Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

15110279_1559290910751402_564941387923974003_o

หลายคนคงเคยได้ยินพุทธวจนะนี้ทั้งคำบาลีและภาษาไทย

เพราะเหตุใด การให้ธรรมทานจึงเหนือกว่าทุกการให้

การให้หรือการช่วยเหลือ สงเคราะห์ อุปถัมภ์คนด้วยวัตถุทาน นั้นถือว่าเป็นบุญกุศลจัดอยู่ในทาน

ซึ่งวัตถุทานนั้น ช่วยทางด้านกายเนื้อ
ช่วยให้เขารอดพ้นจากความทุกข์ ความลำบาก ความเดือดร้อน

แต่เป็นการช่วยชั่วครั้งชั่วคราว หมายถึง ช่วยให้ผ่านไปได้
เป็นบางครั้ง
แต่ก็คงไม่ได้ช่วยตลอดไป

แต่การให้ธรรมทาน
ที่ถูกต้อง ถูกธรรมนั้น
ช่วยเปลี่ยนจิต เปลี่ยนกรรมได้

หากผู้รับ เข้าถึง คิดได้
นำไปใช้กับชีวิต
ชีวิตเขาจะเหมือนชีวิตใหม่
ได้ชีวิตใหม่
ที่อยู่ในเส้นทางบุญ
เส้นทางที่ถูกต้อง

และไม่ได้ช่วยเขาคนเดียว
แต่ช่วยคนรอบข้างเขาด้วย
เพราะเมื่อเขาเปลี่ยนจากไม่เข้าใจเป็นเข้าใจ

จากไม่รู้จักกรรมดี เป็นรู้จักทำได้
ชีวิตเขาจะไปในทางดี
นำคนอื่นไปสู่สิ่งที่ดีด้วย
ไม่ว่าจะเป็นเมีย เป็นลูก เป็นพ่อแม่ หรือใครก็ตามรอบข้างเขา

ผู้ให้ธรรมทานนั้น
จึงเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่มาก
ให้ชีวิต นำคนสู่บุญกุศล
อันเป็นบุญที่ประมาณมิได้

และยิ่งธรรมทานนั้น
ความคิดนั้น บทความนั้น
มาจากพระพุทธเจ้า พระอรหันต์เจ้า พระมหาโพธิสัตว์
พระโพธิสัตว์ พระอริยเจ้า
หรือผู้ปฏิบัติธรรมชั้นสูงแล้ว

อานิสงส์แห่งบุญนั้นมหาศาล ประมาณมิได้จริงๆ

ในทางโลกนั้น การให้ธรรมทานนั้น
ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
คงดีกว่าให้การ์ดอวยพร
ยาดม ยาหอม ยาหม่อง
หรืออะไรที่ง่ายๆ หยิบฉวยง่าย
หลายครั้งที่ผู้รับไม่ได้ใช้
รับมาตามธรรมเนียม

ในงานกุศลนั้น
ยิ่งในงานที่ระลึกถึงผู้ตาย
การทำธรรมทานแจก
เป็นการสร้างบุญที่ยิ่งใหญ่มาก
แก่ผู้ตาย ที่ได้อานิสงส์มาก
เป็นการเพิ่มบุญให้ผู้ตายได้แน่นอน
เมื่ออุทิศถูกต้อง ตรงทาง

ธรรมทานที่ดีนั้น…
จึงเหนือกว่าทานทั้งปวงหลายเท่า

ขอให้พิจารณาด้วยสติ ด้วยปัญญา ด้วยภูมิธรรม
ขอบุญรักษา
ธ.ธรรมรักษ์

14937394_1534725826541244_7036055649404812833_n

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงมีพระราชศรัทธาปสาทะอันแน่วแน่มั่นคงในบวรพุทธศาสนา
โดยได้เสด็จออกทรงพระผนวช
ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม-๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๙

ซึ่งทรงได้รับสมญานามจากพระราชอุปัชฌาจารย์ ว่า “ภูมิพโล”
ในระหว่างที่ทรงผนวชนั้นได้ทรง ศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด

ดังที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ทรงเล่าถึงพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขณะทรงพระผนวชว่า

“…พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะได้ทรงพระผนวชตามราชประเพณีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นหามิได้ แต่ทรงพระผนวชด้วยพระราชศรัทธาที่ตั้งมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง มิได้เป็นบุคคลจำพวกที่เรียกว่า หัวใหม่ ไม่เห็นศาสนาเป็นสำคัญ แต่ได้ทรงเห็นคุณค่าของพระศาสนา
ฉะนั้น ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาสามัญก็กล่าวได้ว่า บวชด้วยศรัทธา เพราะทรงผนวชด้วยพระราชศรัทธา ประกอบด้วยพระปัญญา และได้ทรงปฏิบัติพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด…”

“…ในด้านหน้าที่ราชการนั้น ก็ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางพระพุทธศาสนา ตามราชประเพณีโดยมิได้ขาดตกบกพร่อง เช่น พระราชกรณียกิจเนื่องในเทศกาลสำคัญทางพระพุทธศาสนา พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ในการบูรณปฏิสังขรณ์พระอารามต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และในหัวเมือง พระราชทานแต่งตั้งสมณศักดิ์แด่พระสงฆ์ในการเอื้ออำนวยแก่การปกครองคณะสงฆ์และเชิดชูผู้ทรงศีลทรงธรรมให้เป็นที่ปรากฏ ตลอดถึงพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ การสั่งสอนและการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ในด้านที่เป็นการส่วนพระองค์นั้น ก็ทรงปฏิบัติพระองค์ยึดมั่นอยู่ในคุณธรรมของพระพุทธศาสนา มีราชธรรม เป็นต้นดังกล่าวแล้ว ทรงศึกษาพระพุทธศาสนา และทรงนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นการส่วนพระองค์ในโอกาสต่างๆ และบำรุงพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นจำนวนมากมิได้ขาด…”

***ส่วนหนึ่งในหนังสือ “ธรรมะของพระเจ้าอยู่หัว”
สุดยอดหนังสือธรรมทานในภพชาตินี้

ธรรมะของพระเจ้าอยู่หัว

14907195_1533415853338908_3353859795163555264_n

พระราชปุจฉา กับ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
ณ วัดป่าอุดมสมพร อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพระบรมสานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปกราบนมัสการหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ถึงวัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ในคราวเสด็จพระราชทานผ้าพระกฐินส่วนพระองค์ครั้งแรก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นมัสการและมีพระราชปุจฉา(คำถาม) หลวงปู่ฝั้น มีข้อความสำคัญตอนหนึ่งว่า

พระราชปุจฉา : ทำอย่างไร? ประเทศชาติประชาชน จะอยู่ดีกินดี มีความสามัคคีปรองดองกัน

หลวงปู่ฝั้น : ให้เข้าหาพระศาสนา เพราะศาสนาสอนให้ละชั่ว กระทำความดี ทำใจให้ผ่องใส

พระราชปุจฉา : คนส่วนมากทำดี คนส่วนน้อยทำชั่ว จะทำให้คนส่วนมากเดือดร้อนไหม ทำอย่างไรจึงจะแก้ไขได้

หลวงปู่ฝั้น : ขอถวายพระพร ทุกวันนี้คนไม่รู้ศาสนา จึงเบียดเบียนกัน ถ้าคนเรานึกถึงตนแล้วก็ไม่เบียดเบียนกัน เพราะต้องการความสุขความเจริญ คนอื่นก็เช่นกัน

คนทุกวันนี้เข้าใจว่าศาสนาอยู่กับวัด อยู่ในตู้ ในหีบ ในใบลาน อยู่กับพระพุทธเจ้าประเทศอินเดียโน่น จึงไม่สนใจ บ้านเมืองจึงเดือดร้อนวุ่นวาย มองหน้ากันไม่ได้

ถ้าคนเราถือกันเป็นบิดามารดา เป็นพี่เป็นน้องกันแล้วก็สบาย ไปมาหาสู่กันได้ เพราะใจเราไม่มีเวร เวรก็ไม่มีใจ เราไม่มีกรรม กรรมก็ไม่มี

ฉะนั้น ให้มีพรหมวิหารธรรม อย่างมหาบพิตรเสด็จมานี้
ทุกอย่างเรียบร้อยหมด

ในคราวเดียวกันนั้น สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และทูลกระหม่อมสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงทั้งสองพระองค์ ได้เสด็จติดตามเข้านมัสการหลวงปู่ฝั้น อาจาโร โดยประทับบนพื้นพรม

สมเด็จฯ : ท่านอาจารย์ไปพักวัดบวรฯบ่อยไหม?

