Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for พฤษภาคม, 2011

ทุกวันนี้เรื่องของกรรมเก่า ถูกนำมาใช้เพื่อสะกดสมองและจิตใจให้ผู้คนยอมจำนนกับปัญหา โดยไม่คิดที่จะทำอะไรเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเองหรือสถานการณ์ที่เลวร้ายให้กลับมาเป็นดีซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้องนัก

คำสั่งสอนขององค์พระศาสดาที่มีมากว่า 2,500 ปี ในเรื่องของการสร้างบุญกุศลที่เป็นกรรมดี การเพียรพยายามทำสิ่งที่ดีสู่ตัวเองและผู้อื่น การละเว้นความชั่ว พยายามที่จะควบคุมจิตใจประพฤติตนให้อยู่ในศีล ในธรรมนั้น

เป็นของวิเศษ เป็นกรรมใหม่ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วเป็นระยะเวลายาวนานว่า จะทำให้ชีวิตของคนทุกขึ้นดี เจริญขึ้น จะสุขหรือทุกข์น้อยลงเพียงใด ก็ขึ้นอยู่ที่ใครจะทำกรรมดีมากหรือน้อย ละเว้นกรรมไม่ดีได้เท่าใด

เป็นกรรมใหม่ในปัจจุบันที่เราทุกคนควรทำเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ผ่านมาอย่าไปเสียดาย เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ชีวิตเป็นของเราเอง

พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ที่คนไทยรู้จักกันดีนั้น เป็นพระเมตตามหากรุณาธิคุณของในหลวงองค์ปัจจุบันของเรา เพื่อการเตือนสติเราทุกคนไม่ให้ยอมแพ้ต่อกรรมและโชตชะตา ที่มีเนื้อเรื่องว่า ครั้งหนึ่งมีพ่อค้า 700 คน คนพวกนี้อยากรวยก็พากันลงเรือกันไปจะแสวงหาโชคลาภ

รอแล่นได้มาระยะทางหนึ่ง เจอกับพายุใหญ่พอเรือล่มพ่อค้า 700 คนเหล่านั้น ก็ไม่ทำอะไรพากันคุกเข่าอ้อนวอนเทวดาให้ช่วย สุดท้ายก็เลยจมน้ำตายหมด แต่พระมหาชนกไม่ทรงอ้อนวอน พยายามช่วยตัวเองทุกทาง ว่ายน้ำทวนกระแสกรรมแบบไม่ยอมแพ้ จนพระมหาชนกพบกับความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา

ในเรื่องของบุญและคุณงามความดีที่เราทำขึ้นมาใหม่นั้น มีฤทธิ์และพลังอำนาจที่สามารถจะไปช่วยผ่อนคลายกรรมเก่าที่เรากลัวหนักกลัวหนาเหมือนกับพยุร้ายที่จะพัดให้เรือชีวิตนั้นอับปาง บุญจะช่วยให้คลายจากที่หนักเปลี่ยนมาเป็นเบาได้ ดังที่ครูบาอาจารย์หลายท่านค้นพบและได้สอนอยู่เสมอว่า

กรรมดีและบุญฤทธิ์นั้นสามารถที่จะคลายกรรมเก่าได้

โดยเฉพาะคนที่เชื่อว่ามีกรรมเก่าส่งผลแต่ไม่ยอมจำนน  ยังมีเจ้ากรรมนายเวรนั้นตามราวีจนทุกข์ทรมาน มีปัญหามากมายในชีวิต บุญกุศลที่เราทำนี้ ยังสามารถไปขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตเหลือเพียงดวงจิตวิญญาณที่ตามราวีเราไม่เลิกรา ให้เขายกโทษเปลี่ยนใจอโหสิกรรมให้

เพื่อให้กรรมที่เราเคยทำกับเขานั้นส่งผลน้อยเท่าที่สุดหรือในบางกรรมนั้นตามมาส่งผลในชาตินี้ไม่ได้ เพราะเบาบางมาก แต่ถึงอย่างไรก็ดี  เราก็คงต้องได้รับเศษเวรเศษกรรมนั้นอยู่ดี เพราะกรรมนั้นเกิดขึ้นแล้ว จะเบาจะหนักหนาเพียงใด ก็ขึ้นอยู่ที่กรรมนั้นกำหนดจะส่งผลเมื่อใด หนักหนาเพียงใด ในชาตินี้หรือชาติไหนไม่มีใครล่วงรู้ได้เป็นไปตามกฎแห่งกรรม

