Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for กุมภาพันธ์, 2013

มีนิทานเซนเรื่องหนึ่งกล่าวถึงเรื่องความตายที่มีคุณค่า เศรษฐีคนหนึ่งได้ไปทำบุญเลี้ยงพระเสร็จแล้วก็ขอให้พระเขียนคำอวยพรวันเกิดให้ พระท่านก็เขียนให้แบบไม่ขัดศรัทธา เขียนอวยพรใส่
พรอันประเสริฐเมื่อกำลังจะตายในกระดาษเสีย 4 คำ เมื่อเศรษฐีได้รับกระดาษอวยพรก็โกรธจัด เพราะคำเขียนอวยพรเขียนว่า

 

“ พ่อตาย แม่ตาย ลูกตาย หลานตาย”

คำเหล่านี้เป็นคำแช่ง พระท่านเขียนมาได้อย่างไร เศรษฐีจึงต่อว่าเป็นการใหญ่ แต่พระท่านก็เฉลยให้ฟังถึงความหมายว่า ลองเอาไปคิดดูว่า ถ้าหลานของคุณตายก่อน คนเป็นปู่ย่าตายายจะทุกข์ขนาดไหน ถ้าลูกตายก่อนพ่อแม่ พ่อแม่จะทุกข์ขนาดไหน แต่ถ้าต้องตายแบบเป็นไปโดยธรรมชาติ ตายไปโดยลำดับก็นับเป็นเรื่องธรรมดา

หากลูกตายก่อน พ่อแม่ที่หวังจะฝากผีฝากไข้ต้องล้มเจ็บเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตพ่อแม่ก็ต้องคอยเลี้ยงดูอย่างเหนื่อยยากจนกว่าจะตายกันคาอ้อมกอด เหลือกันอยู่สองผู้เฒ่าใช้ชีวิตไปอย่างหงอยเหงา ก็นับเป็นทุกข์หนักหนาไม่เป็นไปตามธรรมชาติ

แก่นธรรมของพระที่เขียนให้เศรษฐีอ่านว่า “พ่อตาย แม่ตาย ลูกตาย หลานตาย” ทุกคนที่กล่าวถึงจะล่วงลับไปตามวาระอันเป็นธรรมชาติ คนที่อยู่ข้างหลังจะไม่ต้องเดือดร้อนเป็นทุกข์มาก หากเป็นทุกข์ก็น้อย หรือไม่ทุกข์เลยเพราะมีความเข้าใจในความตายเป็นอย่างดี ครั้นพระท่านอธิบายให้เศรษฐีเข้าใจแล้ว ท่านเศรษฐีก็ก้มลงกราบด้วยความซาบซึ้ง เข้าใจแล้วว่าตนเองได้รับพรอันประเสริฐที่สุดไม่มีพรใดจะยิ่งกว่า

จากหนังสือเรื่อง เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ 5 บุญฤทธิ์ พิชิตโรคร้าย (โรคเวรโรคกรรม) โดย ฤทธิญาโณ และจิตตวชิระ

 

Read Full Post »

เวลาที่น่าโศกสลดเวลาหนึ่งของญาติผู้เจ็บป่วยก็คือ “ระยะทำใจ” อันหมายความว่า ผู้ป่วยคนนั้น

เตรียมตัวตายให้ไปสู่สุคติไม่รอดแล้วต้องนอนรอความตายและตายไปอย่างช้าๆ ซึ่งภาวการณ์โศกสลดและความกลัวอาจเกิดขึ้นทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายที่ต้องดูแล และฝ่ายตัวผู้ป่วยเอง หากใครทำใจได้ก่อนก็นับว่ามีประโยชน์และเป็นสุขกว่าเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ป่วยเริ่มที่จะใกล้ชิดกับความตาย ญาติหรือผู้ดูแลก็ควรเตรียมตัวเตรียมใจ และเตรียมการให้ดีเพื่อวาระสุดท้ายของผู้ป่วยได้แก่

 

1. จัดสภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญต่อจิตใจ ควรจัดให้ผู้ป่วยได้อยู่ในบรรยากาศที่ดี ซึ่งบรรยากาศที่ดีนั้นนอกจากได้อยู่ท่ามกลางคนที่รักแล้ว ควรจัดให้ใกล้ชิดธรรมะที่สุด เช่นท่ามกลางเสียงสวดมนต์

 

2. จัดสภาพสังคม คือให้ผู้ป่วยได้อยู่ท่ามกลางผู้ที่มีสติ คนที่มีความรู้ในทางธรรม จิตใจก็จะสงบไม่มีความตระหนกตกใจกับความตายที่กำลังมารออยู่ตรงหน้า

 

