ซึ่งมีเคล็ดอยู่ที่ต้องเอาสัตว์นั้นมาถวายพระสงฆ์เสียก่อน เพื่อให้ท่านโมทนาบุญ แล้วผาติกรรมหรือซื้อคืนจากท่าน

มีข้อแม้ว่าจำนวนเงินที่ซื้อคืนต้องเท่ากันหรือมากว่าที่เราซื้อสัตว์นั้นมา เช่น ซื้อมา 20 บาทต้องซื้อคืนที่เกิน 20บาทขึ้นไปห้ามต่ำกว่า เพราะถ้าต่ำกว่าจะเป็นติดหนี้สงฆ์เข้าไปอีก แต่ถ้ามากกว่า 20 บาท ส่วนที่เกินนั้นจะเป็นบุญเพิ่มกับตัวเราเอง

หรือจะใช้วิธีทำบุญถวายอาหารแก่พระสงฆ์โดยไม่ระบุเจาะจงให้เป็นสังฆทาน เลี้ยงเด็กอนาถาและคนชราด้วยก็ได้กระแสบุญที่ทำเพื่อคนอื่นที่ทุกข์ร้อนกว่าเราจะช่วยให้เราปราศจากศัตรูมีแต่คนเมตตาและอำนวยพรให้ หรือใช้วิธีการบริจาคเงินสร้างหีบศพเพื่อศพอนาถาไม่มีที่เผาหรือฝัง โดยบริจาคผ่านมูลนิธิหรือหากมีกำลังทรัพย์พอก็ให้ บริจาคหีบศพ 1 ใบ โดยเขียนชื่อบุคคลนั้นๆ(ผู้ที่เกลียดเรา) ว่าเป็นผู้บริจาคเพื่อให้พระท่านโมทนาบุญให้

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ต้องให้อภัยทานให้กับเจ้ากรรมนายเวรเสมอ เผาความอาฆาตในใจเราให้ออกไปให้หมด เพราะเราทราบแล้วว่าผู้ที่เคยกลั่นแกล้งเราเขาเป็นเจ้ากรรมนายเวรเรามาก่อน เราทำให้เขาเดือดร้อนมาก่อนจึงต้องชดใช้  การให้อภัยไม่ถือสาหาความกันอีกถืออภัยทานที่ดีและเป็นทานที่สูงค่าที่สุดยิ่งกว่าทานใดๆทั้งสิ้น นอกจากทำทานด้วยวัตถุทานและอภัยทานแล้ว ยังต้องเร่งรักษาศีล 5 ให้ครบโดยเฉพาะข้อที่ 4 คืออย่าไปผิดคำพูดกับใครทำให้เกิดความผิดใจอาฆาตกันอีก รับปากใครแล้วก็ต้องทำตามให้ได้อย่างที่พูด และหมั่นเจริญสมาธิภาวนาให้จิตนิ่งอยู่เสมอ เพื่อเป็นการละความเกลียดและโกรธที่มีอยู่ออกจากจิตใจ โดยระยะเริ่มแรกให้เริ่มด้วยการสวดมนต์บ่อย ๆก่อนเพื่อไม่ให้จิตฟุ้งซ่านไปยังที่อื่น ให้จิตตั้งมั่นรวมอยู่กับบทสวดมนต์ตรงหน้าก่อนเท่านั้น

เมื่อสวดมนต์ได้เป็นประจำแล้วก็ให้ หมั่นแผ่เมตตาจิตหลังสวดมนต์ไปยังศัตรูที่เคยทำให้เราเดือดร้อนอยู่เป็นประจำ การกระทำเช่นนี้จะช่วยให้จิตใจมีกำลังมากขึ้นไม่ตกเป็นทาสความโกรธและเมื่อมีปัญหาอุปสรรคใหม่ ๆเข้ามาแล้วจิตจะได้ไม่ตกและค้นพบวิธีแก้ปัญหาต่อๆไปได้

 

Read Full Post »

งานเป็นที่มาของเงิน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นเหตุและผลที่เกี่ยวเนื่องกัน มีหลาย ๆ คนประสบปัญหาเรื่องงานอยู่เป็นประจำอย่างไม่น่าเชื่อทั้งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ขอให้ลองพิจารณาสาเหตุและผลกรรมที่จะกล่าวถึงในส่วนต่อไปนี้และเร่งแก้ไขโดยเร็วให้ตรงกับเหตุ เพื่อชีวิตด้านการงานที่เป็นสุขมากขึ้น
กรรมที่ทำให้เดือดร้อนเรื่อง การงาน

ทำงานหนักมากแต่ไม่ค่อยได้ผล

เหตุจากกรรมเก่า

คนที่ทำงานหนักแล้วไม่ค่อยได้ผลนั้นมีสาเหตุทั้งอดีตชาติและชาติปัจจุบันอยู่หลายประการ เช่นในอดีตชาติ เวลาไปทำบุญทำทานที่วัด เมื่อพบของทำทานเหลือจากพระสงฆ์และท่านได้อนุญาตแล้ว แทนที่จะบริจาคต่อไปให้กับคนที่ทุกข์ยากกว่า กลับเอาไปทิ้งเสีย คือถวายให้แต่พระแต่ไม่เจือจานไปยังผู้อื่น

หรือกรณีในการทำบุญเมื่อมีคนมาชวนทำบุญก็กลับปฏิเสธ เพราะไม่อยากทำมีความตระหนี่ในใจมาก บางครั้งก็ขัดขวางไม่ให้คนอื่นได้บุญไปด้วย เช่น เขาเอาซองผ้าป่าหรือกฐินมาบอกบุญก็รับเพื่อเอาหน้า แต่เอาซองไปทิ้งเสีย หรือไม่สนใจวันเวลาที่ต้องไปสร้างบุญนั้น ทำให้ซองนั้นที่มาจากเงินที่บริสุทธิ์เสียไปหรือเคยทำบุญมามากก็จริงแต่ วัตถุที่นำมาทำบุญนั้นไม่ได้เป็นของบริสุทธิ์,เป็นคนที่จิตใจไม่แน่นอนคือ หลอกว่าจะไปทำทานแล้วไม่ทำ นัดหมายทำบุญแล้วให้คนอื่นรอเก้อ

กรรมที่มาจากรับปากใครแล้วไม่ทำตามที่รับปาก ผิดคำพูดบ่อยๆ จนคนอื่นได้รับความเดือดร้อนจากคำพูดของตนเองก็เป็นสาเหตุสำคัญ เช่น บอกว่าจะช่วยเหลือเขา แต่พอถึงเวลากลับเสียดายหรือทำไม่ได้ตามที่พูด หลบหน้าหรือให้คนอื่นมารับหน้าแทน หรือไปกลั้นแกล้งบีบคั้นให้คนและสัตว์ทำงานหนักโดยไม่ให้ค่าตอบแทนหรืออาหาร บางครั้งก็ทำเป็นลืมๆ ไป ปล่อยให้เขาต้องทำงานหนักและทนทุกข์ทรมาน

การเลี้ยงดูบุตรหลานอย่างเข้มงวดเกินไป ทุบตีหรือให้ทำงานที่เกินกำลังของเขาหรือผิดศีลทั้งๆ ที่รู้ แล้วเอาเงินนั้นมาบำเรอความสุขของตน ปล่อยให้ลูกหลานทุกข์ทรมานซึ่งลูกหลานใกล้ตัวนั้นนับเป็นเจ้ากรรมนายเวรประเภทหนึ่งด้วย เพราะเขามาเกิดแล้วเขาจึงเป็นเจ้าหนี้ โดยเขาเป็นคนเลือกพ่อแม่ที่เป็นลูกหนี้ด้วย เวลาที่เขาจะมาเกิด เมื่อครั้งเขาเป็นจิตวิญญาณเขาจะสอดส่องดูว่าลูกหนี้คนไหนที่มีหนี้กับเขามากที่สุด เขาจึงมาเกิดกับคนๆ นั้นเพื่อให้พ่อแม่ที่เป็นลูกหนี้นั้นชดใช้หนี้เขา ทำให้พ่อแม่ต้องมีหน้าที่เลี้ยงดูอุ้มชู ให้การศึกษา ถึงแม้แก่เฒ่าหรือตายไปต้องยกมรดกให้เขาด้วย ด้วยเหตุที่เป็นลูกหนี้เขาโดยแท้

อย่างไรก็ตามลูกนั้นนอกจากจะเป็นเจ้าหนี้แล้วยังเป็นลูกหนี้ของพ่อแม่ด้วย เพราะร่างกาย ชีวิตส่วนหนึ่งของเขามาจากพ่อแม่ เขาเติบโตด้วยพ่อแม่ การที่จะครอบครัวมีความสุขทั้งพ่อแม่ และลูกต้องหมั่นให้อโหสิกรรมและกัน ยิ่งบ่อยเท่าใด กรรมที่มีร่วมกันจะเบาบางลง

ที่สำคัญอาจเคยดูหมิ่นผู้ปฏิบัติธรรมหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจเพราะคิดว่าตนเองบูชาเจ้าที่เจ้าทางแล้วไม่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ช่วยเหลือตนจึงไปลบหลู่ถอนศาลเสียโดยไม่ได้พิจารณาการกระทำของตนเอง

 

เหตุจากกรรมใหม่

กรรมที่ทำให้เดือดร้อนนี้เกี่ยวข้องกับความ ตระหนี่ มาก ๆทั้งสิ้น บางคนมีพฤติกรรมตระหนี่หวงแหนที่ของตนและไม่ใช่ของตน เช่น เคยไล่ที่คนอื่นที่มาขออาศัยใช้พื้นที่ของตนหรือพื้นที่ที่ตนเองมีหน้าที่ดูแลอยู่ ถึงแม้ตนเองจะไม่ได้ประโยชน์แต่คนอื่นก็อย่าได้มีสิทธิ์ที่จะใช้ เช่นการเอาโต๊ะเก้าอี้ ไปตั้งขวางทางหน้าบ้านทั้ง ๆที่ พื้นถนนหน้าบ้านนั้นเป็นที่ของหลวง กลับไปเขียนห้ามจอดรถหรือกั้นที่ทางไว้ไม่ให้คนอื่นใช้ประโยชน์

นอกจากนั้นยังมีอุปนิสัยส่วนตัวเป็นคนใจแคบ เห็นคนอื่นตกทุกข์ได้ยากมาและมาขอความช่วยเหลือก็ไม่ยอมช่วย เพราะคิดว่าธุระไม่ใช่ ไม่มีผลประโยชน์ร่วมจึงไม่ช่วยทั้งๆ ที่ตนเองมีความสามารถพอจะช่วยเหลือได้ หรือกระทั่งตนเองเป็นผู้ที่เพียบพร้อมมีกำลังทรัพย์และสติปัญญาดีอยู่แล้วแต่ไม่เคยมุ่งทำงานเพื่อส่วนรวม เอาแต่ผลประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้งเสมอ และไม่คำนึงถึงวิธีการในการทำมาหากินว่าตนเองจะไปขัดขวางประโยชน์ของใครแม้จะเป็นการทำบุญก็ตาม เช่นกวาดวัดด้วยความคึกคะนองกวาดแรง ๆให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย คนอื่นเดือดร้อนจากฝุ่นนั้นก็ไม่สนใจเป็นทุกข์ร้อน หรือเป็นคนที่ชอบกดขี่คนอื่นให้มาทำงานให้แต่ไม่ยอมจ่ายค่าตอบแทนตามสมควรที่เขาผู้นั้นควรจะได้ พยายามกีดกันเงินไว้ทั้งๆที่ควรจ่ายก็ไม่ยอมจ่าย โดยสรุปใจความรวมแล้วการที่คนเราทำงานหนักแล้วไม่ค่อยได้ผลไม่เจริญก้าวหน้าก็เพราะ มีสาเหตุใหญ่ ๆคือ ความตระหนี่เป็นเหตุ

