Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for มิถุนายน, 2013

การที่จะบูชาให้ได้ผลดีและเร็วนั้นแบบทันตาเห็นนั้น  ต้องทราบเสียก่อนว่า คำว่า “ทันตาเห็น” นั้น หมายถึง ในชั่วชีวิตของเราไม่เกิน 30 ปี เราต้องได้พบได้เห็น ไม่ใช่บูชาวันเดียว ครั้งเดียวหรือสองสามครั้งแล้วจะส่งผลทันที
เคล็ดวิธีในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ผล

 

แต่อาจจะเป็นไปได้เหมือนกัน ถ้าบุญบารมีของผู้ที่บูชานั้น ถึงกาลเวลาที่จะส่งผลถึงพร้อมด้วยเหตุและปัจจัย

เรื่องจะส่งผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับบุญของคนที่บูชาที่กล่าวมาแล้ว แต่จะพูดหลักใหญ่ในการบูชาให้ได้ผลดีนั้น ควรต้องรู้ก่อนว่า มีอะไรบ้างที่เป็นส่วนประกอบสำคัญ เพราะถ้าไม่รู้วิธี สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นอาจจะมีพลังเหลือเพียงหิน ปูนหรือตุ๊กตาไป เสียเงินเสียทอง เสียเวลาโดยใช่เหตุอันควร ส่วนประกอบที่สำคัญที่ควรรู้ว่าเมื่อเราบูชาท่านแล้ว เราจะได้ผลตามที่เราปรารถนาหรือไม่นั้นมีดังนี้

1. เพราะกรรมบันดาล ซึ่งในที่นี้รวมทั้งกรรมเก่าและกรรมใหม่ที่กระทำขึ้นมาในชาตินี้ ถ้าอยากมีชีวิตที่เป็นสุขต้องเร่งสร้างกรรมดีใหม่ไปชดเชยหรือลดกรรมเก่าเสีย

เพราะถ้าหากมีกรรมเก่ามากและเป็นวิบากกรรมหนักนั้นและกำลังส่งผลต่อชีวิตนั้น  การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งมงคลนั้น อาจจะเป็นไปได้ยากหรือส่งผลได้น้อยมาก แต่เรื่องนี้ยังมีทางแก้ ไม่ใช่ให้ไปแก้กรรม

 

เพราะกรรมนั้นแก้ไม่ได้ ไม่มีใครใหญ่เกินกรรม ใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลกรรมนั้น

การแก้ไขที่ถูกต้องนั้นคือ ต้องสร้างกรรมดีขึ้นมาใหม่ เป็นบุญใหม่เพื่อนำไปขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรเสีย ต้องทำให้สม่ำเสมอ มากพอและนานพอ เพื่อที่จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรนั้นยกโทษให้ เพื่อคลายวิบากกรรมไม่ดีที่กำลังส่งผลนั้น

เมื่อวิบากกรรมไม่ได้นั้น อ่อนกำลังลง บุญใหม่ที่ทำนั้นจะช่วยส่งผลได้ และเมื่อรู้จักการบูชา โมทนาพระคุณของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และรู้จักวิธีบูชาสิ่งมงคลแล้ว พลังอำนาจเหล่านั้นก็จะหลั่งไหลเข้าหาตัว ทำให้เกิดโชคลาภโดยเร็ว

2.เพราะตัวผู้บูชาบริสุทธิ์  ตัวเราที่เป็นผู้บูชานั้นต้องพยายามเป็นผู้บริสุทธิ์   ก่อนที่เริ่มจะบูชาหรือสวดคาถาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มนตราและคาถาต่างๆ นั้น ผู้ที่จะบูชานั้นต้องเป็นผู้มีบุญ เป็นผู้บริสุทธิ์เท่าที่จะทำได้ ต้องรู้จักการทำทาน ศีลและภาวนา เป็นบุญเบื้องต้นที่ควรจะมี

เพราะถ้าไม่มีบุญของตัวเองเป็นที่ตั้ง บุญจากที่อื่นก็ไม่มีวันมาช่วยได้ เพราะตัวเรานั้นรับไม่ได้ การที่จะบริสุทธิ์เท่าใดนั้น ดูที่การทาน ถือศีล เจริญภาวนา นั้นเป็นหัวใจสำคัญ

คนที่ต้องการความโชคดี มีมงคลเข้าสู่ชีวิตให้รุ่งเรืองนั้น ควรต้องรักษาศีลอย่างน้อยที่ศีล 5 และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเรื่องของกรรมวาจา ซึ่งหมายถึง ต้องเป็นคนที่พูดจาเป็นมงคล เพราะการพูดมงคลนั้นเป็นการนำสิ่งที่ดีเข้าใส่ตัว เพราะการพูดไม่ดีนั้นจะขัดแย้งกับมนต์คาถาศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งออกมา

การเบียดเบียนผู้อื่น เป็นสิ่งที่ต้องไม่ทำอย่างเด็ดขาด เพราะกรรมนั้นจะขัดแย้งกันกับสิ่งที่เราปรารถนาจะได้มา

สำหรับการเริ่มต้นบูชานั้น ต้องมีการชำระร่างกายให้สะอาด ทำจิตใจให้ผ่องใส จิตไม่ส่าย และมีสมาธิในการบูชาที่แน่วแน่ มีความเชื่ออย่างแรงกล้า ถ้าใจมันไม่เชื่อเสียแล้ว บอกได้เลยว่า สิ่งที่ขอพรและต้องการนั้นไม่มีทางเป็นไปได้

3.พลังแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาล การที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านจะให้พรช่วยดลบันดาลให้แก่เรานั้น เราต้องรู้จักวิธีการบูชาที่ถูกต้องเสียก่อน  เพราะดวงจิตวิญญาณที่สถิตหรือรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น ท่านมีเจตจำนงในความต้องการแตกต่างกัน แล้วแต่พลังจิตวิญญาณนั้นๆ ว่าท่านอยู่ในระดับชั้นใด แต่ที่เหมือนกันก็คือ ท่านทรงไว้ด้วยคุณความดีและมีพลังบุญ

บางองค์นั้นท่านเป็น พระโพธิสัตว์ พระอรหันต์ พรหมเทพเทวา หรือ เทพเจ้าต่างๆ วิญญาณบรรพบุรุษ หรือผู้ที่เคยมีพระคุณยิ่งใหญ่ต่อแผ่นดิน

ในการบูชาเบื้องต้นนั้น เราต้องจัดวางตำแหน่งท่านให้เหมาะสม อยู่ในทิศทางที่เป็นมงคลถูกต้อง ซึ่งเรื่องเหล่านี้เรียนรู้ได้ไม่ยาก เพราะในศาสตร์ต่างๆ นั้นได้ระบุตำแหน่งในการจัดวางไว้ชัดเจน เพื่อแสดงเจตนาเริ่มต้นการยอมรับนับถือ อันเป็นคุณสมบัติที่สำคัญอีกข้อหนึ่งที่ต้องมี

สำหรับสิ่งของในการบูชานั้นบางท่านนั้น เพียงเรามีการถือศีล หรือเจริญภาวนา ทำสมาธิ ท่านก็พอใจและรับรู้ รับทราบแล้ว ท่านก็จะช่วยให้พร ส่งบุญบารมีมาช่วยเราได้ แต่ในบางองค์ที่มีบุญน้อยกว่า อาจจะต้องมีเครื่องเซ่นไหว้บูชาประกอบเพื่อเป็นตัวนำทาง

สิ่งของที่นำมาบูชาหรือเครื่องสังเวยนั้น ต้องมาจากเงินที่บริสุทธิ์ มาจากแรงงานของตนไม่เบียดเบียนผู้ใดมา หรือขโมยของใครมาเรียกว่า ยิ่งบริสุทธ์ ยิ่งมาจากความประณีต ยิ่งมาจากแรงศรัทธา ความเพียรในการจัดหามากเท่าใด ท่านก็จะรับด้วยความยินดีมากเท่านั้น

ถ้าต้องการถวายเครื่องบูชาเป็นอาหารคาวหวาน ผลไม้ มีเคล็ดสำคัญมากที่ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งสอนไว้ก็คือ  ควรนำไปถวายแด่พระสงฆ์ เมื่อถวายเสร็จแล้วจึงอุทิศบุญไปให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นการเชื่อมบุญกับท่าน เพราะเมื่อเราเชื่อมบุญกับท่านแล้ว ท่านก็จะรับรู้ และรู้จักเรา ความปรารถนาของเรา

ส่วนในน้ำสะอาดนั้น สามารถจัดเปลี่ยนได้ทุกวัน แล้วเอาน้ำเก่านั้น ไปเทรดน้ำต้นไม้ในบ้าน

และในทุกวันสามารถอุทิศบุญให้กับสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่นอกเหนือจากวัตถุทาน ที่มาจากบุญกิริยาวัตถุ 10 ที่เหลืออีก 9 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้อื่น การชักชวนคนไปทำบุญ การขออนุโมทนาบุญของผู้อื่น การฟังธรรม การเผยแพร่ธรรมะฯลฯ

โปรดจงจำไว้เสมอว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์และสิ่งมงคลที่ท่านเพียรบูชานั้น ท่านจะช่วยเหลืออวยพรคนที่เป็นคนดี และขอในทางกรรมดีเท่านั้น ท่านไม่ช่วยให้คนไปทำชั่ว คดโกงผู้ใดทั้งสิ้น

 

Read Full Post »

ถอนเสบียงบุญ

2.เพิ่มบุญให้กับตัวเองและผู้อื่น

เมื่อเรามีบุญแล้ว ก็เปรียบเหมือนเรามีเงินแต่เก็บฝากเอาไว้ในธนาคาร แต่ถ้ายังไม่เอาออกมาใช้ นั่งมองแต่ตัวเลขในสมุดเงินฝาก ก็เท่ากับเราไม่มีเงินเหมือนเดิม ก็คือ จนเหมือนเดิมนั้นแหละครับ
ถอนเสบียงบุญ

คนเราทุกคนนั้น เมื่อเกิดปัญหาในชีวิตไม่ว่าเรื่องเงินทองขาดมือ หมุนเวียนไม่ทัน ส่วนหนึ่งเราเชื่อกันว่ามาจากกรรมเก่า ที่เราเคยทำซึ่งตัวเราก็บอกไม่ได้ว่ามาจากชาติไหนจริงๆ ครูบาอาจารย์คนสำคัญของเมืองไทยหลายท่าน กล่าวตรงกันว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้ากรรมนายเวรเขากระทำ เขาปิดบังเราไว้

ซึ่งในเรื่องเจ้ากรรมนายเวรนั้น เคยเขียนไว้อย่างละเอียดครบถ้วนแล้วในหนังสือ ปาฏิหาริย์เชื่อมบุญเล่มที่ 1 แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่าน ต้องขออนุญาตท่านที่อ่านแล้วอธิบายให้ท่านที่ที่ยังไม่รู้ ไม่ทราบได้เข้าใจก่อน เพราะเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง บุญในส่วนนี้ของให้ทุกท่านได้รับทั่วกัน

เจ้ากรรมนายเวรก็คือ คน สัตว์ สิ่งมีชีวิตที่เราไปทำให้เขาต้องสูญเสียไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือมีส่วนในกรรมนั้น การกระทำนั้น และเขามีความอาฆาตเราและจะทำทุกวิถีทางให้เรานั้นชดใช้เขา ในรูปแบบต่างๆ กันทั้งอุปสรรคในการงานที่ทำอะไร เหมือนจะดีในตอนแรกและก็เจ๊งพินาศในที่สุด

การปิดบังโชคลาภ เงินทองที่ควรจะได้ทำให้การเงินนั้นฝืดเคือง ต้องไปเที่ยววิ่งหยิบยืมเขามาสร้างกรรมใหม่ที่ไม่ดีมากขึ้น การเสียทรัพย์แบบไม่คาดฝัน การเจ็บไข้ได้ป่วยที่เรียกว่า โรคเวรโรคกรรม ที่หมอไม่สามารถหาสาเหตุและรักษาให้หายได้ อุบัติเหตุที่ระวังแล้วระวังอีกแต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งได้ การทะเลาะวิวาทแตกแยกในครอบครัวฯลฯ

 

เจ้ากรรมนายเวรมีทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ซึ่งเราต้องแยกให้ออกจะได้เข้าใจแล้วไปแก้ไขขออโหสิกรรมหรือคลายกรรมนั้นได้ทันท่วงที

 

เจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิต หมายถึง คน สัตว์ หรือสิ่งชีวิตที่เราพบเจอ สัมผัสได้ในชาติปัจจุบัน เพราะเราเองเคยเป็นผู้ทำหรือมีส่วนร่วมในการกระทำนั้น ให้เขาเกิดความสูญเสีย หรือเจ็บช้ำน้ำใจแล้วเขาผูกใจเจ็บหรืออาฆาต ที่ยังตามมาราวีเราในชาตินี้ รวมถึงตัวเราเองด้วย ที่สร้างกรรมไม่ดีให้กับตัวเองตลอดจนส่งผลให้ชีวิตไม่มีความสุขหรืออดๆ อยากๆ

เจ้ากรรมนายเวรประเภทนี้มีตัวตน เห็นกันแบบด้วยสายตาของเราทีเดียว อาจจะเป็นทั้งมิตรและศัตรูไปพร้อมกัน เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะเคยมีทำทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดีร่วมกันมาเป็นไปได้ทั้งนั้น

เจ้ากรรมนายเวรประเภทนี้ เป็นได้ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ ทั้งในโรงเรียน มหาวิทยาลัยที่ทำงานและเพื่อนบ้าน หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงที่บ้านเราเอง

ขอให้เราสังเกตดูว่า คนหรือสัตว์เหล่านี้มักทำให้เราช้ำใจในเรื่องต่างๆ ตลอดเวลา เช่น พ่อแม่ที่ดุร้ายเฆี่ยนตีแบบไม่มีเหตุผล ลูกที่สั่งสอนไม่ฟัง ดื้อรั้นเอาแต่ใจตัวเอง วันๆ มีแต่ก่อเรื่องให้ต้องเสียเงิน ต้องช้ำใจ ผัวหรือเมียที่ไม่ขยันทำมาหากิน ใช้แต่เงินเที่ยวเตร่ เมาเหล้าไปวันๆ เป็นคนเจ้าชู้ จะเลิกก็เลิกไม่ได้

เป็นคู่เวรคู่กรรมกัน มันเป็นกรรมที่ผูกพันกันมา ต้องมาชดใช้กันจนหมดสิ้นกันไป ถ้าไม่สร้างกรรมใหม่เพิ่มมันก็หยุดเมื่อชดใช้กันแล้ว แต่ที่ไม่หยุดแล้วไปทุกข์ทรมานต่อเพราะมีกรรมไม่ดีมาเพิ่มเข้าไปอีก ชาติหน้าก็ต้องมาเจอกันอีกรอบ

สัตว์เลี้ยงแสนรัก ที่เรารักนักรักหนา แต่มันชอบไปก่อความวุ่นวายให้กับเราอยู่เสมอ วันดีคืนดีก็ไปกัดคนข้างบ้านให้เสียเงินเสียทอง หรือไปขี้ให้เรี่ยราดจนมีเรื่องราวกับคนอื่นใหญ่โต คงเคยได้ยินข่าวที่คนฆ่ากันตายเพราะหมา เพราะแมว

คนข้างบ้านหรือคนในที่ทำงาน แค่เห็นน่าก็ไม่ชอบเอาเสียแล้ว เวลาจะทำอะไรเขาก็อิจฉานินทา หรือขัดขวาง ที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะเราและเขาเคยสร้างกรรมผูกพันกันมา เราต้องเคยไปทำอย่างนั้นกับเขาเหมือนกันในชาติก่อน มาชาตินี้เขาจึงเอาคืน ทางที่ดีก็คือ อโหสิกรรมเสีย ไม่จองเวรซึ่งกันและกัน ให้อภัยต่อกัน วิบากกรรมนั้นจะได้ยุติเสีย

สาเหตุที่เกิดเรื่องเช่นนี้ในชีวิตเราด้วยกรรมเก่าและกรรมใหม่ผสมกัน ถ้าเป็นเรื่องกรรมเก่า แม้ว่าในชาตินี้เราไม่เคยไปทำอะไรให้เขาช้ำใจหรือสูญเสีย แต่เขาก็ยังมาทำให้เราต้องช้ำใจ สูญเสีย เป็นอุปสรรคขัดขวางในทุกเรื่อง