3. จัดสรรเวลา คือให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสเรียนรู้สัจธรรมของชีวิตว่า ความตายเป็นของธรรมดาเพื่อที่จะทำให้เขาได้ทำใจยอมรับความตายได้เสียตั้งแต่ต้นเมื่อยอมรับได้แล้วก็จะได้จากไปอย่างสงบไม่ทุกข์ร้อนหรือมีห่วงใดๆ อีก

 

4. จัดหาโอกาส คือให้ผู้ป่วยได้ฝึกเจริญสติ ได้ตามดู ตามรู้ลมหายใจตามดูเวทนาของอาการเจ็บไข้ได้ป่วยที่กำลังเจ็บอยู่นั้น จนกระทั่งเกิดความรู้ความเข้าใจว่า ความป่วยไข้เป็นธรรมดาของสังขารซึ่งจะต้องเกิดแบบเลี่ยงไม่ได้ ยอมรับความเป็นจริงให้ได้ โดยหาโอกาสให้ผู้ป่วยปฏิบัติธรรมตามรู้ลมหายใจให้มากที่สุด

ถ้าเรามองความตายด้วยสายตาแห่งปัญญา หรือสายตาของปราชญ์ก็จะพบว่า ความตายนั้นกำลังสอนให้เราอยู่และทำวันนี้ให้ดีที่สุด คนที่เจ็บป่วยหนักและกำลังจะตายก็เป็นคำสอนให้ หนึ่งคนตายแต่ร้อยคนตื่น ตื่นจากความหลง ความเศร้าโศก สิ่งที่จะคงอยู่คือคุณงามความดีที่สร้างไว้ และเป็นการบ่งบอกว่าทำอะไรย่อมเป็นไปตามนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามกฎแห่งกรรม

จากหนังสือเรื่อง เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ 5 บุญฤทธิ์ พิชิตโรคร้าย (โรคเวรโรคกรรม) โดย ฤทธิญาโณ และจิตตวชิระ

 

Read Full Post »

อย่างที่กล่าวไปแล้วในสาเหตุแห่งกรรมที่ทำให้เกิดโรคร้าย ทุกกรณีนั้นเกิดจากการเบียดเบียนสัตว์ และการเบียดเบียนชีวิตซึ่งกันและกันทั้งสิ้น สิ่งที่ช่วยระงับและบรรเทาเบาบางไม่ให้เราต้อง
เสริมความเข้าใจในเรื่องการรักษาศีลไปก่อผลกรรมให้เกิดผลเสียตามมาอีกก็คือการรักษาศีล

ศีลนั้น มีปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาแปลความว่า “ความปกติ” จนกลายเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า คนที่รักษาตนให้มีศีล ก็เรียกว่า รักษาตนให้เป็นปกติหรือสภาพที่เป็นปกติของคนๆหนึ่งพึงจะเป็น เป็นความปกติที่คนทุกนั้นมี เป็นความสุขความสงบ และเรียบง่ายตามวิถีแห่งธรรมชาติ

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต) ครูบาอาจารย์กำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาในยุคนี้ ท่านกล่าวไว้ว่า การมีศีลทำให้มนุษย์ได้อยู่กันเป็นปกติ เพราะแต่ละคนๆ ก็รักษาสภาพปกติของตนเมื่ออยู่เป็นปกติ จิตใจเป็นปกติแล้ว ไม่ว่าจะพูดจะทำอะไรจะคิดนึกในสิ่งทั้งหลายก็จะทำได้ราบรื่นดี

แต่ถ้าจิตใจไม่ปกติ เวลาที่พูดและทำก็จะเกิดความผิดปกติแล้วก็จะเกิดความขัดแย้งปั่นป่วนวุ่นวาย จะไปคิดทำการทำงานอะไรที่เป็นไปในทางที่ดีงามก็เป็นไปได้ยาก มีแต่จะนำไปสู่ความทุกข์มีแต่จะสร้างเวรสร้างกรรมให้มากขึ้น นี่ก็เป็นความหมายหนึ่งของคำว่า “ศีล” เช่นกัน

การที่สร้างบุญบารมีนอกจากจะเพื่อให้มีความสุขทั้งในภพนี้และภพหน้าแล้ว ควรรักษาศีลอันเป็นเครื่องป้องกันไม่ให้ความชั่วมาเกาะกุมหัวใจโดยมีจุดประสงค์หลักไม่ให้เราไปก่อกรรมชั่วไปสร้างเจ้ากรรมนายเวรขึ้นมาใหม่อันจะเป็นการก่อทุกข์ให้กับทั้งตัวเราและผู้อื่น ในแง่ของผลกรรมที่จะส่งผลให้เกิดกับร่างกายเพียงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ก็นับว่ามากมายจนน่ากลัวทีเดียว

 