 

วิธีการแก้ไขในทางโลก

การทำงานหนักแล้วได้ผลน้อยต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน หากว่ากันในทางโลกที่เราเห็นได้ชัดแล้วเราต้องพิจารณาถึง “วิธีการทำงาน” คือถ้าทำงานหนักแล้วได้เงินน้อยก็ต้องเปลี่ยนเครื่องมือในการทำงานให้ทำงานง่ายขึ้นและเบาแรงลง เหมือนเราจะขุดดินหลุมใหญ่ ๆ เพื่อสร้างสระว่ายน้ำ แทนที่จะใช้จอบเสียมขุดกันเป็นเดือน ๆ ก็เปลี่ยนวิธีลงทุนขุดด้วยรถ แม้จะลงทุนสูงกว่าก็ตาม

การกระทำงานอย่างนี้เรียกว่า ทำงานให้ฉลาดขึ้น ไม่ใช่ทำงานหนักขึ้นอย่างเดียว คือต้องมีการกำหนดทิศทางในการทำงานให้ถูกต้องเสียก่อน เพราะทิศทางสำคัญกว่าความเร็ว เช่นจะค้าขายขนมจีบซาลาเปาให้ได้ดีมีกำไร ก็ต้องหาทำเลการค้าที่มีผู้บริโภคขนมจีบซาลาเปามาก ๆ อย่างเช่น ย่านไชน่าทาวน์ของเมืองเหมาะกับการค้าขายอาหารจีนและอาหารร้อนกินเร็วอย่าง ซาลาเปามากกว่าการจะไปเปิดร้านอยู่ในแถบที่ชนชาวอีสานอยู่อาศัยร่วมกันมาก เพราะ ชาวอีสานรับประทานปลาร้าและน้ำพริกกันเป็นส่วนใหญ่ อย่างนี้เป็นต้น เรียกว่าต้องทำงานให้ถูกทิศทางและทำอย่างฉลาด จะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากนักและที่สำคัญ ผลงานก็จะออกมาใกล้เคียงกับที่คาดหวังไว้มากกว่า

นอกจากนั้นต้องมีความเป็น “มืออาชีพ” ในด้านการทำงานทุกเรื่อง คำว่า “มืออาชีพ” นั้นไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำงานในด้านนั้น ๆ ด้วยความชำนาญเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนที่มีความรู้โดยรอบที่จะทำให้งานนั้นสำเร็จลงง่าย ต้องมีความสม่ำเสมอหนักแน่น มีความเพียรกับเนื้องาน สามารถทำงานได้แม้จะอยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากจะทำ จนสามารถทำงานนั้นได้สำเร็จ ซึ่งมืออาชีพจะมีความแตกต่างไปจากพวกมือสมัครเล่น คือ มือสมัครเล่นนั้นไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้แม้ว่าจะมีใจจดจ่ออยากจะทำงานนั้นก็ตาม ยิ่งไปเจองานที่ไม่รักหรือไม่ชอบก็จะทำให้งานนั้นเสียหายหรือไม่สำเร็จลงได้แม้แต่น้อย

ความอดทนและอดกลั้นก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานประสบความสำเร็จและได้เนื้องานตรงตามเป้าหมาย เราต้องรู้จักโลกรู้ทันโลก คือรู้จักความต้องการที่สมดุลทั้งความต้องการของตนเองและผู้อื่นและรู้จักศักยภาพในตัวของเราทั้งหมดที่มีจะทำอะไรก็ทำงานนั้นให้สุดความสามารถและไม่บังอาจเอื้อมไปทำงานใหญ่ที่เกินความสามารถของตนเอง

และสุดท้ายที่ต้องฝึกฝนแก้ไขตนเองก็คือ การรู้จักเป็นคนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า สาเหตุที่ทำงานไม่ได้ผลแม้จะทำงานหนักล้วนมาจากสาเหตุของความตระหนี่ น้ำใจและการเสียสละจึงเป็นทางแก้ไขที่ตรงจุด หมั่นทำงานที่นอกเหนือจากงานของตนเองบ้างและเสียสละแรงกายหรือทรัพย์เพื่อคนอื่น ๆบ้าง นอกจากจะทำให้คนอื่นให้ความเกรงใจเคารพนับถือแล้ว ยังเป็นการสร้างบุญบารมีให้เพิ่มขึ้นในตัวอีกด้วย

 

วิธีการแก้ไขในทางธรรม

การแก้ไขในทางธรรมคือต้องหมั่นออกไปทำทานอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความตระหนี่เห็นแก่ได้ลง  ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง เมตตาแนะนำให้คนที่เจอผลกรรมประเภทนี้ ให้ไปทำบุญด้วย “น้ำสะอาด” เพราะน้ำที่สะอาดจะเป็นสิ่งสื่อความหมายในการชำระล้างจิตใจ ที่ตระหนี่ถี่เหนียวเป็นยางเหนียวเกาะกุมใจไม่ให้ผ่องใสมีความสดชื่นเบิกบานขึ้น น้ำสะอาดที่ว่าเป็นได้ทั้งน้ำดื่มและน้ำใช้เช่น ถวายน้ำดื่มที่เป็นโหลๆ ที่ควรนำไปถวายที่วัด สำนักปฏิบัติธรรมหรือในที่กันดารมีคนรอความช่วยเหลืออยู่ หรือ ถวายเครื่องกรองน้ำให้พระภิกษุสงฆ์เพื่อให้ท่านได้ใช้ประโยชน์เพื่อการส่วนรวม

อาจใช้วิธีทำบุญด้วยการบริจาคค่าน้ำค่าไฟให้กับวัดถือเป็นการ “ชำระหนี้สงฆ์” เพราะกรรมในอดีตชาติเราอาจติดหนี้ใครมาก่อน อาจมีการพลั้งพลาดในการติดหนี้สงฆ์รวมอยู่ด้วย เพียงแค่เผลอหยิบเอากิ่งไม้เศษไม้ในวัดออกมาใช้ประโยชน์หรือเพียงเศษดินเศษทรายที่ติดเท้ามา แม้เป็นสิ่งของที่พระสงฆ์ท่านจะไม่ใช้แล้วแต่ท่านยังไม่อนุญาต ก็ถือว่าเป็นการติดหนี้สงฆ์ ยังไม่รวมกับการรับปากว่าจะทำอะไรหรือตั้งใจจะทำอะไรให้กับพระพุทธศาสนาแล้วยังไม่ได้ทำให้ไม่ว่าด้วยเหตุอันใดก็ตาม ขอให้ใช้วิธีบริจาคทานเพื่อกิจของสงฆ์ และใช้ชำระหนี้สงฆ์เสียให้หมดเรียบร้อย

หากมีโอกาส ก็ให้ร่วมทำทานแบบสร้างบุญใหญ่ๆ ร่วมด้วย เช่น เป็นเจ้าภาพร่วมในการสร้างถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนา เช่นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ พระมหาเจดีย์ โบสถ์ วิหารหรือ สิ่งใด ๆที่จะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติธรรม เพราะศาสนสถานเหล่านี้เป็นถาวรวัตถุที่มีความคงทนต่อกาลเวลาที่กัดกิน บางแห่งอยู่ได้เป็นหลายร้อยปี พันปีและแต่ละวันมีผู้เดินทางมาทำพิธีกรรมทางศาสนาอย่างมากมาย

เมื่อทำบุญกุศลใด ๆแล้ว ก็ให้ตั้งสัจจะอธิษฐานและแผ่เมตตาทุกครั้ง โดยที่การแผ่เมตตานั้นถือเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่อีกประการหนึ่ง เป็นการแผ่กระแสความรักความเมตตาปรารถนาดีของตนไปยังผู้อื่น และทำให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายเกิดความพอใจในบุญที่เราแผ่เมตตาไปให้

จากนั้นให้ใช้การหมั่นสวดมนต์เจริญภาวนาอยู่เป็นประจำ เพราะการสวดมนต์เป็นการรวมจิตให้มีความมั่นคง โดยเริ่มสวดจากการอัญเชิญเทวดาลงมาร่วมโมทนาบุญ และทำการกล่าวสมานศีล 5 ก่อนสวดมนต์เจริญภาวนาทุกครั้ง

 

Read Full Post »

ท่านผู้อ่านหลายท่าน คงเคยพบว่าตนเองเป็นผู้ที่มีเงินมีทรัพย์อยู่พอสมควร อีกทั้งเป็นคนที่มีจิตใจกว้างขวางมีอะไรก็เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่นเสมอ แต่ต้องประสบเคราะห์กรรมอยู่เสมอคือ พอมีเงินทีไรก็มักจะมีคนมาขอความช่วยเหลือแล้วถูกโกงถูกเอาเปรียบเรื่องเงินอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่เราเองก็ไม่เคยเอาเปรียบหรือคดโกงใครมีแต่ความปรารถนาดีให้คนอื่นเสมอ เหตุใดเราจึงต้องรับผลกรรมเช่นนั้น
กรรมโดนยืมเงินแล้วโดนเบี้ยวเงินตลอด

 

เหตุจากกรรมเก่า

การที่เราถูกโกงถูกเบี้ยวเรื่องเงินทองอยู่เสมอนั้น ก็เพราะในอดีตชาติหรือแม้ในชาติปัจจุบันเป็นประเภทที่ว่ายืมเงินเขาแล้วไม่ยอมคืนประเภท “ขอยืมแล้วขอลืม” เวลาใครมาทวงก็ปฏิเสธพัลวันว่าไม่ได้ไปยืมมา ยิ่งไปสร้างกรรมทางใจหนักเข้าไปอีก หรือเวลาที่ทำบุญไปแล้วมักคิดเสียดายในภายหลังคือเจตนาภายหลังการให้ไม่บริสุทธิ์ หรือตั้งใจจะทำบุญแล้วเปลี่ยนใจไม่ยอมทำภายหลัง

อาจเป็นผู้ที่ชอบนินทาว่าร้ายคนที่ทำที่จะทำบุญ หรือผู้ทรงศีล ผู้ที่ดูแลรักษาผลประโยชน์ให้กับส่วนรวมให้กับวัดโดยไม่มีมูลไม่มีเหตุ ตั้งใจว่าร้ายด้วยจิตที่เป็นอคติ และเคยอธิษฐานตั้งใจจะทำบุญใด ๆไว้แล้วไม่ยอมทำตามคำอธิษฐานนั้น ประเภทได้แล้วไม่ยอมทำตามซึ่งทำให้ไปก่อเจ้ากรรมนายเวรเพิ่ม หรือเคยไปสร้างกรรมหนักประเภทขโมยของๆวัด ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ อะไรที่เขายังไม่อนุญาตก็นึกเองเออเอง หยิบฉวยเอาไป

 

เหตุจากกรรมใหม่

กรรมที่ทำให้ถูกโกงถูกเบี้ยวอยู่เสมอหากมองในแง่ปัจจุบันก็คือ ตัวเราเอง ที่มีส่วนทำให้ถูกโกงหรือสร้างโอกาสให้ตัวเองถูกโกงถูกเบี้ยวอยู่แล้ว  เขาเรียกว่า พาตัวเองไปสู่ความเสี่ยง พาตัวเองให้ตกลงไปในทางเสื่อม เพราะส่วนหนึ่งอาจจะไปการคบหากับ “คนพาล”   คือคนไม่รับผิดชอบ ไม่มีวินัยในทางการเงิน ซึ่งคนไทยหรือคนจีนที่ทำการค้าเก่งๆ เขาจะให้โอกาสคนแค่ครั้งเดียว ซึ่งหากเป็นคนมีสัจจะรักษาคำพูดก็จะช่วยเหลือกันไปจนกว่าจะตาย แต่ถ้าให้ยืมเงินแล้วไม่คืนเพียงแค่ครั้งเดียวก็เป็นการยากในครั้งต่อไป

