Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for มิถุนายน, 2012

การใส่บาตรนั้นเป็นวิธีทำบุญที่ง่ายที่สุดสำหรับทุกคน  หลังจากทำบุญแล้ว แนะนำว่าควรจะสวดคาถาของแต่ละวัน (วันที่เกิด) เป็นจำนวนตามกำลังวัน ซึ่งได้นำคาถาแต่ละวันมาฝาก มีดังนี้

สำหรับท่านที่เกิดวันอาทิตย์            สวดวันละ    6   จบ     อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ
สำหรับท่านที่เกิดวันจันทร์              สวดวันละ   15  จบ     อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา
สำหรับท่านที่เกิดวันอังคาร             สวดวันละ    8   จบ     ติ หัง จะโต โร ถิ นัง
สำหรับท่านที่เกิดวันพุธ                  สวดวันละ   17  จบ     ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท
สำหรับท่านที่เกิดวันพุธกลางคืน        สวดวันละ   12  จบ     คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ
สำหรับท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี          สวดวันละ   19   จบ    ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ
สำหรับท่านที่เกิดวันศุกร์                 สวดวันละ   21   จบ    วา โธ โน อะ มะ มะ วา
สำหรับท่านที่เกิดวันเสาร์                สวดวันละ   10   จบ    โส มา ณะ กะ ระ ถา โธ

สำหรับท่านที่ไม่มีเวลาและอยากใส่บาตรทุกวัน

วิธีก็คือให้เตรียมเหรียญตามกำลังวันไม่ว่าจะเป็นเหรียญบาทหรือเหรียญ 50 สตรางค์ก้ได้ก่อน เช่น คุณเกิดวันพุธให้คุณเตรียมเงินตามกำลังวันก่อน 17 เหรียญ ส่วนวันที่เหลืออีกแปดวันใส่แค่วันละ1เหรียญ ก่อนจะเอาเหรียญไปใส่ที่พระประจำวันแล้วท่องบทย่อคาถาประจำวันตามกำลังวันเหมือนเดิม เมื่อมีเวลาแล้วให้ไปหยอดตู้ตามวัดหรือใส่ซองถวายพระไป

ท่านใดที่คิดสร้างกุศล ตามศรัทธานั้น เป็นการดีอยู่แล้วอย่าลืมทำเพิ่มและเสริมบารมีอยู่บ่อยๆ ะ จะช่วยส่งเสริมดวงท่านให้ดีด้วย อย่าลืมอุทิศบุญจากการใส่บาตรนี้ให้กับเทวดาประจำตัว เทพนพเคราะห์ประจำวันเกิดด้วยจะดีกับชีวิต ทำบุญอย่าลืมผู้ที่มีบุญคุณควรให้ก่อนและค่อยให้เจ้ากรรมนายเวรทุกครั้ง

 

Read Full Post »

ก่อนอื่นต้องเรียนให้ทราบเสียก่อนในเรื่องของความจริงที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบ หรืออาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน คนที่ทำอาชีพต่างกันนั้น หรือมีความสามารถ ความชอบที่ต่างกันเช่น ในศิลปะการวาดรูป หรือในการดนตรี การช่าง หรือในเรื่องใดก็ตามนั้น

เป็นเพราะกรรมและปัจจัยที่แต่ละบุคคลสะสมมาในอดีตชาติ

เหมือนกับความรู้ที่เราเรียนมาในชาตินี้ที่ต้องมีเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เรา ชอบเป็นพิเศษและทำได้ดี เมื่อทำบ่อยๆ เขาก็จะฝังใจเกิดความชำนาญ สามารถทำได้เหนือกว่าผู้อื่นหลาย บางคนอาจจะหัดทำกับข้าวแทบตายแต่รสชาติไม่ได้เรื่องได้ราว แต่กับอีกคนราวกับว่าคาบทัพพีมาเกิดเลย โตขึ้นมาหยิบจับทำอะไรก็อร่อยไปหมด

คนในยุคนี้เรียกว่า “พรสวรรค์ “   แต่ในความจริงเป็นกรรมที่ติดตัวมา เป็นความรู้เดิม ความทรงจำเดิมซึ่งอาจจะมีหลายกรรม หลายวาระแต่กรรมใดที่ทำเป็นอาจิณและเป็นกรรมหนักที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง มักจะส่งผลก่อน

เช่น คนที่เคยเป็นทหารในอดีตชาติมีการกระทำซ้ำๆ มาหลายชาติมาชาตินี้ก็มีสิทธิ์มากที่จะเป็นทหารและรุ่งเรืองในอาชีพการงาน แต่บางคนอาจจะเคยเป็นมาชาติหนึ่งหรือสองชาติ น้อยกว่าการเป็นพ่อค้าวานิชที่ร่ำรวย มาในชาตินี้อาจจะเป็นทหารแต่ไม่รุ่งเรืองในอาชีพ แต่เมื่อลาออกราชการมาทำอาชีพค้าขายจึงรุ่งเรืองผิดกันลิบลับ

ดังที่พระอริยสงฆ์ที่มีบุญบารมีมากนั้น ท่านไม่แค่สร้างบุญบารมีในชาตินี้เพียงชาติเดียว ท่านต้องเคยบวชเรียน ปฏิบัติธรรม ในหลายชาติที่ผ่านมา เป็น “ของเก่า” ของท่านที่ท่านต้องทำอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุตามคำสัจจะอธิษฐานของท่าน ไม่ว่าท่านจะปรารถนาไปในทางใด เป็นพุทธภูมิหรือเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต พระปัจเจกพุทธเจ้าหรือปัจเจกภูมิ  หรือสาวกภูมิเพื่อไปสู่นิพพานก็ตาม ถ้ายังไม่หมดเชื้อ ยังไม่ถึงในสิ่งที่ท่านตั้งใจ ก็ต้องวนเวียนมาเกิดอีกหลายภพหลายชาติ

เมื่อต่างก็มาเกิดตามกรรม ตามปัจจัยที่สะสมมาต่างกันในอดีตชาติ พอมาถึงในชาตินี้ ก็ย่อมศึกษาวิชาการต่างกัน  ประกอบอาชีพต่างกัน    บางอาชีพก็เป็นสัมมาชีพ และบางอาชีพก็เป็นมิจฉาชีพ   แต่เชื่อว่าไม่มีใครอยากจะทำไม่ดี    การที่ประกอบอาชีพไม่รุ่งเรืองนั้นมีอยู่ 2 เรื่องสำคัญ

เรื่องที่หนึ่ง  ยังทำเหตุในชาตินี้ไม่สมบูรณ์ยังไม่ตรงกับผลที่อยากจะได้รับ คือ ยังทำไม่พอที่จะประสบความสำเร็จ จึงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่า ยังมีการใดบ้างที่เรายังไปไม่ถึง ไม่ครบถ้วนเช่น ปัญญาความรู้ต่างๆ ที่ยังไม่พอ ความขยันขันแข็ง ทุนรอนที่พอสำหรับที่จะทำให้งานนั้นสำเร็จ ความสามารถยังไม่พอที่ต้องไปขอให้คนอื่นมาช่วย เรื่องเหล่านี้ต้องพิจารณาให้ดี แล้วพยายามแก้ไขทำให้เหตุเต็มพร้อมสมบูรณ์ในทุกเรื่องที่ใช้ในการประกอบอาชีพให้พบกบความสำเร็จ

เรื่องที่สอง ยังบุญไม่ถึง บุญไม่พอที่จะพบกับความสำเร็จ เรื่องนี้แก้ไขได้ด้วยการสร้างบุญกุศลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และอาชีพที่ทำนั้นต้องเป็นอาชีพที่ไม่ผิดบาป ไม่เป็นอาชีพที่เบียดเบียนผู้อื่น ซึ่งจะขอแนะนำถึงเคล็ดวิชาสำคัญให้ลองไปทำดังนี้