หลวงปู่ฝั้น: สมัยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ไปพักบ่อย ทุกวันนี้ไม่ได้ไป ท่านเจ้าคุณศาสนโสภณนิมนต์เหมือนกัน (ท่านเจ้าคุณพระศาสนโสภณ ต่อมาได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระญาณสังวร และก็คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ในเวลาต่อมา)

สมเด็จฯ : ถ้าท่านอาจารย์ไปพักที่วัดบวรฯ ดิฉันจะไปนมัสการ ดิฉันสนใจภาวนามานานแล้ว แต่เมื่อนั่ง จิตไม่ค่อยสงบ ได้ไปเรียนท่านเจ้าคุณศาสนโสภณ ท่านบอกว่า เป็นเรื่องยุ่งยาก

หลวงปู่ฝั้น: ไม่ว่าจะนั่ง จะนอน จะยืน จะเดิน ทำได้

สมเด็จฯ : ทำอะไร? ให้รู้อยู่หรือ?

หลวงปู่ฝั้น: ขอถวายพระพร

***ส่วนหนึ่งในหนังสือ “ธรรมะของพระเจ้าอยู่หัว” สุดยอดหนังสือธรรมทานในภพชาตินี้

14910549_1530339683646525_4154972389380271477_n

มีพระเจ้าปัญหารูปหนึ่งที่มีความประพฤติและความรู้ไม่เหมาะสมนั่นก็คือ พระอุทายี ซึ่งพระอุทายีเป็นต้นบัญญัติเรื่องที่ว่า ท่านเคยนำอุบาสิกาท่านหนึ่งไปนั่งสนทนากันในที่ลับตา คือในกุฎิ ซึ่งก็พอดีว่านางวิสาขามหาอุบาสิกามาพบเห็นเข้าจึงได้กล่าวเตือน สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือ ท่านอุทายีกล่าวตอบว่า “โยมยุ่งอะไรด้วย”

เมื่อพระนางวิสาขามหาอุบาสิกาได้ยินเช่นนั้นจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์จึงทรงบัญญัติเป็นข้อห้ามภิกษุพูดเจรจากับสตรีสองต่อสอง หากจะเจรจาด้วยควรมีพระหรือสามเณรรูปอื่นอยู่ด้วย

อีกหนึ่งกรณีก็คือ ท่านอุทายีเป็นผู้มีฝีมือในการเย็บจีวร ครั้งหนึ่งมีภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติของท่านมาขอให้เย็บจีวรให้ ท่านก็เย็บให้อย่างดี ภิกษุณีผู้ไม่รู้ความก็นำไปสวมใส่ บรรดาภิกษุที่มักน้อยต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนท่านพระอุทายีจึงได้เย็บ จีวรให้ภิกษุณีเล่าเรื่องนี้ความทราบถึงพระพุทธองค์ พระองค์จึงตรัสติเตียนว่า

“ดูก่อนโมฆะบุรุษ ภิกษุที่มิใช่ญาติ ย่อมไม่รู้การกระทำที่สมควรหรือไม่สมควร อาการที่น่าเลื่อมใสหรือไม่น่าเลื่อมใส ของภิกษุณีที่มิใช่ญาติ ไฉนเธอจึงได้เย็บจีวรให้ภิกษุณีที่มิใช่ญาติเล่า การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว …

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ว่า “อนึ่ง ภิกษุใด เย็บก็ดี ให้เย็บก็ดี ซึ่งจีวร เพื่อภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ เป็นปาจิตตีย์”