โทษของการผิดศีลข้อ 1 ฆ่าสัตว์ หรือ ทรมานสัตว์ 

ผลกรรมของการผิดศีลข้อนี้จะทำให้อายุสั้นและต้องเผชิญกับโรคภัยมากมาย ดังเช่น ตัวอย่างของผู้ที่ต้องประสบเคราะห์กรรมป่วยเป็นโรคร้ายชนิดต่างๆ มากมายที่กล่าวไปแล้วว่าด้วยกรรมปาณาติบาต เคยทำให้ใครเจ็บและทรมานส่วนใดก็ต้อง ทรมานเช่นเดียวกับเขาเช่นเดียวกัน

เรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่ถูกนำมาเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือธรรมะ สื่ออินเตอร์เน็ตชื่อว่า กรรมจากการกินตะพาบน้ำ นั้นสามารถแสดงเรื่องราวที่มาที่ไปของผลแห่งการผิดศีลข้อที่

1 ได้ชัดเจน ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งหนึ่ง

 “….ข้าพเจ้าไปเยี่ยมเยียนหมอน้องชายเล่าเรื่องแปลกของคนไข้รายหนึ่งให้ฟัง ซึ่งน่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้คนละบาปได้ดีจึงขอเล่าสู่กันฟังต่อ การสนทนาตอนหนึ่งหมอน้องชายเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เป็นหมอมาไม่เคยเห็นผู้ป่วยรายใดต้องผ่าตัดทุลักทุเลซ้ำซากอย่างนี้เลย สามปีต้องผ่าตัดห้าครั้งและหนักหนายิ่งขึ้นทุกครั้ง

 

ผู้ป่วยรายนี้ชื่อ บุญมา ครั้งแรกที่เข้าโรงพยาบาลก็เพื่อมาทำแผลที่นิ้วก้อยที่ถูกตะพาบน้ำกัด หมอให้ทายากินยาแก้ปวดแก้อักเสบแล้วกลับบ้านดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอีก แต่ครึ่งเดือนต่อมาบุญมาต้องกลับมาใหม่แผลเก่าอักเสบรุนแรงบวมใหญ่กว่าเดิม

 

หมอตรวจพบว่าเชื้อโรคกินเข้ากระดูก จะต้องตัดนิ้วเพื่อไม่ให้เน่าลุกลาม ซึ่งนิ้วเท้านั้นอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ หลังจากนั้นครึ่งปีบุญมาไปเที่ยวชายทะเลเขาถูกตะพาบน้ำกัดที่นิ้วเท้าอีก อะไรจะเจาะจงได้ถึงอย่างนั้นนิ้วเท้าของบุญมาที่ถูกตะพาบน้ำกัดครั้งที่สอง เกิดการอักเสบบวมใหญ่ภายในเวลาสองวัน เมื่อมาฉายเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลก็ได้พบอีกว่า เชื้อโรคกินเข้าไปถึงกระดูกหมดจึงต้องตัดนิ้วเท้าของเขาไปอีกหนึ่งนิ้ว

 

เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งปีบุญมากลับมาที่โรงพยาบาลอีก ครั้งนี้แผลเก่าทั้งสองแห่งเกิดอักเสบบวมใหญ่ขึ้นพร้อมกัน พอเอกซเรย์ก็พบว่าแย่แล้ว เชื้อโรคแพร่เข้าไปกินกระดูกอย่างรุนแรง เชื้อโรคนั้นกำลังกลายเป็นมะเร็ง จะต้องผ่าตัดฝ่ามือฝ่าเท้าออกให้หมดก่อน ที่จะลุกลามขึ้นไปอีก บุญมาต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลถึงยี่สิบกว่าวันด้วยสภาพของผู้ป่วยอวัยวะด้วน

 

วันหนึ่งลูกชายของญาติอุปสมบทบุญมาไปช่วยงาน คืนนั้นผู้ร่วมงานบวชนอนค้างที่วัดกันสี่ห้าสิบคน เคราะห์หามยามร้ายของบุญมายังไม่จบสิ้น หนูตัวหนึ่งเจาะจงมากัดตรงขาด้วนของบุญมาคนเดียวกัดแล้วก็หนีไป

 

บุญมาสะดุ้งตื่นด้วยความเจ็บปวดคนที่นอนอยู่ด้วยกันตกใจกับเสียงร้องพากันตื่นหมด แผลที่หนูกัดไม่กว้างไม่ลึกนักมีเลือดซึมออกมาแต่ทุกคนพากันตกใจที่อยู่ดีๆ ทำไมจึงมีหนูมากัดคนนอนหลับเพราะหนูจะกัดกินก็เฉพาะศพเท่านั้น ไม่กัดกินคนเป็นๆ ได้อย่างแน่นอน

 