อย่างน้อยถ้าไม่เชื่อในเรื่องกรรมเก่านี้ การทำความดีทั้งต่อตนเองและคนอื่น เชื่อว่าน่าจะเป็นทางที่ถูกต้องที่นำไปสู่ความเจริญ และจะทำให้เป็นที่รักนิยมชมชอบของคนทั้งปวงได้

หลักจากนี้ต่อไป จะเป็นการแนะนำในเรื่องของการสร้างบุญกุศลที่มีพลังอำนาจมากพอ ที่จะช่วยให้ทุกคนผ่อนคลายในเรื่องของวิบากกรรมไม่ดีลง เพื่อให้ทุกคนมีความสุข ความเจริญได้ตามที่ตนปรารถนา แต่ทั้งนี้นั้นขึ้นอยู่ที่บุญจะพาไปทั้งสิ้น

ใครที่ไม่เชื่อในเรื่องบุญและกรรมนั้น ก็ขอให้นึกเสียว่าเป็นความรู้อีกแขนงหนึ่งที่ รับรู้ไว้ไม่เสียหลาย แต่จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อคนที่เชื่อที่จะทำให้ชีวิตทุกคนเจริญ มีความสุขได้อย่างแน่นอน

แต่ขอบอกอย่างหนึ่งว่า เรื่องที่จะพูดถึงในหนังสือเล่มนี้ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ หรือชักนำให้หลงและงมงาย โปรดตั้งสติ มีสมาธิในการอ่าน และพิจารณาด้วยปัญญา ในบางบรรทัดที่มีการกล่าวอ้างชื่อครูบาอาจารย์คนสำคัญไว้ เพื่อแสดงความกตัญญูและเพื่อบูชาพระคุณความดีของท่าน ที่ได้พยายามสอนสั่งให้ทุกคนเข้าใจ และนำไปปฏิบัติให้เกิดผลดีต่อชีวิตของทุกคน

สำหรับท่านที่อ่านแล้วไม่เข้าใจหรือต้องการความรู้เพิ่มเติม ขอแนะนำว่า ควรไปหาหนังสือปาฏิหาริย์เชื่อมบุญ เล่มที่หนึ่ง มาอ่านประกอบกัน ท่านจะเข้าใจในเรื่องของการสร้างบุญบารมีที่ถูกต้องและวิธีการนำบุญกุศลนั้นมาเชื่อมบุญให้กับทุกเรื่องของชีวิตได้แล้วท่านจะสัมผัสและรับรู้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีใครมาบอกอีกเลยว่า

บุญนั้นเป็นที่พึ่งได้จริง

โฆษณา

Read Full Post »

อดีตนั้นบอกถึงสภาวะในปัจจุบัน และปัจจุบันจะเป็นตัวบอกว่า อนาคตของเรานั้นเป็นอย่างไร

กรรมเก่าที่เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องของกฎแห่งกรรมนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เราทุกคนได้ตระหนักถึงความจริงในชีวิตว่า ชีวิตของเรานั้นในชาตินี้ที่พบกับความทุกข์ยาก ความลำบากในการมีชีวิตไม่ว่าจะด้วยการพิการ ความไม่มี ความขัดสนจนเงินทอง การไม่มีเกียรติ การโดนดูถูกเหยียดหยาม

เราทุกคนสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้ด้วยการกระทำกรรมดีที่เป็นกรรมใหม่ของเราเองได้

ชีวิตของเรานั้นไม่ได้จะดีขึ้นมาได้ ด้วยการดลบันดาล การช่วยเหลือของเทพยดาหรือใครหน้าไหนทั้งสิ้นแบบเต็มร้อย เราต้องมีกรรมดีของเราเอง ในส่วนที่ท่านช่วยนั้นเป็นด้วยความเมตตา แต่ไม่ได้ช่วยทั้งหมด มีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตก็วิ่งไปหาท่าน สารพัดที่จะบนบานหวังที่จะให้ท่านช่วย อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจว่า

หลายคนหมดอาลัยตายอยาก คิดสั้นๆ เพียงว่า ชีวิตที่ดีหรือตกต่ำเป็นเพราะพรหมนั้นลิขิตหรือกำหนดมา ก็จึงไม่คิดจะทำ จะสร้างอะไรให้ตนเองนั้นดีขึ้นมา