– หมั่นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศาลพระภูมิ เจ้าที่เจ้าทางสถานที่ค้าขาย ที่ทำงานด้วยความนอบน้อม การบูชาที่ดีที่สุดก็คือ การปฏิบัติบูชา การสร้างบุญและอุทิศบุญไปให้ท่าน เรื่องของเซ่นไหว้อะไรนั้นขอให้ยึดหลักธรรมดาใช้ปัญญาให้มากอย่าทำให้มันเกินเลย ทำแต่พอดี ท่านปรารถนาบุญมากกว่าผลไม้ อาหารเหล่านั้น ที่สำคัญท่านเป็นกายละเอียด กายทิพย์รับแต่สิ่งที่เป็นทิพย์ได้เท่านั้น ของเซ่นไหว้ส่วนมากจะกลายเป็นอาหารของมด หนูเท่านั้น

– หมั่นระลึกนึกถึงผู้มีพระคุณทั้งในชีวิตและในหน้าที่การงานรวมถึงครูบาอาจารย์ ต้องรู้จักกตัญญูเชิดชูท่าน สำหรับท่านที่เสียชีวิตไปแล้วให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน สำหรับที่ยังมีชีวิตอยู่ควรหมั่นไปเยี่ยมเยียนท่าน ขอพรจากท่าน

คนที่ทำอาชีพอะไรไม่ขึ้น ไม่มีทางร่ำรวยได้ ส่วนมากจะเป็นคนอกตัญญูไม่พระคุณคน ยิ่งพ่อแม่ด้วยแล้วใครที่เตยทำให้ท่านช้ำใจ หรือทำให้ท่านเสียใจถ้าถึงขนาดที่ท่านต้องร้องไห้ทุกข์ใจเพราะการกระทำของเรา รับรองว่าชาตินี้ทำอะไรก็ไม่เจริญ มีแต่เรื่องติดขัด

ให้รีบไปขอขมา ขออโหสิกรรมท่านโดยด่วนที่สุดเท่าที่ทำได้  ให้เอาน้ำสะอาดโรยด้วยดอกมะลิ หรือดอกไม้หอมไปล้างเท้าท่าน

ล้างเสร็จแล้วเอาผ้าสะอาดที่นุ่มเช็ดเท้าท่านแล้วเอาวางบนหัวของตัวเอง กล่าวขอขมา ขออโหสิกรรมต่อท่าน และรับปากท่านว่าจะเป็นคนใหม่ เป็นคนดีมีศีลกำกับชีวิต ถ้าท่านให้อโหสิกรรมแล้ว กรรมต่างๆ ที่เคยทำกับกับท่าน การทำมาค้าขายจะดีขึ้นทันตาเห็นเลย แต่ถ้าท่านเสียชีวิตไปแล้วให้หมั่นทำบุฯกุศลให้ท่าน แล้วกล่าวขออโหสิกรรมต่อท่านบ่อยๆ ด้วยความสำนึกผิดจริงๆ จะช่วยได้

– ถือศีล 5 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อ 4 คนที่ทำการค้าหรือทำงานไม่ว่าอะไรต้องระวังกรรมทางวาจาให้มาก บางครั้งคำพูดของเรานั้นจะไปปิดทางเจริญในอาชีพแทนที่จะได้ดีอาจจะทำให้คนเขาเกลียดหรือเป็นเป็นกรรมมาขวางทางสำเร็จไว้ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง พระอริยสงฆ์แห่งเมืองไทยได้เมตตาบอกทางไว้ถ้าอยากเจริญให้ทำ “วาจาเป็นทิพย์

คือพูดตามความเป็นจริง ไม่พูดหยาบคาย ใช้วาจาไพเราะ  ไม่ส่อเสียด ไม่ยุยงส่งเสริมเขาให้แตกร้าวกัน  ใช้วาจาเฉพาะที่วาจาที่เป็นประโยชน์ทั้ง 4 ประการนี้ คำว่า “โทษ” ไม่มีเกิดขึ้น มีแต่”คุณ”เท่านั้น จะไปที่ไหน จะพูดที่ไหน ใครก็อยากรับฟัง และส่งเสริมให้เจริญ

– บริจาคทาน รู้จักการให้อย่างสม่ำเสมอ  การให้ทานนั้นจะเกิดผลมาก ยิ่งคนที่เขาเดือดร้อนแล้วเราอยากช่วยให้เขาพ้นทุกข์ให้เหมาะสมกับกาลเวลา เหมาะกับเหตุ

– ทำงานทุกครั้ง ทุกนาทีให้นึกว่ากำลังทำบุญอยู่ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้ผู้อื่นมีความสุขทั้งลูกค้า เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน คนที่ทำอาชีพค้าขายต้องให้ลุกค้าทุกอย่างที่ดีที่สุด ลดราคาได้เพื่อสร้างบุญถ้าทำได้จะดีมากๆ มีแม่ค้าอยู่คนหนึ่งตอนแรกค้าขายอะไรก็ติดขัด เพราะคิดเอาแต่ได้ คิดแต่จะเอาเปรียบลูกค้า เมื่อได้รับคำแนะนำให้ไปคิดกลับด้านกันกลับมาทางบุญ ให้คิดว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้ามีความสุข ให้ลูกค้าในสิ่งที่ดีที่สุด ในราคาที่ดีไม่เอาเปรียบเขา

รู้จักเคล็ดทำบุญกับลูกค้าทุกครั้ง คือ ของแทนที่จะขาย 10 บาทก็ขาย 9 บาท สำหรับ 1 บาทที่ลดไปนั้นถือว่าทำบุญให้กับลูกค้า พอเริ่มทำแบบนี้แล้ว ลูกค้าที่หายไปก็กลับเข้ามา ลูกค้าใหม่ก็เข้ามาอุดหนุน วันนี้ร่ำรวยมีเงินเป็นหลายๆ ล้านแล้ว ลองเอาไปใช้กันดู ยิ่งทำยิ่งรวย

– หมั่นอุทิศบุญให้กับเทวดาประจำตัว อยากจะบอกให้ทราบอย่างหนึ่งว่า เทวดาประจำตัวนั้นมีจริง เมื่อทำบุญทุกครั้งควรจะอุทิศบุญให้ท่านด้วย เพื่อให้ท่านมีบุญบารมีเพิ่มและช่วยเราได้เมื่อเรามีเคราะห์ เทวดาประจำตัวนั้นในอดีตท่านอาจจะเป็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ครูบาอาจารย์ เพื่อนสนิทหรือญาติที่ยังมีความห่วงใย ยังคงมีกรรมผูกพันและห่วงใยเราอยู่ สำหรับในภพภูมิของเทวดานั้น บางชั้นของสวรรค์ 1 วันเท่ากับ 100 ปีมนุษย์ ดังนั้นคนที่ห่วงใยเราและจากเราไปนั้นท่านยังอยู่แน่นอน

อีกเรื่องหนึ่งที่มักเข้าใจกันผิดๆ ว่าเทวดาประจำตัวนั้นท่านแฝงอยู่ในตัวคน ขอให้เข้าใจอย่างถูกต้องเสียใหม่ว่า เทวดาประจำตัวนั้นท่านไม่ได้สิงอยู่ในตัวเรา อันคนเรานั้นเนื้อตัวนั้นเหม็นมากเป็นป่าช้าที่รวมซากศพสัตว์ต่างๆ ที่คนกินเข้าไป

เทพเทวดาทั้งหลายท่านเป็นผู้มีบุญมากกว่าบาป ไม่มีทางอยู่ใกล้กับคนแน่นอน ท่านอยู่อีกภพภูมิหนึ่งที่สูงกว่าภพภูมิของมนุษย์ น้อยครั้งที่ท่านจะมาแฝงตัวในคน ท่านมาเพื่อเมตตาบอกเรื่องสำคัญเท่านั้น เมื่อเสร็จกิจธุระก็จะรีบกลับไปที่ภพภูมิของท่าน