ถ้าเป็นกรรมใหม่ในชาตินี้ ก็คือ การกระทำที่ผิดศีลผิดธรรม ที่เราก่อขึ้นซึ่งมาจากทั้งเจตนาและไม่เจตนา ทำให้คนรอบข้างเขาช้ำใจ ผูกใจเจ็บหรืออาฆาตกรรมใหม่นั้นง่ายที่จะแก้ เพราะส่วนมากเมื่อมีการชดใช้กันไปหรือการขอโทษ ขออโหสิกรรมส่วนมากเขาจะเลิกรากันไป แต่ถ้าเป็นกรรมเก่านั้น ต้องขออโหสิกรรมเพียงอย่างเดียว

 

เจ้ากรรมนายเวรแบบที่ไม่มีชีวิต เจ้ากรรมแบบนี้ออกจะดูเป็นแนวเหลือเชื่อ  เพราะเราจับต้องพิสูจน์ไม่ได้ เป็นเพียงดวงจิตวิญญาณที่ยังทนทุกข์ทรมานอยู่ทั้งที่มาจากการกระทำของเราและมาจากกรรมของตัวเขาเองที่ทำไว้

ที่บอกว่าเหลือเชื่อก็เพราะ เราพิสูจน์แบบตาเห็นไม่ได้ หลายคนเลยพาลคิดว่าไม่มีจริง ก็เมื่อกับกระแสไฟฟ้าที่เรามองไม่เห็น แต่ทำไมมีพลังทำให้ตู้เย็นนั้นเย็นได้ ถ้าไม่มีพลังงานจริงทำไมทำให้กระทะไฟฟ้านั้นร้อนขึ้นมาได้

เจ้ากรรมนายเวรแบบนี้ เขาคอยที่จะสกัดเราทุกวิธีทางไม่ให้เราเจริญและมีความสุขได้จนกว่าเราจะได้ชดใช้เขา ที่นี้มาถึงคำถามที่ว่า

 

แล้วเราจะไปรู้ได้อย่างไรว่า เขาต้องการให้เราชดใช้อะไรเขาถึงจะพอใจ

ครูบาอาจารย์คนสำคัญของบ้านเราที่ ถ้าบอกชื่อออกไปรับรองว่า 9 ใน 10 คนที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ต้องรู้จักท่าน แต่จะขออนุญาตไม่บอกในตอนนี้ เมื่อถึงเวลาอันควรก็จะเปิดเผยให้ทราบ

ท่านสอนไว้ว่า บุญนั้นเป็นที่พึ่งได้จริง โดยเฉพาะไปใช้ในการขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรทั้งสองประเภท เพียงเราทำบุญแล้วโมทนาอุทิศบุญไปให้เขาด้วยความสำนึกผิด และขอให้เขาอโหสิกรรมให้ และตัวเราเองต้องให้อโหสิกรรมกับเขาด้วย

เงื่อนไขสำคัญ คือ ตัวเราเองนั้นต้องมีบุญก่อน ถึงจะอุทิศบุญไปให้เขาได้ ถ้าเราไม่มีบุญที่เป็นของเราแล้ว เราจะเอาอะไรไปให้เขาได้ เหมือนเรามีหนี้ แต่ไม่เอาเงินหรือเอาอะไรที่มีมูลค่าพอๆ กับหนี้ไปใช้เขา คิดว่าเขาจะพอใจยอมที่จะเลิกราการจองเวรกับเราหรือไม่

มีบางคนมาบอกว่า ตั้งแต่รู้เรื่องการสร้างบุญและการขออโหสิกรรม แล้วก็พยามยามเพียรทำแต่ทำไมยังมีเรื่องร้ายๆ เขามาในชีวิตอีก

จะขออธิบายให้ฟังว่า คนทุกนั้นมีเจ้ากรรมนายเวรของตนเองนั้น เป็นจำนวนมากมายมหาศาลที่สะสมมาหลายภพหลายชาติ สมมุติว่า เราทำสังฆทานหรือทำบุญใหญ่สักครั้งหนึ่ง  ครั้งนั้นเจ้ากรรมนายเวรสัก 10 ตนเขามารับบุญแล้วเลิกราไป เรื่องที่เกิดขึ้นก็คงลดไป

แต่ยังมีเจ้ากรรมนายเวรอีกเป็นจำนวนมากเขายังไม่มารับหรือรับไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะตัวเขาเองก็ยังชดใช้กรรมอยู่ในขุมนรกใดขุมนรกหนึ่งยังไม่ถึงเวลาที่จะมารับได้ กรรมนั้นก็ยังไม่มีการอโหสิกรรมให้ ต้องติดค้างรอเอาไว้ก่อน

 

หรือเป็นเพราะว่า เขายังไม่พอใจ แค้นของเขามันฝังลึก อาฆาตจนยังทำใจให้อภัยเราไม่ได้

หลายคนเคยฆ่าเขาในชาติก่อน ชาตินี้เอาถังเหลือง ข้าวสองสามถุง หรือกระเบื้องมุงหลังคาสามสี่แผ่น ไปถวายพระและอุทิศบุญไปให้เขาครั้งสองครั้ง คิดว่าเขาจะยอมหรือไม่ มันคงเป็นไปไม่ได้

เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา และต้องทำไปเรื่อยๆ จนเขาพอใจ เขาถึงจะอโหสิกรรมให้ ทั้งนี้เขาจะยกโทษให้หรือไม่ยกโทษให้ มันเป็นสิทธิ์ของเขา เราไม่สามารถไปบังคับเขาได้ เขาเป็นผู้ที่สูญเสียไม่ใช่เรา เมื่อเขาพอใจเขาก็จะเลิกพยาบาทของเขาเอง

 

และมีทางเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้กรรมทั้งปวงนั้น ตามไปส่งผลไม่ได้ ก็คือ นิพพานแล้วเท่านั้น

เพราะเมื่อเราสามารถหลุดพ้นไปจากการเวียน ว่าย ตาย เกิดแล้ว กรรมมันก็ไม่รู้จะไปส่งผลให้ใครได้อีก จึงต้องยุติลง แต่เราทุกคนจะไปถึงนิพพานกันได้ในชาตินี้กันง่าย ขนาดนั้นลองคิดดูว่า เราทำกันได้หรือไม่

แต่ครูบาอาจารย์ท่านค้นพบวิธีทางแก้ที่ใช้ได้ผลจริง พิสูจน์มาแล้วมากมาย ท่านสอนไว้เสมอว่า  ถ้าเราสำนึกผิดจริงและพยายามทำบุญทุกทางไปชดใช้ให้เขา วันหนึ่งเขาก็จะยอม เพราะพลังแห่งบุญนั้นยิ่งใหญ่มาก พลังบุญนั้นเย็นสบาย ทำให้เขาเหล่านั้นลดความรุ่มร้อนความโกรธแค้นลงได้ในระดับหนึ่ง

เพราะการอุทิศบุญไปให้เจ้ากรรมนายเวรนั้น ทำให้เขามีสภาวะที่เป็นสุขจากบุญที่เราอุทิศ สุขจากบุญทำให้เขาคิดถึงสิ่งที่เป็นกุศล จากที่เคยคิดอาฆาตอย่างรุนแรงก็จะผ่อนคลายไปทีละน้อยๆ จนไปถึงขั้นอโหสิกรรมได้

ดังนั้นสำหรับเรื่องของการสร้างบุญนั้นได้อธิบายไปแล้ว ในตอนนี้จะพูดถึงการเพิ่มบุญนอกเหนือจากที่ตนเองได้สร้างขึ้น เหมือนเราได้บุญจากที่อื่นเข้ามาช่วยให้บุญของเรานั้นมากขึ้น เพื่อทั้งใช้กับตัวเองและเพิ่มบุญให้ผู้อื่นได้ ทั้งบริวารลูกน้อง ญาติพี่น้องหรือใครก็ตามที่เราอยากจะเพิ่มบุญให้เขา

เพราะบางคนอาจจะมีบุญไม่พอ ที่จะไปทำการอะไรให้สำเร็จ หรือบุญมากพอที่จะรอดไปจากวิบากกรรมไม่ดีได้

เรื่องนี้เป็นเคล็ดลับที่ครูบาอาจารย์ถ่ายทอดมา เป็นการเพิ่มบุญใหม่ให้กับตัวเอง และเพื่อให้มีบุญพอเป็นการไปลดกรรมที่เคยทำมา เรียกว่า ต้องทำทั้งสองทาง เพราะสำคัญมากคือ

 

หนึ่ง สร้างบุญใหม่ทั้งที่เป็นของตนเองและเพิ่มบุญอยู่ตลอดเวลา

 

สอง ต้องขออโหสิกรรมเพื่อลดกรรมไปพร้อมๆ กัน

พยายามทำกรรมดีมากๆ ละเว้นความชั่วทั้งปวงที่จะทำให้เราเสื่อม บางทีเราทำบุญมากก็จริง แต่ยังคงทำบาปไปด้วย กรรมไม่ดีนั้นเองที่มันจะคอยฉุดรั้งชีวิตของเราไม่ให้ก้าวไปสู่ความเจริญเท่าที่ควรจะเป็นได้

ในบางอาชีพที่เป็นบาปนั้น เราก็ไม่สมควรจะทำหรือไปส่งเสริมให้คนอื่นเขาทำ บางอาชีพนั้นมันถูกกฏหมายก็จริงแต่มันเป็นบาปมากมาย เช่น การเปิดร้านขายเหล้า การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต  การขายบุหรี่ที่รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นยาเสพติด ที่ทำให้คนนั้นสมองเสื่อมเป็นโรคร้ายแต่เราก็ทำ

สำหรับการเพิ่มบุญนั้น มีเคล็ดลับมาบอก ที่ต้องเริ่มจากทาน ศีลและภาวนาของตัวเราเองเป็นสำคัญก่อนเป็นการสร้างบุญเบื้องต้นของตัวเอง หลังจากนั้นให้เพิ่มบุญ ซึ่งมีหลายวิธีการ แต่ก่อนจะถึงวิธีการเพิ่มบุญ ขออนุญาตอธิบายในเรื่องเพิ่มบุญให้เข้าใจกันก่อน

 

ทำไมเราต้องเพิ่มบุญ ทั้งๆ ที่ตนเองนั้นมีอยู่แล้ว เรื่องนี้มีคำตอบ

เพราะเหตุที่ว่า ในบางกรรมนั้น อาจจะต้องใช้บุญบารมีที่มากพอ ที่จะช่วยให้วิบากกรรมฝ่ายดีนั้นส่งผลได้เร็วและทันท่วงที และบุญมากพอถึงจะทำให้เจ้ากรรมนายเวรนั้นเขายอมอโหสิกรรมให้ อุปสรรคหรือเรื่องร้ายๆ ในชีวิตนั้นยุติลงได้โดยง่ายและเร็ว ไม่สร้างความเสียหายมากจนเกินจะรับมือไหว

จะยกตัวอย่างให้ฟัง ถ้าเราทำงานเป็นลูกน้องเขา มีตำแหน่งและหน้าที่อำนาจรับผิดชอบตามที่มีอยู่แล้ว ก็ทำงานไปเรื่อยๆ ไม่ติดขัดอะไรมากเรียกว่า พอถูๆ ไถๆ ไปได้  อยู่มาวันหนึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ไปทำอะไรงานอะไรสักอย่าง ที่ยากมากว่าที่เคยทำ แต่ให้ใช้อำนาจเดิมที่เรามีไปทำงานที่ใหญ่ขึ้น ยากขึ้น เราก็ไม่สามารถไปทำงานนั้นให้สำเร็จ

แต่เมื่อเราไปบอก ไปขอร้องให้เจ้านายเพิ่มอำนาจให้อีกเพื่อให้งานนั้นสำเร็จ ท่านเห็นว่าเราตั้งใจทำงานดี ท่านก็เพิ่มความช่วยเหลือ ให้อำนาจมากขึ้น งานนั้นก็สำเร็จได้โดยง่าย ทำให้เรานั้นมีความดีความชอบและได้เลื่อนขั้นขึ้นไปในตำแหน่งที่สูงขึ้น

เหมือนกับชีวิตของเรานั้น ตามปกติก็ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์ปนเปกันไป อยู่ในขั้นที่พอจะรับมือไหว ที่เป็นเช่นนี้เพราะบุญยังมีพออยู่ พอๆ กับวิบากกรรมไม่ดีที่มีกำลังน้อย แต่เมื่อวิบากกรรมไม่ดีแบบวิบากกรรมหนักเข้า บุญที่มีไม่พอ จะทำอย่างไรดี จะปล่อยให้ชีวิตพบกับความทุกข์ทรมานแบบแสนสาหัสหรือจะสู้

ถ้าจะสู้ ไม่ยอมจำนน เราก็ต้องเร่งเพิ่มบุญของตัวเอง

อย่างแรกต้องช่วยตัวเองก่อนคือ การเร่งสร้างบุญให้มากพอ ใหญ่เกินกว่าผลของกรรมนั้น และจะทำให้วิบากกรรมไม่ดีนั้นส่งผลกระทบได้น้อยหรือไม่ส่งผลเลยได้ก็ยิ่งดี ถ้าไม่พออีกก็ต้องบากหน้า ไปขอผู้ที่มีบุญส่งบุญของท่านมาช่วยให้กองบุญนั้นใหญ่มากพอ

เปรียบกองบุญนั้น เมื่อก่อนนั้นที่เป็นบุญของตัวเอง สูงเท่ากับกองดินขนาดย่อมๆ เมื่อมีพายุหรือวิบากกรรมไม่ดีแบบวิบากกรรมเข้า ลมพายุนั้นอาจพัดกองดินนั้นแตกกระจายหายวับไปกับตา บุญตัวเองที่เรามีอยู่ในตอนนั้นมันต้านทานไม่ไหว

แต่เมื่อมีคนส่งดินหรือบุญมาช่วย กองดินนั้นก็ใหญ่ขึ้นๆ จนกลายเป็นภูเขาบุญ เมื่อวิบากกรรมไม่ดีหรือพายุ พัดมาอีก ภูเขาบุญนั้นก็ไม่มีทางสะทกสะท้านอะไรเลยแม้แต่น้อย ยังยืนแบบองอาจทระนง

และการเพิ่มบุญนั้น ไม่เพียงแต่จะเพิ่มให้กับตัวเองได้เท่านั้น เรายังสามารถเพิ่มให้คนอื่นได้ด้วย ทั้งพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ลูกหลานหรือแม้กระทั่งลูกน้องที่ทำงานให้เรา

จะเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่ง ท่านเจ้าสัวรายหนึ่งในเมืองไทย ที่ชอบทำบุญมากนั้น นอกจากบุญจะส่งผลให้กับตัวท่าน ครอบครัวของท่าน กิจการของท่านให้เจริญและมีความสุขแล้ว เวลาที่ท่านจะขยายกิจการอะไรเพิ่มหรือสร้างธุรกิจอะไรเพิ่มขึ้นมาที่ต้องใช้ลูกน้องหรือผู้จัดการที่ท่านไว้ใจให้ไปดูแล

ก่อนอื่นท่านจะอุทิศบุญที่ท่านมีไปให้ลูกน้องคนนั้น เพื่อให้บุญที่ท่านมีนั้นไปเพิ่มบุญเก่าของลูกน้องคนนั้น  ซึ่งก็น่าจะมากเพราะท่านฉลาดมากทำบุญไม่เคยหยุดและทำบุญกับเนื้อนาบุญนั้นสูงตลอดเวลา

และพยายามส่งเสริมให้ลูกน้องคนนั้นไปทำบุญตลอดเวลา เพื่อเพิ่มบุญให้กับตัวเอง ที่นี้ทั้งบุญของลูกน้องที่มีอยู่แล้ว กับบุญของท่านเจ้าสัวที่ส่งลงไปเพิ่มบุญให้ ก็ยิ่งทำให้ลูกน้องคนนั้นบุญมากขึ้น ไปดูแลกิจการธุรกิจการค้าอะไรก็สำเร็จ

ท่านผู้อ่านที่ทำการค้าอยู่ท่านสามารถเพิ่มบุญให้กับลูกน้องของท่านได้ตลอดเวลา เพียงท่านอุทิศบุญที่ท่านทำไปให้เขา และเจาจงออกชื่อเขาด้วย ที่สำคัญให้กายทิพย์ของเขานั้นเปิดรับบุญด้วย งานทุกอย่างที่ท่านทำจะสำเร็จทุกประการ

