Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for กันยายน, 2012


ข้อควรปฏิบัติเพื่อเพิ่มพลังบุญบารมีข้อควรปฏิบัติในการดำรงชีวิตในแต่ละวันเพื่อเพิ่มพลังบุญ

 

1. ตั้งใจรักษาศีล ด้วยการสมาทานศีล

2. สวดมนต์ด้วยบทสวดต่างๆ อย่างน้อยที่สุดให้ได้ 1 บทสวด วันละครั้งก่อนนอน โดยเฉพาะบทสวดระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ (อิติปิโส ฯ…)

3. นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 15 นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้)

4. แผ่เมตตา อุทิศบุญ ให้แก่เทพเทวดา เจ้ากรรมนายเวร บุคคลที่เกี่ยวข้อง  ฯลฯ

5. อธิษฐานขอให้ผลบุญนี้ ไปเป็นพลังเพื่อความสำเร็จต่าง ๆ ดังที่เราปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นทางโลก หรือทางธรรม หรือทั้งทางโลกและทางธรรม

6. ทำทาน ให้ได้ในแต่ละวัน ทุก ๆ วัน ตามกำลัง เช่น ใส่บาตร ถวายสังฆทาน หรืออื่น ๆ ตามความเหมาะสม หากไม่สะดวก ไม่มีโอกาสที่จะทำได้ทุกวัน ก็ให้นึกถึงเรื่องการให้ทานไว้ทุกวัน  โดยตั้งจิตเจตนาไว้อยู่เสมอว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วจะไปทำทาน เช่น สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทุก ๆ วันอาทิตย์ ควรตั้งสัจจะไว้ ไม่ควรคิดว่า เอาไว้เมื่อมีความพร้อม มีเวลา มีโอกาสแล้วจึงจะไปทำ เพราะถ้าคิดอย่างนั้นแล้ว ส่วนมากจะหาโอกาสได้ยาก กิเลสมักหาข้ออ้างได้เสมอ

7. การอธิษฐานต่าง ๆ ให้ตั้งจิตมุ่งมั่นแน่วแน่ ปักลงไปในเป้าหมายอย่างแท้จริง ให้มั่นใจในพลังบุญของเรา มองเห็นภาพความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างชัดเจนแน่นอน ไม่ลังเลสงสัย (ให้คิดบวกเสมอ) เมื่อผลสำเร็จยังไม่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งท้อแท้ นั่นเป็นเพราะองค์ประกอบของเหตุปัจจัยที่ทำลงไปยังไม่สมบูรณ์เพียงพอ

เพราะในแต่ละคนก็มีไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน ให้ปฏิบัติต่อเนื่องต่อไป ช้าเร็วอย่างไรก็ต้องสำเร็จแน่นอน  ยังไงก็ต้องได้เห็น บางทีความสำเร็จอาจมาโดยคาดไม่ถึงเสียด้วยซ้ำไป และเมื่อสำเร็จแล้ว ก็ให้ทำต่อไป จะเป็นการเพิ่มพลังบุญของเราไปเรื่อยๆ หากยังต้องเวียน ว่าย ตายเกิด อยู่ในวัฏสังสารนี้ พลังบุญที่เราสะสมไว้นี้ ก็จะเป็นทุนรอนในภพชาติหน้าต่อไป

 

ในเรื่องนี้ทุกท่านได้รู้แล้วว่า วิธีการเพิ่มพลังบุยแบบเร่งด่วนนั้นทำอย่างไร ในบทต่อไปจะพูดถึงการไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอบุญหรือพึ่งบุญของท่านมาช่วยเราอีกทางหนึ่ง

 

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์แก้ “ดวงตก” โดย ชำนาญ การวิเศษ

 

Read Full Post »

เคล็ดลับเสริมสร้างพลังบุญเฉพาะเรื่อง-กรณีที่มีวิบากกรรมหนัก ก็ต้องสร้างพลังบุญที่ยิ่งใหญ่ รุนแรง เพื่อทุเลาและแก้ไขวิบากกรรมนั้นด้วยอย่างทันท่วงที เช่น สร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ (ถ้ากำลังในทรัพย์ปัจจัยไม่พอ ก็ให้หาเป็นเจ้าภาพร่วม ตามสถานที่ต่างๆ ที่มีการสร้างแม้แต่เงินสลึงเดียวก็ได้บุญมากเช่นกัน )  สร้างวัด โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ สถานปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ เป็นต้น

เพราะถาวรวัตถุเหล่านี้จะผู้มีบุญจำนวนมากมาร่วมสร้าง เหล่าปวงเทพมาร่วมอวยพรมาร่วมบุญเป็นจำนวนมากจนประมาณไม่ได้ และถาวรวัตถุเหล่านี้จะมีอายุตั้งมั่นเป็นหลายร้อยปี ในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีคนมากราบไหว้ทำบุญกันมาก ผู้ที่ร่วมสร้างจะได้บุญในทุกๆ การกราบไหว้บูชา เป็นการเพิ่มบุญอีกทางหนึ่งไม่มีวันหมด จนกว่าพระพุทะสาสนาจะถุงกลาล่มสลายไปจากโลก

-การอุทิศตัวเข้าบวชในบวรพุทธศาสนา ถ้าเป็นหญิงก็ให้บวชชี (หากไม่สะดวก ก็บวชแบบชีพราหมณ์ก็ได้) ถือศีล ปฏิบัติธรรม  การบวช หรือปฏิบัติธรรม ถ้าเป็นไปได้อย่างน้อย 9 วัน ขึ้นไป แล้วอุทิศไปให้เจ้ากรรมนายเวรที่ทำให้ต้องเกิดวิบากกรรมอันหนักนั้น     ถ้าทำบุญใหญ่ ๆ ได้ หลายๆ อย่าง และมากๆ ในห้วงเวลาเดียวกัน ก็จะยิ่งช่วยได้มาก การแก้ไขวิบากกรรมก็จะได้ผลเร็วยิ่งขึ้น

– สุขภาพไม่แข็งแรง เจ็บไข้ได้ป่วยอยู่บ่อย ๆ การปล่อยชีวิตสัตว์ ไถ่ชีวิตสัตว์ ถือว่าได้บุญ อันเนื่องมาจากการที่ได้ต่อชีวิตให้สัตว์ อานิสงส์จะทำให้มีอายุยืน สุขภาพแข็งแรง ช่วยคลายวิบากกรรมเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย

เคล็ดลับให้ได้บุญมากยิ่งๆ ขึ้น ให้ไปซื้อหรือไถ่ชีวิตสัตว์ที่เขากำลังจะฆ่า เช่น ไปซื้อปลาที่เขากำลังจะฆ่าและนำเอาไปทำอาหาร  และก่อนที่จะนำปลาไปปล่อย ให้นำไปถวายพระสงฆ์ซึ่งเป็นเนื้อนาบุญที่ดีก่อน เมื่อท่านรับและอนุโมทนาแล้ว เราก็ขออนุญาตนำปลานั้นคืนมา เพื่อที่จะเอาไปปล่อย (เพราะเราถวายปลาไปแล้ว และปลานั้นก็ได้เป็นของพระสงฆ์ท่านไปแล้ว)

ด้วยการถวายปัจจัยชำระหนี้ค่าปลาให้แก่พระสงฆ์ ตามจำนวนราคาที่เราซื้อมา หรือมากกว่า บุญนี้ก็จะได้มากกว่าการที่เราไปซื้อปลา และนำไปปล่อยเอง   เพราะเป็นบุญที่ได้ทวีคูณเพิ่มขึ้น ตามค่าตัว หรือคุณธรรมของพระสงฆ์ซึ่งเป็นเนื้อนาบุญ รวมไปถึงการถวายยารักษาโรค เป็นเจ้าภาพดูแลรักษาพระสงฆ์ที่อาพาธ (ป่วย)

– วิบากกรรมอันเกิดจากการทำแท้ง ก็เป็นวิบากกรรมหนัก ประเภทนี้ขอให้สังเกตว่ามักจะทำอะไรไม่ขึ้น เหมือนมีอะไรมาขัดขวางอยู่ตลอดเวลา บางที เหมือนทำท่าว่าจะได้ จะสำเร็จแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ ไม่สำเร็จ เรียกว่ากินแห้ว วืดลอยลมไปทุกที

นั่นเป็นเพราะกรรมที่เคยไปตัดโอกาสในการมีชีวิตของผู้อื่น นอกจากจะแก้ไขด้วยการสร้างพลังบุญที่ยิ่งใหญ่ รุนแรง ด้วยการปฏิบัติดังที่ได้แนะนำข้างต้นแล้ว ก็ให้เสริมด้วยการไปซื้อเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ของเด็กทารก เช่น ขวดนม นมผง ผ้าอ้อม รถเข็นเด็ก ของเล่นเด็ก ฯลฯ แล้วก็นำไปถวายให้แก่พระสงฆ์ และก็ใช้วิธีการเดียวกับเคล็ดลับการปล่อยปลาข้างต้น แล้วก็นำของเหล่านั้น ไปบริจาคให้กับสถานเลี้ยงเด็กอ่อนต่อไป

– เรียนหนังสือไม่ดี (ทั้งที่ขยันก็แล้ว) ประเภทความจำไม่ดี คิดอ่านอะไรก็ช้า ปัญญาไม่แล่น จะเล่าเรียนเขียนอ่านอะไร ก็มีปัญหามีอุปสรรคไปหมด เป็นวิบากกรรมที่เกิดจากการไปขัดขวางไม่ให้คนได้มีความรู้ เคยไปบั่นทอนสติ และปัญญาของผู้อื่นด้วยประการต่างๆ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องสนับสนุนในการกระทำนั้น

เช่น ผลิต จำหน่ายสุรา เครื่องดองของมึนเมา ยาเสพติด ทั้งหลายทำให้คนหลงใหลในอบายมุข ชี้นำสั่งสอนในสิ่งที่ผิดไม่ถูกต้องตามธรรมให้ผู้คน ได้ปรามาสหรือ ดูหมิ่นดูแคลนผู้มีความรู้ ผู้ทรงศีลทรงธรรม การทุเลาและแก้วิบากกรรมในกรณีนี้ ให้ไหว้พระสวดมนต์ ขอขมากรรมต่อพระรัตนตรัย ครูบาอาจารย์ ผู้มีความรู้ทั้งหลายที่เราได้เคยละเมิด ล่วงเกินมา มากๆบ่อยๆ  ปฏิบัติธรรม สร้างธรรมทานด้วยการแจกหนังสือธรรมะ สื่อธรรมะของครูบาอาจารย์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ

-วิบากกรรมจากการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องทำงานหนักแต่ไม่ได้ผลหรือคนไม่เห็นค่า มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย คู่ค้า ลูกค้า หุ้นส่วน ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างหรือใครก็ตามที่เกี่ยวข้องในงาน ให้ทำสังฆทานแบบชุดใหญ่ ที่มีพระพุทธรูปและเครื่องบวช อาหารคาวหวาน ผลไม้ น้ำสะอาด ดอกไม้ ถวายพระสงฆ์ที่มีเนื้อนาบุญสูง

แล้วอุทิศบุญกุศลไปให้ผู้นั้นโดยระบุชื่อ ถ้าไม่ทราบก็บอกถึงอุปสรรคที่เกิดขึ้น และต้องให้อโหสิกรรมกับคนเหล่านั้นด้วย หมั่นทำบ่อยๆ เท่าที่มีกำลัง อย่าทำจนตัวเองเดือดร้อน ถ้าไม่มีกำลังทรัพย์ให้ใส่บาตร แล้วอุทิศบุญไปให้เขาา

สำหรับการสร้างหรือจัดพิมพ์หนังสือสวดมนต์ (กรณีหนังสือธรรมะต้องมั่นใจว่า เป็นธรรมะที่ถูกต้องด้วย ถ้าไม่แน่ใจต้องให้ครูบาอาจารย์ที่ท่านเป็นผู้รู้จริงพิจารณาก่อน) ถวายสื่อการเรียนการสอนธรรมะ ถวายหนังสือพระไตรปิฎก เป็นเจ้าภาพ หรือร่วมสนับสนุน อุปถัมภ์ค้ำจุนเรื่องการประพฤติปฏิบัติธรรม การศึกษาเล่าเรียน เช่น ให้ทุนจัดฝึกอบรมการปฏิบัติธรรม สร้างวัด สถานปฏิบัติธรรม ให้ทุนการศึกษา พระสงฆ์ เณร นักเรียน นักศึกษาที่ดีมีศีลมีธรรม

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์แก้ “ดวงตก” โดย ชำนาญ การวิเศษ

 

Read Full Post »

– บุญอันเกิดจากการภาวนา นั้น จะให้มีพลังมากขึ้น ต้องเริ่มพื้นฐานจากการทำทาน และการรักษาศีลก่อนเสมอ สำหรับการทำทานที่เป็นสังฆทาน ของที่นำไปถวายควรมีให้ครบในปัจจัยหลัก คือ มีอาหาร น้ำ เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค

ถ้าเป็นไปได้ และมีกำลังพอ ก็ควรมีชุดเครื่องบวช คือเครื่องอัฐบริขารของพระสงฆ์  พระพุทธรูป หนังสือธรรมะ หนังสือสวดมนต์  ข้าวของเครื่องใช้ และภัตตาหารประกอบ ตามความเหมะสม แล้วอุทิศบุญนี้ไปให้แก่ผู้ที่เราต้องการจะให้ และอธิษฐานขอให้บุญกุศลนี้ เป็นพละปัจจัยให้วิบากกรรมชั่วหรือวิบากกรรมไม่ดีต่าง ๆ ของเราหยุดการส่งผล และให้วิบากกรรมดีที่เราได้สร้างสะสมมาส่งผล ให้เกิดเป็นความสำเร็จในเรื่องต่างๆ ที่เราปรารถนา นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

– การภาวนา นั้น เป็นบุญสูงสุด ซึ่งยากแก่การปฏิบัติสำหรับบุคคลทั่วๆ ไป การปฏิบัตินี้จำเป็นจะต้องมีครูบาอาจารย์ ที่เป็นผู้รู้จริงคอยแนะนำ จะได้ไม่ผิดพลาด สำหรับฆราวาสหรือผู้ครองเรือนทั่วไปนั้น เพียงแค่รู้จักให้ทานด้วยปัญญา รักษาศีลให้ได้อย่างเคร่งครัดและมั่นคง ก็นับว่าได้บุญมากแล้ว แต่หากต้องการเพิ่มพลังบุญให้มากขึ้นไปอีก ด้วยการภาวนา ก็ให้เริ่มหัดภาวนาด้วยการไหว้พระสวดมนต์ก่อน ซึ่งการสวดมนต์นั้น ถือได้ว่าเป็นการทำสมาธิแบบเคลื่อนไหวอย่างหนึ่ง และสมาธิจากการสวดมนต์นี้ ก็จะเป็นพื้นฐานในการทำสมาธิแบบอื่น ๆ และในขั้นสูงต่อไป จนไปถึงขั้นสูงสุดของการภาวนาคือการเจริญปัญญา (วิปัสสนาภาวนา) ต่อไป

การสะสมบุญ ด้วยการหมั่นให้ทานอยู่เป็นนิตย์ ย่อมช่วยลดช่วยผ่อนคลายวิบากกรรมชั่วได้ ในขณะเมื่อทำให้ตั้งอยู่ในองค์ประกอบของการให้ทานที่ครบถ้วน คือ จิตเจตนาที่บริสุทธิ์ วัตถุทานที่ทำนั้นบริสุทธิ์ ผู้รับที่รับทานนั้นบริสุทธิ์ และมีเนื้อนาบุญสูง

– การทำทาน คือ แรงหนุนสำคัญที่ทำให้เกิดวาสนาบารมีได้อย่างแน่นอน โดยให้ถือความยินดีในการให้ทาน และการให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลคนดีมีศีลมีธรรม คนที่มีประโยชน์ต่อสังคม และส่วนรวม ตลอดจนคนทุกข์ยากเดือดร้อนทั้งหลายเป็นสำคัญ ย่อมนำมาซึ่งลาภยศ สรรเสริญจากผู้คนทั่วไป และตัวเราย่อมบังเกิดบุญบารมี ดวงชะตาที่ดีขึ้น ด้วยกระทำของตัวเองโดยแท้

– การสวดมนต์ภาวนา ทำสมาธิ พิจารณาธรรม จะทำให้จิตมีพลัง มีสติ มีปัญญาที่ถูกต้อง รู้เท่าทันต่อปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมที่จะจัดการดูแลแก้ไขชีวิตของตนได้อย่างเรียบร้อย อันจะนำไปสู่ความสุข ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตได้

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์แก้ “ดวงตก” โดย ชำนาญ การวิเศษ

Read Full Post »

ครั้งแรกและครั้งเดียวในประเทศไทย

มีเรื่องที่อยากจะแจ้งให้ทุกท่านทราบ เพื่อให้งานบุญในโครงการการต่างๆ ที่ ธ.ธรรมรักษ์ ตั้งจิตอธิษฐานที่จะทำในภพชาตินี้สำเร็จลุล่วง ทั้งเรื่องการทำโครงการแจกพระบูชาฟรี ที่เป็นสมเด็จองค์ปฐม ทรงเครื่องจักรพรรดิ ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว ที่กำลังดำเนินการอยู่ การสร้างสถานปฏิบัติธรรมเพื่อโมทนาพระคุณความดีของครูบาอาจารย์ การทำหนังสือธรรมทานเพื่อนำคนเข้าสู่แสงธรรม โครงการบุญใหญ่ที่ไปร่วมบุญกับครูบาอาจารย์เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา การช่วยเหลือผู้ยากไร้ด้อยโอกาส เหล่าสรรพสัตว์ที่มีความทุกข์ และอีกหลายโครงการที่จะต้องดำเนินการต่อไปให้เสร็จสิ้นซึ่งต้องใช้ศรัทธาจากกัลยาณธรรมจำนวนมากมาร่วมทำ ร่วมสร้างให้สำเร็จตามสัจจะอธิษฐานและเป็นการสร้างบุญใหญ่ในชีวิตร่วมกัน

เพื่อให้พลานุภาพแห่งบุญหนุนนำกัลยาณธรรมทุกท่าน

ธ.ธรรมรักษ์จึงอธิษฐานจิตที่จะสร้าง 3 พระอรหันต์แห่งโชคลาภ หรือที่โบราณาจารย์ท่านเรียกว่า พระอรหันต์ไตรภาคีมหาลาภ อันประกอบด้วยพระอรหันต์ 3 พระองค์คือ พระอรหันต์สิวลี พระอรหันต์สังกัจจายน์พระอรหันต์อุปคุต

พระอรหันต์สิวลี ผู้ใดได้บูชาหรือมีติดบ้าน สถานที่ประกอบการค้าที่ทำงาน จะบังเกิดมหาโชคลาภ

พระอรหันต์สังกัจจายน์ ผู้ใดได้บูชาหรือมีติดบ้านสถานที่ประกอบการค้าที่ทำงาน จะพบแต่ความอุดมสมบูรณ์ ร่ำรวยทั้งชีวิตมีแต่รอยยิ้ม ความสุขและมีปัญญาธรรมในชีวิตทุกคน

พระอรหันต์อุปคุต ผู้ใดได้บูชาหรือมีติดบ้าน สถานที่ประกอบการค้า ที่ทำงาน จะพบแต่ความสำเร็จ อุปสรรคความขัดข้อง ความไม่มีต่างๆ จะมลายหายไป

ทั้ง 3 พระอรหันต์เชื่อว่าคนไทยและคนพุทธรู้จักกันดี แต่ที่ผ่านมาจะบูชาท่านแยกพระองค์กันเป็นไปตามจริต ตามบุญของผู้บูชา พลานุภาพจึงอาจจะไม่เต็มรอบ ไม่เต็มบารมี รวมถึงการขอพร การปฏิบัติบูชาที่ยังไม่ตรง ถูกต้องนักของท่านที่บูชา ความปรารถนาที่อยากจะให้เกิด อยากจะให้มีขึ้นในชีวิต จึงเกิดผลแบบครึ่งๆ กลางๆ หรือไม่เกิดผลเลย

ในครั้งนี้ ธ.ธรรมรักษ์ จึงจะสร้างเพื่อโมทนาพระคุณความดีพระอรหันต์เจ้าทั้ง 3 พระองค์อยู่ในฐานบูชาเดียวกัน เพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์และความเป็นสิริมงคลไว้ในที่เดียวกัน และเพื่อตอบแทนทุกท่านที่ร่วมสร้างมหากุศล โดยเป็นเคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์และเปิดเผยเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งไม่มีท่านใดทำมาก่อนแน่นอนและไม่ต้องไปหาจากแหล่งใด เพราะเคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์นี้มาจากครูบาอาจารย์คนสำคัญของเมืองไทยที่สืบทอดมากว่า 700 ปี มอบให้ด้วยความเมตตาแก่ ธ.ธรรมรักษ์ เพื่อนำคนสู่แสงธรรม

ซึ่งท่านใดที่ได้ปฏิบัติบูชา ขอพรอย่างถูกวิธีจะเกิดมหาโชคลาภ การเงิน การงานที่เคยติดขัดจะคลายตัวลงแบบฉับพลัน ปัญหาครอบครัวจะน้อยลงจนถึงขั้นไม่มี และมีความสุขในชีวิต

โดยจะทำเป็นชุดมงคล ใน 1 ชุดจะประกอบไปด้วย

1. รูปหล่อ 3 พระอรหันต์แห่งโชคลาภ (ตามแบบ) ขนาดความกว้างโดยประมาณ 15 เซนติเมตรสูง 10 เซนติเมตร หล่อด้วยเนื้อเรซินเกรดเออย่างดี ได้ทำพิธีพุทธาภิเษกที่วัดมหาวัน จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2555 ที่ผ่านมา

2. หนังสือ 3 พระอรหันต์แห่งโชคลาภ วิธีบูชาขอพรแบบได้ผล โดย ธ.ธรรมรักษ์ เนื้อหาภายในจะบอกทุกอย่างเกี่ยวกับการขอพรและวิธีการขอพร การปฏิบัติบูชาอย่างละเอียดที่จะทำให้ทุกท่านเข้าใจและทำได้จริง

โดยจะสร้างชุดมงคล 3 พระอรหันต์แห่งโชคลาภ เพียง 9,999 ชุด และให้ทุกท่านร่วมบุญในราคาเพียง 299 บาทเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ท่านที่ต้องการบูชาและอยากเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น และเมื่อสั่งจองรุ่นที่ 1 นี้หมดแล้วหมดเลย ไม่มีให้บูชาที่ไหนทั้งสิ้นมีที่โครงการนี้เพียงแห่งเดียว

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทุกท่านที่จะเก็บไว้บูชาเอง และมอบให้ผู้อื่นในโอกาสสำคัญ

ท่านที่สนใจจะร่วมบุญกับ ธ.ธรรมรักษ์ ในโครงการ 3 พระอรหันต์นี้ให้แจ้งความจำนง จองไว้ ยังไม่ต้องโอนเงินมา เพื่อยอดการจองใกล้เคียงในการจัดทำที่อธิษฐานจิตไว้ จะให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปหาเพื่อให้ยืนยันการจองอีกครั้งและทำการโอนเงินต่อไป สำหรับท่านที่โอนเงินมาแล้วขอให้สบายใจได้ว่าท่านได้รับชุดมงคลนี้แน่นอน

ท่านที่สนใจจะร่วมบุญกับ ธ.ธรรมรักษ์ โปรดติดต่อสั่งจองได้ที่

คุณปัณพร น้ำใจดี 08 1564 9996

Email : torthammarak.staff@gmail.com

Read Full Post »


เร่งสร้างบุญบารมีให้ตัวเองเพื่อหนีวิบากกรรม1. ต้องเร่งเพิ่มพลังบุญก่อน

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ยามเมื่อวิบากกรรมไม่ดีเข้าและกำลังทำให้ชีวิตเราวุ่นวายนั้น เป็นเพราะบุญเราน้อยกว่าบาปที่ทำมา หรือกรรมดีในตอนนั้นยังไม่มีกำลังพอที่จะต้านกรรมไม่ดีได้เราควรจะเร่งสร้างบุญบารมีของเราเองอย่างเร่งด่วน

บุญบารมีนั้นสร้างได้ทุกวัน ไม่ต้องมานั่งรอ นอนรอรอให้ถึงวันพระ หรือถึงคราวดวงตกแล้วถึงจะไปทำบุญกัน คนที่ไม่ประมาทนั้นเขาจะมีการเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีภัยมาก็จะรับมือได้ทัน

 

ดังนั้นเรื่องแรกต้องเป็นเรื่องของการสร้างบุญบารมีที่ถูกต้องและมีอานิสงส์สูงเสียก่อน

เพราะเมื่อเราได้รู้วิธีการสร้างบุญบารมีที่เป็นของตัวเองแล้ว เราก็สามารถจะใช้บุญที่ทำนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชีวิตของเราด้วย บุญนั้นเป็นพลังงานบริสุทธิ์ ไม่สามารถมองเห็นด้วยตา จับต้องไม่ได้ แต่สัมผัสได้ด้วยจิต หากจะเปรียบเทียบกันแล้ว ก็คงเหมือนกับกระแสไฟฟ้า คลื่นวิทยุที่เรามองไม่เห็นแต่มีจริง

บุญที่เราทำนั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์มากมายในชีวิตประจำวัน เป็นพลังงานละเอียดที่บริสุทธิ์ช่วยสลายความทุกข์ยาก การติดขัดในทุกเรื่องได้จริงแต่บุญที่เราทำนั้น เราต้องพยายามให้บุญนั้นเป็นบุญบริสุทธิ์มากที่สุด เพราะบุญบริสุทธิ์นั้นมีอานิสงส์สูงด้วย

 

