Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for กุมภาพันธ์, 2012

สำหรับเรื่องของการที่คนสองคนที่เป็นเนื้อคู่และก้าวไปสู่การที่จะเป็นคู่ครองกันได้แบบที่ถูกต้องเหมาะสมนั้น พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้ว่า

“…..ดูก่อนคฤหบดีและคฤหปตานีถ้าภรรยาและสามีทั้งสองหวังจะพบกันและกัน ทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ (ชาติหน้า) ไซร้

ทั้งสองคนนั้นแลพึงเป็นผู้มีศรัทธาเสมอกัน มีศีลเสมอกัน มีจาคะเสมอกัน มีปัญญาเสมอกัน ภรรยาและสามีทั้งสองนั้น ย่อมได้พบกันและกัน ทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ…” (สมชีวสูตร จ. อํ. (๕๕)ตบ. ๒๑ : ๘๐-๘๑ ตท. ๒๑ : ๗๑ ตอ. G.S. II : ๗๐)

เรื่องนี้จึงพอจะอธิบายให้ทราบกันว่า การที่คนเราจะมาผูกพันกันได้ เป็นเนื้อคู่และได้มาคู่ครองกันนั้น ทั้งสองคนพึงที่จะมี

๑. ศรัทธาเสมอกัน ทำไมคนสองคนจึงต้องมีศรัทธาเสมอกัน หลายคนเริ่มสงสัย เรารู้กันดีว่าศรัทธาก็คือ ความเชื่อ เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ ความเชื่อที่ประกอบด้วยเหตุผลซึ่งจริงๆ แล้วต้องใช้ปัญญาเป็นส่วนประกอบด้วย น่าจะเป็นการดีมากๆ ที่คนสองคนมาอยู่ด้วยกันได้ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีการมานั่งโต้เถียงกันไม่หยุดหย่อน เพียงเพื่อจะเอาชนะคะคาน เพียงต้องการให้ความเชื่อของตนนั้นชนะ ให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมตน

พระพุทธองค์ได้ชี้ทางสว่างให้กับคนที่จะมาเป็นคู่ครองกันนั้น คนสองคนนั้นควรต้องมีความเชื่อเสมอกันและไปในทิศทางเดียวกัน เช่น เชื่อในหลักศาสนาเดียวกัน เชื่อว่าถ้าทำอย่างนั้น แล้วจะเกิดผลอย่างนี้ เชื่อว่าถ้าทำดีแล้วจะเจริญ เชื่อว่าเป็นคนดีแล้วไม่มีเสื่อม ทำบุญต้องได้บุญ ทำบาปก็ต้องได้บาป เชื่อว่าพระเจ้ามีจริง เชื่อว่าคนเราทุกคนนั้นเสมอภาคกัน เชื่อว่าโลกนั้นหมุนรอบตัวเอง เป็นต้น เพราะถ้าไม่เชื่ออะไรที่เหมือนๆ กัน ก็จะอยู่ด้วยกันแบบไม่ชีวิตสงบสุขแน่นอน

สรุปง่ายๆ ว่าต้องมีความเชื่อในเรื่องเดียวกันไม่ขัดแย้งกันเอง อย่างน้อยก็เป็นเรื่องใหญ่ๆ ที่สำคัญของการมีชีวิตคู่ ยิ่งนอกจากมีความเชื่อแล้ว ในยุคปัจจุบันนี้ความชอบและรสนิยมถ้าตรงกันหรือเสมอกันก็เป็นส่วนที่ช่วยให้คนคู่นั้นมีความสุข

มีตัวอย่างเรื่องคู่หนึ่งมาเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องของนักเขียนชื่อดังคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง ที่เขาและคนรักหรือคู่ครองนั้นมี ศรัทธาความเชื่อไปในทิศทางเดียวกัน และเกิดผลดีต่อการใช้ชีวิตคู่เป็นอย่างยิ่ง

โดยที่ฝ่ายผู้หญิงคนรักนั้นมีศรัทธาคือความเชื่ออยู่เสมอว่า ฝ่ายชายนั้นอนาคตจะต้องเป็นนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นได้ เธอศรัทธาในงานเขียนที่เขากำลังทำอยู่ และเชื่อว่าไม่ควรเสียเวลาที่มีค่าอย่างยิ่งในการเขียนหนังสือนี้ไปนั่งทำงานด้านอื่นหรือไปเป็นลูกจ้างคนอื่น เหมือนกับผู้ชายญี่ปุ่นส่วนมากทั่วไป พวกเขาคิดว่า ทำไมต้องเอาเวลาที่สำคัญและงานที่ยิ่งใหญ่ไปทำในเรื่องไร้สาระ หรือมีความสำคัญน้อยกว่า

คนทั้งคู่จึงตกลงกันในการใช้ชีวิตคู่ โดยที่ฝ่ายหญิงจะเป็นคนที่เสียสละออกไปทำงานนอกบ้านหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ส่วนฝ่ายชายก็มีหน้าที่ดูแลบ้าน เลี้ยงลูก จับไม้กวาด ถูบ้าน ทำอาหาร เรียกว่า งานของแม่บ้าน งานของผู้หญิงทั้งหมดผู้ชายรับเอาไปทำ เพื่อจะได้มีเวลามากขึ้นและสงบนิ่งในการเขียนหนังสืออยู่ที่บ้าน

การดำเนินชีวิตของคนคู่นี้ เป็นที่จับตามองของคนข้างบ้านเป็นอย่างยิ่ง อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ในความเชื่อของคนญี่ปุ่นนั้น ผู้ชายต้องเป็นคนออกไปทำงานหนักหาเงินเข้าบ้าน ส่วนผู้หญิงก็ต้องเป็นแม่บ้านชั้นเลิศ ซึ่งเรื่องการเป็นแม่บ้านของสาวชาวญี่ปุ่นนั้นได้รับการยกย่องไปทั่วโลกว่า เป็นอันดับต้น ที่ผู้ชายต่างชาติทั่วโลกอยากให้เมียที่บ้านของตนเป็นอย่างผู้หญิงญี่ปุ่นนั้นบ้าง

เมื่อคนสองคนมีความเชื่อในทิศทางเดียวกัน ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งรอบข้าง ช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคในสิ่งที่เข้ามากระทบด้วยกัน จนในที่สุด ความเชื่อของเขาและเธอก็เป็นจริง ก็คือ ฝ่ายชายก็กลายเป็นนักเขียนระดับโลก ไม่ใช่แค่เป็นเพียงนักเขียนของญี่ปุ่นเท่านั้น และที่สำคัญคนทั้งสองคนรู้คุณค่าของกันและกัน ชีวิตคู่จึงสุขสมหวังทุกประการ

ในโลกปัจจุบันถ้าหากความเชื่อไม่เหมือนกันจะอยู่กันได้ไหม ถ้าบอกว่ารักกันซะอย่าง ตอบเลยว่า ได้และเห็นตัวอย่างมามากมายแล้วซึ่งเป็นอีกหนึ่งของประเภทของเนื้อคู่ แต่ชีวิตคู่ที่ไม่มีความสุขต้องฝืนทนกล้ำกลืนนั้น คนทั้งคู่ยอมรับได้ไหมนั้นอีกเรื่อง มีแต่เรื่องให้ปวดหัวที่เราเห็นอยู่รอบตัว เป็นเพราะความเชื่อที่ต่างกัน

ประเภทฉันจะไปโบสถ์ แต่เธอจะไปวัด ฉันจะบริจาคทาน แต่เธอว่าสิ้นเปลืองและไปสร้างนิสัยไม่ดีให้กับคนอื่น ฉันจะใส่เสื้อสีตามวัน แต่เธอว่าอย่าปัญญาอ่อนเลยน่า ไปเชื่อเรื่องดวงโชคชะตาทำไม ฉันจะเลี้ยงหมา แต่เธอยื่นคำขาด บอกว่าไม่ได้ฉันชอบแมวไม่ชอบหมา ฉันก็จะเลี้ยงแมว

แต่ถ้าหากเป็นเนื้อคู่ประเภทคู่เวร คู่กรรมกันแล้ว นอกจากจะบอกว่าได้แล้วต้องเพิ่มให้อีกคำว่า ต้องได้ เพราะเป็นเหมือนไฟท์บังคับ มันหลีกเลี่ยงกันไม่ได้เป็นอันขาด ถ้ายังมีชีวิตอยู่ต่อให้หนีไปถึงขั้วโลกใต้ ก็ไม่มีทางหนีพ้นไปได้

เพราะทั้งคู่มาที่มาพบกัน ก็เพราะมีกรรมลิขิต วิบากกรรมได้กำหนดไว้แล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อมีเป้าหมายให้คนทั้งคู่มาชดใช้วิบากกรรมของคนทั้งคู่ที่มีต่อกันให้หมดสิ้นกันไป ซึ่งจะนานหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับวิบากกรรมนั้นจะหนักหรือจะเบา เมื่อหมดแล้ว ก็ต้องแยกย้ายกันไป ต่างคนก็ไปรับวิบากกรรมวาระอื่นต่อ ตามคิวที่กรรมได้จัดสรรไว้ให้แล้วในชาตินี้ หรืออาจจะไปพบเนื้อคู่ในลำดับต้นๆ และพบกับความสุขจริงๆ เสียที

