Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for กรกฎาคม, 2013

ทพแห่งความร่ำรวย มีกินมีใช้อุดมสมบูรณ์
เคล็ดบูชา “พระแม่ลักษมี”

ในทางความเชื่อและศรัทธาตามหลักศาสานาฮินดู พระแม่ลักษมีทรงมีพระนามว่า “ชลธิชา” อันหมายถึง “เกิดแต่น้ำ” รวมถึงอีกหนึ่งนามมงคล กษีราพธิตนยา” หรือบุตรีแห่งทะเลน้ำนม เพราะพระองค์ท่านทรงถือกำเนิดจากฟองน้ำ และทรงประทับบนดอกบัว และพระหัตถ์ถือดอกบัว จึงทรงมีอีกหนึ่งพระนามว่า “ปัทมา” หรือ “กมลา” เมื่อครั้งที่เทวดาและอสูรร่วมสร้างศรัทรากวนเกษียรสมุทรทำน้ำอมฤต

ในคัมภีร์วิษณุปุราณะกล่าวไว้ว่า พระแม่ลักษมีคือ พระธิดาของ “พระฤาษีภฤคุ” กับนาง “ขยาติ” และทั้งนี้พระแม่ลักษมี ยังคงเป็นพระราชมารดาของพระกามเทพ จากตำนานที่พระวิษณุเป็นพระบิดาของกามเทพไม่ใช่พระพรหม

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือพระองค์ทรงเป็นเทพแห่งความงดงาม แต่เมื่อครั้งที่ ความเชื่อทางพราหมณ์ พุทธ และฮินดู ได้เดินทางเข้าสู่ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อสมัยหลายพันปีที่ผ่านมา จนเกิดการเปลี่ยนถ่ายและพัฒนาความเชื่อ และความศรัทธา นำไปสู่การผสมผสาน และปรับแก้ไขของทั้งสามศาสนา

จึงกลายเป็นว่าในดินแดนแถบนี้ โดยเฉพาะในประเทศไทย ต่างศรัทธาพระแม่ลักษมีว่าเป็นสัญลักษณ์ แห่งโชคลาภ ความมั่งคั่ง และพระองค์ทรงผู้มีใจเมตตาปรานี ชายาแห่งพระวิษณุผู้ดูแลรักษาโลก

 

พระแม่ลักษมี คือเทวีแห่งความงดงาม ความร่ำรวย และความอุดมสมบูรณ์  พระองค์มักประทานความสำเร็จในการประกอบกิจการ การเจรจาต่อรอง การทำมาค้าขาย การประกอบธุรกิจทุกสาขา ตลอดจนประทานโภคทรัพย์ เงินทอง สมบัติ แก่ผู้หมั่นบูชาพระองค์และประกอบความดีอยู่เป็นนิจ

 

แต่หากเป็นคติของทางอินเดีย พระแม่ลักษมีคือ อวตารของ พระแม่โพสพ  หรือเทวีแห่งพืชพันธุ์ ธัญญาหาร ในคติลักษมีแปดปางที่ชื่อ “ปางธัญญลักษมี” ทรงมี 4-6 แขน โดยพระหัตถ์ทั้งสองข้าง จะถือรวงข้าวและธัญพืช

ดังนั้นหากมนุษย์ผู้ใด ปฏิบัติบูชาพระแม่ลักษมีและพระแม่โพสพ ก็จะพบกับความมั่งคั่งร่ำรวยอุดมสมบูรณ์ในโภคทรัพย์ต่างๆ เพราะพระองค์  มีน้ำพระทัยเมตตาปราณี อันเป็นความงามทั้งรูป ทั้ง กิริยามารยาท ทั้งวาจาอันยวนเสน่ห์และไพเราะ โดยมีหลักแห่งความศรัทธาว่า ถือกันว่าเป็นผู้นำมาซึ่งความเจริญทุกประการ

หากคุณผู้อ่าน หรือบุคคลใดก็ตามที่ต้องการพานพบและประสบกับความสำเร็จ ความมั่งคั่งร่ำรวยในชีวิต สมารถปฏิบัติดังเคล็ดการบูชาพระแม่ลักษมี ตามจารีตของฮินดู ดังต่อไปนี้

วันและฤกษ์ยามสำหรับสำหรับการบูชาพระลักษมี เพื่อความมั่งคั่ง

– “วันสีดา นวะมี” ถือฤกษ์ยามบูชา ขึ้น 9 ค่ำ เดือนอัษฐะ หรือเดือนมิถุนายน ถึงกรกฏาคม เป็นช่วงเวลาของการบูชานางสีดา อันทรงเป็นอีกหนึ่งลักษมีอวตาร

–  “วันดีปาวลี” ถือฤกษ์ยามบูชา วันแรม 14 ค่ำ เดือนการติก หรือเดือนตุลาคม ถึงพฤศจิกายน อันเป็นพิธีแห่งแสงสว่าง ซึ่งพระแม่ลักษมีจะทรงประธานความมั่งคำร่ำรวย แก่ผู้บูชา ทั้งนี้ยังมีวันอันเป็นมงคลอื่นๆ ที่กำหนดเป็นการให้บูชาพระแม่ลักษมี แตกต่างกันไป แต่จุดมุ่งหมายเดียวกันคือการขอรับพรอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อสำเร็จสัมฤทธิ์ผลดังใจหมายทุกประการ โดยเฉพาะความมั่งคั่งร่ำรวย

 

คาถาบูชาพระแม่ลักษมี
ทั้งนี้ก่อนการสวดบูชาต่อพระแม่ลักษมี ต้องสวดมนต์บูชาต่อพระพิฆเนศก่อนเสมอ และบทสวดมนต์พระแม่ลักษมีนั้นมีหลายบท เลือกสวดได้ดังต่อไปนี้

โอม ชยะ ศรี ลักษมี มาตา
โอม ศรี มหาลักษมี เจ นะมะฮา
โอม มหาลักษมี ยะนะมะฮา

โอม มหาลักษะ มะไย นะโม นะมะฮ
โอม วิษณุ ปริยาไย นะโม นะมะฮ
โอม ธานา ประจาไย นะโม นะมะฮ
โอม วิศวา จานันไย นะโม นะมะฮา

ยา เดวี สารวะ ภูเตชู
ลักษมี รูเปนะ สัม สติตา
นะมัส ตัสไย / นะมัส ตัสไย / นะมัส ตัสไย
นะโม นะมะฮา

โอม พระลักษมี อิตถีเทวะ เมตตัญจะ มะหาลาโภ
ทุติยัมปิ พระลักษมี อิตถีเทวะ เมตตัญจะ มะหาลาโภ
ตะติยัมปิ พระลักษมี อิตถีเทวะ เมตตัญจะ มะหาลาโภ

โอม เจ ลักษมี มหามาตา / มะนุสสา อัญชะลี ยะ ปูจา
โอมมหาราณี รีตู ปรารัม / กรุณา ตรี โลคา มาตินัม
อดัม อาสสานุม ปัทมินนี / นะโม ตุสเต เจ โฮมา มาตา กี
เจ โฮมา ลักษมี มา เจ โฮ มา / ลักษมี มา มหา ลักษมี มาตากี
โอม นมัสสักกา โอม มหาลักษมีเทวี ศักติ โอม

โอม ชยะตี ชคะนิธิวะตี ภาคยะวตี
ธะนะวันตี ชยะ ชลละชะ วิลาสินี
คตะมหานะ วิจรัญตี ชยะ ศรี กะมะเล
หะริปรีเย ชลละนิธิ ตนะเย
อัมพา วิณาวัตตะ สุนทระทาสา อิกะมานะ
เตระหินะ อวะลัมพา ฯ

โอม ลักษมีกานตัม กะมะลา นะยานัม
โยคิภิรัทยา นะคัมยัม วันเทวิษณุม
ภะวะภะยะหะรัม สรรวะโลกัยกะนาถัม

โอม ศานตาการัม ภูชะคะสะยะนัม
ปัทมานาภัม สุเรศัม วิศวาธารัม
คะคะนะสะทฤศัม เมฆะวรรณัมศุภางคัม
ลักษมีการตัมกะมะกะละนะยะนัม
โยคิภีระธยานะคัมมะยัม
วันเทวิษณุ ภะวะภะยะหะรัม สรรวะโลกัยกานาถัม

โอม นะมัสศิโรเม เตาเลหะมาละ
สะลามะมาเรกุลา อาตะคัจฉะ มาลายะเฮ
ดุนนะยะโฮ กะโฮนะฮีนะ
ตุนนะฮี ยะวานะระโฮ ดูบัมบารา อาดัมบารา
นะฮีนะ นะโฮนะ วายะฮี
ลักษมีเดาเลาะหะมาล อาคัจชะมาฮาล อะสุราฮาล
ทะชัชชะมาฮาล ทะชัชชะมาฮาล ทะชัชชะมาฮาละ ปูชิตตะวา

 

Read Full Post »