เรื่องนี้ทำให้บุญมาขวัญเสียถูกเคราะห์กรรมซ้ำเติมจนคิดว่าตนคงจะต้องตาย ในไม่ช้า ซึ่งนับว่าเหตุการณ์ต่างๆ มันทารุณจิตใจมากไม่นานต่อมาเกิดอาการเจ็บคันบริเวณแผลเก่าที่มือที่เท้าอีก บุญมารีบมาหาหมอที่โรงพยาบาลโดยเร็ว

 

ผลการฉายเอกซเรย์ปรากฏว่าเชื้อมะเร็งกินลึกเข้าไปมาก หมอจำเป็นต้องจัดการตัดแขนขาทั้งท่อนของบุญมาทิ้งไป หมอน้องชายซึ่งเป็นเจ้าของคนไข้แปลกใจในชะตากรรมของบุญมานัก จึงสอบถามประวัติอย่างละเอียดอีกครั้งไว้และได้ความว่า

 

ตอนที่ บุญมามีอายุได้ยี่สิบสามปี มีอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างก่อสร้าง ชอบดื่มเหล้าเป็นประจำชอบรับประทานอาหารแกล้มเหล้าด้วยปลาน้ำจืด โดยเฉพาะเต่าและตะพาบน้ำ บุญมาเคยได้ยินมาว่าใครกินตะพาบน้ำได้สิบถึงยี่สิบตัวแล้ว ตลอดชีวิตจะไม่เป็นโรคไขข้ออักเสบอีกทั้งยังช่วยบำรุงไต

 

บุญมาจึงเพียรหาตะพาบน้ำมาผัดเผ็ดแกล้มเหล้าขาว เขากินตะพาบน้ำมาแล้วเกือบยี่สิบปี นับไม่ได้แล้วว่ากินเข้าไปได้กี่ตัว วันหนึ่งบุญมาไปซื้อตะพาบน้ำตัวใหญ่จากตลาดมา ตะพาบน้ำตัวนี้น้ำหนักตั้งสิบกว่ากิโลกรัม เขาดีใจมากตัวใหญ่ขนาดนี้ฆ่ากินทีเดียวไม่หมดจะต้องค่อยๆ กิน

 

และที่บ้านก็ไม่มีตู้เย็นให้แช่เก็บได้จึงต้องกินผ่อนทีละน้อย ตะพาบน้ำเป็นสัตว์อายุยืนอดทนไม่ตายง่ายๆ ไม่ว่าจะถูกกักขังอยู่ในสภาพใดก็อดทนมีชีวิตอยู่ได้เป็นปี บุญมาเห็นแก่กินไม่นึกถึงว่าตะพาบจะต้องทนทุกข์ทรมานนานเพียงไร ต้องเจ็บปวดแสนสาหัสครั้งแล้วครั้งอีก

 

เขาค่อยๆ ตัดเฉือนเนื้อตะพาบส่วนต่างๆ ตามความพอใจมาปรุงอาหารทีละชิ้นๆ บาดแผลรอบตัวตะพาบเขาทาด้วยปูนแดงที่กินกับหมากเพื่อไม่ให้เนื้อตัวตะพาบเน่า ตะพาบตัวนั้นต้องทนทุกข์ทรมานอยู่นานกว่าครึ่งเดือน จากนั้นบุญมาจึงประหารตะพาบตัวนั้นเอามากินเป็นมื้อสุดท้าย บุญมาพอใจกับวิธีที่จะได้กินเนื้อตะพาบสดๆ ทุกวันอย่างนี้เรื่อยมา

 

ผลสรุปประวัติผู้ป่วยที่โรงพยาบาลบันทึกไว้ในตอนท้ายมีอยู่ประโยคหนึ่งว่า เป็นประวัติที่แสดงให้เห็นกรรมตามสนองอย่างไม่น่าเชื่อที่ไม่มีข้อสรุปชัดเจนในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ปัจจุบัน…

เรื่องราวของบุญมานับว่าเป็นอุทาหรณ์เรื่องกรรมแห่งการเบียดเบียนได้เป็นอย่างดี นี่คือเหตุแห่งการผิดศีลข้อ 1 เพียงเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และความเห็นผิดเป็นตัวตั้ง

 

โทษของการผิดศีลข้อ 2 ลักทรัพย์

การผิดศีลข้อสอง อย่าได้ประมาทว่าจะเป็นเหตุให้เกิดโรคไม่ได้ ทุกครั้งที่เราได้เผลกระทำผิด คิดไม่ซื่อแอบขโมย ก็จะทำให้เกิดจิตตกลงกลายเป็นความ “หวาดผวา” ขึ้นมาเพราะได้ลักขโมยสิ่งของของผู้อื่นมา จึงเกรงว่าจะมีใครมาเห็น กลัวว่าจะมีใครมารู้ทำให้เกิดความกลัวคิดระแวงสงสัย ทั้งยังเกรงว่าจะถูกเจ้าของทรัพย์จับได้ นานๆ ไป จึงกลายเป็นโรคหวาดผวาหรือโรคประสาทได้ หากได้ยิ่งทำอยู่เป็นประจำแม้จะรู้สึกชินชาในขณะที่ทำ แต่ผลภายหลังอาจส่งผลให้เกิดโรคภาวะทางจิตประสาทได้ คนที่มีความเครียดและวิตกกังวลมากๆ ก็จะเป็นเหตุให้ป่วยเป็นโรคอื่นๆตามมา เสียทั้งทรัพย์เพื่อการรักษาและเสียใจ นับว่าเป็นผลร้ายแรงอย่างยิ่ง

