Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for ธันวาคม, 2011

ตั้งจิตให้สงบ รับบุญใหญ่ร่วมกับ ธ.ธรรมรักษ์

ในวันที่ 30 ธันวาคมนี้ตั้งแต่เวลา 10.00 น.ถึงเวลาประมาณ 11.30 น. ธ.ธรรมรักษ์จะทำการถวายหนังสือตามฮีต ตวยฮอย ครูบาศรีวิชัยแก่วัดบวกครกเหนือ จ.เชียงใหม่จำนวน 900 เล่มเพื่อเป็นบุญเบื้องต้นในการสร้างรูปเหมือนครูบาเจ้าศรีวิชัยขึ้นที่วัดแห่งนี้ และพร้อมกันนั้นจะถวายมหาวรสังฆทาน อันประกอบไปด้วยพระประจำวันเกิด 8 องค์ (รวมวันพุธกลางคืนด้วย) เครื่องบวช ชุดแม่ชี ยารักษาโรค ข้าวสารอาหารแห้ง ยารักษาโรค ภัตตาหารและปัจจัยส่วนหนึ่ง

ขอบอกบุญใหญ่นี้มายังทุกคน

ขอให้ตั้งจิตในวันและเวลาเดียวกันนี้ร่วมอนุโมทนาบุญ หลังจากนั้นขอให้อุทิศบุญถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ตั้งแต่องค์ปฐมจนถึงองค์ปัจจุบัน พระปัจเจกพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระอรหันต์เจ้า พระโพธิสัตว์ พระอริยสงฆ์ พระอริยบุคคล

อุทิศให้กับพรหมเทพเทวดาทั่วสากลโลกเทวดา เทวดารักษาตัวและเทวดาที่คุ้มครองบ้านเรือนและกิจการค้า ครูบาอาจารย์ เจ้ากรรมนายเวร บรรพบุรุษ ผู้มีพระคุณ สรรพวิญญาณทั้งหลาย

หลังจากอุทิศบุญตั้งจิตอธิษฐานขออำนาจแห่งพระรัตนตรัย รวบรวมบุญที่ร่วมอนุโมทนาบุญนี้กับบุญที่เกิดมาทุกชาติภพ ขอบุญได้โปรดดลบันดาลตามที่ท่านปรารถนา

บุญใหญ่นี้จะสร้างปาฏิหาริย์ให้กับชีวิตของท่านทุกคน ขอเชิญทุกคนร่วมอนุโมทนาตามบุญของท่านเถิดและบอกบุญไปยังคนที่ท่านปรารถนาดีด้วยให้มากที่สุดเท่าที่ท่านจะทำได้

ขอบุญรักษา

ธ.ธรรมรักษ์

Read Full Post »

ก่อนที่เราจะขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรทั้งที่มีชีวิตอยู่หรือที่เป็นวิญญาณ หัวใจสำคัญที่สุดก็คือ เราต้องเข้าใจในเรื่องของอโหสิกรรมเสียก่อน หากเรามีความรู้ที่ถูกต้อง เราจะนำมันไปใช้อย่างมีประโยชน์ ถ้าเราเหมือนคนตาบอด แล้วไปหลงเชื่อคนตาบอด ที่มองไม่เห็นเหมือนกัน ก็จะพากันหลงทางกันด้วยกัน

ในคำว่า อโหสิกรรม นั้นมาจากคำ ๒ คำ คือ

อโหสิ เป็นคำภาษาบาลีแปลว่า “ได้มีแล้ว” หมายความว่า ได้ให้ผลเสร็จสิ้นแล้ว

กับคำว่า กรฺรม ซึ่งเป็นคำภาษาสันสกฤต แปลว่า การกระทำหมายถึง การกระทำที่มีเจตนาอโหสิกรรม

แปลรวมกันว่า กรรมที่ไม่ส่งผลแก่ผู้กระทำกรรมอีกต่อไป

ตามหลักพระพุทธศาสนา บุคคลที่ทำกรรมดีหรือกรรมชั่วโดยมีเจตนาในการทำกรรมนั้นจะต้องได้รับผลกรรมตามสมควรแก่การกระทำของตน คนที่ทำร้ายผู้อื่นคนที่คดโกงหรือฉ้อราษฎร์บังหลวงก็จะได้รับผลกรรมนั้น เช่น ตนเองได้รับโทษถูกจำคุกหรือลูกหลานประสบเคราะห์ร้ายต่างๆ ทำให้ตนต้องเสียใจทุกข์ทรมาน เพราะการสูญเสียหรือแม้ไม่ได้รับกรรมในชาตินี้ กรรมก็จะติดตามไปส่งผลในชาติหน้า

อย่างไรก็ตาม การอโหสิกรรมที่ถูกต้องและได้ผลดีก็คือ การที่เรามีจิตที่บริสุทธิ์ไม่คิดอาฆาต ยกโทษให้ ถ้ายกโทษให้ต้องยกให้แบบจริงใจ แบบยกให้ขาด เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยไปนานแค่ไหนก็ตาม เราก็ไม่ควรพูดถึง ไม่ควรเอ่ยชื่อเขา ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ควรเล่าให้ใครฟัง

เพราะการเล่านั้นมักจะทำให้รื้อฟื้นเรื่องราวความรู้สึกเดิม ว่าเขาได้ทำกับเราอย่างนั้นอย่างนี้ จะทำให้ใจเราไม่สงบ นั่นก็ไม่ควรเล่า ให้เรื่องที่ผ่านมา มันตายไปกับตัวเราเลยได้ยิ่งดี ให้กรรมดีบุญของการให้อภัย มันส่งผลและติดตัวของเราไปตลอดกาลในทุกชาติภพ

และเมื่อเราตั้งใจให้อโหสิกรรมแล้ว จะต้องทำจริง ให้มันมาจากหัวใจที่พร้อมจะอภัยในทุกเรื่องเป็นผู้ให้เสียก่อน เราต้องให้อโหสิกรรมต่อผู้อื่น รวมถึงเจ้ากรรมนายเวรทั้ง ๒ ประเภทเสียก่อน

ขอย้ำว่าทุกเรื่อง การให้อโหสิกรรมไม่ว่าเขาเคยโกงเงินเรา เคยทำความเดือดร้อนให้เรา เคยทำให้เราเสียใจ ขอให้คิดว่ามันเคยเป็นกรรมที่เราเคยทำมากับเขา ยิ่งเราเจ้าคิดเจ้าแค้น สิ่งที่จะโดนมันจะมอดไหม้ไม่ใช่คู่กรณีแต่เป็นเรา เรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไป อย่าไปยึดติด ยึดถือว่ามันยังคงอยู่และเป็นของๆ เราตลอดกาล

วันนี้บ้านรถ เงินในบัญชี ลูก เมีย ผัวยังเป็นของเรา แต่วันหน้าเมื่อเราตายไปมันไม่ใช่ของเราอีกต่อไปอีกแล้ว เอาแค่เมื่อวาน หรือเมื่อ ๕ นาทีที่ผ่านมา เรื่องที่เราทำมันก็เป็นเรื่องของอดีตไปแล้ว

อีกไม่นานเราก็ต้องจากไปแล้ว เมื่อเราจากไปแม้แต่น้ำที่เขาพากันมารดมือเรา แม้แต่หยดเดียวเรายังเอาติดตัวไปไม่ได้เลย มีแต่กรรมดีและกรรมชั่วที่เราต้องนำไปด้วยทุกภพทุกชาติ

เราต้องอยู่กับปัจจุบันกรรม ทำวันนี้ และเดี๋ยวนี้ให้ดี เพื่อจะให้มันส่งผลที่ดีในปัจจุบัน เชื่อมต่อไปที่อนาคต และไปลบล้างสิ่งที่เราเคยทำไม่ดีในอดีต

เมื่อเราให้อโหสิกรรมแล้ว สำหรับเจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิตอยู่นั้นเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราจะไปขอโทษ ขอให้เขาให้อภัยในความผิดพลาดที่เราเคยทำกับเขา ไปด้วยความรู้สึกสำนึกผิด ไม่ใช่ไปเพราะต้องการจะเอาตัวรอดให้พ้นๆ ไปวันๆ คนทุกคนเขาไม่ได้โง่ ยิ่งเจ้ากรรมนายเวรนั้นเขาเฝ้าดูเรามาตลอด

ถ้าเราโชคดีหน่อย เจอเจ้ากรรมนายเวรที่เคยร่วมสร้างบุญ สร้างบารมีที่มีวิบากกรรมร่วมกันมา การขออโหสิกรรมนั้นคงง่ายดายมาก แต่ถ้าเราไปเจอเจ้ากรรมนายเวรที่เขามีแต่ความโกรธแค้น เราก็ต้องใช้บุญ และปัญญาเป็นตัวช่วย

เมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ เข้าหน้าเจ้ากรรมนายเวรไม่ติด ก็ต้องพยายามทำบุญ ทำวรสังฆทาน แล้วอนุโมทนาอุทิศบุญกุศลไปให้เขาด้วย กล่าวออกชื่อ ออกที่อยู่เขาก็ยิ่งดีถ้าเรารู้ตัวอยู่แล้ว ถ้าไม่รู้ตัวจะใช้คำว่า ญาติก็ดี ไม่ใช่ญาติก็ดี สัตว์ใกล้ตัว คนใกล้ตัว เทวดาใกล้ตัวก็ได้ และกล่าวขอให้อโหสิกรรมและขออโหสิกรรมกับเขา และพยายามทำทุกครั้งที่มีการสมาทานศีล การทำบุญ ทำทาน การทำสมาธิ

ขอให้เชื่อเถอะว่า บุญนั้นจะช่วยเราได้ทุกอย่าง เจ้ากรรมนายเวรเมื่อเขาได้รับบุญที่เราอุทิศไปให้ เขาก็จะเริ่มใจอ่อนเพราะบุญนั้นเขาไปมีส่วนช่วยให้เขาเป็นคนที่มีบุญมากขึ้น บารมีมากขึ้น วันหนึ่งเขาจะเข้าใจเรื่องของการให้อโหสิกรรมแน่นอน

เรื่องของการทำบุญนั้น อาจจะเปรียบได้เป็นเหมือนกับการที่เราตั้งใจเอาเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยไปชำระ แต่ตราบใดที่เจ้าหนี้เขายังไม่พอใจ หนี้ก็ยังไม่จบ การทำสมาธิเพื่อขออโหสิกรรม ต้องทำด้วยความสำนึกผิดเท่านั้นและเพื่อให้เจ้ากรรมนายเวรพอใจ และถ้าเขารับอโหสิกรรมก็เท่ากับหนี้กรรมที่เคยคั่งค้างกันไว้ก็ทุเลาลงหรือหมดไป

หลายคนที่เคยกลัวเจ้ากรรมนายเวร เมื่ออ่านหนังสือนี้ มาถึงตอนนี้คงค้นพบวิธีการง่ายๆ ที่จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรเขาพอใจ และเลิกราวางมือไปจากชีวิตของเรา และจะช่วยทำให้บุญทั้งหมด ในอดีตชาติ ชาติภพปัจจุบัน ได้ส่งผลออกดอกได้อย่างเต็มที่ ชีวิตก็จะมีแต่ความรุ่งเรือง มีความสุข

Read Full Post »

เราเรียนรู้กันแล้วว่า เราทุกคนนั้นมีกรรมเก่าติดตัวมาทุกคน การคิดเช่นนี้จะเข้าท่าตามหลักการยอมรับในกฎของกรรม แต่เราจะนอนรอ นั่งรอให้กรรมมาถึงตัว โดยไม่ทำอะไรสักอย่างหรือ?