ในหมู่คนจีนนั้นรู้จักเรื่องของปีชงดี เรื่องของปีชงนั้นเป็นเรื่องของโหราศาสตร์จีน โดยหลักคือปีชงก็คือปีที่อยู่ตรงกันข้าม เป็นปีคู่กัด เป็นปรปักษ์ เหมือนหมากับแมว คนจีนมักจะใช้ปีชงมาอิงกับการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการงาน การหาคู่ครอง หรือ ปัญหาครอบครัว
เคล็ดลับบูชาเทพเจ้าแก้ปีชง

เมื่อรู้ว่าใครเป็นปีชงในปีนั้นๆ แล้ว คนจีนนิยมไปทำการอธิษฐานจิต และขอพรให้เทพเจ้าโดยเฉพาะเทพเจ้า 2 องค์คือ เทพไท่สวยเอี้ย และเทพเจ้าพ่อมังกรเขียว ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งดวงชะตา ให้ท่านเมตตาช่วยเหลือ คุ้มครองดวงชะตาให้  ยิ่งทำในวันที่เริ่มต้นตรุษจีน ก็จะยิ่งดีและเป็นการแก้ไขตั้งแต่เนิ่น

วัดจีนหรือศาลเจ้าจีนในเมืองไทยเกือบทุกแห่งจะมีเทพไท่สวยเอี้ยให้ไปขอพรให้คุ้มครองดวงชะตาได้ ซึ่งตามความเชื่อเทพเจ้าไท่สวยเอี้ย มีบริวารคุ้มครอง 60 องค์ ถือว่าจะคุ้มครอง 60 ปี หรือ 5 รอบของปีนักษัตร ที่มี 12 ปี คูณกับ 5 ธาตุ ดิน น้ำ ทอง ไฟ ไม้ หมุนเวียนกัน 5 ธาตุ โดยมีแนวทางการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

 

3 วัดที่คนจีนนิยมไปสะเดาะเคราะห์ปีชง
สำหรับวัดที่เก่าแก่ และเป็นที่นิยมในการไปขอพรคุ้มครองดวงชะตา มี 3 แห่งด้วยกันได้แก่

1.วัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน้ยยี่ ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ นอกจากพระโพธิสัตว์ที่คนไทยเชื้อสายจีนนิยมไปกราบไหว้บูชาแล้ว ด้านข้างยังมีเทพไท่สวยเอี้ย ซึ่งเป็นความเชื่อพื้นบ้านให้กราบไหว้ฝากดวงชะตาด้วย

2.วัดทิพย์วารี บ้านหม้อ กรุงเทพฯ นอกจากมีเทพเจ้าไท่สวยเอี้ยแล้ว ยังมี เทพเจ้าพ่อมังกรเขียว ซึ่งเป็นเทพคุ้มครองดวงชะตา

3.วัดบำเพ็ญจีนพรต เยาวราช กรุงเทพฯ เป็นวัดเล็กๆ แต่ก็มีคนนิยมไปฝากดวงชะตากับเจ้าพ่อไท่สวยเอี้ยจำนวนมากเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่าตำราเรื่องปีชงของแต่ละซินแสจะไม่ตรงกัน และมีการแนะนำให้ไปสะเดาะเคราะห์ในสถานที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ให้แล้วแต่ความศรัทธาของเจ้าของดวงชะตาเป็นหลัก

การเขียนเทียบฝากดวง-ไหว้ไท่ส่วยเอี้ย
สำหรับการไหว้เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา จะมีวิธีการที่สำคัญคือนอกจากจุดธูปเทียนบูชาตามปกติแล้ว จะต้องมีการเขียนชื่อเจ้าของดวงชะตานั้นๆ ลงบนเทียบฝากดวง มีลักษณะเป็นแผ่นกระดาษสีแดงมีการพับเป็นทบๆ เหมือนหนังสือราชการของคนจีนในสมัยโบราณ

โดยสมัยก่อนจะต้องมีการจ้างคนจีนเขียนคำร้องขอฝากดวงชะตาให้ แต่ปัจจุบันแต่ละวัดจะเตรียมเทียบไว้ให้โดยมีการพิมพ์คำร้องไว้เรียบร้อย ผู้มาขอฝากดวงชะตาแค่ใส่ชื่อนามสกุลลงไป

นอกจากเทียบฝากดวงแล้ว จะต้องมีกระดาษเงิน กระดาษทอง 12 ชุด เพื่อสื่อว่าให้คุ้มครองทั้ง 12 เดือนใน 1 ปี และนำทั้งหมดไปอธิษฐานต่อหน้าเทพเจ้าไท่สวยเอี้ย และนำเทียบฝากดวง และกระดาษเงินกระดาษทองมาปัดรังควานที่ร่างกายของผู้มีดวงชะตาในปีชงนี้

ซึ่งเชื่อว่าสามารถปัดรังกวานให้ตัวเองได้ แต่หากมีผู้ใหญ่ไปกับเด็ก ก็ให้ผู้ใหญ่ที่นับถือเป็นคนปัดรังควานให้ได้ โดยต้องปัดรังควานทั้งหมด 12 ครั้ง ตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งสามารถปัดรังควานได้ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ตามธรรมเนียม และความเชื่อของแต่ละคน

หากเจ้าของดวงชะตาไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง สามารถเอาเสื้อของเจ้าของดวงชะตา มาทำการปัดรังควานได้เช่นกัน หรือสามารถอธิษฐานฝากเทียบไว้กับเทพเจ้าได้ด้วยเช่นกัน จากนั้นทางวัดจะมีเจ้าหน้าที่เก็บแผ่นดวงบรรจุไว้ จนกระทั่งหมดปีนั้นๆ พอถึงสิ้นปีทางวัดก็จะมีการทำพิธีเผาเทียบ หรือเรียกว่าทำพิธีให้หมดเคราะห์หมดโศก

ระยะเวลาที่สมควรไปไหว้ เพื่อขอให้คุ้มครองดวงชะตานั้น แต่เดิมจะถือว่าจะเริ่มหลังจากมีตรุษจีน 15 วัน และสามารถฝากเทียบต่อไปได้เรื่อยๆ แต่ปัจจุบันเนื่องจากหลายคนติดภารกิจในการทำงาน ทางวัดต่างๆ จึงเปิดโอกาสให้ลงชื่อฝากเทียบไว้ก่อนได้ บางท่านก็มาฝากดวงชะตาในช่วงตรุษจีนที่จะมีการมาไหว้พระโพธิสัตว์อยู่แล้ว โดยไม่ต้องเดินทางมาอีกครั้ง

ที่สำคัญหลากเคล็ดวิธีที่ได้กล่าวมานี้ ไม่จำเป็นที่ผู้อ่านจะต้องรอให้ถึงช่วงเวลาดูฤกษ์ดูยาม ก็สามารถกระทำได้ทุกเวลา เพราะบางเคล็ดวิธีนั้นเป็นการเสริมมงคลชีวิต ไม่จำกัดกาลเวลาใด          ๆ แต่ควรใช้หลักพิจารณาในการมีชีวิตอยู่เสมออย่างรอบคอบเป็นเบื้องต้นจะเป็นการดีที่สุด

             

 

Read Full Post »

เคล็ดลับบูชาเทพเจ้าเทพไฉ่ ซิ้ง เอี้ย เพื่อสร้างความเป็นมงคล ทั้งในวันตรุษจีนและไม่ใช่วันตรุษจีน
เคล็ดลับบูชาเทพเจ้าไฉ่ ซิ้ง เอี้ย ผู้นำความมั่งคั่งร่ำรวย และเป็นสุขตลอดทั้งปี

ในทำเนียบของเทพเจ้าจีน มีเทพเจ้าสำคัญอีกองค์หนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันดีของคนจีนทั่วโลก และมีความสำคัญอย่างมาก คือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือในภาษาจีนเรียกว่า “ ไฉ่ ซิ้ง เอี้ย ” เป็นเทพเจ้าที่ให้คุณทางด้านโชคลาภ ทรัพย์สมบัติ และการค้าขาย และทางของไทยนั้นได้เรียกชื่อท่านเป็น ท้าวเวสสุวรรณโณ (กุเวร) ซึ่งเชื่อว่าเป็นเทพองค์เดียวกัน

ในคนจีนนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ทุกตรุษจีนหรือวันขึ้นปีใหม่ จะต้องมีการกราบไหว้อัญเชิญเทพเจ้าองค์นี้ เข้ามาสู่เคหสถานบ้านเรือนร้านค้า เพื่อความมีโชคดีทำธุรกิจเจริญรุ่งเรือง ในปีนั้นๆ ความเชื่อเหล่านี้มีมานานนับพันปี ในหมู่คนจีนทั่วโลก แม้กระทั่งในระดับฮ่องเต้ของจีน ก็ต้องประกอบพิธีอัญเชิญเทพเจ้าแห่งโชคลาภในเทศกาลปีใหม่ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและมีความเป็นสากล

เคล็ดคาถานี้บูชาสำหรับท่านที่เกิดปีต่าง ๆ ทั้ง 12 นักษัตร อันเป็นหัวใจคาถาของทิเบตจารึก เป็นภาษาสันสกฤตมาแต่ครั้งโบราณ โดยให้ตั้งจิตให้สงบระลึกถึงความดี และบุญกุศลที่ได้ประกอบมา แล้วท่องคาถาหัวใจมหาเศรษฐีชัมภล อธิษฐานขอพรจากท่าน