พระอุทายีผู้นี้ยังมีวีรกรรมเป็นเถ้าแก่ไปขอเมียให้ชาวบ้านอีกหลายราย บางคู่ก็อยู่กันได้ บางคู่ก็ทะเลาะหย่าร้างกัน พ่อแม่ฝ่ายหญิงตามมาด่าพ่อสื่ออุทายีถึงวัด ทำให้ต่อมาก็มีสิขาบทเพิ่มเติมห้ามพระเป็นพ่อสื่อ หรือเป็นสื่อชักนำชายหญิงให้ได้เกี้ยวพาราสีกัน

ความประพฤติอีกอย่างของพระอุทายีก็คือ เมื่อเห็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ไม่อยู่แล้วก็มักจะเข้าไปนั่งในโรงธรรมนั่งบนธรรมาสน์อยู่บ่อยๆ ต่อมาวันหนึ่งมีภิกษุอาคันตุกะเห็นพระอุทายีนั่งบนธรรมาสน์ ก็เข้าใจว่าเป็นพระผู้ใหญ่ผู้มี่ความรู้มาก จึงเข้าไปถามปัญหาธรรมะเช่นปัญหาเรื่องปฏิสังยุตด้วยขันธ์ แต่พระอุทายีตอบไม่ได้ พวกภิกษุจึงตำหนิว่า “นี่พระเถระอะไร อยู่ในวิหารเดียวกับพระพุทธเจ้ายังไม่รู้ธรรมเพียงเท่านี้ แม้สักว่าขันธุ์ธาตุและอาตยนะ”

เหล่าภิกษุจึงไปกราบทูลต่อพระพุทธองค์ พระพุทธองค์จึงตรัสแก่ภิกษุเหล่านั้นว่า

“คนพาล เข้าไปนั่งใกล้บัณฑิตอยู่แม้จนตลอดชีวิต เขาย่อมไม่รู้ธรรม เหมือนทัพพีไม่รู้รสแกงฉะนั้น” พอจบเทศนานี้แล้วจิตของภิกษุทั้งหลายก็หลุดพ้นเป็นพระอรหันต์

14639754_1527847027229124_287318044362411656_n

ท้าวสหัมบดีพรหม ทรงทราบข้อกังวลของพระพุทธเจ้า จึงได้ชวนทวยเทพทั้งหลายไปเข้าเฝ้าเพื่อกราบทูลเชิญให้พระพุทธองค์ไปโปรดสัตว์โลกที่พอจะสอนได้

“ครั้นอาตมภาพทราบว่า ท้าวสหัมบดีพรหมอาราธนา และอาศัยความกรุณาในสัตว์ทั้งหลาย จึงตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ

เมื่ออาตมภาพตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ ก็ได้เห็นหมู่สัตว์ซึ่งมีกิเลสดุจธุลีในจักษุน้อยก็มี มีกิเลสดุจธุลีในจักษุมากก็มี มีอินทรีย์แก่กล้าก็มี มีอินทรีย์อ่อนก็มี มีอาการดีก็มี มีอาการเลวก็มี จะพึงสอนให้รู้ได้ง่ายก็มี จะพึงสอนให้รู้ได้ยากก็มี บางพวกมีปกติเห็นโทษในปรโลกโดยเป็นภัยอยู่ก็มี

เปรียบเหมือนในกอบัวขาบ ในกอบัวหลวง หรือในกอบัวขาว ดอกบัวขาบ ดอกบัวหลวง หรือดอกบัวขาว ซึ่งเกิดในน้ำ เจริญในน้ำ บางเหล่ายังไม่พ้นน้ำ จมอยู่ในน้ำ น้ำหล่อเลี้ยงไว้ บางเหล่าตั้งอยู่เสมอน้ำ บางเหล่าตั้งขึ้น พ้นน้ำ น้ำไม่ติด ฉันใด

ดูกรราชกุมาร เมื่ออาตมภาพตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ ก็ฉันนั้น ได้เห็นหมู่สัตว์ซึ่งมีกิเลสดุจธุลีในจักษุน้อยก็มี มีกิเลสดุจธุลีในจักษุมากก็มี มีอินทรีย์แก่กล้าก็มี มีอินทรีย์อ่อนก็มี มีอาการดีก็มี มีอาการเลวก็มี จะพึงสอนให้รู้ได้ง่ายก็มี จะพึงสอนให้รู้ได้ยากก็มี บางพวกมีปกติเห็นโทษในปรโลกโดยเป็นภัยอยู่ก็มี.