 

มันออกจะเป็นเรื่องประหลาดและดูเหมือนจะปิดช่องทางของตนเองอย่างสิ้นเชิง พวกเราไม่รู้ว่ามันยังมีทางออกมีทางเลือกที่แสนจะง่าย ทั้งๆ ที่เรามีทางเลือกที่จะยอมรับในผลกรรมด้วยวิธีของตนเองได้ ทั้งๆ ที่เรามีวิธีจะชำระล้างหนี้แค้นกรรมให้แก่เจ้ากรรมนายเวรเขา โดยที่เราก็ไม่ได้เบี้ยวหนี้

 

โดยที่เรายังเคารพในกฎของกรรม โดยที่เราไม่ต้องทุกข์ทรมาน ไม่ต้องกลุ้มไม่ต้องเครียดขณะเดียวกันเจ้ากรรมนายเวรเขาก็พอใจกับประโยชน์สุขนี้อย่างเต็มที่ ความเคียดแค้นพยาบาทอะไรต่างๆ

 

ที่มีต่อเราก็จางมลายหายสิ้นไป เขาก็เป็นสุข เราก็เป็นสุข แต่นี่ เรากลับให้เขาเลือกที่จะเล่นงานเราอยู่ฝ่ายเดียว ต่างฝ่ายต่างก็เป็นทุกข์ด้วยกันทั้งคู่ เขาก็ทุกข์กรุ่นอยู่กับความพยาบาทอาฆาตเราก็ทุกข์ด้วย เวทนาเพราะคอยจ้องงแต่จะมาเล่นงานเราอย่างไม่เลิกรา

 

อย่ากระนั้นเลย เรามายอมรับกฎของกรรมแต่โดยดีในแบบฉบับที่เราเลือกได้ด้วย “บุญ” กันดีกว่า คนเราล้วนเคยสั่งสมบุญให้ทานมาแล้วทั้งนั้น ทั้งในชาติก่อนและในชาตินี้ ถ้าจะนึกถึงบุญ มันก็เยอะจนจำไม่หวาดไม่ไหว

 

แต่ด้วยความไม่รู้จักวิธีชำระหนี้กรรมให้แก่เจ้ากรรมนายเวร เราพากันทำบุญไปก็คิดแต่จะรอให้ตายซะก่อนแล้วจึงค่อยไปรับบุญในสรวงสวรรค์ แล้วพากันเอาแต่บ่นว่า บุญอะไรก็ทำมาหมดแล้ว ชีวิตไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงดีขึ้นมาสักทีก็จะดีได้อย่างไร

 

ก็ในเมื่อสักแต่ว่าทำบุญแต่ทำไม่เป็น ถูกสอนสั่งกันมาอย่างผิดๆ ผิดช่องทาง

 

เราจึงต้องเชื่อมบุญให้ถูกต้อง ถูกช่องทาง ไปขอให้เจ้ากรรมนายเวรเขาอโหสิกรรมให้เรา เพื่อให้กรรมเก่าหรือกรรมใหม่นั้นมันลดลง หรือแทบจะไม่ทำความเดือดร้อนให้กับเราเลย บุญที่เราอุทิศส่งไปให้เขาและการขอโทษอย่างจริงใจด้วยการสื่อทางจิต ที่มาจากฝึกทำสมาธิภาวนา

 

ถ้าเขาพอใจและชอบใจ ก็เป็นเรื่องที่วิเศษที่สุดในชีวิตของเราที่จะได้รับผลบุญที่เราทำอย่างเต็มๆ โดยที่ไม่มีกรรมเก่านั้นมาถ่วงเราเอาไว้อีก

Read Full Post »

ในเรื่องของความรักนั้น เป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาส เป็นเรื่องของคนสองคนที่เคยทำบุญ ทำกรรมมาร่วมกัน แต่กว่าที่จะสมหวังนั้นอาจจะเจอวิบากกรรมขวางเอาไว้จนเกือบจะไม่ได้มาใช้ชีวิตคู่กันอีก

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเป็นเรื่องสำคัญ ใครทำอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น การเชื่อมบุญนั้น เป็นการเชื่อมให้รู้ว่า คนสองคนนั้นเป็นคู่กันจริงหรือไม่ ไม่ใช่เป็นการทำไสยศาสตร์มนต์ดำ และไปทำผิดศีลข้อ ๓ เรื่องแย่งผัวแย่งเมียคนอื่น

 

บอกไว้อีกครั้ง ตรงนี้เลยว่า ถ้ามีเจตนาไปทำเพื่อผิดศีลอย่างที่บอก ไม่มีสำเร็จแน่นอน เสียเวลาเปล่า พรหม เทพ เทวดา ครูบาอาจารย์ ท่านกันและปิดทางไว้หมดแล้ว

 

การเชื่อมบุญในเรื่องความรัก ทำเพื่อให้คนที่เรารักนั้นสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตและวิบากกรรมไปได้ โดยที่เรานั้นมีทั้งความหวังดี ความยินดีในความสำเร็จของเขา ซึ่งถ้าเขามีความสุข บุญเหล่านั้นจะย้อนกลับมาทำให้ตัวเรานั้นมีความสุขไปด้วย

Read Full Post »

ในเรื่องที่ทำงานและเรื่องงานนั้น เป็นเรื่องที่สร้างความปวดหัวให้แก่เรามากที่สุดทุกคน เพราะเราทุกคนนั้นต้องทำงาน เพื่อจะได้เงินมาเลี้ยงดูครอบครัวและตัวเอง แต่ในงานที่เราทำนั้นมันติดขัดกันไปหมด ดูเหมือนมันจะไม่ก้าวหน้าไปเท่าที่ควร บางครั้งดูเหมือนมันจะง่าย ทำแบบสบาย กลับมีปัญหาขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน

 

ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า คนในที่ทำงานนั้นก็คือ เจ้ากรรมนายเวรของเราด้วย ทั้งเจ้านาย ลูกน้อง เพื่อนร่วมงานทุกคน เราก็ควรมีทีท่าที่ดีต่อเขาเหมือนเราต้องมีท่าทีทีดีต้อเจ้าหนี้ของเราด้วย ถ้าเราอยากจะให้ทุกอย่างมันดีขึ้น

 

เมื่อรู้แล้วว่าเขาเป็นเจ้าหนี้ เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราด้วย และเป็นคนที่เราอยากจะเชื่อม อยากจะติดต่อเพื่อความลื่นไหลในการทำงาน เราก็ควรที่จะทำการเชื่อมบุญไปหาเขา ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เขาด้วย

 

เพื่อเขาจะได้มีกำลังมากขึ้น ทำงานให้เรามากขึ้น และขอให้งานที่ต้องทำร่วมกันนั้นประสบความสำเร็จ ขออย่าให้มีกรรมหรืออุปสรรคมาขัดขวาง หรือทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท สร้างเวรสร้างกรรมกันอีก

 

ขอให้ทำตามทุกขั้นตอน ตามใบประกาศสัจจะอธิษฐาน เป็นการเชื่อมบุญ ใช้ได้ผลแน่นอน ทั้งเจ้านายไม่รัก ไม่สนับสนุน ทำอะไรก็ผิดไปหมด ทำดีเท่าไรก็ไม่มีคนเห็น ขอให้เราเชื่อศรัทธาในเรื่องของผลบุญ และใช้บุญนำหน้าชีวิตก็จะมีแต่ความรุ่งเรือง สงบสุข

 

ขอให้อยู่ในศีล ๕ ทำบุญ เชื่อมบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้เขาตลอดเวลา มันไม่ได้เปลืองเงินทอง เปลืองเวลามากมาย คุ้มแสนคุ้ม กับการที่จะมีหน้าที่การงานที่เจริญก้าวหน้า มีแต่คนสรรเสริญการทำชั่วนั้น เราทำได้ง่ายดายมากกว่าการทำดี มันเป็นการดึงเราให้ลงไปในที่ต่ำ มีแต่คนเขารังเกียจและไม่มีทางทำให้เราเจริญไปได้เลยไม่ว่าจะเป็นทางใด

 

เชื่อมบุญกลุ่ม

เคล็ดลับในการทำงานร่วมกันที่สำเร็จและยิ่งใหญ่

เรื่องนี้เป็นการเชื่อมบุญระหว่างเรากับคนเป็นจำนวนมากซึ่งจะเรียกว่า “บุญกลุ่ม” เป็นบุญใหญ่ที่สำคัญ ที่จะช่วยให้คนจำนวนมากสำเร็จในจุดมุ่งหมายที่วางเอาไว้ ได้รับผลอย่างคุ้มค่า

 

เพื่อในการที่จะทำงานร่วมกันให้สำเร็จ ไม่ว่างานนั้นจะใหญ่สักเพียงใด ซึ่งทุกคนในกลุ่มที่ทำงานร่วมกันนั้นสามารถทำได้ทุกคน เป็นวิธีการรวมรวมบุญที่น้อยคนนักจะรู้เรื่องนี้

 

หากเราสังเกตดูว่า ในบริษัทที่ใหญ่โตนั้น ที่เขาเจริญรุดหน้าอย่างต่อเนื่องไม่มีวันจะถอยหลังนั้น นอกจากการทำงานที่มีสติ ปัญญา มีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่และไม่มีผิดศีลธรรมนั้น ทำไมเขาจึงเจริญเป็นปึกแผ่นมาก คนที่ทำงานที่นั่นก็ได้รับความสุข มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี

 

บริษัทเหล่านี้เจ้าของกิจการเขาเป็นผู้มีบุญ บารมี เขาสามารถรู้เรื่องนี้โดยติดตัวมาตั้งแต่เกิดมันเป็นความจำหรือสัญญาในอดีตที่เขาหลงเหลืออยู่ และมารู้เพิ่มเติมจากครูบาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญ เขาจึงรุดหน้าไปไกลกว่าคนปรกติธรรมดา ที่ไม่รู้เรื่องนี้เลย ในบางแห่งนั้นเขามีที่ปรึกษาในด้านการทำบุญที่ถูกวิธีเสียด้วยซ้ำ

 

อย่าลืมว่าเขามีฐานบุญเป็นพ่อค้า เมื่อเขาลงทุนทำอะไรก็ตาม ต้องเกิดผลสูงสุด และเมื่อเขาลงทุนบุญ ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องผิด ที่เขาต้องการให้บุญนั้นส่งผลให้เขาสูงสุดเช่นกัน การที่เขาจะดูหน้าตา ดู วัน เดือน ปีเกิดของคนที่จะมาทำงานในระดับบริหาร

 

ดูโหง้วเฮ้ง คนที่มาร่วมทำงานรับผิดชอบในส่วนต่างๆ เขาดูเพื่อจะเช็คในครั้งแรกว่า มีบุญที่จะทำงานร่วมกันกับเขาหรือไม่ เคยทำบุญร่วมกันมาหรือไม่ เพราะจะทำให้เขารวมบุญกลุ่มได้เร็วและแรง

 

ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขารู้จักเคล็ดลับสำคัญในการทำบุญกลุ่ม ทำบุญร่วมกันเพื่อให้บุญนั้นกองใหญ่ขึ้น เชื่อมบุญกันให้ทำงานแบบไม่มีติดขัด เหมือนแรงของน้ำจากหลายสายที่มารวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถส่งแรงน้ำนั้นไปได้ไกลแสนไกล

 

ถ้าเปรียบท่อน้ำนั้นเป็นช่องทางในการทำงานของเรา ที่มันเต็มไปด้วยขี้สนิมเกรอะกรังมันคือ อุปสรรคอันยิ่งใหญ่ที่ขวางทางของเรา แรงของเราคนเดียวมันน้อยนัก เป็นกระแสน้ำอ่อนๆ มันจะทะลุสนิมหรือบาปกรรมที่ขวางไว้ไปได้อย่างไร

 

มันจึงต้องเอาบุญมาเชื่อมต่อกัน จากกองเล็กๆ คนเดียวเป็นสองสามคน รวมกันให้มากยิ่งมากเท่าไรยิ่งดี มันจะทำให้ทุกสิ่งที่เราทุกคนต้องการนั้นสำเร็จเอาน้ำจากที่ต่างๆ มารวมกันเป็นพลังน้ำที่ยิ่งใหญ่ ถึงจะทำการอะไรก็ตามสำเร็จ

 

เราคงเคยเห็นกองถ่ายละคร ที่เวลาเขาจะเริ่มถ่ายทำ แล้วทำไมเขาต้องทำบุญและมีการบรวงสรวง จะบอกให้ก็ได้ว่า เพราะมันเป็นการทำงานที่ต้องรวมคนจำนวนมาก คนที่มีเวรกรรมผูกพันกัน คนที่มีกรรมในชาติปัจจุบันติดตัวกันมากันมากมาย มองด้วยตาเปล่า อย่างจิตหยาบรับรองว่าไม่มีทางเห็น

 