บุญบริสุทธ์ คือ บุญที่ไม่มีบาปเจือปน

เหมือนน้ำสะอาดบริสุทธิ์ที่ไม่มีเชื้อโรค สิ่งสกปรก สิ่งแปลกปลอมเจือปนมา ถ้าเราทำบุญ ทำความดี เราก็จะได้บุญ ถ้าเราไม่ทำบุญ ไม่ทำความดี เราก็จะไม่ได้บุญ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการกระทำของเรา

บุญบริสุทธิ์เป็นบุญที่ทำแล้วไม่ได้หวังผลตอบแทน บุญที่ทำแล้วไม่เสียดาย บุญที่ไม่ได้มาจากเบียดเบียนผู้อื่นซึ่งมาจากการทาน ศีล ภาวนา เป็นบันได 3 ขั้นการสร้างบุญบารมีที่ถูกต้อง

ท่านพุทธทาส พระอริยสงฆ์ของเมืองไทยท่านหนึ่ง ท่านได้เคยเมตตาเทศนาเรื่องบุญ 3 แบบที่ดีมากๆ  จึงใคร่ขออนุญาตน้อมนำคำเทศนาของท่านมาให้ท่านผู้อ่านได้ทราบเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน ซึ่งจะสรุปย่อๆ ให้เข้าใจกันดังนี้

 

1. ทำบุญแบบอาบน้ำโคลน หมายถึง ทำบุญแต่ทำบาปด้วย เช่น ไปทอดกฐิน ทอดผ้าป่าด้วย ไปกินเหล้าสูบบุหรี่ด้วย ไปฆ่าวัว ฆ่าหมู เป็ดไก่ ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเอามาทำบุญ เป็นการเบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น แบบนี้เรียกว่า บุญที่มีบาปเจือปนอาจจะได้บุญน้อยหรือแทบไม่ได้บุญเลย ควรหลีกเลี่ยงเสีย

 

2. ทำบุญแบบอาบน้ำหอม  หมายถึง การทำบุญเพื่อหวังผลตอบแทน ทำบุญเพื่อแลกเอาสวรรค์วิมาน ทำบุญเพื่อถูกหวย  ถูกลอตเตอรี่ ให้ค้าขายร่ำรวย ให้การงานก้าวหน้า ทำบุญสิบบาทจะให้ถูกรางวัลที่ 1 ทำบุญสร้างโบสถ์เพื่อจะให้ได้วิมานหลังหนึ่ง จะให้หายจากโรคภัยต่างๆ เป็นการค้ากำไรเกินควรแบบนี้เรียกว่า บุญที่ต้องการหวังอะไรตอบแทน ทำบุญเพราะหวังวาจะได้สิ่งนั้น สิ่งนี้ซึ่งมักจะไม่ได้เพราะความโลภและกิเลสนั้นจะไปขวางทางบุญนั้นไม่ให้ได้ตามที่หวัง

 

3. ทำบุญแบบอาบน้ำสะอาด หมายถึง คนที่ทำบุญเพื่อที่จะละจากความยึดมั่น ถือมั่น ไม่ให้มีความยึดมั่น ถือมั่นสิ่งใด ว่าเป็นตัวเราหรือว่าของเรา ทำบุญเพื่อให้กิเลสหมด ออกไปจากสันดานอย่างนี้เหมือนกับคนที่อาบน้ำสะอาด

บุญนั้นจึงเป็นบุญที่เหมือนกับน้ำที่สะอาด ซึ่งจะส่งผลแน่นอนทั้งในชาตินี้และชาติหน้าโดยที่เราไม่ต้องไปกำหนดกะเกณฑ์ว่าต้องออกมาในแบบที่เราต้องการ ขอให้เพียงเชื่อว่าเมื่อเราทำดีแล้วต้องได้ดี ทำชั่วและต้องได้ชั่ว

การที่บุญจะส่งผลในเรื่องใดนั้นสำเร็จได้เร็วนั้น ครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้ว่า ส่วนหนึ่งจะมาจากการอธิษฐานที่ถูกต้องและสะสมบุญมากพอที่จะส่งให้กรรมดีนั้นสำเร็จลงได้ และไม่ต้องกลัวว่าบุญนั้นจะไม่ส่งผล เพราะกรรมดีที่เราทำนั้นต้องส่งผลตามหน้าที่ ตามลำดับ ตามกาลหรือตามเวลา

ในเวลาทำบุญนั้นทั้งก่อนทำ ขณะทำและหลังทำไม่ต้องไปพะวงคิดอะไร ขอให้จิตนั้นสะอาดและบริสุทธิ์เท่าที่จะทำได้ ทำเพราะหวังจะคลายทุกข์ให้ผู้อื่น ทำเพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาก็พอ ทำเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่นส่วนรวม อย่าไปคิดอะไรมากมายให้ฝึกใจให้วางเฉยมีอุเบกขามากๆ แล้วจะดีเอง

สำหรับคนเราทั่วไปที่ไม่ทราบหรือไม่เข้าใจดีพอในเรื่องนี้ จึงทำบุญที่มีบาปเจือปนนั้นได้ง่ายได้ เช่น เมื่อใส่บาตรแล้ว บุญได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน มือที่กำลังตักข้าวใส่บาตร แต่ใจกลับไปคิดแวบเดียว เป็นความคิดที่เป็นอกุศล

 

เช่น พาลคิดไปว่า พระที่กำลังรับบาตรนั้นเป็นพระปลอมหรือพระจริง แล้วท่านจะเอาอาหารไปทำอะไร หรือเวลาไปถวายปัจจัยคิดว่า ท่านต้องเอาไปใช้ส่วนตัวแน่ๆ ความคิดแบบนี้ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งบุญทั้งบาป บาปนั้นจะไปเหนี่ยวรั้งบุญให้ส่งผลน้อย เหมือนมีก้อนหินใหญ่ไปขวางกระแสน้ำไว้ไม่ให้ไหลสะดวก

 

และถือว่าเป็นการปรามาสพระสงฆ์ ยิ่งถ้าพระสงฆ์องค์นั้นเป็นพระอริยบุคคล มีเนื้อนาบุญสูงแล้ว กรรมหนักจะหนักมากตามไปด้วย

 

หรือวัตถุทานที่เอามาทำบุญมีบาปเจือปนเช่น ไปฆ่าปลามาทำอาหารใส่บาตร แอบไปเด็ดดอกไม้ที่เจ้าของไม่ได้อนุญาตมาถวายพระ รวมถึงปัจจัยที่ไปซื้อหามาด้วยเช่น เงินที่มาซื้อสิ่งของนั้นมาจากการพนัน เอาเงินจากการคดโกงผู้อื่นหรือบังคับจากผู้อื่นโดยที่เขาไม่เต็มใจ รวมถึงการทำบุญแบบเอาหน้าด้วย เป็นต้น

 

บางเรื่องนั้นดูเหมือนจะเป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ถูกต้องตามกฎกติกาของสังคมนั้น แต่ทว่ามีมากมายที่ไม่ถูกต้องตามธรรม เช่น การค้าขายเหล้านั้นถูกกฎหมายแต่ในทางธรรมนั้นผิดเต็มประตูในศีลข้อที่ 5 การฆ่าสัตว์ที่มีใบอนุญาตนั้นก็ถูกกฎหมายแต่ผิดศีลข้อที่ 1 ที่ใครได้ทำก็จะต้องพบกับความยากลำบาก ต้องพลัดพรากจากสิ่งที่ตนเองรัก เพราะได้ไปพรากชีวิตคนอื่นเขา จึงต้องพิจารณาให้ดี และเงินที่มาจากการทำผิดศีลนั้นเป็นเงินที่ไม่บริสุทธิ์เท่าที่ควร

 

หรือคนที่ขายเหล้าหรือฆ่าสัตว์เป็นอาจิณ ให้ลองสังเกตดูให้ดีเถอะว่า ทำไมตนเองหรือคนในครอบครัวมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นบ่อยครั้งในชีวิต ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ตนเองนั้นมีส่วนร่วมในการทำกรรมไม่ดีของคนที่มาซื้อเหล้าของเราไปกินและคนทีฆ่าสัตว์นั้นพรากสิ่งที่เขารักที่สุดก็คือ ชีวิตนั่นเอง

 

คนที่ฉลาดในบุญนั้น เขาจะคิดว่าการให้อะไรก็ตามนั้นเป็นทาน เช่น ให้อาหารเป็นทาน เมื่อคิดถูกต้องจะรู้ว่าเมื่อให้แล้วก็จะได้บุญจึงคิดใส่บาตร ใส่บาตรแล้วก็จบ ไม่คิดอะไรต่อไปที่เป็นลบ เขาย่อมได้บุญที่ไม่มีบาปเจือปน

หรือให้เงินคนอื่นไปแล้วเพื่อช่วยเหลือให้เขาพ้นทุกข์ ไม่ไปคิดเสียดายหรือคาดหวังอะไรจากผู้รับนั้น ซึ่งในบางครั้งอาจจะยากที่ทำใจให้ได้อย่างนั้น ครูบาอาจารย์ท่านรู้เรื่องนี้ดี ท่านจึงเมตตาบอกหาทางช่วยแก้ไขกับคนทุกคนว่า ต้องฝึกจากการตั้งพรหมวิหาร 4 มาช่วย คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา บ่อยๆ แล้วจะทำสำเร็จได้ง่าย

การถือศีลนั้นเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ทำผิด ฝึกให้ตัวเองมีหิริโอตัปปะหรือความอายและความเกรงกลัวต่อบาป ต่อความชั่วในทุกวินาทีของชีวิต เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ตกต่ำหรือไม่ให้ไปทำร้ายคนอื่นเพราะจะเกิดกรรมไม่ดีขึ้น

การภาวนานั้น เพื่อให้จิตใจนั้นสงบ ไม่ฟุ้งซ่านมีสิตเมื่อมีสติก็จะเกิดปัญญา เมื่อมีปัญญาก็จะพบทางออกของปัญหาได้

ขอให้เข้าใจตรงกันว่า บุญนั้นจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่เราละชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส บุญเป็นพลังงานที่จะหล่อเลี้ยงจิตใจให้บริสุทธิ์สะอาด มีกำลังใจ มีอายุที่ยืนยาวและทำให้เกิดความสุข ความสำเร็จในทุกๆ ด้าน

ตามหลักพุทธศาสนา สิ่งที่เป็นที่ตั้งแห่งบุญ หรือเป็นที่มาของบุญ นั้นเรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ 10 ที่เป็นการสร้างบุญบารมีที่ถูกต้องและได้บุญมากนั้นมีดังนี้

1. การให้ทาน รู้จักแบ่งปันสิ่งของให้แก่ผู้อื่น เป็นการช่วยลดความเห็นแก่ตัว ความตระหนี่ การติดยึดในวัตถุสิ่งของ  การทำทานที่ได้ผลมากหรือมีอานิสงส์บุญมากคือ วัตถุทานนั้นบริสุทธิ์ ผู้ให้มีเจตนาที่บริสุทธิ์ทั้งก่อนให้ กำลังให้และหลังการให้ และผู้รับบริสุทธิ์ที่มีเนื้อนาบุญบริสุทธ์หรือเนื้อนาบุญสูง

2. การรักษาศีล เป็นการฝึกใจให้ลด ละ เลิกความชั่ว กิเลสทั้งหลาย ไม่เบียดเบียน รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่น การทำความดีให้เกิดขึ้น

3. การเจริญภาวนา เป็นการพัฒนาจิตใจ และปัญญาให้สูงขึ้น เห็นตามความเป็นจริง อันจะทำให้ใจสงบ และมีความสุขมากขึ้น

4. การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นการลดความยึดมั่นถือมั่นในความเป็นตัวตนของตน

5. การช่วยเหลือสังคม สละแรงกาย แรงใจ เพื่อส่วนรวม เป็นบุญที่ให้กับคนหมู่มาก

6. การเปิดโอกาสให้คนอื่นมาร่วมบุญกับเรา หรือมีส่วนร่วมในบุญ รวมไปถึงการอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว

7. การยอมรับและยินดีในการทำความดีของผู้อื่น เป็นการอนุโมทนาในการทำคุณงามความดีของผู้อื่น

8. การฟังธรรม เป็นการขัดเกลาเพิ่มพูนสติปัญญาให้สูงขึ้น

9. การแสดงธรรม ให้ความรู้เรื่องธรรมะ นำธรรมมะไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รู้ ได้ปฏิบัติามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์

10. ทำความเห็นให้ถูกต้อง เป็นการปรับปรุง พัฒนาความคิดเห็น ความเข้าใจ ให้ถูกต้องตรงตามคำสอนของพระพุทธองค์

ถ้าได้อ่านมาถึงตอนนี้ ก็คงจะพอเข้าใจได้ไม่ยากว่า ในการทำบุญนั้นมีหลายช่องทางที่ไม่ต้องใช้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว แต่ทุกวันนี้มีคนมากมายขาดความรู้และความเข้าใจ ไปติดกับดักของการทำบุญอยู่เพียงแค่วิธีแรก คือ การทานหรือวัตถุทาน