จะเห็นได้ว่าบัวใต้ตมที่เราคุ้นชินนั้นไม่ปรากฎอยู่ในพุทธวจนะ พระพุทธองค์ทรงถือว่า มนุษย์ทุกเหล่าสามารถมีโอกาสหลุดพ้นจากสังสารวัฎได้ เพราะมนุษย์นั้นมีความสามารถพอที่จะทำได้ หากได้ฝึกฝน ส่วนจะยากจะง่ายก็ขึ้นอยู่กับปัญญาที่สั่งสมมาของแต่ละบุคคลเท่านั้นเอง

พระไตรปิฎก ม. ม. ๑๓/๔๖๓/๕๑๑

ทำไม? ต้องทำบุญ

14572334_1527173583963135_5483182190707290931_n

ได้ยินหลายคนที่อาจจะไม่เชื่อกรรม ไม่เชื่อกฏแห่งกรรม
พูดแบบนี้หลายครั้ง
รวมถึงคนที่สงสัยว่า
บุญมีจริงหรือ?

บุญมีประโยชน์อะไร
“ทำไมต้องทำบุญ?”

สมเด็จพระพุฒาจารย์
(โต พฺรหฺมรังสี)
วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ
ท่านได้เทศน์เรื่องทำบุญไว้
จะสรุปเป็นเนื้อหา
ให้อ่านเข้าใจกันง่ายๆ ว่า

“ทำไมต้องทำบุญ?”

เพราะ บุญ เป็นพลังงานฝ่ายดี ที่มีพลังดึงดูด ความเจริญ มาสู่ชีวิต

บุญเป็นต้นเหตุ แห่งความสุข ความสำเร็จ ในชีวิต

ถ้าบุญน้อย อุปสรรคในชีวิตก็มาก
ถ้าบุญมาก อุปสรรคในชีวิตก็น้อย

ถ้าบุญอ่อนกำลังลง หรือ บุญหมด..
บาปที่เคยทำไว้ ก็จะได้โอกาส ส่งผล
ทำให้ชีวิต มีอุปสรรค ต่างๆนานา

เช่น เจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีความสุข หมดอำนาจวาสนา
เสียชื่อเสียงเกียรติยศ แม้คนที่รักกันก็หมดรัก
แม้ทรัพย์ที่มีอยู่น้อยนิด ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้..

ฉะนั้น การจะมี ทรัพย์สมบัติทุกอย่าง และ ความสมบูรณ์พร้อมในชีวิต ก็ต้องมีบุญ ที่มากเพียงพอ

ซึ่งไม่ว่า จะอยู่ในสถานภาพใด ล้วนต้องอาศัยบุญทั้งนั้น
ไม่ว่าจะอยากอยู่แบบพอมีพอกิน หรือ คิดจะเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี หรือ พระเจ้าจักรพรรดิ

แม้กระทั่ง ปรารถนา ที่จะหมดกิเลส บรรลุมรรคผล นิพพาน เป็นพระอรหันต์ เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ต้องมีบุญถึง บารมีถึง ถึงจะดำรงอยู่ในสภาวะนั้น ได้อย่างมั่นคง และมีความสุข

ด้วยเหตุนี้ เราจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะสั่งสมบุญ

เพราะบุญ คือ เบื้องหลังความสุข
ความสำเร็จ ในชีวิตทุกระดับ อย่างแท้จริง..