หลายคนจึงปล่อยชีวิตเหมือนขอนไม้ หรือปลาตายที่สุดแต่กระแสน้ำจะพัดพาไป ดูแล้วน่าเศร้าใจยิ่งนัก

กฎแห่งกรรมที่พระพุทธองค์นั้นทรงค้นพบ และนำมาสั่งสอนโปรดสัตว์โลก ก็เพื่อช่วยให้เรามีปัญญา มีใจที่สว่างเห็นความถูกต้องที่เป็นเหตุและเป็นผล เห็นคุณค่าของความเพียร ความมานะบากบั่นที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

ผมอยากจะยกตัวอย่างของคนสองคนมาเปรียบเทียบให้ท่านผู้อ่านได้สัมผัสเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องของกรรมเก่าและกรรมใหม่

คนแรกนั้นชื่อ สมพร เขาเป็นคนพิการมาตั้งแต่เกิด ขาทั้งสองข้างนั้นลีบเดินไม่ได้ เขาเป็นคนที่เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เขาจึงพยายามศึกษาเรียนรู้ว่า สาเหตุอะไรที่เขาต้องมาพิการมีชีวิตที่แสนลำบากแบบอย่างนี้

เขารู้ว่า เพราะในอดีตชาติซึ่งไม่รู้ว่าชาติไหนแน่ ตัวเขาเองนั้นต้องเคยทำกรรมไม่ดีบางอย่างเอาไว้ที่มาส่งผลในชาตินี้ อาจจะเคยกักขัง หน่วงเหนี่ยวทรมานสัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตให้ทนทุกข์ทรมาน

อาจจะบังคับให้สัตว์นั้นไปไหนไม่ได้จนสัตว์นั้นขาพิการ ชาตินี้เขาจึงต้องเกิดมาชดใช้กรรมที่เขาก่อขึ้น เกิดมาลืมตาดูโลกกรรมนั้นตามสนองต้องกลายมาเป็นคนพิการเดินเหินแบบคนปกติเขาไม่ได้

เขาเข้าใจถึงที่มาแล้วว่า ทำไมเขาต้องรับผลจากการกระทำที่ผ่านมา เขารู้ดีว่าไม่มีใครใหญ่เกินกรรมไปได้ และเขาไม่มีทางย้อนเวลาไปแก้กรรมนั้นได้ เพราะกรรมนั้นเกิดขึ้นแล้วในอดีต

ดังนั้นในชาตินี้ภพนี้ เขาจึงพยายามที่แก้ไขในปัจจุบันเท่าที่เขาทำได้ เมื่อครูบาอาจารย์ชี้ทางสว่างว่า บุญนั้นเป็นที่พึ่งได้จริง เขาจึงเพียรทำบุญกุศลทุกครั้งที่มีโอกาส และอุทิศบุญกุศลเพื่อไปขออโหสิกรรมต่อดวงจิตวิญญาณที่เขาเคยทำกรรมไม่ดีเอาไว้ ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ชื่ออะไรอยู่ที่ไหน แต่เขาทำเพราะด้วยความสำนึกผิดจริงๆ แล้วทุกคนที่เขาทำบุญ เขาก็มีกำลังใจในการสู้ชีวิต

เมื่อทำบุญคราใดเขาก็จะอธิษฐานทุกครั้งว่า ด้วยบุญกุศลที่เขาทำไปนั้น ขอจงส่งผลให้ชาติหน้าฉันใด ขอให้เขาได้เกิดมามีร่างกายที่ครบถ้วนเหมือนคนอื่นทั่วไป ขอให้ความขัดข้องและความไม่มีจงอย่างบังเกิดขึ้นกับเขาอีกเลยในชาติปัจจุบันรวมไปถึงชาติต่อไปจนกว่าจะถึงนิพพาน คือ การไม่กลับมาเกิดอีกแล้ว ซึ่งเขาคิดว่าเป็นการกระทำที่ดีที่สุดเท่าที่เขาทำได้แล้วในชาตินี้

เพราะเมื่อทำบุญครั้งใดจิตใจของเขาก็ผ่องใส มีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตที่เหลืออยู่ เหมือนมีน้ำใหม่เข้ามาเติมชีวิตที่แห้งแล้งของเขาให้รู้สึกชื่นช่ำ  เขาเชื่อว่า กรรมดีหรือการกระทำดีใหม่ในชาตินี้ จะมีผลต่อชีวิตเขามากที่สุดตราบที่เขายังมีลมหายใจอยู่