เพราะถ้านึกจะทำบุญก็จะนึกกันได้แต่เพียง การตักบาตร ถวายสังฆทาน ถวายปัจจัยให้พระ ถวายเงินให้วัด เป็นต้น โดยไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าการตั้งใจถือศีล 5 ให้ครบสมบูรณ์เพียงหนึ่งวัน หรือตั้งใจนั่งสมาธิด้วยจิตสงบเพียงช้างกระดิกหูนั้นมีอานิสงส์ของบุญที่มากกว่าเป็นไหนๆ เพราะทานนั้นได้อานิสงส์บุญน้อยกว่าการถือศีล และการถือศีลนั้นได้อานิสงส์บุญน้อยกว่าการภาวนา ที่เป็นบันไดไล่กันขึ้นไป

เมื่อเรารู้เรื่องวิธีการสร้างบุญบารมีที่ถูกต้องแล้ว ก็มาลองดูกันว่า ประโยชน์ที่ได้จากการทำบุญกันเพื่อจะได้เข้าใจลึกซึ้งว่า ทุกวันนี้เราทำบุญกันไปเพื่ออะไร

 

ประโยชน์ที่ได้จากการทำบุญ

 

– ประโยชน์สุขในปัจจุบัน กล่าวคือ เพื่อให้เกิดลาภ บริวาร สภาพความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บุญอยู่เบื้องหลังของความสำเร็จทั้งหลาย

 

– ประโยชน์สุขที่สูงขึ้น กล่าวคือ เป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น ได้เรียนรู้พัฒนาตนเอง ให้เป็นคนมีศีลธรรม มีคุณธรรม มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมีความสุขเมื่อละโลกไปแล้ว

 

– ประโยชน์อย่างสูงสุด เป็นประโยชน์ที่เป็นสาระแก่นแท้ของชีวิต รู้แจ้งตามสภาวธรรมของโลก จิตใจไม่หวั่นไหว เมื่อประสบกับความไม่เที่ยงของชีวิต ความเป็นอนิจจัง ความไม่แน่นอนของชีวิต

คนทุกคนนั้น ย่อมต้องการได้ผลลัพธ์จากสิ่งที่ทำไป ในเรื่องของบุญก็เช่นกัน ยากจะปฏิเสธว่า อย่างน้อยก็ต้องการเก็บไว้เป็นเสบียงบุญเลี้ยงตัวในชาติหน้าและน่าจะดียิ่งขึ้นถ้าส่งผลได้เลยในชาตินี้

คนที่วิบากกรรมไม่ดีเข้าหรือดวงตกนั้น ควรต้องเร่งมืออีกสักนิดในการสร้างบุญ และการเพิ่มพลังบุญ ถ้าเปรียบเทียบกับโรคภัยไข้เจ็บหรือเกิดอุบัติเหตุนั้น ก็คงต้องใช้ยาแรงสักนิดหรือหมอที่เก่ง ที่จะต้องหยุดโรคร้ายในเวลาที่เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

จึง มีเคล็ดการเพิ่มพลังบุญแบบเร่งด่วนมาให้ เพื่อจะช่วยให้ทุกท่านได้รับมือกับกรรมไม่ดีมาให้พิจารณา

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์แก้ “ดวงตก” โดย ชำนาญ การวิเศษ

Read Full Post »

ทางแก้ไขเร่งด่วนเรื่องเจ้ากรรมนายเวรในสำหรับคนทั่วไปที่ดวงตกหรือกำลังพบกับมรสุมในชีวิต ต้องมีความอดทน ต้องต่อสู้ชีวิตอย่าท้อถอยด้วยปัญญา ทุกปัญหามีทางออกเสมอ และถ้าท่านเชื่อว่าการที่ท่านต้องพบกับมรสุมนานาชนิดนี้เป็นด้วยฝีมือของเจ้ากรรมนายเวรทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตนั้น มีทางออกแน่นอนที่จะทำให้หนักกลายเป็นเบาได้

ต้องเริ่มด้วยการสร้างบุญของตัวเองขึ้นมาใหม่ให้มากพอ มีอานิสงส์สูงแล้วอุทิศไปให้เขาอย่างถูกวิธี แต่ถ้ายังคิดว่าบุญยังน้อยไม่พอที่จะแก้ไขชีวิตยังไม่ดีขึ้น

 

ขอแนะนำว่าต้องเร่งไปช่วยเหลือของผู้มีบุญบารมีมากกว่าเราที่ท่านเมตตาช่วยเหลือเราแล้วจะดีขึ้น

ซึ่งอาจจะเป็นพระอริยสงฆ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ บรรพบุรุษผู้มีพระคุณที่เรามีบุญเชื่อมอยู่กับท่าน ซึ่งท่านช่วยอวยพรแผ่บุญมาช่วยเราได้จริง และเป็นการเพิ่มบุญให้กับตัวเราเองให้มีบุญมากพอเพื่อรับมือกับกรรมชั่วที่กำลังส่งผล

เหมือนบุญที่เรามีอยู่น้อยเปรียบเหมือนน้ำแค่ขันเดียว ไม่พอดับไฟแต่ถ้าได้น้ำมาเพิ่มอีกสักหนึ่งคันรถ ไฟกองนั้นดับได้โดยฉับพลัน และยังเหลือน้ำไว้ใช้ต่อไปภายภาคหน้าด้วย

แต่ในขั้นต้นนั้นอย่าลืมว่า เราต้องพยายามสร้างบุญของตนเองให้มากขึ้นด้วยตัวของเราเองมากที่สุดเท่าที่จะมากได้  เพื่อให้ผลบุญนั้นมากขึ้นจนมีแรงส่งผลมากกว่ากรรมไม่ดีที่กำลังจะส่งผล  ก่อนที่ไปขอบุญบารมีผู้อื่นมาช่วย และเพื่อให้ตัวเราเป็นเครื่องรับที่อยู่ในสภาพที่ดี ที่พร้อมจะรับคลื่นที่มาจากผู้ที่เราไปขอความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เปรียบเทียบกับคนไข้ที่ต้องการยาดีที่แรง ต้องมีร่างกายที่พร้อมด้วย เหมือนกับโทรทัศน์ชั้นดี ที่มีตัวรับสัญญาณที่ดี ที่พร้อมจะรับคลื่นที่แรงสูงได้ เปิดดูภาพได้ทุกช่องจากทุกสถานีที่ส่งคลื่นเข้ามา

ทำไมถึงแนะนำให้ไปขอความเมตตาจากผู้มีบุญบารมี เพราะในบางกรรมนั้นบุญของเราที่มีอยู่ในตอนนี้ไม่พอที่จะรับมือได้ ถ้าบุญเราพอจริงเราคงไม่ต้องพบกับความเดือดร้อนขนาดนี้

แต่สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระอริยสงฆ์ ครูบาอาจารย์ ผู้มีบุญนั้นท่านสะสมบุญบารมีมามากกว่าเราหลายภพหลายชาติ และด้วยความเมตตากรุณาจากท่าน จะช่วยทำให้เรื่องที่ใหญ่นั้นเล็กลงได้ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ดวงตก จึงต้องพึงบุญของท่านมาช่วยให้ทันเวลาก่อนที่จะสายเกินไป

จริงๆ แล้วท่านผู้มีบุญมากเหล่านี้ ยินดีช่วยเหลือเราทุกคนอยู่แล้ว แต่ทว่าหลายคนยังไม่เข้าใจในเรื่องนี้ดีพอ ดังนั้นพอเวลาไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไปกราบไว้ผู้ที่มีคุณธรรมชั้นสูงหรือไปสร้างบุญโดยไม่เข้าใจ จึงไม่ได้รับบุญเท่าที่ควรกลับมาด้วย

เพราะอาจจะมีบาปเจือปน หรือมีอะไรบางอย่างไปปิดกั้นไว้ จึงอยากจะเสนอความรู้ที่เป็นศาสตร์โบราณที่ครูบาอาจารย์ของผู้เขียนสอนมา และได้มีการทดลองใช้ด้วยตัวเองและได้แนะนำให้ท่านอื่นลองไปใช้ดูและได้ผลดีมาก เรื่องเหล่านี้เป็นทั้งศาสตร์และเคล็ดสำคัญที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ จุดมุ่งหมายที่นำมาเปิดเผยเพื่อให้ท่านทั้งหลายได้ผ่านพ้นเรื่องร้ายๆ ไปได้ด้วยดี

อย่างไรก็ตาม การที่จะทำให้ดีขึ้นหรือไม่ดีขึ้นนั้น ต้องขึ้นอยู่ด้วยบุญและกรรมของแต่ละท่านเองด้วย โปรดพิจารณาด้วยสติ ด้วยปัญญา

จงอย่าเชื่อในสิ่งที่แนะนำทั้งหมด แต่อย่าให้ลองพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง เรื่องเหล่านี้เป็นปัจจัตตังหรือรับรู้ รับทราบ รู้สึกได้ด้วยตัวเอง คนอื่นไม่มีทางรับทราบได้

ถ้าสิ่งที่นำมาเสนอนั้นดีจริงและช่วยท่านได้จริง ก็ขอให้ท่านช่วยกันบอกเรื่องเหล่านี้ต่อไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้  เพื่อช่วยเหลือคนที่กำลังทุกข์จะได้คลายทุกข์ คนที่ดวงตกจะได้ดีขึ้นและตัวท่านเองก็จะได้บุญกุศลไปด้วย

แต่ถ้าทำให้ท่านขุ่นเคืองใจหรือถ้าท่านไม่เชื่อก็ขออโหสิกรรมไว้ ณ ที่นี้ด้วย ต่อไปนี้จะบอกถึงวิธีการแก้ไขเมื่อกรรมไม่ดีเข้าสู่ชีวิตหรือคนที่ดวงตกควรที่จะทราบและแก้ไขได้ทันทุกขั้นตอนอย่างละเอียด

ขอให้อ่านอย่างช้าๆ เพื่อสร้างความเข้าใจอย่าเต็มที่ให้ได้ความรู้เต็มรอบ แล้วทุกท่านจะได้พบในสิ่งที่ท่านปรารถนาครบถ้วนทุกประการ

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์แก้ “ดวงตก” โดย ชำนาญ การวิเศษ

Read Full Post »


เคล็ดยุติส่งผลกรรมของเจ้ากรรมนายเวรหลายคนถามว่า เราสามารถที่จะหลบเจ้ากรรมนายเวรพวกนี้ได้ไหม
?

บอกได้เลยว่าหลบไม่ได้ มีบางคนไปเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลบอกว่าจะได้ทำให้เจ้ากรรมนายเวรเขาตามไม่ได้ มันตลกมากเพราะเจ้ากรรมนายเวรนั้นเขาตามที่ดวงจิตวิญญาณไม่ได้ตามที่หน้าหรือร่างกาย หรือชื่อเสียงเรียงนาม

จิตนั้นเป็นผู้บันทึกกรรม เมื่อตายไปเราเปลี่ยนเพียงรูป เปลี่ยนแค่ใบหน้าร่างกายแต่กรรมที่เกิดขึ้นที่อยู่ในจิตนั้นไม่ได้เปลี่ยนตามไปด้วย เหมือนเราเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์มือถือเป็นรุ่นใหม่ แต่ซิมการ์ดที่บรรจุข้อมูลไม่ได้เปลี่ยน แม้จะเปลี่ยนไปอีกกี่ 100 เครื่องพันเครื่อง ข้อมูลในซิมการ์ดก็คงยังอยู่ครบถ้วนไม่ได้หายไปไหน

เหมือนกับตำรวจในยุคนี้ ต่อให้โจรไปเปลี่ยนกี่ร้อยชื่อพันชื่อ ทำศัลยกรรมใบหน้ามากี่ครั้ง ตำรวจเขาก็ตามไปจับได้ เพราะเขาตามที่กรุ๊ปเลือด ตามที่ดีเอ็นเอ หรือตามที่เลขที่บัตรประชาชน ที่คนเราเกิดมาต้องมีติดตัวไปจนตาย หนีไปอยู่ทะเบียนบ้านที่ไหน เปลี่ยนชื่อไปกี่ครั้งแต่เรื่องเหล่านี้ไม่เคยเปลี่ยน เขาถึงตามจนเจอแล้วไปลากคอมาลงโทษได้เมื่อหนีหรือหลบไม่ได้จะทำอย่างไรดี จึงอยากบอกข่าวดีให้ทราบด้วยว่า

 

 กรรมนั้นมีเวลายุติการส่งผลเหมือนกัน เมื่อเกิดได้ก็ต้องดับได้เช่นกันไม่มีอะไรเหนือไปกว่ากฎของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ได้

แม้ว่ากรรมนั้นทั้งฝ่ายดีหรือไม่ดีต้องส่งผลตามกาล ตามหน้าที่ ตามลำดับแต่เมื่อถึงอโหสิกรรมแล้วก็ต้องยุติลง ซึ่งทางที่จะทำกรรมนั้นหยุดลงมี 3 อย่างคือ

 

1.กรรมที่ให้ผลเสร็จแล้ว

 