คู่ที่เลิกรากันหรือเปลี่ยนคู่กันบ่อยๆ ก็เป็นเพราะอาจจะเป็นเนื้อคู่กันในปางก่อนจริง มาเกื้อกูลกันบ้างในชาติปัจจุบันจริง แต่เมื่อบุญที่ทำร่วมกันมันมีน้อย เมื่อใช้บุญกันไปจนหมดแล้วไม่มีทำเพิ่ม ถึงเวลาก็ต้องแยกย้ายกันไป เหมือนรถที่วิ่งโดยมีน้ำมันนิดเดียว พอถึงจุดที่น้ำมันหมดเกลี้ยง มันจะวิ่งต่อไปข้างหน้าได้หรือไม่ ลองคิดดูกันเอง ว่า คู่ครองแบบศรัทธาเสมอกันนั้นดีเพียงใด

๒. มีศีลเสมอกัน เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ คนสองคนถ้าเป็นคนที่มีศีล รู้จักยับยั้งชั่งใจ รักษาศีลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ก็จะพากันไปสู่สิ่งที่ดีงาม พากันเข้าไปสู่ประตูสวรรค์ได้ง่ายดาย ชีวิตคู่ก็แสนจะราบรื่น แต่ถ้าศีลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีศีลมากกว่าเยอะ ก็คงไม่ได้อยู่ด้วยกันแน่

ศีลนั้น จริงๆ แล้วเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ คือ เป็นหลักในการปฏิบัติเพื่อที่จะให้ผู้ปฏิบัติมีกาย วาจา ใจ เป็นอิสระ จากเครื่องเหนี่ยวรั้งทั้งปวง และปกป้องตัวเองจากความเสื่อมทั้งหลาย และพ้นจากกรรมชั่ว ที่จะกลับมาสนองกับผู้ที่ไม่ปฏิบัติในศีล

อันนี้ว่าตามคำแปลที่ตรงความหมายมากที่สุดของท่านพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระผู้หลักคนสำคัญของพระพุทธศาสนาในยุคนี้ และอยากที่จะขอแนะนำว่า เราควรกราบไหว้และศึกษางานของท่านเป็นที่สุด เพื่อให้เกิดสติปัญญาและความเข้าใจในพระพุทธศาสนาได้ถูกต้องชัดเจน

ในเรื่องของมีศีลเสมอกันนั้นดีอย่างไรดูง่ายๆ คนที่ชอบทำบุญ รักษาศีล เอาเพียงศีล 5 ก็พอนั้นคงทำใจลำบากกับคู่ครองที่ไม่มีศีล หรือมีศีลน้อยกว่า เพราะบอกว่าอย่าไปฆ่าสัตว์นะมันบาป เผลอแป๊ปเดียว แว่บออกไปยิงนก ตกปลาเสียแล้ว

บอกว่าขอร้องเถอะนะจ๊ะที่รัก การพนันนั้นมันไม่ดี มีแต่จะทำให้เราล่มจม ไม่มีทางรวยแน่นอน เงินทองหามายากลำบาก คนที่รวยมีแต่เจ้ามือเท่านั้นก็ไม่ฟัง ว่างเมื่อไหร่ต้องไปคลุกอยู่กับวงไพ่ งานบ้านก็ไม่ทำ ข้าวปลาก็ไม่ยอมหาให้ลูกให้ผัวกิน

บางคู่ฝ่ายหญิงก้มลงกราบก็แล้ว ด่าว่าก็แล้ว ขอเถอะอย่าไปกินเหล้าเมายา เอาเวลามาอยู่กับลูกกับเมีย ครอบครัวจะได้อบอุ่น ตกเย็นหรือตกดึกเป็นอันต้องเดินเซไปเซมา แม้แต่หมาก็ยังเตะเพราะเดินไปชนมัน อายชาวบ้านเขาไปทั่ว

คู่แบบศีลห่างกันเยอะแบบนี้ อยู่ได้ไม่เท่าไรก็ต้องโบกมือลา ต่างคนต่างไปตามกรรม ไปพบคู่ครองที่ศีลเสมอกันหรือใกล้เคียงกันจึงจะอยู่ด้วยกันยืด หรือก็อยู่ด้วยกันจนหมดอายุขัย จึงปิดม่านจบละครโรงนี้ไป รอไปเล่นกันต่อในชาติหน้า

แต่สำหรับคู่บางคู่นั้น ศีลเขาน้อยพอๆ กัน ก็จะไปด้วยกันได้ ที่ไปด้วยกันได้นั่น เขาเรียกว่า นรกนะจะบอกให้ เพราะตกเย็นกลายสภาพเป็นผัวแก้วเมียขวด หัวค่ำก็ยังพอฟังได้เพราะยังไม่เมามาก ตกดึกก็ตบตีกันอุตลุด เพราะต่างคนต่างเมาไม่มีใครฟังใคร

พวกที่ชอบเล่นการพนัน ก็พากันไปเข้าบ่อนทั้งผัวทั้งเมีย พอฟ้าสว่างเดินออกจากบ่อน เดินออกมาเหมือนผีเพิ่งลุกมาจากหลุม หน้าเขียวหน้าเหลือง เพราะทั้งอดนอนและเสียใจที่หมดเนื้อหมดตัว ผิดกับคนที่มีศีลฟ้าสว่างก็เร่งไปประกอบอาชีพการงาน หน้าตาแจ่มใสอิ่มบุญ

ดังนั้น คนที่มีศีล มีปัญญา เขาจะไม่ไปเดินหาคู่ครองกันตามผับ ตามบาร์ ตามบ่อน ที่อย่างนี้คนที่มีศีลจริง เขาก็ไม่ไปข้องแวะอยู่แล้ว คนที่ศีลก็จะอยู่กับคนที่มีศีลเสมอกัน หรือใกล้เคียงกัน เขาคงไม่ไหลไปหาที่ต่ำ ให้มีอนาคตที่ลงเหวแน่

เขาไม่มีทางจะไปคว้าสาวนักดื่ม นักดริงค์ประจำร้านเหล้ามาทำเป็นภรรยาหลอก ศีลมันคนละชั้นกัน ถ้าเกิดกรรมมันบังจนมองไม่เห็นคว้าเอามาไว้ที่บ้าน ก็ถือว่าเป็นกรรมใครกรรมมัน ก็ต้องชดใช้กันไป

ถ้าคนทั้งคู่หมั่นถือศีล พากันชักชวนให้ไปรักษาศีลร่วมกันตามที่ต่างๆ ดูแลศีลเป็นอย่างดีไม่ให้บกพร่อง ก็จะเกิดเป็นอานิสงส์บุญที่สูงกว่าการให้ทาน เป็นบุญกุศลที่ทำร่วมกัน และเป็นสายใยแห่งบุญที่จะเกี่ยวรัดให้เขาทั้งสองมาพบกันอีกในทุกชาติที่ปรารถนาได้

๓. จาคะเสมอกัน

จาคะ หมายถึงการสละสิ่งของและความสุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น และหมายรวมถึงการสละละทิ้งกิเลส ละความโลภ ความเห็นแก่ตัว ความตระหนี่ ความใจแคบ และการเลิกละนิสัย ตลอดถึงความประพฤติที่ไม่ดี ที่ทำให้เกิดความเสียหาย ก่อความบาดหมางทะเลาะเบาะแว้ง เป็นต้น

จาคะนั้นเป็นคุณธรรม ที่เป็นเหตุให้ผู้ปฏิบัติมองเห็นและเอื้ออาทรต่อความทุกข์ยากและความต้องการของคนอื่น ทำให้เป็นคนใจไม่คับแคบ ไม่เห็นแก่ตัวแล้วให้ความช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ด้วยความเห็นอกเห็นใจ เป็นคนชอบให้ ชอบแบ่งปัน ใจนั้นคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง

คนที่ครองคู่กันแล้ว ปัญหาใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ การเสียสละมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เอาแค่เรื่องของทั้งสองคนก่อน ถ้าต่างคนต่างเป็นคนขี้เหนียว เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ก็น่าจะมีปัญหามากพอแรงอยู่แล้ว

สังเกตให้ดีๆ คนพวกนี้จะไม่ให้อะไรกับใครทั้งสิ้น แต่ของๆ คนอื่นนั้นอยากที่จะได้ วันเกิดแฟนก็ไม่คิดจะมีของขวัญน่ารักๆ ไปให้ แต่วันเกิดตัวเองนั่งเฝ้ารอของขวัญว่า เมื่อไหร่จะได้สักที ถ้าไม่ให้ก็จะโกรธไม่พูดด้วย เดินคู่กันเห็นคนแก่กำลังจะข้ามถนนงกๆ เงิ่นๆ แฟนกุลีกุจอไปช่วยจูงให้ข้ามถนนอย่างปลอดภัย เดินกลับมาก็ต่อว่า ทำนองที่ว่าไปช่วยคนอื่นทำไม ธุระไม่ใช่