ท่านที่เกิดในปี ฉลู – มะโรง – มะแม – จอ
คาถาหัวใจมหาเศรษฐีชัมภล คือ “โอม ชัมภาลา จาเลน ไนเยน สวาหะ”

ท่านที่เกิดในปี  ขาล – เถาะ
คาถาหัวใจมหาเศรษฐีชัมภล คือ “โอม อา ฮูโฮฮัม กษะสะ โอม ชัมภาลา ลาจาเลน ไนเยน สวาหะ”

ท่านที่เกิดในปี มะเส็ง – มะเมีย
คาถาหัวใจมหาเศรษฐีชัมภล คือ “โอม ชัมภาลา จาเลน ไนเยน ธะนัม เมธิ หะรี ทากินี ชัมภาลา สะ

มะภารา สวาหะ”

ท่านที่เกิดในปี วอก – ระกา
คาถาหัวใจมหาเศรษฐีชัมภล คือ “โอม ปัทมะ โกรธะ อรยะ ชัมภาลา หฤทัย หู ผะฏะ”

ท่านที่เกิดในปี กุน – ชวด
คาถาหัวใจมหาเศรษฐีชัมภล คือ “โอม ชัมภะละ ชะเลนทะรา เย สะวาหา โอม อินทะระ ฌิมขัม ภะ

มะริ สวาหา”

สำหรับคนไทยทั่วไป สามารถบูชาเทพเจ้าองค์นี้ในนามของท้าวเวสสุวรรณโณ (กุเวร) ได้เช่นกันเพราะเชื่อว่าท่านเป็นองค์เดียวกัน แต่คนในพื้นที่ต่างๆ นั้นเรียกต่างกัน

ท้าวเวสสุวรรณ ยังเป็นเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย สัญญลักษณ์แห่งมหาเศรษฐี ในหนังสือเทวกำเนิดของพระยาสัจจาภิรมย์ ระบุชื่อท้าวเวสสุวรรณ ล้วนมุ่งหมายทางมหาเศรษฐีมั่งมีทรัพย์ อาทิ ท้าวรัตนครรถ (ผู้มีเพชรเต็มพุง) ท้าวกุเวรธนบดี (ผู้เป็นใหญ่ในทรัพย์) ท้าวธเนศวร (เจ้าทรัพย์) องค์อิฉาวสุ (ผู้มั่งมีได้ตามใจ) ท้าวเวสสุวรรณ (ยิ่งด้วยทอง) ซึ่งถ้าใครมีบูชากันทุกบ้านร่ำรวยทุกคน ขับไล่ภูติผีปีศาจ วิญญาณร้าย

 

บทสวดท้าวเวสสุวรรณโณ

ตั้งนะโม 3 จบ

อิติปิ โส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ

มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ

ท้าวเวสสุวรรณโณ จาตุมะหาราชิกา ยักขะพันตา ภัทภูริโต

เคล็ดลับบูชาเทพเจ้าไฉ่ ซิ้ง เอี้ย ประทับบนหลังเสือ ทั้งในวันตรุษจีนและไม่ใช่วันตรุษจีน

ไช้ซิ้งเอี้ย เป็นเทพแห่งความร่ำรวยโชคลาภ ตามความเชื่อของชาวจีนมีรูปหน้าสีดำ หนวดเครารุงรัง มีถือแส้สีดำ สวมชุดนักรบ นั่งเสือเป็นพาหนะ บางทีก็มีรูปทองแท่ง เงินหยวนเป่า และเพชรนิลจินดาของมีค่ามากมาย เป็นการแสดงถึงความร่ำรวยและมีโชคลาภ

การมีฐานะมั่งคั่งร่ำรวยเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการด้วยกันทั้งสิ้น แต่จะร่ำรวยได้นั้นนอกจากต้องทำงานอย่างเต็มที่แล้ว การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้นเช่นกัน

ชาวจีนเชื่อว่าการบูชาเทพร่ำรวยโชคลาภ คือ การบูชาเทพที่ประทานความมีโชคลาภหรือความร่ำรวยโดยตรง จึงให้ความสำคัญกับการเซ่นไหว้เทพเจ้าร่ำรวยโชคลาภเป็นอย่างมาก

การบูชานั้น จะเลือกเอาวันประสูติของเทพร่ำรวยโชคลาภซึ่งตรงกับวันขึ้น 2 ค่ำเดือนอ้ายของจีน ตามจันทรคติ แต่บางตำนานบอกว่าเป็นวันขึ้น 5 ค่ำเดือนอ้ายก็มี ในวันนั้นชาวบ้านจะนำเครื่องเซ่นต่างๆ มาบูชาขอพร

 

“เคล็ดสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือ การแลกเงิน เพราะชาวจีนเชื่อว่าได้นำเงินทองของเทพร่ำรวยโชคลาภกลับบ้าน จะทำให้เงินทองไม่ขัดสน มีเงินใช้ตลอดปี”

 

Read Full Post »

ถ้าหากใครไปบ้านไหน แล้วเห็นตุ๊กตารูปขุนนางจีน 3 ตนที่ยืนยิ้มแย้มอยู่ ก็ขอให้รู้เลยว่าบ้านนั้นบูชาเทพฮก ลก ซิ่ว ซึ่งจะทำให้บ้านนั้นร่ำรวย มีเงินทองเต็มบ้าน อายุยืนมีสุขภาพที่ดีถ้ารู้จักวิธีการบูชาที่ถูกต้อง
เคล็ดลับวิธีการบูชาเทพเจ้าฮก ลก ซิ่ว เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งและเงินทอง

ส่วนความเป็นมาของ ฮก ลก ซิ่วนั้น ได้มีการขุดค้นทางโบราณคดีสมัยราชวงศ์ฮั่น ซึ่งอยู่ระหว่างพ.ศ. 341 – 763 ณ สุสานกษัตริย์ที่หลุมพระศพเมืองจางชา มณฑลเหอหนาน ปรากฏว่ามีรูป ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ กระต่าย และรูปสัตว์ต่างๆอีกเป็นจำนวนมาก ในสมัยจี๋นซีฮ่องเต้ ( อิ๋งเจิ้ง ) พ.ศ. -322 – 336 แห่งราชวงศ์ฉิน เมืองหลวงตั้งอยู่ที่เสียนหยาง ( ซีอาน )

พระองค์โปรดฯให้ประกอบพิธีบวงสรวงเทพเจ้าซิ่ว เพื่อทรงต้องการให้พระองค์ทรงมีอายุยืน นอกเหนือจากการที่พระองค์ทรงแสวงหายาอายุวัฒนะมาเสวย แต่เทพเจ้าอีกสององค์มิได้กล่าวถึง

จนถึงช่วงสมัยราชวงศ์หมิง ระหว่าง พ.ศ. 1911 – 2187 เมืองหลวงตั้งอยู่ที่นานกิง แล้วย้ายไปปักกิ่ง มีผู้คนนับถือเทพเจ้าดาวสามองค์กันมาก ในช่วงนั้นเจ้าลัทธิเต๋าก็ยังมิได้กำหนดให้สามเทพนี้เป็นเทพเจ้าของลัทธิตน ชาวจีนได้ให้ความเคารพด้วยเชื่อว่า ในวันตรุษจีนขึ้นปีใหม่

เทพเจ้าทั้งสามองค์ได้เสด็จจากสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อให้พรแก่มนุษย์ให้พบแต่สิ่งที่เป็นโชคดี เชื่อกันว่า

เทพเจ้าฮก หมายถึง อำนาจบารมี
เทพเจ้าลก หมายถึง การมีโชคลาภ วาสนา
เทพเจ้าซิ่ว หมายถึง อายุยืนยาว ปราศจากโรคภัย

ความเชื่อเหล่านี้ได้เริ่มจากในพระราชสำนักก่อนดังได้กล่าวแล้ว คือเมื่อได้บูชาเทพเจ้าทั้งสามแล้วจะทำให้ประสบแต่ลาภยศ ร่ำรวย อายุยืนนาน ต่อมาพวกขุนนาง พ่อค้าคหบดีตลอดจนชาวบ้านทั่วไปต่างก็ให้ความเคารพนับถือ ซึ่งมิได้เกี่ยวกับลัทธิเต๋าแต่ประการใด ต่อมาทางเจ้าลัทธิเต๋าจึงได้นำเทพเจ้าทั้งสามไปเป็นส่วนหนึ่งของลัทธิ

เครื่องหมายสัญลักษณ์ของเทพเจ้า ฮก ลก ซิ่ว นอกจากจะเป็นรูปปั้นเครื่องเคลือบและรูปวาดทั้งสามองค์แล้ว ยังมีสิ่งของอื่นที่ใช้แทนฮก ลก ซิ่ว อีกด้วย สิ่งดังกล่าวมักปรากฏตามอาคารบ้านเรือน วัด ศาลเจ้า พระราชวัง ฯลฯ