2.กรรมที่รอให้ผลอยู่แต่ไม่มีโอกาสส่งผล  กรรมมันรอส่งผลแต่มีเหตุปัจจัยหลายอย่างทำให้ไม่มีโอกาสส่งผล อย่างเช่นกรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน เมื่อมันไม่มีโอกาสแทรกเข้ามาได้ มันก็หมดพลังลงไป ยุติไปเลย

 

3.กรรมในชาติต่อๆ ไปที่ต้องติดตามคนนั้นไปส่งผล แต่ทว่าบุคคลนั้นเข้าสู่พระนิพพานแล้ว กรรมจึงไม่มีโอกาสไปส่งผลอีก กรรมนั้นก็ต้องยุติหรืออโหสิกรรมไปโดยปริยาย เพราะไม่รู้ว่าจะตามไปส่งผลให้กับใครเพราะว่างหลุดพ้นไปแล้วไม่มีกาย ไม่มีจิตอีกแล้ว

แต่การกระทำกรรมไม่ดีหรืออกุศลกรรมนั้นจะยุติได้หรือส่งผลเบาบางลงได้ เมื่อกรรมได้ส่งผลสำเร็จแล้วหรือถ้าเจ้ากรรมนายเวรได้อโหสิกรรมให้เวรที่ผูกพันนั้นเป็นอันยุติ แต่ไม่ใช่ว่าผลกรรมจะหมดไป แต่จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาก็หาย ซึ่งบุคคลทั่วไปถ้าไม่รู้ให้เท่าทันหลักตรงนี้จะเป็นอันตรายมาก

เพราะจะทำให้หลงผิดพาลไปคิดว่า*ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป* ซึ่งเขาเหล่านั้นที่เห็นคนที่ทำชั่วแต่ยังได้ดีนั้น เขาไม่ได้เห็นผลบั้นปลายของคนทำไม่ดีโดยตลอด กล่าวคือ เราเห็นบุคคลคนหนึ่งเพียงชั่วครู่ชั่วยาม

สมมติว่าถ้าเราสามารถถอดจิตตามไปดูบุคคลที่ทำชั่วอย่างมากในยามที่เขาตาย จะได้เห็นว่าเขาโดนลงโทษทัณฑ์ขนาดไหน และรู้หรือไม่ว่าเวลาบนโลกนั้นกระชั้นสั้นแค่ไหน 1 ปีบนสวรรค์แค่ชั้นจตุมหาราชิกาก็ยาวนานก็บนโลกเราแล้ว และ1 ปีนรก ก็ยิ่งยาวนานมากขึ้นตามขุมที่ลึกลงไป

อันคนชั่วช้า คดโกงสารพัดที่เรายังเห็นสุขสบายดีนั้น เป็นเพราะกรรมดีในชาติเก่าของเขากำลังส่งผลอยู่ เมื่อบุญเก่านั้นหมดเมื่อใดก็จะถึงคราวที่กรรมชั่วจะแสดงผลบ้าง ตอนนี้แหละเราจะได้เห็นกันแบบไม่ต้องสงสัยกันอีก และที่เห็นคนใหญ่คนโต นักโกงกินทั้งหลายที่เคยมีอำนาจวาสนาและตอนนี้ถูกจับ ถูกตามล่าก็มาจากการแสดงผลกรรมชั่วที่เขาทำมานั้นตามมาทันในชาตินี้ไม่ต้องไปรอที่ในชาติหน้า

ซึ่งถ้ากรรมยังไม่อโหสิกรรม ก็คงต้องยอมรับผลกรรมกันไป แต่ก็มีทางสามารถผ่อนคลายหรือไม่ให้ผลของกรรมนั้นมากระทบได้เช่นกัน ที่ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาสอนเอาไว้มี 3 วิธี คือ

 

1.ลด ละ เลิกกรรมชั่วและทำกรรมดีให้มาก ถ้าเราลด ละ เลิกทำความชั่ว เราก็ไม่มีความชั่วมาเพิ่มในชีวิต และเป็นการดีที่จะรีบแก้ไขในสิ่งที่ไม่ดี ขอให้พยายามทำกรรมดีให้มากทั้งทาน ศีล ภาวนาจนมีกำลังมากกว่ากรรมชั่วที่กำลังส่งผล ในที่สุดพลังหรือกำลังของกรรมชั่วนั้นก็จะอ่อนแรงลงเรื่อยๆ จนถึงขั้นที่เราไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนเรื่องยาพิษที่ผสมน้ำจำนวนมากเข้าไปที่ยกตัวอย่างมาแล้ว และเพียรพยายามเอาบุญที่เราทำนั้นไปขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรเสีย

หลวงพ่อจรัล แห่งวัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ท่านเมตตากล่าวถึงวิธีการที่จะได้บุญกุศลไว้ว่า

“คนเราจะมีกุศลได้ ต้องภาวนาให้ใจใสสะอาดออกมาจากดวงใจ จะมีเมตตา ปรารถนาดีต่อทุกคน จะไม่อิจฉาริษยาแต่ประการใดนี่ก็เป็นทานอันสำคัญ ที่เราพยายามเสียสละความชั่วออกจากตัวได้”

2. พยายามแยกกายกับจิตออกจากกัน เรื่องนี้ท่านสอนไว้ว่า เมื่อมีความทุกข์ใดๆ เข้ามากระทบ ก็อย่าให้ใจเราเป็นทุกข์ไปด้วย ให้พยายามคิดด้วยสติ ด้วยปัญญาว่าทุกข์ที่เกิดมันเกิดกับร่างกายกับวัตถุไม่ได้เกิดที่ใจของเรา

ดังคำที่ว่า เมื่อเรามีกายอาดูรกระวนกระวายอยู่ด้วยทุกขเวทนา จิตของเราจะไม่อาดูรกระวนกระวายตามกาย เมื่อจิตผ่องใส ไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นที่ไป เมื่อจิตเศร้าหมอง ไม่ผ่องใส ทุคติเป็นที่ไป

 

3.พยายามสร้างบุญบารมีมากจนถึงขั้นไปสู่นิพพาน ซึ่งในข้อนี้ต้องบอกว่ายากมากเพราะกว่าที่คนเราจะไปถึงขั้นที่กรรมนั้นส่งผลไม่ได้แล้ว ที่ไม่มีทั้งร่าง ไม่มีทั้งจิตนั้น คงต้องใช้เวลาหลายภพหลายชาติสำหรับคนทั่วไปที่ยังมีกรรมอยู่มากและขาดความเพียรอย่างยิ่งยวด

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์แก้ “ดวงตก” โดย ชำนาญ การวิเศษ

Read Full Post »


วิธีแก้ไขดวงตกแบบเร่งด่วน (2)-เจ้ากรรมนายเวรประเภทไม่มีชีวิต
  ก็เหมือนเจ้ากรรมนายเวรพวกแรกนั่นแหละ แต่เขายังไม่ได้กลับมาเกิด ยังคงเป็นเพียงดวงจิตวิญญาณ กำลังรับกรรมของเขาอยู่ทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดี เป็นกรรมที่เขารับก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา แต่กรรมที่มีกับเรานั้นเขาก็ต้องการที่จะให้เราชดใช้ด้วยเช่นกัน

เจ้ากรรมพวกนี้มีเพียงดวงจิตวิญญาณที่ตามรังควาน ตามล้างตามเช็ดเราทุกวิถีทางที่จะให้เราชดใช้ตามกำลังที่เขาจะทำได้เขาจึงมาในรูปแบบต่างๆ เช่น อุบัติเหตุแบบไม่คาดคิด มาเป็นอุปสรรคในชีวิตทุกเรื่อง โรคภัยไข้เจ็บบางโรคที่หมอเองก็จนปัญญาที่มักจะเรียกว่า “โรคเวรโรคกรรม” นั่นแหละ

 

จึงพอสรุปได้ว่า เจ้าหนี้พวกนี้เขาจะทำทุกอย่างที่ให้เราชดใช้จนกว่าเขาจะพอใจหรืออโหสิกรรมให้เรา เรื่องร้ายๆ เหล่านี้ถึงจะลดลงจนถึงหายไปจากชีวิตเรา

เป็นหนี้ที่เราชดใช้ไปแล้วด้วยจำนวนหนี้ที่ยืมเขามา หรือในจำนวนหรือสิ่งของอะไรก็ตามที่เขายอมรับและพอใจเขาถึงจะยอมเลิกรากันไป แต่เรื่องของกรรมนั้น แม้เจ้ากรรมนายเวรเขาจะอโหสิกรรมให้แต่เรายังคงต้องได้รับเศษเวรเศษกรรมอยู่ จะหนักหรือเบาเพียงใดขึ้นอยู่กับกรรมนั้นว่าหนักหรือเบาเพียงใด เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เพราะเป็นการซับซ้อนของกฎแห่งกรรม แต่อย่างไรก็ดี

 

ขอให้จำไว้อย่างขึ้นใจเลยว่า กรรมนั้นแก้ไม่ได้ ไม่มีใครใหญ่เกินกรรม

ที่บอกว่าเรื่องของกรรมนั้นแก้ไม่ได้ เพราะไม่มีใครมีอำนาจ มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ย้อนเวลากลับไปแก้ไม่ให้กรรมมันไม่เกิดขึ้นได้  เหมือนเราไม่สามารถทำให้ข้าวสวยที่หุงขึ้นมาเต็มหม้อข้าว กลับไปเป็นข้าวสารในกระสอบได้อีก

 

กรรมนั้นเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องส่งผลเป็นกฎแห่งกรรม เป็นกฎแห่งธรรมชาติ

ที่ทุกวันนี้ที่เราได้ยินเรื่องของการแก้กรรมนั้น เป็นเพียงการไปคลายผลของกรรมเท่านั้น ไม่ใช่ไปแก้ที่เหตุ เพราะอย่างที่ย้ำอยู่เสมอว่า เหตุนั้นมันเกิดขึ้นมาแล้วไม่มีใครมีอำนาจย้อนกลับไปในอดีตได้ ครูบาอาจารย์หลายท่านเมตตาสงสารคนที่กำลังได้รับผลกรรม ท่านจึงแนะนำวิธีการที่จะช่วยคลายทุกข์

ส่วนมากจะเป็นการไปสร้างบุญทั้งทาน ศีล ภาวนาเพื่อไปขออโหสิกรรม ทั้งนี้เพื่อที่จะให้เจ้ากรรมนายเวรพวกนี้คลายความโกรธแค้น คลายความอาฆาตลง จากที่จะเล่นงานเราหนักๆ ก็เอาเพียงเบา ๆ ให้รู้สำนึก รู้ให้รู้รสชาติของการที่ไปทำกรรมกับคนอื่น จะได้ไม่ไปทำอะไร ทำกรรมในชาตินี้อีก

บุญที่อุทิศไปให้เจ้ากรรมนายเวรพวกนี้ ส่วนมากเขาจะพอใจมาก เพราะเมื่อเจ้ากรรมนายเวรเขายินดีและอยู่ในสภาพที่รับได้ เขาจะเป็นสุขได้ด้วยบุญนั้น บุญจะช่วยให้เขาคลายความร้อนรุ่มในจิตใจและในกรรมที่เขากำลังได้รับอยู่ เมื่อเขาสบายขึ้นเขาก็ต้องยินดีและอยากขอบคุณในคนที่ช่วยเหลือเขาให้พ้นทุกข์ แม้จะเคยเป็นลูกหนี้ที่เขาแค้นมากก็ตาม

ลองคิดดูก็ได้ว่า ถ้ามีคนอยู่คนหนึ่งที่เคยทำให้เราต้องสูญเสียอะไรไปหรือช้ำใจ ในวันหนึ่งเขากลับมาหาเรา มาขอโทษบอกเราว่า เขาสำนึกผิดอย่างจริงใจแล้ว พร้อมเอาสิ่งที่เคยสูญเสียมาคืน พร้อมกับทำดีกับเราทุกๆ วันด้วยความจริงใจ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด มีอะไรดีๆ ก็เอามาฝาก ลองถามใจตัวเองว่า เรายังจะโกรธและจะยกโทษให้เขาไหม และยิ่งคนนั้นเคยเป็นคนที่เรารักมากด้วย เราพร้อมที่จะอภัยและมีความสัมพันธ์ที่ดีดังเดิมได้แล้วหรือยัง

การอุทิศบุญนั้นเป็นนำบุญไปขอโทษแทนสิ่งต่างๆ ที่เราได้ทำมานั้นต้องทำตลอดเวลาถ้าอยากให้ชีวิตนั้นดีขึ้น มีหลายคนเคยถามว่า เขาอุทิศบุญมาตลอดแต่ทำไมชีวิตเขาไม่ดีขึ้น

ก็ขอตอบให้เข้าใจตรงนี้เลยว่า คนทุกคนนั้นมีเจ้ากรรมนายเวรมากมายหลายร้อยชาติ พันชาติที่เคยเกิดมา เหมือนเรามีเจ้าหนี้เป็นพันคนหมื่นคนเราติดค้างเขาเป็นจำนวนมาก ในชาตินี้หรือที่ผ่านมาได้ใช้เขาไปแค่คนสองคน แล้วที่เหลือเขายังไม่พอใจหรือยังไม่ได้รับการชดใช้ อยากจะถามกลับว่า เจ้าหนี้ที่เหลือเขาจะยกหนี้ให้ไหม