สำหรับพวกเจ้าเข้าทรงทั้งหลายที่บอกว่ามีเทพ มีครูบาอาจารย์มีพระมหากษัตริย์ บุคคลสำคัญในอดีตมาเข้าทรงนั้น ร้อยละ 99 มีแต่ผีที่มาเข้าแล้วแอบอ้างทั้งนั้น เพราะถ้าบอกว่าเป็นผีจะไม่มีคนเชื่อ ให้ของกินจึงแอบอ้างเบื้องสูงว่าเป็นพระองค์ท่านนั้น พระองค์ท่านนี้ ผีพวกนี้ถ้าพาคนไปผิดทาง ผิดธรรมก็ถือว่าสร้างกรรมใหม่ฝ่ายไม่ดีที่จะต้องรับผลกรรมหนักกว่าเดิมเสียอีก

คนที่อุทิศบุญให้เทวดาประจำตัวตลอดนั้นจะมีโชคลาภจากการทำงาน ทำอะไรจะไม่ติดขัด บางครั้งจะเกิดการอัศจรรย์ขึ้นซึ่งไม่ต้องตกใจอะไร เทวดาประจำตัวท่านเมตตาช่วยเหลือสงเคราะห์แม้กระทั่งให้โชค ให้ลาภ แต่จะได้หรือไม่ได้นั้นอยู่ที่บุญของคนนั้นถึงเวลาส่งผลหรือไม่

– บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้คุณกับอาชีพโดยตรง เรื่องนี้ต้องพิจารณาให้ดี อย่าลืมว่าการบูชาท่านนั้นเป็นการแสดงความเคารพยอมรับนับถือ ดังนั้นต้องเอาแนวทางปฏิบัติของท่านในด้านต่างๆ มาปฏิบัติในอาชีพของตนถึงจะเกิดปาฏิหาริย์ได้

เช่น ท่านที่นับถือพระโพธิสัตว์กวนอิม ต้องทราบว่า พระโพธิสัตว์กวนอิมนั้น พระองค์ท่านมีเมตตาสูง ชอบช่วยเหลือคน คนที่บูชาก็ต้องยืดหลักการเมตตา การช่วยเหลือคน การทานตามแบบอย่างพระองค์ท่าน

ท่านที่นับถือพระพิฆเณศ ท่านต้องรู้ว่าพระพิฆเณศ ท่านเป็นเจ้าแห่งศิลปะวิทยาการ คนที่บูชาก็ต้องหมั่นแสวงหาความรู้ในการประกอบอาชีพอย่างไม่ย่อท้อ หรือท่านที่นับถือเสด็จเตี่ยหรือกรมหลวงชุมพรฯ ท่านต้องรู้ว่าเสด็จเตี่ยท่านเป็นทหารกล้าเป็นคนจริง พระองค์ท่านรักชาติ รักแผ่นดินเท่าชีวิต มีสัจจะ พระองค์ท่านไม่ชอบคนโกงกิน ปล้นแผ่นดินฉ้อราษฎร์บังหลวง

ดังนั้นต้องทำหน้าที่ปฏิบัติแบบพระองค์ท่านอย่าทำในสิ่งที่ท่านเกลียดหรือตรงกันข้ามเป็นอันขาด เพราะต่อให้ไปไหว้จุดธูปทุกวัน บูชาท่านทุกวันแต่ยังสร้างกรรมไม่ดีสวนทางกับท่าน

ให้ร้อยชาติพันชาติ ก็ไม่มีวันเจริญก้าวหน้าในอาชีพได้อย่างแท้จริง

Read Full Post »

หลายท่านเดือดร้อนเรื่องเงินอย่างหนัก และมาปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดีที่จะขายที่ดินหรือขายบ้านมาแก้ปัญหาเรื่องเงิน ก่อนอื่นท่านต้องสร้างบุญเสียก่อนแล้วอุทิศไปให้พรหมเทพเทวดาที่รักษาที่ดินผืนนั้นอยู่บอกกล่าวถึงความจำเป็นที่จะต้องขายที่ดินผืนนั้นรวมถึงขออโหสิกรรมเสีย เพราะเราอาจจะไปล่วงเกินท่าน ในระหว่างที่ครอบครองที่ดินนั้นอยู่

และต้องอุทิศบุญไปที่คนซื้อด้วย ยิ่งถ้ารู้ว่าคนที่จะมาซื้อนั้นเป็นใครยิ่งดี

อุทิศบุญไปให้เขาแบบระบุชื่อเลยและเทวดาประจำตัวเขาด้วยเป็นการเชื่อมบุญกันทั้งผู้ขาย และผู้ซื้อถ้าไม่รู้หรือยังไม่รู้ว่าใครจะมาซื้อ ในตอนอุทิศบุญให้กล่าวว่าให้กับเจ้าของที่ดินใหม่ที่จะมาครอบครองหมั่นอุทิศบุญสม่ำเสมอ

หลายคนที่ยังขายที่ดินไม่ได้เพราะเจ้าของใหม่เขายังบุญไม่พอหรือตัวคนขายเองนั้นยังมีหนี้กรรมติดค้างควรทำทุกๆ อย่างที่แนะนำไปรวมถึงในทางโลกต้องพยายามด้วย
ในการบอกกล่าวออกไปวงกว้างด้วย

Read Full Post »

ค้าขายให้ดีร่ำรวยเร็วๆ ทำอย่างไรดี มีหลายท่านที่ทำมาค้าขายแล้วอยากให้ขายดีมีเงินทองไหลนองเทมา ซึ่งการที่จะรวยได้นั้นเราต้องเข้าใจหลักการง่ายๆ เสียก่อนขอร่วมอนุโมทนาในอาชีพที่คุณทำ เพราะเป็นการตระเตรียมความพร้อมให้กับคนที่จะสร้างบุญถือว่าเป็นต้นบุญประเภทหนึ่ง

การที่จะทำให้ค้าขายดีนั้น ควรหมั่นพิจารณาตรวจทานสิ่งของที่เป็นสังฆทานนั้นด้วยความประณีต ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้เคล็ดลับสำคัญ ขอให้ร่วมบุญกับคนที่มาซื้อทุกครั้งเช่น
ของราคา 100 บาทก็คิดราคา 99 บาท เหลือ 1 บาทลดให้เขาเพื่อร่วมทำบุญจะลดเท่าไหร่ก็ตามใจท่าน แต่ถ้าลดราคาลงไปเราไม่เดือดร้อน เต็มใจสร้างบุญถือว่าเป็นการเชื่อมบุญกับลูกค้า
สายใยแห่งบุญจะทำให้ติดต่อซื้อขายกันอยู่ประจำไม่ขาดสาย

และหากได้สร้างบุญเมื่อใดก็ตามให้อุทิศบุญให้เทวดาประจำตัว พระภูมิเจ้าที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลร้านค้า และลูกค้าลูกค้านั้นเราอาจจะไม่รู้ว่าใครให้อธิษฐานแบบนี้ อุทิศบุญให้กับผู้ที่เคยร่วมบุญกันมาก่อนในทุกๆ ชาติภพทั้งที่มาเกิดแล้วและยังไม่เกิด ขอให้ได้มาร่วมสร้างบุญสร้างกุศล สร้างคุณความดี อุดหนุนค้ำจุนกันอีกในชาตินี้ สำหรับลูกค้าเก่าที่รู้จักชื่อก็ระบุชื่อไปเลย
รวมถึงเอเย่นต์ต่างๆ ที่เราติดต่อค้าขาย

สุดท้ายพยายามถือศีลข้อ 4ให้มั่น อย่าโกหกหลอกลวงถ้าเราไม่อยากตอบว่าได้กำไรเท่าไหร่ก็บอกว่า พอเลี้ยงครอบครัวได้ เท่านั้นไม่ต้องไปบอกว่าได้แค่บาทแค่สลึง เพราะจริงๆ เราอาจจะได้มากมีมากมายที่โกหกลูกค้าไปแบบนั้น เพราะกลัวลูกค้ารู้ตอนหลังก็ได้กำไรสลึง กำไรบาทหนึ่งจริงๆ เพราะปากตัวเองขอให้ค้าขายด้วยความรัก ค้าขายด้วยความชอบธรรม