หรืออาจเกิดจากการที่เราเคยโกงเงินคนอื่นมาก่อนโดยเฉพาะคนใกล้ตัว อาจเคยคดโกงญาติพี่น้องหรือถ้าเป็นคนทำงานก็เคยโกงค่าแรงลูกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมไม่จ่ายในสิ่งที่ควรจ่าย ปล่อยให้คนอื่นต้องรอด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ นอกจากนั้นโดยส่วนตัวเองแล้วยังเป็นคนที่ชอบหมกมุ่นมัวเมาอยู่ในอบายมุข โดยเฉพาะชอบเล่นการพนันเป็นประจำ

 

การแก้ไขในทางโลก

การที่เราจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ถูกยืมเงินแล้วเบี้ยวหรือถูกโกงอีก เราต้องรู้จัก “เลือกที่จะให้”  คือใครที่เคยมาขอยืมของแล้วเอามาคืนก็พึงให้ยืมอีก แต่ถ้าใครมาขอยืมของแล้วไม่รักษาคำพูด ไม่ระมัดระวังเงินที่ให้ไป หรือเงินนั้นไปก่อให้เกิดความเสียหายกับชีวิตของเขาหรือคนอื่น หรือไม่ยอมนำมาคืน ก็อย่าพึงให้ยืมอีกเป็นอันขาด เป็นการป้องกันไว้ชั้นแรกรวมถึงเป็นการช่วยดัดนิสัยเขาทางอ้อมด้วย

โดยส่วนตัวเองนั้นควรต้องละเลิกในการข้องเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอบายมุขทั้งมวลแบบทันทีโดยเฉพาะเรื่องการพนัน ผู้ที่ชนะพนันเก่ง ๆ และได้เงินมากๆ นั้นเป็นเพราะเขา  “โกงได้เก่ง”  ทำได้แนบเนียนจนจับไม่ได้จึงไม่อาจเรียกได้ว่าโกงซึ่งผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรมพาให้เสื่อมได้ตลอดเวลา

หากเรายังมีภาระหนี้ เป็นรายจ่ายที่ต้องจ่ายให้กับผู้อื่น ควรพิจารณาในหลายๆ เรื่อง ต้องเอาเรื่องที่ทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนวุ่นวายอย่างแน่นอนถ้าไม่จ่าย หรือขอให้จ่ายคืนแก่คนที่เขากำลังเดือดร้อนมากเพราะการกระทำของเรา ควรให้ผู้นั้นไปก่อน สำหรับหนี้สินไม่ว่าจะเป็นหนี้ใคร หากจ่ายคืนได้ไม่หมดในคราวเดียว ก็ขอให้ทยอยจ่ายและแสดงความตั้งใจที่จะจ่ายเงินอย่างจริงใจ ไม่หลบหนีนอกจากจะไม่โดนผูกอาฆาตแล้ว ยังจะได้รับการยอมรับนับถือในน้ำใจและการแสดงความรับผิดชอบอีกด้วย

 

การแก้ไขในทางธรรม

ต้องสร้างกรรมดีโดยทำบุญทำทานด้วยการถวายสังฆทานอยู่เป็นประจำทุกเดือนหรือตามแต่กำลังทรัพย์ที่มี และที่สำคัญอย่าพึงเสียดายในทานที่ให้แก่บุคคลใดหรือกับใครก็ตาม หากมีคนมาขอความช่วยเหลือเรื่องเงินอีก ถ้าสามารถให้ยืมได้โดยที่ตนเองไม่เดือดร้อนแม้ว่าเขาจะคืนหรือไม่ก็ควรให้ไปโดยพึงระลึกเสียว่าเมื่อตั้งใจได้ให้เป็นทานไปแล้ว แม้จะได้คืนหรือไม่ก็ไม่ขอติดใจอะไร ยกให้เป็นบุญเสีย

เพราะหากไม่ได้คืนก็จะไม่เจ็บแค้น ผูกโกรธผูกอาฆาตกันต่อไปอีก และถือเป็นการชดใช้คืนแก่เจ้ากรรมนายเวรไป                นอกจากนั้นให้ทำทานในลักษณะของการสละทรัพย์บริจาคในงานบุกุศล หรือบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยต่าง ๆ ตามแต่กำลังที่มีถือเป็นบุญใหญ่หรือบุญเพื่อการสาธารณะ การบริจาคโลงศพ เงินสงเคราะห์ต่างๆ

 

เคล็ดลับสำคัญ ให้อโหสิกรรมกับคนที่มาเบี้ยวเงินเสีย ให้คิดเสียว่าเราใช้หนี้เวรหนี้กรรมหมดไปแล้วในชาตินี้ อย่าไปสร้างกรรมอะไรต่อกันเลยหากอยากได้เงินคืนให้อุทิศบุญไปให้เขา และเทวดาประจำตัวเขา อธิษฐานจิตว่า ถ้าเรายังเป็นเจ้าหนี้ขอให้เขานำเงินมาชดใช้ จะได้สิ้นเวรสิ้นกรรมกันไป ไม่ผูกพันกันอีก

ในข้อศีลนั้นควรรักษาศีลให้ดีโดยเฉพาะศีลข้อที่ 2 ที่ต้องระวังเรื่องการเบียดเบียนทรัพย์ผู้อื่นในลักษณะการขอยืมแล้วไม่คืน การถือวิสาสะนำของไปใช้โดยไม่บอกกล่าว แม้จะเป็นคนที่คุ้นเคยหรือเป็นญาติพี่น้องพ่อแม่ก็ตามจะเอาสิ่งใดไปใช้ต้องขออนุญาตก่อนเสียทุกครั้ง

การหมั่นเจริญภาวนาอุทิศส่วนบุญกุศลไปให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตอยู่ให้บ่อยที่สุดโดยเฉพาะคนที่เบี้ยวหนี้คดโกงเรานั้น ขอให้ตั้งใจอธิษฐานบทอุทิศบุญให้เขาเป็นพิเศษเพื่อเป็นการคลายกรรมที่เคยผูกพันกันมาให้เป็นอิสระต่อจากกัน ซึ่งจะเป็นเหตุให้เราสามารถอภัยให้เขาได้ เมื่อให้อภัยได้ก็จะเกิดผลบุญที่เรียกว่า อโหสิกรรม คือกรรมที่เคยผูกพันให้เดือดร้อนนั้นจะไม่มีผลต่อกันอีกต่อไป

 

Read Full Post »

คนทุกคนต้องการโชคเพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยทำให้ชีวิตประสบความสุขและความสำเร็จ เชื่อคุณผู้อ่านหลายท่านคงจะเคยพบว่า บางคนอาจจะไม่ได้เป็นคนดีหรือแม้แต่ทำงานเก่งกาจอะไรเลย แต่เขาจึงได้ดีมีโชคหรือมีคอยช่วยเหลือเขาตลอดเวลา
กรรมที่ทำให้อาภัพอับโชค

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะบุญเก่าของเขาที่สะสมเอาไว้เมื่อในภพชาติก่อนพอมาในชาตินี้บุญนั้นย้อนกลับมาส่งผลถึงเขาเมื่อปัจจัยแห่งบุญและเวลาเต็มบริบูรณ์เช่น คนที่จู่ ๆ ถูกหวยรวยเป็นล้านๆ เป็นมหาเศรษฐีได้ในคราวเดียวทั้งที่ชีวิตเคยประสบความยากลำบากมาทั้งชีวิต ก็เพราะกรรมดีที่เคยได้ทำบุญไว้โดยมาเป็นกรรมตัดรอนฝ่ายกรรมดีที่มาพลิกชีวิตจากที่จนให้รวยในพริบตา ด้วยสาเหตุที่เคยทำบุญกับพระพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง พระปัจเจกพุทธเจ้าพระอรหันต์ พระอริยสงฆ์ที่มีเนื้อนาบุญมากๆ เช่น ใส่บาตรกับท่านที่กำลังออกจากนิโรธสมาบัติ คือ ได้เคยถวายทรัพย์ ข้าว น้ำอาหารเพื่อช่วยบำรุงท่านโดยทำแบบไม่เสียดายแม้แต่น้อย เพียงเพราะต้องการจะทำบุญด้วยใจเท่านั้นจริง ๆ

กรรมเหล่านี้เองที่เป็นตัวสนับสนุนส่งเสริมให้คนบางคนมีโชคลาภอยู่เสมอบางคนก็มีลาภก้อนใหญ่เสียด้วย ดังนั้นเมื่อพิจารณาเหตุของคนที่ถูกหวยมีลาภก็ลองคิดย้อนกลับดูว่าเหตุใดเราจึงอาภัพอับโชคไม่มีลาภลอยเช่นเขาบ้างก็เป็นเพราะกรรมหลายประการ

 

เหตุจากกรรมเก่า

เหตุที่ทำให้ไม่มีโชคเลยก็เพราะในอดีตชาติหรือในชาติปัจจุบันไม่เคยทำบุญทำกุศลด้วยทานใด ๆเลยแม้เพียงเล็กน้อย หรือจะทำทานอะไรก็ให้แบบเสียไม่ได้ ให้โดยที่ยังมีความตระหนี่อยู่ในใจ หรือไม่เคยช่วยเหลือใครมาก่อน ไม่เคยเกื้อกูลใครด้วยจิตใจเมตตาอารีอย่างแท้จริงหรือทำบุญทำทานเพื่อเอาหน้า เอาชื่อเสียงจอมปลอม หรือหากจะช่วยใครแล้วต้องมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องจึงจะยอมทำ

หากเป็นผู้เคยทำทานด้วยแก้วแหวนเงินทองหรือของมีค่าอะไรก็ตาม ก็เป็นของที่ได้มาโดยไม่บริสุทธิ์คือ ไปลักขโมย หรือฉ้อโกงเขามา เบียดบังมาแล้วแอบอ้างว่าจะนำไปทำบุญ บางคนรับซองกฐิน ซองผ้าป่ามาแล้ว ไปช่วยแจกจ่ายเห็นเงินในซองมีเยอะเกินไปก็แอบเก็บเอาไว้ส่วนตัว หรือเอาไปทำที่วัดอื่นที่ตัวเองศรัทธา หรือถืออำนาจแบ่งเงินในซองนั้นโดยไม่ขออนุญาตเจ้าของเงินที่เขาโมทนาบุญไว้แล้ว

หากเป็นเรื่องการทำงานก็อาจเคยกระทำการเช่นมีช่องทางดีๆ ก็ไม่ยอมบอกเพื่อนเก็บงำเอาไว้คนเดียวโดยเขาก็ควรมีสิทธิ์รับรู้ หรือ มีคนเอาของมาให้เพื่อน มาถามหาก็แกล้งบอกปัดโกหกว่าเพื่อนไม่อยู่ ทำให้เพื่อนไม่ได้รับของหรือโชคลาภนั้น ไม่เคยรักษาศีลเจริญภาวนาใด ๆมาก่อนเลย สังเกตได้จากในปัจจุบันจะจำคำสวดมนต์ได้ยาก แม้แต่บทสวดง่ายๆ เช่น แค่ท่องนะโมฯ หรือกล่าวสมาทานศีล 5  ก็จำและท่องไม่ได้  อีกทั้งยังชอบทำผิดศีลข้อที่ 2 อยู่เป็นประจำคือ อาจจะไม่ได้ขโมยของโดยตรง แต่ใช้กลวิธีอุบายต่างๆ หรือถือเอาตามวิสาสะเอาไปโดยไม่รับอนุญาต โดยที่เจ้าของไม่รู้มาก่อนและยังไม่ได้เอ่ยปากจะให้ ฯลฯ