 

โทษของการผิดศีลข้อ 3 ประพฤติผิดในกาม
ทำให้เกิดกามโรค หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เอดส์) เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้นับเป็นผลกรรมโดยตรงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้แบบทันตาเห็น ส่วนผลกรรมที่เกิดจากการผิดศีลข้อที่ 3 ที่อาจเป็นเศษเวรเศษกรรมที่ติดมาก็อย่างเช่น ต้องป่วยเป็นโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ มะเร็งในรังไข่ หากเป็นกรรมหนักที่ได้ล่วงละเมิดต่อผู้ที่มีศีลธรรมสูงๆ อาจถึงขั้นต้องตัดอวัยวะเพศทิ้งเพราะเกิดการเน่าที่อวัยวะเพศ เป็นต้น

 

โทษของการผิดศีลข้อ 4 พูดโกหก

ผู้ที่ผิดศีลข้อนี้อยู่บ่อยๆ อาจส่งผลกรรมทำให้เกิดโรคความจำเสื่อม ผู้ที่โกหกมากๆ ในที่สุด แม้ตนเองจะพูดเรื่องจริงก็ยังสงสัยว่าเรื่องที่ พูดนั้นเป็นความจริงหรือโกหกกันแน่ ครั้นนานเข้าก็กลายเป็นคนไม่กล้าตัดสินใจ บางคนเป็นโรคหลงลืม หรือ ต้องป่วยด้วยภาวะอัลไซเมอร์ขั้นรุนแรง

รวมไปถึงผู้ที่มีอาการเป็นมะเร็งที่โคนลิ้นแบบเฉียบพลัน มือเท้าและปากชา ก็เพราะผลกรรมที่ก่อไว้ด้วยการผิดศีลข้อ 4 ซึ่งไม่ใช่แค่การโกหกเพียงอย่างเดียว รวมไปถึงการพูดจาให้ร้าย ด่าทอ ประชด หยาบคาย เพ้อเจ้อ โดยที่กลายเป็นผลกรรมหนักก็เพราะได้กระทำกับผู้ที่ทรงศีลมีคุณธรรมสูงๆ

 

โทษของการผิดศีลข้อ 5 ดื่มน้ำเมา

ผลกรรมตรงของการผิดศีลข้อนี้ ก็จะทำให้เกิดโรคพิษสุราเรื้อรัง ตับแข็ง มะเร็ง ฯลฯ  หรือได้รับบาดเจ็บอันเกิดจากการทะเลาะวิวาท หากเป็นผลกรรมที่ติดมาจากอดีตอาจทำให้ต้องเจ็บป่วยทรมานเป็นทั้งโรคความจำเสื่อม สมองไม่ปกติ หรือเป็นบ้าได้

จากหนังสือเรื่อง เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ 5 บุญฤทธิ์ พิชิตโรคร้าย (โรคเวรโรคกรรม) โดย ฤทธิญาโณ และจิตตวชิระ

 

Read Full Post »

ทานอย่างหนึ่งที่ผู้ประสบทุกข์โศกโดยเฉพาะเรื่องโรคภัยทั้งหลาย หากได้มีโอกาสทำบุญด้วยการ    “สร้างและฝังลูกนิมิต” จะมีอานิสงส์มากมายได้แก่ เชื่อว่าจะไม่มีโรคภัยไข้เจ็บในทุก
อานิสงส์ของการสร้างลูกนิมิตถวายวัดชาติ ปราศจากสิ่งอัปมงคลทั้งหลาย ไม่เกิดในตระกูลต่ำ หากเกิดในมนุษย์โลกก็จะเป็นระดับชนชั้นกษัตริย์ ถ้าได้เกิดในสวรรค์ก็จะได้เป็นถึงท้าวสักกะเทวราช  อุดมด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีผิวพรรณสวยงามและมีอายุยืน

เรื่องการสร้างลูกนิมิตหรือทำบุญลูกนิมิตนั้นถือเป็น “ทานมัย” อย่างหนึ่ง ซึ่งแท้จริงแล้วความเชื่อกับความจริงนั้นเป็นเรื่องที่ควรนำมาพิจารณาด้วยปัญญาให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

ในสมัยพุทธกาลเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาแล้ว ก็มีผู้ศรัทธามาอุปสมบทมากขึ้น ความเป็นพระพุทธศาสนาก็เริ่มมีความมั่นคง พระพุทธองค์ทรงทำการส่งพระภิกษุไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามที่ต่างๆ

แต่เพราะการเดินทางไกลๆ และการเผยแผ่ทำให้ภิกษุหลายท่านต้องเหินห่างจากการฟังพระธรรมจากพระพุทธองค์โดยตรง พระพุทธเจ้าจึงต้องกำหนดให้พระสงฆ์ประชุมร่วมกันที่เรียกว่าการทำ “สังฆกรรม” เพื่อทบทวนพระธรรมวินัย หรือ การสวดปาฏิโมกข์ปวารณากรรม โดยกำหนดให้กระทำในบริเวณที่กำหนดไว้เพื่อมิให้ฆราวาสมายุ่งเกี่ยว

ในเวลานั้นพระภิกษุยังไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งแน่นอน แม้ต่อมาจะมีการถวายวัดสร้างวัดให้ก็เป็นเพียงพื้นที่ของป่าตามธรรมชาติอย่างเช่น วัดเวฬุวัน ก็คือสวนป่าไผ่ พระพุทธองค์จึงทรงให้มีการกำหนดเขตแดนด้วยวัตถุเพื่อการระบุเขต เรียกว่า “การผูกพัทธสีมา” โดยใช้เครื่องกำหนด 8 ประการได้แก่

ภูเขา ศิลา ป่าไม้ ต้นไม้ จอมปลวก หนทาง แม่น้ำ และน้ำนิ่ง  (บึง หนอง แอ่งน้ำ) ให้เรียกเครื่องหมายบอกเขตแดนนี้ว่า “นิมิต” แต่ทว่านิมิตที่กล่าวมานี้เป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ การกำหนดแดนทำสังฆกรรมจึงทำได้ยาก พระสงฆ์ต้องกำหนดเอาแบบตามสภาพธรรมชาติกันไปเท่านั้น

ต่อมาจึงมีการพัฒนากำหนดนิมิตใหม่อีกประเภทหนึ่งขึ้นมาแทนเรียกว่า นิมิตจัดสร้างขึ้น ได้แก่ บ่อน้ำ คู สระน้ำ และก้อนหิน โดยเฉพาะก้อนหินเป็นที่นิยมมากเพราะมีความทนทานและเคลื่อนย้ายได้ยากและเมื่อเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น จึงมีการประดิษฐ์ก้อนหินให้มีลักษณะกลม เป็นเครื่องหมายในการผูกพัทธสีมาเรียกว่า ลูกนิมิตดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

พิธีกรรมการฝังลูกนิมิต จึงเริ่มจากพระสงฆ์จะมาประชุมพร้อมกันในโบสถ์ เพื่อทำการสวดถอนคำอธิษฐานป้องกันไม่ให้บริเวณที่จะถูกกำหนดใหม่นี้ไปทับเบริเวณที่เคยเป็นเขตแดนหรือเป็นที่ที่มีเจ้าของอยู่เดิมให้เรียบร้อย จากนั้นจะมีการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ที่ดินนั้นเป็นสิทธิ์ของสงฆ์เรียกว่า “ขอวิสุงคามสีมา” แปลว่า การขอเขตแดนที่พระราชทานเพื่อให้ใช้เป็นที่สังฆกรรมเป็นการแยกบ้านออกจากวัด

ลูกนิมิตที่จะนำมาใช้ผูกพัทธสีมาจะมีจำนวนทั้งหมด 9 ลูก โดยฝังตามทิศต่างๆ รอบอุโบสถทั้ง 8 ทิศ และฝังไว้ที่ตรงกลางอุโบสถอีก 1 ลูกถือเป็นลูกเอก 8 ลูกโดยรอบเปรียบดังพระอรหันตสาวก 8 ทิศ ลูกตรงกลางเปรียบเหมือนพระพุทธเจ้า

หลังจากนั้นพระสงฆ์จำนวน 4 รูปจะทำการเดินตรวจลูกนิมิตที่วางไว้ตามทิศต่างๆ โดยเริ่มตั้งแต่ทิศตะวันออกเป็นต้นไป เรียกว่าการทำ “สวดทักสีมา” จนครบทุกทิศแล้วจนมาจบที่ทิศตะวันออกอีกครั้งเพื่อให้แนวนิมิตบรรจบกัน เมื่อสวดทักนิมิตแล้ว ก็จะกลับเข้าไปประชุมสงฆ์ในอุโบสถและสวนประกาศเขตสีมาอีกครั้ง หลังจากนั้นก็จะทำการตัดลูกนิมิตลงหลุมเพื่อกลบ แล้วสร้างเป็นซุ้มหรือก่อนเป็นฐานในการตั้งใบสีมาต่อไป ซึ่ง ปัจจุบันใบสีมากลายเป็นเครื่องหมายบอกเขตของโบสถ์แทนลูกนิมิตเดิมที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินไปแล้ว