ในบางเจ้ากรรมนายเวรนั้น ถ้าเราอุทิศบุญไปให้เขาเพียงครั้งเดียวหรือเริ่มถือศีล 5 สวดมนต์เขาก็อาจจะพอใจและถอนตัวไปเลยเมื่อเห็นเรากลับตัว กลับใจได้  แต่ในบางเจ้ากรรมนายเวรที่เขาแค้นเรามากๆ ที่เราไปทำลาย ทำร้ายชีวิตหรือสิ่งที่เขารักมาก เราอาจจะต้องใช้เวลานานหน่อยในการสร้างบุญและการไปขออโหสิกรรม

เพราะอย่างไรก็ตาม ทุกดวงจิตวิญญาณนั้นมักจะมีความดี ความอ่อนโยนซุกซ่อนอยู่เสมอไม่ว่าจะใจหินเพียงใด เมื่อเรารู้ตัวสำนึกผิด และเพียรพยายามทำบุญเพื่อไปชดใช้เขา เพียรขออโหสิกรรมบ่อยๆ ครั้งจนเขาใจอ่อน ส่วนมากเขาจะพึงพอใจและถอนตัวไปจากเรื่องร้ายๆ ในชีวิตของเรา หรือด้วยบุญของเราที่เราส่งไปให้ ทำให้เขาไปสู่ภพภูมิใหม่ที่ดีกว่าเขายินดีในภพใหม่ ความเป็นอยู่ใหม่ที่ดีขึ้น เขาก็ยกโทษให้

ซึ่งการที่จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรพวกนี้พึงพอใจนั้นมีหลายวิธีการ ทั้งสร้างบุญขึ้นมาใหม่อุทิศบุญ เชื่อมบุญ การถือศีล การทำสมาธิเจริญภาวนา กรรมฐาน เพื่อนำผลบุญเหล่านี้ไปขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรที่ไม่มีชีวิต เพราะตอนนี้เขาเหลือเพียงดวงจิตวิญญาณเขาจึงสามารถรับได้ด้วยบุญเท่านั้น

อยากจะเรียนให้ทราบอย่างหนึ่งว่า บุญที่เกิดขึ้นจากที่เราไปทำสังฆทาน ใส่บาตรที่เป็นอาหารคาวหวานนั้น หรือทำบุญสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร ถวายกระเบื้องมุงหลังคา ปูน หิน ดิน ทรายหรือเผาบ้านกระดาษ รถยนต์กระดาษ หรืออะไรที่เป็นวัตถุนั้น เจ้ากรรมนายเวรถ้าเขามารับได้เขาก็จะได้รับเขาเป็นของทิพย์ทั้งสิ้น

ไม่ได้เป็นข้าวขาหมู ขนมปังหรือวัตถุอะไรก็ตามที่เราถวายพระสงฆ์ ที่คนส่วนมากมักจะคิดว่าถ้าเราถวายอะไรเขาก็จะได้อย่างนั้นเหมือนกัน พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ตายไป ชอบกินอะไรก็พยายามหามาถวายพระอย่างนั้นเหมือนเดิม ซึ่งมันไม่ใช่อย่างนั้น

ญาติพี่น้องเหล่านั้นเขาตายไปแล้ว เขาไม่มีร่างกายและไม่สามารถกินหรือเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้ คนที่ใช้ประโยชน์หรือฉันเข้าไปนั้นจึงเป็นพระสงฆ์ซึ่งเป็นมนุษย์ธรรมดา ซึ่งเป็นเนื้อนาบุญที่จะช่วยส่งบุญของเราให้เป็นไปตามที่เราตั้งใจอุทิศไปให้ใครก็ตาม

ดังนั้นการถวายภัตตาหารใดๆ เราควรจะพิจารณาด้วยว่า เป็นประโยชน์ต่อพระสงฆ์ท่านหรือไม่ อะไรที่ไม่สมควร ไม่มีคุณภาพก็ควรเลี่ยงเสีย เพราะเรื่องเหล่านี้อาจจะทำให้บุญนั้นเปื้อนบาปโดยไม่รู้ตัวเพราะอาหารางอย่าง อาจทำให้ท่านเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย จะทำให้บุญที่ทำนั้นมีอานิสงส์บุญไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

ขอแนะนำเคล็ดง่ายๆ ที่จะทำให้ท่านทุกคนได้บุญมากยิ่งขึ้นไปก็คือ สิ่งของที่ถวายพระหรือให้ใครนั้น ลองนึกกลับกันว่าเป็นท่านเป็นคนรับ ท่านจะพอใจหรือไม่ บุญมากนั้นเกิดจากความพยายาม เจตนาที่ตั้งใจจะทำให้ประณีตและบริสุทธิ์ ถ้าท่านให้ของดีที่ประณีตมากขึ้นเท่าใด บุญนั้นก็จะมากตามไปด้วยเป็นไปตามกฎแห่งกรรมในเรื่องของเจตนา

 

 ความว่าประณีตนั้นไม่ได้หมายความว่าสิ่งของนั้นต้องแพง แต่หมายถึง สิ่งของที่ดีที่สุดในเวลานั้นที่เรามีและมีเจตนาจะให้แบบครบถ้วนทุกประการ

ในพระไตรปิฎกจึงมีการบันทึกมากมายที่คนยากไร้ถวายข้าวเพียงทัพพีเดียว แล้วกลายเป็นมหาเศรษฐีด้วยบุญนั้นส่งให้ คนที่ถวายผ้านุ่งที่นุ่งอยู่มีเพียงผืนเดียว กลายเป็นเทวดา แล้วกลับมาเกิดก็กลายเป็นคนรวยไม่มีจนอีกต่อไป

Read Full Post »


วิธีแก้ไขดวงตกแบบเร่งด่วน (1)วิธีแก้ไขเร่งด่วน

เมื่อเรารู้สาเหตุแล้วว่ามาจาก 2 ทางทั้งกรรมเก่าและกรรมใหม่ในชาตินี้เราจึงต้องแก้ทั้ง 2 ทางไปพร้อมๆ กัน

1. จากกรรมเก่า เจ้าหนี้ของเรื่องนี้เราเรียกกันว่า “เจ้ากรรมนายเวร”  เพราะเป็นผู้ถูกเรากระทำไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งส่วนมากเราไม่รู้เลยว่า เราไปทำเขาตั้งแต่เมื่อใด ชาติไหนและเรื่องอะไรบ้าง เจ้ากรรมนายเวรพวกนี้มี 2 ประเภทคือ เจ้ากรรมนายเวรแบบมีชีวิตกับไม่มีชีวิตเหลือเพียงดวงจิต วิญญาณอยู่ในภพภูมิต่างๆ กัน

 

-เจ้ากรรมนายเวรแบบมีชีวิต คือ เจ้ากรรมนายเวรที่ตามกลับมาเกิดพร้อมๆ กับเราในชาตินี้มีทั้งอยู่ในร่างของคนและสัตว์ ไม่ว่าจะมาเกิดเป็นพ่อแม่  ลูก พี่น้อง คู่รัก เพื่อนสนิทมิตรสหาย ญาติก็ดีไม่ใช่ญาติก็ดี เพื่อนร่วมงาน คนข้างบ้าน คนที่เรารู้จักและที่ไม่รู้จักในตอนนี้ สัตว์เลี้ยงทั้งหลายและไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเรา

เจ้ากรรมนายเวรพวกนี้ได้ร่วมกรรมกับเรามาทั้งบุญและบาป เป็นกรรมที่ผูกพันกันมา ในเรื่องของบุญก็ความสุขก็จะทำให้เรายิ้ม หัวเราะ สมหวังในสิ่งที่เขามอบให้ มีความสุขเมื่ออยู่ใกล้ชิดกัน ในเรื่องของกรรมไม่ดีก็มักจะทำให้เราต้องเสียอารมณ์ เสียใจ เสียทรัพย์หรือเสียอะไรที่เรามีอยู่ไป

บางครอบครัวนั้น ลูกที่เกิดมาอาจจะเคยเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นพี่เป็นน้อง ญาติสนิทหรือเป็นบรรพบุรุษของพ่อแม่ในชาตินี้ที่มีกรรมต่อกันมา ดังนั้นพ่อแม่ในชาตินี้ก็ต้องมีภาระเลี้ยงดูอุ้มชู ทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกมีความสุข ถ้าบุญที่ทำร่วมกันมามีมากกว่า ครอบครัวนี้ก็มีความสุข แต่ถ้ากรรมไม่ดีมีมากกว่า ครอบครัวนี้ก็แสนจะวุ่นวาย เดี๋ยวลูกก็ไปสร้างความเดือดร้อนมาให้ไม่เว้นแต่ละวัน

บางคนเจอเพื่อนร่วมงานเอาเปรียบ  เจอเพื่อนร่วมงานกลั่นแกล้งสารพัดทั้งๆ ที่ชาตินี้ไม่ได้ไปทำอะไรเขาเลยแม้แต่น้อย ขอพึงให้ระลึกและรู้เลยว่า ในชาติก่อนนั้นเราต้องเคยไปทำเขาแบบนั้นแน่นอน เราถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

บางคนทำการค้าแล้วถูกโกง ถูกเอาเปรียบก็เหมือนกันคือ เราต้องเคยไปโกงเขามาเช่นกัน ชาตินี้เขาถึงมาเอาของเขาคืน

บางคนผิดหวังในความรัก ถูกทิ้ง ถูกหักหลัง คู่รักไปมีชู้หรือประพฤติตัวที่ทำให้ต้องช้ำใจอยู่เสมอก็เป็นเหตุเดียวกัน เราเคยทำกับเขาอย่างไรเขาก็ทำกับเราแบบนั้น ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับผลแบบนั้นกลับคืน ทำดีก็ต้องได้ดี ทำชั่วก็ต้องได้ชั่ว

การแก้ไขเร่งด่วนในเรื่องนี้ ก่อนอื่นเราต้องสำนึกผิดจริงๆ และละอายต่อการกระทำที่ผ่านมา บางเหตุการณ์นั้นถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่กรรมนั้นก็เกิดขึ้นแล้ว ให้ใจของตนรู้สึกผิดจริงๆ และอยากไปขอโทษ ไปชดใช้ในสิ่งที่ทำมา ต้องเพียรพยายามไปขอโทษเจ้ากรรมนายเวรประเภทนี้ที่มีตัวตน ในการกระทำที่ผ่านมา

การขอโทษเพื่อให้เกิดการอโหสิกรรมให้และจะไม่มีกรรมผูกพันกันไปอีกในชิตนี้และชาติต่อไป เป็นการลดจำนวนเจ้ากรรมนายเวรอีกทางหนึ่ง นำสิ่งของ เงินทองที่เราไปเบียดเบียนเขามาไปคืนเขาเสีย ถ้ายังไม่พร้อมในเรื่องวัตถุ ให้ไปบอกเขาว่า ขอเวลาในการชดใช้แต่จะชดใช้ให้หมดสิ้นแน่นอน

และที่สำคัญที่สุดต้องให้อโหสิกรรมต่อสิ่งที่เขาทำกับเราด้วย เพราะแม้ถึงตัวเจ้าหนี้เองเขาให้อโหสิกรรมกับเราแล้ว แต่ตัวเรายังเจ็บแค้นและไม่ให้อภัยกับเขาด้วยจริงใจ กรรมนั้นก็จะไม่จบ ยังมีภาคสอง ภาคสามต่อไป ต้องหยุดทั้งสองฝ่าย กรรมถึงจะระงับไปจริง

จะบอกให้อย่างหนึ่งว่า เจ้ากรรมนายเวรพวกนี้ ส่วนมากจะเป็นคนที่เคยทำกรรมดีร่วมกันกับเรามา จึงมีสายใยผูกพันอยู่แล้ว ต้องเคยสนิทชิดเชื้อช่วยเหลือ เขาถึงจะให้ยืมเงิน ยืมทองหรือทำธุระอะไรให้ และต้องเคยมีกรรมไม่ดีร่วมกันมาด้วย

เมื่อกรรมไม่ดีมาส่งผลทำให้เกิดความแตกแยกร้าวฉาน ทะเลาะเบาะแว้งหรือถึงขั้นโกรธอาฆาต จะเป็นด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามที่ทำให้เกิดความแตกแยก ถ้าเราทำดี คิด พูดดีใหม่อีกครั้ง บุญเก่าที่เคยทำร่วมกันมาจะช่วยทำให้กรรมนั้นมีทางผ่อนคลายจนนำไปสู่การยุติลงได้เช่นกัน และยิ่งในตอนที่กรรมไม่ดีกำลังเริ่มอ่อนกำลังลง บุญจะแสดงผลมาก

มีคนๆ หนึ่งที่เคยรักกันกับเพื่อนสนิทมาก ช่วยเหลือจุนเจือกันมาตลอด มาวันหนึ่งเอ่ยปากยืมเงินก้อนใหญ่จากเพื่อนสนิทคนนี้มาทำธุรกิจ เพื่อนก็ใจดีและด้วยมีบุญร่วมกันมาก็ให้เงินก้อนใหญ่มา แต่อนิจจาเพราะกรรมเก่าฝ่ายไม่ดีส่งผล