ในความเป็นจริง คนส่วนมากถ้าเป็นคนที่มีบุญมากของตัวเอง และ หมั่นสร้างบุญและอุทิศโมทนาบุญให้ผู้อื่นทั้งพรหมเทพเทวา ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณ เจ้ากรรมนายเวร มิตรสหายบริวาร สัมภเวสี ดวงจิตวิญญาณต่างๆ เป็นประจำอยู่แล้ว

เวลาที่วิบากกรรมไม่ดีเข้า ทำให้มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ ดูเหมือนเกือบจะไม่รอดแต่ก็รอดมาได้แบบหวุดหวิด เพราะมักจะมีเรื่องอะไรแปลกๆ มีเรื่องอัศจรรย์ที่ทำให้รอดจากจุดนั้นได้หรือมีคนเข้ามาช่วยให้รอดพ้นไปได้แบบแทบเป็นไปไม่ได้  เคยสังเกตเรื่องนี้กันบ้างไหม

บางคนรถเสียอยู่กลางถนน เวลาที่ดึกมากๆ เปลี่ยวก็เปลี่ยวไม่รู้จะทำอย่างไร อยู่ๆ ก็มีรถผ่านมา ลงมาช่วย มาเป็นธุระ พาไปสู่ที่ปลอดภัย

บางคนเดือดร้อนเรื่องเงินอย่างหนัก ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็มีเพื่อนที่ไม่ได้พบกันนาน มาหาและช่วยเหลือได้ทัน

บางคนป่วยจนแทบตาย ต้องได้รับการเติมเลือดที่หายาก เหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีต้องได้รับเลือดมา อยู่ๆ ก็มีใครก็ไม่รู้ เดินเข้ามาบริจาคเลือดที่หาแทบพลิกแผ่นดินให้แบบอัศจรรย์ เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะอะไร เพราะบุญใช่หรือไม่

หลายคนที่ไม่เชื่อในเรื่องของบุญและกรรม บอกว่าเป็นเรื่องของการบังเอิญ  อยากถามว่า เพราะอะไรที่ทำให้เกิดความบังเอิญขนาดนั้น ก็ตอบไม่ได้

 

แต่หลายคนไม่รอดเพราะไม่มีบุญมาก เราต้องเร่งเพิ่มบุญ และขอพึ่งบุญของคนอื่นมาช่วยด้วย จึงจะรอด นอกจากจะรอดแล้วชีวิตก็ดีวันดีขึ้น จนร่ำรวยขึ้นมาได้ด้วยบุญเท่านั้น

คงเคยได้ยินที่คนเฒ่าคนแก่บอกว่า เมื่อเวลามีเคราะห์บุญไม่พอ ให้ไปขอใบบุญผู้อื่นเพื่อที่จะได้รอดและเป็นสุข นั่นแหละเป็นเรื่องเดียวกัน  เป็นการเพิ่มบุญของตัวเราให้มากขึ้น

หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ คงทำหน้าสงสัยว่า แล้วจะเอาบุญของใครมาช่วยกันถึงจะพอ และเพราะอะไรท่านเหล่านั้นถึงต้องมาช่วยเราด้วย

คนที่เหล่าควรไปขอบุญ เพิ่มบุญ พึ่งบุญมากที่สุดคือ พระพุทธเจ้าของเรา ในโลกนี้ไม่มีใครมีพระเมตา พระมหากรุณา พระบุญญาธิการมากเท่าพระองค์อีกแล้ว ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า

 

อันดับที่หนึ่ง เมื่อเวลามีภัยให้นึกถึงพระพุทธองค์ แล้วจะรอดไปได้ทุกคนให้นึกถึงพระบารมีของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่ตั้งเอาไว้มั่น

 

อันดับที่สอง คือ พ่อแม่ ผู้เป็นพระอรหันต์ของลูก และบรรพบุรุษทั้งที่มีชีวิตหรือเหลือเพียงดวงจิตวิญญาณ  บรรพบุรุษบางท่านเมื่อตายไปแล้ว อาจจะยังเป็นเทวดา หรือพรหมเทพเทวาในระดับชั้นต่างๆ และมีบุญมากพอแน่นอนที่จะช่วย ชาวจีนและชาวตะวันออกนั้นรู้เรื่องนี้ดีจึงมีการไหว้บรรพบุรุษอยู่ตลอดทั้งปี บางคนไหว้บรรพบุรุษของท่านทุกวันด้วยซ้ำ

 

อันดับที่สาม ครูบาอาจารย์ที่เรานั้นนับถือเลื่อมใส บางคนอาจจะไม่มีโอกาสได้พบครูบาอาจารย์เหล่านี้ เพราะเกิดไม่ทันหรือไม่มีโอกาสได้พบ ไม่ต้องเสียใจหรือตกใจ เพียงระลึกถึงท่าน ปฏิบัติตามคำสอนของท่าน และยึดถือท่านเป็นครูบาอาจารย์ท่านก็เมตตามาช่วยเราแล้วเมื่อมีภัย

 

อันดับสุดท้าย คือ พรหมเทพเทวดา ที่รักษาบ้านเรือน สถานที่ทำงานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่เรานั้นนับถืออย่างเลื่อมใสจริงใจ

คงเคยได้ยินเรื่องของคนที่ประสบอุบัติเหตุแล้วรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ หลายคนบอกว่า เป็นเพราะครูบาอาจารย์ที่นับถือมาช่วยเอาไว้ บางคนบอกว่าโดนเหวี่ยงออกมาจากรถทั้งๆ ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

บางคนจมน้ำอยู่ ก็เหมือนมีมือวิเศษจากที่ไหนไม่รู้ มาดึงให้ลอยขึ้นมาเหนือน้ำ บางคนกำลังจะถูกทำร้าย แต่เหมือนจะมีอะไรมาบังตาผู้ร้ายให้มองไม่เห็นเขาทั้งๆ ยืนอยู่ตรงหน้า เรื่องเหล่านี้เชื่อว่า หลายคนคงได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้ว

จะยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เหมือนเรากำลังเดือดร้อนต้องใช้เงินในการแก้ปัญหาสัก 1 หมื่นบาท แต่ทั้งเนื้อทั้งตัวเรามีเงินเหลืออยู่เพียง 500 บาท ซึ่งมันไม่พอที่จะไปแก้ไขอะไรอยู่แล้ว

แต่เผอิญตัวเรานั้น มีผู้ใหญ่ที่เคารพและเคยไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ มีความสนิทสนมกันดี เราจึงบากหน้าวิ่งโร่ไปขอความช่วยเหลือจากท่าน เล่าเรื่องต่างๆ ให้ท่านฟังอย่างละเอียด และท่านก็มีเมตตาช่วยเหลือเงินมา 9,500 บาท ให้ครบ 1 หมื่นพอดี เราเอาเงินไปแก้ปัญหาได้อย่างหวุดหวิด

ในการที่ท่านจะมาช่วยเหลือเรา และเพิ่มบุญให้เราได้นั้น เราต้องเคยอุทิศบุญกุศลที่เราเคยทำไปให้ท่านก่อน เพื่อเป็นการเชื่อมบุญกัน

จะเห็นได้ว่า ถ้าท่านไม่รู้จักเรา ท่านจะช่วยเราหรือไม่ จริงๆ แล้วท่านก็เมตตาทุกคน แต่จะน้อยหรือมากเป็นอีกเรื่องหนึ่ง บางคนที่ทำบุญแล้วโมทนาอุทิศบุญไปให้ท่านอย่างสม่ำเสมอ มีบุญผูกพันกัน ถ้ามีเรื่องราวเกิดขึ้น ท่านก็จะช่วยได้ง่ายและมากพอที่จะทำให้เรารอดหรือผ่อนคลายไปได้

แต่ถ้าไม่เคยกราบไหว้ท่านเลย เวลาทำบุญก็ไม่เคยอุทิศไปให้ท่านหรือนึกถึงท่านเลย สายใยแห่งบุญที่เชื่อมกันนั้นแทบจะไม่มี เวลามีเรื่องเดือดร้อนอธิษฐานขอให้ท่านช่วย เราจึงอยู่ห่างไกลท่านมาก จนท่านอาจจะไม่ได้ยินเราก็ได้ เพราะมีคนที่เคยนึกถึงท่านใกล้ตัวท่านอีกมากที่กำลังเดือดร้อนแบบเราเช่นกัน

เหมือนเราขับรถบนถนน แล้วตรงหน้าเรามีรถชนกัน ด้วยใจเมตตาเดิมของนั้น ใจเราอยากลงไปช่วยอยู่แล้วแต่ยังติดอะไรบ้างอยากกลัว ๆ กล้าๆ  แต่ถ้าคนที่บาดเจ็บนั้นเป็นญาติของเรา หรือคนที่เรารู้จัก รับรองว่า เราต้องรีบลงจากรถลงไปช่วยแทบไม่ทันแน่นอน และเหมือนญาติยิ่งใกล้เรายิ่งสนิท มีอะไรก็ไปขอความช่วยเหลือได้เพราะสนิทสนมกันดี แต่ญาติที่ห่างกันไกล คงยากที่จะไปขอความช่วยเหลือได้ทัน

ในเรื่องที่เราไปขอบุญให้ท่านมาเพิ่มบุญนั้น ท่านที่มีบุญที่เป็นทั้งพรหมเทพเทวา ครูบาอาจารย์ บรรพบุรุษ ครูบาอาจารย์ ท่านตัดสินใจช่วยเราด้วยการพิจารณาของท่าน ด้วยเงื่อนไข 4 ประการคือ

หนึ่ง ตัวเราต้องเป็นคนดีก่อน

สอง เรื่องที่เราเดือดร้อนนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ผิดศีลผิดธรรม

สาม เราเชื่อมบุญกับท่านสม่ำเสมอหรือไม่

สี่ ตัวท่านมีกำลังพอ มีบุญมากพอที่จะช่วยเราได้

ที่นี้เรามาดูที่เงื่อนไขที่หนึ่ง ตัวเราเป็นคนดีที่ท่านอยากจะช่วย แน่นอนว่า การกระทำของเราหรือกรรมของเรานั้นต้องดีด้วย  หมายความว่า เราต้องเป็นคนดี คือ มีบุญของตัวเองด้วย อย่างที่บอก เราจึงต้องเร่งสร้างบุญเป็นทุนรอนเบื้องต้นปรับตัวเองให้เป็นคลื่นความถี่ที่ดี เมื่อท่านส่งบุญลงมาเพิ่มบุญให้จะได้รับได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ถ้าหากเราเป็นคนที่ประพฤติตัวเหลวแหลก งานการไม่ทำ ชอบโกหกไปวันๆ กินเหล้าหัวราน้ำ ผิดลูกผิดเมียคนอื่นเขา เป็นคนมีนิสัยชอบเบียดเบียนผู้อื่น เรียกว่า เป็นคนไม่มีศีล 5 เลยแม้แต่น้อยที่เป็นพื้นฐานของคนดี อีกทั้งไม่มีหิริโอตัปปะหรือความละอายและความเกรงกลัวต่อบาปกรรมเลย

 

ถามทีเถอะว่า ใครหน้าไหน อยากจะช่วยคนที่วันๆ สร้างกรรมไม่ดีแบบนั้น

เพราะถ้าช่วยไปก็เปล่าประโยชน์ แต่ถ้าเป็นคนดี เป็นคนที่สร้างกรรมดี ประพฤติตัวดี เมื่อมีภัยหรือวิบากกรรมไม่ดีส่งผล ท่านเห็นเราเป็นคนดี ขาดเหลืออะไรที่พอจะช่วยคนดีได้ ท่านก็จะช่วยแน่นอน

เมื่อตัวเราบริสุทธิ์ ไม่มัวหมอง เป็นคลื่นความถี่ที่ดี เมื่อเครื่องส่งใหญ่ที่ดีคือ ตัวท่านที่เราไปขอให้ท่านช่วย เมื่อส่งบุญลงมา เราก็ได้บุญใหญ่ไปด้วยทั้งไปแก้ปัญหาได้ และทำให้ตัวเรา โชคชะตาชีวิตของเรายิ่งดีวันดีคืนขึ้น อย่างไม่มีตกอีกต่อไป

สรุปสั้นๆ ก็คือ ต้องเป็นคนดี มีศีลธรรมและหมั่นอุทิศบุญให้ท่านเหล่านั้นด้วย ก็จะได้เพิ่มบุญได้ง่ายและได้ผล

 

เงื่อนไขที่สอง เรื่องที่เราเดือดร้อนนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ผิดศีลผิดธรรม เรื่องนี้ก็สำคัญมาก เพราะในบางเรื่องนั้น เราต้องการความช่วยเหลือแต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือเพราะเรื่องที่ไปขอร้องให้ท่านช่วยนั้นมันเป็นเรื่องที่ไม่ดี ซึ่งท่านไม่มีทางช่วยอยู่แล้ว เพราะถ้าช่วยไปแล้วท่านต้องมีมลทิน มีส่วนร่วมในการทำบาปนั้นไปด้วย ท่านคงไม่ช่วยแน่นอน

เช่น อธิษฐานขอให้ท่านช่วยมีเงินไปทำบาป เอาเงินไปเล่นการพนัน เอาเงินไปทำแท้ง ไปทำการไม่ดีต่างๆ หรือในบางครั้งแค่ผิดทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ท่านก็รู้ซึ่งเรื่องเหล่านี้พิจารณาได้ง่ายดายมาก ถ้าเรื่องที่ไม่ดีนั้นจะเป็นเรื่องที่ผิดศีลทั้งสิ้น บางเรื่องอาจจะถูกกฎหมายชาวโลก แต่มันผิดในทางธรรม

แล้วท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีเจตนาไม่ดีแต่แกล้งโกหกท่านหรือคิดผิดนอกลู่นอกทาง  บอกได้เลยว่า ท่านมีบุญมีพลังมากกว่าเราเยอะ แต่เพียงคิดแวบเดียวท่านก็รู้แล้ว

มีเรื่องหนึ่งจะเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องจริงที่เล่ากันในหมู่ลูกศิษย์ของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญญโญ แห่ง วัดสะแก จ.อยุธยา หลายปีมาแล้วสมัยที่ท่านยังไม่มรณภาพ  มีพระภิกษุรูปหนึ่งได้มาบวชปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดสะแก ก่อนที่จะลาสิกขาเข้าสู่เพศฆราวาส ท่านได้นัดแนะกับเพื่อนพระภิกษุที่จะสึกด้วยกัน 3 องค์ว่า เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนสึก พวกเราจะไปกราบให้หลวงปู่พรมน้ำมนต์และให้พร

ขณะที่หลวงปู่พรมน้ำมนต์ให้พรอยู่นั้น ท่านก็นึกอธิษฐานอยู่ในใจว่า “ขอความร่ำรวยมหาศาล ขอลาภขอผลพูนทวี มีกินมีใช้ไม่รู้หมด จะได้แบ่งไปทำบุญมากๆ”

จริงๆ แล้วเรื่องที่ท่านแอบอธิษฐานนั้น ท่านรู้ของท่านอยู่คนเดียวไม่มีใครรู้ แต่หลวงปู่หันมามองหน้าพระที่กำลังคิดละเมอเพ้อฝันถึงความร่ำรวยนี้ในใจ

ก่อนที่จะบอกว่า “ท่าน ที่ท่านคิดน่ะมันต่ำ คิดให้มันสูงไว้ไม่ดีหรือ แล้วเรื่องที่ท่านคิดน่ะ จะตามมาทีหลัง”

 

ที่หลวงปู่พูดแบบนั้นหมายความว่า เรื่องที่ต่ำก็คือ ความยากรวยเร็วๆ รวยเยอะๆ ซึ่งท่านเปรียบว่าต่ำกว่าความดี ซึ่งถ้ามีความดีมีบุญมากพอแล้ว ความร่ำรวยนั้นมันจะตามมาภายหลังเอง เรื่องนี้เราต้องเข้าใจถึงลำดับก่อนหน้าหลังให้ดี

 

เงื่อนไขที่สาม เราเชื่อมบุญกับท่านสม่ำเสมอหรือไม่ เรื่องนี้กล่าวไปแล้วย่อๆ ในเงื่อนไขที่หนึ่ง แต่ตอนนี้จะกล่าวให้ละเอียดเลย เพราะเป็นเรื่องสำคัญว่า ท่านจะรู้หรือไม่รู้ว่าเรากำลังตกที่นั่งลำบาก บุญไม่พอหนีวิบากกรรมไม่ดี