ฮก ใช้แทนด้วยรูปค้างคาว มังกร กิเลน เหยี่ยว ดวงอาทิตย์ ดอกพุดตาน นกยูง หงส์ ฯลฯ
ลก ใช้แทนด้วยรูปกวางดาว ดวงจันทร์ ดอกเบญจมาศ ฯลฯ
ซิ่ว ใช้แทนด้วยรูปนกกระเรียน กา กระต่าย ต้นสน ผลทับทิม เห็นหลินจือ ผลท้อ ฯลฯ

 

เคล็ดลับวิธีการบูชา

การบูชาเทพเจ้าฮก ลก ซิ่ว  ท่านว่า ให้วางไว้ให้สูงอยู่เหนือโต๊ะ และมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อเดินเข้าบ้าน ให้วางตามลำดับคือ

องค์กลางเป็น ฮก รูปขุนนาง เมื่อหันหน้าเข้าบ้าน

องค์ซ้ายมือเป็น ลก รูปคหบดี

และข้างขวามือเป็น ซิ่ว รูปชายชรา การวางรูปลกฮกซิ่ว ห้ามนำไปวางไว้ในห้องนอน การเชิญมาบูชาควรดูสภาพห้อง หน้าพระ หิ้ง โต๊ะ หรือตู้โชว์ ตามความเหมาะสม จะเป็นรูปปั้นด้วยวัสดุใดก็ใช้ได้ทั้งนั้น หรือเป้นรูปภาพก็ได้

และมีผู้รู้กล่าวว่า ควรตั้ง ฮก ลก ซิ่ว ให้หันหน้าออกไปทางประตู ส่วนบริเวณด้านหลังขององค์ฮก ลก ซิ่ว ควรเป็นฝาผนังไม่ควรเป็นหน้าต่าง นอกจากนี้ยังสามารถตั้งองค์ ฮก ลก ซิ่ว ไว้ในห้องรับแขก ตรงด้านหลังเก้าอี้ยาวของชุดรับแขก แต่ห้ามตั้งหลังเก้าอี้เดี่ยวของชุดรับแขก และไม่ควรนำมาตั้งไว้หน้าห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะไม่เป็นมงคล

X ���� @ ��ดลาเย ซอผ่อฮอ
นำมอห่อลาตัน นอตอลาเยเย
นำมอออลีเย ผ่อลูกิตตี ชอพันลาเย ซอผ่อฮอ
งันสิดตินตู มันตอลา ปัดถ่อเย ซอผ่อฮอ

ผู้ที่เจริญพระคาถาของพระกวนอิม จะเกิดประโยชน์ผลดีคือ

1. อัคคีภัยแห่งราคะ จะดับได้ด้วย สันติคุณ
2. อัคคีภัยแห่งโทสะ จะดับได้ด้วย ปัญญาคุณ
3. อัคคีภัยแห่งโมหะ จะดับได้ด้วย ปัญญาคุณ

 

Read Full Post »

เพื่อความเป็นสวัสดิมงคล และเอาชนะเภทภัยที่ขัดขวางความมั่งมีศรีสุข

 “เทพเจ้ากวนอู เป็นเทพเจ้าที่มีอุปนิสัยเป็นรักษาคำพูดด้วยชีวิต รักคุณธรรม ซื่อสัตย์ ชาวจีนจึงนับถือเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ ยุติธรรม ปกป้องสิ่งชั่วร้ายภยันตรายต่างๆ เสริมอำนาจบารมีในการปกครอง”
เคล็ดลับวิธีการบูชาเทพเจ้ากวนอู

เชื่อกันว่าสามารถขจัดภูตผีปีศาจได้ ตามร้านค้า บ้านเรือนล้วนเเต่นับถือถือเทพเจ้าองค์นี้ คนพาลถอยห่าง เเละทรัพย์สมบัติจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันหมด

 

เคล็ดวิธีในการบูชา

เทพเจ้ากวนอู นั้น ชาวจีนหรือคนทั่วไปนิยมนำมาบูชา บนหิ้ง ไหว้บูชา ไว้ในบ้าน ที่ทำงาน จะช่วยส่งเสริมอำนาจ บารมี ดูน่าเกรงขาม และควรจัดวางดังนี้

1.ควรหันหน้าท่านหาประตูใหญ่

2.อย่าหันหน้าท่านไปทางทิศตะวันออก

3.ที่ฐานบูชา ควรมีโคมไฟสว่างตลอดเเละถ้าไฟที่โคมไฟนั้นเป็นสีเเดง เชื่อว่าจะเพิ่มพลังมั่งมีศรีสุข

4.ควรใช้ผลไม้ในการบูชาดีกว่าเนื้อสัตว์

5. ไม่ควรตั้งท่านไว้ในที่สกปรก

6.หันหน้าท่านเข้าหาโต๊ะกินข้าวก็ได้

 

คำบูชาเทพเจ้ากวนอู(กวนกง)  แบบย่อ

นำ มอ ไต่ ชื้อ ไต่ ปุย ฮก หมอ ไต่ ตี่ เต็ก เต็ก เสี่ย จี๋ เสียง โก้ว ฮุก เง็ก อ้วง ไต่ เทียน จุน ฯ

( สวดถวาย 9 จบ )

คำแปล.. ขอนอบน้อมแด่องค์พระจอมฟ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ ผู้เป็นมเหศักดิ์เทพ เต็มเปี่ยมด้วยพระมหาเมตตากรุณาธิคุณอันไพศาล สูงส่งด้วยพุทธเดชไพบูลย์ ขอได้โปรดเกื้อกูลอนุเคราะห์แก่สรรพสัตว์ด้วยเถิด ฯ

(เชื่อกันว่าเทพเจ้ากวนอู เป็นพระภาคหนึ่งขององค์เง็กเซียนฮ้องเต้จุติลงมาโปรดสัตว์)

 

Read Full Post »

“เจ้าแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ (อวโลกิเตศวร) เป็นพระโพธิสัตว์ผู้มีพระเมตตา เพราะท่านไม่ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า เหมือนพระโพธิสัตว์องค์อื่นๆ แต่ทรงแบ่งภาคได้หลายภาค เพื่อมาโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลาย”
เคล็ดลับวิธีการบูชาเจ้าแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์

ทรงเอื้ออารีแก่มวลมนุษย์ที่ได้กราบไหว้บูชาให้ประสบผลสำเร็จอันพึงปรารถนาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ กล่าวกันว่าท่านสามารถช่วยปัดเป่าความทุกข์ภัยพยันตรายให้ท่านที่เดือดร้อน โดยตั้งจิตอธิษฐานให้แน่วแน่ ก็จะได้ผลสำเร็จอันพึงปรารถนาทุกประการ

การบูชาที่บ้านก็ ครั้งแรกให้ไหว้ด้วยดอกบัวสีชมพู หรือขาว 9 ดอก ธูป 9 ดอก เทียน 2 เล่ม ส้ม สาลี่ อย่างละ4ผล เพิ่มผลไม้อะไรก็ได้ (ห้ามมะม่วง มังคุด พุทรา) ขนมเปี๊ยะหรือไหว้พระจันทร์ น้ำชา 4 ถ้วย ซิ่วท้อด้วยก็ได้ถ้ามีเวลาสวดมนต์ก็ถวายประคำด้วย 1 เส้น

วันธรรมดาก็ น้ำชา ผลไม้ เท่าไหร่ก็ได้ การตั้งโต๊ะ ตรงไหนไว้ที่หิ้งพระก็ได้ แต่ต้องวางไว้ต่ำกว่าพระพุทธรูป สูงกว่าพระสงฆ์ ใกล้มหาเทพได้ ส่วนการหันท่านขึ้นกับดวงชะตาราศีเกิดของผู้บูชา

หลังจากนั้น เริ่มการสวดด้วยการตั้งนโม 3 จบ แล้วสวดบทสวดเจ้าแม่กวนอิม 3 จบแผ่เมตตาต่อสรรพสัตว์ ก็เสร็จแล้ว เพราะจิตบูชาเป็นสำคัญ ถ้าคิดจะตั้งบูชาเจ้าแม่กวนอิม แล้วต้องงดทานเนื้อวัว และห้ามถวายอาหารที่มีเนื้อสัตว์ต่อท่านโดยเด็ดขาด

มีเรื่องเล่ากันมานานแล้วว่า ท่านใดที่ขอให้ท่านช่วย แล้วถวายตัวเองโดยตั้งสัตย์และจิตอธิษฐานว่า จะไม่กินเนื้อวัวตลอดชีวิต ท่านก็จะช่วยให้สำเร็จทุกประการ เพราะการไม่กินเนื้อสัตว์นั้น ช่วยให้กรรมบางอย่างระงับไปเพราะไม่มีการฆ่าสัตว์นั้นอีก

 

คาถาสวดบูชาเจ้าแม่กวนอิม

( บทสวดนี้เป็นการออกเสียงตามภาษาจีนแต้จิ๋วที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในไทยแปลไว้ทั้งสองบท แต่ในความเป็นจริงแล้ว ท่านสามารถอธิษฐานเป็นภาษาไทยหรือภาษาอะไรก็ได้ เพราะว่าการสื่อความหมายจะใช้แรงอธิษฐาน ที่เกิดจากความตั้งใจอันแน่วแน่ของผู้กราบไหว้ในขณะสวดบริกรรมนั่นเองที่สำคัญที่สุด)