เพื่อนที่เป็นลูกหนี้นั้นทำธุรกิจเจ๊ง ต้องกลายเป็นคนมีหนี้สินมากมาย ต้องหนีหน้าเพื่อนไปไม่กล้าไปหาเหมือนเดิม เพื่อนที่เป็นเจ้าหนี้นั้นโกรธมากที่เพื่อนหนีหน้าไปไม่ยอมมาพูดคุย เขาไม่ได้เสียดายเงินแต่เสียดายมิตรภาพของความเป็นเพื่อนรักกันมากกว่า

แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี เพื่อนที่เป็นลูกหนี้คนนี้ก็สำนึกผิดอย่างจริงใจและได้พยายามกลับตัวใหม่เปลี่ยนกรรมใหม่หรือการกระทำใหม่ของตัวเองในปัจจุบัน  และหมั่นสร้างบุญกุศลใหม่ แม้ไม่เจอหน้าเจ้าหนี้แต่ก็เพียรพยายามอุทิศบุญไปให้และขออโหสิกรรมทุกครั้งโดยระบุชื่อด้วย

ด้วยบุญใหม่และบุญเก่าที่เคยทำร่วมกันมาอยู่แล้ว วันหนึ่งเมื่อรวบรวมจิตใจได้ก็เดินกลับเข้าไปหาเพื่อน เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังและขอโทษในสิ่งที่ทำไป และขอโอกาสเพื่อนในการหาเงินมาใช้คืน แต่ขอผ่อนชำระไปเรื่อยๆ  อย่างที่บอกว่าเพื่อนที่เป็นเจ้าหนี้นั้นด้วยต้องเคยทำบุญร่วมกันมา

เพราะถ้าไม่มีบุญร่วมกันมาชาตินี้คงไม่ได้มาเป็นเพื่อนสนิทกัน และปาฏิหาริย์แห่งบุญใหม่ที่เพื่อนอุทิศให้ตลอด ทำให้ใจที่โกรธขึ้งคลายตัวลง เขาจึงให้อภัย และกลับมาคบกันเหมือนเดิมและยังช่วยเพื่อนที่เป็นลูกหนี้ให้ตั้งตัวได้อีกด้วย อย่างนี้เรียกว่า บุญใหม่ไปกระตุ้นบุญเก่าให้มีกำลังมากขึ้น

อีกคนหนึ่งเป็นเพื่อนที่รู้จักกันดี เขาเป็นหนี้บัตรเครดิตและธนาคาร ทั้งๆ  ที่เขาไม่ตั้งใจและประวัติการเงินดีมาตลอด เพราะภาวะเศรษฐกิจที่ผันแปร ทำให้ตกงาน เมื่อตกงานในเดือนแรกๆ เขาก็ยังพอประทังส่งหนี้ได้(ยังมีบุญเก่าอยู่)

แต่ในที่สุดเมื่อถึงเวลาที่เงินหมด(บุญเก่าหมด) เขาก็กลายเป็นหนี้เน่า ต้องถูกตามราวีจากเจ้าหน้าที่ถูกเงินจนแทบประสาเสีย ซึ่งพวกทวงหนี้นั้นก็คือ หนึ่งในจำนวนของเจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิตนั่นเอง

ช่วงนั้นเป็นช่วงกรรมไม่ดีนั้นส่งผล ทำให้ครอบครัวเริ่มแตกแยก ภรรยาเขาเริ่มไม่พอใจไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น จนเพื่อนคนนี้เคยคิดสั้นจะหนีไปหรือฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอด

โชคดีที่เขาได้พบกับครูบาอาจารย์ที่เมตตา สอนให้เข้าใจในเรื่องของกรรม ว่าเราไม่มีทางหนีพ้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องส่งผล กรรมนั้นก็ตามทำหน้าที่ เราเองนั้นต้องตั้งรับด้วยสติ ด้วยปัญญาที่มีเมื่อไม่มีสติ ปัญญาก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ และเมื่อมืดที่สุดแสงสว่างก็กำลังจะมา มีมืดแล้วต้องมีสว่าง

ดังนั้นเพื่อนคนนี้จะเริ่มทำตามที่ครูบาอาจารย์ท่านแนะนำ เริ่มจากการลด ละ เลิกกรรมชั่วทั้งปวงเท่าที่จะทำได้ ถือศีล 5 แล้วหมั่นสร้างบุญกุศลเท่าที่มีกำลัง ซึ่งมีหลายช่องทางที่ไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว ทั้งฟังธรรม นำแรงงานไปช่วยเหลือผู้อื่น (เรื่องนี้ขอให้ดูจากบุญกิริยาวัตถุ 10 ที่ต่อจากบทต่อไป)

เพื่อนคนนี้เริ่มหันทำสมาธิภาวนา เมื่อจิตเขานิ่งเขาก็เห็นต้นเหตุแห่งปัญหา ที่มาจากการใช้เงินโดยไม่คิดถึงวันข้างหน้า ใช้เงินโดยไม่มีสติ กลายเป็นทาสของเงิน ไม่คิดถึงอุบัติเหตุทางการเงินที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาทั้งจากตนเองและจากคนอื่น

และมาจากการที่ตนเองไม่เชื่อในเรื่องของบาปบุญคุณโทษ ในบางครั้งจะทำอะไรที่เป็นกรรมไม่ดีโดยไม่รู้ตัวและไม่เข้าใจ ไม่เคยสร้างบุญและเชื่อมบุญ ไม่เคยทำตัวดีหรือทำกรรมดีกับคนในที่ทำงาน หัวหน้างานเมื่อมีเรื่องที่ต้องเอาคนออก ด้วยสายใยแห่งกรรมดีที่ไม่เคยมีผูกพันกันเขาถึงต้องโดนออกจากงานเป็นคนแรกๆ ทั้งที่ทำงานดี และที่สำคัญบุญของเขาน้อยกว่าคนที่ทำงานด้วย

เมื่อเขาเริ่มเปลี่ยนการกระทำหรือเปลี่ยนกรรมใหม่ทั้งทางโลกและทางธรรม พูดง่ายๆ ก็คือ ซ่อมกับสร้างไปพร้อมๆ กัน

ซ่อมก็คือ แก้ไขปรับปรุงนิสัยที่ไม่ดี การกระทำที่ไม่ดี ความคิดที่ไม่ดีออกไปจากชีวิต

สร้างก็คือ สร้างกรรมดีใหม่ให้มากที่สุดเท่าที่จะมาได้

อะไรที่ไม่ดีกับชีวิตกับงานที่ทำในชีวิตประจำวันก็ปรับปรุงแก้ไข ลด ละ เลิกในสิ่งที่ไม่ดีไม่ถูกธรรม ให้อภัยให้อโหสิกรรมกับทุกๆ คน ที่เกี่ยวข้องทั้งพวกทวงหนี้ เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ภรรยาและคนอื่นรอบข้างทั้งหมดด้วยใจจริงและพร้อมกับขออโหสิกรรมต่อทุกคน ต่อสรรพสัตว์ สรรพวิญญาณทั้งหลายที่ตอนนี้เขารู้แล้วว่ามีจริงและส่งผลกับชีวิตของเขาด้วย

และหมั่นสร้างบุญตามกำลังด้วยจิตศรัทธา รู้จักวิธีการการอุทิศบุญไปให้กับเจ้าหน้าที่ที่ตามทวงเงินด้วยอัศจรรย์แห่งบุญ การพูดคุยจากที่กวนประสาทของเจ้าหนี้และคนรอบข้างนั้นเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น มีการตกลงกันด้วยดี อย่างคาดไม่ถึงที่ต้องสูญเสียเงินมากก็เสียน้อยนิดและยังยืดเวลาออกไปด้วย

เขาเริ่มที่จะอธิษฐานขอบุญที่เขาทำนั้น โปรดนำเขาไปพบกับอาชีพที่ดีและมั่นคง และไม่นานนักเขาก็ได้ทำงานใหม่ ซึ่งดีกว่าเก่าด้วยซ้ำ สองเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงในอีกหลายร้อยเรื่อง พันเรื่องที่ใช้บุญในการแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กับการเปลี่ยนการกระทำ เปลี่ยนกรรมของตนเองจากไม่ดีให้ดีและจากที่ทำดีอยู่แล้วให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

Read Full Post »


สาเหตุที่ทำให้คนดวงตกคนดวงตกหมายถึง อะไร

ในช่วงชีวิตของคนนั้น ตั้งแต่เกิดจนถึงตายภายใน 80-90 ปี อันนี้เป็นแบบปกติทั่วไปโดยเฉลี่ยไม่ใช่ตายเพราะอุบัติเหตุที่สาเหตุมาจากกรรมฝ่ายไม่ดีมาตัดรอนอย่างเด็ดขาด ในช่วงเวลาดังกล่าวเราคงต้องมีทั้งสุขและทุกข์และเป็นไปในระดับกลางๆ คือ ไม่ทุกข์ไม่สุข

ในห้วงแห่งความทุกข์แสนสาหัสที่กรรมฝ่ายไม่ดีกำลังส่งผล นี่แหละที่เขาเรียกว่า “คนดวงตก”  ที่มีหลายกรรมฝ่ายไม่ดีที่เคยทำเข้ามาส่งผลในชีวิตพร้อมๆ กัน

ดวงตกที่ว่ามาจากความเชื่อในเรื่องของโหราศาสตร์ ทางโหรนั้นเรียกคนที่กำลังมีเรื่องราวไม่ดีที่ดึงให้ตกต่ำ ทำอะไรมักติดขัดหรือไม่สำเร็จ ประเภทจับอะไรเป็นเจ๊ง จับอะไรเป็นเรื่องทุกทีเขาว่า ดวงตกหรือดวงชะตาอ่อน

หรือที่เรียกกันติดปากว่า “พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก” เพราะชีวิตในช่วงนั้นมันวุ่นวายอลหม่านพอสมควรไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเงิน เรื่องงาน หลายคน บางช่วงของชีวิต ปัญหางาน ปัญหาการเงิน ปัญหาชีวิต ปัญหาเพื่อน ก็ถั่งโถมเข้ามามากเหลือเกิน จนบางคนแทบทนไม่ไหว

ในหนังสือเล่มนี้เราจะมาพูดกันถึงสาเหตุให้ทราบเสียก่อนเพราะเหตุใด ดวงถึงตก และต้องแก้ไขรีบด่วนอย่างไรในเบื้องต้นและสุดท้ายการแก้ไขในแบบที่ถาวรกัน

 

เหตุที่ดวงตก

สาเหตุหลักนั้นมาจาก 2 เรื่อง ของมาจากรรมเก่าในอดีตและกรรมใหม่ที่ทำในชาตินี้ เป็นกรรมฝ่ายไม่ดี ที่มารวมกันในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันจนทำให้ทุกอย่างติดขัดไปหมดเสียทุกเรื่อง  และโดยเฉพาะเรื่องของกรรมเก่าในอดีตนั้น เราไม่มีทางทราบว่าเป็นกรรมอะไรบ้าง แต่ถึงไม่รู้ทั้งหมดแต่ก็พอจะศึกษาด้วยกฎแห่งกรรมได้ เพื่อเป็นแนวทางไม่ให้ทำกรรมแบบนั้นขึ้นมาอีกในชาตินี้ เพราะกรรมเก่าจากอดีตบางกรรม กำลังส่งผลในปัจจุบัน กรรมในปัจจุบันบางกรรมก็รอที่จะส่งผลในอนาคตอันใกล้นี้

เรื่องของกฎแห่งกรรมนั้น พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้มากมายในพระไตรปิฎก ถึงที่มาที่ไป เพราะเหตุใดถึงต้องมีชะตาชีวิตแบบนี้ การที่พระพุทธองค์นำมาแสดงไว้เพื่อให้เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายได้ตระหนักถึงผลของกรรมหรือผลของการกระทำ จะได้ระมัดระวังในการดำรงชีวิต ไม่ไปทำผิดแบบนั้นอีก เพราะผลที่ออกมาก็ต้องทำให้ชีวิตต้องทนทุกข์ทรมานกันอีก

 

เรื่องของกฎแห่งกรรมไม่ได้นำมาแสดงให้กลัวจนยอมจำนนต่อกรรมแต่เพื่อให้เราเปลี่ยนแปลงไปในทางดีขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพและเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาชีวิตให้ดีขึ้นด้วยมือตัวเอง

หลักการสำคัญที่เราชาวพุทธทั้งหลายควรตะหนักก็คือ การอยู่ในกาลปัจจุบัน อยู่กับกรรมในปัจจุบันมิใช่ไปยืดติดกับกรรมเก่าในอดีต ไปยอมจำนนต่อกรรมเก่าจนไม่กล้า ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือเปลี่ยนกรรมในปัจจุบันให้ดีขึ้น พร้อมรู้จักระงับกรรมไม่ดีมากมายที่ไม่ควรทำ