การจะสร้างโบสถ์หรือศาสนสถานได้แต่ละหลังในสมัยก่อนนั้นทำไม่ได้โดยง่ายจึงมีความเชื่อกันว่า หากใครได้ทำบุญบริจาคลูกนิมิตหรือปิดทองที่ลูกนิมิตก็จะมีอานิสงส์มากมายดังที่กล่าวมา

จากหนังสือเรื่อง เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ 5 บุญฤทธิ์ พิชิตโรคร้าย (โรคเวรโรคกรรม) โดย ฤทธิญาโณ และจิตตวชิระ

 

Read Full Post »

1. ผู้ที่ต้องทรมานกับโรคมะเร็ง หรือ อัมพาต

ทานที่เหมาะสมคือ อาหารทานที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ทรงศีล ได้แก่พระภิกษุ ภิกษุณีที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพื่อเป็นการบำรุงดูแลร่างกายของท่านให้มีกำลังวังชาในการปฏิบัติธรรมและแสดง
แก้ไขกรรมแต่ละโรคด้วยเทคนิคการให้ทานธรรมต่อไป ปล่อยชีวิตสัตว์อย่างโค กระบือให้เป็นอิสระ เพราะในอดีตอาจเคยกักขังหน่วงเหนี่ยว หรือใช้งานร่างกายของสัตว์เหล่านี้ให้ได้รับความยากลำบากทุกข์ทรมาน รวมไปถึงการถวายสังฆทานที่เป็นยารักษาโรค และการบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ หรือ  ผู้ป่วยสงฆ์ ก็จะเป็นการช่วยบรรเทากรรมหนักให้เป็นเบาลง

 

2. ผู้ที่ต้องทรมานกับโรคหัวใจและหลอดเลือด

ทานที่เหมาะสมคือ อาหารทานที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ทรงศีล ได้แก่พระภิกษุ ภิกษุณีที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพื่อเป็นการบำรุงดูแลร่างกายของท่านให้มีกำลังวังชาในการปฏิบัติธรรมและแสดงธรรมต่อไปตามกำลัง

ปล่อยชีวิตสัตว์อย่าง ปลา หรือ สัตว์ทะเลให้ไปอยู่ตามแหล่งอาหารธรรมชาติและความเป็นอยู่ที่เหมาะสม ยิ่งเป็นปลาที่กำลังจะถูกฆ่าก็ยิ่งดี เพราะสัตว์เหล่านี้กำลังจะหมดลมหายใจ กำลังจะไม่มีหัวใจได้ทำงานอีก เป็นการต่ออายุไขให้ผู้อื่นที่มีอานิสงส์อย่างยิ่ง  รวมไปถึงการถวายสังฆทานที่เป็นยารักษาโรค และการบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ หรือ  ผู้ป่วยสงฆ์ ก็จะเป็นการช่วยบรรเทากรรมหนักให้เป็นเบาลง

 

3.  ผู้ที่ต้องทรมานกับโรคทางเดินหายใจ

ทานที่เหมาะสมคือ อาหารทานที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ทรงศีล ได้แก่พระภิกษุ ภิกษุณีที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพื่อเป็นการบำรุงดูแลร่างกายของท่านให้มีกำลังวังชาในการปฏิบัติธรรมและแสดงธรรมต่อไปตามกำลัง

ปล่อยชีวิตสัตว์ที่กำลังจะหมดลมหายใจได้ทุกชนิด อย่าง ปลา สัตว์ทะเล หรือสัตว์ใหญ่ที่กำลังจะถูกฆ่าไปทำอาหาร รวมไปถึงการถวายสังฆทานที่เป็นยารักษาโรค และการบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ หรือ  ผู้ป่วยสงฆ์ บริจาคเครื่องมือแพทย์ที่เป็นเครื่องช่วยหายใจ หรือ เครื่องฟอกอากาศ ก็จะเป็นการช่วยบรรเทากรรมหนักให้เป็นเบาลงได้

 

4. ผู้ที่ต้องทรมานกับโรคทางเดินอาหาร

กรรมหนักของผู้ที่ป่วยและทรมานกับโรคทางเดินอาหารก็เพราะเคยเป็นผู้ที่ฆ่าสัตว์เพื่อนำมาประกอบอาหารมาก เลี้ยงสัตว์ไว้ฆ่าและทำอาหารขาย ดังนั้น ทานที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ควรปล่อยให้เป็นอิสระก็คือ สัตว์ที่จะถูกนำเป็นอาหาร ไก่ เป็ด สัตว์ปีก วัว ควาย หากมีกำลังเท่าใดก็ทำเท่านั้น นอกจากนั้นควรหมั่นตักบาตรด้วยอาหารทานที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ทรงศีล ได้แก่พระภิกษุ ภิกษุณีที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพื่อเป็นการบำรุงดูแลร่างกายของท่านให้มีกำลังวังชาในการปฏิบัติธรรมและแสดงธรรมต่อไป