ในชาตินี้เขาก็พยายามที่จะระมัดระวัง ไม่ไปเบียดเบียนใครทั้งสิ้น และมีเมตตาต่อสัตว์และเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ขยันขันแข็งไม่งอมืองอเท้า แม้จะพิการก็สู้ชีวิตแบบยิบตา

เพราะเขารู้ดีแล้วว่า การทำดีของเขาจะต้องส่งผลให้เขาในภายภาคหน้า เขามีเมตตาและการให้ของเขา ทำให้เขาเป็นที่รักของคนทั้งปวงที่อยู่แวดล้อมเขา

สมพรอดทนเพียรพยายามทำความดี และเมื่อใจเขามีกำลังเพราะเขารู้จักการทำทาน ถือศีล และมีปัญญาที่มาจากการทำสมาธิ ทำให้เขากลายเป็นคนที่ภาษาชาวโลกสมัยใหม่เรียกว่า คิดบวกและทำบวกอยู่ตลอดเวลา

เขาจึงคิดอยู่เสมอว่า ตัวเขาเองยังโชคดีมากกว่าคนอื่นหลายเท่านัก แม้ขาจะพิการ แต่ยังมีแขนเหลืออีกตั้ง 2 ข้าง มีหูตาที่ดีกว่าคนอื่นอีกหลายคน เขาพยายามที่จะหาอาชีพที่สุจริตทำ ไม่ทำตัวให้น่าสมเพชไม่เป็นภาระให้คนอื่น  เขาไม่ยอมมีชีวิตอยู่มานั่งให้ใครหน้าไหนก็ตามมาลิขิตชีวิตของเขา

เขาเชื่อในเรื่องกรรมเก่า แต่ไม่ไปนั่งฟูมฟายเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร เพราะมันเกิดขึ้นมาแล้ว

เขารู้ดีว่าถ้าเขาลงมือทำเมื่อใด เขาก็จะได้รับผลดี ไม่ใช่มีเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใดจะมาดลบันดาลช่วยเขาทุกอย่าง ทุกเรื่องแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ เขาเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีจริง แต่ท่านจะช่วยคนที่ลงมือทำความดีเท่านั้น

เขารู้ดีว่าอันดับแรก ที่จะทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้นก็คือ ตนนั้นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน เขาจึงเร่งในการสร้างกรรมใหม่ในปัจจุบันเพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนให้เป็นไปในทางที่ดีงาม

ซึ่งผิดกับคนที่สองที่ชื่อ ทวีเดช ที่มีอวัยวะครบถ้วนทั้ง 32 ประการ ซึ่งก็เรียนรู้เรื่องกฎแห่งกรรมเช่นกัน แต่กลับไปเน้นที่กรรมเก่าและการยอมจำนนต่อกรรมเก่า ทวีเดชนั้นเกิดมาเป็นคนหัวไม่ดีนัก หรือเรียกว่า สติปัญญาน้อย

เขาเรียนรู้มาเช่นกันว่าเหตุที่เป็นเช่นนั้นเป็นเพราะกรรมเก่า ที่ชาติหนึ่งชาติใดในอดีต เขาอาจเคยเป็นผู้ทำตัวเสเพล เมาสุรา มั่วสุมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่ผลต่อสมองหรือเป็นผู้ชักนำมีส่วนเกี่ยวข้องให้คนอื่นร่วมทำกรรมไม่ดีนี้ด้วย

พอมาในชาตินี้ เขาจึงมีสติปัญญาที่ไม่ดีนัก เมื่อรู้อย่างนี้ก็หมดอาลัยตายอยาก คิดว่าตัวเองนั้นสมองไม่ดีแล้ว ทำอย่างไรก็คงไม่ดีขึ้น ดูถูกตัวเองว่าไม่มีทางสู้คนอื่นเขาได้ ก็เลยปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม แบบว่าอะไรมันจะเกิดก็ให้มันเกิด ไม่มีความมานะอดทนที่จะเสาะแสวงหาความรู้ หรือสร้างกรรมดีใหม่เพื่อมาลบล้างกรรมเก่า