ดังนั้นเขาจึงต้องมารวมตัวกัน เพื่อทำบุญร่วมกัน ต่างคนต่างให้อโหสิกรรมแก่กันและกัน และมีจิตใจที่เป็นบุญร่วมกัน กองถ่ายละครไหนรู้เคล็ดลับในเรื่องนี้ ละครเรื่องนั้นก็โด่งดัง มีคนรู้จัก มีเงินมีทองมากมาย ดาราก็ดัง คนจัดก็ดัง มีบุญที่รอยู่ข้างหน้าและรอเวลาที่จะมาร่วมงานกันอีกเปิดละครเรื่องใหม่ต่อไปแบบไม่มีหยุด

 

แต่ถ้าในกองละครกองนั้น มีคนที่ร่วมกัน แค่คนที่ให้อโหสิกรรมแต่ปาก แต่ใจนั้นยังมีอาฆาต ทำงานอย่างไรก็วุ่นวายไปตลอดเวลา และไม่มีทางสำเร็จ กองถ่ายล่ม หรือถ้าไม่ล่ม ออกแสดงทางทีวีก็เจ๊งไม่เป็นท่า มีเรื่องอื้อฉาวกันตลอดเวลา เรียกว่ามาสร้างกรรมกันอีกรอบอีกชาติหนึ่ง ต้องมาแก้กันอีกครั้งแน่นอนมันจะสำเร็จได้อย่างไร วิบากกรมมันขวางเอาไว้อยู่

Read Full Post »

เราต้องยอมรับความจริง ว่าในชีวิตของเรานั้นเกิดมาพร้อมหนี้ ถ้าเป็นหนี้สินเรื่องเงินทอง ก็จะมาจากการทำงาน การค้าขาย หรือการยืมมาเพื่อดำรงชีวิต เป็นค่าเช่าบ้าน ค่าเทอมลูก สารพัดที่เรามีความจำเป็นต้องเอาเงินคนอื่นเขามาใช้ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อไปยืมเขาแล้วก็ต้องเอาไปคืนเขา เป็นหนี้ใครเราก็ต้องใช้

 

แต่ถ้าในเวลานั้นมีปัญหาเจ้าหนี้เขาอยากจะได้เงินคืน แต่เรายังไม่มีเงินไปใช้คืนให้เขา เราจะทำอย่างไร ตกลงว่าตอนนี้ เราได้ไปสร้างกรรมเพิ่มขึ้นมาแล้ว เราจะแก้ไขอย่างไร

 

เราควรต้องไปเจรจาขอผ่อนผันชำระหนี้ให้เขา อย่าหลบ อย่าไปสร้างเรื่องให้มันวุ่นวายมากไปกว่านี้ การหลบหนีนั้นมันแค่การแก้ปัญหาชั่วคราวสั้นๆ มันไม่ใช่เป็นการไปแก้ที่เหตุ เข้าไปเลยคุยกับเขา คุยอย่างมีสัจจะ อย่าโกหก บอกเขาไปเลยว่าสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างไร และเราอยากจะขอโอกาสแก้ไขอย่างไร

 

แต่ถ้าเขาไม่รับฟัง ไม่ยอม แสดงว่าบุญของเรานั้นไม่พอขอให้มาทำการเชื่อมบุญไปให้เขาเสียก่อน พยายามทำเชื่อมบุญอย่างสม่ำเสมอ ด้วยความบริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้ง เอาบุญนำไป ถ้ายังมีวิบากกรรมมาก ไม่สำเร็จลงง่ายๆ  ไม่เป็นไร ไม่ต้องตกใจ

 

ยังมีวิธีช่วยได้อีก ทั้งหาคนที่บุญมากกว่าเรา ซึ่งหมายถึงคนที่เขามีบารมี มีบุญ มีศีล เป็นคนที่เจ้าหนี้เขาเกรงใจ (ดูต่อไปในเรื่องพึ่งบุญ) ไปช่วยเจรจาให้

 

ขั้นตอนเหมือนกันทุกอย่าง แต่เราต้องบอกเรื่องที่เราต้องการลงไปด้วย รับปากอะไรใครแล้วต้องทำให้ได้ ในเรื่องการถือสัจจะอธิษฐานนั้น ต้องเป็นไปตามนั้นจริงๆ อย่าทำเล่นๆ หรือทำแบบขอไปที รอดตัวแล้วก็หายไปเลยไม่ทำตามที่สัจจะอธิษฐานไว้ เรื่องมันจะหนักขึ้นเป็นร้อยเท่า

 

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะคืนเงินหรือสิ่งของเขาได้เมื่อไหร่ อย่ารับปากเรื่อยเปื่อย เดี๋ยวศีลข้อ ๔ จะขาด เราจะไม่มีบุญบริสุทธิ์ไปช่วยได้

 

ขอให้ใช้วิธีนี้ บอกเจ้าหนี้เขาไปว่า ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรเปลี่ยนแปลง เราจะคืนให้เขาในวันที่….. อย่างนี้จะเป็นการป้องกันไม่ให้ผิดศีลข้อ ๔ เรื่องมุสาได้

 

เมื่อทำการเชื่อมบุญตามวิธีที่บอกแล้ว เพียรพยายามติดต่อเจ้าหนี้เข้าไปอีก ในระหว่างเจรจากันก็ทำการเชื่อมบุญไปให้เขาทุกๆ วันอย่าหยุด รับรองว่าทั้งเจตนาที่ดี บุญกุศลที่เราเชื่อมเข้าไปหาเจ้าหนี้นั้นจะทำให้เราทำการแก้ไขหนี้สินนี้ได้แน่นอน

 

มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง เรื่องนี้เป็นเรื่องกับตัวผมเองเลย เพราะตั้งอยู่ในความประมาทในการบริหารเงิน เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วนในเรื่องการแก้ไขหนี้สินและต้องการขยายงาน จึงได้ไปทำเรื่องขอกู้เงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งก็ได้รับการรับปากหลายครั้งหลายคราว จากผู้มีอำนาจให้กู้เงินจำนวนนี้ว่าได้แน่ๆ 

 

ทำให้คิดผิด มีปัญญาน้อย และอาจจะเป็นวิบากกรรมที่เจ้ากรรมนายเวรเขาจะสั่งสอน จึงไปขอเครดิตร้านขายวัสดุก่อสร้างใกล้ๆ บ้านเพื่อขอสินค้าพวกวัสดุก่อสร้างทั้งหลาย ทั้งหิน ดิน ปูนทรายต่างๆ นานา มาให้ช่างก่อสร้างสำนักงานที่จะขยายก่อน

 

ซื้อสินค้าแบบเงินติด โดยทางร้านเขายอมปล่อยเครดิตให้ ๓๐ วัน เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา เมื่อก่อสร้างเสร็จ เงินที่ขอกู้ธนาคารมาคงออกก่อนหน้านั้นมีเงินจ่ายได้แน่นอน

 

แต่ในเวลาต่อมา เรื่องที่คิดไว้มันไม่เป็นไปตามที่คิด ธนาคารปฎิเสธสั้นๆ ว่า ขอให้รอไประยะหนึ่งก่อน จึงจะอนุมัติเงินที่กู้ให้ได้ ซึ่งระยะหนึ่งของธนาคารที่บอกไว้มันนานเกินไป และคงทำให้ผมต้องหมดสิ้นเครดิต สิ้นความเชื่อถือทุกอย่างที่สร้างขึ้นมา

 

ทีนี้หนี้สินก็วิ่งเข้ามาหาแบบรายวันทำอะไรไม่ถูก ทั้งเงินที่ต้องให้ร้านขายวัสดุก่อสร้าง เงินที่จะต้องให้ช่างก่อสร้าง ผมจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าของให้เขา หลังจากรู้เรื่องธนาคารแล้วก็นอนไม่หลับเลย เห็นแต่หน้าเจ้าหนี้ลอยไปลอยมาเมื่อหลับตาทุกครั้ง ผมเพิ่มเจ้ากรรมนายเวรขึ้นโดยไม่มีเจตนาจริงๆ ในครั้งนี้

 

แต่เผอิญผมยังโชคดี มีบุญเก่าอยู่บ้าง มีครูบาอาจารย์ท่านแนะนำในเรื่องการเชื่อมบุญและหลักการขออโหสิกรรมให้ ผมจึงรีบทำทันทีตามวิธีการที่ครูบาอาจารย์ของผมท่านเมตตาบอก

 

ในใบสัจจะอธิษฐานนั้น ผมระบุชื่อของเจ้าของร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ชื่อของผู้รับเหมา ช่างก่อสร้าง ขอเชื่อมบุญ เอาบุญใหม่ไปให้และให้อโหสิกรรม และขออโหสิกรรม พร้อมรักษาศีล ๕ อย่างเคร่งครัดเท่าที่จะทำได้ ผมทำการเชื่อมบุญ อุทิศบุญไปให้เจ้าหนี้ เจ้ากรรมนายเวรไปทุกๆ วัน

 

ในขณะเดี๋ยวกันเหตุการณ์ต่างๆ เริ่มพลิกผัน จากความเกรี้ยวกราด ด่าทอ ของเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างที่ในตอนแรกรู้ว่า ผมไม่มีเงินจ่าย ก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อผมทำการเชื่อมบุญไปหาเขา ไปขออโหสิกรรมเขาแบบไม่มีหยุด

 

หลายวันต่อมา เมื่อผมเดินเข้าไปคุยแบบเปิดอก ว่าเหตุการณ์และสถานการณ์ทางการเงินในตอนนี้เป็นอย่างไร และขอแบ่งจ่ายให้เขาอย่างไรในหนี้แสนที่ค้างอยู่เป็นแสนๆ บาท

 

เจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิตอยู่คนนี้ ที่เป็นเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างก็เริ่มรับฟังเป็นอย่างดี และให้โอกาส แต่เราต้องแสดงเจตนาว่าเราจะใช้ให้เขาจริงๆ  ผมรีบกลับมาขาย จำนำทรัพย์สินบางอย่างที่ผมเรียกว่าเป็นบุญเก่า ที่ผมได้เก็บสั่งสมมาเป็นเวลานานทั้งรถยนต์ ทั้งสิ่งของบางอย่าง แลกเปลี่ยนมาเป็นเงิน

 

แล้วเอาไปให้เจ้าหนี้คนนี้ ซึ่งเรื่องหนี้สินนี้ก็ได้รับการแก้ไขอย่างดี ผมมีเจตนาที่ไปขอโทษและพยายามแก้ไขทั้งทางโลกและทางบุญไปพร้อมๆ กันด้วยความสำนึกผิด

 

รวมถึงค่าแรงของผู้รับเหมา ผมก็ใช้วิธีการเดียวกันนี้ ก็สำเร็จไปด้วย ที่สำคัญที่สุดทำให้ผมผ่านเรื่องนี้ไปได้ ก็คือ การรักษาศีล ๕ อย่างเคร่งครัด และทำการสำรวจตรวจตราไม่ให้ศีลข้อใดข้อหนึ่งขาดเป็นอันขาด

 

เป็นการป้องกันบุญที่ทำอยู่นี้ไม่ให้หายไป และทำบุญใหม่เพิ่มและส่งผลบุญนี้ให้ไปทำการเชื่อมบุญกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และได้ผลเต็มร้อย คือ การไปแก้ปัญหาได้ทันกับเวลา และไม่ทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตจนวุ่นวายไปหมด

Read Full Post »

สำหรับคนที่ทำการค้าขาย ขอยกตัวอย่างสักตัวอย่างหนึ่ง นักธุรกิจคนหนึ่งที่รู้จักกันดี เขามีความต้องการที่จะทำการติดต่อการค้ากับคนๆ หนึ่ง เพื่ออยากจะให้เข้ามาซื้อสินค้าของบริษัท เพื่อจะทำให้เกิดสภาพคล่องในเรื่องเงิน มีเงินมาหมุนเวียนใช้จ่ายอย่างเร่งด่วน

และเขาได้รับความเมตตาจากครูบาอาจารย์ให้รู้จักการเชื่อมบุญเป็นครั้งแรกของชีวิต เมื่อเขามีความศรัทธาเชื่อว่ามันจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยเขาได้ เขาก็เกิดศรัทธาและตั้งใจทำอย่างเต็มที่ ซึ่งมันไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย

การเชื่อมบุญของเขานั้น หลังจากที่เขาได้เริ่มต้นสร้างบุญด้วยการทำทาน สวดมนต์ และตั้งสัจจะอธิษฐานอุทิศบุญ เชื่อมบุญถึงคนๆ นั้นที่อยากจะค้าขายด้วย รวมถึงเทวดาที่รักษาตัวของคนนั้นด้วย และเรื่องสินค้าที่ต้องการจะขายให้กับเขา ขอให้บุญกุศลที่ทำนั้นเป็นการเชื่อมบุญระหว่างกันและกัน เป็นการเสริมบุญเก่าที่เคยทำมาด้วยกันและเพิ่มบุญใหม่เข้าไปช่วย

อีกทั้งมีการกล่าวขออโหสิกรรมและให้อโหสิกรรมไว้เลย เพื่อให้กรรมที่อาจจะมีต่อกันนั้นบรรเทาลง และรักษาศีล ๕ ติดต่อกันเป็นระยะเวลาหนึ่งที่กำหนดไว้ สำหรับรายนี้ถือศีล ๕ อย่างเคร่งครัดในเวลา ๑๐ วัน และทำบุญแบบง่ายๆ ติดต่อกันไปด้วย ๑๐ วัน เขาทำอย่างนี้ ปฏิบัติอย่างนี้ แบบไม่บกพร่องหรือตกหล่นข้อใดข้อหนึ่ง

เวลาผ่านไปไม่ถึง ๑๐ วัน เขาก็สามารถติดต่อกับลูกค้ารายนั้นได้และเกิดการซื้อขายกันเกิดขึ้น เรื่องทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาต้องการทุกประการ

และอยากจะแนะนำท่านที่เป็นพ่อค้าแม่ขาย จะขายอะไรก็ตาม ลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายซื้อของนั้นเขาก็คือ เจ้ากรรมนายเวรของเราแบบมีชีวิตด้วยเหมือนกัน เมื่อเขาเอาเงิน เอาบุญมาส่งให้ ก็ควรจะทำการอุทิศบุญให้เขาด้วย เป็นการเชื่อมบุญ เสริมบุญให้เขามีมากขึ้น ให้เขาเอาบุญใหม่มาให้เราอีก มาเป็นขาประจำอุดหนุนกันไปตลอด การค้าของเราก็รุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา

สำหรับท่านที่มีกรรม ต้องค้าขายกับสิ่งที่มีชีวิต หรือต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เช่น ขายหมู ขายปลา แม้ไม่ได้เป็นผู้ฆ่าโดยตรง ก็ยังถือว่าเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในกรรมนั้น ควรจะเร่งทำบุญอุทิศบุญกุศลไปให้ชีวิตที่สูญเสียไป ทั้งขออโหสิกรรมเขาเท่าที่จะทำได้ ทำได้ทุกวันและวันละหลายๆ ครั้งได้

ตอนที่ผมยังเด็กๆ เกือบห้าสิบปีที่แล้ว ผมรู้จักคนขายปลาอยู่คนหนึ่ง ที่ขายทั้ง ปลาช่อน ปลาดุก ปลาไหลและปลาต่างๆ ที่ตลาดสดบางลำพูและกบด้วย เป็นสาววัยกลางคนชื่อ พี่แหนง

ในทุกๆ วันพี่แหนงคนนี้นั้นต้องฆ่าปลาเป็นจำนวนมาก เพื่อส่งให้ลูกค้าขาประจำที่สั่งเอาไว้ ใครเคยไปตลาดและเคยซื้อปลาที่แผงและให้แม่ค้าทำปลาให้ คงเคยเห็นกรรมวิธีทำปลาเหล่านั้น

คือ ต้องมีการทุบหัวปลาเสียก่อนเพื่อให้ทำปลาได้ง่าย ปลาเมื่อมันโดนทุบหัวมันจะดิ้นพราดๆ สั่นเร่าๆ ไปทั้งตัว ก่อนที่จะโดนมีดคมๆ เชือดที่คอและลำตัว และหั่นเป็นท่อนๆ พี่แหนงก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน

รวมถึงกับกบด้วย ที่ต้องมีการจับขาหลังของมันสองข้าง แล้วฟาดลงกับพื้นอย่างแรง เพื่อให้มันหยุดเคลื่อนไหว หยุดไม่ให้มันกระโดดโลดเต้นได้อีก เพื่อที่จะทำการเชือดและหั่นเป็นชิ้นๆ ให้สะดวก

พี่แหนงในแต่ละวันจึงฆ่าปลา ฆ่ากบมากมาย แต่เพื่อเอาเงินมาเลี้ยงตัว เลี้ยงพ่อแม่ มีคนเคยถามว่า แกกลัวบาปไหม แกตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า

กลัว แล้วก็กลัวมากเสียด้วย!!! แต่จะทำอย่างไรได้ แกไม่มีความรู้ และอาชีพที่แกทำ แกก็เลือกไม่ได้คิดว่าดีที่สุดแล้วสำหรับชีวิตของแกและครอบครัว

พี่แหนงจึงพยายามทำบุญทำทานตลอดเวลา และใส่บาตรให้สัตว์และขออโหสิกรรมที่โดนฆ่านั้นทุกวัน การค้าของแกก็เจริญรุ่งเรือง แผงขายปลาของพี่แหนงขายดีที่สุดในตลาดนี้ อย่างที่บอกว่าบุญก็อยู่ส่วนบุญ พี่แหนงมีชีวิตที่สุขสบาย ครอบครัวมีกิน มีใช้ มีเงินทองมากมาย ถือว่าประสบความสำเร็จในอาชีพนี้มากคนหนึ่ง

แต่ท้ายสุด ไม่รู้ว่าเพราะอะไร พี่แหนงก็เลิกขายปลาไปทำมาหากินอย่างอื่นแทน มีคนมาเล่าให้ฟังในตอนหลังว่า พี่แหนงนั้นป่วยเดินไม่ได้ เป็นอัมพาตเวลาไปไหนมาไหนต้องคลานกระเสือกกระสนไป เหมือนปลาที่แถกตัวไปตามแผงในตลาด เหมือนกบที่ขาหลังหัก และรับกรรมนั้นไปหลายปี จนกระทั่งตายหมดกรรมไป

อีกเรื่องหนึ่ง มีเรื่องเล่ากันในหมู่ผู้มีบุญบารมีว่า อดีตผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของเมืองไทยที่ต้องวิบากกรรมไม่มีแผ่นดินจะอยู่ในขณะนี้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการฆ่าสัตว์เป็นจำนวนมาก บาปกรรมที่ท่านได้ทำลงไปก็เพราะความจำเป็นของบ้านเมือง ถ้าท่านไม่ทำแบบนั้นก็จะมีคนต้องตายและประเทศชาติบ้านเมือง ต้องมีการสูญเสียโอกาสการค้าขายที่ส่งผลไปหลายธุรกิจการค้าของประเทศไปมากกว่านั้น

แต่อย่าลืมบุญก็อยู่ส่วนบุญ กรรมก็อยู่ส่วนกรรม บุญนั้นไปรอท่าอยู่แล้ว บุญที่ท่านทำให้กับบ้านเมืองเพื่อส่วนรวม ก็จะยิ่งไปช่วยเสริมให้ท่านมีอำนาจ วาสนา เงินทองมากมาย เรียกได้ว่า กินอีกร้อยชาติก็ไม่มีวันหมดสิ้น

แต่กรรมที่ท่านทำนั้นมันหนักเหลือเกิน ไปฆ่าเขา ไปพลัดพรากสิ่งที่รักไปจากเขา ไปทำลายชีวิตเขา บุญที่เคยทำมันไปลบล้างไม่หมด อย่างเก่งก็ แค่บรรเทาให้เบาบางหรือรับผลกรรมนั้นช้าลงอีกนิด

กรรมนั้นบอกแล้วว่าไม่มีใครเก่งเกินกรรม ยิ่งกรรมที่เจ้ากรรมนายเวร เขาไม่อโหสิกรรมหรือไม่มีโอกาสแม้จะให้อโหสิกรรมนั้น น่าจะหนักหน่อย

โดยที่เขาเป็นผู้บริสุทธิ์แม้เขาจะเกิดเป็นสัตว์มาชดใช้กรรมของเขา ต้องเป็นเป็ด เป็นไก่ในชาตินี้ก็ตาม กรรมฆ่าสัตว์ตัดชีวิตและทำให้เขาพลัดพรากจากสิ่งที่เขารักนั้นแรงมาก

เพราะในเวลาที่ไม่นานนัก เมื่อบุญเก่าของท่านผู้มีอำนาจนี้ลดลง กรรมหนักๆ มันจึงแทรกมาไล่ท่านทัน แม้ว่าท่านจะทำการสารพัดที่จะเพิ่มฐานบุญให้ใหญ่ ให้เพียงพอไปขอลดหย่อนหนี้กรรมนั้น ทั้งปล่อยสัตว์ สร้างบ้านเรือนไทยถวายวัด สร้างพระพุทธรูป แต่มันก็ยังไม่เพียงพอ

ทุกวันนี้ท่านจึงต้องเดินทางไปมา ไม่มีแผ่นดินที่จะหลับตาลงแบบมีความสุขได้เลย จนกว่ากรรมที่ท่านทำจะหมดลงไป ทรัพย์สมบัติของท่านก็ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ เพราะเจ้ากรรมนายเวรเขาบังไว้หมด เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ได้ดี ในเรื่องของบุญและกรรม

Read Full Post »

เป็นการเชื่อมบุญที่สำคัญ เพราะเป็นพื้นฐานแรกที่จะทำให้เรานั้นเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ทาง ถ้าครอบครัวมีความสุข จะทำอะไรก็สำเร็จ เพราะมีแรงบุญช่วยกันหนุนนำ

ขอให้สังเกตเถิดว่า คนที่ครอบครัวพร้อมสนับสนุน มักจะทำอะไรก็มีความสุขและสำเร็จไม่ยาก ไม่ว่าเรื่องนั้นจะแสนยากเย็นเพียงใด

หลายคนเรียกว่าพลังใจ แต่ผมขอเรียกว่าพลังบุญ

 

แต่ก็มีหลายคนแย้งว่า ไม่จริงหรอกฉันทำอะไรสำเร็จเพราะไม่ยุ่งเกี่ยวกับครอบครัว คนที่พูดอย่างนั้นยังเข้าใจความหมายของชีวิตที่ผิด เพราะว่าความสุขนั้นบางครั้งไม่ได้วัดกันที่ตัวเลข วัดกันที่เงินทอง หลายคนบอกว่าประสบความสำเร็จมากในการทำงาน แต่ทว่าหัวใจปราศจากความสุข หันไปทางไหนไม่เห็นคนในครอบครัวกันเลยสักคน อย่างนี้จะสำเร็จไปทำไมกัน สู้ทั้งครอบครัวก็สุข งานก็สัมฤทธิ์ผลไม่ได้แน่นอน ยิ่งถ้เก่งและมีคนในครอบครัวหนุนรับรองว่าจะต้องพบกับความสำเร็จจากที่เป็นอยู่อีกหลายเท่าตัว

การที่เกิดมาเป็นครอบครัวเดียวกันนั้น เป็นการยืนยันในเรื่องบุพเพสันนิวาสในเบื้องต้น ว่าต้องเป็นคนที่เคยร่วมทำบุญมาด้วยกันอย่างใกล้ชิดแน่นอน ในอดีตชาติต้องเคยเป็นญาติสนิทติดกันมา ทั้งเป็นพ่อแม่ พี่น้อง วนเวียนสลับกันไปมา ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาอย่างยาวนาน

การเชื่อมบุญในวิธีนี้จะง่ายที่สุด และได้ผลเร็วที่สุด ถ้ายิ่งยังอยู่ด้วยกันในบ้าน เราสามารถไปทำการเชื่อมบุญด้วยกันในการทำบุญทำทาน รักษาศีล สมาธิภาวนา มีหลายบ้านที่ยกครอบครัวไปทำบุญ ทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาร่วมกัน

 

บุญนั้นจึงเป็นบุญกองใหญ่และส่งผลให้ครอบครัวนั้นมีแต่ความสุข สงบ และสว่างในสติ ปัญญา รู้จักการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง

ถ้าความสัมพันธ์ หรือความประพฤติของคนใดคนหนึ่งในบ้าน ทำให้เราไม่สบายใจ ทุกข์ใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ไปกินเหล้าเมายา ติดการพนัน ติดยาเสพติด นิสัยสุรุ่ยสุร่าย ใช้เงินมือเติบ บ่นจู้จี้มากผิดปรกติ หาเรื่องเดือดร้อนเข้ามาในบ้านไม่เว้นแต่ละวัน ลูกหลานเอาแต่เรื่องร้อนใจมาให้ ไม่สนใจเรียนหนังสือ ไม่มีความรับผิดชอบ สร้างความแตกแยก มีชู้ ฯลฯ

เราก็ยิ่งจะรวมตัวกับคนที่เหลือช่วยกันแก้ไข โดยการเชื่อมบุญเข้าไปหาคนที่มีปัญหาอยู่นั้น ไปช่วยให้เขาพ้นวิบากกรรม เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เอาบุญใหม่ไปหนุนให้เขา อโหสิกรรมให้เขาอยากจริงใจ ทำอย่างต่อเนื่องไปพร้อมๆ กับการตักเตือน การห้ามปราม ซึ่งการทำลักษณะนี้ก็เป็นบุญแบบหนึ่งด้วย

การให้ทำด้วยความเมตตา ความกรุณา มุติทา อุเบกขา หรือดำรงอยู่พรหมวิหาร ๔ อย่างยิ่งยวด ผลบุญที่ยิ่งใหญ่จะช่วยให้เขากลับเนื้อกลับตัวในไม่ช้า กลับมาเป็นคนดีของบ้านของสังคม แล้วครอบครัวเราก็จะมีแต่ความสุขความเจริญทุกสถาน

Read Full Post »

การทำบุญเริ่มต้นนั้น หลายคนนึกว่าต้องทำกับพระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่ง หมู่คณะใดคณะหนึ่ง วัดใดวัดหนึ่งเท่านั้น หรือแม้กระทั่งต้องทำกับพระสงฆ์เท่านั้นคนยากจน คนไม่มีข้าวจะกิน ผู้พิการ เพื่อนฝูง คนที่ต้องการความช่วยเหลือ สัตว์ต่างๆ เราก็ควรจะทำด้วย

 

แต่กับพ่อแม่ ผู้มีพระคุณกับเรา ที่เราต้องทำบุญกับท่านเหล่านั้นเป็นอันดับแรกด้วยซ้ำ

 

เป็นบุญใหญ่ที่ทุกคนต้องทำ ไม่ใช่แค่ควรทำ ที่ใช้คำว่าต้องทำนั้น เพราะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดเป็นบุญใหญ่ที่สุดของคนเลยทีเดียว

 

เพราะพ่อแม่นั้นเปรียบดังพระอรหันต์ ท่านเป็นพระพรหมในบ้านที่ควรกราบไว้เคารพบูชายิ่งกว่าคนที่เราไปทำบุญโดยไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ ท่านได้อดทนบากลำบากเลี้ยงดู อุ้มชูเรามาตั้งแต่เกิด ท่านเอาอนาคต ความฝัน เวลาทั้งหมดของตนโยนทิ้งไป เพื่อลูกทุกคน

 

เมื่อเราเติบใหญ่มีเรี่ยวแรงมากขึ้น ในขณะที่ท่านสูงอายุ ร่างกายเริ่มเสื่อมถอยลงเราควรต้องตอบแทนพระคุณของท่านอย่างเต็มกำลังและสติปัญญา

 

สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม หรือสมเด็จโต พระอริยสงฆ์ที่คนไทยรู้จักท่านดี ท่านเคยเทศนาในเรื่องของพระอรหันต์ในบ้าน ที่ลึกซึ้งกินใจมากขออนุญาตนำมาลงในที่นี้ เพื่อเป็นธรรมทานแด่ทุกท่าน และเพื่อความเข้าใจในเรื่องของบุญ

 

ขอโมทนาพระคุณความดีของสมเด็จโต และผู้เกี่ยวข้องที่ถอดความออกมาเผยแพร่ ณ โอกาสนี้ สมเด็จโตท่านเทศนารวมใจความว่า

 

“พระอรหันต์ คือ พระผู้ประเสริฐ คนเราทั้งหลายพยายามค้นหาพระผู้ประเสริฐ เพียงหวังที่จะยึดท่าน เกาะผ้าเหลืองท่าน เกาะหลังของท่าน เพื่อให้ท่านพาไปสู่ความสุข แม้ว่าท่านจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า คนเราก็ยังอุตสาห์ดั้นด้นดิ้นรนไปหา เพียงหวังเพื่อยึดเหนี่ยวและบูชาท่าน

 

แต่พระที่อยู่ภายในที่ใกล้ตัวที่สุดกลับมองข้าม มองไม่เห็นเหมือนใกล้เกลือแต่กับไปกินด่าง อันน้ำใจของพ่อแม่ที่ให้ต่อลูก มีแต่ความบริสุทธิ์ ไม่คิดหวังสิ่งใดตอบแทน เช่นเดียวกับน้ำใจของพระอรหันต์ที่ให้ต่อมนุษย์ ก็มีความบริสุทธิ์เช่นเดียวกัน

 

พ่อแม่จึงเปรียบเสมือน พระอรหันต์ของลูก…

 

…น้ำใจที่มีต่อลูกเช่นนี้เปรียบเท่ากับน้ำใจของพระอรหันต์โดยแท้ พ่อแม่จึงเป็นพระอรหันต์ในบ้านของเราจริงๆ ทำไมพวกท่านจึงไม่คิดที่จะบุญกับพระอรหันต์ที่อยู่ในบ้านของท่านเล่า

 

…ขอให้สาธุชนทั้งหลายผู้มาได้ฟังธรรมในวันนี้ จงกลับไปทำบุญกับพ่อแม่ผู้เป็นพระอรหันต์ในบ้าน การทำบุญแบบนี้จะได้อานิสงส์ทันตาเห็นในชาติปัจจุบัน บุญที่ให้ผลในชาติปัจจุบัน คือ บุญที่ทำกับพระอรหันต์ผู้ประเสริฐ

 

แต่พระอรหันต์ที่อยู่นอกบ้าน พวกท่านไม่อาจจะล่วงรู้ได้ว่าองค์ใดจริงหรือไม่จริง แต่ที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดและเป็นของจริง และบูชาได้อย่างแน่นอน

 

ไม่เคยเห็นผู้ใดเลยที่มีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่แล้ว ต้องพบกับความวิบัติไม่เคยมี มีแต่จะทำมาหากินอาชีพอะไรก็จะเจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟก็ไม่ไหม้ มีแต่ความสุข อายุยืนยาว”

 

อานิสงส์ในการทำบุญต่อพ่อแม่ผู้มีพระคุณนี้ จะส่งผลให้ผู้ใดที่ทำได้รับการเคารพนับถือยกย่องจากปวงเทพเทวดา จากคนทั่วไป ได้รับการสนับสนุนทุกเรื่องจากคนรอบข้าง

 

การค้าเจริญก้าวหน้าไม่มีวันขาดทุน เป็นคนที่มีจิตใจงดงาม ไม่มีตกทุกข์ได้ยาก มีทรัพย์สินอันบริบูรณ์ บุตรหลานอยู่ในโอวาทว่านอนสอนง่าย ไม่มีอุบัติภัยในชีวิต โรคร้ายแรงใดๆ ไม่กล้ำกลาย วิบากกรรมหนักจะคลายตัวเป็นเบาหรือถึงขึ้นไม่ส่งผลเลยในชาติ

 

จะเห็นได้ว่าอานิสงส์ในการทำบุญต่อพ่อแม่ผู้มีพระคุณนั้นมีแต่ผลดีทั้งสิ้น ในทางกลับกันคนที่ทอดทิ้ง ปล่อยขว้างไม่ดูแลหรือไปสร้างกรรมทำให้ท่านช้ำใจ เสียใจนั้นผลกรรมไม่ดีที่จะได้รับจะเป็นเรื่องตรงกันข้ามจากที่กล่าวมาทั้งสิ้น เรื่องนี้เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยิน ได้ฟังว่า คนที่เป็นลูกอกตัญญูนั้นไม่มีวันเจริญขึ้นมาได้เลยในชาตินี้

 

หลายคนสงสัยอีกว่า เราเชื่อมบุญไปให้ พ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้วท่านเหล่านั้นจะได้รับบุญหรือไม่เรื่องที่เป็นจุดมุ่งหมายในการทำบุญ เพื่ออุทิศบุญไปให้ผู้ที่ตายไปแล้วนั้น น่าจะเป็นจุดมุ่งหมายแรกๆ ของผู้ที่ทำบุญกันทุกคน

 

บุญกุศลที่ทำให้ผู้ตายนั้นไม่ว่าจะเป็นใคร พ่อ แม่พี่น้อง บรรพบุรุษหรือคนที่เรารักที่เพื่อที่จะให้เขาได้รับบุญที่เราส่งไปให้นั้น เราเป็นผู้ส่งแต่ผู้รับนั้นต้องมีเงื่อนไขหลายประการสำคัญถึงจะรับได้ ในทางพระพุทธศาสนานั้นมีระบุไว้ชัดเจนใน พระไตรปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ พอจะสรุปใจความว่า

 

เปรตหรือผู้รับต้องยอมรับหรืออนุโมทนาบุญที่เราส่งไปให้เขาก็จะได้รับ ถ้าเขาไม่รู้ หรือไม่รับไม่ชื่นชมก็ไม่มีทางรับบุญนั้นได้ อีกทั้งไม่อยู่ในสภาวะที่รับได้ก็จะรับไม่ได้เพราะอยู่ในภพภูมิที่ต่ำมากเพราะถูกลงโทษอยู่ในนรกก็ไม่สามารถรับบุญได้เช่นกัน

 

สำหรับ พ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้ว ถ้าท่านเปิดรับท่านก็รับได้ ยิ่งเป็นการเพิ่มบุญให้ท่านมีบุญบารมี และมีความสุขในภพภูมิของท่าน รวมถึงในพระอริยสงฆ์ ครูบาอาจารย์ท่านจะได้มีบุญเพิ่มมากๆ และช่วยเหลือ คน ดวงจิตวิญาณต่างๆ ได้มาก ถือวาเราได้ร่วมสร้างบุญใหญ่กับท่าน ขอให้อุทิศบุญ เชื่อมบุญไปให้กับท่านเหล่านั้นเยอะ รับรองว่าดีแน่

 

ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งบอกไว้ว่า สำหรับคนตายที่สะสมกรรมดีมากได้ไปเกิดในภพภูมิเทวดานั้น แม้ท่านจะมีความสุข มีอาหารทิพย์ แต่ถ้าท่านทราบว่าญาติพี่น้องทำบุญแล้วอุทิศให้ท่าน ท่านก็ยินดีรับ ท่านก็ชื่นชมอนุโมทนาด้วย บุญก็เกิดแก่ผู้ทำและผู้รับเช่นกัน แต่ถ้าท่านไม่รับไม่ชื่นชม ก็เหมือนกับเปรตคือ ไม่ได้บุญนั้นเช่นกัน

แต่การอนุโมทนาของเปรตกับเทวดานั้นต่างกัน เทวดาอนุโมทนาแล้วบุญก็เกิดเทวดาเท่านั้น แต่สำหรับเปรตนั้น เมื่อเปรตอนุโมทนาแล้ว นอกจากบุญจะเกิดแก่เปรตแล้ว เปรตยังได้รับข้าวของอันสมควรแก่ฐานะของเปรต ตรงตามที่ผู้อุทิศไปให้ด้วย

 

เช่น มีผู้ถวายอาหารแล้วอุทิศให้เปรต เปรตอนุโมทนา ก็จะได้รับอาหารอันสมควรแก่ฐานะของเปรตด้วย ทำให้เปรตอิ่มหนำสำราญ พ้นจากความหิวโหย หรือเราถวายผ้า เปรตก็จะได้รับผ้าทิพย์ปกปิดร่างกาย ทำให้พ้นจากสภาพเปลือยกายได้ เราถวายน้ำแล้วอุทิศให้ เปรตก็ได้ดื่มน้ำทิพย์พ้นจากความหิวกระหายด้วยอำนาจของการอนุโมทนา