การเชื่อมบุญ นั้น คือการ ต่อสายใยแห่งบุญระหว่างเรากับพรหมเทพเทวา ครูบาอาจารย์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ  บรรพบุรุษ ผู้มีพระคุณ ก็ตามที่เราเคารพนับถือ เป็นการอุทิศบุญเพื่อโมทนาพระคุณความดีของท่าน และเพื่อให้ท่านนั้น รู้จักเรา

เพราะเชื่อได้ว่า ท่านเหล่านั้นเคยมีความผูกพันกันในระดับหนึ่งแน่นอนในชาติที่ผ่านมาหรือบางคนในชาตินี้ หากเป็นในชาติก่อนนั้น เรานั้นไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเป็นชาติภพไหนกันแน่

แต่การอุทิศบุญเพื่อโมทนาพระคุณความดีของท่าน เป็นบุญใหม่ที่จะเชื่อมเราให้ใกล้ชิดมากขึ้น ยิ่งทำสม่ำเสมอตลอดเวลา บุญที่ร่วมกันนั้นก็จะมากขึ้น เชื่อได้ว่า เมื่อเวลาที่เรามีเรื่องเดือดร้อน เพียงนึกถึงท่านหรืออธิษฐานให้ท่านรับรู้รับทราบ ถ้าหากเป็นการกระทำที่ดีนั้น ท่านต้องส่งบุญมาช่วยเราแน่นอน

เงื่อนไขที่สี่ เป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้ว เพราะท่านเรานั้นมีบุญบารมีมากกว่าเราแน่นอน ตั้งแต่ชั้นเทวดาปกติ ไปจนถึงชั้นพรหม ถ้าเราไม่แน่ใจ ควรอุทิศบุญเพื่อโมทนาพระคุณความดีของท่านไปให้เรื่อยๆ ท่านจะได้มีกำลัง มีบุญมากขึ้น พอที่จะช่วยเราได้แน่นอน

เหล่านี้เป็นเงื่อนไขสำคัญที่นำมาเปิดเผยให้ทราบ เพื่อที่จะได้เข้าใจว่า เพราะเหตุใดเราจึงต้องเร่งสร้างบุญและเพิ่มบุญให้กับตนเองตลอดเวลา เพราะเวลามีภัยบุญเท่านั้นที่จะพาเรารอดจากวิบากกรรมได้

ในบทต่อไปจะพูดถึงเคล็ดวิธีในการบูชาให้ทราบอย่าละเอียด

 

Read Full Post »

เตรียมตัวร่ำรวยตลอดกาล

ก่อนที่จะพาไปรู้จักเคล็ดบูชาสำคัญ  ที่จะทำให้คุณทุกคนนั้นร่ำรวยได้ จะขอพูดถึงเรื่องสำคัญที่สุดเป็นเรื่องแรก ที่บอกว่าสำคัญที่สุดนั้นหมายความว่า ถ้าคุณไม่ผ่านเรื่องนี้หรือด่านนี้ไปก่อน
วิธีดึงดูดความร่ำรวย

 

บอกได้เลยว่า รวยยากครับ!

วิธีที่จะดึงดูดความร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมาหาตัวเรานั้น สิ่งที่สำคัญเราต้องเตรียมตัวเองให้มีคุณสมบัติดีพร้อมที่จะรับเสียก่อน เราถึงจะรับความร่ำรวยนั้นได้

จะเปรียบเทียบให้ฟังง่ายๆ ก็เหมือน ตัวเรานั้นเป็นเครื่องรับโทรทัศน์ การรับคลื่นสัญญาณจากสถานีโทรทัศน์ได้ เราต้องปรับคลื่นความถี่ให้ตรงกันเสียก่อนถึงจะรับคลื่นนั้นได้

หากตัวเรานั้นมีกำลังคลื่นต่ำ หรือมีกำลังน้อย เราก็ไม่สามารถรับคลื่นเปลี่ยนมาเป็นภาพได้ แบบรับคลื่นได้แต่นำเอามาใช้ไม่ได้ รับเอามาใช้ได้แบบน้อยมากๆ ภาพที่ออกมามันจึงเบลอดูไม่รู้เรื่อง แบบมีคลื่นอื่นรบกวน

ก็เหมือนกับการที่เราจะปลูกบ้านสักหลัง สิ่งที่สำคัญคือ พื้นดินและฐานรากที่มั่นคง ที่มีการเตรียมการณ์อย่างรอบคอบและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในบางคนรู้แต่ทำไม่ได้ เหมือนกับพลังแห่งความร่ำรวย ความโชคดี ความสุขที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเรา อยู่ใกล้ชิดแค่ปลายจมูกเราแท้ๆ แต่เราก็หยิบมาสู่ตนเองไม่ได้ เพราะเราไม่มีคุณสมบัติที่ดีพอ

ครูบาอาจารย์ตั้งแต่ในอดีต ท่านรู้เรื่องนี้ดี จึงได้สั่งสอนเอาไว้ วิธีที่จะเตรียมตัวเองให้มีคุณสมบัติที่จะรับความร่ำรวยได้แบบตลอดกาลมีวิธีการดังนี้

 

1.สร้างบุญใหม่ให้พอ

เชื่อว่าเราคงเคยได้ยิน คำว่า คนบุญน้อย คนไม่มีบุญ ถึงไม่ร่ำรวยเหมือนคนอื่นเสียที เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงแน่นอนตามกฎแห่งกรรม ก็ในเมื่อไม่เคยทำกรรมดีสะสมบุญมา แล้วจะเอาบุญที่ไหนมาทำให้ชีวิตมีความสุขได้ จะเอาบุญจากไหนมาทำให้ร่ำรวยได้ หรือเอาบุญมาช่วยแก้วิบากกรรมที่กำลังเผชิญอยู่ได้ให้คลายตัวลงไป

ทุกอย่างในโลกนี้นั้นเป็นเหตุและเป็นผลกันเสมอ เมื่อเราหว่านสิ่งใดลงไป เราก็ต้องได้รับสิ่งนั้น ปลูกอ้อยก็ต้องได้อ้อย จะออกมาเป็นกล้วยนั้นเป็นไปไม่ได้ คนที่ไม่เคยทำทาน ไม่เคยทำบุญไม่เคยที่จะช่วยเหลือคนอื่น ไม่เคยมีเมตตา กรุณา แล้วจะเอาอะไรมาทำให้รวยได้ มันไม่มีทางเลย

บุญคือ ต้นกำเนิดของความสุข ความเจริญ

คนทำบุญมามากนั้น จะมีกระแสบุญที่ทำอยู่นั้น จะหมุนเวียนอยู่รอบตัวรอส่งผลให้แก่ผุ้กระทำความดีนั้น อานิสงส์บุญนั้นไม่ได้หายไปไหนไม่ว่าจะทำมาตั้งแต่เมื่อใด เมื่อ 2 ปี ก่อน 10 ปี 30 ปีก่อน บุญยังอยู่ครบถ้วนทั้งสิ้น แต่จะออกผลออกดอกเมื่อใดนั้น อยู่ที่กรรมกำหนดด้วย

เราคงเคยได้ยินเรื่องคนจนที่ถูกหวยรางวัลใหญ่ ที่มีชีวิตที่ยากจนแสนจนแต่ทำไมถึงถูกรางวัลที่หนึ่ง เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะเขาต้องเคยสร้างบุญใหญ่มาก่อนในอดีตชาติแน่นอน แต่ที่เขาเกิดมายากจน ก็เป็นเพราะนอกจากบุญที่เขามีแล้ว เขายังเคยสร้างกรรมที่ไม่ดีหรือความชั่วไว้ด้วย

พอมาในชาตินี้ เมื่อกรรมเก่าได้รับการชดใช้จนลดขนาดลงในการส่งผลในชีวิต ก็เป็นคราวของบุญที่ออกมาแสดงผล ประจวบกับในชาตินี้เขาเพียรสร้างกรรมดีเป็นบุญใหม่ เมื่อบุญเก่ากับบุญใหม่มารวมกัน ก็ได้เรื่อง ผลก็คือ รวยกันเละเทะครับ

แต่ในบางคนการถูกหวยนั้นนำมาด้วยความทุกข์ ต้องหลบต้องซ่อนเพราะมีคนตามมาขอเงินกันวุ่นวาย เรียกว่าเป็น ทุกขลาภ เป็นบุญที่มีวิบากกรมไม่ดีมาส่งผล พร้อมๆ กัน มีกำลังเท่าๆ กัน แต่มีหลายคนที่ถูกหวยแล้วสบายไม่มีใครมาขอแบ่งเงินที่ได้มา เพราะเขามีบุญมากกว่าวิบากกรรมไม่ดี

คนที่จะรวยได้ จำไว้เลยว่าต้องมีทั้งบุญเก่าและบุญใหม่ในชาติ มารวมกัน เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปที่เกิดมายากจนแสนจนในตอนต้น แต่ไม่ยอมจำนนต่อกรรมเก่าคนแบบนี้มีพื้นฐานที่จะรวยได้ในเวลาอันใกล้

เพราะถึงจะรู้ว่ามีกรรมเก่ามาเล่นงาน แต่ก็ไม่ยอมงอมืองอเท้า รอกรรมเก่ามาเล่นงานฝ่ายเดียว เร่งเพียรสร้างบุญ สร้างความดีอย่างต่อเนื่อง บุญกุศลที่ทำไม่ได้หายไปไหนรอส่งผลอยู่เมื่อ กรรมเก่าคลายลง บุญที่เคยทำมาก็ออกดอกออกผล บั้นปลายเขาถึงร่ำรวยได้ จับอะไรเป็นเงินเป็นทองไปหมด คนพวกนี้ในทางพระเขาเรียกว่า มามืดไปสว่าง

เพื่อความไม่ประมาทนั้น ครูบาอาจารย์ท่านจะพยายามสอนให้คนเร่งสร้างบุญของตัวเองให้มากพอ ด้วยการให้ทาน การถือศีล และการเจริญภาวนา

การให้ทานนั้นมีอานิสงส์บุญน้อยกว่าการถือศีล และการถือศีลนั้นได้บุญน้อยกว่าการเจริญภาวนา ในศาสนาพุทธที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นองค์พระศาสดานั้น ได้ทรงสั่งสอนสัตว์โลกไว้ว่า ในการสร้างบุญที่ถูกวิธีนั้น รวมเรียกว่า “ บุญกิริยาวัตถุ 10” ขออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ  สั้นๆ ว่าใน 10 ข้อนั้นมีอะไรบ้าง

1.ด้วยการบริจาคทาน 2.ด้วยการรักษาศีล 3.ด้วยการภาวนา 4.ด้วยการอ่อนน้อมถ่อมตน 5.ด้วยการช่วยขวนขวายทำในกิจที่ชอบ 6.ด้วยการเฉลี่ยส่วนความดีให้ผู้อื่น 7.ด้วยความยินดีความดีของผู้อื่น 8.ด้วยการฟังธรรม 9.ด้วยการสั่งสอนธรรม 10. ด้วยการทำความเห็นให้ตรง

 

ทั้ง 10 ช่องทางนี้เป็นช่องทางแห่งบุญทั้งสิ้น ซึ่งมีโอกาสจะทำได้อยู่ตลอดเวลา มีเพียงข้อแรกข้อเดียวที่ต้องใช้เงินเพราะเป็นการบริจาคทาน เป็นการใช้วัตถุทาน ที่เหลืออีก 9 ข้อนั้นไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว

อยากจะขอแนะนำไว้สักนิดว่า ถ้าอยากจะรวยเร็วๆ ทำตัวเองให้มีบุญมากพอเสียก่อน เหมือนเปิดประตูชีวิตให้กว้างที่สุด เพื่อรองรับเงินทอง ความสุขในชีวิตที่จะไหลเข้ามาแบบไม่หยุดยั้ง

อยากรวยต้องเร่งทำบุญก่อนครับ ไม่มีเงินไม่ต้องกลัว พยายามทำตั้งแต่ข้อ 2-9 ให้ได้ รับรองว่าเตรียมตัวรวยกันได้เลยและยิ่งมีการให้วัตถุทานด้วยแล้วก็จะเร็วขึ้น

เพราะการให้นั้นเป็นหัวใจสำคัญแห่งความรวยจริงๆ  คนที่รู้จักการให้ ยิ่งให้จะยิ่งได้รับตอบแทน เป็นกฎแห่งกรรมและกฎแห่งธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ เคล็ดลับที่สำคัญในการให้ทานนั้น มีอยู่แค่ 3 ประการที่ทุกคนทำได้ง่ายดายมาก คือ

 

วัตถุทานนั้นบริสุทธิ์ หมายถึง วัตถุหรือเงินที่ซื้อวัตถุทานนั้น เป็นเงินที่มาจากการทำงานที่สุจริต ไม่ไปเบียดเบียน กรรโชก คดโกงใครมา ยิ่งมาจากน้ำพักน้ำแรง จากความยากลำบากยิ่งจะมีอานิสงส์มากเพราะเจตนานั้นสูงมาก

วัตถุทานนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากที่จะได้บุญมากเสมอไป ขอให้เงินบริสุทธิ์ ที่มาของวัตถุทานนั้นบริสุทธิ์ แม้เพียงสลึงเดียวก็ได้บุญมากกว่าเงิน 10 ล้านของนักการเมืองที่โกงประเทศชาติมาหรือพ่อค้าที่โกงคนอื่นมา

สำหรับการให้วัตถุทานนั้น มี 3 ประเภทและมีอานิสงส์แตกต่างกันที่เราควรรู้ไว้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องนี้ แบ่งออกเป็น

 

ทาสทาน หมายความว่า การให้ของที่เลวกว่าที่เรากิน หรือของที่เลวกว่าที่เราใช้
สหายทาน หมายความว่า การให้ของเสมอที่เรากินอยู่ หรือที่เราใช้อยู่
สามีทาน หมายความว่า การให้ของที่ดีกว่าที่เรากินที่เราใช้อยู่

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในเรื่องของทาสทาน การทำทานหรือให้ของที่เลวกว่าที่เรากิน หรือเราไม่ใช้แล้ว  ถึงจะมีอานิสงส์แต่ก็อยู่ในความลำบาก ในสมัยพุทธกาล ท่านอาฬวีเศรษฐี เป็นมหาเศรษฐีมีทรัพย์ แปดสิบโกฏิ ถ้าเทียบในสมัยก็ประมาณเจ้าสัวใหญ่

พระราชาจึงตั้งเป็นมหาเศรษฐี ที่แปลว่า ใหญ่กว่าเศรษฐีทั้งปวง ทั้งนี้เป็นเพราะในอดีตชาติได้ทำทานไว้มาก แต่น่าเสียดายที่ทานที่แกทำมาตลอดนั้นเป็นของเลว เป็นของที่คัดออกมาแล้วว่าแม้แต่ตัวเองก็ไม่อยากใช้ แกเอาไปทำทาน

ดังนั้นในชาติต่อมา อานิสงส์ของการทำทานนั้น ส่งผลทำให้เป็นมหาเศรษฐีมีเงินทองมากมายก็จริง แต่ว่าขอโทษที ข้าวที่จะกินเม็ดสวยๆ ก็กินไม่ได้ ต้องกินข้าวหักหรือปลายข้าวจึงจะกินได้ กับข้าวต้องกินแต่ของที่เน่าเสียแล้ว หรือคนแทบกินไม่ได้

ของทุกอย่างที่แกใช้ทุกอย่างต้องเป็นของเลว ผ้าที่นุ่งก็ต้องนุ่งผ้าเก่า ใช้ผ้าใหม่ไม่ได้เลยเพราะมันคันไปหมดนอนไม่ได้ มีความเป็นอยู่ที่ลำบากมากถึงแม้จะมีเงินทองมากมาย

ในบ้านเรา ก็มีเศรษฐีที่ทำทานแต่ของเลวมากมาย ถ้าเราสังเกตดูดีๆ เมื่อไม่นานมานี้ ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า มีคนรวยคนหนึ่ง มีเงินนับเป็นร้อยๆ ล้าน แต่ชีวิตของแกนั้นเหมือนกับท่านอาฬวีเศรษฐีทุกประการ

มีเงินทองมากมายแต่เป็นคนที่ตระหนี่ถี่เหนียวมากๆ  ในเกือบทุกวัน คนรวยคนนี้ต้องกินข้าวต้มเม็ดเละๆ จากปลายข้าวที่เหลือจากการขายในร้าน เอามาต้มกินกับก้อนกรวดแช่เกลือ กินอยู่อย่างนี้ ไม่ใช่ไม่มีเงินนะ แต่ไม่ซื้อกิน เพราะใจมันมัวแต่คิดตะหนี่ขี้เหนียว ใจมันเสียดายอยู่ตลอดเวลา ทำให้แกเป็นโรคร้าย เพราะชั่วชีวิตนี้ไม่เคยกินอาหารดีๆ กับเขาเลย