ทั้งๆ ที่รู้จักกรรมแต่ทำไม่ไม่รู้ตัวเองว่า เพราะขาดความเพียร ความมานะบากบั่น จึงทำให้เรียนได้ไม่สูง ไม่เพียงพอที่จะหางานดีๆ เลี้ยงชีวิตตัวเองและตอบแทนพระคุณพ่อแม่ได้ เมื่อมาได้เมียก็เพราะความไม่มีปัญญามากพอขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง บอกกับตัวเองว่าไม่มีทางเลือกเพราะพรหมลิขิตไว้แล้ว แทนที่จะใช้ปัญญาเลือกจากคนที่มีศีล มีปัญญา มีศรัทธา มีการให้ที่เท่ากัน เสมอกัน

เมื่อยอมจำนนต่อกรรมแบบนั้น ชีวิตของทวีเดชจึงมีแต่ความวุ่นวายมากกว่าความสุข ต้องตกระกำลำบากอดมื้อกินมื้อ เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยแทนที่จะพิจารณาว่ามาจากสาเหตุใด กินอาหารไม่ครบมื้อ ขาดสารอาหารอะไร ทำไมถึงทำให้เป็นโรคร้าย

ไม่ดูแลร่างกายตนเองเมื่ออากาศเปลี่ยน หรือแม้กระทั่งโรคที่เป็นอยู่ประจำเพราะมาจากกรรมพันธุ์ ทวีเดชไม่รู้ที่มาที่ไป ปล่อยให้พฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องของตนเองก่อให้เกิดโรค แทนที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อจะป้องกันโรค

ก็ไปโทษว่าเป็นโรคเวรโรคกรรมเก่าทั้งนั้น

ชีวิตของทวีเดช จึงเป็นชีวิตที่รู้จักกรรมแต่ไม่เข้าใจในกรรมดีพอ เหมือนตกนรกทั้งเป็น แต่สมพร ผู้ไม่ยอมจำนนต่อกรรมเก่า เหมือนขึ้นสวรรค์ทั้งเป็นแม้ร่างกายพิการ

เหมือนคนที่เป็นเมียแล้วถูกผัวซ้อม และทำร้ายหัวใจต่างๆ นานา ร้อยทั้งร้อยที่เป็นคำแนะนำที่ฝ่ายหญิงมักจะได้รับจากผู้เห็นใจหรือเพื่อนๆ ญาติพี่น้องก็คือ ทำใจเสียเถอะมันเป็นกรรมเก่าหรือผลของกรรมที่ทำมา เพราะกรรมเก่าจึงต้องมานั่งทนทุกข์ ชดใช้กรรมนั้นจนกว่าจะหมดสิ้นกันไป ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะหมดเสียที นอกจากจากตายจากกันไปหรือหนีไป

นี่คือ ตัวอย่างของการอ้างกฎแห่งกรรม มาใช้ที่ทำให้ผู้คนยอมจำนนต่อปัญหา จำนนต่อกรรมที่เห็นได้ชัด

จริงอยู่การเลือกผู้ชายมาเป็นผัวนั้น ฝ่ายหญิงนั้นคิดผิดตั้งแต่แรกแล้วที่หลับหูหลับตาหรือมีกรรมอะไรมาบังตาจนไม่เห็นความเลวร้ายที่ซุกซ่อนอยู่หรือเป็นเพราะกรรมนั้นลิขิต ที่ต้องมาชดใช้กัน จึงหลงเลือกผู้ชายไม่ดีมาเป็นผัว ซึ่งก็เป็นเรื่องที่พอจะรับฟังได้ 

แต่ในเวลาต่อมา ที่ทนยอมให้ผัวทำร้ายเตะต่อยนั้น ส่วนหนึ่งเราต้องใช้สติปัญญาพิจารณากันอย่างละเอียดว่าไม่ใช่เรื่องของกรรมเก่าหรือการชดใช้กรรมแล้ว แต่เป็นการสร้างกรรมใหม่ และกรรมใหม่ที่ผู้หญิงเลือกที่จะสร้างขึ้นมาแล้วให้ผู้ชายมาทำร้ายนั่นเอง ต้องมานั่งพิจารณาว่า ฝ่ายหญิงนั้นบกพร่องในเรื่องใด

ฝ่ายหญิงเป็นคนที่ชอบเที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้าเมายา ติดการพนัน จนการงานไม่ทำ งานบ้าน ลูกเต้าไม่ดูแลหรือไม่