การอุทิศบุญที่ทำแล้วให้เปรตนั้น มิใช่หยิบยื่นของส่งให้ เพราะบุญเป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ เกิดที่ใจ เมื่อใดที่ใจเกิดบุญ ใจก็จะผ่องใส ไม่ขุ่นมัว เพราะฉะนั้น ธรรมชาติของบุญก็คือเป็นเครื่องชำระจิตใจให้ผ่องใส ปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง

 

แต่มีครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งท่านบอกวิธีที่จะคนตายนั้นรับบุญได้แน่นอนถ้ายังไม่ไปเกิด คือ การฝากบุญนั้นไว้กับท่านพระยายมบาล พระแม่ธรณี หรือพระอริยสงฆ์ที่เราเคารพนับถือ

 

และเชื่อว่าท่านยังเป็นดวงจิตวิญาณชั้นสูงปฏิบัติธรรมอยู่บนสวรรค์ชั้นต่างๆ เพื่อสร้างบารมีในการเป็นพระพุทธเจ้าในภายภาคหน้า หรือแม้กระทั่งเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ ก็ขอพระเมตตาฝากบุญได้

 

ที่ธ.ธรรมรักษ์ทำเป็นประจำ ก็คือ การขอเมตตาฝากบุญกับหลวงปู่ทวด ครูบาศรีวิชัยเจ้า และอีกหลายองค์ ให้กับบรรพบุรุษ บริวาร ที่ตายไปแล้ว ซึ่งไม่แน่ใจว่าท่านอยู่ในภพภูมิใดแน่ เป็นการไม่เสียหลายในการทำบุญ เพราะเชื่อว่าอย่างน้อยต้องถึงมือท่านเหล่านั้นแน่นอนไม่ว่าในวันใดวันหนึ่ง

 

ถึงแม้ในบางท่านจะต้องไปชดใช้กรรมในนรกขุมไหนก็ตาม เพราะเมื่อผู้ตายนั้นรับทุกข์จนถึงวาระแล้ว กรรมนั้นก็ต้องหมดลงไป ก็จะมีโอกาสที่จะรับบุญได้เพราะได้เลื่อนภพภูมิแล้ว

 

เราต้องเข้าใจว่าสัตว์โลกนั้นย่อมเป็นไปตามกรรม ใครทำได้ย่อมได้ดีไปอยู่ในภพภูมิที่ดี ถ้าหากทำชั่วก็ต้องไปอยู่ในภพภูมิที่มีแต่ความทุกข์ยากลำบาก ต้องรับผลกรรมที่ทำมา ใครจะมารับแทนไม่ได้ หรือจะช่วยให้พ้นทุกข์นั้นไม่ได้

 

หลายคนบอกว่ามีบรรพบุรุษหรือแม้กระทั่งดวงจิตวิญญาณที่เราไม่รู้จักมาเข้าฝันหน้าตาอิดโรยบอกว่า อยากกินโน่นอยากกินนี่ อาหารที่เขาเคยชอบเหมือนตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่

 

ดังนั้นคนที่บอกว่าทำอาหารที่คนตายชอบส่งไปให้นั้น เขาไม่ได้รับอาหารแบบนั้นหรอกไม่ว่าจะเป็นผัดเผ็ดปลาช่อน ไก่ย่าง ขาหมูอะไรที่เราเข้าใจกันผิดๆ ที่เขามาบอกอย่างนั้น

 

เราต้องรู้ว่า บุญที่ส่งไปให้นั้นเป็นของทิพย์ ที่จะทำให้เขาเหล่านั้นมีความสุขมากขึ้นในระดับหนึ่งทั้งเสื้อผ้าทิพย์ น้ำทิพย์ อาหารทิพย์ที่เขาได้รับนั้นไม่เหมือนกับอาหารที่เรากินหรือที่เราทำบุญ

 

แต่ที่เขามาปรากฏตัวมาขออาหารเหล่านั้น เพราะเขายังติดอยู่ในเรื่องจริตเดิมที่ก่อนตายเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น การที่เราเอาอาหารที่เขาชอบมาทำบุญนั้นก็ไม่ผิดแต่อย่างไร ยิ่งเป็นการแสดงเจตนาที่แรงกล้าที่จะช่วยส่งบุญนั้นไปถึงคนตายได้ ยิ่งพยายามทำมาก บุญนั้นก็มาก

 

แต่เราต้องพิจารณาด้วยปัญญาด้วย ว่าคนที่กินอาหารนั้นในความเป็นจริงเป็นใครกันแน่ ระหว่างดวงจิตวิญญาณกับพระสงฆ์ ที่เห็นได้ จับต้องได้ ท่านฉันอาหารเข้าปากให้เห็นกันต่อหน้าเลย

 

เราต้องพิจารณาด้วยความเหมาะสมด้วย พระสงฆ์บางรูปท่านมีอายุมากแล้ว ท่านควรจะฉันอาหารประเภทใด ท่านเป็นคนเหมือนเราทุกอย่าง เพียงแต่ท่านสละแล้วทางโลกมุ่งปฏิบัติธรรม

 

อาหารที่มาทำบุญนั้น ควรจะส่งเสริมให้ท่านเจริญในธรรมได้ดีขึ้น ไม่ใช่เพราะอาหารเหล่านั้นทำให้ท่านเกิดเป็นโรคต่างๆ ทั้งท้องเสีย เบาหวาน ไขมันอุดตันในเลือด ขอฝากไว้ให้ทุกท่านได้เข้าใจตามความเป็นจริงในข้อนี้ด้วย

 

การเชื่อมบุญกับพ่อแม่ควรจะทำเป็นอันดับแรก ยิ่งท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะได้เมตตาเรามากขึ้น สำหรับคนที่มีเรื่องขุ่นข้องใจกับพ่อแม่ หรือไปทำอะไรให้ท่านเสียใจ ขอให้อุทิศบุญ เชื่อมบุญให้กับท่านตลอดเวลา เรื่องที่นึกว่าร้ายจะกลายเป็นดี เรื่องที่เอยู่แล้วจะดียิ่งขึ้น

 

เพราะโดยพื้นฐานแล้ว พ่อแม่กับลูกนั้นต่างเป็นเจ้ากรรมนายเวรซึ่งกันและกันตอนก่อนที่เกิด ลูกนั้นเป็นเจ้ากรรมนายเวร ที่เป็นคนเลือกพ่อแม่มาเกิด เปรียบกับเจ้าหนี้นั้น เขาต้องเลือกลูกหนี้ที่ค้างหนี้เขามากที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าอยากจะได้หนี้คืน

 

ลูกจึงเป็นคนเลือกพ่อแม่มาเกิด ด้วยกรรมแต่งให้เกิด

 

เมื่อมาเกิดแล้ว คราวนี้พ่อแม่ต้องเลี้ยงดูอุ้มชู เป็นไปตามกรรมลิขิต และก็ได้กลายมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของลูกแล้วในที่นี้ พอแก่เฒ่า ลูกจึงเป็นลูกหนี้ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ เป็นการใช้หนี้ตอบแทน

 

การที่จะให้ครอบครัวเป็นสุขนั้น บุญจะต้องมากกกว่าบาป หรือกรรมดีที่มีร่วมกันต้องมากกว่ากรรมไม่ดีที่มีต่อกัน การอุทิศบุญ เชื่อมบุญแก่กันตลอดเวลา บุญย่อมมากขึ้นตลอดเวลา และระวังกรรมไม่ดีประกอบกันไปด้วย ให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้

 

พ่อแม่และลูกก็จะมีความสุข เมื่อมีวิบากกรรมไม่ดีเข้ามาในครอบครัวก็จะช่วยเหลือกันได้ ขอให้เชื่อมั่นเถิดว่า พลังบุญจะช่วยให้ทุกคนในครอบครัวอยู่กันแบบมีความสุขล้นด้วยแรงบุญที่ทำร่วมกัน

Read Full Post »

การเชื่อมบุญ คืออะไร หลายคนที่ไม่เคยได้ยินคงสงสัยว่า มันเป็นการทำบุญในลักษณะใดกัน หลายคนอาจจะบอกว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้ยินคำๆ นี้

แล้วอะไรคือ การเชื่อมบุญ ที่แน่ๆ คำถามที่ต้องตามมาก็คือ เราทำการเชื่อมบุญเพื่ออะไร โปรดใจเย็นๆ ตั้งสติ ค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจไป เพื่อจะให้เรื่องนี้เกิดประโยชน์มหาศาลกับชีวิตของทุกคน

ในชีวิตของคนเรานั้น เราเคยมีเวลามาสังเกตกันบ้างหรือไม่ว่า ความสำเร็จ หรืออุปสรรคความทุกข์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตนั้น มันเริ่มจากตรงไหนแล้วไปสิ้นสุดที่ไหน

เอาแค่เส้นทางชีวิตในชาติเดียว เอาเพียงชาติปัจจุบันนี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องดูกันตลอดเส้นทางยาวๆ ไปหลายภพหลายชาติ ไปข้างหลังหรือข้างหน้า มันยากเกินไปและเกินวิสัยของคนปกติทั่วไปที่จะหยั่งรู้ได้

ส่วนมากเรื่องเหล่านี้นั้น ทั้งหมดมันจะเริ่มต้นมาจากตัวเรา ไปสู่คนหรือเรื่องที่เราต้องการจะติดต่อ และดำเนินการให้สำเร็จและต้องเกี่ยวพันกันไป หลายครั้งแม้เราจะพยายามทำแบบสุดแรงเกิด สุดสติปัญญา เงินทุนรอน กำลังที่มีทั้งหมด ทำแค่ไหนมันก็ยังไม่สำเร็จเสียที

แล้วมันเป็นเพราะเหตุใด ด้วยสาเหตุอะไรกันแน่ จำได้ที่เคยบอกเอาแล้วว่าในเรื่องเจ้ากรรมนายเวรว่า คนทุกคนที่มาเกี่ยวข้องกันในชาตินี้นั้น เคยเป็นญาติกันและเป็นเจ้ากรรมนายเวรของกันและกัน มันเกี่ยวพันกันเป็นลูกโซ่ร้อยรัดเข้าด้วยกัน

บางครั้งมันจะห่างหรือจะรัดเข้าหากัน มันขึ้นอยู่ด้วยบุญและกรรมที่ส่งผลในเวลานั้น

เหตุผลที่เรื่องต่างๆ ที่เราจะอยากจะให้เกิดขึ้นมันไม่สำเร็จ ก็เป็นเพราะส่วนหนึ่งเราอาจจะยังไม่รู้จักช่องทางหรือวิธีทำให้เรื่องต่างๆ นั้นมันสำเร็จลงได้ง่าย เราปล่อยให้โซ่ที่เกี่ยวกันนั้นห่างกันมากจนไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้เลย แล้วอย่างนี้เรื่องต่างๆ ที่เราต้องการนั้นมันจะสำเร็จได้อย่างไร

เหมือนเราต้องการอยากจะได้สิ่งหนึ่งจากคู่รักแล้วเราไม่บอก ไม่แสดงทีท่า ไม่แสดงอาการอยากได้ แล้วชาตินี้เขาหรือเธอจะรู้หรือไม่ และชาตินี้เราจะได้มันหรือไม่

เราต้องการอะไรจากคนอื่นแล้วเราเคยให้อะไรคนอื่นบ้างหรือไม่

เราอยากจะให้เขาทำดีกับเรา เราเคยทำดีอะไรให้กับเขาหรือไม่

เราอยากจะให้เขาช่วย แล้วเราเคยสนิทชิดเชื้อ เคยไปมาหาสู่กับเขาหรือไม่ เราเคยช่วยเหลือเขาทั้งในยามที่เขาลำบากหรือไม่ลำบากหรือไม่ เราเคยมีบุญคุณกับเขาหรือไม่ และเพียงพอที่จะทำให้เขาต้องมาตอบแทนเราหรือไม่

เราอยากให้เขาช่วย เราเคยมีบุญร่วมกันกับเขามาหรือไม่ ทั้งบุญเก่าที่สร้างด้วยกันมาและได้มีการสร้างบุญใหม่ร่วมกัน

การเชื่อมบุญนี้ เป็นอีกช่องทางที่สำคัญมาก ที่มีมาจากการทำบุญ (ขอแนะนำว่าให้ย้อนกลับไปดูในเรื่องบุญกริยาวัตถุ ๑๐ อีกครั้งเพื่อเข้าใจ ในเรื่องของบุญอย่างถูกต้อง) และต้องมีการโมทนาอุทิศบุญและเชื่อมบุญของเรากับผู้ที่เราต้องการให้เรื่องที่เราจะให้เกิดขึ้นนั้นสำเร็จได้โดยง่าย

ใครได้ยินคำๆ นี้ไหม ถ้าไม่มีบุญพอ ก็ไม่มีทางสำเร็จได้ และเมื่อบุญมาถึง แม้ฟ้าก็มิอาจกั้นได้!