ชาตินี้ไม่มีวันจน

 

Read Full Post »

ชวนเจ้ากรรมนายเวรไปทำบุญ เพื่อให้อโหสิกรรมเร็วขึ้น เจ้ากรรมนายเวรนั้นมีจริงและเป็นอุปสรรคสำคัญที่จะทำให้เงินทองนั้นติดขัดอย่างหนัก เพราะเขาจะมาเอาคืนในสิ่งที่เราเคยทำกับเขา ทางที่ดีที่สุดก็คือ ต้องสำนึกอย่างจริงใจ ถึงแม้ว่าชาตินี้เราจะเป็นคนใหม่ ชื่อใหม่ไม่รู้ว่าเคยทำอะไรไปบ้าง แต่กรรมนั้นเกิดขึ้นไปแล้ว เราต้องรับผิดชอบ เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์เรื่องการชวนเจ้ากรรมนายเวรไปทำบุญ เพื่อให้อโหสิกรรมเร็วขึ้นนั้นถือว่าเป็นช่องทางที่เจ้ากรรมนายเวรเขาชอบและให้อโหสิกรรมเราได้ง่าย

หลายๆ ท่านเมื่อเวลาจะสร้างบุญไปทำบุญบอกว่า ชอบชวนเจ้ากรรมนายเวรไปร่วมทำบุญด้วยแต่เริ่มไม่แน่ใจเพราะได้ยินมาว่า หากเจ้ากรรมนายเวรมีบุญเยอะๆ เขาจะยิ่งมีกำลังมากและจะทำร้ายเราได้มาก หรือการชวนเขาไปทำบุญเป็นเหมือนการบังคับกลายๆ ว่าให้เขาไปด้วย ถ้าเขายังรับไม่ได้ยังไม่อยากไปกับเรา หรือยังมีจิตอาฆาตแค้นแรงอยู่ ก็อาจจะส่งผลร้ายกับเราได้ เพราะมันยิ่งทำให้ไม่พอใจและอาฆาตแค้นเรามากยิ่งขึ้น

เมื่อได้ยินแบบนี้ก็อยากจะขอแนะนำสักเรื่องหนึ่งเพื่อให้ทุกคนเข้าใจอย่างถูกต้อง ถูกธรรม

หลายท่านคงเคยได้ยินมาแล้วว่า การชักชวนคนอื่นไปทำบุญนั้น ถือว่าได้บุญมากอานิสงส์จะได้มีเพื่อน บริวารที่เกื้อหนุนกัน และได้บุญมากขึ้นไปอีกหลายเท่าในการชวนคนที่จริงๆ แล้วเขาไม่มีโอกาสที่จะสร้างบุญได้เอง เช่น เทวดา ดวงจิตวิญญาณต่างๆ และโดยเฉพาะเจ้ากรรมนายเวรนั้น

เจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิตเราอาจจะชวนง่ายและเขาไปทำบุญได้ง่าย หรืออาจจะไม่ไปร่วมสร้างบุญเพราะเขาไม่ร่วมทำอะไรกับคนที่เขาโกรธแค้นอยู่ก็ไม่เป็นไร เจ้ากรรมนายเวรที่เป็นดวงจิตวิญญาณเขาก็อาจจะเป็นอย่างนั้นหรือในบางรายเขาก็อยากมีบุญถึงแม้จะโกรธเราอยู่ ยังไม่ให้อภัยก็ตาม

ขอแนะนำว่า เราควรที่จะชวนเขาไปสร้างบุญทุกครั้งที่เราทำ

เพราะเราหวังดี สำนึกในความผิดที่เราทำ และอยากขอโทษเขา การที่ชวนไปสร้างบุญนั้นเพราะใจของเราอยากให้เขาหลุดพ้นจากห้วงความอาฆาตแค้นอย่างแท้จริง ชวนเขาไปทำบุญ ฟังธรรม เพื่อให้จิตใจเขาสงบขึ้น เข้าถึงธรรมะมากขึ้น คือ เราอยากให้เขาไปด้วยความบริสุทธิ์ใจนะ แบบว่าถ้าเขาไปเขาก็ได้บุญของเขาจากการที่เขาทำบุญด้วยตัวเขาเองโดยการร่วมอนุโมทนา ไม่ต้องรอให้เราอุทิศให้เพียงอย่างเดียว เหมือนได้บุญเพิ่มขึ้น เพื่อที่เจ้ากรรมนายเวรเขาได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดีเร็วๆ

เมื่อเจ้ากรรมนายเวรเขาอโหสิกรรมแล้วเปิดทางให้บุญได้ส่งผล ก็ถึงเวลาแล้วที่เงินทองจะหลั่งไหลเข้ามา

คิดอะไรก็เป็นเงิน จับอะไรก็เป็นทอง

 

Read Full Post »

เหตุใดถึงมีปัญหาเรื่องเงินก่อนที่จะพูดกันถึงเคล็ดเรียกเงินที่รวมสุดยอดเคล็ดวิชาและศาสตร์ต่างๆ เอาไว้ในเล่มเดียว อยากจะขอพูดในเรื่อง สาเหตุของการที่ทำให้มีปัญหาในเรื่องเงิน และวิธีแก้ไขเสียก่อน เพื่อเป็นการให้เรารู้ถึงปัญหาจะได้แก้ไขกันถูก และปรับตัวเองเพื่อให้กลายเป็นภาชนะที่รองรับเงินทองที่จะหลั่งไหลเข้ามาในชีวิต

คนที่มีปัญหาเรื่องเงินขาดมืออยู่บ่อยๆ อาจจะมาจากในอดีตชาตินั้นทำทานมาไม่ครบ ซึ่งหมายถึง เวลาในการทำทานนั้นยังมีจิตที่ตกอยู่ยังคงเสียดายทานที่ทำไป อย่างเช่น ตั้งใจว่าจะทำทานด้วยอาหารคาวหวาน 4 อย่าง ผลไม้ 5 อย่าง พอเอาเข้าจริงหรือเวลาลงมือปฏิบัติในทานนั้นกลับรู้สึกเสียดายหรือว่าด้วยเหตุอะไรก็ตามจึงทำทานนั้นน้อยลงไปจากที่เคยตั้งใจไว้ เช่น ไปลดปริมาณของลงเสีย ให้เหลือเพียงอย่างหรือสองอย่างไม่ตรงกับที่ตั้งใจไว้ หรือลดคุณภาพวัตถุทานที่จะทำนั้นด้วยความเสียดายเป็นเหตุ

ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านได้เมตตากล่าวถึงการตั้งใจสร้างบุญหรือไปรับปากพระสงฆ์ แล้วไม่ได้ทำ หรือทำเกินที่รับปาก ที่จะมีผลต่อเรื่องเงินทองมาก โดยให้พิจารณาดังนี้

1.ทำน้อยกว่าที่ตั้งใจ เงินทองจะขาดมือบ่อย มักจะมีแต่ปัญหาการเงินตลอดเวลา คาดหวังว่าจะได้เงินมักจะพลาดไม่ได้ดังใจหวัง

2.ทำเท่ากับที่ตั้งใจ จะมีความสุขตามบุญที่ทำ เงินทองไม่ขาดมือ มีใช้แต่ไม่ค่อยเหลือเก็บ ยังช่วยเหลือใครไม่ได้หรือช่วยได้แต่น้อยมาก

3.ทำมากกว่าที่ตั้งใจเอาไว้ เงินทองจะมากมายเหลือกินเหลือใช้ โชคลาภเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวอยู่ๆ ก็มีเงินทองเข้ามาและเป็นถูกต้องถูกธรรมด้วย และสามารถไปช่วยเหลือคนอื่นได้ตลอดเวลาเป็นบุญงอกที่งอกเงยทำให้คนผู้นั้นพบกับความสุขความเจริญ ซึ่งทั้ง 3 ประเภทนี้ใครอยากรวย อยากมีเงินก็ขอให้คิดเอาเองว่าจะทำบุญแบบไหนดีเมื่อได้ตั้งใจเอาไว้แล้ว