 

บทสรรเสริญพระคุณ

นะโมกวงซิอิม ผ่อสัก
นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ)
นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ)
นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ)
นำโมฮูก นำโมหวบ นำโมเจ็ง นำโมกิวโคว่ กิวหลั่ง กวงสี่อิมผู่สัก ทั่งจี้โต
โอม เกียล้อฮวดโต เกียล้อฮวดโต เกียล้อฮวดโต ล้อเกียฮวดโต ล้อเกียฮวดโต
ซาผ่อออ เทียงล้อซิ้ง ตี่ล้อซิ้ง นั้งลี่หลั่ง หลั่งลี่ซิ้ง เจ็กเฉียก ใจเอียง ห่วยอุ่ยติ๊ง
นำโมม่อออป่อเยี๊ยปอล้อบิ๊ก (กราบ)

บทมหากรุณาธารณีสูตร

โชยชิ่ว โชยงั่ง บ่อไหง๋ ไต่ปุยซิมทอลอ นีจิ่ว (3 จบ)
ปึงซือออนีทอ ยูไล้ (3 จบ)
นำมอ ฮอลาตัน นอตอลา เหย่ เย
นำมอ ออลีเย ผ่อลูกิดตีซอปอลาเย
ผู่ทีสัตตอพอเย หม่อฮอสัตตอพอเย
หม่อ ฮอเกียลูนี เกียเยงัน สัตพันลาฮัวอี
ซูตัน นอตันเซ
นำมอ สิดกิด ลีตออีหม่งออลีเย
ผ่อลูกิด ตีสิด ฮูลาเลงถ่อพอ
นำมอ นอลา กินซี
ซีลี หม่อฮอพันตอซาเม
สะพอ ออทอ เตาซีพง
ออซีเย็น สะพอ สะตอ นอมอ พอสะตอ
นอมอ พอเค มอฮัว เตอเตา
ตันจิต ทองัน ออพอ ลูซี
ลูเกียตี เกียลอตี อีซีลี
หม่อฮอ ผู่ทีสัตตอ สัตพอ สัตพอ
มอลา มอลา มอซี มอซี ลีทอยิน
กีลูกีลูกิดมง ตูลู ตูลู ฟาเซเยตี
หม่อ ฮอฮัว เซเยตี ทอลา ทอลา
ตีลีนี สิด ฮูลาเย เจลา เจลา มอมอ ฮัวมอลา หมกตีลี
อีซี อีซี สิดนอ สิดนอ ออลาซัน ฮูลาเซลี
ฮัวซอ ฮัวซัน ฮูลา เซเย
ฮูลู ฮูลู มอลา ฮูลู ฮูลู ซีลี ซอลา ซอลา
สิดลี สิดลี ซูลู ซูลู ผู่ถี่เย ผู่ถี่เย ผู่ถ่อเย ผู่ถ่อเย
มีตีลีเย นอลา กินซี ตีลีสิด นีนอ
ผ่อเย มอนอ ซอผ่อฮอ สิดถ่อเย ซอผ่อฮอ
หม่อฮอ สิดถ่อเย ซอผ่อฮอ สิดทอยีอี
สิดพันลาเย ซอผ่อฮอ นอลากินซี ซอผ่อฮอ
มอลานอลา ซอผ่อฮอ สิดลาเซง ออหมกเคเย
ซอผ่อฮอ ซอผ่อหม่อฮอ ออสิดถ่อเย ซอผ่อฮอ
เจกิดลา ออสิดถ่อเย ซอผ่อฮอ ปอทอมอกิดสิดถ่อเย
ซอผ่อฮอ นอลากินซี พันเคลาเย ซอผ่อฮอ
มอพอลี เซงกิดลาเย ซอผ่อฮอ
นำมอห่อลาตัน นอตอลาเยเย
นำมอออลีเย ผ่อลูกิตตี ชอพันลาเย ซอผ่อฮอ
งันสิดตินตู มันตอลา ปัดถ่อเย ซอผ่อฮอ

ผู้ที่เจริญพระคาถาของพระกวนอิม จะเกิดประโยชน์ผลดีคือ

1. อัคคีภัยแห่งราคะ จะดับได้ด้วย สันติคุณ
2. อัคคีภัยแห่งโทสะ จะดับได้ด้วย ปัญญาคุณ
3. อัคคีภัยแห่งโมหะ จะดับได้ด้วย ปัญญาคุณ

 

Read Full Post »

เพื่อความฉลาดหลักแหลม ด้วยปัญญาอันเป็นธรรม เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ  นำไปสู่ความสำเร็จในด้านต่างๆ และประสบโชคลาภ ร่ำรวย
เคล็ดลับบูชา “พระสังกัจจายน์”

 “ความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อพระสังกัจจายน์ ซึ่งเป็นพระอรหันต์ ผู้ทรงนำมาซึ่ง ความอุดมสมบูรณ์ โชค ลาภ นั้น เชื่อว่า ผู้ใดบูชา ย่อมเป็นมหามงคลอุดมด้วย ปัญญา ลาภ ยศ ความเจริญรุ่งเรือง”

พระสังกัจจายน์ คือบุตรของพราหมณ์ปุโรหิต กัจจานโคตร ในแผ่นดินของพระเจ้าจัณฑปัชโชต กรุงอุชเชนี เมื่อกัจจายนะกุมารเจริญวัย เรียนจบไตรเพท บิดาได้ถึงแก่กรรม จึงได้รับตำแหน่งปุโรหิตแทนบิดา

ต่อมาพระเจ้าจัณฑปัชโชต ทรงทราบว่าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเสด็จเผยแพร่ธรรม ที่กรุงอุชเชนี จึงทรงรับสั่งให้ กัจจายนะปุโรหิต พร้อมผู้ติดตาม 7 คนไปทูลเสด็จ แต่เมื่อทั้ง 8 ได้เข้าเฝ้าพระบรมศาสดา ก็ได้รับการเทศน์สั่งสอนจนบรรลุอรหันต์ทั้ง 8 คน นำไปสู่การออกบวชเป็นพระสาวกของพระพุทธองค์

สิ่งที่สำคัญคือ พระสังกัจจายน์ มีความสามารถที่โดดเด่นในการสรุปย่อคำสอน แก่บรรดา ผู้คนทั้งหลาย และยังเป็นผู้ทูลขอให้พระพุทธองค์บัญญัติแก้ไขพุทธบัญญัติบางประการ ปรากฏว่าเป็นที่พอพระทัยแก่องค์พระศาสดาเป็นอย่างมาก

แต่เพราะพระสังกัจจายน์ มีรูปกายอันงดงาม จึงสร้างความปั่นป่วนให้แก่สตรี ที่พยายามจะเข้าใกล้และชื่นชม ท่านจึงได้เนรมิตกายใหม่ให้อ้วน พุงพลุ้ย น่าเกลียด เพื่อความสงบแห่งจิตและกิเลส ซึ่งร่างก่ายจำแลงของท่านจึงปรากฏให้ผู้คนจดจำนับแต่นั้นเป็นต้นมา

เคล็ดลับวิธีการบูชาพระสังกัจจายน์

ผู้ใดบูชาพระสังกัจจายน์  พระพุทธสาวกที่มีความเฉลียวฉลาดมีความรู้ และเป็นที่โปรดของพระพุทธองค์ยิ่ง มีบารมี มีอิทธิฤทธิ์ ย่อมเป็นมหามงคลอุดมด้วย ลาภ ยศ ความเจริญรุ่งเรือง

วิธีบูชาด้วยธูป 3 ดอก พร้อมดอกไม้สีขาวมีกลิ่นหอมต่างๆ หรือดอกบัว ไม่ว่าจะบูชาด้วยดอกใดให้ใช้ 7 ดอก ถวายน้ำสะอาด 1 แก้ว หมั่นทำทาน และสร้างกรรมดีละเว้นความชั่วทั้งปวง

 

คาถาบูชาพระสังกัจจายน์

ตั้งนะโม 3 จบ

กัจจานะจะมหาเถโร พุทโธ พุทธานัง พุทธะตัง พุทธัญจะ พุทธะสุภา สิตัง พุทธะตังสะมะนุปปัตโต พุทธะโชตัง นะมามิหัง ปิโยเทวะ มะนุสสานัง ปิโยพรหม นะมุตตะโม ปิโยนาคะ สุปันนานัง ปิยินทะริยัง นะมามิหัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ปุริโสชะนา อิถีชะนา ราชาภาคินิ จิตตัง อาคัจฉาหิ ปิยังมะมะ ฯ

 

Read Full Post »


การบูชา “พระสีวลี” เพื่อให้ได้มาซึ่งลาภ ยศ ชื่อเสียงที่ขจรไปไกลพร้อมรับความร่ำรวย มั่งคั่ง ที่จะเข้ามาอย่างรวดเร็ว เราจึงควรบูชา
“พระสีวลี” เป็นประจำ