ในเรื่องที่เราต้องการบางเรื่องนั้น บางครั้งเรายังไม่มีบุญพอที่จะเชื่อมเรื่องราว เชื่อมบุญเข้าหากับคนที่เราอยากจะเชื่อมเข้าหากันได้ หรือยังมีวิบากกรรมขวางทางเราอยู่

ดังนั้นเราต้องสร้างบุญใหม่ให้ถูกวิธี มีแรงบุญพอที่จะไปช่วยลดวิบากกรรที่มีอยู่ในตอนนั้นเวลานั้นเสีย และต้องเชื่อมบุญใหม่ให้ใหญ่กว่า แรงกว่าให้ตรงช่องทางกับเรื่องราวหรือคนที่เราอยากจะเชื่อม ทั้งนี้ก็เพื่อจุดมุ่งหมายที่เราอยากจะได้

เปรียบเหมือนเวลาที่จะยกขอนไม้ที่กีดขวางทางเดินของเรา เรายืนอยู่คนเดียวก็หันรีหันขวางไม่รู้จะทำอย่างไร จะเดินไปต่อก็ไม่ได้ ยกคนเดียวก็ไม่มีแรงจะยกขึ้น เรารู้แล้วว่า ลำพังเราคนเดียวนั้น ไม่สามารถยกขอนไม้นี้ได้

ตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น จึงรีบวิ่งไปบอกเพื่อนบ้านข้างบ้าน ที่เผอิญไปบ้านที่ไม่ถูกกันอีก เราวิ่งไปผิดบ้าน เหมือนกับความพยายามของเราที่ไปผิดช่องทางใช่ไหม

ดังนั้น บ้านที่ไม่ถูกกันนี้ เขาก็นิ่งเฉย แถมยังบอกอีกว่า ธุระไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องของเขา ทีเมื่อก่อนเขาเคยมาเรียกให้เราไปช่วยยกของ เรายังทำเป็นเฉย แล้วทีนี้เขาจะไปช่วยเราทำไม เมินเสียเถอะ!

เราจึงต้องวิ่งไปบอกอีกบ้านหนึ่ง ที่เราเคยไปช่วยเขาขนของย้ายบ้าน หรือเคยช่วยอะไรเขา พอบอกเขาว่ามาช่วยยกขอนไม้หน่อย เท่านั้นเอง เราวิ่งไปถูกช่องทางแล้ว เขาก็กุลีกุจอลุกขึ้นไปช่วยเรา ขอนไม้เมื่อได้สองแรงก็ยกขึ้น เราก็สามารถผ่านไปได้ง่ายๆ

หรือแม้แต่ในตอนนั้น เรามีเพื่อนบ้านเหลืออยู่บ้านเดียว เมื่อเขาปฎิเสธไม่ช่วยเรา แต่เราก็ยังมีใจที่ถ่อมอ่อนน้อม ไปขอโทษเขาบอกเขาว่า ในวันนั้นเรารู้สึกผิดที่ไม่ได้มาช่วย อาจจะเป็นเพราะเราติดธุระจริงๆ หรือเรากำลังไม่สบาย ซึ่งต้องเป็นไปตามความจริงอย่าผิดศีล เรื่องมุสาหรือโกหกเป็นอันขาด ถ้าเขาไม่ติดใจอะไรหรือไม่โกรธแค้นเราอะไรมากมาย เขาอาจกลับมาช่วยเรายกขอนไม้นี้ก็ได้

เรื่องต่างๆ ในชีวิตของเราก็เหมือนกัน บางคนอยากจะทำการค้าขายกับใคร อยากจะได้งานทำ อยากจะขายบ้าน อยากจะทำงานที่องค์กรใหญ่นั้น อยากจะให้ผู้ใหญ่สนับสนุน แต่ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่อยากได้นั้น จะสำเร็จตลอดรอดฝั่งได้หรือไม่

เพราะเหตุที่ว่า เรายังเชื่อมเรื่องราวต่างๆ นั้นยังไม่ถูกช่อง หรือแม้แต่รู้จักคนที่ต้องการจะเชื่อมแล้ว แต่เราก็ยังไม่รู้วิธีว่าจะทำอย่างไร?

การเชื่อมบุญไม่ใช่พิธีกรรมทางไสยศาสตร์ แต่เป็นการทำบุญ โดยที่เราตั้งใจที่จะโมทนาอุทิศบุญกุศลที่ทำบุญนี้ แล้วส่งตรงไปที่คนที่เราต้องการจะให้ แต่ที่พิเศษกว่าเล็กน้อยก็คือ เป็นการทำในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะไม่ได้กล่าวอุทิศบุญแบบกว้างๆ

ซึ่งมุ่งตรงไปที่เรื่องราวต่างๆ ที่เราอยากให้เกิดขึ้นแต่ต้องเป็นในทางที่ถูกธรรมเท่านั้นถึงจะสำเร็จได้ และในหลายท่านอาจจะต้องทำหลายครั้งในหลักการที่ว่า

สม่ำเสมอ หมายความว่า เราต้องสร้างบุญ และอุทิศบุญเจาะจงไปที่คนๆ นั้น เจ้ากรรมนายเวรในเรื่องนั้น วิบากกรรมในเรื่องนั้น สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นในเรื่องนั้น แบบซ้ำๆ กันต่อเนื่องเพื่อให้เกิดพลัง

มากพอ หมายถึง บุญกุศลที่เราทำนั้นต้องมีพลังบุญมากพอ ที่จะช่วยให้สิ่งที่เราต้องการเกิดขึ้นด้วยการสร้างบุญแบบไม่หยุดและรวมบุญให้มากพอ

นานพอ หมายถึง ในบางวิบากกรรมนั้น เจ้ากรรมนายเวรเขาไม่ยอมยกโทษให้ง่ายๆ เราต้องแสดงความสำนึกอย่างจริงใจ ซึ่งเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราสำนึกจริงหรือไม่ เจตนาของเราเป็นอย่างไรเรากำลังจะหลอกเจ้ากรรมนายเวรอีกครั้งหรือไม่ หรือการที่เรามีเจ้ากรรมนายเวรหลายท่าน ซึ่งเมื่ออุทิศบุญไปให้เจ้ากรรมนายเวรรายหนึ่งแล้ว แต่ยังมีอีกเจ้ากรรมนายเวรมาต่อคิวขวางทางเอาไว้อีก จะต้องทำอุทิศบุญไปเป็นระยะเวลานานสมควร เรื่องที่เราต้องการจึงจะสำเร็จ

เคล็ดลับสำคัญของการเชื่อมบุญนั้น เราต้องอุทิศบุญไปให้ทั้งเจ้ากรรมนายเวรทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิตที่เราอยากให้เขาอโหสิกรรม และขอให้เขาถอนตัวจากอุปสรรคต่างๆ ที่เขาขวางไว้ไม่ให้เราทำสำเร็จ รวมทั้งคนที่เราอยากจะไปขอโทษในเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น หรือจะไปเชื่อมบุญใหม่กับคนที่เราต้องการไปขอความช่วยเหลือจากเขา หรือคนที่เราติดต่อทำมาค้าขายกัน คนที่มีปัญหาและอุปสรรคต่อกันในเรื่องต่างๆ ฯลฯ

เรื่องนี้สำคัญมาก เรียกง่ายๆ ว่า เป็นการเชื่อมบุญไปหาคนที่เราต้องการในเรื่องต่างๆ ที่เป็นผลดีในชีวิตของเราและที่สำคัญเรื่องที่เราต้องการให้สำเร็จนั้นไม่ผิดศีลธรรมอันดี

การเชื่อมบุญ ที่จะไปทำบาปนั้นไม่มีทางสำเร็จ เทพ เทวดา เจ้ากรรมนายเวร เขาไม่เอากับเราด้วยแน่นอน เรื่องอะไรเขาไปช่วยส่งเสริมหรือร่วมมือไปทำความชั่ว ให้เขาต้องได้รับโทษทัณฑ์ไปด้วย

บางครั้งที่เราอาจจะเคยได้ยินพวกแก๊งค์โจรร่วมมือกันไปทำความชั่ว มีพิธีกรรมอะไรนั้นมันการชักจูงวิญญาณที่ชั่วร้าย เป็นเรื่องของมารซาตาน ที่ต้องการพรรคพวกไปตกนรกร่วมกัน คนที่ไม่มีบุญ ไม่มีศีลกำกับไว้ของคนพวกนี้ นรกคือปลายทางสุดท้ายของพวกมัน

เป็นคนละเรื่องกับการเชื่อมบุญเพื่อไปร่วมกันทำความดี เหมือนผ้าขาวกับผ้าดำ นรกกับสวรรค์ที่แตกต่างกันลิบลับ

การเชื่อมบุญ ถือว่าเป็นการกระตุ้นบุญเก่าและสร้างบุญใหม่ไปพร้อมๆ กัน และส่งแรงบุญใหม่นี้ไปให้คนที่เกี่ยวข้องในเรื่องต่างๆ เป็นการมีบุญร่วมกัน

เพื่อขออำนาจแห่งบุญบารมีที่มีร่วมกันนี้ ช่วยให้ทำการติดต่อในเรื่องที่ติดขัดได้สะดวกยิ่งขึ้น ถ้าเป็นคนที่เคยมีบุญร่วมกันมาก่อนก็ง่าย เหมือนมีบุญเก่าไปกระตุ้น แต่ถ้าไม่เคยทำบุญหรือรู้จักกันมาก่อน ก็กลายเป็นบุญใหม่ที่เราเป็นคนสร้างขึ้นมาร่วมกันกับเขาจะเป็นตัวไปเชื่อมให้เรื่องราวต่างๆ สำเร็จได้โดยง่าย ซึ่งขอย่ำอีกทีว่า ต้องสม่ำเสมอ นานพอและมากพอ

เมื่อทำเชื่อมบุญแล้วยังไม่สำเร็จได้แบบทันใจ อย่าเพิ่งท้อเป็นอันขาด ทำไปเรื่อยๆ รับรองว่าไม่นานนักจะต้องสำเร็จหรืออย่างน้อยจะพบทางออกที่ดีแน่นอน

เรื่องนี้ธ.ธรรมรักษ์ ขอรับประกัน เพราะทำการเชื่อมบุญมาหลายเรื่องแล้ว สำเร็จทุกเรื่อง

ทั้งเรื่องคดีความที่ดูเหมือนจะไม่จบ เรื่องการเงินที่ติดขัด เรื่องการงานที่มีปัญหามาก การซื้อขายที่ดิน ขายบ้าน เรื่องลูก เรื่องปัยหาครอบครัวที่ทะเลาะเบาะแว้งกันตลอด เรื่องการเจ็บป่วยที่ไม่รู้สาเหตุ ถึงแม้จะได้ผลไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์แต่เกิน 80 เปอร์เซ็นต์ทุกเรื่อง

ขอให้เชื่อมบุญเถอะครับ แล้วจะรู้ว่าบุญนั้นพลิกชีวิตเลยทีเดียว

ในการเชื่อมบุญนั้นหลายท่านเคยถามด้วยความสงสัยว่า ทำการเชื่อมบุญในเวลาไหน ขอตอบตรงนี้เลยว่า เราสามารถทำได้ตลอดเวลา

ทั้งในช่วงเวลาที่ไม่มีปัญหาเพื่อเพิ่มบุญ เพิ่มวงจรบุญให้เชื่อมติดทำอะไรก็สะดวก

ทั้งในเวลาที่กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ซึ่งบางครั้งบุญของตนเองไม่พอก็มีวิธีการ “พึ่งบุญ” ซึ่งเป็นการเชื่อมบุญชั้นสูง (มีอยู่ในเล่มอย่างละเอียดขอให้อ่านไปเรื่อยๆ ก่อน)

เราเชื่อมบุญได้ทุกครั้งที่มีการทำบุญ แต่ข้อสำคัญเราต้องสร้างบุญก่อน ไม่เช่นนั้นเราจะเอาอะไรไปเชื่อมบุญ!!!