เวลาแกเจ็บป่วยไปนอนโรงพยาบาล ลูกก็อยากให้พ่อได้กินผลไม้ดีๆ ไปซื้อมังคุดกิโลละ 30 บาทมาให้กิน คนรวยคนนี้แม้จะนอนเจ็บพูดแทบไม่ได้ แต่พอแกพอเห็นมังคุดที่ลูกเดินถือเข้ามาเท่านั้น

แกโกรธลูกมาก เหมือนลูกไปทำความผิดอะไรมาใหญ่โต แกด่าเสียเละเทะเลยว่า ไปซื้อมาทำไม เปลืองเงิน ด่าลูกจนลูกร้องไห้ แกด่าว่าโง่เหมือนควายใช้เงินไม่เป็นทั้งๆ ที่ลูกนั้นตั้งใจดีเห็นพ่อป่วย อยากจะซื้อผลไม้ดีๆ มาปอกให้พ่อได้กินชื่นใจ

คนรวยแบบนี้มีเงินมากก็จริง แต่ทั้งชีวิตไม่ได้รับสิ่งดีๆ เลย มีเงินเหมือนมีเศษกระดาษ มีทองเหมือนเป็นก้อนหิน เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะทาสทาน คือ แกเคยทำทานด้วยของไม่ดีมาก่อนนั่นเอง

ดังนั้นจะขอแนะนำว่าเวลาที่จะทานควรพิจารณาในเรื่องนี้ด้วยว่า เราให้ของที่ดีที่สุด ประณีตเท่าที่จะทำได้ในเวลานั้นหรือไม่

ผู้ให้บริสุทธิ์ หมายถึง คนที่ให้มีเจตนาบริสุทธิ์ทั้งก่อนให้ ขณะให้และหลังการให้ ไม่คิดหวังผลตอบแทน ประเภททำบุญสิบบาทหวังถูกหวย 10 ล้าน ก็จะยากสักหน่อย เพราะหวังผลตอบแทน กิเลสตรงนั้นที่เกิดขึ้นจะเป็นลดทอนบุญที่ควรจะได้ลงไป เป็นอุปสรรคมาขวางทางบุญไว้

ที่บอกว่าเวลาที่ทำบุญแล้วควรทำใจให้สบาย ทั้งก่อนให้ทานนั้น หมายความว่า เรามีความตั้งใจที่จะทำบุญ เพื่อเผื่อแผ่ผู้อื่นให้มีความสุข เพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา ให้เจริญรุ่งเรือง เป็นหลักชัยในการสั่งสอนคนให้ดี

กำลังให้ทานนั้น ใจของเราต้องไม่คิดอะไรไปวุ่นวาย บางคนกำลังให้ทาน จะชอบคิดสงสัยหรือวิตกว่า ของที่เรากำลังให้นั้นสมควรที่ผู้รับจะได้ไปหรือไม่ คิดว่าเขาจะเอาไปทำอะไร คิดมากจนจิตมันส่าย แทนที่จะนิ่งเพื่อให้ทานนั้นสำเร็จ เกิดบุญ กลับกลายเป็นว่าไปลดทอนกำลังบุญเสีย

และหลังการให้ทาน ไม่ควรเสียดาย หรือมีใจคิดฟุ้งซ่านไปอีก ประเภท ของที่เราให้ไปเมื่อตะกี้จะถึงวัด เขารับไปแล้วจะถึงวัตถุประสงค์ของเราหรือไม่ อย่าไปคิดแบบนั้น เมื่อให้ไปแล้วก็จบกันไป ถือว่าให้ขาดไปเลย

การอธิษฐานหลังทำบุญนั้นก็สำคัญ ควรที่จะอธิษฐานไปในทางดี เพื่อให้เรามีความสุข ความขัดข้องอุปสรรคต่างๆ  ความไม่มี ความขัดสน อย่าเกิดในชีวิตก็พอ อย่าไปอธิษฐานแบบมีข้อแม้แบบขอไปด้วยในตัว

ประเภทว่า ขอให้บุญนี้ส่งผลให้ถูกหวย ส่งผลให้สอบได้ ส่งผลให้ขายนั่นขายนี่ได้ เจาะจงลงไปอย่างนั้นอย่างโน่น ตกลงเรามาทำบุญเพื่อละกิเลส สร้างกำลังใจที่จะเพียรทำความดี หรือมาทำบุญเพื่อการลงทุนกันเพื่ออะไรกันแน่

ขอแนะนำว่า ขอให้เพียรทำความดี ให้ทานโดยไม่หยุดยั้งเท่าที่เราจะทำได้  เมื่อถึงเวลาบุญจะทำหน้าที่ตามเหตุและปัจจัย บุญนั้นจะส่งผลให้เราอัศจรรย์ใจแน่นอน มีตัวอย่างมามากมาย

 

ผู้รับนั้นบริสุทธิ์ คือ ผู้รับนั้นยิ่งมีศีล เป็นคนดี บริสุทธิ์ มีความชอบธรรมมากเท่าใด บุญที่เราให้ก็จะเกิดผลมากขึ้นเท่านั้น ผู้รับที่บริสุทธิ์มาก เรียกว่า เป็นคนที่มีเนื้อนาบุญสูง สิ่งเหล่านี้เป็นเคล็ดลับ สำคัญที่จะทำให้เรามีความสุข ความเจริญ นำความร่ำรวยมาสู่ชีวิตได้ แบบยิ่งทำยิ่งรวยแน่นอน

ขอให้พึงสังเกตอะไรอย่างหนึ่ง คนรวยนั้นทำไมมักชอบทำบุญกับพระผู้ใหญ่ที่มีคนเคารพกราบไหว้มากมาย  ก็เพราะเขารู้ว่า ท่านเหล่านั้น เป็นผู้ที่มีเนื้อนาบุญสูง พระผู้ใหญ่เหล่านี้เมื่อรับทานมาแล้ว ท่านจะรีบไปสร้างบุญต่อ ทั้งสร้างโรงพยาบาล สร้างวัด หรือสิ่งที่เป็นสาธารณะประโยชน์ สงเคราะห์คนหมู่มาก บุญนั้นก็ออกดอก ออกผลมากขึ้น

และผู้ที่ทำทานก็จะได้บุญมากขึ้นๆ เพราะ ทุกคนที่มาใช้บริการนั้น เขาจะรู้สึกขอบคุณ มีการโมทนาบุญนั้นตลอดเวลา จากหนึ่งเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นหมื่นเป็นแสน เป็นล้านไม่รู้จบ ครูบาอาจารย์ท่านเรียกว่า บุญงอกออกมา

หลายคนบอกว่า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ท่านไหนมีเนื้อนาบุญสูง ท่านไหนบริสุทธิ์แค่ไหน ขอให้ดูที่วัตรปฏิบัติของท่านเป็นสำคัญ หรือถ้าไม่รู้ หรือไม่มีโอกาสได้ไปทำบุญกับท่าน แต่อยากได้บุญมากมีวิธีแบบง่ายๆ แต่ได้ผลเลิศ

ครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้ว่า  เวลาที่เราใส่บาตร ทำสังฆทานหรือทำบุญด้วยวิธีใดนั้น ขอให้อธิษฐานถวายแด่พระพุทธเจ้าไปเลย พระสงฆ์ที่ท่านกำลังรับนั้น ท่านเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ เราทำบุญกับพระพุทธเจ้าโดยตรง อานิสงส์ของบุญนั้นจะมากมายขนาดไหน ลองนึกเอา

นอกจากตัวเราเองเป็นผู้ทำบุญแล้ว การที่เราเป็นผู้ที่ชอบชักชวนผู้อื่นให้ทำบุญนั้น ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้มีบุญมาก และร่ำรวยมากขึ้นได้เพราะการชักชวนผู้อื่น กลายเป็นเครือข่ายของกัลยณามิตร ที่จะช่วยส่งเสริมกันและกันในทางดีทุกวิธีทาง

พระพุทธเจ้า ท่านตรัสสอนไว้ ในเรื่องของการทำบุญไว้ว่า

“บุคคลใดทำบุญด้วยตนเอง ไม่ชักชวนคนอื่น ถ้าเกิดในชาติต่อไปจะร่ำรวยโภคสมบัติ แต่ขาดเพื่อน ขาดบริวารสมบัติ

ถ้าดีแต่ชักชวนเขาไม่ทำเอง ชาติต่อไป มีเพื่อนมาก แต่ตัวเองจน

ถ้าทำบุญด้วยตนเองด้วย ชักชวนผู้อื่นด้วย รวยด้วย มีพรรคพวกมากด้วย”

อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว ลองพิจารณาดูก็ได้ว่าเป็นจริงหรือไม่ ลองสังเกตคนที่อยู่รอบๆ ตัวเราว่าเป็นอย่างที่พระพุทธองค์ ได้ทรงตรัสเอาไว้หรือไม่

ประเภทรวย แต่ไม่มีเพื่อนเคยเห็น เคยได้ยินได้เห็นมาหรือไม่

ประเภทเพื่อนเยอะ แต่จนแสนจน มีหรือไม่

ประเภททั้งรวย ทั้งมีเพื่อนมากมาย ทำอะไรทีก็มีคนมาช่วย เพราะรู้จักคนเยอะ

ในบรรทัดสุดท้ายนั้นสำคัญมาก ขอให้เราลองมาพิจารณากันดู ถ้าทำบุญด้วยตนเองด้วย ชักชวนผู้อื่นด้วย รวยด้วย มีพรรคพวกมากด้วย เรื่องนี้นั้นสำคัญมาก เพราะสายใยแห่งบุญที่เชื่อมคนที่ทำบุญร่วมกันมานั้น จะทำให้การทำงานใดๆ การค้าขายใดๆ นั้นสำเร็จได้โดยง่าย เพราะมีบุญกลุ่มหนุนนำอยู่

เปรียบเหมือนกับกระแสน้ำ ถ้าไหลมาจากที่เดียวนั้น อาจจะมีพลังน้อย แต่ถ้าไหลมาจากหลายสายรวมกัน ก็จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ไม่มีใครต้านทานได้ วิบากกรรมไม่ดีที่มีกำลังน้อยกว่า ไม่มีทางต้านได้เลย เมื่อไม่มีอุปสรรคขัดขวาง งานที่ทำนั้นก็เกิดผลดีได้ง่ายดาย

ในบริษัทใหญ่หรือองค์กรใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในการทำมาค้าขายนั้น ขอให้สังเกตกันเถอะว่า คนในบริษัทนี้ชอบทำบุญกันทั้งนั้น เวลาไปทำบุญกันทีจะไปหรือทำกันเป็นหมู่คณะ บุญที่ได้จึงเป็นบุญกลุ่มที่ใหญ่และส่งผลได้มาก อานิสงส์บุญนั้นเป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ทำให้บริษัทหรือองค์กรนั้น เจริญขึ้นแบบรวดเร็ว รวยเอาๆๆ

เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้วว่า เราควรสร้างบุญอย่างใดดี ก็เร่งพิจารณาเอาเองว่า ถ้าอยากจะเป็นคนรวย มีความสุข มีพวกพ้องมากมาย ทำอะไรก็สำเร็จตามที่ตนนั้นปรารถนา ควรทำบุญด้วยของที่ดี ทำทานให้ครบทั้ง 3 ประการและชักชวนคนอื่นมาร่วมสร้างบุญด้วยกัน

อยากจะเป็นคนที่มีความสุขและร่ำรวยตลอดกาล ต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน  เป็นคนดี หมั่นสร้างบุญกุศล เรื่องของกรรมเก่า ชาติเก่านั้นเราไม่มีทางรู้ได้ว่าเราไปทำอะไรมาบ้าง และจะต้องไปตามแก้กันอย่างไร

ซึ่งที่จริงแล้ว กรรมนั้นแก้ไม่ได้ เพราะมันเกิดขึ้นแล้วต้องส่งผลแน่นอน ที่บอกกันว่าไปแก้กรรมนั้น เป็นเรื่องเข้าใจกันผิดๆ และเป็นการเล่นคำที่ทำให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย

ขอให้เข้าใจด้วยว่า ที่บอกว่าแก้กรรมได้ ในความเป็นจริงก็คือ การไปขออโหสิกรรมเพื่อให้กรรมนั้นยุติการส่งผลหรือเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา  เมื่อเจ้าหนี้หรือเจ้ากรรมนายเวรเขาพอใจได้รับการชดใช้หรือใจดี เพราะเห็นเราสำนึกผิด ทำความดี ทำบุญไปให้เขา เขาก็ยกโทษหรือลดโทษให้

แต่ยังคงได้รับเศษเวรเศษกรรมอยู่ดี จากที่น่าจะตายก็เหลือเพียงแขนหัก ขาหัก น่าจะไฟไหม้หมดตัว ก็เหลือเพียงไหม้แค่ห้องครัว น่าจะต้องสูญเสียคนที่รัก ก้เหลือเพียงเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

กรรมบางกรรมที่ไม่ใช่กรรมหนักนั้น ชาตินี้อาจจะไม่ส่งผลเลยก็ได้ ที่ไม่ส่งผลนั้นในชาตินี้ มีหลายสาเหตุ แต่ที่แน่ๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า บุญใหม่ที่เราทำในชาตินี้ มีอานิสงส์ มีกำลังมากกว่า ทำให้วิบากกรรมเก่าที่ไม่ดีส่งผลไม่ได้หรือที่เรียกว่า สร้างบุญใหม่หนีกรรมเก่านั่นแหละ

ขอให้คิดว่า ชาติเก่าเป็นอย่างไรก็ช่างมันเถอะ เราไม่รับรู้แล้ว มันจบไปแล้วไปแก้ไขอะไรไม่ให้มันเกิดไม่ได้แล้ว   เอาชาตินี้ ชาติที่เห็นกันชัดๆ ดีกว่า อย่ายอมจำนนต่อกรรมเก่า เร่งสร้างกรรมดี สร้างบุญ ให้ส่งผลให้เห็นกันเลยในชาตินี้ จงจำไว้เสมอว่า

 

คนมีบุญเท่านั้นที่จะรวยได้เท่านั้น 

 

Read Full Post »

ห้อยพระตามปีเกิด

นอกจากตำราห้อยพระให้ถูกโฉลกตามวันเกิดแล้วยังมีตำราห้อยพระตามปีเกิดด้วย เพราะเชื่อกันว่า คนที่เกิดในปีไหนนั้นจะมีนิสัยและกรรมที่ติดตัวมา การห้อยพระให้ถูกโฉลกจะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลสู่ชีวิตอีกทางหนึ่ง แต่มีข้อพิจารณาข้อหนึ่งที่อยากจะเรียนให้ทราบคือ การห้อยพระตามปีเกิดนั้น ต้องดูที่นิสัยตัวเองเป็นหลักด้วย
ห้อยพระตามปีเกิด

เช่น ถ้าเป็นคนใจร้อนก็ต้องเลือกพระที่มีพุทธคุณที่เย็น ถ้าใจเย็นจนเกินไปก็ต้องเลือกพระที่กระตุ้นให้ตื่นบ้าง ถ้าเป็นคนชอบทางวัดทางวาอยู่แล้วก็หาพระที่มีพุทธคุณด้านวิปัสสนา กรรมฐาน มาช่วยเสริม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่อน การเสนอแนะนี้เป็นเพียงจากศาสตร์โบราณที่ถ่ายทอดมา

 

ผู้ที่เกิดปีชวด

-จุดแข็ง คนเกิดปีชวดมักเป็นผู้มีเสน่ห์ มีความกระฉับกระเฉง ร่าเริง ขยันขันแข็ง แต่รักษามาดให้ดูดีมีเกียรติในสังคม แต่งกายดี เป็นผู้ที่มีความสามารถในการจัดการธุรกิจ มีความมานะอุตสาหะ เป็นที่รักใคร่ของเจ้านายและเพื่อน ๆ มีความรู้ความสามารถรอบตัว รักที่จะใฝ่ศึกษาหาความรู้ พูดจามีเหตุผลน่าเชื่อถือ กล้าที่จะลงมือทำการใหญ่ แต่ไม่ชอบประจบสอพลอ ไม่ชอบหยุดนิ่ง

 