หากเป็นกรรมในระดับกรรมหนักอาจจะเคยสร้างกรรมประเภทตัดรอนผู้อื่นคือ ในอดีตชาติเคยฆ่าสัตว์ พรากชีวิต ทรมานผู้อื่นแม้ว่าจะเป็นหน้าที่ก็ตาม บุญนั้นอยู่ส่วนบุญบาปนั้นอยู่ส่วนบาปที่ต้องให้ผลทั้งสองด้าน  เจ้ากรรมนายเวรจึงมีจิตอาฆาต มาคอยบดบังโชคเอาไว้ไม่ให้คนผู้นั้นประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้า

 

เหตุจากกรรมใหม่

คำว่า “โชค” นั้น ได้มีผู้ที่ได้ทำการพิสูจน์มาแล้วมากมายว่า คนเราจะมีโชคหรือไม่อยู่ที่ ตนเองกล้าจะสร้างโชคขึ้นมาหรือไม่ คนที่ไม่มีโชคเลยก็คือ ณ ปัจจุบันเป็นคนที่เกียจคร้านไม่ยอมออกไปแสวงหา “โอกาส” ให้ตัวเอง ชาตินี้คงจะพบกับคำว่าโชคลำบากเสียหน่อย แต่เมื่อคิดได้และพยายามขวนขวายทำงานออกเสาะแสวงหาโอกาสที่ดีอยู่เสมอ โชคจึงจะมาสู่ชีวิต

ยกตัวอย่างเช่น นาย ก. คิดอยากจะค้าขายให้ดีมีเงินทองเยอะๆ แต่ไม่เสาะแสวงหาทำเลที่ดีที่เป็นทำเลเป็นคือ มีคนพลุกพล่านและมีโอกาสที่จะขายของได้เสมอ มัวแต่เชื่อมั่นแต่ตัวเองว่าฝีมือดีเดี๋ยวใครก็มากินเองไม่ต้องขวนขวายทำอะไรมากมาย จึงต้องทำงานหนักพบกับการขาดทุนอยู่เสมอ

การที่คนเราจะมีโชคหรือไม่มีนั้นอยู่ที่ “ความขยันแสวงหาทรัพย์อย่างสุจริตอย่างชาญฉลาด” มากกว่าการวิ่งไปติดสินบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือหลงมัวเมาซื้อหวยหลายๆ  เบอร์จนหมดเนื้อหมดตัวเอาเงินทุ่มไปกับสิ่งที่เชื่อว่าจะเป็นลาภลอยมา ในคนที่มีโชคหรือมีบุญเก่ามามาก เมื่อถึงบุญเก่าส่งผล อยู่เฉยๆ ที่บ้านก็มีคนเอาลาภมาส่งให้

การแก้ไขทางโลก

Richard Denny นักคิดนักเขียนและนักธุรกิจชื่อดังกล่าวไว้ในหนังสือ Succeed for yourself” เกี่ยวกับเรื่องของโชคลาภนั้นว่า สิ่งที่เป็นโชคลาภแบบลาภลอยหากว่ากันในหลักวิทยาศาสตร์นั้นเป็นแค่ เหตุบังเอิญ เช่น การถูกลอตเตอรี่หรือแทงม้าชนะฯลฯ เป็นสิ่งที่นอกเหนือจากการควบคุม ซึ่งหากมัวไปคาดการณ์หรือคาดหวังกับเรื่องเหตุบังเอิญเหล่านั้นชีวิตจะมีแต่ความผิดหวัง

เขากล่าวว่า “โชค” ในภาษาอังกฤษที่เขียนว่า “Luck” มาจากตัวย่อของแต่ละอักษรที่นำมารวมกัน

L คือ Lab our หรือแรงงาน U คือ under หรือภายใต้ C คือ Correct หรือ ความถูกต้อง K คือ knowledge หรือ ความรู้ แปลรวมกันว่า “แรงงานหรือการทำงานภายใต้ความรู้ที่ถูกต้อง” เท่านั้น

แรงงานนั้น ไม่ได้หมายความว่าการลงแรงทำงานแบกหามหนัก ๆ หรือทำทั้งวันทั้งคืนไม่หยุด แต่มันหมายถึงการทำงานหรือทำอะไรสักอย่างที่มีประโยชน์ ทำงานแบบฉลาดไม่ใช่ทำงานแบบหนัก เราต้องแยกให้ออก ว่าสิ่งที่ทำนั้นต้องอยู่ภายใต้ความรู้ที่ถูกต้องด้วย โอกาสดีๆ ในชีวิตและโชคถึงจะเกิดขึ้นได้

เราต้องทำให้ตนเองมีความรู้ที่ถูกต้องว่า สถานะปัจจุบันของเราสำรวจตรวจตราตนเองอย่างซื่อสัตย์ว่าตัวเรานั้นเป็นอย่างไรมีจุดเด่นจุดด้อยในตัวเองอย่างไรบ้างเก่งอะไรและทำงานอย่างไหนได้ดี ก็ควรทุ่มเทแบบสุดพลังเท่าที่มีโชคในการทำงานจึงจะตามมา และต้องพัฒนาสิ่งที่ตนเองอ่อนด้อยหรือขจัดจุดอ่อนในตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เพื่อไม่ให้เหนี่ยวรั้งความสำเร็จที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นอาจหมายถึงเงินทองด้วย ในภาษากลยุทธ์ทางธุรกิจเขาเรียกว่า “เน้นจุดแข็ง ปิดจุดอ่อน

ขั้นที่สองก็คือ เราต้องรู้ว่าจากนี้เราเองต้องการจะไปที่ไหนคือ มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนว่า สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ นั้นคืออะไร เพื่อเป็นการกำหนดทิศทางให้ตัวเองเดินทางไปถึงเป้าหมายนั้น และขั้นตอนสุดท้ายก็คือ มีการวางแผนที่ชัดเจนและได้ทำตามแผนที่ตัวเองวางไว้อย่างครบทุกขั้นตอน

 

สตีเฟ่น ลีค็อก หนึ่งในนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ กล่าวเป็นคำคมเรื่องของการที่เขาเป็นคนมีโชคและมีลาภอยู่เสมอว่า  “ผมเป็นคนที่เชื่อเรื่องโชคมากคนหนึ่ง แต่ก็พบว่าผมจะได้รับโชคต่อเมื่อผมทำงานหนักเท่านั้น จึงจะได้รับโชคมากขึ้น”

 

การแก้ไขในทางธรรม

แม้มุมมองตามหลักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จะมองว่าเรื่องของการที่คนเราได้ลาภลอยนั้นเป็นเรื่องของ “เหตุบังเอิญ” แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่า โลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นเหตุบังเอิญทุกอย่างเป็นไปเหตุ มีสิ่งนั้นจึงมีสิ่งนี้ หากต้องการจะเป็นผู้ที่โชคลาภทำมาค้าขึ้น ค้าขายได้ร่ำรวยมีแต่คนสนับสนุนส่งเสริมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งควรพึงปฏิบัติแก้ไขในทางธรรมได้ด้วยโดย หมั่นทำบุญทำทานด้วยหลักแห่งการทำทานที่บริสุทธิ์ โดยที่ทานนั้นขอให้มุ่งหวังเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้อื่นอยู่เสมอ หรือเป็นทานที่เป็นไปเพื่อส่วนรวมเช่น การร่วมถวายผ้ากฐินผ้าป่า หรือว่าร่วมสร้างร่วมบริจาคปัจจัยให้เป็นประโยชน์แก่วัด ชักชวนคนให้มาทำบุญ และเลือกคบแต่คนดีเป็นกัลยาณมิตรที่จะช่วยเกื้อกูลกันได้

ทำทานที่เป็นวัตถุนั้นอาจทำได้ด้วยการเติมน้ำมันตะเกียง ปิดทองหลังองค์พระ จากนั้นให้ทำการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายขอให้ระบุเจาะจงบุญที่ทำให้เด็กที่ปิดกั้นดวงและความเจริญของเราไว้

 

ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งแนะนำว่า ให้ถวายเงินเพื่อชำระหนี้สงฆ์ บ่อยครั้งเท่าที่จะทำได้ จะทำให้ผลกรรมในเรื่องคลายตัวลงเร็ว และต้องถือศีลในข้อ 1 เรื่องฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และข้อ 2 เรื่องของการลักทรัพย์เบียดบังผู้อื่น ต้องอย่าบกพร่องเป็นอันขาด ถ้าวันไหนศีลขาดต้องสมาทานศีลใหม่ ตั้งใจใหม่ทันที

หมั่นสวดมนต์เจริญภาวนาอยู่เป็นประจำหากเปิดกิจกาจค้าขาย ห้างร้าน ควรที่จะบูชาสิ่งศักดิ์ เจ้าที่เจ้าทางที่เขาดูแลสถานที่แห่งนั้นด้วยความเคารพ ไม่ทำอะไรที่ผิดศีล ผิดธรรมในสถานที่แห่งนั้น หมั่นบูชาองค์เทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเอกเกี่ยวกับโชคลาภ ความร่ำรวยเอาไว้เพื่อความเป็นมงคล

อย่างเช่น พระอรหันต์อย่างพระสิวลี ผู้เป็นเอตทัคคะแห่งโชคลาภ หรือบูชาครูบาอาจารย์ที่เด่นเรื่องนี้เช่น หลวงพ่อเงิน พระอริยะเรียกทรัพย์  หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค โดยหมั่นสวดพระคาถาพระปัจเจกพระพุทธเจ้าหรือพระคาถาเงินล้าน เพื่อเสริมด้านโชคลาภและการเป็นที่รักของผู้อื่น ซึ่งการบูชาท่านที่ดีที่สุดคือการปฏิบัติบูชา ยึดเอาวัตรปฏิบัติของท่านมาดำเนินชีวิต เช่น พระสิวลีท่านเด่นในการ”ให้” เราต้องเป็นผู้ให้แบบท่าน เวลาประกอบอาชีพก็ควรให้ลูกค้าอย่างดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ และต้องหมั่นใส่บาตรทุกวันเป็นการสร้างทานบารมี ถ้าใส่บาตรทุกวันไม่ได้ให้หยอดเงินใส่กระปุก ใส่ซองไว้มีโอกาสรีบเอาไปถวายพระตั้งจิตถวายให้เป็นค่าภัตตาหาร ข้อที่ห้ามเด็ดขาดก็คือ ห้ามเล่นการพนันและดื่มสุราเป็นอันขาด

 

Read Full Post »

อาการที่เรียกกันว่า “กระเป๋ารั่วเก็บเงินไม่อยู่” เชื่อว่าหลายท่านคงจะประสบปัญหานี้ทั้งๆ ที่บางคนมีอุปนิสัยในการใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด แต่เงินกลับไม่ค่อยเหลือต้องมีเหตุสุดวิสัยให้ต้องจ่ายเงินออกไปอยู่ตลอดนั้น พบเห็นกันมากมาย ซึ่งขอให้พิจารณาจากกรรมเก่าและกรรมใหม่เป็นลำดับขั้นดังนี้
กรรมที่เก็บเงินไม่อยู่

เหตุจากกรรมเก่า

กรรมในลักษณะนี้อาจเป็นเพราะในอดีตชาติหรือแม้แต่ภพชาติปัจจุบันอาจจะเคยไปหยิบยืมเงินใครมา แล้วไม่ยอมใช้คืนทำให้เจ้าของเขาเป็นทุกข์ร้อนและอาฆาตพยาบาทด้วยเหตุที่ยืมเงินแล้วไม่ยอมใช้คืน หรือ เคยทุจริตเงินทองของคนอื่น เช่นไปหลอกลวงเขา หรือให้เขาเสียผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เขาควรจะได้ก็แอบไปเบียดบังมา หรือการเอาทรัพย์นั้นมาเป็นของตนโดยไม่ขออนุญาตเขาเสียก่อน เช่นข้าราชการบางรายที่ชอบเอาของหลวง หรือ คนทำงานที่ชอบโกงเวลานายจ้าง ทำงานไม่เต็มที่ ทำงานแบบพอให้งานผ่านไปวัน ๆ คือทำทุกอย่างเพื่อเอาเปรียบนายจ้างทั้งๆ ที่เขาให้โอกาสให้เงินเลี้ยงชีวิตแล้วทำงานตอบแทนแบบไม่เต็มที่ แต่เวลาจะรับเงินกลับต้องการเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย

กรรมชนิดนี้ไม่ได้เกิดกับคนทำงานอย่างเดียว เด็กบางคนที่มีนิสัยชอบโกหกพ่อแม่ บอกขอเงินจะเอาไปทำอย่างหนึ่งแต่กลับไปใช้อีกอย่างหนึ่งเช่น ขอเงินพ่อแม่ไปจ่ายค่าเทอมแต่ขอมากกว่าค่าเทอมจริง ตั้งใจหลอกพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อเอาส่วนที่เหลือไปเที่ยวเล่นหรือใช้จ่ายส่วนตัว ก็เป็นทุจริตกรรม ย่อมมีผลให้ชาตินี้ทำให้ปัจจุบันนี้เราจึงมีปัญหาเรื่องเงินทอง เก็บเงินไม่อยู่ เป็นหนี้สิน หากเป็นกรรมที่หนักมาก ๆ ก็อาจล้มละลาย ถูกหลอก ถูกโกง ถูกเอาเปรียบเรื่องเงิน เสียผู้เสียคนยิ่งมีกรรมด้านอื่นด้วยแล้ว จะยิ่งหนักอีกหลายเท่า

หากเป็นกรรมที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณก็คือ ในอดีตเคยทำแท้งหรือมีส่วนร่วมในการทำแท้งคือ ให้เงินคนอื่นไปทำแท้งทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ถ้ารู้แล้วยังให้เงินไปอีก รับรองว่ากรรมทางการเงินจะหนักมากเพราะ ถือเป็นการสนับสนุนการฆ่าสิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐอย่างเด็กทารก ทำให้วิญญาณนั้นตามอาฆาตทำให้ต้องเดือดร้อนเรื่องความเป็นอยู่เสมอ

 

เหตุจากกรรมใหม่

กรรมใหม่นั้นยังพอที่จะหาสาเหตุได้ง่ายกว่ากรรมเก่าในเรื่องของกรรมที่ทำให้เก็บเงินไม่เคยอยู่นี้ โดยขอกล่าวถึงในแง่นิสัยส่วนตัวเสียก่อน บางคนเก็บเงินไม่อยู่เองก็เพราะนิสัยชอบใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้เงินมาก็เอาไปใช้หมดเพื่อสนองปรนเปรอกิเลสตนเอง ถือความปรารถนาตนเองเป็นที่ตั้งเสมอเนื่องจากในวัยเด็กอาจถูกเลี้ยงดูมาจนเคยตัว พ่อแม่ตามใจจึงไม่ค่อยเห็นคุณค่าของเงิน ไม่รู้จักการเก็บออม

 

วิธีแก้ไขในทางโลก

การแก้ไขเรื่องนี้ต้องฝึกและแก้ที่ “ใจ” ก่อนอื่น เพราะใจที่หมกมุ่นในวัตถุภายนอกทำให้เกิดปัญหา โดยฝึกระงับความต้องการและต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนเคยชอบที่จะออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านเป็นประจำ ก็ลองเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหันมาประหยัดขึ้น หรือลองทำบัญชีรับจ่ายในครอบครัวหรือบัญชีส่วนตัวก็จะพบว่าเงินที่เคยเสียไปกับเรื่องที่สามารถละเว้นได้ในแต่ละเดือนนั้นมีจำนวนไม่น้อยและสามารถละเว้นได้จริง ๆโดยชีวิตไม่เดือดร้อนมากนัก นี่คือกรณีของการฝึกประหยัดและเก็บเงินระมัดระวังเงินไม่ให้รั่วไหลทางหนึ่ง และยังได้สร้างความรักความเข้าใจในครอบครัวมากขึ้น

แต่ทว่าบางคนแม้จะกระทำแล้วก็พบว่า ประหยัดรายจ่ายขึ้นมาได้ไม่มากนักเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นแม้จะได้ลาภมาอย่างเช่น ถูกหวยหรือบางคนเคยมาถึงเวลาที่บุญนั้นส่งผล ถูกหวยรางวัลใหญ่ๆ หรือมีโชคจากการทำงานมีลาภก้อนใหญ่ก็ยังไม่สามารถเก็บเงินได้ ก็ขอให้ลองเปลี่ยนวิธีเก็บเสียใหม่ เช่น ขอให้เอาเงินที่ได้มาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินอย่างอื่นเก็บไว้ บ้านเรียกว่าโยกย้าย แปรรูปทรัพย์ให้เป็นทรัพย์ที่เคลื่อนที่ไม่ได้แทน

ซึ่งวิธีนี้เป็นการช่วยลดรอยรั่วของเงินที่จะสูญเสียไปได้มากทางหนึ่งหรือถ้าหากทำไม่ได้จริง ก็ขอให้คนอื่นที่ไว้ใจเก็บเงินแทนเรา เพราะเขาผู้นั้นมีพื้นฐานพลังบุญบารมีเรื่องนี้มากกว่าคือเป็นคนที่ไม่เคยทำกรรมที่ทำให้ผู้อื่นเสียเงินมาก่อนบางครอบครัวให้สามีหรือภรรยาเป็นผู้เก็บเงินแทนเงินจะได้ไม่รั่วไหลง่ายและถือเป็นการให้เกียรติให้ความเคารพซึ่งกันและกัน

 

วิธีแก้ไขในทางธรรม

การแก้ไขในทางธรรมนั้นต้องทำควบคู่กันและควรจะทำให้เป็นประจำอย่างเข้มข้นคือให้หมั่นออกไปทำทานตามกำลังทรัพย์ที่มี อย่าไปคิดว่าต้องทำทานด้วยเงินมากๆ แล้วจะได้ผลเร็วๆ  เช่น เมื่อเรามีโอกาสไปทำบุญที่วัด ก็เอาเงินหยอดใส่ตู้บริจาคที่วัด จะเป็นเงินมากน้อยไม่สำคัญ อยู่ที่เงินบริสุทธิ์ ใจที่ศรัทธาบริสุทธิ์ แม้ว่าหน้าตู้จะเขียนว่านำไปทำประโยชน์อย่างอื่น ก็ให้อธิษฐานขอให้เงินที่บริจาคไปนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ให้เป็นประโยชน์ของสงฆ์ทั้งปวง หรือทำทานช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาสทั้งหลายพยายามทำให้บ่อยครั้งขึ้นกว่าเดิม หรือจะทำบุญถวายสังฆทานที่วัดก็ได้ โดยขอให้ทำให้บ่อยครั้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยที่ไม่บังคับหรือฝืนฐานะของตัวเองที่จะสังฆทานในแต่ละครั้ง

การทำสังฆทานที่วัดนั้นสำหรับคนที่เคยทำแท้งหรือมีส่วนร่วมนั้น ควรถวายบ้านหลังเล็กๆ และเสื้อผ้า ขวดนมของเล่นเด็กไปให้ลูกที่ตายด้วย เพื่อให้เขาได้รับเป็นของทิพย์ได้ใช้ในภพภูมิของเขาและให้อโหสิกรรมให้กับเรา ให้เขาถอนตัวจากอุปสรรคต่างๆ ที่เขาขวางเอาไว้ช่วยเปิดทางให้เงินทองความสุขความเจริญไหลเข้าสู่ชีวิตตามบุญที่เราทำมา ภายหลังการทำทานในแต่ละครั้งแล้ว ก็ขอให้ตั้งจิตเป็นกุศลนึกถึงบุญที่ทำมาทั้งหมด ยิ่งนึกถึงได้มากก็ยิ่งดี แล้วอธิษฐานจิตว่า

 

“หากข้าพเจ้าเคยมีกรรมเกี่ยวกับเรื่อง เงินทอง กับผู้ใด หรือ เคยทำทุจริต นำเงินทองใครมาโดยไม่ชอบธรรมในอดีตที่ผ่านมาทั้งที่ข้าพเจ้าจำได้หรือจำไม่ได้ก็ดี ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ดี ด้วยผลแห่งทานที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วในครั้งนี้ ขอให้หมดเวรหมดกรรมเรื่องเงินทองตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเถิด”

 

เคล็ดลับสำคัญมากอีกประการหนึ่งที่จะช่วยเหลือเราให้พ้นจากเหตุเรื่องเสียเงินเก็บเงินไม่อยู่นี้มากก็คือ เรื่องของการรักษาศีลให้ครบทุกข้อโดยเฉพาะศีลข้อที่ 2 และศีลข้อที่ 4 เพราะเป็นต้นเหตุที่จะทำให้เราเสียทรัพย์และความน่าเชื่อถือ

โดยเฉพาะข้อที่ 4 เรื่องการพูดโกหกเพื่อให้ได้ทรัพย์หรือพูดฉ้อฉลเพื่อให้ได้ประโยชน์ส่วนตนมากที่สุด เป็นสิ่งที่ต้องเลิกกระทำทันที นอกจากจะเป็นการป้องกันไม่ให้เราเสียทรัพย์เพิ่มแล้วยังเป็นทางมาแห่งทรัพย์เพิ่มขึ้นอีกด้วย การรักษาสัจจะ รักษาคำพูดนั้นจะเป็นการสร้างบารมีให้กับตนเองที่ดีที่สุด เป็นการสร้างเครดิตให้กับตัวเองด้วยการกระทำที่ถูกต้องที่สุด

สำหรับคนที่ทำมาค้าขาย การโกหกนั้นต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเราไม่รู้คิดว่าไม่เป็นอะไรแต่ที่จริงกรรมทางวาจานั้นจะไปขวางไม่ให้ทำการค้าเจริญ อย่างเช่น มีลูกค้าถามว่าลดราคาอีกได้ไหม เราก็โกหกไปว่าลดราคาไม่ได้แล้ว เท่านี้ก็ขายขาดทุนแล้วหรือต้นทุนมันสูงได้กำไรน้อยนิดหรือซื้อมาเท่านั้นเท่านี้ ทั้งๆ ที่ไม่จริงเรารู้อยู่แก่ใจแต่ตั้งใจโกหกเพื่ออยากจะได้กำไรมากๆ ให้เปลี่ยนวิธีพูดเสียใหม่ว่า ลดได้เท่านี้จริงๆ ขายพอมีกำไรเลี้ยงครอบครัวได้ เป็นต้น

จากนั้นให้หมั่นเจริญภาวนาอุทิศส่วนบุญกุศลไปให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตอยู่ ให้บ่อยที่สุด โดยทำการอุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่เหล่าเจ้ากรรมนายเวรด้วยบทอธิษฐานอุทิศส่วนบุญกุศลและแผ่เมตตาอยู่เป็นประจำ ก่อนที่จะแผ่เมตตาให้กับคนอื่นควรจะเมตตาให้ตนเองด้วย จะทำให้จิตมีพลังมากขึ้นโดยเฉพาะผู้ที่เคยมีส่วนร่วมหรือเคยไปทำแท้งมา ซึ่งควรกระทำบ่อยๆ ส่วนจะหมดเวรหมดกรรมเมื่อไหร่นั้น ก็ดูที่ผลแห่งวิบากกรรมนั้นจะหนักหนาแค่ไหน คือดูจากความยากลำบากในชีวิตปัจจุบัน