การที่เงินทองต้องขาดมือบ่อยๆ หมุนไม่ทันนั้นอีกสาเหตุหนึ่งมาจากการที่วัตถุทานที่เอามาสร้างบุญนั้นไม่บริสุทธิ์อาจจะมีบาปเจือปน คือ วัตถุทานนั้นอาจจะซื้อมาด้วยเงินที่ไม่บริสุทธิ์ เป็นเงินมาจากการเล่นการพนัน เงินมาจากการเบียดเบียนผู้อื่น หรือมาจากการทำร้าย ทำลายชีวิตเบียดเบียนผู้อื่น เช่น การไปฆ่าไก่มาต้มข่าถวายพระ การไปเด็ดดอกไม้จากสวนเพื่อนบ้านโดยไม่ขออนุญาตเอามาถวายพระ เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้บุญกุศลที่เคยทำมาจึงมีลักษณะแบบครึ่งๆ กลางๆ ขาดๆ หายๆ เดี๋ยวก็มีเงินทองมาก พอผ่านไประยะเงินขาดมือหมุนไม่ทัน จะไปหยิบยืมใครเขาก็ยากเพราะไม่มีบุญเชื่อมกับเขาไว้พอ หรือเกิดความยากลำบากเจอกับอุปสรรคกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ บางครั้งต้องโดนเขาต่อว่าต่อขานหรือดูถูกเอาด้วยซ้ำ คนที่เขาต่อว่าดูถูกเหล่านี้ เขาเป็นเจ้ากรรมนายเวรคือเคยเป็นเจ้าของวัตถุทานที่เราเคยไปขโมยเขามานั่นเอง
เหตุจากกรรมใหม่

การที่เราหาเงินได้แบบชักหน้าไม่ถึงหลังนั้น ไม่ใช่ว่าจะเกิดจากกรรมเก่าเพียงอย่างเดียว เราต้องมาพิจารณาว่าเราทำเหตุให้ตรงกับผลหรือไม่ด้วย สิ่งที่เราทำนั้นสมบูรณ์เพียงพอที่จะทำให้มีเงินทองใช้อย่างไม่ขาดมือหรือไม่ ถ้าดูแล้วว่ายังไม่พอ ยังไม่ถึงเหตุต้องเปลี่ยนกรรมของตนเสีย ทำให้สมบูรณ์พร้อมยิ่งขึ้น เหมือนดังเราปลูกต้นมะม่วง หวังจะได้ผลมะม่วงที่สมบูรณ์ แต่เราขาดความเพียรทีจะไปรดน้ำ ใส่ปุ๋ย หมั่นกำจัดวัชพืช ปล่อยให้ต้นมะม่วงเติบโตไปตามเวรตามกรรม ผลมะม่วงที่ได้มานั้นคงไม่สมบูรณ์เท่ากับเราเอาใจใส่ดูแลอยู่เสมอ

ในการประกอบอาชีพ หากเรายังเป็นคนใจเร็ว ตัดสินพลาดในบางครั้งอาจจะทำให้ชวดโอกาสสำคัญ ก็ให้ใช้ปัญญาตรึกตรองให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ หากบอกว่าไม่มีความรู้ความสามารถก็ต้องพยายามขวนขวายเรียนรู้ เพื่อเอาความรู้นั้นมาเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นเงิน

ยังเป็นคนที่ใช้เงินด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล ก็หันกลับด้านความคิดเสีย ให้ดูว่าของที่เราจะซื้อนั้นสมควรหรือไม่ที่จะซื้อ เมื่อซื้อแล้วทำให้เราต้องเงินขาดมือหรือไม่ ของที่จะซื้อรอได้อีกหรือไม่ พิจารณาให้ดี ๆ ส่วนหนึ่งที่เงินขาดมือมาจากการซื้อของโดยไม่คิดเน้นซื้อของโดยมุ่งประโยชน์เทียมมากกว่าประโยชน์แท้

เช่น เงินเดือนน้อยอยู่แล้วแต่ชอบซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ๆ เป็นประจำ เปลี่ยนมือถือทุก 3 เดือนโดยเน้นเรื่องฟังก์ชั่นใช้งานให้หลากหลายอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่จริงแล้วโทรศัพท์ก็เป็นเพียงอุปกรณ์เอาไว้ติดต่อสื่อสารรับส่งข้อมูลเท่านั้น คือต้องเปลี่ยนพฤติกรรมโดยหันมาประหยัดเน้นประโยชน์แท้มากกว่าประโยชน์เทียม ยังเป็นคนไม่อดออม สุรุ่ยสุร่าย ออกไปกินข้าวนอกบ้านทุกวัน รายจ่ายมากกว่ารายได้ขาดปัญญาในการใช้เงิน อย่างนี้ก็ต้องมีปัญหาทางการเงินอยู่ตลอดเวลา การแก้ไขควรเป็นไปทั้งสองทางทั้งทางโลกและทางธรรมเพื่อให้เกิดการเสริมแรงบุญซึ่งกันและกัน

การแก้ไขในทางโลก

ทุกคนย่อมมีปัญหาเรื่องการหารายได้กันอยู่ทุกคน ยิ่งคนที่มีปัญหาครอบครัวปัญหาเรื่องเงินหนักอยู่แล้วต้องทำเป็นอย่างยิ่งอย่างน้อยให้ผลกรรมนั้นบรรเทาลง ใครที่เป็นหนี้เป็นสินคนอื่น ก็อย่าหลบ อย่าหนีให้ติดต่อเจ้าหนี้เขาเสีย ขอโทษเขาและขอโอกาสเขาที่จะแก้ตัว ขอผ่อนใช้เขาไปจะน้อยหรือมากก็ต้องทำ ถ้าทำไม่ได้อย่าไปรับปากส่งเดชจะทำให้เกิดกรรมใหม่ที่หนักกว่ากรรมเก่ายิ่งกว่าเดิมเป็นการสร้างรอยแผลและผูกแค้นให้กับเจ้าหนี้อีก

การแสดงความรับผิดชอบและจริงใจในการจะรับผิดชอบหนี้ที่เกิดขึ้นอย่างน้อยก็จะเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดต่อเจ้าหนี้ ให้เขาเกิดความเชื่อมั่นว่าคนเป็นลูกหนี้จะไม่เบี้ยวหรือหนีหายไปส่งผลให้กรรมทั้งหลายอาจคลายตัวให้เบาบางลง

นอกจากนั้นเรายังต้องพิจารณาตนเองให้สม่ำเสมอว่ายังเป็นคนที่หาเงินไม่คล่องหรือไม่ ถ้าเพราะเราไม่มีช่องทาง ไม่มีคนสนับสนุนก็ไปหาเสีย ไปเปิดประตูโอกาสด้วยตัวเอง นิสัยที่ชอบอวดตัว อวดเบ่งก็ควรจะลดลงบ้าง อย่าทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาล หัดเป็นคนอ่อนน้อม ถ่อมตน คนอื่นเขาจะได้เมตตาช่วยเหลือได้ ยิ่งมีบุญร่วมกันมายิ่งง่าย เพียงอุทิศบุญ เพื่อเชื่อมบุญกับท่าน เขาจะรู้สึกได้ด้วยจิตและช่วยเหลือเราแน่นอน

การแก้ไขในทางกรรม
ทางแก้ไขในเรื่องนี้แบบเร่งด่วนให้ได้ผลทันใจนั้น ควรหมั่นทำทานเสียใหม่ประกอบไปด้วยทาน 3 อย่างที่เกิดบุญมากอย่างสม่ำเสมอคือ วัตถุทาน ธรรมทานและอภัยทาน