ญาติพี่น้องแฟนมาเยี่ยมบ้าน ก็ไม่พอใจทำท่าทางปิดประตูโครมคราม แสดงกิริยาน่ารังเกียจใส่ กลัวว่าเขาจะมารบกวนขอความช่วยเหลือ พอเขากลับไปก็ใส่ไฟใส่ร้ายต่างๆ นานา

ใครที่เจอคนที่ถูกใจแค่รูป รส กลิ่น เสียง ซึ่งมันเสื่อมลงได้ตามกาลเวลา และหน้ามืดหรือที่เรียกว่า วิบากกรรมมันบัง หลงไปคว้าคนพรรค์นี้มาเป็นคู่ครอง รับรองว่า บ้านนั้นคือ นรกดีๆ นี่เอง ไปไหนด้วยกันก็มีแต่เรื่องอับอาย เพราะความโลภอยากได้ของคนอื่น ใจแคบไม่เอาใคร สารพัดเพราะไม่รู้จักการให้ การเสียสละ

แต่ถ้ากลับกัน เป็นคนใจบุญสุนทาน ร่วมกันบริจาคทาน รู้จักการให้โดยที่ไม่หวังผลตอบแทน ให้เพราะอยากให้ผู้อื่นมีความสุข ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนเขาต้อนรับ ยกย่องสรรเสริญ ทานที่ทำก็เป็นผลบุญร่วมกันไป จะใส่บาตรร่วมขัน ทำสังฆทานร่วมกัน บริจาคทรัพย์เพื่อการกุศลและช่วยเหลือผู้ยากไร้ อุดหนุนญาติสนิทมิตรสหายตามกำลัง ฯลฯ

สำหรับเรื่องของทานถือว่าเป็นการสร้างบุญบารมีลำดับแรกที่พระพุทธองค์ท่านตรัสไว้ เพื่อให้เราทุกคนรู้จักการเสียสละ รู้จักการให้ เพราะในการให้นั้นย่อมเป็นสุข ผู้ให้ย่อมเป็นสุขมากกว่าผู้รับ

เราให้ด้วยความเมตตา ให้ด้วยความเต็มใจ ให้ด้วยความยินดี สิ่งที่เราให้ไปนี้เราก็อิ่มเอิบ ในขณะเดียวกันเราเห็นผู้รับที่รับด้วยความดีใจ ความสุข มีความยินดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันก็จะเป็นความสุขซ้ำสอง ที่กลับสะท้อนมาให้กับเรา สังเกตง่ายๆ

ประการแรก เมื่อเราเป็นผู้ให้ ผู้รับเขายินดีรับ แต่ในขณะเดียวกันเราให้ เรากลับมีความยินดีในการให้มากกว่า

ประการที่สอง เราสุขเมื่อเห็นผู้รับเป็นความสุข คือในลำดับแรกต้องมีการเสียสละในการรู้จักความที่เราเป็นผู้เสียสละ รู้จักในการไม่เป็นคนที่ไม่ตระหนี่ เป็นคนที่ให้เป็นคนที่มีจิตใจกว้างขวาง พอให้แล้วผู้รับก็รับด้วยความสุข เราก็ย่อมมีความสุขด้วย

เรื่องเหล่านี้ เป็นบุญกุศลร่วมกันทั้งสิ้นของคนสองคน ชาติหน้าฉันใดก็ต้องมาเจอะเจอกันอีก มารับบุญ มารับความสุขความเจริญร่วมกัน เพราะเป็นกฎแห่งกรรม ทำได้ก็ย่อมต้องได้ดี

๔. ปัญญาเสมอกัน

พระราชพรหมยานหรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระอริยสงฆ์องค์หนึ่งของเรา ครั้งหนึ่งท่านได้ตอบคำถามให้กับลูกศิษย์ เมื่อลูกศิษย์คนนั้นถามท่านว่า ปัญญาคืออะไร

            ท่านจึงได้เมตตาตอบไปว่า

            “ปัญญา โดยความหมายทั่วๆ ไปแล้วแปลว่าความรู้ที่เกิดขึ้นจากการพินิจพิจารณา หรือจะแปลว่าความเฉลียวฉลาดก็ได้นะ มิใช่รู้อย่างเดียวต้องนำเอาความรู้ที่ได้นั้นมาพิจารณาด้วย หรือมิใช่ฉลาดอย่างเดียว ต้องมีเฉลียวใจด้วย จึงจะเกิดความรู้แจ้งเห็นจริงถึงแก่นแท้ของการรู้ในแต่ละอย่างได้นั่นแหละจึงจะเรียกว่า ปัญญา”

เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน และพระพุทธองค์ตรัสไว้ ในเรื่องของการที่จะมาเป็นคู่ครองกันได้นั้น ต้องมีปัญญาเสมอกัน ในปัจจุบันถ้าใกล้เคียงกันมากก็จะยิ่งมีความสุข ความเจริญ จาก ๓ ข้อใน ๔ ข้อ ที่กล่าวมาแต่ต้น คือ มีศรัทธาเสมอกัน มีศีลเสมอกัน มีจาคะเสมอกัน และข้อนี้เป็นข้อสุดท้าย คือ มีปัญญาเสมอกัน ที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำความเจริญมาสู่ชีวิตคู่

ในคู่ที่มีปัญญาเสมอกันนั้น มักจะทำอะไรก็สำเร็จ เพราะมีความรู้ความเชี่ยวชาญที่เกื้อหนุนกัน แต่ถ้ามีความรู้ ความเฉลียวฉลาดต่างกันมากเกินไป ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก เพราะจะขัดแย้งกันตลอด ประเภทผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา จึงไปไม่ถึงความสุขความเจริญสักที

เราเคยได้ยินมาตลอดเวลาว่า คนที่มีโอกาสเรียนมาน้อยนั้นเมื่ออยู่กินกับคนที่มีพื้นฐานความรู้ใกล้เคียงกันเขาก็มีความสุขดี ช่วยกันทำมาหากิน คิดอ่านอะไรก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คนที่มีความรู้ เรียนวิชาการทางโลกมามากก็ใช่ว่าจะเฉลียวฉลาดไปเสียทุกเรื่อง และมีความสุขถ้าเอาไปใช้ไม่เป็นและถูกวิธี

และยิ่งไปเลือกคู่ครองที่มีปัญญาน้อยกว่ามาก ชีวิตก็มีแต่ความทุกข์เข้ามาไม่เว้นในแต่ละวัน ถ้ามีพ่อบ้านแม่บ้านที่ใช่ปัญญาไปในทางที่ผิด ไม่ใช้ไปในสร้างคุณงามความดีใส่ตนและเพื่อความสุขของผู้อื่น กลับเอาไปใช้เบียดเบียนผู้อื่น ฉ้อโกง ตั้งแต่ระดับเล็กถึงระดับใหญ่

อย่างนี้ไม่เรียกว่า คู่ครองที่ดี เขามักจะเรียกกันว่า คู่นรกแตก ตัวอย่างผู้นำที่มีเมียต้นทุนบุญน้อย จึงมีปัญญาน้อยที่ชอบจะทำชาติบ้านเมืองให้เสียหาย ก็มีมากมาย ที่หลังบ้านนั้นเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการบังคับสามีให้ทำหรือไม่ทำ อันก่อความฉิบหายให้กับคนอื่นและบ้านเมือง

มีนิทานเรื่องหนึ่งที่สนุก จึงไม่อยากจะเก็บไว้คนเดียว ก็ขอนำมาให้อ่านทั่วๆ กัน เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาที่ดีของคนที่จะมาเป็นคู่ครองร่วมกัน

กาลครั้งหนึ่ง ยังมีมหาเศรษฐีคนหนึ่งเป็นคนร่ำรวยมหาศาล มั่งมีเงินทองมากมาย ว่ากันว่าใช้อีกสิบชาติก็ไม่มีวันหมด และมีลูกชายอยู่คนเดียวซึ่งวันๆ ไม่ชอบที่จะทำงานแต่เป็นคนมีปัญญาหลักแหลมมากเหมือนกัน (แต่จริงๆ แล้ว คนมีปัญญาต้องขยันด้วย ปัญญาจะได้ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่เผอิญเป็นนิทานก็ไม่เป็นไร)