ฝ่ายหญิงเป็นผู้มักมากในกาม คบชายชู้ หรือทำตัวสำส่อนหรือไม่

ฝ่ายหญิงไม่รู้จักปรับปรุงเนื้อตัว ปล่อยตัวเองตามยถากรรม เหมือนผีบ้า ใครเขาจะพาไปไหนด้วย โกหกไฟแลบ เที่ยววิ่งยืมเงินคนสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวหรือไม่

กรรมใหม่ที่สร้างขึ้น นี่แหละที่เป็นตัวการทำให้เธอต้องพบกับความเลวร้ายในชีวิต พูดอีกอย่างก็คือ ความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับฝ่ายหญิง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการกระทำในปัจจุบันของเธอเอง ไม่ใช่เป็นเพราะกรรมเก่าในอดีต ไม่ว่าในชาตินี้หรือชาติที่แล้ว แต่เป็นกรรมใหม่หรือการกระทำใหม่ล้วนๆ ที่เธอสร้างขึ้นมา

เป็นที่น่าเศร้าใจมาก ที่ทุกวันนี้มีคนจำนวนไม่น้อยมีความเข้าใจที่ผิดๆ เหมือนกับทวีเดชและผู้หญิงที่ถูกผัวทำร้ายและยอมแพ้ ยอมจำนนต่อกรรมเก่าว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตนเองทั้งหมดล้วนเป็นเพราะกรรมเก่าทั้งสิ้น

เมื่อเกิดอะไรขึ้นไม่ดีไม่งาม เกิดอุปสรรคต่างๆ ในด้านการทำงาน การขัดสนเงินทอง การทะเลาะเบาะแว้ง การผิดประเวณี ครอบครัวแตกแยกเกิดอุบัติเหตุ เจ็บไข้ได้ป่วย ฯลฯ

แทนที่จะเร่งสร้างการกระทำใหม่ที่ดี โดยมีกรรมเก่าเป็นบทเรียน กลับไปโทษสิ่งอื่นนอกจากตัวเอง  แพะรับบาปตัวแรกก็คือ ไอ้กรรมเก่านี่แหละ

Read Full Post »

อย่ายอมจำนนต่อกรรมเก่า เร่งทำกรรมดีมาแก้ไข

เป็นที่น่าดีใจเป็นอย่างยิ่งที่คนรุ่นใหม่ในยุคนี้ สนใจเรื่องของกรรมกันมากขึ้น เพราะเริ่มทราบและตระหนักดีแล้วว่าทั้งกรรมเก่าและกรรมใหม่ในชาติปัจจุบันนั้น เป็นเหตุที่มาของผล หรือเป็นจุดเริ่มต้นสิ่งที่เกิดขึ้นชีวิตในปัจจุบันไม่ว่าจะดีหรือร้ายเพียงใด

เราทุกคนที่พยายามศึกษาเรื่องกรรมนั้น พอที่จะทราบแล้วว่า กรรมเก่าที่มีจุดเริ่มต้นจากเหตุหรือการกระทำในอดีต และกำลังส่งผลมาให้เราทุกคนตั้งแต่เกิดและยังคงส่งผลไปจนเราตายจากโลกนี้ไป

แต่กรรมใหม่เป็นการกระทำที่เราได้สร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อมาลิขิตชีวิตของเราในชาตินี้ว่า เราต้องการให้ชีวิตไปในทิศทางใด เราต้องการอะไรในชีวิต กรรมใหม่ที่สร้างนี้มีความสำคัญมากไม่แพ้กรรมเก่า

เป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การที่คนเราทุกคนจะล่วงรู้ไปถึงกรรมในอดีตชาตินั้น เป็นเรื่องที่ยากเย็นเป็นอย่างยิ่ง คนที่จะล่วงรู้อดีตชาติได้นั้นมีอยู่ 3 ทางเท่านั้น

หนึ่ง เป็นผู้ปฏิบัติธรรมชั้นสูงถึงขึ้นแล้ว

สอง เป็นผู้มีบุญมากและกรรมกำหนด  เป็นผู้มีเชื้อเก่ามาก่อนและติดตัวมาด้วยในชาตินี้

สาม ต้องตายไปแล้วเท่านั้นถึงจะรู้

ถ้าเราไม่มีทั้งสามทางนี้ บอกได้เลยว่าไม่มีทางที่จะรู้เรื่องเหล่านี้ได้เลย

สำหรับช่องทางที่หนึ่ง ครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติธรรมชั้นสูงถึงขั้นที่จะสำเร็จอภิญญาเท่านั้น มีพลังจิต พลังอำนาจที่จะล่วงรู้อดีตชาติทั้งของท่านและผู้อื่นได้นั้นในยุคนี้มีน้อยยิ่งนัก