อันชีวิตของเรานั้นมาจากกรรมลิขิตทั้งสิ้น ไม่ได้มาจากอำนาจอื่นใด ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้า เทพเจ้าองค์ใด ไม่ได้มาจากดวงดาว ดาวพระเคราะห์หรืออะไรเป็นผู้กำหนด การกระทำหรือกรรมของเราเองนั่นแหละเป็นผู้กำหนดทั้งสิ้น

ใครทำอะไรไว้เมื่อถึงเวลาก็ต้องรับผลที่ทำเอาไว้ตามนั้น ไม่มีอะไรมาเบี่ยงเบนหรือเปลี่ยนผลลัพธ์ไปได้ ทำดีต้องได้ ทำชั่วต้องได้ชั่ว ผลต้องเป็นไปตามนั้นปลูกหรือหว่านอะไรไว้ก็ต้องได้รับผลตามนั้น ปลุกข้าวก็ต้องได้ข้าว ปลุกกล้วยก็ต้องได้กล้วย ไม่ใช่ปลุกกล้วยแล้วผลออกมาเป็นรวงข้าว มันเป็นไปไม่ได้

ที่เราเรียกว่า “ดวงตก” นั้นอย่างที่บอกว่าเป็นเรื่องของโหราศาสตร์ จริงๆ แล้วน่าจะเรียกว่า “วิบากกรรมไม่ดีเข้า” มากกว่า เพราะเป็นช่วงที่ผลของกรรมไม่ดีที่ทำมากำลังส่งผล อาจจะมีหลายๆ กรรมมาพร้อมๆ กัน อาจจะหนักบ้างเบาบ้าง แต่ก็ทำให้ชีวิตวุ่นวายพอสมควร

เป็นช่วงที่ผลของบุญที่เคยทำมานั้นอาจจะส่งผลน้อยมากหรือกำลังไม่พอกับกรรมไม่ดีที่กำลังส่งผล ทำให้มีแต่ความทุกข์มากกว่าความสุข คนเรานั้นยิ่งทุกข์อยู่แล้ว มีเรื่องทุกข์เข้ามาเพิ่มแม้จะน้อยนิดเบาเท่าขนนุ่นหรือขนนก ถ้าขาดสติ ขาดความเข้าใจที่ถูกต้องและวิธีการแก้ไขอาจทำให้ชีวิตนั้นพังทลายได้เหมือนกัน

นอกจากกรรมเก่าที่เราไม่รู้แล้วยังมีกรรมใหม่ในชาตินี้ที่เราทำ ที่เรารู้ตัวดีอยู่แล้วหรือเจตนาหรือไม่เจตนาแต่ผลมันก็เกิดขึ้นแล้ว เช่น ให้เงินคนกินเหล้า เราอาจจะไม่ตั้งใจหรือทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาต้องเอาเงินไปใช้ในทางที่ไม่ดีแน่แต่ก็ให้ไป คนที่ได้เงินนั้นไปซื้อเหล้ากิน พอเมามายเต็มที่ไปก่อคดีขึ้นมา ก่อกรรมขึ้นมาเพราะเหล้าที่มาจากเงินของเรา ถ้าไม่มีเงินของเราที่ให้ไปเขาก็ไม่มีเงินไปซื้อเหล้ามากินแล้วก่อกรรมขึ้นมา ก็กลายเป็นว่าเรามีส่วนในกรรมนั้นแน่นอน

หรือเป็นคนขับรถพาคนไปทำแท้ง คนแนะนำสถานที่ให้คนไปทำแท้งหรือพูดจาส่งเดช แบบคนเขาทุกข์มาปรึกษาก็พูดส่งๆ ไปว่า เลี้ยงไม่ไหวก็ไปทำแท้งเสียดีกว่า แล้วเขาก็ไปทำแท้งจริงๆ คนที่พูดนี่ก่อกรรมขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเลยนะ หลายคนชีวิตนั้นต้องทนทุกข์ทรมานทำอะไรก็ไม่ขึ้นเพราะมีส่วนร่วมในกรรมนี้ ในการฆ่าคนตาย ร่วมฆ่าเด็กตายโดยไม่เจตนา

แม้แต่การกระทำหรือกรรมในชาตินี้ ทั้งๆ ที่รู้แต่ก็ยังทำ เช่น เป็นคนขี้เกียจ จับจดทำอะไรก็ไม่เอาจริง คิดแต่คอยคดโกงคนอื่น หรือพูดจาโกหกพกลมไปวันๆ พอมีความจำเป็นไปขอความช่วยเหลือคนอื่น ใครเขาก็จะช่วยเพราะเป็นคนแบบนั้น ทำกรรมขึ้นมาเองหรือเป็นคนที่ทำให้ตัวเองดวงตกด้วยมือ ด้วยการกระทำของตัวเองแท้ๆ ไม่มีใครเขาไปทำให้

หลายเมื่อชีวิตตกต่ำ ทำอะไรก็ไม่สำเร็จจับอะไรเป็นพัง ค้าขายอะไรเป็นเจ๊ง ก่อนที่จะไปโทษคนอื่น ไปโทษเจ้ากรรมนายเวร โทษฟ้าโทษดิน ควรจะโทษตัวเองพิจารณาสิ่งที่ตัวเองทำมาเสียก่อน

สำรวจตนเองว่าทำกรรมดีอะไรมาบ้างในชีวิต ถ้าคิดว่ายังน้อยก็จงรีบทำให้มากเสีย บุญนั้นเป็นที่พึ่งได้จริงทั้งสร้างใจให้เป็นสุข หนุนนำชีวิตให้ดีขึ้นและเป็นเสบียงไปเลี้ยงตัวในภพชาติต่อไป

กรรมไม่ดีหรือกรรมชั่วนั้นต้องลด ละ เลิกเสียอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อะไรไม่ดีต่อตนเองและต่อผู้อื่นแม้เพียงน้อยนิดก็ถือว่าเป็นกรรมไม่ดี ยิ่งสะสมมากขึ้นเท่าใด เมื่อถึงเวลาส่งผลเราอาจจะรับมือไม่ไหว

ขอให้เชื่อและมั่นใจเถิดว่า การทำกรรมดีหมั่นสร้างบุญกุศลนั้น ช่วยได้จริงสำหรับคนที่ดวงตก ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตได้จริงทั้งแบบช่วยเหลือเร่งด่วนและแบบถาวร บุญนั้นจะช่วยคลายทุกข์จากหนักให้เป็นเบาหรือเบาให้หายไปได้

ครูบาอาจารย์คนสำคัญตั้งแต่โบราณกาลทั้งที่เป็นพระอริยสงฆ์และฆราวาสผู้ปฏิบัติธรรม ท่านได้เมตตาสอนไว้ว่า กรรมชั่วนั้นเหมือนกับยาพิษ ถ้าเรากินเข้าไปทันทีเราอาจจะตายได้ถ้าเราเอายาพิษนั้นไปใส่ไว้ในตุ่มแล้วเอาน้ำสะอาดใส่เข้าไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ยาพิษนั้นก็เจือจางจนแทบไม่มีผลอะไรอีกแล้ว  กรรมดีนั้นเหมือนน้ำสะอาดบริสุทธิ์ที่เราเติมเข้าไปในตุ่ม ที่ยิ่งมีมากเท่าใด ยาพาหรือกรรมชั่วนั้นก็แทบไม่มีพิษสงอะไรอีก

กรรมที่ติดตามเรามานั้นเหมือนหมาไล่เนื้อ เมื่อมันวิ่งทันเหยื่อหรือตัวเราเมื่อใดมันจะกัดกินทันที ยิ่งเมื่อเหยื่ออ่อนแรงหรือบุญนั้นน้อยไม่มีกำลังพอ มันก็วิ่งมาทันและมากัดกินได้ง่ายดาย แต่ถ้าเหยื่อนั้นมีกำลังหรือมีบุญมากกว่า มีแรงวิ่งแบบไม่หยุดและเร็ว หมาไล่เนื้อมันก็วิ่งตามไม่ทัน

แต่ถ้าเหยื่อนั้นประมาทหรือหลงทางคือ ทำกรรมชั่วมากขึ้นไปอีกยิ่งไปตัดทอนกำลังที่จะวิ่งหนีหรือถึงขั้นวิ่งมาหมาไล่เนื้อเอง ชีวิตของเหยื่อคงต้องทุกข์ทรมานมากขึ้นและเร็วขึ้นแน่นอนอุปมาทั้ง 2 เรื่องที่ยกมานั้นคือเรื่องของกรรมดีและกรรมชั่วโดยเฉพาะ

 

ช่วงที่ชีวิตตกต่ำ ถ้าเราทราบจากเหตุดังที่กล่าวมาแล้วว่า เป็นเพราะกรรมไม่ดีที่เราทำนั้นส่งผลก็จึงมีอยู่ 2 ทางที่เร่งด่วนที่จะแก้ไข ก็คือ ลด ละ เลิกอย่าทำกรรมชั่วเพิ่มขึ้นมาอีกที่มาซ้ำเติมชีวิตของตนเอง และเร่งทำกรรมดีพาตัวเองให้รอดจากกรรมชั่วที่กำลังส่งผลนั้นเสีย

เรื่องของกฎแห่งกรรมนั้นเป็นเรื่องซับซ้อนละเอียดมาก หลายคนจึงยากที่จะเข้าใจว่ากรรมใดจะเกิดก่อนหรือเกิดทีหลัง เป็นเพราะความหนักเบา ที่ขึ้นอยู่กับวัตถุ ประโยคหรือความพยายามและเจตนา แต่ดูได้ง่ายๆ จากผลที่เกิดขึ้นนั้นดีหรือร้ายแรงกระทบออกไปเพียงใดทั้งต่อตนเอง ต่อคนอื่นและคนหมู่มากแค่ไหน

คนที่โกงเงินคนอื่นเพียงคนเดียว ย่อมได้ผลแห่งกรรมนั้นน้อยกว่าคนที่คดโกงเงินของชาติบ้านเมือง ที่มาจากหยาดเหงื่อเลือดเนื้อของคน 60 ล้านคน คนที่ก่อคดีเดียวย่อมได้รับโทษน้อยกว่าคนที่ก่อคดีมาเป็นสิบ เจ้าทุกข์หรือเจ้ากรรมนายเวรก็มากกว่า ผลที่ทำมาก็มากกว่าเช่นกัน

คนที่ฆ่าสัตว์แบบครั้งเดียวไม่เจตนาเช่น เดินเหยียบหอยทากตายกับคนที่ฆ่าช้างแบบเฝ้ากันเป็น 10 วัน 10 คืน กว่าจะฆ่ามันได้ต้องใช้ลูกปืนเป็นร้อยนัด สร้างความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสให้ช้าง ย่อมจะได้รับกรรมที่หนักกว่า

คนที่เพียรพยายามทำงานด้วยความสุจริต ทำกรรมดีมาเป็นเวลา 10-20 ปีหรือชั่วชีวิตย่อมได้รับผลจากที่ทำมาได้รับการนับถือยกย่องมากกว่าคนที่พยายามทำดีเพียงวัน 2 วัน

อันคนเรานั้นเวียนว่าย ตาย เกิดมานับไม่ถ้วนย่อมก่อกรรมทั้งดีและร้ายมามากมายเหลือคณานับ ลองคิดแค่ชาติเดียวที่เกิดมานี้ ลองนั่งทำใจให้นิ่ง นึกย้อนหลังไปก็จะพบว่าเรากระทำอะไรมามากมาย นี่แค่ชาติเดียว และถ้าหลายร้อยชาติ พันชาติ เราสร้างกรรม สร้างเจ้ากรรมนายเวรมามากมาย นึกเปรียบเทียบดูว่าเราไปยืมเงินคนมาสัก 10 คน เมื่อถึงวันหนึ่งเจ้าหนี้ทั้ง 10 คนเขามาทวงหนี้พร้อมๆ กันในวันเดียว แล้วเราจะทำอย่างไร

คนที่มีเงินกักตุนไว้หรือมีบุญกักตุนไว้เยอะก็คงพอจะรอดไปได้ แต่คนที่ไม่มีเงินหรือเงินน้อยหรือบุญน้อยจะทำอย่างไรดี ช่วงเวลาที่เขามาทวงพร้อมกันนั่นแหละที่เขาเรียกกันจนชินปากว่า”ดวงตก” เพราะเป็นช่วงที่แย่สุดสุด เป็นช่วงที่ทั้งกรรมเก่าจากอดีตชาติและกรรมใหม่เขามายืนทวงพร้อมกัน ชีวิตของเราคงแย่แน่นอน

ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาสอนวิธีแก้ไขมาให้จึงอยากจะนำมาเผยแพร่ให้รับทราบ ลองพิจารณาดูถ้าเห็นว่าดีกับชีวิตจึงค่อยทำ แต่ถ้าไม่เชื่อและไม่คิดว่ามันจะดีกับชีวิตก็ขอให้อย่าทำ ขอให้เรื่องนี้ผ่านไปเสีย

Read Full Post »

Older Posts »