สาเหตุที่ท่านได้รับการยอมรับว่า เป็นพระอรหันต์แห่งโชคลาภนั้น เพราะในสมัยที่ท่านยังอยู่ในครรภ์มารดา คือ พระนางสุปฺปวาสา ผู้เป็นราชบุตรีของเจ้าเมืองโกลิยะ ท่านอาศัยอยู่ในครรภ์มารดานั้นนานถึง 7 ปี กับอีก 7 วัน เพื่อชดใช้กรรมเก่าจากการที่ในชาติก่อนนั้น

(โดยปกตินั้น คนธรรมดาอยู่ในท้องแม่ไม่เกิน 9 เดือน 10 เดือนก็ต้องคลอดออกมาแล้ว)

ซึ่งครั้งนั้น พระองค์ทรงเป็นพระราชาในเมืองแห่งหนึ่ง ทรงมีอุบายร่วมกับพระมารดา พยายามจะแย่งชิงเมืองอีกเมืองมาเป็นของตน แต่ไม่ใช้กำลังเข้าห้ำหั่น อาศัยกลยุทธ์เข้าล้อมเมืองนั้น

ทำให้เมืองนั้นขาดการติดต่อจากโลกภายนอก ชาวเมืองล้วนประสบโรคภัยไข้เจ็บ เผชิญกับการขาดแคลนอาหาร ดำรงชีวิตอยู่ด้วยคงวามทุกขเวทนา ด้วยความทุกข์เวทนามากว่า 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ผลจากกรรมนั้น จึงส่งผลมาดังกล่าวแก่ท่าน ให้ท่านนั้นต้องทนอุดอู้อยู่ในครรภ์มารดานั้น

แต่ด้วยด้วยอำนาจบุรพกรรมตามมา ได้ทำให้เกิดโชคลาภแก่พระมารดาผู้ทรงครรภ์เป็นอันมาก โดยกล่าวว่าในเวลาใกล้ประสูติ แม้พระมารดาของท่านจะได้รับทุกขเวทนาอย่างแรงกล้า แต่ยังมีสติที่ดี จึงขอให้พระสวามีไปกราบบังคมทูลขอพร จากพระบรมศาสดา

ในการครั้งนี้ พระพุทธองค์ ได้ทรงตรัสประทานพรแก่พระนางว่า

“ขอพระนางสุปปวาสา พระราชธิดาแห่งพระเจ้ากรุงโกลิยะ จงเป็นหญิงมีความสุข

ปราศจากโรคาพยาธิ ประสูติพระราชโอรสผู้หาโรคมิได้เถิด”

ด้วยอำนาจแห่งพระพุทธานุภาพของพระพุทธองค์ผู้เป็นใหญ่ทั้ง 3 โลก  ทำให้ความทุกขเวทนาของพระนางก็อันตรธานหายไป พระนาง ก็ได้ประสูติพระราชโอรสอย่างง่ายดาย ดุจน้ำไหลออกจากหม้อ และกุมารน้อยจึงได้รับพระนามว่า “สีวลีกุมาร” นับแต่นั้นเป็นต้นมา

และเมื่อพระนางมีพระวรกายแข็งแรงดีแล้ว มีพระประสงค์ที่จะถวายมหาทานติดต่อกันเป็น เวลา 7 วัน ในวันถวายมหาทานนั้น สีวลีกุมาร มีพระวรกายเข้มแข็งดุจกุมารผู้มีพระชนม์ 7 พรรษา ได้ช่วยพระบิดาและพระมารดาจัดแจงกิจต่างๆ

ซึ่งท่านพระสารีบุตรเถระได้สังเกตดูอยู่ตลอดเวลา จึงเกิดความรู้สึกพอใจในพระราชกุมารน้อย และครั้นถึงวันที่ 7 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ท่านจึงได้ชักชวน สีวลีกุมาร ออกบวช

ซึ่งในการปฏิบัติพิธีกรรมนั้น พระสารีบุตรเถระ ผู้รับภาระเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้สอนพระกรรมฐานเบื้องต้น คือ ตจปัญจกกรรมฐานทั้ง 5 ได้แก่ เกสา(ผม) โลมา(ขน) นขา(เล็บ) ทันตา(ฟัน) ตโจ (หนัง) ให้ พิจารณาของทั้ง 5 เหล่านี้ว่าเป็นของไม่งาม เป็นของสกปรก ไม่ควรเข้าไปยึดติดหลงใหล

เมื่อสีวลีกุมาร ได้สดับพระกรรมฐานนั้นแล้วนำไปพิจารณาในขณะที่กำลังจรดมีดโกนเพื่อ โกนผม ครั้งแรกนั้นท่านได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน จรดมีดโกนลงครั้งที่ 2ท่านได้บรรลุเป็น พระสกทาคามี จรดมีดโกนลงครั้งที่ 3 ท่านได้บรรลุเป็นพระอนาคามี และเมื่อโกนผมเสร็จ ท่านได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ทั้งที่อายุยังน้อย!

ในครั้งใดก็ตาม หากท่านร่วมคณะเผยแพร่ธรรมไปกับคณะองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะพบว่ามีผู้ทำบุญถวายปัจจัยอย่างไม่ขาด ทั้งภัตตาหาร และที่พักอาศัย แม้จะออกเผยแพร่ธรรมในเป็นดินแดนห่างไกล ยากไร้ แห้งแล้ง กันดารเพียงใดก็ตาม

ด้วยบุญบารมีของพระสีวลีนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตัวท่านเอง แต่ยังได้เผื่อแผ่ไปยังพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมทั้งสงฆ์สาวกท่านอื่นๆ ให้ได้รับปัจจัยอย่างทั่วถึง

ด้วยเหตุนี้พระพุทธองค์ จึงทรงประกาศให้ปรากฏในหมู่พุทธบริษัทตรัสยกย่องท่านใน ตำแหน่ง เอคทัคคะ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทาง “ผู้มีลาภมาก

จึงเป็นที่มาของความศรัทธาที่ว่า

ท่านทรงเป็นพระภิกษุสงฆ์แห่งโชคลาภ และความสมบูรณ์มั่งคั่งที่ไม่เคยขาด   และความศรัทธานี้ก็ยังคงปรากฏอย่างเด่นชัด สืบทอดมาจนปัจจุบันนี้ หากผู้ใดบูชาพระสิวลีอย่างถูกต้อง ก็จะพบความร่ำรวยอย่างรวดเร็ว และมีกินมีใช้ไม่ขาด

ซึ่งความศรัทธานี้ ได้สืบเนื่องมาจนปัจจุบัน ทำให้มีผู้ที่ทำธุรกิจการค้า หรือต้องการประสบความสำเร็จโดยเร็วในด้านเมตตามหานิยม หรือโชคลาภ สรรเสริญจึงบูชาพระสีวลีไม่ได้ขาด โดยมีวิธีในการบูชาที่ถูกต้อง ดังต่อไปนี้

 

เคล็ดลับวิธีการบูชาพระสิวลี

ต้องเริ่มจากการหมั่นบริจาคทานในที่ๆ ยากลำบาก คือ หัวใจของการบูชาพระสิวลีให้ได้ผลดี   เพราะในอดีตทุก ๆ ชาติที่ผ่านมา  พระสิวลีท่านจะทำบุญด้วยศรัทธาที่เต็มเปี่ยม  ทำบุญด้วยศรัทธาเต็มร้อย  แม้ว่าของที่ทำบุญจะราคาไม่แพง  แต่ก็เป็นการถวายที่ทรงคุณค่า  เพราะเป็นการให้ในสิ่งที่ผู้รับต้องการ  ดุจการได้น้ำในทะเลทราย  ดุจการได้อาหารในยามหิว

ดังนั้นผู้ที่ต้องการที่จะให้พระสิวลีท่านช่วยควรจะบริจาคทาน ให้สิ่งของในผู้ยากไร้มากๆ ท่านจะได้อานิสงส์บุญมาก และต้องอุทิศบุญนั้นส่งไปให้พระสิวลีทุกครั้ง เป็นการเปิดบุญและเชื่อมบุญกับท่าน เพื่อให้ท่านรู้จักเรา และรับรู้ความต้องการของเราได้

การบูชาพระสีวลีนั้น ให้บูชาด้วย

  1. น้ำผึ้ง ผลไม้สด ดอกไม้ขาว หรือ ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมหรือดอกบัวทุกชนิด อย่างละ 3 ดอก 5 ดอก หรือ 7 ดอก ก็ได้
  2.  น้ำสะอาด 1 แก้ว โดยลอยดอกมะลิไว้บนน้ำ
  3. แล้วจุดธูป 3 ดอก เทียนบูชา 1 เล่ม

เคล็ดโบราณนั้นกล่าวไว้ว่า การถวายผลไม้สด และน้ำผึ้งควรถวายในวันพฤหัสบดี ส่วนวันเสาร์ควรถวายอาหารจากทะเล หรืออาหารที่ปรุงจากต้นบัว แล้วอธิษฐานจิตขอให้โชคสำเร็จ สมหวัง และเมื่อท่านได้โชคได้ลาภสมดังหวังแล้ว จะต้องทำบุญเลี้ยง หรือถวายสังฆทานเพื่อเป็นการต่อโชคลาภให้มาไม่ขาดสาย