และท่านเศรษฐีก็แก่เฒ่าชราลงไปทุกวันๆ เขาจึงอยากจะให้ลูกชายได้มีครอบครัวเสียที และคิดว่าเมื่อลูกชายมีเมียมีครอบครัวจะได้รู้จักรับผิดชอบดูแลสมบัติได้ แต่ลูกชายก็ได้ผัดผ่อนไปเรื่อย จริงๆ แล้วเขาก็อยากมีเมียเหมือนกันแต่มันติดตรงที่ว่าเขายังหาผู้หญิงที่ฉลาดพอๆ กับเขาไม่เจอ

ชายหนุ่มผู้มีปัญญาคนนี้ก็คิดว่า การหาผู้หญิงมาเป็นเมียนั้น เป็นเรื่องที่ต้องมีการคัดสรรไม่ไปคว้าคนที่ไม่มีคุณสมบัติมาเป็นเมียโดยเด็ดขาด เขาตั้งบรรทัดฐานในใจไว้ว่า ผู้หญิงคนนั้นต้องมีปัญญาเท่าเทียมกันกับเขา

เพราะปัญญาจะเป็นผู้นำพามาซึ่งทุกสิ่งที่เป็นความเจริญ

เขาคิดอยู่เสมอว่า เขาต้องหาผู้หญิงที่ฉลาดหลักแหลมและรู้จักศิลปะในการครองเรือนและช่วยกันทำมาหากิน มิฉะนั้นถ้าได้คนโง่มาเป็นเมียจะมาช่วยกันผลาญสมบัติของตนเสียหมด เมื่อทนพ่อรบเร้าทุกวันไม่ไหว ก็ตอบตกลงกับพ่อ

แต่มีข้อแม้ว่า หญิงสาวคนที่มาอยู่บ้านนี้ได้ ต้องตอบคำถามที่เขาคิดได้ข้อหนึ่ง จึงจะโอเค (ผิดกันลิบลับกับเด็กๆ ในสมัยนี้ที่เอาแค่หน้าตาสวย เรื่องสมอง คุณสมบัติต่างๆ ไว้ว่ากันที่หลัง ซึ่งกว่าจะมีเรื่องนี้ทีหลังได้ ก็เลิกกันไปแล้วทุกคู่)

ดังนั้นท่านมหาเศรษฐีจึงแสนจะดีใจ ออกป่าวประกาศไปทั่วว่า ตนต้องการรับสมัครลูกสะใภ้ ถ้าใครได้รับการคัดเลือกแล้วก็จะมีความสุข ความสบายบนกองเงินกองทอง มีข้อแม้อยู่ข้อเดียว คือ ถ้าใครตอบคำถามของลูกชายท่านได้ ก็จะเอามาเป็นภรรยาของลูกชาย คำถามมีอยู่ว่า

            “เรามีปลาอยู่ตัวเดียว ต้องทำอย่างไรจึงจะกินได้ตลอดปี?”

คำถามของลูกชายท่านเศรษฐีนี้ ใครได้ยินก็มีแต่คนหัวเราะ บอกว่า คำถามกล้วยๆ ใครๆ ก็ตอบได้ และรวมถึงความรวยมหาศาลของท่านเศรษฐี จึงมีหญิงสาวมากมายทั้งสาว ทั้งแก่ ทั้งแม่ม่าย แห่กันมาสมัครมืดฟ้ามัวดิน แต่ก็ตอบคำถามข้อนี้ไม่ได้เสียที ตัวอย่างเช่น เมื่อท่านเศรษฐีและบุตรชายมายืนต่อหน้าคนทั้งหลายแล้วก็เริ่มเปิด คำถามออกมา

“เรามีปลาอยู่ตัวเดียว ทำอย่างไรจึงจะกินไปได้ตลอดปี”

“อ๋อ! ง่ายนิดเดียว เราก็หมักมันทำปลาร้าไว้ซิคะท่านเจ้าขา !” สาวหนึ่งตอบอย่างมั่นใจท่ามกลางเสียงเฮ…แต่ผิด

“ไม่ยากๆ ก็เอาไปทำปลาเค็มไว้ซิ ง่ายจะตายไป !” สาวแก่ผู้เจนโลกตอบอย่างฉะฉาน หวังรวยตอนแก่ แต่ทว่ามันก็ผิดอีก รวมถึงอีกหลายสาวที่แย่งกันตอบถึงบรรดาวิธีการเก็บอาหารสารพัดสารพัน แต่ก็ผิดหมดเช่น ทำปลาร้า ปลาเจ่าปลาแห้ง ปลาเค็ม มันยังไม่ถูกทั้งนั้น

            จนอยู่มาวันหนึ่ง สาวสวยพเนจร เดินโซซัดโซเซมาจากแดนไกล เข้ามาในหมู่บ้าน เห็นประกาศที่ติดอยู่ก็ยิ้มกว้าง เกิดปัญญาขึ้นมาทันที ก็ตรงรี่เข้าไปที่บ้านท่านมหาเศรษฐีอย่างไม่รอช้า เมื่อเจอหน้าชายหนุ่มเจ้าของปัญหาและท่านมหาเศรษฐี ก็อาสาที่ตอบคำถามข้อนี้ทันที

            “มีปลาอยู่ตัวเดียว เราทำอย่างไรจึงจะกินได้ตลอดปี?”

คราวนี้เป็นชายหนุ่มยิงคำถามใส่ว่าที่เจ้าสาวทันที หญิงสาวเจ้าปัญญาคนนี้มองหน้าชายหนุ่มที่อนาคตก็คือ ว่าที่สามีของนางและตอบอย่างช้าๆ ด้วยเสียงไพเราะดังแก้วกังวานว่า

“ปัญหานี้จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย จะว่ายากก็ไม่ยาก เพราะมันปลาตัวเดียวเท่านั้น ต่อให้ทำอะไรก็ตาม เมื่อเรากินมันแล้วมันก็หมดไป แต่การที่จะทำให้ปลาตัวเดียวจะเก็บไว้มีกินตลอดชาตินั้น คือ ต้องเอาปลาตัวนั้นมาตัดเป็นท่อนๆ หลายๆ ท่อน

แล้วเอาท่อนที่หนึ่งไปให้บ้านญาติผู้ใหญ่ แสดงความกตัญญูกตเวทิตา ตอบแทนท่านที่ได้สนับสนุน อุ้มชูเรามาให้เติบโตไปสู่ความเจริญ

ท่อนที่สอง เอาไปบ้านผู้มีพระคุณ ครูบาอาจารย์ เป็นการตอบแทนและรำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน

และปลาอีกหลายท่อนไปให้เพื่อนบ้าน มิตรสหายใกล้เคียง คนยากไร้ ในยามที่เรามีเราก็แบ่งปัน วันหนึ่งถ้าเราขาดแคลน คนเรานั้นคงจะเข้าใจเรา เห็นใจในความเอื้อเฟื้อที่เราทำไปในครั้งนั้น และบุญกุศลจากการให้ทาน จะทำให้เรามีความสุข อิ่มเอิบใจไม่เป็นคนตระหนี่

ส่วนที่เหลือ เราสองคนผัวเมีย มาแบ่งกันกินท่อนเดียวก็พอ โดยวิธีนี้ปลาตัวนั้นจะช่วยเราไปตลอดปี”

ชายหนุ่มและท่านเศรษฐีได้ยินคำตอบ ก็ปรบมือหัวเราะด้วยความชอบใจและดีใจ และท่านเศรษฐีก็ตกลงให้สาวเจ้าปัญญาคนนี้ มาช่วยดูแลมหาสมบัติและเป็นศรีภรรยาที่ดีของลูกชายทันที

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ว่า ที่ว่าปลาเพียงท่อนเดียวที่ถูกส่งไปตามบ้านต่างๆ เป็นปลาวิเศษที่มันอาจกลับมาในรูปแบบต่างๆ กันมาเป็นอาหาร เป็นน้ำใจและความเอื้ออาทรต่อกันที่ไม่มีวันหมด ซึ่งเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นได้เพราะการใช้ปัญญาที่เป็นและใช้ในทางถูกต้อง

จากเรื่องที่นำมากล่าวให้พิจารณาทั้งหมดในช่วงนี้ สรุปแล้วก็คือ การที่คนจะมาเป็นคู่ครองกันนั้น ต้องเป็นคนที่เคยอยู่ร่วมกันมาแต่ปางก่อน และต้องเคย เกื้อกูลกันมาในชาติปัจจุบัน มีทั้งบุญและกรรมเก่า รวมทั้งบุญและกรรมใหม่ร่วมกัน และต้องมีศรัทธาเสมอกัน ศีลเสมอกัน จาคะหรือการให้ทานเสมอกัน มีปัญญาเสมอกัน จึงจะเป็นคู่ครองที่ดีและเหมาะสมที่สุด

ในยุคปัจจุบันนั้น มีสิ่งล่อแหลมมากหรือเกินที่จะนำพา ให้คนทั้งคู่ หลงไปในทางที่ผิดได้ง่าย หลักการประคองคู่ที่ดีที่สุด คือ การรู้จักการให้อภัยต่อกัน ให้โอกาสซึ่งกันและกันในการกระทำซึ่งความดี ให้โอกาสซึ่งกันและกันในการกลับตัว กลับใจ อย่างน้อยก็เป็นเสบียงบุญกุศลติดตัวผู้ที่ให้ ที่ได้ช่วยชี้ทางให้คนได้เป็นคนดีได้