-วัตถุทานที่จะทำ เอาแบบที่ตั้งใจทำแบบไหน แค่ไหนให้ทำแบบนั้น อยากทำ 1บาท ก็ 1 บาท อยากทำ 100 บาท ก็ 100 บาท อยากถวายข้าวเปล่าก็ข้าวเปล่าไม่ต้องเสียดายชักเก็บเอาไว้ ในการทำทานทุกครั้งอย่าให้จิตตกไปพะวงว่าคนที่รับทานนั้นเขาจะเอาวัตถุทานหรือปัจจัยนั้นไปทำอะไร ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุสงฆ์ คนทั่วไปแม้แต่ขอทานก็อย่าไปคิด เอาแบบให้แล้วให้เลยขาดกัน ยิ่งวัตถุทานนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากต้องใช้ในชีวิตของเราแต่เราเสียสละให้คนอื่นได้ จะยิ่งมีอานิสงส์มาก ดังในพุทธกาลที่คนยากจนมากๆ ถวายผ้านุ่ง ถวายข้าวก้อนสุดท้ายให้กับพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า ด้วยอานิสงส์แห่งบุญคนยากจนกลายเป็นมหาเศรษฐีได้ในพริบตา

-ธรรมทาน คือ การเอาความรู้ไปช่วยให้เขาพ้นทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นทางโลกและทางธรรม เช่น ไปสอนเขาปลูกผักให้ถูกต้อง ไปสอนเขาทำอาหารให้ดีให้เก่ง สอนวิชาช่างไปทำเป็นอาชีพได้ บอกทางให้เขาได้เดินชีวิตถูกต้อง การให้กำลังใจเขาให้สู้ชีวิต การไปร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะ หนังสือสวดมนต์ หรือแม้แต่เราไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว ก็เป็นผู้นำบุญไปบอกไปเชิญชวนให้คนมาร่วมพิมพ์หนังสือ หรือชวนคนทำบุญ ถือว่าเป็นธรรมทานทั้งสิ้น

-อภัยทาน เรื่องนี้เป็นบุญใหญ่ที่สุด ทำลักษณะการทำนั้นทำได้ง่ายด้วยตัวเองไม่ต้องเสียเงินทอง แต่อภัยทานแม้รูปแบบจะทำได้ง่าย แต่ทว่ากลับทำได้ยากที่สุดในทานทั้งหมดเพราะว่าวิสัยของปุถุชนย่อมมีความโกรธเคือง อาฆาตพยาบาท อยู่ในกมลสันดานอยู่แล้ว ซึ่งต้องหมั่นฝึกฝนทำให้เป็นประจำ ซึ่งถ้ามีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาเป็นหลักจะช่วยให้ง่ายขึ้นและสำเร็จได้แบบสบายๆ

การให้อภัยนั้นควรเริ่มจากการตั้งจิตให้สงบเสียก่อน คือให้ละจากอารมณ์โกรธเคียดแค้นใด ๆให้ได้ก่อน แม้ความขัดเคืองในใจยังมีอยู่แต่อย่างไรก็ตามต้องทำให้จิตสงบนิ่งให้ได้ ขอให้คิดว่ากรรมใดๆ เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเราเคยไปสร้างกรรมเวรไว้กับเขาเมื่อถึงเวลาเขาก็ต้องมาเอาคืน เป็นการดีแล้วที่เราใช้หนี้เขาไปเสียจะได้ไม่ติดค้างกันอีกหมดสิ้นกันเสียที จากนั้นให้อโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรเขาเสียไม่ให้มีเวรกรรมติดค้างผูกพันกันอีก

ต่อมาคือ ให้อภัยต่อคนรอบข้างทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใครเป็นพ่อแม่ พี่น้อง ลูก ญาติมิตร คนร่วมงานกัน คู่ค้า ลูกค้า สัตว์เลี้ยง สรรพสัตว์ต่างๆ หมั่นให้อภัยทานบ่อยๆ จิตเราจะมีกำลังมาก ทำอะไรก็สำเร็จไม่มีกรรมมาเหนี่ยวมาขวางเอาไว้ แต่ต้องให้อภัยทั้งหมดทั้งกาย วาจา และใจ และที่สำคัญพยายามให้คนรอบข้างที่มีส่วนในชีวิตของเราให้อโหสิกรรมต่อกันและกัน

การสร้างทานใหญ่ด้วย วัตถุทาน ธรรมทาน อภัยทาน ควรทำในทุกๆ วัน ยิ่งวันละหลายครั้งก็จะยิ่งดีขึ้นอย่างทันตาเห็นเคล็ดลับสำคัญคือ การทำทานให้เป็นประโยชน์แก่คนหมู่มาก

เพราะยิ่งเกิดประโยชน์มากเท่าใด โชคลาภจะหลั่งไหลมาสู่ไม่ขาดสาย เงินทองจะไม่ขาดมือ ไม่มีขัดสน ด้วยอานิสงส์บุญที่ทำลงไป เช่น ร่วมสร้างถนน โรงพยาบาล ร่วมซื้อเครื่องมือแพทย์ สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สร้างมหาเจดีย์ โรงทาน เป็นต้น

เมื่อทำทานครั้งใดเสร็จสิ้นให้อุทิศบุญไปให้เจ้ากรรมนายเวรเขาทันที พูดด้วยภาษาง่ายๆ ก็ได้ให้เขามารับบุญกุศลนี้ ถ้าเขาพอใจแล้ว ยินดีในบุญแล้วขอให้เขาอโหสิกรรมให้ ถอนตัวไปจากการขัดขวางในเรื่องเงินนี้ ต้องระบุไปอย่างเจาะจงเลย หลายคนไม่บอกแบบเจาะจงว่าเดือดร้อนเรื่องอะไร เจ้ากรรมนายเวรเขานึกว่าเป็นดอกเบี้ยกรรม เขาจึงเฉยๆ ไม่ถอนตัวออกไปเพราะเขาไม่รู้ว่าเราต้องการอะไรกันแน่ จึงต้องบอกอย่างละเอียด

อีกทั้งต้องอุทิศบุญให้กับเทวดาประจำตัว ดวงวิญญาณที่ดูแลคุ้มครองเราอยู่ ซึ่งจะบอกให้ทราบว่าทุกคนมีเทวดาประจำตัวแน่นอนอย่างน้อย 2 ตนขึ้นไปและดวงวิญญาณที่คุ้มครองด้วย ท่านเหล่านี้มาจากคนที่รักเรา เมตตาเราอย่างจริงใจและมีกรรมดีผูกพันกันมา อาจจะเป็นบรรพบุรุษในอดีตชาติ พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย พี่น้อง ลูก ญาติหรือเพื่อนสนิท ครูบาอาจารย์ที่ตายไปแล้วและอยู่ในภพภูมิอื่น ท่านยังเป็นห่วงจึงมาดูแลเราอยู่

เราต้องหมั่นอุทิศบุญส่งไปให้ท่านเพื่อให้ท่านมีบุญเพิ่มขึ้น และสายใยแห่งบุญที่เหนียวแน่นมั่นคงท่านจะรักและเมตตาเรามากขึ้นไปอีก ท่านเหล่านี้มีอำนาจในระดับหนึ่งที่จะช่วยดลใจให้เราพบช่องทางการหาเงินที่ถูกต้องถูกธรรม ไม่มีกรรมชั่วติดมาด้วย ช่วยดลใจให้เราพบคนดีที่จะช่วยเหลือ ดลใจให้เราพบโชคลาภที่ถึงเวลาจะได้จากที่เคยช้าก็จะเร็วขึ้น ส่งผลให้มีเงินทองไม่ขาดมือแน่นอน

การสร้างทานใหญ่ด้วย วัตถุทาน ธรรมทาน อภัยทาน แล้วอุทิศบุญไปตามที่บอกไว้ ควรทำในทุกๆ วันอย่างสม่ำเสมอ ทุกท่านจะเห็นผลแบบอัศจรรย์ พร้อมกับเปลี่ยนกรรมใหม่ให้ตรงกับผลที่อยากได้คือ อยากมีเงินทองใช้จ่ายไม่ขาดมือ บอกได้คำเดียวว่า ใครทำ ใครก็รวยและยิ่งทำ ยิ่งมีเงินมากตามที่ปรารถนาทุกประการ