การสวดพระคาถาขอลาภพระสีวลี ต้องอยู่ในสมาธิที่สงบแน่วแน่ จิตไม่ส่ายไปมา ไม่คิดถึงในเรื่องอื่น ตามองที่คาถาบูชา หรือหลับตาภาวนานึกถึงตัวอักขระตามไป

ถ้าสวดได้ทุกวัน จนครบ 7 วันได้ยิ่งดี ในกรณีทีท่านต้องการจะขอลาภเป็นพิเศษ อาทิ จะต้องติดต่อธุรกิจสำคัญใด ๆ ในวันนั้น ให้สวดคาถาบูชาพระสีวลีก่อน เมื่อเสร็จแล้วต่อด้วย คาถาขอลาภพระสีวลีประจำวัน ตามกำลังวันของวันนั้น ๆ จะเป็นพระพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ตามจิตปรารถนา ค้าขายดี มีราศี ดังต่อไปนี้

คาถาบูชาพระสิวลี

” สีวะลี  มะหาเถโร  เทวะตานะระปูชิโต  โสระโห  ปัจจะยาทิมหิ  อะหัง  วันทามิ  สัพพะทาฯ
สิวสีจะ มะหาเถโร  ยักขาเทวาภิปูชิโต  โสระโห  ปัจจะยาทิมหิ  อะหัง  วันทามิ สัพพะทาฯ
สิวะลีเถระคุณังเอตัง  โสตถุลาภัง  ภะวันตุฯ “

คาถาบทนี้ท่านให้ภาวนาก่อนนอนหรือหลังตื่นนอนแล้วก่อนไปทำงานนอกบ้าน
เชื่อว่า จะทำให้เกิดลาภร่ำรวยในการค้าขาย สะดวกในเรื่องธุรกิจติดต่อศัตรูหมู่มารที่มุ่งร้าย
จะกลับกลายเป็นมิตร มีแต่ความสุขสันติเป็นสิริมงคลชีวิตตลอดไป

(สำหรับคาถาบูชาพระสิวลีนั้น มีครูบาอาจารย์ได้แต่งขึ้นมาบูชาท่านหลายสำนัก กล่าวกันว่าทุกสำนักนั้นถูกต้องหมดทั้งสิ้น เพราะเต็มไปด้วยอักขระที่ทรงพลานุภาพทุกตัวอักษร)

 

Read Full Post »

 “ผู้ใด ได้ใส่บาตรให้แก่ “พระอุปคุต” หรือบูชาท่านอย่างสม่ำเสมอ ก็จะพบกับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยได้อย่างรวดเร็ว” การบูชา “พระอุปคุต” เพื่อความสำเร็จในชีวิต และความร่ำรวย เพราะความเชื่อดังกล่าวจึงเป็นที่มาของพิธีการตักบาตรและการบูชา ซึ่งเป็นความเชื่อมายาวนานว่า “เป็นบุญใหญ่” จะทำให้พบกับความสำเร็จและความร่ำรวยนั้นจึงเป็นเสมือนเคล็ดลับ ชนิดที่พลิกชีวิตได้เพียงแค่ข้ามวัน เลยทีเดียว! หลายท่านคงสงสัยว่า พระอุปคุต ท่านคือใคร หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จัก หรือไม่เข้าใจ ว่าทำไมเมื่อตักบาตรแด่ท่าน หรือบูชาท่านจึงจะพบกับความสำเร็จและร่ำรวย  จึงขอนำตำนานของท่านมาให้พิจารณากัน ตามความเชื่อในทางพุทธศาสนา ต่างศรัทธาต่อพิธีการทำบุญวันพระใหญ่ในคืนวันขึ้น 15 ค่ำซึ่งตรงกับวันพุธ อันจะมีสิ่งมหัศจรรย์บังเกิด นั่นก็คือ พระอุปคุต ท่านออกมาบิณฑบาตโปรดสัตว์ หลังจากบำเพ็ญธรรมเข้าฌานสมาบัติเสวยวิมุตติสุข ณ โลกใต้สมุทร ภายในปราสาทแก้วที่เนรมิตขึ้น เหนือรัตนะบัลลังก์ ในค่ำคืนนั้น ท่านจะจำแลงแปลงกายเป็นเณร ออกจากสมาบัติ ขึ้นมาบิณฑบาตบนโลกมนุษย์โปรดสัตว์ผู้ทุกข์ยาก จึงนำมาซึ่งความเชื่อในเรื่องนี้จนเกิดเป็นประเพณี “ตักบาตรเที่ยงคืน” อันเป็นพิธีที่ถือปฏิบัติมาหลายร้อยปี ตามวัดต่างๆ  ทั่วประเทศและในประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา ดังเช่น ในจังหวัดเชียงใหม่ ของประเทศไทย ในวันเวลาดังกล่าว จะมีผู้คนจำนวนหลายพันคนจะมารวมตัวกันที่วัดอุปคุต เริ่มจากบริเวณสองข้างถนนเชิงสะพานนวรัตน์ ไล่ไปเป็นแถวยาวเหยียด เพื่อที่จะทำการตักบาตรพระหลายพันรูปซึ่งนิมนต์มาจากท้องที่ต่างๆ ทั้งในเมืองและนอกเมือง เมื่อเข้าสู่วันใหม่คือเวลา 00.00 น. ก็จะถึงเวลาอันเป็นมงคลฤกษ์ ผู้ศรัทธาในเนื้อนาบุญนับพันจะร่วมกันตักบาตรโดยพร้อมเพียงกัน สร้างความอิ่มอกอิ่มใจเพราะชื่อว่า การตักบาตรในค่ำคืนกับพระสงฆ์ที่สมมติว่า เป็นพระอุปคุตนี้ หากใครได้ตักบาตรและอธิษฐานขอพรสิ่งใดไว้ ก็จะสำเร็จผลได้ง่ายว่าการอธิษฐานในเวลาปรกติ ในอดีตกาลนั้น กล่าวกันว่า ผู้ใดก็ตามที่สามารถใส่บาตรแด่พระอุปคุตได้นั้น จึงต้องเป็นผู้ที่กระทำกรรมดีมามากมาย หรือเป็นผู้ทุกข์ทนและร้อนใจ ซึ่งพระอุปคุตต้องการโปรดสัตว์ โดยในปัจจุบันนี้ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวว่า นี่เป็นการใช้ศรัทธาในทางพระพุทธศาสนา จูงใจให้ผู้คนทำทานโดยใช้ความศรัทธาในการใส่บาตรพระอุปคุตเป็นที่ตั้ง แต่ความจริงแล้ว แม้ไม่ใช่เป็นการใส่บาตรแด่พระอุปคุต แต่เป็นการใส่บาตรธรรมดาที่ปฏิบัติได้ในทุกเช้าตรู่ รวมถึงทำทานทั่วๆ ไป ก็ทำให้อุปสรรค ปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้ลดน้อยถอดถอยลงไป เพราะนี่คือ การทำบุญ กระทำกรรมดี เพื่ออุทิศบุญกุศล แด่มีพระคุณที่ล่วงลับ และเพื่อนำอานิสงส์บุญนั้นไปขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร  ยิ่งเสริมด้วยพลังบุญเพื่อเดินบันไดขั้นที่สองแห่งการรักษาศีล และสู่บันไดขั้นที่สาม คือ เจริญภาวนา ก็จะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตนำไปสู่ความประสบความสำเร็จได้ทุกประการ ด้วยภูมิปัญญาจากศรัทธาของบรรพบุรุษ ที่มีมายาวนาน จึงได้มีการสร้างเคล็ดแห่งการบูชาประอุปคุตขึ้นมาโดยไม่ต้องรอฤกษ์ รอวันเวลา ผ่านการสร้างองค์พระบูชาที่เรียกว่า “พระอุปคุต” หรือที่เรียกกันในบางพื้นที่ว่า “พระบัวเข็ม”   การตั้งบูชา โดยมีวิธีการบูชา ด้วยการอัญเชิญพระอุปคุต ตั้งบนฐานรองรับ อยู่กลางภาชนะใส่น้ำ อันเป็นการจำลองในการที่ท่านจำพรรษาอยู่ในมหาสมุทร พร้อมด้วยดอกมะลิหอมลอยอยู่ เพื่อเป็นเครื่องสักการบูชา แต่ที่สำคัญ ในตำแหน่งการจัดวางขององค์ท่าน ต้องตั้งต่ำกว่าพระพุทธรูป  เพราะพระอุปคุตท่านเป็นพระอรหันต์ ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า เคล็ดวิธีบูชาพระอุปคุต 1. ถวายน้ำสะอาดวันละ 1 แก้วที่สะอาด จุดธูปหอม 3 ดอก (หรือจะธูปไฟฟ้าสมัยใหม่ก็ได้) 2. ดอกมะลิหรือดอกบัวขาว ลอยอยู่ในภาชนะที่ใส่น้ำ 3. ถวายข้าว, กล้วย, ขนม ทุกเช้า หรือในทุกวันพระ แต่ห้ามถวายประเภทสิ่งมีชีวิต เพราะท่านไม่โปรดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ซึ่งเป็นกรรมที่ผูกพัน 4. เวลาจัดงานหรือมีพิธีการใด  ให้จัดโต๊ะพิเศษ อันเชิญพระอุปคุตมาตั้งไว้ พร้อมบูชาเครื่องสักการะตลอดงาน ระวังอย่าให้ไฟที่ตะบูชาและในงานดับขณะกำลังทำพิธี คำบูชา เพื่อขอโชคลาภจากพระอุปคุต เริ่มต้นด้วยการจุดธูปเทียนบูชา พร้อมกับดอกไม้หอม เครื่องหอมน้ำหอมต่างๆ เทหยดใส่ในขันน้ำมนต์ ณ ที่บูชาพระในบ้าน ในร้านค้า หรืออาคารสำนักงาน จากนั้นอธิษฐาน ขอให้กลิ่นควันธูปเทียน โดนลมพัดไปทางไหน ของให้ดลใจผู้คนเข้ามาอุดหนุนตลอด ขอให้ดำเนินกิจการด้วยความราบรื่น ร่ำรวย และมีความสำเร็จสมปรารถนาทุกประการ  เมื่ออธิษฐานจุดธูปเทียนบูชาแล้ว ให้สวด นะโม 1 จบ และสวดคำบูชาขอลาภพระอุปคุต 1 จบ (หากจะให้เกิดผลเร็วให้สวด 5 จบทุกเช้าเย็นและเวลาที่ว่าง) ดังต่อไปนี้ -ตั้งนะโม 3 จบ -คำบูชาขอลาภพระอุปคุต มหาอุปคุตโต จะมหาลาโภ พุทโธลาภัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ราชาปุริโส อิถีโยมานัง นะโมโจรา เมตตาจิตตัง เอหิจิตติจิตตัง ปิยังมะมะ สะเทวะกัง สะพรหมมะกัง มะนุสสานัง สัพพะลาภัง ภะวันตุเม ฯ   เอหิจิตติ จิตตังพันธะนัง อุปะคุตะ จะมหาเถโร พุทธะสาวะกะ อานุภาเวนะ มาระวิชะยะ นิระภะยะ เตชะปุญณะตา จะเทวะตานัมปิ มะนุสสานันปิ เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ อิมังกายะ พันธะนัง อะทิถามิ ปะอัยยิสสุตัง อุปัจสะอิ ฯ (ในบางแห่งใช้คาถาบทนี้ “ อุปะคุตโต จะ มะหาเถโร สัมพุทเธนะ วิยากะโต มารัญจะ มาระพะลัญจะ โส อิทานิ มะหาเถโร นะมัสสิตะวา ปะติฎฐิโต อะหัง วันทามิ อิทาเนวะ อุปะคุตตัง จะ มาหาเถรัง ยัง ยัง อุปัททะวัง ชาตัง วิธัง เสติ อะเสสะโต มะหาลาภัง ภะวันตุเม ฯ “)