Advertisements

Read Full Post »

บัดนี้ได้จัดพิมพ์หนังสือธรรมทานเสร็จสิ้นแล้ว
เจ้าหน้าที่กำลังรีบจัดส่งให้ถึงมือทุกท่านที่ร่วมสร้างมหากุศลในครั้งนี้
ขอบุญรักษา
ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

ในตอนต้นอย่างที่บอกไว้ว่า เนื้อคู่ของเราทุกคนนั้นมีกันเป็นแสนเป็นล้านคน หลายคนคงสงสัยว่าทำไมถึงกล่าวเช่นนี้ เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเรานั้นผ่านการเวียนว่าย ตายเกิด มานับไม่ถ้วนในแต่ละชาติภพนั้นก็มีคู่ครองมาแล้วทั้งสิ้น

เมื่อเกิดชาติใหม่ก็มีคู่ครองอีก มีอีกไม่จบสิ้น บางคนในภพเดียวนั้นมีเป็นสิบๆ คน ดังนั้นในชาติปัจจุบันเราอาจจะเจอเนื้อคู่หลายคน ที่เคยเป็นคู่ครองต่างภพชาติกัน แต่ที่จะได้อยู่ร่วมเคียงหมอนนั้นอาจจะเป็นคนที่ร้อย คนที่พันตามลำดับของเนื้อคู่ของกรรมที่ได้จัดสรรแล้ว

 

และในบางคู่ถึงแม่จะครองคู่กันแล้ว ก็ยังไม่วายมีเนื้อคู่ลำดับอื่นเข้ามาสอดแทรก ที่เรียกว่า ชู้ หรือที่สมัยนี้พากันเรียกว่า กิ๊ก นั่นแหละ แต่ส่วนมากจะจบลงด้วยความเจ็บช้ำ วุ่นวาย ซึ่งเป็นการก่อกรรมทำเข็ญร่วมกันมาแน่นอน จะสามเส้า สี่เส้า ห้าเส้าก็คือ วิบากกรรมล้วนๆ

 

ในบางชาติบางคน ก็อาจจะไม่ได้พบคู่แท้หรือเนื้อคู่ลำดับต้นเลยก็ได้ ประเภทที่ว่า บุญมีแต่มีวิบากกรรมมันมาบัง ถึงจะเคยสร้างบุญกุศลร่วมกันมาในภพก่อน แต่ก็ใช่จะได้พบพานกันได้ อาจจะเป็นได้ว่าบุญเก่านั้นอาจจะน้อยเกินไป

 

ยิ่งถ้ามีวิบากกรรมหนักนั้นมาขัดขวางบังไว้ และบุญใหม่ที่ทำในปัจจุบันไม่พอ ไม่ส่งเสริมให้ทั้งคู่มาพบกันอีก จนอาจจะต้องพลัดพรากไม่เจอกัน จนกว่าแรงบุญเก่าและบุญใหม่ที่ทำนั้นมีแรงส่งมากพอให้มาเจอกันอีก

 

ในหลายคู่มาพบเจอกันด้วยแรงบุญ ด้วยแรงปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ของทั้งสองฝ่าย ในชาติปัจจุบันก็กลายเป็นคู่ครองที่ช่วยกันเร่งสร้างบุญกุศลเพื่อมาพบเจอกัน

 

ที่บอกว่าเราทุกคนสามารถเลือกเนื้อคู่ได้ก็เพราะว่า วันหนึ่งเมื่อแรงบุญ แรงแห่งการปรารถนาและอธิษฐาน แรงแห่งกรรมมาบรรจบก็จะได้เจอกัน

 

และที่บอกว่าสามารถเลือกได้อีกด้วยเพราะในหลายภพหลายชาติเรามีคู่กันมานับไม่ถ้วน เป็นแสนๆ เป็นล้านๆ คนที่มาเกิดในชาตินี้

 

บางคนอาจจะอยู่ไกลกันสุดหล้าฟ้าเขียวต่างชาติ ต่างศาสนา แต่ก็มาพบกันจนได้ เป็นเพราะสาเหตุอันใด หรืออาจจะพบกันเพียงแค่รู้ แล้วต้องพรากจากกันอีก บางคู่กลายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีทางมาเจอกัน บางคนต้องใช้เวลานานกว่าสามสิบปี สี่สิบปีถึงจะได้มาพบกันอีกที่เรียกกันว่า ถ่านไฟเก่า เมื่อมันมีเชื้ออยู่มันก็พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ เมื่อมีตัวช่วยหรือปัจจัยเร่งเร้า

 

แต่เป็นเรื่องเศร้า ที่ลำดับเนื้อคู่ตามกรรมลิขิตและเงื่อนไขอีกหลายประการนั้นยังไม่ถึงเวลาที่ต้องมาครองคู่กันอีก ก็ต้องจากกันชั่วนิรันดร์ในภพนี้ แม้จะเดินสวนกัน เห็นกันจนแทบจะสัมผัสกันได้ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ครองคู่กันอีก มันเป็นเรื่องที่น่าปวดใจมาก

 

แต่ก็ยังมีหลายคู่ที่สามารถผ่านด่านของวิบากกรรมมาได้เจอกัน แต่ต้องเป็นด้วยแรงบุญและแรงปรารถนาอธิษฐานเท่านั้นที่แรงกล้าเท่านั้น ถึงจะทำได้สำเร็จ

 

ขอยกตัวอย่างแบบง่ายๆ ให้เราคิดกันเล่นสนุกๆ อย่างเช่น เมื่อเวลาเราไปยืนต่อคิวชำระเงินตามช่องชำระเงินต่างๆ ตามห้างสรรพสินค้า ก่อนที่เราจะเลือกซื้อของ เราเล็งไว้แล้วว่า เมื่อเราช็อปปิ้งเสร็จ เราตั้งใจว่าจะใช้ช่องทางชำระเงินที่ช่องทาง 11 แต่เอาจริงๆ แล้ว เมื่อไปถึงช่องทางที่ 11 มีคนมารอต่อคิวกันยาวเหยียด

 

เราจึงหนีไปชำระเงินที่ช่องที่ 2 แทน ด้วยเหตุหลายๆ อย่างทำให้เราต้องคลาดแคล้วกับช่อง 11 ไม่ได้ไปตามช่องทางนั้น ทางพระเขาเรียกกันว่า มีกรรมมาตัดรอน แต่ถ้าเรายังยืนยันที่จะใช้ช่องทางที่ 11 เราอาจจะต้องยืนรอจนถึงคิวของเรา ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าจะนานสักเพียงใด

 

แต่ถ้าในวันนั้น เกิดมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น แม้จะยืนต่อคิวอยู่อีกหลายคิว ไฟฟ้าในห้างเกิดดับพรึบมา คนที่ต่อคิวอยู่ก่อนเราก็แตกกระจายไปที่อื่น เหลือเราอยู่คนเดียว เรายังยืนหยัดและยืนยันอย่างตั้งใจ ยืนรออยู่เจ้าเดียว

 

พอไฟมาเราก็ได้ใช้บริการเป็นคนแรกตามใจปรารถนา คนอื่นที่แตกกระจายไป เพราะเขามีเหตุต้องพลัดพรากเป็นเรื่องของวิบากกรรมในส่วนของเขา ไม่ใช่เป็นส่วนของเรา

 

แต่ที่เราได้ตามใจปรารถนานั้น เป็นเพราะพลังและแรงปรารถนาแห่งจิตใจที่แน่วแน่ นั้นส่งผลให้เกิดขึ้นแม้อะไรจะเกิดขึ้นเราก็ไม่ยอมละทิ้งสิ่งที่ตั้งใจ ไม่ว่าจะมีเหตุอะไรก็ตาม

 

ในเรื่องของเนื้อคู่แท้นั้น มีความเชื่อกันว่า เราทุกคนนั้นสามารถใช้ผลบุญกุศลนั้น เป็นตัวนำเลือกเนื้อคู่ลำดับต้นให้ได้เนื้อคู่ที่เป็นคนที่ร่วมบุญ ร่วมกุศลที่ดีที่สุดได้ ขึ้นอยู่ว่าเรานั้นมีบุญมากเพียงใดและแรงปรารถนาและการอธิษฐานจิตของเรานั้นได้ผลเพียงใด

Read Full Post »

เมื่อความรักหวานชื่น คู่ครองทั้งหลายย่อมต้องอยากเกิดมาเป็นเนื้อคู่กันอีก ซึ่งผลกรรมก็ได้จัดสรรการเกิดมาเป็นคู่ครองกันอีกตามที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่นอกจากการรอให้กรรมเป็นตัวจัดสรรแล้ว