อีกทั้งครูบาอาจารย์ผู้ล่วงรู้เรื่องเหล่านี้ ท่านก็มักจะไม่บอกเพราะท่านถือว่า อดีตมันล่วงเลยไปแล้ว ไม่ควรที่คนเราทุกคนจะไปยืดติด รู้ก็เพียงรู้ รู้เพียงเพื่อจะระวังไม่ไปทำแบบนั้นอีกก็เท่านั้นเอง รู้เพื่อจะแก้ไขปรับปรุงกรรมใหม่ให้ดีขึ้น

ไม่ใช่รู้เพื่อจะไปแก้กรรมเก่า ที่หลายคนพยายามเดินทางเที่ยวเสาะหาเคล็ดวิธีแบบง่ายๆ ที่มีทั้งถูกต้องและไม่ถูกต้อง เพื่อไปแก้กรรมเก่า

กรรมนั้นแก้ไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น มีแต่การไปขออโหสิกรรมเท่านั้น ถึงแม้จะอโหสิกรรมแล้ว ยังคงต้องได้รับเศษเวรเศษกรรมจะให้ยุติแบบสิ้นเชิงนั้นเป็นไปไม่ได้ เศษกรรมเก่านั้นต้องส่งผลแน่นอน แต่จะเป็นเมื่อไรนั้น ไม่มีใครรู้ได้

แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในชาติที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ ก็ทรงรับกรรมเก่ามาทุกชาติ แม้แต่พระอรหันต์กว่าจะสำเร็จหลุดพ้นหนีกรรมไปได้ ท่านก็เคยรับกรรมเก่าเช่นกัน 

คนทุกคนควรที่จะสนใจในเรื่องของกรรมปัจจุบันมากกว่า ที่เราทุกคนเห็นและจับต้องได้จริง เพื่อความไม่ประมาทในชีวิต ที่จะสำรวม ยับยั้งชั่งใจ อดทน อดกลั้นไม่ไปสร้างกรรมไม่ดีที่จะเป็นเหตุนำไปสู่ผลร้ายในชีวิตอีก

เรื่องของกรรม เหตุที่มาของผลที่ได้รับนั้น ไม่มีใครจะให้คำตอบได้ดีและถูกต้องเท่ากับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้ทุกสิ่ง ถึงเหตุที่มาและที่ไปของทุกสรรพสิ่งใน 3 โลก

ในสมัยพุทธกาล ในคราวที่ พระพุทธเจ้า ทรงประทับที่เชตวันวนาราม ได้มีเทวดาชื่อ “ปัณณเทพ” ที่เป็นหัวหน้าเทวดาที่มาชุมนุมกันอยู่ในที่นั้น ได้กราบทูลถามพระพุทธองค์ด้วยความสงสัยในเรื่องของกรรมว่า

ทำไมบางคนเกิดมาได้รับความลำบากยากแค้น แต่บางคนมีทรัพย์มั่งคั่ง บางคนรูปร้ายทุพพลภาพ บางคนอายุสั้น และบางคนอายุยืนยาวนั้นเป็นเพราะเหตุใด

พระพุทธองค์ตรัสว่า การที่คนเกิดมาและอยู่ดีมีสุขนั้น เป็นเพราะในชาติก่อน ได้ทำบุญให้ทานถือศีลฟังธรรม

ส่วนคนที่เกิดมาลำบากเข็ญใจนั้น เป็นเพราะในชาติก่อนมิได้ทำบุญให้ทาน ไม่สงเคราะห์แก่ผู้ใด มีแต่กระทำบาป เมื่อตายแล้วก็ไปเกิดในนรก พ้นจากนรกก็เกิดเป็นเปรต หากยังมีกรรมหนาแน่นอยู่หรือเคยฆ่าสัตว์มาก่อน ก็ต้องเกิดเป็นสัตว์ที่ตนเคยฆ่าอีกห้าร้อยชาติ แล้วจึงเกิดมาเป็นคนอนาถายากไร้