Read Full Post »

เรื่องนี้ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญ เพราะเป็นการบูชาเบื้องต้น การจัดแบบนี้ ได้ยึดหลักตามระดับความบริสุทธิ์และศีลธรรมเป็นพื้นฐาน เริ่มจากพระพุทธรูปนั้นต้องเป็นประธานและอยู่สูงกว่าทุกตำแหน่ง เพราะเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ที่ใหญ่เหนือสรรพสิ่ง ทุกจิตวิญญาณ ทั้งปวง
การจัดหิ้งและตำแหน่ง ทิศทางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ถูกต้องเพื่อเสริมสิริมงคล

สำหรับกรณีที่วางพระโพธิสัตว์ไว้อยู่เหนือ พระอรหันต์ นั้นต้องพิจารณาเฉพาะพระโพธิสัตว์ที่ปรารถนาในพุทธภูมิหรือปรารถนาที่จะมาเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปไม่ว่าลำดับไหนก็ตาม

แต่ในความเชื่ออีกความเชื่อหนึ่งนั้น มักจะตั้งพระอรหันต์ไว้เหนือพระโพธิสัตว์ เช่น พระสิวลี พระอุปคุต เป็นต้น เพราะมีความเชื่อว่า ท่านตัดกิเลสได้หมดแล้ว ไม่ต้องมาเวียน ว่าย ตาย เกิดกันอีก มีความบริสุทธิ์มาก ควรจะเอารูปเสมือนท่านไปไว้อย่างน้อยในตำแหน่งความสูงเดียวกัน หรือเหนือกว่าตำแหน่งของพระโพธิสัตว์

หรือทำการแยกหิ้งของพระโพธิสัตว์ออกมาต่างหาก ซึ่งตำแหน่งของพระโพธิสัตว์ต้องสูงกว่าเทพเจ้า  สำหรับพระที่ใช้ห้อยคอหรือรูปเหมือน พระสงฆ์องค์สำคัญนั้นไว้รวมกันได้

 

การจัดเรียงจากบนลงล่างตามความบริสุทธิ์

1.พระพุทธเจ้า คือ พระพุทธรูป ทุกปาง อยู่สูงสุดเสมอ

2.พระโพธิสัตว์ (โดยเฉพาะที่ ได้รับพยากรณ์แล้วว่าจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต)

3.พระอรหันต์

4.พระโพธิสัตว์ ที่เป็นอริยบุคคล อริยสงฆ์

5.พระสงฆ์

6.เทพเจ้าทั้งหลาย ดูตามอายุของท่าน ถ้าเทพเจ้าทางฮินดู นั้นจะจุติมาก่อนเทพเจ้าจีน

7.รูปพระมหากษัตริย์ บุคคลสำคัญต่างๆ ที่เราเคารพ

ในเรื่องการจัดตำแหน่งต่างๆ นั้น แล้วแต่ความเชื่อแล้วแต่ลัทธิไม่มีใครถูกหรือผิด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เหมือนกันก็คือ

เมื่ออัญเชิญพระพุทธรูป และสิ่งศักดิ์สิทธ์ต่างๆ มาจัดวางในตำแหน่งของท่านที่เหมาะสมแล้วต้องสวดมนต์กราบไหว้เป็นประจำทั้งกายและจิตบริสุทธิ์ ถ้าไม่ไหว้ พระพุทธรูป สิ่งศักดิ์นั้น ท่านก็เป็นเพียงรูปปั้น หรือตุ๊กตาธรรมดา

การสวดมนต์และคาถาศักดิ์สิทธิ์และการกราบไหว้ และอุทิศบุญให้ท่านเหล่านั้นเป็นประจำนั้น จะทำให้เกิดพลังแห่งความดี พลังแห่งบุญ และเหล่าปวงเทพเทวานั้นรับรู้รับทราบ และมีดวงจิตวิญญาณที่ศักดิ์สิทธิ์มาสถิตอยู่เพื่ออวยชัยให้พร ให้เป็นสิริมงคลต่อชีวิต

ตำแหน่งทิศ แล้วแต่ความเชื่อความศรัทธา ว่าจะหันไปตามทิศไหน แต่ควรอย่าหันไปทางทิศตะวันตก  ไม่ควรที่จะติดหิ้งหรือฐานพระ ไว้ใกล้ห้องที่เป็นอัปมงคล เช่น ห้องน้ำ ห้องส้วม อย่านำหิ้งหรือรูปของท่าน ไปติดไว้ผนังห้องส้วม เพราะเวลาเราทำการกราบไหว้ สักการบูชาก็เหมือนก็เหมือนกราบสิ่งอัปมงคลรวมไปด้วย  พลังมันจัดแย้งกัน

ส่วนหิ้งพระหรือแท่นบูชานั้นต้องสะอาดสะอ้าน  มีการปัดกวาดสิ่งสกปรกเศษธูปเทียน เศษดอกไม้ ทำความสะอาดภาชนะต่างๆ ที่ใช้ในการบูชา

เมื่อได้จัดตำแหน่งให้ถูกต้องแล้ว อย่างน้อย ก็ทำให้จิตใจของผู้ที่บูชานั้นแจ่มใส เป็นระเบียบ ก่อให้เกิดสมาธิและความเชื่อมั่นในพลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจแล้ว มักจะทำอะไรก็ตามในโลกนี้สำเร็จได้โดยง่าย เพราะจิตนั้นมีพลัง

ต่อจากนี้ต่อไปเป็นเคล็ดลับสำคัญในการนำโชคลาภเข้าสู่ตัวเอง ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากครูบาอาจารย์สายต่างๆ ในเมืองไทยและในต่างแดน ซึ่งมาจากหลายแหล่งข้อมูล หลายความเชื่อ ไม่ใช่นำมาเพื่อให้ท่านหลงใหลจนหัวปักหัวปำ หรือทำให้ท่านต้องเสียเงินเสียทอง

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและเชื่อ ถ้าเชื่อแล้วค่อยบูชา สิ่งใดที่ท่านคิดว่าไม่มีประโยชน์ไร้สาระให้ท่านอ่านผ่านเลยไป ถือว่าเป็นการนำเสนอความรู้อีกแขนงหนึ่ง

 

 จงพิจารณาด้วยตัวเองเป็นสำคัญ

 

Read Full Post »