 

 

Read Full Post »

ค้นหาอาชีพที่จะทำให้เรารวยได้

 

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ไม่ใช่แค่อาชีพสุจริตแต่อาชีพที่เราทำต้องทั้งสุจริตและมีความฉลาดในการหาเงินด้วยเหมือนการขุดถนน ที่ถ้าใช้จอบเสียมก็ใช้เวลานานกว่าจะสำเร็จแต่ถ้าใช้รถแบ็คโฮ มาช่วยขุดผลสำเร็จก็จะเกิดเร็วขึ้นมากกว่า

เป็นที่ยอมรับกันมากมายว่าอาชีพที่จะทำให้คนเราประสบความสำเร็จและร่ำรวยได้นั้น คือการเป็น “เจ้าของธุรกิจ” หรือ เป็น “นักลงทุน” ตามหลักการพิสูจน์ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกเรื่องของเงินสี่ด้าน เพราะคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจหรือนักลงทุนนั้นแม้จะหยุดทำงานแต่เขาก็สามารถมีรายได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้จะลางานไปเป็นปี ๆ เมื่อกลับมาทำงานต่อรายได้ก็ยังเกิดขึ้นเสมอ

แต่เพราะโลกแห่งความเป็นจริงคนเรายังไม่อาจจะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือนักลงทุนกันได้ทุกคน แต่อย่างไรก็ตามทุกคนควร “ริเริ่ม” แนวคิดของการเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยตนเองอยู่ตลอดเวลาแม้ในขณะนี้เราจะยังเป็นลูกจ้างประจำ,ข้าราชการ หรือ ผู้บริหารระดับสูงที่แม้เงินเดือนจะมากก็ควรคำนึงถึงเรื่องนี้ไว้เสมอ

การจะเริ่มต้นทำธุรกิจใด ๆเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ธุรกิจนั้นจะทำให้เราประสบความสำเร็จนั้นขอให้พิจารณาประเด็นหลักแรกที่สุดคือ “ธุรกิจนั้นต้องเป็นธุรกิจที่ก่อประโยชน์ให้กับผู้คนจำนวนมากและมีความหลากหลายให้มากที่สุด”

หากเราพิจารณาดูให้ดีจะเห็นว่า มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองไทยอย่าง เจ้าสัว ธนินท์ เจียรวนนท์ ท่านได้เป็นมหาเศรษฐีร่ำรวยมหาศาลเช่นนั้นก็เพราะมีผู้ที่ได้ประโยชน์เป็นการสาธารณะมากคือ การเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่ทุกคนต้องซื้อกินซื้อใช้ ท่านจึงร่ำรวยและประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล

หรือในตัวอย่างยอดนักธุรกิจในปัจจุบันอย่างคุณ ตัน ภาสกรนที หรือ ที่รู้จักกันในนาม “ตัน โออิชิ” ผู้บุกเบิกให้ชาเขียวและภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นยิ่งใหญ่ในปัจจุบันก็เพราะ มีแนวความคิดที่ว่าต้องการให้คนทั่วไปสามารถมารับประทานอาหารญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น เนื่องจากในอดีตอาหารญี่ปุ่นเป็นอาหารราคาแพงและผู้ที่จะรับประทานอาหารชนิดนี้ได้ต้องเป็นผู้มีเงินมากๆ เท่านั้น ตัน โออิชิ ไม่ได้มองว่าให้ตัวเองนั้นได้กำไรมากๆ แต่อยากให้ลูกค้าได้มากๆ เป็นตัวตั้ง  เงินทองก็หลั่งไหลเข้ามา เพราะเขารู้หลักการ”ให้” ก่อนที่จะได้”รับ

ดังนั้นการจะมองว่าธุรกิจหรืออาชีพใดที่จะทำให้เรารวยได้ธุรกิจนั้นก็ควรเป็นประโยชน์แก่คนหมู่มากเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่มองว่าจะได้กำไรมากเป็นที่ตั้งเพราะการเน้นได้เงินได้กำไรมากเป็นความร่ำรวยแค่ฉาบฉวยไม่อาจจะสร้างความยั่งยืนได้

 ข้อพิจารณาที่สองก็คือ ธุรกิจหรืองานที่เราจะลงไปทำนั้น เรามีความรู้ความถนัดและคุณสมบัติมากแค่ไหนโดยมีหลักพิจารณาตามแนวพระพุทธองค์ว่า พ่อค้าที่จะประสบความล้มเหลวและประสบความสำเร็จนั้นให้พิจารณาคุณสมบัติดังต่อไปนี้

 พ่อค้าหรือเจ้าของธุรกิจที่ล้มเหลวในอาชีพ

คือไม่สามารถทำโภคทรัพย์ที่ยังไม่มีให้มีขึ้น และที่มีอยู่แล้วก็ไม่สามารถทำให้เจริญงอกเงยเป็นทวีคูณ แปลความว่า ยิ่งทำยิ่งขาดทุน ก็จะมีลักษณะความประพฤติ ไม่ว่าเวลาใด เช้า เที่ยง หรือเย็น ก็จะไม่จัดแจงการงานให้เอื้อเฟื้อเป็นประโยชน์ ก็คือมัวแต่เกียจคร้าน ไม่เอาใจใส่ในอาชีพของตน ไม่อุทิศกายวาจาใจให้งาน ไม่มีวิญญาณความเป็นเถ้าแก่ คนที่เป็นเจ้าของกิจการกลับมีวิญญาณเหมือนคนเป็นลูกจ้าง คือทำไปตามหน้าที่ สิ้นเดือนรับค่าจ้างตายตัว ถ้าเจ้าของกิจการทำตัวเหมือนลูกจ้างก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จ

 พ่อค้าหรือเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

 

คนที่สามารถประกอบกิจการการค้าได้ประสบความสำเร็จขายของได้กำไรเป็นทวีตรีคูณ จะมีลักษณะการทำงานดังต่อไปนี้

  1. มีตาดี (จักขุมา) คือ มีสายตาอันยาวไกล รู้จักสินค้า ดูของเป็น คำนวณต้นทุนเก็งกำไรได้อย่างแม่นยำและสามารถมองไกลไปถึงอนาคตด้วยว่า อนาคตความเป็นไปทางการค้าและธุรกิจจะมีทิศทางไปทางไหนและสามารถปรับตัวได้ทันท่วงที
  2. มีความจัดเจนในธุรกิจ ( วิธุโร) คือ มีหัวการค้า รู้แหล่งซื้อแหล่งขาย รู้ความเคลื่อนไหวของตลาด สามารถในการจัดซื้อจัดจำหน่าย คือซื้อของถูกที่สุดและคุณภาพดีได้มากที่สุด และสามารถขายออกไปในคราวละมาก ๆราคาเหมาะสม นอกจากนั้นยังรู้จักสงเคราะห์คนที่อยู่รอบข้างรวมไปถึง ญาติและมิตรสหายด้วย
  3. มีแหล่งเงินทุนที่พร้อมและพึ่งพาได้ (นิสสะยะสัมปันโน) คือ มีความรู้จักคนมาก กว้างขวางในวงการ หาทางสนิทสนมกับคนที่มีอำนาจและมีฐานการเงินที่มั่นคงด้วยวิถีทางที่ฉลาดและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