ถวายสังฆทานที่เป็นยารักษาโรค และการบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ หรือ  ผู้ป่วยสงฆ์ให้เป็นประจำและมีความสม่ำเสมอ

 

5. ผู้ที่ทรมานกับโรคผิวหนัง

ผู้ที่ต้องทนทรมานกับโรคผิวหนังทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบเรื้อรัง ไปจนถึงเป็นมะเร็งที่ผิวหนังก็เพราะเคยสร้างกรรมที่ผู้อื่นเกิดบาดแผลหรือใช้ยาพิษกับศัตรูทางผิวหนังร่างกายมาก่อน ประเภทเอาหมามุ่ยไปโรยแกล้งชาวบ้านด้วยความสนุก หรือประเภทหึงหวงสามีแล้วเอาน้ำกรดไปสาดหน้าให้ผู้อื่นได้รับความบาดเจ็บ

ทางแก้คือการถวายน้ำสะอาด ที่เป็นน้ำฉันน้ำใช้สำหรับพระสงฆ์เพื่อการส่วนรวม น้ำเป็นสิ่งที่ใช้ชะล้างสิ่งสกปรกและให้ความชุ่มชื่นมาโดยตลอด กรณีเช่นพระนางโหริณีก็เช่นกัน พระนางได้ถวายน้ำสะอาดแก่พระสงฆ์และรักษาศีลอย่างเคร่งครัดทำให้โรคผิวหนังของพระนางค่อยๆ จางหายไปได้ และควรถวายสังฆทานที่เป็นยารักษาโรค และการบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ หรือ  ผู้ป่วยสงฆ์ให้เป็นประจำและมีความสม่ำเสมอ

นอกจากทานที่เป็นวัตถุแล้ว ยังสามารถใช้แรงงานของตนเองประกอบทานได้ด้วยคือ ไปทำความสะอาดพระพุทธรูป เช็ดถูที่องค์พระ ปัดกวาดบริเวณวัด ขัดห้องน้ำห้องส้วมเพื่อประโยชน์สุขให้คนที่มีทุกข์ได้มาปลดทุกข์ออกได้อย่างสบายใจ เป็นต้น

 

6.  ผู้ที่ต้องทรมานกับโรคทางสมอง

โรคทางสมองมีอยู่หลายประการ ตั้งแต่ มะเร็งสมอง อัลไซเมอร์ ออทิสติก จิตฟั่นเฟือน โรคประสาททั้งอย่างอ่อนและอย่างแรง ฯลฯ ผู้ป่วยส่วนมากมักไม่มีความสามารถจะลุกขึ้นมาทำอะไรได้ ซึ่งต้องให้ญาติหรือคนใกล้ชิดเป็นผู้ทำให้

ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งในสมองอาจเคยเป็นผู้ฆ่าสัตว์เป็นอาหารหรือเพื่อการค้าโดยใช้วิธีการทุบหัวให้เขาตายมาเป็นจำนวนมาก ควรทำทานด้วยการให้ชีวิตสัตว์ทุกประเภทตามกำลัง ปลา สัตว์ทะเล หรือสัตว์ใหญ่ที่กำลังจะถูกฆ่าไปทำอาหาร รวมไปถึงการถวายสังฆทานที่เป็นยารักษาโรค และการบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ ผู้ที่ป่วยด้วยโรคสมอง พิกาลทางสติปัญญาทั้งหลาย

ทานอีกประการที่เหมาะสมคือ การถวายอาหารทานที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ทรงศีล ที่ไม่ควรเป็นเนื้อสัตว์ใดๆ ให้แก่พระภิกษุ ภิกษุณีที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพื่อเป็นการบำรุงดูแลร่างกายของท่านให้มีกำลังวังชาในการปฏิบัติธรรมและแสดงธรรมต่อไปตามกำลัง การถวายอาหารที่ไม่เป็นเนื้อสัตว์ถือเป็นการลดการฆ่าสัตว์เพื่อจะนำมาเป็นอาหารทางอ้อม และเป็นการส่งเสริมให้พระได้รับประทานมังสวิรัตไปโดยปริยาย

จากหนังสือเรื่อง เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ 5 บุญฤทธิ์ พิชิตโรคร้าย (โรคเวรโรคกรรม) โดย ฤทธิญาโณ และจิตตวชิระ

 

Read Full Post »

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 140 other followers