ขอให้พิจารณาด้วยสติ ด้วยบุญ ด้วยภูมิธรรม
ขอบุญรักษา
ธ.ธรรมรักษ์

ธ.ธรรมรักษ์ เรียนเชิญสร้าง 5 บุญใหญ่ทำในครั้งเดียว!
ธรรมทาน สร้างพระ ถวายอาหารและยา
ไถ่ชีวิตสัตว์ เจ้าภาพกฐิน และสร้างโรงทาน
09 5690 0444 Line id 0956900444
วันนี้-12 พ.ย.2559 (หรือจนกว่าหนังสือจะหมด)

14731198_1525707037443123_7039055256942094523_n
………………
ธ.ธรรมรักษ์ขอเรียนเชิญกัลยาณมิตรทุกท่าน ร่วมเป็นเจ้าภาพในโครงการบุญใหญ่วาระพิเศษ 5 บุญใหญ่ในครั้งเดียว!

ด้วยมีหลายเหตุและปัจจัยที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา นำความโศกเศร้าสู่เราทุกคน ซึ่งหากพิจารณาด้วยธรรม เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการทำให้เราทุกคนได้มีสติ สร้างบุญกุศลอย่างเต็มกำลัง
.
ท่านที่สั่งหนังสือสร้างบุญเพื่อธรรมทานในชุดพิเศษนี้ นอกจากจะนำส่วนหนึ่งไปเพิ่มบุญให้กับทุกท่านที่ไม่ต้องเสียเงินอะไรเพิ่ม เราหักรายได้จากหนังสือส่วนหนึ่งไปทำ “มหาทาน” ทั้งวัตถุทาน ธรรมทาน อภัยทาน ตามปกติประจำทุกเดือนแล้ว โดยการสร้างสมเด็จองค์ปฐมทรงเครื่องจักรพรรดิ ถวายอาหารและยาแก่พระภิกษุที่อาพาธ ไถ่ชีวิตโคกระบือ สรรพสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก
.
ในวาระนี้จะแบ่งไปเพิ่มบุญให้อีกเป็นพิเศษอีก 2 บุญใหญ่ คือ

-ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐิน ที่วัดป่าพรหมยานเพื่อสมทบทุนสร้างวิหารพระพุทธเจ้า28 พระองค์ และบูรณปฏิสังขรณ์วัดในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2559
-และส่วนหนึ่งไปสนับสนุนโรงทานที่ท้องสนามหลวงที่ภาคราชการและภาคเอกชนที่มีจิตอันเป็นกุศล นำอาหาร น้ำ และอื่นๆ มาแจกแก่ผู้ที่มาถวายความจงรักภักดีต่อในหลวง ที่ท้องสนามหลวง เป็นเวลา 1 ปีต่อจากนี้ จนถึงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงของเรา และจะประกาศให้ทราบทุกเดือนถึงยอดบริจาคที่สนับสนุน แก่หน่วยงานใดอย่างโปร่งใส
.
ย้ำ! ไม่เสียเงินเพิ่ม และขออนุญาตไม่รับบริจาคด้วย!

โครงการนี้ขอบุญเฉพาะท่านที่สั่งหนังสือสร้างบุญเพื่อธรรมทานเท่านั้น จะเล่มเดียวหรือกี่เล่มก็ได้ตามจริตบุญ เพราะจะหักในทุกเล่ม 50 สตางค์ไปสมทบ “กองบุญ ธ.ธรรมรักษ์” สร้างบุญเพิ่มให้กับทุกท่านทันทีทุกเดือนไม่ว่าจะครั้งไหน นานแค่ไหน ทุกท่านได้บุญต่อเนื่องไม่มีหยุดด้วยเป็นกระแสบุญที่รวมอยู่ในกองบุญตลอดเวลา
.
ในการสร้าง 5 บุญใหญ่ที่ประมาณมิได้ พาหนีได้ทุกกรรม!!!