– จุดอ่อน เป็นคนใจร้อนหากมีอะไรที่ดูขัดอารมณ์ อาจจะระเบิดออกมาจนทำให้งานและสิ่งรอบข้างเสียไปได้ ในบางครั้งยึดถือความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ใจคอยังไม่ค่อยจะหนักแน่น หากใจลอยเกินไปจะทำให้ขาดความละเอียดรอบคอบในการทำงาน ทำอะไรแบบหัวชนฝา ทะเยอทะยาน มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว กล้าที่จะตัดสินใจเสี่ยงสำหรับเดิมพัน

 

ข้อแนะนำ

พระเครื่องที่ควรแขวนคือ พระปางป่าเลไลย์ ที่เป็นเนื้อผงหรือเนื้อโลหะที่จะทำให้ใจนิ่งลงได้ เป็นพระที่ผ่านการทดสอบของไฟและความร้อน ความเย็นจนเป็นรูปที่ถาวร

ผู้ที่เกิดปีฉลู

-จุดแข็ง คนที่เกิดปีนี้ เป็นผู้ที่มีความหนักแน่น ขยันขันแข็ง ทะเยอทะยาน ประหยัด จริงจัง มั่นคง พูดจาเชื่อมั่นในความคิดของตนเอง รักการศึกษาเรียนรู้ สามารถเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีอารมณ์สนุกสนานคะนอง ฉลาดรอบรู้ทันคน มีศิลปะในการพูด

เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบในงานที่ทำมาก เมื่อลงมือจะทำงานใดก็ต้องทำจนกว่า

จะลุล่วงประสบผลสำเร็จ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี สนใจเรื่องราวความเป็นไปของผู้อื่น เป็นคนที่เชื่อถือได้

-จุดอ่อน เป็นคนมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่าย ภายนอกอาจดูว่ามีท่าทีงามสง่าเยือกเย็น แต่อารมณ์ภายในพร้อมที่จะระเบิดออกมาทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า เป้นคนอยู่ไม่นิ่ง ไม่ชอบงาน

 

ข้อแนะนำ

พระเครื่องที่แนะนำให้แขวน ควรเป็นพระที่ทำให้มีสติอยู่กับตัวตลอด พระที่มีชื่อเกี่ยวกับความมั่นคงหรือสงบเย็น เช่น หลวงปู่ศุข หลวงปู่มั่น หลวงปู่คง เพราะจะเป็นเคล็ดทำให้มีความมั่นคงกับชีวิตและการเงิน

ผู้ที่เกิดปีขาล

-จุดแข็ง คนเกิดปีขาลเป็นผู้ที่มีความมั่นใจในตัวเอง ใจกล้า ตรงไปตรงมา ให้คำแนะนำที่ดีได้ ชอบใช้ชีวิตอิสระแสนสันโดษ มีความสุขที่ได้ท่องเที่ยวไปอย่าง อิสระ และเหมือนเสือที่ชอบออกล่าเหยื่อเยี่ยงเสือเพียงลำพัง เป็นคนใจกว้าง มีจิตใจโอบอ้อมอารีเพื่อนและบริวารจึงเยอะ เป็นผู้มีใจบุญสุนทาน ไม่เอาเปรียบผู้อื่นและไม่ยอมที่จะให้ผู้อื่นมา เอาเปรียบตน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีสติปัญญาดีสามารถทำความเข้าใจในระบบแบบแผนต่างๆ ได้ดีและได้เร็ว

 

-จุดอ่อน เป็นคนแข็งนอกและแข็งใน บ้าบิ่น กล้าได้กล้าเสีย พร้อมที่จะเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในทุกเรื่องราว อ่านเดาใจได้ยาก ด้านอารมณ์เป็นผู้ที่มีความร้อนแรงในเรื่องความรักและกามารมณ์ แต่ไม่ชอบการผูกมัด ไม่ชอบให้ใครมาแสดงถึงความเป็นเจ้าของ เอาแต่ใจตนเอง ชอบวางอำนาจ

ข้อแนะนำ

พระเครื่องที่ขอแนะนำนั้น ควรแขวนพระที่หล่อหลอมด้วยไฟเพื่อเสริมพลัง จะเป็นพระกริ่งที่ผ่านการหล่อเหลอมด้วยไฟแรงเท่าไรยิ่งดีและพระที่เด่นในเรื่องของอำนาจ วาสนา บารมีเพื่อเสริมให้รุ่งเรืองแบบยั้งไม่หยุด

ผู้ที่เกิดปีเถาะ

-จุดแข็ง คนเกิดปีเถาะเป็นผู้ที่มีความสงบเสงี่ยม มีความคิดแบบอนุรักษ์นิยม มีความสามารถทางศิลปะสูง และการเจรจา รู้จักกาละเทศะ เป็นคนปากกับใจตรงกัน พูดจาตรงไปตรงมา ไม่ชอบพูดเอาอกเอาใจใคร กล้าพูดกล้าทำ ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ทำงานด้วยความละเอียดรอบคอบ แต่จะทุ่มเทให้เฉพาะกับงานที่พอใจอยากจะทำ ชอบความสามัคคีปรองดองในหมู่คณะ เป็นผู้มีเสน่ห์และผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือค้ำจุน

-จุดอ่อน เป็นคนใจอ่อน โกรธง่ายหายเร็ว ชอบต่อต้านกับสิ่งที่จะทำให้ตนเองต้องมีอาการเจ็บปวดทางอารมณ์ ไม่ชอบการโต้เถียง เก็บความลับไม่เก่ง  ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ชอบให้ผู้อื่นหยิบยืมเงินทองข้าวของเครื่องใช้ ทำบุญกับคนไม่ค่อยขึ้น ชอบอาสาทำงานให้ผู้อื่นชีวิตจึงค่อนข้างจะเหนื่อยหน่อย

 

ข้อแนะนำ

พระเครื่องที่ขอแนะนำนั้น ถ้าใจรักทางค้าขายควรแขวนพระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงไก่หางพวง เพราะจะทำให้รวยเร็วเพราะเก่งในเรื่องงาน เรื่องการเจรจาอยู่แล้ว และควรบูชาพระพิฆเนศด้วยเพราะให้ท่านอวยพรในเรื่องการงานให้ราบรื่น

 

ผู้ที่เกิดปีมะโรง

-จุดเด่น คนเกิดปีมะโรงเป็นผู้ที่มีความกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง ทะเยอทะยานนิสัยเปิดเผย ใจคอกว้างขวางบุคลิกลักษณะองอาจผึ่งผาย มีความซื่อสัตย์ สุจริต รักษาคำพูด เป็นนักธุรกิจที่ยึดเอาจรรยาบรรณเป็นที่ตั้ง ชอบการแข่งขันเพื่อที่จะทำให้ได้แสดงผีมือออกมาอย่างเต็มที่ ไม่หวั่นไหวกับความยากลำบาก เป็นนักเจรจาคารมคมคาย มีความสามารถในการพูดโน้มน้าวจิตใจคน

 

-จุดอ่อน เป็นคนขี้ใจน้อย และชอบอวดตัวถ้าไม่ระวังจะเกินงาม เรียกร้องบังคับให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม หรือชอบเจ้ากี้เจ้าการคนอื่น ทำอะไรตามอารมณ์จนดูเหมือนเป็นคนไม่มีจุดยืน หัวแข็งมุ่งเอาชนะ ไม่หวั่นไหวกับความยากลำบาก มีความหุนหันพลันแล่นที่ทำให้ชีวิตต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้นอยู่เสมอ เป็นคนดุ โมโห ฉุนเฉียวง่าย ขี้งอน เชื่อคนง่าย ครบสูตร

 

ข้อแนะนำ

พระเครื่องที่ขอแนะนำนั้น ควรแขวนพระที่มีพลังซ่อนเร้นเช่น พระหูยาน พระนาคปรกลพบุรี พระยอดขุนพล หรือพระที่แสดงอิทธิปาฏิหาริย์เพื่อให้ท่านช่วยอวยพรไม่ให้ชีวิต การงาน การเงินผิดพลาดได้

ผู้ที่เกิดปีมะเส็ง

-จุดเด่น คนเกิดปีมะเส็งเป็นผู้ที่มีอารมณ์เย็น สุภาพอ่อนน้อม เป็นคนฉลาดหลักแหลม มีความคิด

ลุ่มลึก ขยันหมั่นเพียร ใฝ่หาความรู้ มีความละเอียดรอบคอบ เข้าใจผู้อื่น ดูน่ารักอบอุ่นดี กิริยามารยาทเรียบร้อย แต่งกายดี พูดจาไพเราะชวนฟัง มีมนุษยสัมพันธ์ดีไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวของผู้อื่น และก็ไม่ชอบให้ผู้อื่นมายุ่งเกี่ยวกับตน ชอบพึ่งพาช่วยเหลือตนเอง ทำทุกสิ่งทุกอย่างตามความพอใจที่อยากจะทำ

 

-จุดอ่อน เป็นไว้ตัว จนหลายคนบอกว่าเป็นคนเดาใจยากภายนอกดูสงบเยือกเย็น แต่ภายในแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ ไม่ชอบและไม่ยอมให้ใครมาดูถูกหยามน้ำใจ ขี้หึงหวง เป็นคนหัวอ่อนมักถูกจูงใจให้เปลี่ยนแปลงความคิดคล้อยตามผู้อื่นได้ง่าย เบื่อง่าย บางทีก็ขี้โอ่

 

ข้อแนะนำ

พระเครื่องที่ขอแนะนำนั้น ควรแขวนพระที่มีอัครสาวกอยู่ด้วย หรือพระเจ้าห้าพระองค์ หรือพระสิวลี พระอุปคุต พระสังกัจจายน์

ผู้ที่เกิดปีมะเมีย

-จุดเด่น คนเกิดปีมะเมียเป็นผู้ที่มีไหวพริบดี มีปัญญาฉลาดหลักแหลมเข้าขั้นอัจฉริยะ ให้ความเป็นมิตรอย่างอบอุ่น มีเสน่ห์ ร่ำรวยอารมณ์ขัน ไม่ชอบการหยุดนิ่ง คิดเร็ว พูดคล่อง ชอบทำตัวเด่นให้เป็นจุดสนใจของผู้อื่น อารมณ์สนุกสนาน ใครได้เข้าใกล้จะรู้สึกมีความสุข ชอบทำอะไรให้สำเร็จด้วยตนเอง และชอบให้คำปรึกษาแนะนำสั่งสอนผู้อื่น ทำงานเร็ว

 

– จุดอ่อน เป็นคนเบื่อง่าย ไม่ชอบทำอะไรที่ซ้ำซากจำเจ มีจิตใจที่เด็ดเดี่ยว ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตนเองสนใจ เมื่อหมดความสนใจก็จะโยนทิ้งไปเสียง่าย ๆ จึงไม่ถนัดงานประเภทที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ชอบอยู่กับที่ ไม่ชอบการเดินทางไปไหนมาไหน คิดฝันอะไรที่เกินตัว การศึกษาเรียนรู้สิ่งต่างๆ เป็นคนใจเร็วด่วนได้ จึงมักไม่ค่อยได้อะไรไป

 

ข้อแนะนำ

พระเครื่องที่ขอแนะนำนั้น ควรแขวนพระปิดตาเพราะเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงกลมเกลียว ให้มีใจเด็ดเดี่ยวมากขึ้น

ผู้ที่เกิดปีมะแม

-จุดเด่น คนเกิดปีมะแมเป็นผู้ที่มีความจริงใจต่อผู้อื่น เป็นคนที่รู้ว่าอะไรเหมาะอะไรควร มีพรสวรรค์มากสำหรับงานศิลปะ จึงถนัดกับงานที่ต้องใช้ความคิดเป็นเครื่องสร้างสรรค์รักและมักมีชีวิตที่ต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เป็นศิลปะ วัฒนธรรม และจะได้พบกับเพื่อนที่ดีตามมีกิริยามารยาทที่ดูสุภาพเรียบร้อย กระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว เก็บความรู้สึกเก่ง มักมีโชคดีในการพนัน เป็นคนมีเสน่ห์ทางเพศ

-จุดอ่อน เป็นคนปากแข็ง ไม่ยอมรับผิด โต้เถียงแบบดันทุรังก็ทำ มักจะคาดเดาเหตุการณ์ได้ไม่ถูกต้องนัก ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำสิ่งใดซึ่งดูเหมือนจะเต็มที่ แต่ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ที่ได้ออกมามักจะดูไม่ค่อยเข้าท่านัก ประเภททำงานหนักแต่ไม่ได้ผลดี เป็นคนเงียบ ๆ มักจะขี้กลัว และมองโลกในแง่ร้ายเกินจริง วิตกกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง จนกลายเป็นคนช่างกังวล จนเรียกได้ว่าคิดมาก จะรักคนยาก

 

ข้อแนะนำ

พระเครื่องที่ขอแนะนำนั้น ควรแขวนพระปางปฐมเทศนาหรือมีรูปธรรมจักรอยู่ด้วย เพื่อหนุนให้คำพูดของท่านมีความหนักแน่น และพระที่เด่นทางพุทธคุณรอบด้านเช่น พระสมเด็จ พระรอด เป็นต้น

ผู้ที่เกิดปีวอก

-จุดเด่น คนเกิดปีวอกเป็นผู้ที่มีไหวพริบ ฉลาดหลักแหลม เรียนรู้อะไรได้เร็ว มีเทคนิคความสามารถเฉพาะตัว มีความกระตือรือร้น และมีความยืดหยุ่นช่างจดจำ มีความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่าง ๆ มีอารมณ์ขัน ลูกเล่นแพรวพราว ชอบใฝ่หาความสุขแบบง่าย ๆ มีความใฝ่อันแรงกกล้าที่จะปีนป่ายเพื่อที่จะขื้นไปสู่จุดที่สูงสุดของชีวิต รักครอบครัว มองโลกในแง่ดี

-จุดอ่อน มักเป็นคนที่มักไม่เก็บความลับ ยิ่งถ้าเมาจะบอกคนอื่นหมดทุกเรื่อง มีสมาธิสั้น และมีเล่หืเหลี่ยมพอสมควร ชอบที่หาวิธีการที่จะใช้บันไดให้สั้นกว่าคนอื่น ออกจะค่อนข้างใจร้อน ไม่ชอบการนั่งอยู่กับที่เฉย ๆ ซุกซนไปโน่นมานี่ตลอดเวลา

 

ข้อแนะนำ

พระเครื่องที่ขอแนะนำนั้น ควรแขวนพระปางลีลา หรือพระที่อยู่ซุ้มทุกแบบ จะถูกโฉลกมากเพราะท่านจะอวยพรให้สงบและนิ่งจนเกิดปัญญาและนำไปสู่การมีทรัพย์ เกิดโชคลาภได้

ผู้ที่เกิดปีระกา

-จุดเด่น คนเกิดปีระกาเป็นนักคิด เป็นผู้ที่มีความฉลาดเฉลียว กล้าหาญ มีไหวพริบรู้เท่าทันคน บุคลิกท่วงท่าดูสง่างาม เป็นปัญญาชนชอบการถกเถียงด้วยปัญญาเหตุผล เป็นผู้ที่มีความละเอียดรอบคอบ แต่บางครั้งก็ทำให้เป็นผู้ที่มีเรื่องราวต่าง ๆ มากเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ หากต้องการจะรู้เรื่องราวอะไร ก็จะต้องไขว่คว้าหามาให้รู้ให้จงได้ เป็นคนยุติธรรมตรงไปตรงมาไม่ชอบการเอารัดเอาเปรียบใคร และไม่ชอบให้ใครมาเอารัดเอาเปรียบตน

 

-จุดอ่อน ออกจะเป็นคนที่ชอบคิดเล็กคิดน้อย บางครั้งเลยทำให้เรื่องเล็ก ๆ กลายเป็น

เรื่องใหญ่ได้ เป็นคนสำรวย จึงขาดความมุ่งมั่นพยายามที่ดี ที่สำคัญมีความหยิ่งในศักดิ์ศรีมากเกินกว่าที่จะยอมรับในสิ่งที่เป็นจุดอ่อนด้อยหรือเป็นความผิดพลาดของตนเอง ดูจริงจังมากเกินไป และด้วยความที่เป็นคนขี้ระแวงสงสัย โกรธง่ายหายเร็ว แต่เวลาโกรธมักควบคุมตัวเองไม่อยู่

 

ข้อแนะนำ

พระเครื่องที่ขอแนะนำนั้น ควรแขวนพระปางสมาธิ และเป็นพระองค์ใหญ่หน่อยเช่น พระสมเด็จ พระขุนแผน เป็นต้น