เรายังสามารถเลือกที่จะได้พบและอยู่เป็นคู่ครองกับเนื้อคู่ของเราได้ในอนาคต ด้วยแรงปรารถนา และโดยการอธิษฐานขอให้พบเนื้อคู่แท้

จิตเรารู้ดีแล้วว่าที่เป็นแรงส่งของแรงปรารถนาหรือแรงอธิษฐานนั้น ต้องเป็นจิตที่แรงกล้า แข็งแกร่ง ต้องมาจากบุญบารมี ที่เกิดขึ้นได้จากการทาน ศีล ภาวนาเท่านั้น จึงจะสามารถทะลุทะลวงวิบากกรรมบางอย่างให้บรรเทาพอที่หลุดลอดไปหากรรมดีได้

การจะทำให้จิตกล้าแข็งได้ ต้องมีการฝึกปฎิบัติ เหมือนกับเรายกดัมเบลล์เพื่อให้กล้ามขึ้นนั่นแหละ จิตก็เหมือนกันต้องมีการฝึกซึ่งมาจากการทำสมาธิที่ถูกต้องด้วย

ถ้าสมมติว่าจิตนั้นไม่มีแรง จิตมันจะไปไหน หรือช่วยอะไรได้ เหมือนคนที่ตกรถประจำทางอยู่ที่ป้ายรถเมล์ เพราะไม่มีค่าโดยสารจะเดินทางไปต่อ ถ้าเรามีเงินพอหรือจิตเราถึงเราก็ไปได้แน่นอน หรือในบางครั้งเราอาจจะต้องไปขอความช่วยเหลือของคนอื่น หรือที่เรียกว่า พึ่งบุญบารมีคนอื่นเขา ก็จะไปถึงได้

ในเรื่องพึ่งบุญและเชื่อมบุญ นั้นได้กล่าวไว้โดยละเอียดแล้ว ในหนังสือชื่อ ปาฎิหาริย์เชื่อมบุญ หาดูได้ตามร้านหนังสือต่างๆ จะขอกล่าวเพียงย่อๆ เท่านั้น ว่าถ้าตัวเรานั้นมีบุญบารมีไม่พอที่จะกระทำเรื่องต่างๆ นั้น ควรจะไปพึ่งบุญคนอื่น ที่เป็นคนที่มีบุญร่วมกันกับเรา ถ้ามีบุญเก่าน้อย ก็สร้างบุญใหม่มาเชื่อมบุญระหว่างท่านผู้มีบุญบารมีมากกว่าเรากับตัวเราเสียก่อน ให้เป็นบุญที่ใหญ่ขึ้นและขอให้ท่านช่วยเมตตาสงเคราะห์เรื่องราวต่างๆ ให้

ในเรื่องของเนื้อคู่ จึงมีการช่วยจับคู่ให้ ทั้งเป็นแม่สื่อแม่ชัก หรือผู้ใหญ่ช่วยเหลือเปิดทางให้เจอกัน หรือถึงขั้นไปสู่ขอต่อพ่อแม่ให้ด้วย พ่อแม่ผ้หญิงเขาเกรงใจในบุญบารมีของท่านผู้ใหญ่ของเรา เขาก็ยกให้ แม้จะไม่ชอบเราเสียเท่าไร

เมื่อเป็นคู่ครองแล้วทำไมถึงต้องเลิกกัน

เรื่องนี้นั้นเกิดจากหลายสาเหตุเช่นกัน เพราะคนที่เราคิดไปเองว่าใช่เนื้อคู่ ของเรานั้น มันอาจจะไม่ใช่เนื้อคู่แท้ก็ได้ อาจจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรเขากลับชาติมาเกิด มาพบและรักอยู่กับเราก็เพราะกรรมลิขิต แต่เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชดใช้เป็นที่พอใจแล้ว ก็จะแยกย้ายกันไป เป็นประเภทคู่เวรคู่กรรมกัน อย่างเช่น เขามาเพื่อจะทำให้เรารักและก็จากไป ก็เพราะในชาติก่อนเราเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายทิ้งเขาไป

หรือเราเคยไปพรากเขาจากในสิ่งที่เขารักมา ดังนั้นในชาตินี้เขาก็มีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะพรากเราออกมาจากสิ่งที่เรารัก หรือบุคคลที่เรารักได้เช่นกัน มันมีหลายสาเหตุมากมาย รวมถึงไปได้คนที่มีปัญญา มีศีลไม่เสมอกันด้วย

เห็นหนุ่มสาวจำนวนมากต้องเลิกกันเพราะศีลไม่เสมอกัน มันมีช่องว่างห่างกันมากๆ เพราะฝ่ายหญิงเป็นคนติดออกจะเรียบร้อย ฝ่ายชายนั้นไปติดในเรื่องของเที่ยวเตร่ และการกินเหล้าเมายา บางคู่ก็อาจจะพยายามฝืนใจ หลอกตัวเองว่ายังพอรับได้ ประเภทตามรสนิยมคนอื่นที่ชอบพูดว่า ชอบผู้ชายเลวๆ ทั้งเรื่องเจ้าชู้ ติดการพนัน เรื่องกินเหล้า บ้างานจนลืมตัว แต่ในจิตวิญญาณลึกๆ นั้น มันรับไม่ได้เลย

เมื่อมีเหตุปัจจัยอะไรอื่นขึ้นมานิดเดียว มันเหมือนฟางเส้นสุดท้าย เรื่องที่เก็บแอบไว้มันระเบิดจนต้องแยกทางกันไป และคนทั้งคู่ไม่ได้ทำบุญใหม่ร่วมกันเลย ไม่เคยชวนกันไปทำกรรมดีเลย มันจึงไม่มีสายใยหรือแรงดึงดูดที่จะทำให้มารักกัน มาร่วมในกรรมกันอีกได้ ก็ต้องแยกย้ายกันไปเมื่อหมดวาระของกรรม

ทางที่ดีที่สุด ถ้าเรามีความปรารถนาจะอยู่ร่วมกับเขาอีก ก็พยายามทำกรรมดีให้มากเข้าไว้ ยิ่งทำร่วมกันมากขึ้นเท่าไร ก็จะมีสิทธิ์ที่จะเจอกันมากขึ้น และแรงแห่งการอธิษฐานอาจจะช่วยได้ ถ้ายังมีบุญร่วมกันพอ

คิดว่าคงเคยได้ยินคำว่า ตักบาตรร่วมขัน นั้นแหละคือ การร่วมทำบุญอย่างหนึ่ง มีอีกหลายช่องทางในการทำบุญร่วมกัน ทั้งงานที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น งานเผยแพร่หนังสือธรรมทาน งานบุญใหญ่ๆ ที่วัดวาอารามชอบจัดกัน

และที่สำคัญต้องรู้จักที่จะดูแลเกื้อกูลกันอย่างจริงใจ เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน อย่าเอาแต่ใจตัวเองมากเกินไป แฟนนะไม่ใช่ทาส ที่ต้องทำตามคำสั่งเราทุกอย่าง มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกเคล็ดลับการถนอมความรักที่คงทนกว่า 60 ปีให้ฟังว่า ง่ายนิดดียวแต่มันอาจจะยากสำหรับใครบางคน แต่รับรองว่าใครเอาไปใช้ได้ผลดีแน่นอน เคล็ดลับก็คือ

อะไรที่เขาไม่ชอบเราก็ไม่ทำ เราทำแต่เรื่องที่เขาชอบก็พอ และท่านฝากมาบอกว่าใครอาไปใช้ รับรองว่าได้ผลล้านเปอร์เซ็นต์

Read Full Post »

กรณีที่ไม่เจอเนื้อคู่เลยนั้น มีหลากหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้องกัน อาจจะเป็นด้วยว่า เนื้อคู่ในลำดับต้นของตนเองนั้นยังไม่เกิด อาจเกิดแล้วแต่อยู่กันคนละภพคนละภูมิ อาจจะเป็นด้วยแรงแห่งวิบากกรรรมของแต่ละฝ่ายเป็นเหตุทำให้ต้องมีอันพลัดพรากกันไป

แต่หญิงหรือชายนั้นก็อาจมีคู่ได้กับบุคคลใกล้ชิดที่ได้เกื้อหนุนกันในปัจจุบัน เป็นคู่ครองได้ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด ในปัจจุบันนั้นผู้หญิงหรือผู้ชายนั้นอยู่ตัวคนเดียวมากขึ้น ถ้าเราดูดีๆ อาจจะเป็นเพราะข้อแม้ที่ตั้งไว้มันมากเกินไปหรือไม่

เพราะนอกจากที่จะหาคนที่มีศรัทธาเสมอกัน มีศีลเสมอกัน มีจาคะเสมอกัน มีปัญญาเสมอกันแล้ว สมัยนี้ยังพ่วงรูปหล่อ พ่อรวย ความรู้ทางโลกสูงขึ้นไปด้วย เมื่อรสนิยมส่วนตัวหรือบันไดมันสูงมากเกินไป ใครที่ไหนเขาจะตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปหา

ในบางคนที่ไม่แต่งงาน ไม่ใช่ว่าเขาหาเนื้อคู่ไม่ได้ไม่เจอ แต่เป็นเพราะเขาเบื่อเรื่องทางโลก ที่มันไม่หลุดพ้น จากวัฏสงสารกันเสียที จึงมุ่งสู่รสพระธรรม มุ่งสู่ชีวิตที่แท้จริง ทั้งเป็นนักบวชหรือถือศีลพรหมจรรย์ ซึ่งก็เป็นการสละสิทธิ์ในการที่จะมีเนื้อคู่แล้วในชาตินี้ เพราะไม่มีเรื่องของกามราคะมาเกี่ยวข้องด้วย

ถ้าเราอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีสามี ไม่มีภรรยา เราก็ไม่ต้องห่วงสามีไม่ต้องห่วงภรรยา และก็ยังมีความสุขได้ เพราะความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า จะต้องมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ มีบุคคลนั้นบุคคลนี้ แต่ความสุขนั้นเกิดจากการไม่โลภ ไม่โกรธต่างหาก และการที่จะไม่โลภ ไม่โกรธได้ ก็ต้องมีความรู้คือปัญญา เพื่อที่จะเอาชนะความหลง

รวมถึงผู้ที่ในบั้นปลายชีวิต ถึงแม้ยังไม่ได้เลิกกันตามกฎหมาย เขาก็แยกเตียงนอนกันอยู่ พากันไปทำบุญ ทำทาน ถือศีล ภาวนา เป็นกัลยาณมิตรทางธรรม ซึ่งเป็นบุญกุศลมหาศาลต่อตัวเขาเอง ทำไมถึงต้องกลับมาเกลือกกลั้วกับเรื่องต่ำๆ อีกให้เปลืองตัวอีก

 

แรงแห่งการอธิษฐาน

แต่ถึงแม้เราจะมีแรงปรารถนาและแรงอธิษฐานร่วมกัน สุดท้ายการได้อยู่ร่วมกันก็ยังต้องขึ้นอยู่กับกรรมลิขิตอยู่ดี สำหรับในการไปการอธิษฐานนั้นขอแยกเป็นสองประเด็น

 

ประเด็นที่หนึ่ง แรงปรารถนาและแรงอธิษฐานในชาติก่อน ในชาตินี้ถ้าเราย้อนเวลากลับไปไม่ได้ เราจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เราไปอธิษฐานอะไรไว้มั่ง มาชาตินี้ถึงยังไม่ได้เจอเนื้อคู่แท้เลย เราอาจจะอธิษฐานหนักข้อไปหน่อยแบบทุกชาติไม่ต้องเจอเนื้อคู่ หรือมีข้อแม้พิเศษ ชาตินี้จึงมีแต่วูบๆ วาบๆ คบหาดูใจกัน ได้พักเดียวก็ต้องแยกจากกัน แต่เรารู้สึกลึกๆ ว่าเหมือนเรารอคอยใครอยู่สักคน ทำไมยังไม่มาตามนัดเสียที บางคนถึงขั้นมีนิมิตเห็นหน้าเห็นตากันเลยถ้าจิตนั้นมีฤทธิ์พอ

 

หรือเพราะเหตุอะไรก็ตามทำให้ต้องอยู่คนเดียว อย่างที่บอกไปแล้วว่า อาจจะเป็นที่เนื้อคู่ลำดับต้นยังไม่ได้มาเกิด หรือมีวิบากกรรมมาขวางเอาไว้ ต้องรอให้หมดวิบากกรรมเสียก่อน จึงจะพบกันได้ ก็คงจะเศร้าใจมาก ยิ่งเศร้าขึ้นไปอีกสิบเท่า ถ้าเห็นคู่อื่นเขาสวืทจนมดเรียกพี่

 

ถ้าเราไม่มั่นใจในเรื่องนี้ และยังอยากที่จะมีคู่อยู่ ก็ต้องไปอธิษฐานแก้ขออำนาจแห่งบุญที่เราทำตั้งแต่ในอดีตชาติ และบุญใหม่ที่เราทำทั้งหมดได้ชาตินี้ ขอแรงแหง่บุญกุศลช่วยยกเลิกเนื้อคู่เก่าที่ในวันนี้เรายังไม่รู้เลยว่าเป็นใคร

 

และขออานิสงส์ผลบุญที่เราทำมาทั้งหมด จงเป็นพลวปัจจัยให้นำพาคู่ในลำดับต่อไปมาพบเจอะเจอกัน ได้ครองคู่กัน และที่สำคัญควรอธิษฐานสเปคที่เราอยากได้ด้วย แต่ขอแนะนำสักนิดว่า อย่าให้มันเกินไปนัก เอาแต่พอดีเดินสายกลางไว้ดีที่สุดและปลอดภัยกว่าเยอะ

 

ประเด็นที่สอง เรื่องของกรรมในปัจจุบัน เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่จิตใจของเราเองด้วย เมื่อภายในดูใจได้คงที่แล้ว ภายนอกก็สำคัญ ทั้งกิริยา วาจา รูปร่างหน้าตา ก็หมั่นดูแลปรับปรุงให้ดูดี อย่าปล่อยตัวเองจนโทรม ขี้เกียจไม่ทำงานทำการ แล้วมาบอกว่าไม่เห็นจะเจอเนื้อคู่สักที

 

เขาหรือเธออาจจะมาเกิดแล้ว แต่เห็นสภาพเหมือนคนหลุดออกมาถ้ำอย่างนี้ เขาก็อาจจะถอยหนีเพราะกรรมปัจจุบันที่เราทำไม่ดีเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะเหตุในกรรมปัจจุบันเราไม่ทำให้ดีขึ้นเลย ปล่อยตัวขนาดนั้น ใครเขาจะมาอยู่กับเราได้ ดังนั้นอย่าไปโทษวิบากกรรมเก่าแต่ฝ่ายเดียว ต้องทำกรรมในปัจจุบันให้ดีด้วย

Read Full Post »

คำว่า คู่ทุกข์ คู่ยาก นั้นก็คือ คนที่เกิดมาเป็นสามีภรรยากันในชาตินี้ ที่ตลอดชีวิตในการอยู่ร่วมกันนั้นทั้งคู่ต้องพบเจอทุกข์ทั้งสุข คละเคล้ากันไป แต่ยังยินดีและปรารถนาที่จะอยู่ร่วมกัน แบบมีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน จัดว่าเป็นคู่ทรหดมาก แต่เป็นคู่ทรหดที่ร่วมกันสู้ไปในทิศทางเดียวกัน ต้านภัยจากข้างนอก ไม่ขัดแย้งกันตีกันเละเหมือนคู่เวรคู่กรรมจนทุกข์หนักหน่วง

อย่างไรก็ดี การมาครองคู่กันอีกในชาตินี้ มาเพื่อรับผิดชอบร่วมกันในเศษเวรเศษกรรม หรือวิบากกรรมที่เคยร่วมกระทำกันมานั่นเอง ในเรื่องเนื้อคู่นี้ สุดแต่ว่าในกรรมนั้นได้เคยกระทำกรรมฝ่ายใดร่วมกัน

ในส่วนของการร่วมกันทำกรรมดีในการทาน ศีล ภาวนา ร่วมกันก็บังเกิดผลให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสมาครองคู่กันอีก และมีความสุขในช่วงหนึ่ง ทำให้ทั้งคู่มีจิตใจที่อ่อนโยนรู้จักการให้ การอภัยซึ่งกันและกัน มีชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุข ที่เป็นผลจากการทำทาน

ผลจากการรักษาศีล ทำให้ชีวิตของคนทั้งคู่ไม่มีจิตอกุศล ข้องแวะกับสิ่งชั่วร้ายซึ่งเป็นเหตุให้ชีวิตรักอับปาง เพราะไม่เบียดเบียน ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ไม่อยากได้ของผู้อื่น ไม่เป็นชู้ ไม่ส่ำส่อน ไม่โกหกพูดปด ไม่ดื่มของมึนเมา มีกำลังในบุญสร้างบุญใหม่ร่วมกันผูกพันกันไปจนตาย

ผลจากการภาวนา ทำให้มีสติปัญญาแจ่มใส เข้าใจความสมดุลของโลก รู้จักธรรมชาติที่แท้จริงของคน รู้จักการแก้ปัญญาจากต้นเหตุไม่ให้ลุกลามออกไปใหญ่โตได้ รู้จักการดับทุกข์ด้วยสติปัญญาอย่างแท้จริง