ด้วยอานิสงส์แห่งการให้ธรรมทานและบุญใหญ่แห่ง 3 มหาทานเจ้าภาพทอดกฐินและการทำโรงทานนี้

จะเป็นปัจจัยหนุนให้เจ้าภาพทุกท่าน จิตถึงธรรม ถึงนิพพานโดยง่าย แม้ยังไม่ถึงนิพพาน จะเป็นผู้บริบูรณ์พร้อมด้วยทรัพย์เงินทองเป็นอันมาก รุ่งเรืองไม่มีตกอับ มีโชคลาภอย่างทันตาเห็น

บุญใหญ่นี้จะชนะกรรมเก่า ทุกอุปสรรคกรรมจะหมดไปโดยเร็ว งานที่ทำจะได้รับความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง โรคร้ายจะหาย ครอบครัวความรักที่มีปัญหาจะกลับมาดีอย่างอัศจรรย์ บรรพบุรุษได้รับผลบุญใหญ่นี้ทุกประการ

*****************
หนังสือในโครงการนี้มีทั้งหมด 7 เล่ม
เหลือจำนวนไม่มาก หมดแล้วหมดเลย

รายละเอียดของหนังสือสร้างบุญเพื่อธรรมทานทั้ง 7 เล่ม เป็นหนังสือขนาดเอ 6 หน้าปกพิมพ์ 4 สีสวยงามมาก พิมพ์เนื้อใน 1 สี จำนวน 128 หน้า

เล่มที่ 1 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 1 สร้างบุญแบบฉลาด ให้ได้ “บุญมาก” ดี สุข รุ่งเรือง รวยทันตาเห็น!

เล่มที่ 4 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 4 “ห้อยพระ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรเป็น ได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา”

เล่มที่ 5 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 5 “แก้เรื่องงาน เงิน โชคลาภ แบบทันตาเห็น”

เล่มที่ 7 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 7 “ไขปัญหาธรรมและกรรม จากพระอริยเจ้า”

เล่มที่ 8 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 8 “คู่มือทำวัตรเช้าเย็น และวิธีปฏิบัติธรรมที่บ้าน แบบได้บุญมาก”

เล่มที่ 9 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 9 วิชา “มหาเศรษฐี” ที่พระพุทธเจ้าสอนและทุกคนทำได้จริง!

เล่มที่ 10 ปาฏิหาริย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ 10 “๓๘ มงคลชีวิต พาทุกชีวิตให้เจริญรุ่งเรือง… ในทุกภพชาติ”
.
****โปรดอ่านให้ละเอียด
****ไม่ขอรับบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น ขอเป็นบุญเฉพาะสำหรับผู้สั่งหนังสือธรรมทานเท่านั้น ท่านที่โอนเงินมาต้องได้หนังสือธรรมทานด้วย ถ้าไม่ขอรับหนังสือจะฝากแจกให้ตามที่ต่างๆ ให้บุญนั้นสำเร็จ

****ทุกเล่มราคาเล่มละ 19 บาท ไม่จำกัดจำนวนเล่ม จะสั่งเล่มเดียวหรือกี่เล่มก็ได้ ติดรายชื่อเจ้าภาพฟรีไม่เกิน 20 รายชื่อ เมื่อสั่งแล้วโอนเงินแล้ว ตรวจทานรายชื่อหากไม่มีแก้ไข พร้อมจัดส่งทันที

***ตามปกติเวลาจัดส่ง 1-3 วันตามพื้นที่จัดส่ง หากหนังสือเล่มไหนหมด เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบทันที หรือมีเหตุล่าช้าเพราะอะไร เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบถึงกำหนดวันส่งอีกครั้ง
.
ค่าจัดส่ง สำหรับโครงการนี้มีดังนี้
– หนังสือ 1-50 เล่ม ค่าจัดส่ง 60 บาท
– หนังสือ 51- 100 เล่ม ค่าจัดส่ง 120 บาท
– หนังสือ 101-200 เล่ม ค่าจัดส่ง 160 บาท
– หนังสือ 201-299 เล่ม ค่าจัดส่ง 200 บาท
– ตั้งแต่ 300 เล่มขึ้นไปจัดส่งฟรี
.
***ท่านใดที่ต้องการร่วมบุญใหญ่นี้
โดยการเป็นเจ้าภาพสร้างหนังสือสร้างบุญเพื่อธรรมทาน
สั่งได้แล้วตั้งแต่วันนี้
โดยติดต่อทีมงานโครงการบุญ ธ.ธรรมรักษ์
โทรศัพท์ 09 5690 0444, 0 5302 1320
Line id 0956900444