ผู้ที่เกิดปีจอ

-จุดเด่น คนเกิดปีจอเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญ เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ บุคลิกท่าทางเปิดเผย ประกาศจุดยืนของตนให้เห็นชัด ตรงไปตรงมา ไม่เคยเห็นแก่ตัว จะคิดถึงผู้อื่นไว้ก่อนเสมอ มีคุณธรรม พร้อมที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิทั้งของตนเองและผู้อื่น โดยปกติก็จะมี

กิริยานุ่มนวล มากด้วยมารยาท

 

-จุดอ่อน มักเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมากออกจะดื้อรั้น อุปนิสัยแบบขวานผ่าซาก โมโหร้าย ไม่ให้ความสนใจกับคนที่เข้ากันไม่ได้ หรือไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจ จึงเกิดความคิดแบบอคติได้ง่าย ๆ และยังขี้วิตกกังวล กลัวแบบมองโลกในแง่ร้ายเกินไป อารมณ์เปลี่ยนแปลงเร็ว บางครั้งก็ดูเพี้ยน ๆ ไป ไม่ชอบให้ใครมาวิพากษ์วิจารณ์ตน ทำงานไม่ค่อยเป็นระเบียบ ไม่ชอบเดิน การเดินทางต้องใช้พาหนะ เก็บความสนใจในเรื่องความรักและกามารมณ์ไว้ร้อนลุ่มอยู่ภายในจิตใจ

 

ข้อแนะนำ

พระเครื่องที่ขอแนะนำนั้น ควรแขวนพระที่ทรงอิทธิฤทธิ์ เช่น พระตรีกาย พระปางปาฎิหาริย์ หรือพระนางพญา พระซุ้มกอ

ผู้ที่เกิดปีกุน

-จุดเด่น คนเกิดปีกุนเป็นผู้ที่นิสัยน่ารัก ใจดี มีท่าทีที่เป็นมิตร มีจิตใจเมตตา มีความกรุณาปราณี ไม่ชอบการแข่งขันชนิดเอาเป็นเอาตาย คน เป็นคนรักครอบครัว พี่น้อง เพื่อนฝูงญาติมิตรใจบุญสุนทาน มีจิตใจเสียสละ ชอบทำงานที่อุทิศแรงกายแรงใจเพื่อส่วนรวม ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย

 

-จุดอ่อน เป็นคนมีนิสัยอ่อนโยน จนคล้ายว่าเป็นคนไม่สู้ แต่ภายในแอบแฝงไว้ด้วยความที่เป็นคนฉลาดเหมือนคมในฝัก จนอาจจะพลาดโอกาสสำคัญในชีวิต ชอบทำตัวให้เป็นจุดเด่นหรือศูนย์กลางที่มีผู้อื่นมาสนใจ ชอบอาสารับใช้ผู้อื่นจนไม่ค่อยมีเวลากับอนาคตตัวเอง

 

ข้อแนะนำ

พระเครื่องที่ขอแนะนำนั้น ควรแขวนพระปางลีลา เป็นหลักเพราะเป็นพระที่ถูกกับโฉลก แขวนแล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในชีวิต งานที่ทำจะทำให้มีคนหนุนนำและเห็นคุณค่า

 

Read Full Post »

การห้อยพระให้ถูกโฉลกนี้เป็นเคล็ดโบราณ เพื่อเสริมดวงชะตาและปรับดวงชะตาที่อ่อนให้ดีขึ้น จากอ่อนให้เป็นแข็ง จากที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น การห้อยพระนั้นไม่ว่าจะเป็นพระแบบใดดีทั้งนั้น แต่จะดียิ่งขึ้นถ้าเรารู้เคล็ดเหล่านี้ สิ่งที่ต้องการและปรารถนาในชีวิตไม่ว่าหน้าที่การงาน เงินทอง โชคลาภ และช่วยในการแคล้วคลาดป้องกันภัยอันตายทุกประการ
ห้อยพระถูกโฉลก ห้อยพระเป็น ดวงดีไม่มีตก

ตามหลักโหราศาสตร์จริงๆ นั้นท่านถือลัคนาวัน (ดาวเจ้าเรือนราศีเกิด) ตามภพและดาวเจ้าเรือนที่ลัคนาเกิดไปอยู่ด้วยเป็นตัวตนของเจ้าของชะตา (ที่เรียกว่า ตนุลัคน์) ดังนั้นจะวันเกิดหรือลัคนาวันเกิดหรือตนุลัคน์ ก็สามารถที่จะใช้ได้ทั้งนั้น และการห้อยพระให้ถูกโฉลกนั้นจะช่วยเสริมดวงชะตาให้ดีขึ้น

 

เคล็ดสำคัญ

พระเครื่องที่แนะนำในบทนี้ เป็นการแนะนำแบบอาศัยพื้นฐานดวงเท่านั้น แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรเลือกห้อยพระครบทุกด้านทั้งเมตตามหานิยม เสริมอำนาจบารมี แคล้วคลาด เรียกเงินทองเสริมทรัพย์ ฯลฯ ประกอบกันทั้งจากปีเกิดและวันเกิด รวมถึงอาชีพด้วย เพราะอาชีพทุกอาชีพนั้นต้องการเสริมพลังศักดิ์สิทธิ์แตกต่างกัน เช่น คนเกิดปีเถาะ เกิดวันพุธกลางคืน อาชีพอิสระหรือค้าขาย ก็ต้องหาพระเครื่องที่เด่นด้านเมตตา ด้านโชคลาภ เช่น หลวงพ่อปาน พิมพ์ไก่หางพวง ถ้าทำอาชีพรับราชการก็เป็นหลวงพ่อปาน พิมพ์หนุมานใหญ่ หรือพิมพ์ขี่ครุฑ พระสมเด็จทุกพิมพ์ เป็นต้น

 

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

ผู้ที่เกิดในตำแหน่งดาวอาทิตย์เป็นคนมีความมาดมั่น ว่องไว แต่มักฉุนเฉียวง่าย ตัดสินใจขาดความยั้งคิด เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้า ทะเยอทะยานสูง ชีวิตในวัยเด็กไม่ค่อยอบอุ่นสุขสบายนัก แต่เมื่อเติบโตแล้วจะมีฐานะมั่งคั่ง ด้วยความเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ

แต่ให้ระวังเรื่องการใช้สอยเพราะเป็นคนใจกว้างอย่างนักเลง ชอบช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าตนเอง เป็นคนรักเพื่อนฝูงมาก จริงใจประเภทถึงไหนถึงกัน แต่ไม่ค่อยได้ความจริงใจตอบเพราะทำคุณกับใครไม่ขึ้น อุปนิสัยอารมณ์ร้อน โกรธง่ายหายเร็ว สุภาพอ่อนโยน คล่องแคล่ว ชอบพบปะผู้คน พูดจาดีมีหลักการ ใจอ่อนรักหลงคนง่าย ค่อนจะเจ้าชู้แต่รักใครแล้วจะทุ่มเทสุดชีวิต ชอบเดินทางท่องเที่ยวผจญภัยควรระวังเรื่องความใจร้อน เรื่องความหูเบาเชื่อคนง่าย และเรื่องหน้าใหญ่ใจโต ซึ่งอาจจะสร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัว
คนเกิดวันอาทิตย์ควรระวังเรื่องความใจร้อน เรื่องความหูเบาเชื่อคนง่าย และเรื่องหน้าใหญ่ใจโต ซึ่งอาจจะสร้างศัตรูโดยไม่รู้

ประกอบดับดวงอาทิตย์เป็นตำแหน่งลักขณาที่มีอำนาจอยู่ในตัว พระเครื่องสำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ควรอาราธนาเพื่อความเป็นสิริมงคลนั้น ควรจะเป็นพระพิมพ์ที่ผ่านความร้อนจากไฟ เนื่องจากจะช่วยหนุนธาตุประจำตัว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งควรเป็นพระปางมารวิชัย เนื่องจากเป็นพระพิมพ์ที่พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะพญามารเนื่องจากเจ้าชะตาผู้เกิดวันอาทิตย์ เป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจประกอบอาชีพจึงมีศัตรูหรืออริค่อนข้างจะมาก บางทีไม่รู้ตัวว่ามีคนหมั่นไส้ด้วยซ้ำ

พระเครื่องที่เหมาะสำหรับผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ก็ควรจะเป็นพระที่มีพุทธคุณทางสร้างความร่มเย็น ปรองดอง สมานฉันท์ เพราะขาดในจุดนี้ ซึ่งน่าจะได้แก่ พระเนื้อดินที่ผ่านความร้อนโดยการเผาพิมพ์ปางมารวิชัย พระรอด ลำพูน , พระคง ลำพูน , พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง จังหวัดสุพรรณบุรี , พระหลวงพ่อโตกรุบางกระทิง พิมพ์มารวิชัย , พระกริ่งคลองตะเคียน อยุธยา ,พระกรุวัดตะไกร อยุธยา , พระกรุขรัวอีโต้ วัดเลียบ กทม. สำหรับคนที่เกิดวันอาทิตย์ พระคู่กายควรจะเป็น พระนั่งศิลปะแบบนั่งมารวิชัย ถือว่าเป็นดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นของครูบาอาจารย์ท่านใด ชอบเด่นทางไหนก็เลือกทางนั้น

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

ผู้ที่เกิดวันจันทร์ ส่วนมากมักจะเป็นคนชอบการต่อสู้และแข่งขัน เป็นคนที่มีเสน่ห์ และเป็นที่รักแก่คนทั้งหลาย เป็นคนประเภทโกรธง่ายหายเร็ว อ่อนน้อมช่างวิตกกังวล บางครั้งก็กังวลจนมากเกินไป แต่เวลาทำงานหรือรับปากใครก็จะทำให้แบบถวายหัวได้หรือทำเรื่องที่ไม่คาดคิดให้เห็นบ่อยครั้ง  งานที่ทำนั้นมักเป็นงานที่มีระเบียบมาก จนดูเหมือนเป็นคนจู้จี้จุกจิก เป็นคนใจน้อยอ่อนไหว บางคนคนอื่นไม่เข้าใจจึงทำให้ขาดอำนาจวาสนา และบริวารที่จงรักภักดีอย่างจริงใจ

พระเครื่องที่เหมาะสำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์ควรจะเป็นพระที่มาเสริมในจุดของอำนาจ วาสนา เนื้อพระทำด้วยตะกั่วแก่ ดีบุก ปรอท(ชินเงิน) ตะกั่วเดือน(ตะกั่วสนิมแดง) เช่น ตระกูลพระยอดขุนพล พระในชุดนี้โบราณท่านถือว่า เสริมบารมีในอำนาจยิ่งนัก อาทิเช่น พระร่วงหลังรางปืน จังหวัดสุโขทัย , พระร่วงหลังลายน้ำ จังหวัดลพบุรี , พระเชตุพน จังหวัดสุโขทัย ,พระพิจิตรข้างเม็ดกรุเขาพนมเพลิง , พระกรุวัดราชบูรณะจังหวัดอยุธยา ฯลฯ

สรุป สำหรับท่านที่เกิดวันจันทร์ พระคู่กายควรจะเป็นเนื้อชินหรือเนื้อโลหะต่างๆ  ถ้าเป็นพระกรุต่างๆ ได้ยิ่งดีเลิศเสริมชะตาวิชีวิตให้มั่นคงขึ้นไปอีก

ผู้ที่เกิดเกิดวันอังคาร

ผู้ที่เกิดเกิดวันอังคาร ท่านว่าเป็นคนมุทะลุดุดัน มักเจ้าอารมณ์โมโหง่าย โกรธเคืองขุ่นอันตราย แต่เป็นคนรักจริง เอาจริงเอาจังกับสิ่งที่ทำ ชีวิตมักจะขึ้นๆ ลงๆ เนื่องจากเป็นคนใช้เงินมือเติบ ควรอยู่ไกลถิ่นบ้านเกิดจึงจะก้าวไกลดีอุปนิสัยเป็นคนจิตใจกล้าหาญ ใจนักเลง มีบุคลิกที่ดูเหมือนก้าวร้าวเพราะพูดจาไม่อ่อนหวาน แต่พูดในทางผลประโยชน์ได้ดี พูดจาไม่เกรงใจใคร ทั้งที่จริงใจจึงไม่ค่อยมีเพื่อนแท้ อารมณ์ร้อนมีความอดทนสูงเป็นนักต่อสู้ทั้งใจและกายชอบงานอิสระที่ไม่ต้องใช้ความประณีต ควรระวังเรื่องใจร้อนจะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต แม้จะมีความตั้งใจในการทำการงาน ควรมีความยับยั้งชั่งใจในการใช้จ่าย และควรฝึกการวางแผนหรือเรียงลำดับความคิดให้ดี

พระเครื่องประจำตัวผู้ที่เกิดวันอังคารนั้นควรเป็นพระผงพุทธคุณ เนื่องจากเป็นพระที่มิได้ผ่านความร้อน อีกทั้งพุทธนุภาพขององค์พระจะช่วยให้จิตใจเยือกเย็นเป็นสมาธิ สามารถบรรเทาธาตุโทสจริตแห่งฤกษ์ชะตาวันเกิดได้ ดังนั้นพระเครื่องที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่เกิดวันอังคารนั้น จึงได้แก่พระเนื้อผงในตระกูลสมเด็จ อาทิเช่น พระสมเด็จวัดระฆัง , พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม , พระสมเด็จวัดเกศไชโย  รวมถึงพระผงคณาจารย์ต่างๆ เช่น พระปิสันธ์ วัดระฆัง พระวัดสามปลื้ม พระวัดท้ายตลาด  พระวัดพลับ พระผงวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ฯลฯ

สรุป สำหรับคนที่เกิดวันอังคาร พระคู่กายควรจะเป็นพระเนื้อผงต่างๆ เป็นดีที่สุดไปช่วยความร้อนในจิตใจ

ผู้ที่เกิดเกิดวันพุธ
ผู้ที่เกิดวันพุทธ นอกจากจะพึ่งพาญาติพี่น้องไม่ได้แล้วมักจะต้องเกื้อหนุนญาติพี่น้องด้วย ชีวิตไม่ได้อยู่ปรนนิบัติพ่อแม่ มักจะได้ดีในต่างถิ่น มักคบหาเพื่อนอายุมากหรือฐานะหน้าที่สูงกว่า เป็นคนฝักใฝ่เรื่องของศาสนา ถ้าบวชจะเด่นดังในวงการศาสนา ทำงานอื่นจะรุ่งโรจน์ได้กว่าทางค้าขายอุปนิสัยทั่วไปเป็นคนมีเสน่ห์ มีจิตใจและน้ำใจไมตรีดี พูดจาเปิดเผยตรงไปตรงมา รักและซื่อสัตย์ต่อเพื่อนฝูง ใจกว้าง ชอบเลี้ยงเพื่อนฝูงให้มีความสุข ชอบเรื่องบันเทิงใจไม่เคร่งเครียดกับชีวิต เป็นคนฝีปากกล้า ค้าขายคล่อง เดินทางเก่งและมักได้ลาภเสมอ แต่มักทำคุณคนไม่ขึ้นทำดีสิ่งใดมักไม่มีใครเห็น สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธนั้นแยกได้เป็นสองนัยคือ

-วันพุธกลางวัน เนื่องจากวันพุธเป็นฤกษ์แห่งการทำกินพระเครื่องที่เหมาะสมนั้น ควรเป็นพระประเภทลีลา หรือปางลีลาเสด็จกลับจากดาวดึงส์ มีความหมายแห่งความก้าวหน้า อาทิเช่นพระกำแพงเพชรลีลา พิมพ์ต่างๆ เช่น ลีลาเม็ดขนุน , ลีลาพลูจีบ , ลีลากลีบจำปา ,ลีลาเมืองสวรรค์ ชัยนาท ลีลายี่สิบห้าพระพุทธศตวรรษ พุทธมณฑล ฯลฯ

-วันพุธกลางคืน  ส่วนมากมักจะเป็นคนดื้อรัน ไม่ฟังใคร ไม่ยอมใครง่ายๆ แต่ถ้าบทจะเชื่อแล้วมักเชื่ออะไรง่ายและเชื่อคนผิดๆ คนไม่จริงใจด้วย แต่กับคนใกล้ชิดที่จริงใจกลับไม่เชื่อฟัง มีความรู้ความสามารถ มีความตั้งใจสูง เหมาะกับการประกอบอาชีพครูสอนศีลธรรม หรือวิชาช่าง วิชาเฉพาะจึงจะดี จะตั้งตัวได้เมื่ออายุมากแล้ว และมักจะทำบุญกับคนไม่ขึ้น