ถ้าคู่ทุกข์ คู่ยากนั้นเข้าใจดี ในเรื่องของการสร้างบุญบารมีที่ถูกต้อง อานิสงส์ผลบุญที่เกิดขึ้นใหม่นี้ ก็จะช่วยให้ชีวิตของทั้งสอง ได้พบกับความสุขมากกว่าความทุกข์ได้ รู้จักดูใจของตนและเอาใจใส่ใจของคนข้างกายอย่างประณีต ด้วยจิตใจที่ดีงาม พร้อมการให้อภัยในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น

ถ้าเป็นความรู้ในทางโลกนั้น ก็ควรที่จะศึกษาในเรื่องการประกอบสัมมาอาชีพที่เหมาะสมกับตน อย่าไปดันทุรังในสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ฝันแบบให้พอตัว พอกำลัง ปรัชญาของการดำรงชีวิตที่พอเพียง ตามแนวทางของพระเจ้าอยู่หัวของเรานั้น เป็นแนวทางที่ประเสริฐ ท่านเป็นพระพรหมของปวงชนชาวไทย ที่มาช่วยชี้ทางสว่างและ ทรงช่วยเหลือเราทุกคน

เชื่อได้ว่า เมื่อพบแนวทางที่ถูกต้องแล้ว คู่ทุกข์คู่ยาก แม้จะต้องเผชิญทุกข์ใหญ่หลวงเพียงใด คนทั้งสองก็พร้อมที่จะฟันฝ่าออกไปพบสุขที่แท้จรอง ที่ยืนรออยู่ตรงหน้าได้

ในวิกฤตนั้นมีโอกาสเสมอ เมื่อมืดที่สุด ก็ให้รู้ไว้เถิดว่า แสงสว่างกำลังจะมาถึงแล้ว

Read Full Post »

คู่กรรม ก็คือ เนื้อคู่หญิงและชายที่ใช้ชีวิตร่วมอันเป็นสามีภรรยา แต่มักไม่มีความสุขและอาจจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรซึ่งกันและกัน หรือเป็นทั้งคู่อาฆาต มิตร ศัตรู คนที่เราเคยล่วงเกินเขา มาเจอกันในชาตินี้ก็เพื่อมาชดใช้กรรม การที่ต้องมาอยู่ร่วมกันใช้ชีวิตคู่นั้น เกิดจากวิบากของกรรมหรือผลของการกระทำที่ทำร่วมกันแต่ปางก่อน

 

หรือเป็นวาระที่วิบากกรรมที่มีทั้งไม่ดีและดี แต่ส่วนมากถ้าเป็นคู่กรรมแล้วจะเป็นกรรมฝ่ายไม่ดีมากกว่า ที่ทั้งคู่มีต่อกันและมาส่งผลในชาติปัจจุบันที่ครองคู่กัน เช่น อาจเคยทำบาปร่วมกัน เป็นโจรระดับหัวหน้ากับลูกน้อง เคยร่วมกันปล้นฆ่าคนอื่น เคยหักหลังกัน เคยเป็นคนที่ทำงานกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน หรือเคยเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาก่อน เคยมีหนี้สิน พันธะสัญญาที่ติดค้างกันและกัน มันเป็นไปได้ทั้งสิ้น

 

และชีวิตคู่ที่ดำเนินกันอยู่ เป็นชีวิตที่ครองคู่แบบขัดแย้งกันตลอด จึงมีแต่เรื่องทุกข์โศกตลอดเวลาทั้งทรัพย์สินเงินทอง ทะเลาะเบาะแว้ง ลูกหลานกลายเป็นคนไม่ดี สอนเท่าไรเขาก็ไม่เชื่อฟัง พ่อพูดอย่าง แม่พูดอีกอย่างลูกเลยงงไม่รู้จะเชื่อใครดี คู่นี้ทำอะไรก็มีแต่อุปสรรคขัดขวางทางเจริญ อีกคนจะพายแต่อีกคนก็เอาเท้าราน้ำเล่นเสียอย่างนั้น

 

ก็จะยิ่งจะลำบากลำบนและทุรนทุรายทุกข์หนักเข้าไปอีก ถ้าในชาติภพปัจจุบันเป็นทั้งคู่ยิ่งเป็นคนที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรมแล้ว วันๆ พากันไปในทางที่ไม่ดี ชวนกันไปกินเหล้าเมายา ไปเล่นการพนัน ไปมักมากในกาม ไปเบียดเบียนผู้อื่น ไปช่วยกันต้มตุ๋นคนอื่น กรรมชั่วใหม่ที่ทำขึ้นมา มันก็ยิ่งจะช่วยเพิ่มพูนให้ได้รับความทุกข์ยากเข้าไปอีก คราวหน้าหรือภพหน้าอาจจะหนักกว่าเดิมอีก เพราะทำแต่กรรมชั่ว กรรมดีไม่ได้ทำเลย

 

ใครที่อายุมากสักนิด คงเคยอ่านนวนิยายชื่อดัง ที่ชื่อ คู่กรรม ของทมยันตี หรือเคยดูหนังหรือละครเรื่องนี้ที่เอากลับมาฉายให้ดูและสร้างขึ้นมาใหม่หลายครั้ง หลายคราวเป็นทั้งหนังและละคร

 

ในห้วงความคิดของผมนักประพันธ์ท่านนี้ เป็นคนที่เก่งมาก และยิ่งมารู้ภายหลังว่า ท่านเป็นนักปฎิบัติด้วย ก็ไม่แปลกใจที่ท่านเข้าใจดีมากๆ ในเรื่องของเนื้อคู่ที่เป็นประเภทแบบคู่กรรมนี้

 

เป็นเรื่องของโกโบริ นายทหารหนุ่มจากดินแดนอาทิตย์อุทัย ที่ต้องจากบ้านเกิดบ้านนอนที่ไกลโพ้น ด้วยแรงเหวี่ยงแห่งกรรม มาอยู่เมืองไทยเป็นทหารในยามที่ญี่ปุ่นบุกภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ อันนี้ก็เป็นกรรมร่วมกันทั้งกองทัพญี่ปุ่น ซึ่งก็น่าจะเป็นวิบากกรรมที่หนักมากเพราะ กองทัพญี่ปุ่นกรีฑาทัพผ่านไปที่ใด ก็มีแต่คนตายเป็นเบือทั้งสองฝ่าย รวมถึงผู้บริสุทธิ์ด้วย กว่าจะชดใช้กันกรรมกันครบก็น่าจะนานมากสำหรับผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้

 

หนุ่มโกโบริ ได้มาเจอะเจอกับอังสุมาลิน สาวน้อยชาวไทยผู้ยึดมั่นในแรงแห่งสัจจะกว่าที่เนื้อคู่สองคนนี้จะได้มาครองคู่กันได้ อังศุมาลินก้ต้องเลิกรากับเนื้อคู่เดิม คือ หนุ่มเสรีไทยที่ชื่อ วนัส สุดท้ายหนุ่มญี่ปุ่นกับสาวไทยคนนี้ ทั้งคู่ก็ต้องเจอกับวิบากกรรมไม่ดีต่างๆ นานา มาบังขวางทางเอาไว้ ถึงแม้กรรมนั้นจะเบาบางลง ให้ถึงเวลาของบุญกุศลที่เคยทำร่วมกันมาส่งผลให้ได้มาเป็นครองคู่กันแล้วมีความสุข แต่ก็เป็นเพียงระยะสั้นๆ ที่เสวยบุญ เพราะในเวลาต่อมาก็ต้องมาเจอวิบากกรรมที่ไม่ดีครั้งใหญ่เป็นครั้งสุดท้าย

 

วิบากกรรมที่เข้ามาแยกเนื้อคู่นี้จากกันชั่วนิรันดรในชาติภพนี้ เรื่องนี้ถึงจะเป็นนวนิยาย แต่เค้าโครงเรื่องนั้น ได้ข่าวมานานแล้วว่าท่านผู้ประพันธ์ ใช้จากเรื่องของหญิงชายคู่หนึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จริง

 

ถึงจะเป็นนวนิยาย เนื้อหาสาระในเรื่องก็ช่างสอดคล้องกับความเชื่อในทางพระพุทธศาสนา เพราะคนทั้งคู่นั้นเป็นคู่กรรมของกันและกันจริงๆ เพราะมีทั้งรักทั้งแค้นสารพัด ขัดแย้ง โต้เถียงกันตลอด เห็นอะไรไม่เคยตรงกัน และต้องเป็นคู่กรรมที่ต้องเคยมีกรรมร่วมกัน มีหนี้สินที่ต้องชดใช้กัน จึงทำให้สองคนกระทำต่อกันให้เกิดความช้ำใจ เสียใจตลอดเวลา สิ่งที่ใช้หมดแล้วก็จบสิ้นกันไป

 

ส่วนกรรมที่สร้างกันขึ้นมาใหม่ก็ต้องไปรอเจอกันใหม่ในชาติต่อไป ซึ่งเรื่องราวก็จะเป็นเยี่ยงนี้ทุกคู่ ที่ได้ชื่อว่า คู่กรรมแน่นอน

Read Full Post »

Older Posts »