หากในปัจจุบันชีวิตยังมีความลำบากมากก็คือผลกรรมยังหนักอยู่มาก ก็อาจต้องทำบ่อยมากขึ้นอย่าท้อถอย ขอให้เชื่อในพลังแห่งบุญ ที่ยังลำบากอยู่ก็เพราะวิญญาณอาฆาตของเจ้ากรรมนายเวรนั้นยังคงมีอยู่และมีความรุนแรง แต่เมื่อใดก็ตามที่เราได้สร้างบุญอยู่เป็นประจำเช่นนี้แล้วจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด เมื่อสังเกตว่าเงินทองเริ่มเก็บได้เป็นกอบเป็นกำมากขึ้น ชีวิตสะดวกสบายขึ้นกว่าเดิม ก็แสดงว่า เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายอาจจะผ่อนปรนอดโทษหรือให้อภัยแล้ว แต่ก็ต้องกระทำบุญส่งบุญต่อไปให้ต่อเนื่องเป็นประจำ

 

Read Full Post »

เหตุจากกรรมเก่า

คนที่มีปัญหาเรื่องเงินขาดมืออยู่บ่อยๆ อาจจะเกิดจากการกระทำในอดีตชาตินั้นเคยทำทานมาไม่ครบตามเหตุและปัจจัย ซึ่งหมายถึง เวลาในการทำทานนั้นยังมีจิตที่ตกอยู่ยังคงเสียดายทานที่ทำไป ตั้งใจว่าจะทำทานด้วยอาหารคาวหวาน 4 อย่าง ผลไม้ 5 อย่าง พอเอาเข้าจริงหรือเวลาลงมือปฏิบัติในทานนั้นกลับรู้สึกเสียดายหรือว่าด้วยเหตุอะไรก็ตามจึงทำทานนั้นน้อยลงไปจากที่เคยตั้งใจไว้ เช่น ไปลดปริมาณของลงเสีย ให้เหลือเพียงอย่างหรือสองอย่างไม่ตรงกับที่ตั้งใจไว้ หรือลดคุณภาพวัตถุทานที่จะทำนั้นด้วยความเสียดายเป็นเหตุ
กรรมที่เงินขาดมือ ชักหน้าไม่ถึงหลัง

ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านได้เมตตากล่าวถึงการตั้งใจสร้างบุญหรือไปรับปากพระสงฆ์ แล้วไม่ได้ทำ หรือทำเกินที่รับปาก ที่จะมีผลต่อเรื่องเงินทองมาก โดยให้พิจารณาดังนี้

1.ทำน้อยกว่าที่ตั้งใจ  เงินทองจะขาดมือบ่อย มักจะมีแต่ปัญหาการเงินตลอดเวลา คาดหวังว่าจะได้เงินมักจะพลาดไม่ได้ดังใจหวัง

2.ทำเท่ากับที่ตั้งใจ จะมีความสุขตามบุญที่ทำ เงินทองไม่ขาดมือ มีใช้แต่ไม่ค่อยเหลือเก็บ ยังช่วยเหลือใครไม่ได้หรือช่วยได้แต่น้อยมาก

3.ทำมากกว่าที่ตั้งใจเอาไว้  เงินทองจะมากมายเหลือกินเหลือใช้ โชคลาภเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวอยู่ๆ ก็มีเงินทองเข้ามาและเป็นถูกต้องถูกธรรมด้วย และสามารถไปช่วยเหลือคนอื่นได้ตลอดเวลาเป็นบุญงอกที่งอกเงยทำให้คนผู้นั้นพบกับความสุขความเจริญ ซึ่งทั้ง 3 ประเภทนี้ใครอยากรวย อยากมีเงินก็ขอให้คิดเอาเองว่าจะทำบุญแบบไหนดีเมื่อได้ตั้งใจเอาไว้แล้ว

การที่เงินทองต้องขาดมือบ่อยๆ หมุนไม่ทันนั้นอีกสาเหตุหนึ่งมาจากการที่วัตถุทานที่เอามาสร้างบุญนั้นไม่บริสุทธิ์อาจจะมีบาปเจือปน คือ วัตถุทานนั้นอาจจะซื้อมาด้วยเงินที่ไม่บริสุทธิ์ เป็นเงินมาจากการได้มาทางอบายมุข เช่น เงินจากการเล่นการพนัน,แทงบอล,หวยเถื่อน หรือ เงินมาจากการเบียดเบียนผู้อื่น หรือมาจากการทำร้าย ทำลายชีวิตเบียดเบียนผู้อื่น เช่น การไปฆ่าไก่มาต้มข่าถวายพระ การไปเด็ดดอกไม้จากสวนเพื่อนบ้านโดยไม่ขออนุญาตเอามาถวายพระ เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้บุญกุศลที่เคยทำมาจึงมีลักษณะแบบครึ่งๆ กลางๆ  ขาดๆ หายๆ เดี๋ยวก็มีเงินทองมาก พอผ่านไประยะเงินขาดมือหมุนไม่ทัน จะไปหยิบยืมใครเขาก็ยากเพราะไม่มีบุญเชื่อมกับเขาไว้พอ หรือเกิดความยากลำบากเจอกับอุปสรรคกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ บางครั้งต้องโดนเขาต่อว่าต่อขานหรือดูถูกเอา ซึ่งคนที่เขาต่อว่าดูถูกเหล่านี้ เขาอาจเคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรคือเคยเป็นเจ้าของวัตถุทานที่เราเคยไปขโมยเขามาก่อน

 

เหตุจากกรรมใหม่

การที่เราหาเงินได้แบบชักหน้าไม่ถึงหลังนั้น ไม่ใช่ว่าจะเกิดจากกรรมเก่าเพียงอย่างเดียว เราต้องมาพิจารณาว่าเราทำเหตุให้ตรงกับผลหรือไม่ด้วยคือ พิจารณาจากการกระทำในปัจจุบันซึ่งเห็นได้ชัดเจนกว่ากรรมเก่าในอดีตเสียอีก ยกตัวอย่างเช่น

ในการประกอบอาชีพเราเป็นคนใจเร็ว ตัดสินพลาดในบางครั้งอาจจะทำให้ชวดโอกาสสำคัญ ก็ให้ใช้ปัญญาตรึกตรองให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ หากบอกว่าไม่มีความรู้ความสามารถก็ต้องพยายามขวนขวายเรียนรู้ เพื่อเอาความรู้นั้นมาเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นเงิน

ตัวของเรายังเป็นคนที่ใช้เงินด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล ก็หันกลับด้านความคิดเสีย ให้ดูว่าของที่เราจะซื้อนั้นสมควรหรือไม่ที่จะซื้อ เมื่อซื้อแล้วทำให้เราต้องเงินขาดมือหรือไม่ ของที่จะซื้อรอได้อีกหรือไม่ พิจารณาให้ดี ๆ ส่วนหนึ่งที่เงินขาดมือมาจากการซื้อของโดยไม่คิดเน้นซื้อของโดยมุ่งประโยชน์เทียมมากกว่าประโยชน์แท้

เช่น เงินเดือนน้อยอยู่แล้วแต่ชอบนำเงินไปใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าทุกเดือน หรือซื้ออุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีแบบเกินกว่าความจำเป็นต้องใช้จริงในชีวิตประจำวัน ฯลฯ

เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมโดยหันมาประหยัดเน้นประโยชน์แท้มากกว่าประโยชน์เทียม หากยังเป็นคนไม่อดออม สุรุ่ยสุร่าย ออกไปกินข้าวนอกบ้านทุกวัน รายจ่ายมากกว่ารายได้ขาดปัญญาในการใช้เงิน ก็ย่อมต้องมีปัญหาทางการเงินอยู่ตลอดเวลา การแก้ไขควรเป็นไปทั้งสองทางทั้งทางโลกและทางธรรมเพื่อให้เกิดการเสริมแรงซึ่งกันและกัน

 

การแก้ไขกรรมในทางโลก

เกือบทุกคนล้วนต้องมี “หนี้” อยู่มากบ้างน้อยบ้าง ใครที่เป็นหนี้เป็นสินคนอื่นอยู่ต้องอย่าหลบ อย่าหนีให้ติดต่อเจ้าหนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบเท่าที่กำลังจะทำได้ หากยังไม่ได้ในขณะนี้ก็ต้องทำการขอโทษเขาและขอโอกาสเขาที่จะแก้ตัวขอผ่อนใช้เขาไปจะน้อยหรือมากก็ต้องทำ ถ้าทำไม่ได้อย่าไปรับปากส่งเดชจะทำให้เกิดกรรมใหม่ที่หนักกว่ากรรมเก่ายิ่งกว่าเดิมเป็นการสร้างรอยแผลและผูกแค้นให้กับเจ้าหนี้อีก

การแสดงความรับผิดชอบและจริงใจในการจะรับผิดชอบหนี้ที่เกิดขึ้นอย่างน้อยก็จะเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดต่อเจ้าหนี้ ให้เขาเกิดความเชื่อมั่นว่าคนเป็นลูกหนี้จะไม่เบี้ยวหรือหนีหายไปส่งผลให้กรรมทั้งหลายอาจคลายตัวให้เบาบางลง

นอกจากนั้นเรายังต้องพิจารณาตนเองให้สม่ำเสมอว่า เราเองยังเป็นคนที่หาเงินไม่คล่อง ถ้าเพราะเราไม่มีช่องทางหรือไม่มีคนสนับสนุนก็ต้องแสวงหา ต้องเปิดประตูโอกาสด้วยตัวเอง เริ่มจากการสร้างนิสัยในการอ่อนน้อมถ่อมตน ความเย่อหยิ่งจองหองนั้นไม่เคยช่วยชีวิตให้ใครสบายขึ้น ผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนแบบไม่ประจบประแจงย่อมได้รับความเมตตาช่วยเหลือได้ดีกว่า คนที่เสแสร้งหรือเย่อหยิ่ง หากผู้ที่เราไปขอความช่วยเหลือมีบุญร่วมกันมาก็ยิ่งถือเป็นเรื่องง่าย โดยสังเกตได้จากอัธยาศัยไมตรีในการพูดคุยครั้งแรกหากถูกชะตาหรือเข้าหาได้ง่ายก็แสดงว่ามีความเกี่ยวพันกันมาก่อนในทางที่ดี

 

การแก้ไขในทางกรรม

ทางแก้ไขในเรื่องนี้แบบเร่งด่วนให้ได้ผลทันใจนั้น  ควรหมั่นทำทานเสียใหม่ประกอบไปด้วยทาน  3 อย่างที่เกิดบุญมากอย่างสม่ำเสมอคือ วัตถุทาน ธรรมทานและอภัยทาน

 

-วัตถุทาน ที่จะทำ เอาแบบที่ตั้งใจทำแบบไหน แค่ไหนให้ทำแบบนั้น อยากทำ 1บาท ก็ 1 บาท อยากทำ 100 บาท ก็ 100 บาท อยากถวายข้าวเปล่าก็ข้าวเปล่าไม่ต้องเสียดาย ในการทำทานทุกครั้งควรระวังอย่าให้จิตตกไปพะวงว่าคนที่รับทานนั้นเขาจะเอาวัตถุทานหรือปัจจัยนั้นไปทำอะไร ยิ่งวัตถุทานนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากต้องใช้ในชีวิตของเราแต่เราเสียสละให้คนอื่นได้ จะยิ่งมีอานิสงส์มาก

 

-ธรรมทาน คือ การเอาความรู้ไปช่วยให้เขาพ้นทุกข์  (วิทยาทาน) ไม่ว่าจะเป็นทางโลกและทางธรรม เช่น ไปสอนเขาปลูกผักให้ถูกต้อง ไปสอนเขาทำอาหารให้ดีให้เก่ง สอนวิชาช่างไปทำเป็นอาชีพได้ บอกทางให้เขาได้เดินชีวิตถูกต้อง  การให้กำลังใจเขาให้สู้ชีวิต การไปร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะ หนังสือสวดมนต์ หรือแม้แต่เราไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว ก็เป็นผู้นำบุญไปบอกไปเชิญชวนให้คนมาร่วมพิมพ์หนังสือ หรือชวนคนทำบุญ ถือว่าเป็นธรรมทานทั้งสิ้น

 