ที่สำคัญมักจะมีสัมผัสพิเศษ และมีลางสังหรณ์ มีประสบการณ์ด้านวิญญาณและเรื่องเหนือธรรมชาติสูงมากกว่าวันอื่นดังนั้น จิตใจฝักใฝ่ในเรื่องพระศาสนา การห้อยพระนั้นนอกจากพระเครื่องที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์มากเช่น  พระมหาจักริพรรดิเปิดโลกของหลวงปู่ดู พระพุทธโสธร พระหลวงพ่อปานพิมพ์ไก่หางพวง พระสมเด็จของหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระคำข้าว , พระหางหมาก ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำครับ ครบทุกทางทั้งเมตตา แคล้วคลาด โชคลาภ ค้าขาย

แล้วควรจะมีเครื่องรางของขลังเสริมดวงได้ป้องกันอาถรรพ์ต่างๆ ซึ่งจะสัมผัสได้ง่าย เช่น เบี้ยแก้ของหลวงปู่ศุข , ราหูอมจันทร์ หลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง ,ตะกรุดคณาจารย์ต่างๆ , ลูกอมผงพุทธคุณฯลฯ

สรุป สำหรับท่านที่เกิดวันพุธกลางวัน พระคู่กายคือ พระยืนปางลีลาต่างๆ  คนที่เกิดวันพุธกลางคืน พระคู่กายคือ พระที่มีความศักดิ์สิทธิ์สูงและเสริมด้วยพวกเครื่องรางแบบต่างๆ

ผู้ที่เกิดเกิดวันพฤหัส

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสนั้นเป็นผู้ที่มีปัญญา มีความรู้กว้างขวาง มีความยุตธรรมเที่ยงตรง ใจเอื้อเฟื้อแต่ไม่ยอมคน มักจะมีรูปร่างสง่างามทั้งชายและหญิง มีสติปัญญาดีฉลาดหลักแหลมเป็นเลิศ มีความละเอียดลึกซึ้งทำงานประณีต สนใจใฝ่หาความรู้สม่ำเสมอ พูดจาฉะฉานมีหลักการ เชื่อในความคิดของตัวเองจนไม่ค่อยยอมรับฟังคนอื่น โกรธง่ายหายเร็ว

เมื่อโต้เถียงกับใครอยากเป็นฝ่ายถูกแต่ไม่คิดจะเก็บมาเป็นอารมณ์ เพียงแค่อยากชนะเท่านั้น มีความมุ่งมั่น และตั้งใจสูงตัดสินใจแล้วยากที่จะเปลี่ยนแปลง มีความทะเยอทะทั้งชื่อเสียง เกียรติยศ และฐานะ จะวางแผนอย่างรอบคอบและอดทนรอคอยอย่างใจเย็น ต้องการชะตาชีวิตจะได้ดีมีเกียรติ มีทรัพย์ แต่จะมีทุกข์เรื่องเพื่อนฝูงหรือคู่ครอง เพราะเป็นคนเจ้าชู้ บริวารไม่ค่อยเชื้อฟัง ชะตาชีวิตต้อยคอยค้ำชูผู้อยู่รอบข้างเสมอ

พระพิมพ์ที่จะช่วยเสริมดวงวาสนา โบราณท่านว่า ให้หาพระในพิมพ์ พระปางเปิดโลก ท่านถือว่าเป็นพระแห่งปัญญา เหมาะสำหรับผู้ที่เกิดวันนี้เป็นที่สุด อาทิเช่น  กรุเตาเรียง จ.สุโขทัย พระร่วงเปิดโลกพิมพ์เม็ดทองหลาง จ.กำแพงเพชร ฯลฯ สรุป สำหรับท่านที่เกิดวันพฤหัสฯ พระคู่กายคือ พระยืนปางเปิดโลกเป็นดีที่สุด
ผู้ที่เกิดเกิดวันศุกร์

ผู้ที่เกิดวันศุกร์เป็นคนรักสวยรักงาม ชอบแต่งตัวแต่แต่งไม่ขึ้นนัก มักนิยมของงามของหรูหราโอ่อ่าค่อนข้างจะมีราคะจริตสูง ติดในสิ่งสวยงาม มักมีบุคลิกดี มีปากเป็นเอก คือพูดจาหวาน ช่างยกยอเอาอกเอาใจ ปลอบประโลมคนเก่ง มักเป็นคนขี้น้อยใจ จิตใจดี ใสซื่อ ไม่เคยคิดแค้นใคร ชอบพูดจากอ่อนน้อมถ่อมตน แต่เมื่อโกรธแล้วปากร้ายพูดให้คนเกลียดได้

มีความรู้ความสามารถโดดเด่น รักเพื่อนฝูง มีน้ำใจเมตตากรุณา ทำคุณคนไม่ขึ้น ไม่ทะเยอทะยาน ชอบชะตาชีวิตมักถูกคนรอบข้างเบียดเบียนพึ่งพาอาศัย แต่ตัวเองก็ยินดีช่วย ต้องทำงานที่ใช้พรสวรรค์จะได้ดีกว่าทางที่เล่าเรียนมา จะอาภัพคู่ครอง เป็นคนเจ้าชู้หมกมุ่นในโลกีย์ โดยทั่วไปมักไม่ตกยาก เพราะมีความรู้ดีและมีผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดูอยู่เสมอชีวิตสุขสงบ มั่นคง ปลอดภัย ไม่นิยมเสี่ยงโชคให้ระวังเรื่องความใจอ่อน และไม่ควรวางใจใครง่ายๆ

พระเครื่องที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์จึงควรเป็นพระปิดตาภควัมปติ เพื่อเป็นลักษณะอณุสติเตือนใจมิให้หลงในสิ่งต่างๆ และเสริมดวงโชคลาภวาสนา จะไหลมาอย่างที่คาดไม่ถึง เช่น พระภควัมปติ ของหลวงพ่อแก้ว จ.ชลบุรี พระภควัมปติของหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี พระปิดตาของหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ฯลฯ    สรุปสำหรับท่านที่เกิดวันศุกร์ พระคู่กาย ควรจะเป็นพระปิตตาในทุกพิมพ์ทุกครูบาอาจารย์  พระมหาอุตม์ แบบต่างๆ เป็นดีที่สุด

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

ผู้ที่เกิดวันเสาร์ท่านว่าคนกล้าแกร่งห้าวหาญ ใจนักเลงกล้าได้กล้าเสีย ใจกล้า บ้าบิ่น พูดจานุ่มนวลไม่เป็น พูดเสียงแข็ง ไม่มีหางเสียง หรือพูดน้อย มีครอบครัวใหญ่ มีญาติมากพี่น้องมาก มีความสุขุมรอบคอบ คิดถี่ถ้วนมากจนเป็นคนใจโลเลไม่เด็ดเดี่ยวหนักแน่น มีเพื่อนมากหลากหลายประเภทเพราะเป็นคนถึงไหนถึงกัน มีความอดทนดีแต่ไม่ชอบในจำเจสิ่งซ้ำซาก

เป็นคนอยากรู้อยากเห็น ชอบแสวงหาอะไรใหม่ ๆ และเป็นคนดื้อเงียบ ถือทิฐิ มีเลห์เหลี่ยมพอสมควร บางครั้งสนใจเรื่องตนเองมากไบจนเหมือนเห็นแก่ตัวชะตาชีวิตชอบอยู่อย่างเรียบง่าย ชอบงานที่ไม่ต้องเคร่งเครียด มักมีคู่มากแต่ไม่ใช่คู่แท้ ควรระวังเรื่องเพื่อนจะนำความเดือดร้อนมาให้ และหากเชื่อฟังคำเตือนของคนอื่นบ้าง ลดความห้าวหาญลง

พระเครื่องที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่เกิดวันเสาร์เนื่องจากคนที่เกิดวันเสาร์เป็นคนจริงจังเคร่งเครียดมาก จนชีวิตอาจจะวุ่นวายได้ พระพิมพ์ที่เสริมดวงสำหรับผู้ที่เกิดวันเสาร์นั้นควรจะเป็นพระที่ทำจากว่าน อันเป็นคุณลักษณะที่เย็นและบริสุทธิ์จากธรรมชาติเป็นหลัก เช่น   พระว่านหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ ปัตตานี , พระกำแพงว่านหน้ากอง หน้าเงินพระว่านจำปาศักดิ์ ประเทศลาว , พระมหาว่านขาว มหาว่านดำ สำนักเขาฮ้อ พัทลุง ฯลฯ  สรุป สำหรับท่านที่เกิดวันเสาร์ พระคู่กายควรเป็น พระเนื้อว่าน เป็นดีที่สุด

 

Read Full Post »

-การขอชมบารมีพุทธคุณ-อิทธิคุณพระด้วยวิชามโนยิทธิ
การจับพลังพระแบบต่างๆ

1. เดินจิตเข้าสู่มโนยิทธิ
2. นึกถึงพระ ขออนุญาต ท่านศึกษาพระบารมีในพระเครื่อง
3. เจาะรายละเอียดปลีกย่อยเช่น สร้างอย่างไร เพื่ออะไร ใครร่วมสร้าง มวลสารหลักอะไร
4. อาการเห็นมักออกมาเป็นภาพเป็นแสง บางทีจะรู้สึกถึงกำลังได้ บางทีก็เห็นเพียงแสงสีต่าง ๆและรัศมีความกว้าง
5. อยากศึกษาอะไรก็ถามพระและเดินจิตเอา
6. อุปาทานจะเกิดขึ้นได้ต้องพึงระวัง แต่ถ้าเพื่อศึกษาจริงๆ มักไม่พลาด ที่พลาดมักจะเป็นการดูเพื่อผลประโยชน์

2. ใช้วิชาภูติพระพุทธเจ้า  (ตามการเรียกของหลวงปู่ดู่) หรือวิชาเปิดโลก (ตามการเรียกเพื่อให้เกียรติของคณาจารย์) วิชาเปิดโลกก็มี 2 ระดับเช่นกัน คือแบบปกติกับแบบเต็มกำลัง ซึ่งแบบเต็มกำลังจะคลุมมโนยิทธิแบบเต็มกำลังและอภิญญาด้วย แต่เป็นอภิญญาฝ่ายบุญฤทธิ์ คือ สำเร็จด้วยการอธิษฐานบุญเป็นหลัก ที่ใช้กันและเผยแพร่กันเป็นสาธารณะเป็นวิชาเปิดโลกแบบปกติ

-การขอชมบารมีพุทธคุณ-อิทธิคุณพระด้วยวิชาภูติพระพุทธเจ้า(เปิดโลก)
1. ทำการขอขมาพระ(เช่น บทโยโทโส…)
2. น้อมจิตนึกถึงหลวงปู่ดู่ แล้วทรงภาพท่านให้ชัดเจน
3. น้อมจิตขอให้ท่านช่วยเปิดจิตให้ตนเองรู้ -เห็น- เข้าใจ ในพุทธคุณ-อิทธิคุณของพระเครื่องที่ต้องการขอชมบารมีนั้น เพื่อศึกษาไปสู่เข้าใจบวกศรัทธา  เร่งปฏิบัติ เป็นกำลังใจในการปฏิบัติไปสู่ความเข้าใจ เมื่อเข้าใจก็ปล่อยวาง
4. ลองกำพระนั้นดู จะมีอาการของพลังงานแล่นมาหากพลังน้อยจะแล่นแค่มือ หากพลังมากที่สุดจะแล่นถึงศรีษะหรือแล่นไปทั่วตัว
5. ทำการขอขมาพระเพื่อการปราศจากเวรภัยอีกครั้ง(โยโทโส….)
6. ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ทราบถึงพระบารมีอันไร้ประมาณ เพื่อให้ตระหนักว่า ดูแต่เพียงวัตถุที่สมมุติรูปลักษณ์แห่งพระพุทธองค์หรือพระสงฆ์ยังมีพลานุภาพเพียงนี้ แล้วพุทธองค์องค์จริง ๆ หรือสิ่งสูงสุดที่พุทธองค์ทรงอุตสาหะค้นหาทำบารมีมามากมายคณานับเพื่อการค้นพบ นั่นคือ พระธรรมคำสั่งสอนนั้น จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน

 

ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวสั่งสอนเสมอว่า ให้ค้นหาพระแท้ที่เป็นพระเก่าที่สุดคือ พระพุทธองค์ คำสั่งสอนพระพุทธองค์ นั่นคือ สิ่งที่จะทำให้เราเข้าสู่สวรรค์ พรหมโลกและพระนิพพานได้ ต่อให้จับพลังพระได้ มีพระเครื่องดี ๆเป็นหมื่น ๆ องค์ แต่ใจเรายังเข้าไม่ถึงพระ ใจเรายังไม่เป็นพระแล้ว

 

เราก็ยังไม่พ้นทุกขติภูมิไปได้

 

Read Full Post »

การเช็คพระหรือเช็คพลังพุทธคุณในทุกด้านนั้น มีหลายสำนักและหลากหลายวิธีการ ในหนังสือเล่มนี้จะขอยกตัวอย่างเป็นแนวทางของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา ที่มีวิธีการเช็คพลังพระซึ่งในหมู่ศิษย์เรียกกันเองว่า “เช็คพระ” และต้อง ขอขอบคุณ คุณตปสีโล สหายทางธรรมได้อนุญาตให้นำเสนอในเรื่องการจับพลังหรือเช็คพระนี้ได้ จึงเสนอมาให้อ่านคร่าว ๆ เพื่อประดับปัญญา สำหรับการจับพลังเท่าที่พอสืบค้นได้มีดังนี้
ปาฏิหาริย์พลังพุทธคุณของพระเครื่อง

วิธีการเช็คพลังพุทธคุณ

-วิธีการคือ ใช้มือขวาหรือทั้งสองมือแตะที่ภาพพระหรือกำหากเป็นพระเครื่อง หรือจับที่องค์พระหากเป็นพระพุทธรูปจากนั้นทำจิตให้นิ่ง และจะรู้สึกสัมผัสได้ถึงพุทธคุณที่ครูบาอาจารย์ท่านได้อธิษฐานไว้
หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา ท่านเคยเล่าเรื่องการปลุกเสกพระให้ศิษย์ท่านหนึ่งฟังว่า

“เรื่องคงกระพันชาตรีนั้นทำง่าย แค่ขนลุกก็เหนียวแล้ว แคล้วคลาดยังดีกว่าเพราะไม่เจ็บตัว แต่ที่ดีที่สุดคือเมตตาเพราะแคล้วคลาดยังมีศัตรู แต่รอดพ้นได้ ส่วนเมตตานั้นมีแต่คนรักไม่มีศัตรู การเสกพระให้มีพุทธคุณทางเมตตาจึงทำได้ยากที่สุด”

มีลูกศิษย์ของหลงพ่อที่จับองค์พระและสามารถสัมผัสถึงพุทธคุณ ได้เล่าว่าพระบูชาที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้วนั้น หากเด่นในเรื่องคงกระพันชาตรี เมื่อจับดูก็จะมีอาการปิติขนลุกขนพองสยองเกล้า แต่หากเด่นทางเมตตา เมื่อจับดูก็จะมีปิติน้ำตาไหลและบังเกิดความสงบเยือกเย็นถึงจิตถึงใจ

การที่หลวงปู่ดู่ ท่านได้นำเรื่องการเช็คพระมาสอนนั้น นอกจากเพื่อให้เกิดพุทธานุสติแล้ว หลวงปู่ดู่ท่านต้องการให้ศิษย์แต่ละคนสามารถเป็นประจักษ์พยานแก่ตนเองได้ ให้เป็นปัจจัตตัง ได้รู้เองเห็นเอง เป็นพยานให้ตนเองได้ จะได้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติธรรมยิ่งขึ้นนั่นเอง

มิใช่ให้ไปอวดเด่นอวดดี หรืออวดคุณวิเศษในตัว หรือเที่ยวไปเช็คพระให้ผู้อื่น ซึ่งจริง ๆ แล้ว หากผู้อื่นยังทำไม่เป็น ถึงเขาจะบอกว่าเชื่ออย่างไร โดยส่วนลึกเขาก็ยังมีความลังเลสงสัยอยู่นั่นเอง เพระไม่รู้ไม่เห็นด้วยตนเองสิ่งที่ท่าน สอนนั้น จะต้องเป็นไปเพื่อการลดละความโลภ จึงเป็นข้อพึงพิจารณาระมัดระวังไม่ให้ผิดทาง

 

Read Full Post »

Older Posts »