อย่าลืมว่าการทำบุญนั้นมีหลายทางอย่างที่บอกไว้แล้ว รวมถึงการให้ทานในทุกเรื่อง ทั้งเงินทอง อาหาร การหยอดเงินลงตู้ที่เดี๋ยวนี้มีคนนิยมมาบอกบุญมากมาย ทั้งการร่วมสร้างถาวรวัตถุทางพุทธศาสนา เช่น โบสถ์ วัดวาอาราม เป็นค่าอาหารกลางวันเด็ก คนพิการ คนชรา การออกแรง การให้ความรู้ การพิมพ์หนังสือธรรมทาน รวมถึงการรักษาศีล และการทำสมาธิภาวนาฯลฯ เรียกได้ว่า เรามีโอกาสทำบุญ ทุกเวลาและทุกโอกาส

แม้แต่การให้อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารกับคนในบ้าน ทำอาหารให้ผู้มีพระคุณ เป็นเรื่องของบุญทานทั้งนั้น และเมื่อเราได้ทำบุญทานเหล่านี้แล้ว ก็ควรทำการเชื่อมบุญทันที เหมือนเป็นการเก็บสะสมบุญให้เป็นกองใหญ่ เป็นกองทุนบุญให้มีพลังที่จะเป็นเชื่อมบุญกับคนหรือสิ่งที่เราต้องการ ย้ำทำได้ทุกที่ ทุกเวลา

อยู่ที่เราจะตั้งสัจจะอธิษฐาน จะทำที่ไหน เมื่อไหร่ก็ทำได้ทันที ในทุกเช้าเมื่อเราลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะทำอะไรก็ตามควรจะสวดมนต์ไหว้พระ หรืออย่างน้อยตั้งสมาธิ สวดมนต์ อาราธนาศีล สมาทานศีล ๕ เท่านี้เราก็ได้บุญ มีบุญแล้วก็ทำเชื่อมบุญได้ทันทีทันใด ไม่มีการสิ้นเปลืองอะไรเลยแม้แต่น้อย นอกจากใช้เวลาไปไม่มากนัก

หรือการที่เราทำสมาธิภาวนาสั้นๆ ในแต่ละช่วงเวลาของวัน ก็สามารถเชื่อมบุญเหล่านี้ไปได้เหมือนกัน ในห้องนอน ทั้งในรถ ในที่ทำงาน ทำได้ทั้งสิ้น

การเชื่อมบุญไม่มีการจำกัดเวลาและสถานที่ ว่างเมื่อใดทำได้เมื่อนั้นและเกิดผลเมื่อนั้นทันทีเช่นกัน

หลายคนสงสัยอีกว่า เราเชื่อมบุญไปให้พระอริยสงฆ์ ครูบาอาจารย์ พ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้วท่านเหล่านั้นจะได้รับบุญหรือไม่เรื่องที่เป็นจุดมุ่งหมายในการทำบุญ เพื่ออุทิศบุญไปให้ผู้ที่ตายไปแล้วนั้น น่าจะเป็นจุดมุ่งหมายแรกๆ ของผู้ที่ทำบุญกันทุกคน

บุญกุศลที่ทำให้ผู้ตายนั้นไม่ว่าจะเป็นใคร พ่อ แม่พี่น้อง บรรพบุรุษหรือคนที่เรารักที่เพื่อที่จะให้เขาได้รับบุญที่เราส่งไปให้นั้น เราเป็นผู้ส่งแต่ผู้รับนั้นต้องมีเงื่อนไขหลายประการสำคัญถึงจะรับได้ ในทางพระพุทธศาสนานั้นมีระบุไว้ชัดเจนใน พระไตรปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ พอจะสรุปใจความว่า

เปรตหรือผู้รับต้องยอมรับหรืออนุโมทนาบุญที่เราส่งไปให้เขาก็จะได้รับ ถ้าเขาไม่รู้ หรือไม่รับไม่ชื่นชมก็ไม่มีทางรับบุญนั้นได้ อีกทั้งไม่อยู่ในสภาวะที่รับได้ก็จะรับไม่ได้เพราะอยู่ในภพภูมิที่ต่ำมากเพราะถูกลงโทษอยู่ในนรกก็ไม่สามารถรับบุญได้เช่นกัน

สำหรับพระอริยสงฆ์ ครูบาอาจารย์ พ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้ว ถ้าท่านเปิดรับท่านก็รับได้ ยิ่งเป็นการเพิ่มบุญให้ท่านมีบุญบารมี และมีความสุขในภพภูมิของท่าน รวมถึงในพระอริยสงฆ์ ครูบาอาจารย์ท่านจะได้มีบุญเพิ่มมากๆ และช่วยเหลือ คน ดวงจิตวิญาณต่างๆ ได้มาก ถือวาเราได้ร่วมสร้างบุญใหญ่กับท่าน ขอให้อุทิศบุญ เชื่อมบุญไปให้กับท่านเหล่านั้นเยอะ รับรองว่าดีแน่

ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งบอกไว้ว่า สำหรับคนตายที่สะสมกรรมดีมากได้ไปเกิดในภพภูมิเทวดานั้น แม้ท่านจะมีความสุข มีอาหารทิพย์ แต่ถ้าท่านทราบว่าญาติพี่น้องทำบุญแล้วอุทิศให้ท่าน ท่านก็ยินดีรับ ท่านก็ชื่นชมอนุโมทนาด้วย บุญก็เกิดแก่ผู้ทำและผู้รับเช่นกัน แต่ถ้าท่านไม่รับไม่ชื่นชม ก็เหมือนกับเปรตคือ ไม่ได้บุญนั้นเช่นกัน

แต่การอนุโมทนาของเปรตกับเทวดานั้นต่างกัน เทวดาอนุโมทนาแล้วบุญก็เกิดเทวดาเท่านั้น แต่สำหรับเปรตนั้น เมื่อเปรตอนุโมทนาแล้ว นอกจากบุญจะเกิดแก่เปรตแล้ว เปรตยังได้รับข้าวของอันสมควรแก่ฐานะของเปรต ตรงตามที่ผู้อุทิศไปให้ด้วย

เช่น มีผู้ถวายอาหารแล้วอุทิศให้เปรต เปรตอนุโมทนา ก็จะได้รับอาหารอันสมควรแก่ฐานะของเปรตด้วย ทำให้เปรตอิ่มหนำสำราญ พ้นจากความหิวโหย หรือเราถวายผ้า เปรตก็จะได้รับผ้าทิพย์ปกปิดร่างกาย ทำให้พ้นจากสภาพเปลือยกายได้ เราถวายน้ำแล้วอุทิศให้ เปรตก็ได้ดื่มน้ำทิพย์พ้นจากความหิวกระหายด้วยอำนาจของการอนุโมทนา

การอุทิศบุญที่ทำแล้วให้เปรตนั้น มิใช่หยิบยื่นของส่งให้ เพราะบุญเป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ เกิดที่ใจ เมื่อใดที่ใจเกิดบุญ ใจก็จะผ่องใส ไม่ขุ่นมัว เพราะฉะนั้น ธรรมชาติของบุญก็คือเป็นเครื่องชำระจิตใจให้ผ่องใส ปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง

แต่มีครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งท่านบอกวิธีที่จะคนตายนั้นรับบุญได้แน่นอนถ้ายังไม่ไปเกิด คือ การฝากบุญนั้นไว้กับท่านพระยายามบาล พระแม่ธรณี เพราะเมื่อผู้ตายนั้นรับทุกข์จนถึงวาระแล้ว กรรมนั้นก็ต้องหมดลงไป ก็จะมีโอกาสที่จะรับบุญได้เพราะได้เลื่อนภพภูมิแล้ว

เราต้องเข้าใจว่าสัตว์โลกนั้นย่อมเป็นไปตามกรรม ใครทำได้ย่อมได้ดีไปอยู่ในภพภูมิที่ดี ถ้าหากทำชั่วก็ต้องไปอยู่ในภพภูมิที่มีแต่ความทุกข์ยากลำบาก ต้องรับผลกรรมที่ทำมา ใครจะมารับแทนไม่ได้ หรือจะช่วยให้พ้นทุกข์นั้นไม่ได้

หลายคนบอกว่ามีบรรพบุรุษหรือแม้กระทั่งดวงจิตวิญญาณที่เราไม่รู้จักมาเข้าฝันหน้าตาอิดโรยบอกว่า อยากกินโน่นอยากกินนี่ อาหารที่เขาเคยชอบเหมือนตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่

ดังนั้นคนที่บอกว่าทำอาหารที่คนตายชอบส่งไปให้นั้น เขาไม่ได้รับอาหารแบบนั้นหรอกไม่ว่าจะเป็นผัดเผ็ดปลาช่อน ไก่ย่าง ขาหมูอะไรที่เราเข้าใจกันผิดๆ ที่เขามาบอกอย่างนั้น

เราต้องรู้ว่า บุญที่ส่งไปให้นั้นเป็นของทิพย์ ทำให้เขาเหล่านั้นมีความสุขมากขึ้นในระดับหนึ่งทั้งเสื้อผ้าทิพย์ น้ำทิพย์ อาหารทิพย์ที่เขาได้รับนั้นไม่เหมือนกับอาหารที่เรากินหรือที่เราทำบุญ

แต่ที่เขามาปรากฏตัวมาขออาหารเหล่านั้น เพราะเขายังติดอยู่ในเรื่องจริตเดิมที่ก่อนตายเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น การที่เราเอาอาหารที่เขาชอบมาทำบุญนั้นก็ไม่ผิดแต่อย่างไร ยิ่งเป็นการแสดงเจตนาที่แรงกล้าที่จะช่วยส่งบุญนั้นไปถึงคนตายได้ ยิ่งพยายามทำมาก บุญนั้นก็มาก

แต่เราต้องพิจารณาด้วยปัญญาด้วย ว่าคนที่กินอาหารนั้นในความเป็นจริงเป็นใครกันแน่ ระหว่างผีกับพระสงฆ์ ที่เห็นได้ จับต้องได้ ท่านฉันอาหารเข้าปากให้เห็นกันต่อหน้าเลย

เราต้องพิจารณาด้วยความเหมาะสมด้วย พระสงฆ์บางรูปท่านมีอายุมากแล้ว ท่านควรจะฉันอาหารประเภทใด ท่านเป็นคนเหมือนเราทุกอย่าง เพียงแต่ท่านสละแล้วทางโลกมุ่งปฏิบัติธรรม

อาหารที่มาทำบุญนั้น ควรจะส่งเสริมให้ท่านเจริญในธรรมได้ดีขึ้น ไม่ใช่เพราะอาหารเหล่านั้นทำให้ท่านเกิดเป็นโรคต่างๆ ทั้งท้องเสีย เบาหวาน ไขมันอุดตันในเลือด ขอฝากไว้ให้ทุกท่านได้เข้าใจตามความเป็นจริงในข้อนี้ด้วย

สำหรับคำถามที่ว่า จะเชื่อมบุญในเรื่องอะไรได้บ้าง

ขอตอบว่า เราสามารถสร้างบุญและเชื่อมบุญไปได้ทุกเรื่องที่เราต้องการ หากเราต้องการที่จะให้แรงบุญที่เราทำนั้น ช่วยเราให้ดำเนินการในเรื่องใดให้สำเร็รลุล่วง เราก็ต้องการเชื่อมบุญในเรื่องนั้น กับคนที่เราอยากจะให้เห็นผลขึ้น

เราต้องการที่จะเชื่อมบุญในเรื่องใดก็ต้องเจาะจงไปในเรื่องนั้นๆ อย่าบอกไปกันรวมๆ พลังบุญที่เราทำมันอาจจะพุ่งตรงไปถึงจุดหมายไม่ได้ หรือไม่มีแรงพอ เพราะมันจะกระจัดกระจายกันปนเปไปหมด ควรทำที่ละเรื่องๆ เราทำการเชื่อมบุญได้หลายครั้งไม่จำกัดในแต่ละวันอยู่แล้ว

Read Full Post »