-อภัยทาน เรื่องนี้เป็นบุญใหญ่ที่สุด ทำลักษณะการทำนั้นทำได้ง่ายด้วยตัวเองไม่ต้องเสียเงินทอง แต่อภัยทานแม้รูปแบบจะทำได้ง่าย แต่ทว่ากลับทำได้ยากที่สุดในทานทั้งหมดเพราะว่าวิสัยของปุถุชนย่อมมีความโกรธ,ความอาฆาตพยาบาท อยู่ในกมลสันดานอยู่แล้ว ซึ่งต้องหมั่นฝึกฝนทำให้เป็นประจำ ซึ่งถ้ามีพรหมวิหาร 4  คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาเป็นหลักจะช่วยให้ง่ายขึ้นและสำเร็จได้แบบสบายๆ

การให้อภัยนั้นควรเริ่มจากการตั้งจิตให้สงบเสียก่อน คือให้ละจากอารมณ์โกรธเคียดแค้นใด ๆให้ได้ก่อน แม้ความขัดเคืองในใจยังมีอยู่แต่อย่างไรก็ตามต้องทำให้จิตสงบนิ่งให้ได้ ขอให้คิดว่ากรรมใดๆ เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเราเคยไปสร้างกรรมเวรไว้กับเขาเมื่อถึงเวลาเขาก็ต้องมาเอาคืน เป็นการดีแล้วที่เราใช้หนี้เขาไปเสียจะได้ไม่ติดค้างกันอีกหมดสิ้นกันเสียที   จากนั้นให้อโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรเขาเสียไม่ให้มีเวรกรรมติดค้างผูกพันกันอีก

ต่อมาคือ ให้อภัยต่อคนรอบข้างทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใครเป็นพ่อแม่ พี่น้อง ลูก ญาติมิตร คนร่วมงานกัน คู่ค้า ลูกค้า สัตว์เลี้ยง สรรพสัตว์ต่างๆ  หมั่นให้อภัยทานบ่อยๆ จิตเราจะมีกำลังมาก ทำอะไรก็สำเร็จไม่มีกรรมมาเหนี่ยวมาขวางเอาไว้ แต่ต้องให้อภัยทั้งหมดทั้งกาย วาจา และใจ และที่สำคัญพยายามให้คนรอบข้างที่มีส่วนในชีวิตของเราให้อโหสิกรรมต่อกันและกัน

 

การสร้างทานใหญ่ด้วย วัตถุทาน ธรรมทาน อภัยทาน ควรทำในทุกๆ วัน ยิ่งวันละหลายครั้งก็จะยิ่งดีขึ้นอย่างทันตาเห็นเคล็ดลับสำคัญคือ การทำทานให้เป็นประโยชน์แก่คนหมู่มาก

เพราะยิ่งเกิดประโยชน์มากเท่าใด โชคลาภจะหลั่งไหลมาสู่ไม่ขาดสาย เงินทองจะไม่ขาดมือ ไม่มีขัดสน ด้วยอานิสงส์บุญที่ทำลงไป เช่น ร่วมสร้างถนน โรงพยาบาล ร่วมซื้อเครื่องมือแพทย์ สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สร้างมหาเจดีย์ โรงทาน เป็นต้น

เมื่อทำทานครั้งใดเสร็จสิ้นให้อุทิศบุญไปให้เจ้ากรรมนายเวรเขาทันที พูดด้วยภาษาง่ายๆ ก็ได้ให้เขามารับบุญกุศลนี้ ถ้าเขาพอใจแล้ว ยินดีในบุญแล้วขอให้เขาอโหสิกรรมให้ ถอนตัวไปจากการขัดขวางในเรื่องเงินนี้ ต้องระบุไปอย่างเจาะจงเลย การที่เราไม่บอกแบบเจาะจงว่าเดือดร้อนเรื่องอะไร เจ้ากรรมนายเวรอาจนึกว่าเป็นดอกเบี้ยกรรมจึงนิ่งเฉยไม่ถอนตัวออกไปเพราะเขาไม่รู้ว่าเราต้องการอะไรกันแน่

นอกจากเจ้ากรรมนายเวรแล้วเราต้องอุทิศบุญให้กับเทวดาประจำตัว ดวงวิญญาณที่ดูแลคุ้มครองเราอยู่ ซึ่งจะบอกให้ทราบว่าทุกคนมีเทวดาประจำตัวแน่นอนอย่างน้อย 2 ตนขึ้นไปและดวงวิญญาณที่คุ้มครองด้วย ท่านเหล่านี้มาจากคนที่รักเรา เมตตาเราอย่างจริงใจและมีกรรมดีผูกพันกันมา อาจจะเป็นบรรพบุรุษในอดีตชาติ พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย พี่น้อง ลูก ญาติหรือเพื่อนสนิท ครูบาอาจารย์ที่ตายไปแล้วและอยู่ในภพภูมิอื่น ท่านยังเป็นห่วงจึงมาดูแลเราอยู่

เราต้องหมั่นอุทิศบุญส่งไปให้ท่านเพื่อให้ท่านมีบุญเพิ่มขึ้น และสายใยแห่งบุญที่เหนียวแน่นมั่นคงท่านจะรักและเมตตาเรามากขึ้นไปอีก  ท่านเหล่านี้มีอำนาจในระดับหนึ่งที่จะช่วยดลใจให้เราพบช่องทางการหาเงินที่ถูกต้องถูกธรรม ไม่มีกรรมชั่วติดมาด้วย ช่วยดลใจให้เราพบคนดีที่จะช่วยเหลือ ดลใจให้เราพบโชคลาภที่ถึงเวลาจะได้จากที่เคยช้าก็จะเร็วขึ้น

 

Read Full Post »

อริยทรัพย์ที่ว่าก็คือ “อานิสงส์”ของการบวชนั่นเองครับผลของการบวชไม่ว่าจะบวชเณร บวชพระ หรือถ้าเป็นลูกสาวก็ได้บวชชี หรือบวชชีพราหมณ์ หรือถ้ายังไม่พร้อมจะบวชเต็มตัวก็มาเป็นผู้ปฎิบัติธรรมก็จะได้ผลแห่งอริยทรัพย์เป็นสมบัติที่ได้ที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในภพชาติ
เก็บอริยทรัพย์ไปสวรรค์ปัจจุบันและชาติต่อๆไปทั้งสิ้น

  1.  อานิสงส์หลักแก่ผู้ได้บวชทางธรรม

1.1 อานิสงส์กับผู้ที่บวชพระ

ได้อานิสงส์ผลบุญที่สามารถเก็บนำไปใช้ได้อย่างยาวนานอย่างน้อย 64 กัปหากเป็นผู้ที่ตั้งใจบวชด้วยใจของตนเองได้เปลี่ยนสถานะจากผู้ที่นับถือพระรัตนตรัยให้มาเป็นส่วนหนึ่งของรัตนตรัยโดยสมบูรณ์มีโอกาสได้บรรลุเข้าถึงมรรคผลนิพพานอันเป็นความสุขนิรันดร์

กรณีที่บวชและได้ปฏิบัติธรรมจนได้บรรลุธรรมหมดกิเลสไปเลยเหมือนอย่างพระเถระทั้งหลายก็คือ “หมดทุกข์ไปอย่างสิ้นเชิง” แปลว่าทุกข์เก่าหมดไปทุกข์ใหม่ไม่บังเกิดขึ้นอีก และกลายเป็นผู้ที่มี “เนื้อนาบุญ”ที่ดี หมายความว่ากลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรค่าแก่การทำบุญเพื่อยังอานิสงส์ให้กับผู้ที่ได้ทำบุญถวายทานให้ ได้อีกยิ่ง ๆขึ้นไป

1.2       อานิสงส์กับผู้ที่บวชเณร

ได้อานิสงส์ผลบุญที่จะสามารถเก็บนำไปใช้ได้ยาวนานอย่างน้อย 32 กัปหากเป็นผู้ที่ตั้งใจบวชด้วยใจของตนเองและจะได้มีโอกาสเข้ามาใช้ชีวิตแบบบรรพชิตจริงๆได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อน้อมนำไปปฏิบัติเป็นหลักอันเป็นพื้นฐานที่ดีในการบรรลุธรรมเมื่อได้อุปสมบทกลายเป็นพระภิกษุที่ดีและมีความรู้ความสามารถในอนาคต

1.3       อานิสงส์กับผู้ที่บวชชี หรือบวชชีพราหมณ์และผู้มาปฏิบัติธรรม

อานิสงส์ของผู้ที่ได้มาบวชชีหรือชีพราหมณ์นั้นก็ขึ้นอยู่กับข้อวัตรที่ปฏิบัติอยู่ที่ความเคร่งครัดหากเป็นแม่ชีถือศีล 8ให้บริสุทธิ์ก็จะมีโอกาสเข้าถึงฌานสมาบัติได้มี อภิญญา 5 คือมีฤทธิ์ในทางโลกียอภิญญาคือ มีหูทิพย์,ตาทิพย์,อ่านใจคนได้,ระลึกชาติได้ เป็นต้น เพราะได้มีโอกาสรักษาศีลและสมาธิสูงแม้ไม่ได้บรรลุธรรมในภพชาติปัจจุบันภพชาติต่อไปก็จะมีโอกาสได้บรรลุธรรมชั้นสูงสุดหากได้บรรลุธรรมในชาติปัจจุบันก็ได้อย่างน้อยระดับพระโสดาบันมีดวงตาเห็นธรรม และจะได้เกิดมาในภพที่เป็นสุขคือ ถ้าไม่ได้เกิดในชั้น “เทวโลก” ก็ได้เกิดเป็นมนุษย์ที่มีความสุขมีทรัพย์สมบัติพรั่งพร้อมสุขสบายเจ้ากรรมนายเวรต่าง ๆก็จะได้อโหสิกรรมให้ไม่มีเรื่องให้ทุกข์ร้อนอีกและเป็นการเสริมสร้างหนทางสู่พระนิพพานได้เป็นอย่างดี

  1. อานิสงส์ที่เกิดขึ้นแก่ตัวผู้บวช ในทางโลก

ส่วนใหญ่ที่เราไปบวชกันก็เป็นการบวชชั่วคราวไม่ว่าจะเป็นทั้ง บวชพระ บวชเณร บวชชี,บวชชีพราหมณ์หรือแม้แต่มาปฏิบัติธรรมเฉย ๆหากตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดแล้วจะได้อานิสงส์มากมายดังนี้

2.1 กลายเป็นผู้รู้จักบริหารเวลาคือ รู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่น ตั้งแต่การปฏิบัติธรรมในตอนเช้าจนกระทั่งฉันเช้าเสร็จเวลาที่ได้ใช้ไปนั้นจะไม่มีการสูญเปล่าเลย ได้ทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ตลอด

2.2 ได้ลิ้มรสความสุขที่แท้จริง แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่ถ้าได้ลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังก็จะได้ลิ้มรสความสุขอันเกิดความสงบ ยิ่งถ้าได้บวชในช่วงวัยรุ่นหรือวัยเด็กด้วยแล้วนั้นกิเลสตัณหายังไม่เข้มข้นมากเสมือนเป็นไม้อ่อนที่ดัดได้ง่าย เมื่อบวชแล้วก็จะได้รับรู้รสแห่งความสุขภายในรับรู้ได้ว่า บาปบุญนั้นมีจริงทั้งโลกนี้และโลกหน้า ทำให้ไม่ยึดติดในสามิสสุขหรือสุขทางโลก