แต่ถ้าหากได้กระทำการครบทุกอย่างตามนี้แล้วยังประสบปัญหาต่าง ๆไม่หยุดหย่อนก็แสดงว่า บุญของเรายังไม่มากพอที่จะรับหน้าที่ความรับผิดชอบนี้ เปรียบเหมือน งานนั้นมันเกินบุญของเรา บุญของเราไม่พอที่จะรองรับงานนี้ เหมือนคำเปรียบเปรยที่ว่า “วาสนาไม่ถึง” เพราะเมื่อดำเนินกิจการใด ๆไปแล้วทั้ง ๆที่เมื่อก่อนธุรกิจขนาดยังมีแค่เล็ก ๆก็บริหารไปได้ดี แต่พอมีการขยายกิจการมากขึ้น กลับมีแต่ปัญหาใหญ่ให้ตามแก้ไม่รู้จบจนขาดทุนแสดงว่า บุญเรายังไม่ถึงพอต้องเร่งสร้างบุญบารมีเพิ่มด้วยวิธีการที่กล่าวมาทั้งหมด คือหลักแห่ง ทาน ศีล ภาวนาโดยเร่งด่วน ให้บุญมากพอจะรองรับได้

3.ต้องมีกัลยาณมิตร หรือคนคอยสนับสนุนที่ดี

คนเรานั้นเรียกได้ว่า ไม่มีใครสามารถยิ่งใหญ่หรือเติบโตมาได้เจริญรุ่งเรืองได้เพียงเพราะลำพังตนเองคนเดียว เหมือนน้ำทุกหยดต้องมีต้นน้ำ ผู้ที่ประสบความสำเร็จร่ำรวยทุกคนย่อมมีผู้คอยช่วยเหลือสนับสนุน คือมีทั้งพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และมิตรสหายที่จะคอยสนับสนุนส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จทั้งสิ้น

ตัวอย่างที่ดีในทางโลกในปัจจุบันผู้เขียนขอยกตัวอย่าง นักธุรกิจอย่างคุณ ตัน ภาสกรนที อีกประเด็นหนึ่ง คุณตัน เป็นผู้มีความกตัญญูและมีกัลยาณมิตรที่ดีที่เคยให้การสนับสนุนตนเองจนประสบความสำเร็จ คือ คุณ เทียม โชควัฒนาและคุณวันชัย จิราธิวัฒน์ โดยเฉพาะ คุณวันชัย จิราธิวัฒน์นั้น คุณตัน สามารถเรียกท่านว่า “พ่อคนที่สอง” ได้เลยทีเดียวที่เคยช่วยเหลือให้คุณตันได้มีโอกาสทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จนมีกำไรมหาศาลเป็นครั้งแรกได้นั่นเอง

หากเป็นตัวอย่างในทางธรรม ผู้เขียนขอน้อมนำตัวอย่างยอดอริยบุคคลอย่างท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งท่านเป็นนักพุทธปรัชญาเอกคนสำคัญของโลกผู้สร้างสวนโมกขพลารามให้เป็นสถานที่สำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ขจรขจายไปไกล ท่านมีกัลยาณมิตรมากมาย แต่บุคคลที่สำคัญที่สุดที่ท่านให้การยอมรับและเคารพบูชาอย่างยิ่งและกตัญญูรู้คุณเป็นอย่างยิ่งก็คือ “นางเคลื่อน พานิช” โยมมารดาของท่านนั่นเอง

โดยที่เงินบาทแรกและบาทต่อๆมาที่ทำให้เกิดการวางรากฐานให้สวนโมกข์ฯ ก่อกำเนิดขันมา คือเงินก้นถุงของโยมมารดาของท่านที่เก็บหอมรอบริบไว้และยกให้พระลูกชายนำมาใช้จ่ายเป็นกองทุนก่อตั้งสวนโมกข์ ท่านพุทธทาสรำลึกถึงบุญคุณคุณูปการของโยมมารดาอย่างลึกซึ้งจนก่อให้เกิดประโยคคลาสสิคที่ทรงคุณค่าสอนให้คนเรากตัญญูต่อผู้มีพระคุณทุกท่านว่า “ ไม่มีแม่ สวนโมกข์ไม่มี” 

การค้นหาบุคคลเพื่อขอความช่วยเหลือนั้นทำอย่างไร ?

การจะค้นหากัลยาณมิตรที่ดีเช่นนี้เราจะค้นหาพบปะได้อย่างไร อย่างแรกอยู่ที่บุญเก่าและกรรมของเราจะนำพาไป ซึ่งหากยังไม่พบก็ต้องเร่งสร้างบุญใหม่ทำกรรมใหม่ให้ดีอยู่เสมอ ซึ่งขอให้ระลึกไว้เสมอว่า กัลยาณมิตรที่ดีจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอบายมุขหรือเข้าไปอยู่ในสถานที่ “อโคจร” พาให้เสื่อมโดยเด็ดขาด เพราะไม่ใช่ที่ๆคนดีและคนเจริญเขาอยู่

เคล็ดลับในการจะพบเจอกัลยาณมิตรที่ดีนั้น ขอให้สร้างบุญด้วย ทาน ศีลและภาวนาให้มากแล้วทำ “การอธิษฐานพึ่งบุญ” เข้ามาช่วย เพื่อให้มีตัวกลางซึ่งเป็นผู้ที่มีบุญบารมีที่มากพอเข้ามาช่วยเหลือเราโดยเมื่อทำบุญแล้วก็อธิษฐานบุญอุทิศเชื่อมบุญไปให้คนที่เราต้องการไปขอความช่วยเหลือ โดยทำการเอ่ยชื่อท่านผู้นั้นหรือบุคคล นั้น รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่เราให้การเคารพนับถืออยู่เพื่อช่วยเสริมพลังช่วยอีกแรงหนึ่ง

ตัวอย่างคำอธิษฐานพึ่งบุญ (อย่างย่อ)

ข้าพเจ้า…(เอ่ยชื่อ )…..ขอถวายเครื่องไทยทานอันประกอบด้วย พระพุทธรูป ผ้าไตรจีวร อัฐบริขาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค กับทั้งของบริวารทั้งหลาย เพื่อน้อมถวายเป็นพระสังฆทานน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา อริยสังฆบูชา และขอน้อมอานิสงส์ผลบุญทั้งหลายทั้งปวงนี้

อุทิศให้แก่เทพเทวดาที่รักษาตัวของข้าพเจ้า อุทิศให้แก่เทพเทวดาอารักษ์ พระภูมิเจ้าที่ เจ้าที่เจ้าทาง ที่สถิตอยู่ในอาณาเขตพื้นที่พักอาศัย และสถานที่ประกอบวิชาชีพการงานของข้าพเจ้า คือ (…เอ่ยที่อยู่ หรือที่ทำงาน….) และอุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงที่กำลังจะมาถึงตัวข้าพเจ้า

อุทิศให้แก่….. (เอ่ยชื่อ ผู้ที่เราต้องการไปขอพึ่งบารมี หรือขอความช่วยเหลือ)…พร้อมทั้งระบุตำแหน่งหน้าที่การงานของเขา และอุทิศให้เทพเทวดาที่รักษาตัวของท่านผู้นั้น อุทิศให้แก่เทวดาอารักษ์ พระภูมิเจ้าที่ เจ้าที่เจ้าทาง ที่สถิตอยู่ในอาณาเขตพื้นที่พักอาศัย และสถานที่ประกอบวิชาชีพการงานของท่านผู้นั้น…(เอ่ยที่อยู่ของท่าน)… และอุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงที่กำลังจะมาถึงตัวท่านผู้นั้น

ขออานิสงส์ผลบุญทั้งหลายทั้งปวงนี้เมื่อโมทนาพระคุณความดีในสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทพเทวดาทั้งหลายเหล่านั้น ทุกพระองค์ ทุกท่าน บิดามารดาครูบาอาจารย์ และบุคคลทั้งหลายที่มีอุปการคุณต่อข้าพเจ้าทุกท่านขอเมตตาบารมีของทุกพระองค์ทุกท่านได้โปรดแผ่เมตตาบารมีให้ข้าพเจ้า …(เอ่ยชื่อตนเอง)… ได้สำเร็จความปรารถนาในหน้าที่การงานที่ปรารถนาอยู่ในขณะนี้ด้วยเทอญ

จากหนังสือเรื่อง แก้กรรม เงิน งาน โชคลาภ แบบเร่งด่วนให้ผลดีทันใจ  โดย ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

Older Posts »