คนที่มีรูปงามและมีอายุยืนนั้น ก็เนื่องมาจากอดีตชาติเคยทำบุญให้ทาน รักษาศีล ไม่เบียดเบียนสัตว์ ไม่อิจฉาริษยาขึ้งโกรธต่อผู้ใด คนที่มีแต่ความอิจฉาริษยาอยู่ในใจนั้น มักเป็นผู้ผูกโกรธและไม่ทำบุญรักษาศีล พอเกิดมาจึงมีรูปร่างไม่งดงาม หรืออวัยวะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือมีอายุสั้น

คนที่เกิดมามีสติปัญญาและความจำดี มีศิลปวิทยาเป็นประโยชน์ต่อตนและครอบครัว ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่บ้านเมือง หรือเป็นครูผู้สอนศิลปวิทยาแก่ผู้อื่นมาก่อน เมื่อเกิดมาอีกจึงมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด

ส่วนคนที่เกิดมาแล้วโง่ทึบหรือเป็นบ้าเป็นใบ้นั้น เป็นเพราะในชาติก่อนมิได้ศึกษาเล่าเรียน ไม่ได้ฟังคำสอน หรือมีผู้สอนแล้วไม่เชื่อฟัง ก็ทำให้เกิดมาเป็นคนโง่ทึบและเป็นบ้าใบ้

สิ่งที่พระพุทธเจ้าตอบหัวหน้าเทวดาไปนั้น เป็นเรื่องของกฎแห่งกรรมที่พระพุทธองค์ได้ค้นพบในกฎธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ที่ควบคุมทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ไว้

การศึกษาเรื่องกฎแห่งกรรม และกรรมเก่านั้นก็เป็นเรื่องที่ดียิ่งสำหรับมนุษย์ทุกคน แต่ขอให้เป็นเพียงรู้เพื่อจะไม่ไปสร้างกรรมใหม่ให้เกิดขึ้น เอากรรมเก่าและผลเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนเอามาเป็นครูบาอาจารย์

เพื่อนำมาเตือนสติตัวเองให้เกิดปัญญาที่ถูกต้อง เพื่อมายับยั้งชั่งใจถ้าคิดจะทำอะไรนอกลู่นอกทาง ที่อาจจะไปสร้างกรรมไม่ดีขึ้นมา ก็จะรู้ว่าผลจากการกระทำนั้นจะทำให้ชีวิตมีแต่ความทุกข์ยากลำบาก ก็ไม่ลงมือทำลงไปทั้งกาย วาจา ใจ

แต่ชีวิตของคนเราทุกคนนั้น อย่าไปยอมจำนนต่อกรรมเก่า ตกเป็นทาสของกรรมเก่าจนโงหัวไม่ขึ้น ไม่ยอมทำอะไรเลย นอนรอกรรมเก่าอย่างเดียว

พระพุทธองค์ได้เคยตรัสไว้ว่า

ลัทธิกรรมเก่าหรือปุพเพกตเหตุวาท นั้นเป็นลัทธิความเชื่อที่อยู่นอกศาสนาพุทธ ไม่ใช่คำสั่งสอนของพระองค์และแน่นอนว่า ความเชื่อ สิ่งใดหรืออะไรก็ตามที่อยู่นอกศาสนาพุทธนั้นไม่ใช่ทางที่จะทำให้มนุษย์นั้นหลุดพ้นจากทุกข์ไปได้

พวกคลั่งลัทธิกรรมเก่า จะมีความเชื่อที่ว่า สิ่งใดก็ตามที่ได้ประสบ จะเป็นสุขก็ตามทุกข์ก็ตาม มิใช่สุขมิใช่ทุกข์ก็ตาม ล้วนเป็นเพราะกรรมที่ได้ทำไว้ในปางก่อนซึ่งเป็นเรื่องจริง แต่ที่น่าสงสารก็คือ คนพวกนี้จึงยอมจำนนต่อกรรมเก่า โดยไม่ยอมทำอะไรเลยเพื่อจะไปแก้ไขให้มันดีขึ้น ซึ่งน่าสงสารมากที่ปล่อยให้ชีวิตของตนเหมือนกับท่อนไม้ลอยไปตามยถากรรม

ในศาสนาพุทธ สอนให้ทุกคนอยู่กับความเป็นจริง อยู่กับกรรมในปัจจุบัน ไม่พะวงหรือติดยึดกับกรรมเก่า รู้เพียงรู้แล้วอย่าไปทำแบบเดิมๆ ให้ชีวิตต้องทนทุกข์อีก

Read Full Post »

« Newer Posts