2.3 มีโอกาสได้ศึกษาหลักธรรมเอาไว้ควบคู่กับความรู้ทางโลก เพราะเวลาที่บวชจะได้เรียนรู้เรื่องพระธรรมประกอบไปกับการใช้ชีวิตให้มีความสุขไปด้วยหากมีธรรมะแล้วเมื่อสึกออกไปก็จะนำความรู้ในธรรมที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตในทางที่ถูกที่ควรมากยิ่งขึ้นดังคำที่กล่าวเอาไว้ว่า “ความรู้คู่คุณธรรม” ความรู้ทางด้านวิชาการทั้งหลายของชาวโลกถ้าเกิดแก่คนไม่ดี ก็จะนำความทุกข์ร้อนและความเดือดร้อนมาให้เพราะเขาจะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในทางที่ผิดเช่น นักแฮกเกอร์ที่มีความรู้ทางคอมพิวเตอร์นี้แต่กลับเอาไปใช้ ขโมยข้อมูลหรือเจาะเอาความลับไปขายหรือโจรกรรมอย่างนี้เป็นต้น

 

2.4 ทำให้ได้ฝึกวินัย การบวชนั้นจะทำให้ผู้บวชได้มีโอกาสฝึกวินัยเข้าใจวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกันกับคนอื่นโดยเฉพาะการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะถ้าบวชแล้วปฏิบัติด้วยความตั้งใจพอสึกออกไปก็จะกลายเป็นคนรักวินัย หากลองสังเกตดูให้ดีๆ พระท่านจะมีความเป็นวินัยสูงตั้งแต่การตื่นแต่เช้าให้เป็นเวลาออกมาสวดมนต์ บิณฑบาตก็เดินกันเป็นแถว จะสวดมนต์ก็นั่งตามลำดับอาวุโส เพราะฉะนั้นคนที่บวชมารับรองจะมีวินัยที่ดีติดตัวออกมาด้วย

2.5 ทำให้ได้ฝึกสมาธิ ระหว่างที่ได้บวชจะมีเวลาฝึกสมาธิมาก ทำให้จิตใจสงบเยือกเย็นจากที่เป็นคนอารมณ์ร้อนก็จะใจเย็นลงมีความสุขมากขึ้นหากเป็นผู้ที่ยังศึกษาอยู่เรียนอยู่ก็จะเป็นผลดีต่อการศึกษาต่อไปทำให้จิตนิ่งมีสมาธิในการเรียนรู้สูงขึ้นหากเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพก็จะมีความสุขในการทำงานและการดำรงตนอยู่ในสังคมได้มีความสุขความเครียดน้อยลงเพราะรู้จักสงบระงับใจ

2.6 ทำให้เกิดความปลื้มปีติ ปลื้มปีติในที่นี้คือปลื้มที่ได้ทำความดีเอาไว้และจะกลายเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงใจอยู่เสมอเมื่อถึงคราวที่จะต้องจากโลกนี้ไปก็จะไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีก ลองสังเกตก็ได้ครับ คนหนุ่มคนสาวมักจะมองไปข้างหน้าคิดจะสร้างอนาคตให้สวยงามอย่างนั้นอย่างนี้แต่ถ้าเป็นคนแก่แล้วก็มักจะมองไปข้างหลัง ถ้าในวัยหนุ่มสาวได้ประกอบคุณงามความดีให้ถึงที่สุดเมื่อนึกย้อนหลังไปก็จะเกิดความสุขชื่นใจ แต่ถ้าอายุมากแล้วเหลียวหลังไปดูว่า อดีตยังหาความดีที่สุดไม่ได้ตอนใกล้ตายก็จะตายแบบใจห่อเหี่ยว แต่ถ้าเป็นคนที่เคยบวชมาก่อนก็จะปลื้มใจกับการได้ทำความดีไว้ ถ้าตายก็ได้ตายดี เหมือนคนที่รู้สึกว่าใช้ชีวิตมาได้อย่างคุ้มค่าที่สุดแล้ว

2.7 ทำให้รู้จักเป้าหมายที่แท้จริงในชีวิต เพราะการบวชจะสอนให้รู้ว่าเป้าหมายชีวิตที่แท้คือความสุขที่ได้จากทางใจเป็นสำคัญไม่หลงยึดติดกับสามิสสุขภายนอกมากเกินไป เมื่อฝึกตนแล้วก็จะทำให้กิเลสหมดไปได้และได้ปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดีอยู่เสมอ

2.8 ทำให้มีความอดทนไม่หวั่นไหวในอุปสรรคทั้งหลาย ตลอดเวลาที่บวชอยู่จะได้พบกับอุปสรรคมากมายเช่นความยากลำบากในการออกไปบิณฑบาตไกลๆ หรือการออกไปบิณฑบาตแล้วไม่ได้อาหารมาฉันอย่างนี้ก็ต้องรอวันใหม่ หรือการออกไปปักกลดนอนอยู่โคนไม้ เพื่อปฎิบัติธรรมเหล่านี้เป็นการฝึกความอดทนที่ดีเยี่ยมไม่ให้หวั่นไหวในอุปสรรคใด ๆ เพราะเมื่อเจอปัญหาก็จะคิดได้ว่า ลำบากกว่านี้ก็เจอมาแล้ว ใครที่เป็นโรค “ขี้สำออย” ก็จะหายเป็นปลิดทิ้งอย่างแน่นอน

2.9 ทำให้รู้จักตนเอง คนส่วนมากทุกคนที่ก่อนมาบวชยังถือทิฐิมานะที่มีในตนอยู่เมื่อได้บวชแล้วก็จะรู้จักตนเองมากยิ่งขึ้นรู้ว่าตัวเองมีความรู้ความสามารถมากแค่ไหน เมื่อรู้และรู้จักประมาณตนเองแล้วก็จะเปิดโอกาสตนเองให้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมต่อไปได้ มองโลกตามความเป็นจริงมากขึ้นและไม่ทำให้หลงตนคอยคิดแต่ว่าตนเองดีเลิศแต่คนอื่นไม่ดีอย่างนี้ก็จะหายไปหมดเป็นคนมีเหตุมีผลมากขึ้น

2.10 เป็นการเปิดโอกาสให้ปฏิบัติบูชาได้อย่างเต็มที่ การบวชยังถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติบูชา ซึ่งเป็นการบูชาอันสูงสุดที่ได้กระทำต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีโอกาสได้เอาชนะกิเลสอย่างจริงจังทำให้มีจิตใจคิดที่จะเอาชนะความชั่วไปได้ตลอดชีวิตต่อไปเห็นอะไรที่เป็นอุปสรรคก็จะพากเพียรทำการงานนั้นให้สำเร็จได้ เกิดกำลังใจว่าเราเองนั้นก็เป็นคนที่มีฝีมือการตามรอยพระพุทธองค์และเหล่าพระอรหันต์ทั้งหลายแม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็ไม่เกินวิสัยที่เราจะได้ดำเนินรอยตามไป

2.11 ได้อานิสงส์อันเป็นสวรรค์สมบัติ ก็คือได้ชื่อว่าเป็นการถางทางไปสู่พระนิพพานเรามีสมบัติไว้สะสมในชาตินี้แล้วชาติหน้าก็ไม่ต้องห่วงจะได้เกิดมาในภพที่ดีอย่างแน่นอนและเป็นบาทฐานที่จะสร้างสมบัติให้ถึงชั้นนิพพานได้ เพราะเมื่อบวชก็เหมือนได้เริ่มต้นเก็บสมบัตินับหนึ่ง สอง สามไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าไม่เคยบวชเลยก็เหมือนยังไม่ได้เริ่มต้นเก็บทรัพย์เป็นศูนย์เหมือนเดิม ก็เสียเวลาไปอีกชาติหนึ่งเท่านั้น

  1. อานิสงส์ที่เกิดแก่คนอื่น

เคยสงสัยหรือเปล่าครับว่าทำไมเวลาที่มีงานบุญงานบวชจึงมีคนไปร่วมงานมากมายทั้งๆที่บางคนแทบไม่มีอะไรเลยก็ยังไปเข้าร่วมคนที่ทั้งไม่ใช่ญาติคนนอกที่ไม่รู้จักก็ไปกัน เพราะว่าการที่เขาเหล่านั้นได้มาร่วมโมทนาบุญ (ยินดีกับการสร้างบุญ)ให้กับผู้ที่ได้บวชบุญนั้นก็เกิดกับเขาเช่นเดียวกันครับเรียกว่า “ปัตตานุโมทนามัย” หรือบุญสำเร็จด้วยการโมทนาบุญ การกล่าว “สาธุ”แต่ละครั้งนี่มีความหมายนะครับ เป็นการยินดียอมรับความดี ขอให้มีส่วนร่วมในความดีของบุคคลอื่นแม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้ทำก็ขอให้แสดงการรับรู้ด้วยใจก็ได้บุญแล้ว

3.1  อานิสงส์ที่เกิดกับบิดามารดา

สำหรับผลบุญที่เกิดกับพ่อแม่ท่านก็จะได้อานิสงส์ผลบุญที่ได้จากการบวชของลูกในทางธรรมหากลูกบวชเป็นพระพ่อแม่ก็จะได้อานิสงส์ไปทุนรอนใช้ต่อไปอีก ถึง 16 กัป หากลูกบวชเป็นเณรก็จะได้อานิสงส์บุญไปใช้ต่ออีก 8 กัป

ในทางโลกพ่อแม่ก็จะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพระพุทธศาสนาไปด้วยแม้เมื่อก่อนท่านเหล่านั้นอาจจะไม่เคยนับถือศาสนาพุทธเลยก็ตามท่านจะได้กลายเป็นบุตรพระพุทธเจ้าเช่นเดียวกับผู้ที่ได้บวชและการที่ลูกบวชพ่อแม่มักจะมาร่วมกิจกรรมธรรมอยู่เสมอด้วย เช่นมาคอยใส่บาตร มาฟังธรรมเพราะต้องมาเยี่ยมเยียนผู้ที่บวชอยู่เสมอทำให้พ่อแม่ใกล้ชิดพระพุทธศาสนาไปโดยปริยาย

3.2  อานิสงส์ที่เกิดกับบุคคลที่มาร่วมงานบวชหรือผู้เป็นเจ้าภาพงานบวช

ผู้ที่ได้มาร่วมงานบวชหรือเป็นเจ้าภาพงานบวชก็จะได้มีโอกาสสร้างบุญกุศลโดยการอนุโมทนาบุญหรือยินดีกับบุญที่ผู้บวชได้บวชทำให้เขาเหล่านั้นได้บุญไปด้วยหน้าที่การงานจะเจริญรุ่งเรืองได้ลาภ ยศ สรรเสริญตามปรารถนา เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรมให้ หนี้กรรมในอดีตจะคลี่คลายลง สุขภาพแข็งแรง สติปัญญาแจ่มใส, ทำมาค้าขึ้นไม่อับจนการเงินไม่ขาดสายไม่ขาดมือโรคภัยของตนเองของพ่อแม่ และของคนใกล้ชิดจะเบาบางและรักษาหายได้ เพราะอานิสงส์เหล่านี้ได้มาด้วยการสร้างคนให้ได้บวชสนับสนุนส่งเสริมอาสาจัดการให้คนได้บวชและทำนุบำรุงพระศาสนาให้ยั่งยืนต่อไป

อานิสงส์สำหรับผู้ที่มาร่วมงานจากประสบการณ์ของผู้เขียนผมโชคดีเหลือเกินครับที่ได้ทราบว่าในวันพิธีที่ผมได้บวชนั้นมีเพื่อนของพ่อแม่มากมายที่ได้มาร่วมแล้วเขาเหล่านั้นเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาขึ้นมาจึงแนะนำให้ลูกๆของเขาได้บวชตามกันมาอีกหลาย ๆคน และพ่อแม่ก็ได้ใกล้ชิดพระพุทธศาสนามากกว่าเดิมจากที่ไม่ค่อยจะมีเวลามาฟังเทศน์หรือปฏิบัติธรรม เมื่อลูกๆที่ได้มาบวชสึกออกไปแล้วก็เป็นคนที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะได้นิสัยดี ๆจากการบวชติดตัวออกไป ประเทศชาติก็ได้พลเมืองดีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง

 

Read Full Post »